SOTUS : พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง [Yaoi]

ตอนที่ 28 : กฎของปีหนึ่งข้อที่ 24 : เวลาทุกอย่างขึ้นอยู่กับพี่ว้าก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165,257
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 391 ครั้ง
    7 ต.ค. 56

 

SOTUS  :  พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง



กฎของปีหนึ่งข้อที่ 24  :  เวลาทุกอย่างขึ้นอยู่กับพี่ว้าก

 

           





            ...อาทิตย์กระพริบลืมตาตื่น

 



            สิ่งแรกที่เห็นเพดานห้องที่ไม่คุ้น เสียงแรกที่ได้ยินคือเสียงคล้ายคนกำลังอาบน้ำ

 

 

เขาขยับกายลุกขึ้นมานั่งหัวยุ่งตาปรือบนเตียง แสงลอดส่องผ้าม่านบ่งบอกว่าเป็นเวลาเช้าแล้ว แต่สมองของเขายังคงอยู่ในสภาพชัดดาวน์ ไม่พร้อมรับวันใหม่ กำลังงัวเงียเตรียมนอนต่อ เป็นจังหวะเดียวกับที่ก้องภพเปิดประตูห้องน้ำออกมาเห็นพอดี

 
 

            “พี่อาทิตย์ตื่นแล้วเหรอครับ”

 
 

            คนสะลึมสะลือพยักหน้าส่ง ๆ เปิดปากหาววอดพลางถามง่วง ๆ

 

 

“อืม กี่โมงแล้ว”

 
 

            “แปดโมงครึ่งครับ”

 

 

ได้ยินเวลาแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เช้าวันอาทิตย์ปกติเขาตื่นตอนเที่ยงนู้น แต่ดันโดนปลุกด้วยเสียงอาบน้ำซะก่อน คนขี้เซาเลยเตรียมล้มตัวลงนอนบนเตียงพลางบ่นงึมงำ

 

 

            “เพิ่งแปดโมงครึ่ง ยังเช้าอยู่เลย จะรีบตื่นไปไหนวะ”

 
 

            “วันนี้ผมจะไปงานวันเกิดหลานสาวน่ะครับ”

 

 

            คำอธิบายทำให้อาทิตย์ชะงัก  ค่อย ๆ เรียกสติของตัวเองให้ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 

...จริงด้วย เมื่อวานเขาไปเป็นเพื่อนซื้อของขวัญวันเกิดกับก้องภพ พอกลับมาก็เจอว่าห้องตัวเองน้ำท่วม  เพราะท่อใต้อ่างล่างหน้าแตก เลยต้องมาอาศัยค้างคืนในห้องอีกคน แล้วก็ดันไปรู้ว่าระเบียงห้องเขาอยู่ตรงข้ามกับกันพอดี เขาเลยตัดสินใจถามคำถามนั้นออกไป จนสุดท้ายก็ได้ยินคำบางคำ

 

 

คำบางคำที่ทำให้หัวใจสั่นไหว

 

 

แม้จะพยายามข่มตานอน ห้ามไม่ให้ตัวเองคิดมาก แต่กว่าจะหลับลงได้ก็เกือบเช้าแล้ว มันเลยส่งผลให้เขายังคงงัวเงียนอนไม่เต็มตื่น แต่ตอนนี้ทุกสิ่งค่อย ๆ เริ่มฟื้นคืน ไม่ว่าจะเป็นสติ รวมทั้งความรู้สึกบางอย่างซึ่งวนกลับมา

 

 

...ความรู้สึกที่แน่ใจว่าอีกคนคิดอะไรบางอย่างกับเขา

 

 

            แค่นึกความสับสนในใจก็เริ่มเข้าจู่โจมจนเกิดอาการแปลก ๆ เขานั่งนิ่งทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าจะสบตามองอีกฝ่าย หากก้องภพกลับตีความว่าที่เงียบไปเป็นเพราะง่วงนอน จึงเอ่ยแสดงความมีน้ำใจ

 

 

            “พี่อาทิตย์ไม่ต้องรีบก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมทิ้งกุญแจสำรองไว้ให้ พี่จะนอนต่อก็ได้ครับ”

 
 

คนฟังสะดุ้งเฮือก ขยับปากพูดปฏิเสธทันควัน

 
 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อนแล้วจะกลับหอเลย”

 
 

            บอกจบก็รีบลุกขึ้นจากเตียงโดยเร็ว เผ่นแน่บไปคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ เดินตรงไปยังอ่างหมุนก๊อกวักน้ำขึ้นล้างหน้าล้างตา เผลอเหลือบเห็นตัวเองในกระจกที่สภาพโทรมจากการอดนอน  หากก็ยังพยายามตั้งสติใหม่

 

 

...ไม่มีอะไร ก็แค่ทำตัวทุกอย่างเป็นปกติ พออาบน้ำเสร็จก็จะได้กลับหอ ไปรอช่างซ่อมห้องน้ำ แล้วจะได้หลุดพ้นจากเรื่องพวกนี้ซะที

 

 

คนมุ่งมั่นสูดลมหายใจลึก เร่งจัดการธุระของตัวเองให้เสร็จเรียบร้อย ทว่าพอเขาออกมาจากห้องน้ำ กลับถูกคนที่กำลังแต่งตัวอยู่เอ่ยถาม

 

 

“พี่อาทิตย์หิวหรือยังครับ เมื่อเช้าผมไปซื้อปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้มาให้ด้วย พี่กินก่อนแล้วค่อยไปก็ได้ครับ”

 

 

            เขามองเห็นน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ กับปาท่องโก๋วางอยู่บนโต๊ะ ทั้งที่ตื่นมาก็เห็นว่าก้องภพอาบน้ำอยู่ แสดงว่าเจ้าตัวคงไปซื้อก่อนหน้านั้น หรือคิดอีกนัยหนึ่งคือก้องภพต้องตื่นเช้ามากจนมีเวลาไปตลาด ถึงแม้ใจอยากจะรีบกลับ แต่ถ้าไม่กินเลยก็อาจจะเสียน้ำใจคนซื้อมาฝาก แถมมันยังดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไรด้วย



...เอาเถอะ...ก็แค่ของกินจะไปคิดอะไรมาก

 

 

อาทิตย์จึงเปลี่ยนไปเดินหยิบถุงใส่น้ำเต้าหู้ร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอม พลางกวาดตามองหาบางสิ่ง

 

 

            “แล้วแก้วอยู่ไหนเหรอ”

 
 

            “วางอยู่ตรงชั้นใกล้ตู้เย็นครับ เดี๋ยวผมไปหยิบให้”

 

 

            ก้องภพอาสา พลางเดินไปหยิบแก้วมาบนชั้นมายื่นส่งให้คนที่กำลังก้มหน้าก้มตาแกะถุงน้ำเต้าหู้

 

 

            “นี่ครับพี่อาทิตย์”

           

            คนฟังเอื้อมมือไปรับแก้ว  หากเป็นจังหวะเดียวกับที่มือของอีกฝ่ายยื่นส่งให้ กลายเป็นว่าเขากำลังจับกุมมือของก้องภพโดยตรง

 
 

...สัมผัสที่แตะกันแม้เพียงเล็กน้อย ทว่ามันกลับทำให้อาทิตย์สะดุ้งเฮือก เผลอปล่อยมือทั้งสองข้าง แก้วที่ปล่อยจากมือซ้ายยังถูกก้องภพจับเอาไว้ แต่ถุงน้ำเต้าหู้ในมือขวากลับร่วงลงแตกกระจายบนพื้น

 

 

            “เฮ้ย! ขอโทษ เดี๋ยวเช็ดให้”

           

            คนตกใจรีบละล่ำละลั่กร้องขอโทษ  ดีที่น้ำเต้าหู้ร้อน ๆ ไม่หกเปื้อนเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่าย แต่มันก็ยังเลอะพื้นห้องเป็นวงกว้าง กระนั้นก้องภพกลับส่ายศีรษะพูดอย่างใจเย็น

 

 

            “ไม่เป็นไรครับ พี่อาทิตย์แกะถุงใหม่ไปเถอะครับ”

 

 

เจ้าตัวพูดด้วยท่าทางไม่ถือสา ก่อนเดินออกไปหลังระเบียงหยิบไม้ถูพื้นมาเช็ดทำความสะอาด ปล่อยให้อาทิตย์ยืนมองนิ่ง ๆ  ตรงข้ามกับความรู้สึกข้างในที่มันสั่น เพราะเขารับรู้ได้ในนาทีนั้นว่า ต่อให้พยายามแค่ไหน ทั้งร่างกายและหัวใจ





              ...มันก็ไม่เป็นปกติเลยสักนิด




     

 




RTTTTTTTTTT!!

 

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดจังหวะความเงียบ เป็นเสียงไอโฟนของก้องภพ ซึ่งหยุดมือจากการถูพื้น แล้วหยิบมันจากกระเป๋ากางเกงกดรับ เมื่อเห็นหน้าจอโชว์ชื่อที่คุ้นเคย

 

 

“ฮัลโหล ...ครับแม่ อ้อ...ก้องกำลังจะออกครับ เดี๋ยวก้องถึงแล้วโทรหานะครับ...”

 
 

“ผมไปนะ”

 

 

ยังไม่ทันที่ก้องภพจะจบประโยคสนทนา อาทิตย์กลับพูดแทรกขึ้นมา คว้ากระเป๋า เดินเปิดประตูออกไปนอกห้อง โดยไม่ทันให้อีกคนเอ่ยลา  แม้ก้องภพจะเรียกรั้งไว้ก็คล้ายไม่ทัน  เพราะพอวางสายจากแม่ แล้วเปิดประตูออกไปหาที่ทางเดิน ก็ไร้เงาของอีกคนแล้ว

 

 

คนถูกทิ้งอยู่เพียงลำพังปิดประตูกลับเข้ามาในห้องตามเดิม  เหลือบมองถุงน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋วางเคียงกันเหงา ๆ อยู่บนโต๊ะโดยไม่ทันได้แตะต้อง เขาอุตส่าห์ไปซื้อมาให้พี่อาทิตย์ตั้งแต่เช้า หากตอนนี้คงไม่มีโอกาสทำตามที่ตั้งใจไว้

 

 

...ความจริงเมื่อคืน เขาแทบนอนไม่หลับ ก็เพราะเผลอคิดมากกับเรื่องที่ยังค้างคาใจ  ในคำถามซึ่งเขาลังเลไม่กล้าบอกกับพี่อาทิตย์ให้ได้รู้ ด้วยกลัวจะสูญเสียความสัมพันธ์ระหว่างกันไป แม้จะแอบกระซิบบอกไปให้หายอึดอัดบ้างแล้ว แต่ยิ่งตื่นเช้ามามองหน้าคนที่นอนข้าง ๆ ก็ยิ่งไม่อาจห้ามใจ

 


 

...บางความรู้สึก เหมือนชัดเจนหากก็ยังคลุมเครือ แต่ในความคลุมเครือก็ยังซ่อนความชัดเจนอยู่ในนั้น 

 

 

ความชัดเจนที่บ่งบอกว่า...พี่อาทิตย์คือคนพิเศษสำหรับเขา แต่ตอนนี้คนพิเศษคนนั้น กลับไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เพราะเล่นเดินหนีหายไปเสียก่อน หรือเขาจะไปเผลอทำอะไรให้พี่อาทิตย์ไม่พอใจอีกรึเปล่า

 



 

ก้องภพถอนหายใจเบา ๆ กับความสับสนที่ไม่อาจหาคำตอบ พลางรวบถุงเตรียมเก็บน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋แช่ตู้เย็นไว้กินมื้ออื่น แต่พอเปิดตู้เย็นกลับพบบางสิ่งที่เจ้าของลืมไว้

 

 

...อ้าว...พี่อาทิตย์ไม่ได้เอาหนังสือที่แช่ตู้เย็นไว้กลับไปด้วย ถ้าโทรไปบอกตอนนี้พี่อาทิตย์คงยังเดินไม่ถึงหอ คงอาจจะกลับมาเอาทัน

 

 

คิดไป มือก็รีบหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออกในรายชื่อพี่อาทิตย์ซึ่งเม็มไว้ แต่รออยู่นานจนสัญญาณตัดก็ไม่มีการตอบรับ  เขาขมวดคิ้วงงพยายามโทรอีกครั้ง ทว่าผลก็ยังเป็นเหมือนเดิม 

 

 

เขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะสัญญาณมีปัญหา หรือตอนนี้โทรศัพท์ไม่ได้อยู่ติดตัวกับพี่อาทิตย์ แต่เขาไม่มีเวลาอยู่รอนาน เพราะต้องรีบไปงานวันเกิดหลานสาวตัวเอง งั้นไว้วันจันทร์ เขาค่อยเอาไปคืนพี่อาทิตย์ใหม่ก็ได้

 

 

            ก้องภพเลยเก็บหนังสือซึ่งกลับมาแห้งเป็นปกติวางไว้บนโต๊ะ  ก่อนหยิบกล่องของขวัญขึ้นมา แต่แล้วก็เผลอยิ้มบางเมื่อนึกถึงหน้าของคนที่ยอมไปเลือกด้วยกัน

 


 

            ...ไม่เป็นไร ...คำพูดที่บอกไปเมื่อคืนว่าเขาคิดอะไรกับพี่อาทิตย์ แม้ตอนนี้ยังไม่กล้า แต่เขาหวังว่าจะบอกมันออกไปให้ชัดเจน

 

 
 

            ...สักวันหนึ่ง

 

 

            ...

 
 

            ...

 

 

 

ทว่าโชคร้ายที่ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่คิด

 

 

เมื่อก้องภพพยายามโทรหาอาทิตย์ในเช้าวันจันทร์ต่อมา แต่ไม่มีสัญญาณใด ๆ ตอบรับ ทั้งเจ้าตัวก็ยังไม่โทรกลับมาหาเขาด้วย คล้ายอีกฝ่ายขาดการติดต่อโดยสิ้นเชิง

 

 

...พี่อาทิตย์เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมถึงเงียบหายไปอย่างนี้ หรือเขาจะเผลอไปทำอะไรให้พี่อาทิตย์โกรธจริง ๆ แต่เรื่องไหนกันล่ะที่พี่จะโกรธ ...เรื่องที่เขาไม่ยอมบอกว่าอยู่ระเบียงห้องตรงข้าม

 

 

...หรือเรื่องคำถามที่พี่อาทิตย์เคยถามไว้

 


 

ตี๊ด! ตี๊ด!

 

 

ก้องภพสะดุ้งตกใจกับเสียงสัญญาณเข้าจากไอโฟนที่กำลังสั่น เขาหยิบมันขึ้นมาดูเผื่อหวังจะเป็นคนที่เฝ้ารอ หากก็พบว่าสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ เป็นเพียงข้อความจากโปรแกรมไลน์ซึ่งเอ็มส่งมาหา

 
 

มึงอยู่ไหนวะ

 
 

อยู่โต๊ะในสุดใต้ตึกคณะ

 

 

เจ้าของพิมพ์ตอบกลับ  พลางเลื่อนสไลด์เปิดเช็คโปรแกรมไลน์ที่ไม่ค่อยได้เล่นเท่าไร ก่อนสายตาจะไปสะดุดเข้ากับรายชื่อของใครบางคนในช่องข้อมูลเพิ่มเพื่อน

 
 

เขาไม่รู้ว่าพี่อาทิตย์เล่นไลน์รึเปล่า แต่ก็อย่างน้อยนี่ก็คงเป็นอีกช่องทางที่เขาสามารถติดต่อสื่อสารได้ ก้องภพเลยรีบกดแอดรับเป็นเพื่อน แล้วตัดสินใจเปลี่ยนไปพิมพ์ข้อความทิ้งไว้

 

 

            พี่อาทิตย์ครับ ผมก้องภพนะครับ พี่ลืมหนังสือไว้ที่ห้องผม วันนี้พี่ว่างเมื่อไรครับ ผมจะเอาไปคืนให้

 

 

            เขากด ‘Send’ หวังให้คู่สนทนาเห็นข้อความที่ฝากไว้ ก่อนจะละสายตาจากหน้าจอ เมื่อได้ยินเสียงเพื่อนซึ่งกำลังตามตัวอยู่พูดทัก

 

 

“เฮ้ย! มานั่งหลบมุมอะไรตรงนี้วะ ไอ้ก้อง ให้กูหาตั้งนาน ว่าจะมาขอลอกการบ้านเคมหน่อย กูยังไม่ทำเลยวะ เมื่อคืนตีดอทเพลินแม่งเสือกป้อมแตกอีก กูเซ็ง!

 

 

เอ็มบ่นงึมงำตามประสาคนเล่นเกมส์ ซึ่งเขาก็ชินกับไอ้พฤติกรรมอย่างนี้ของเพื่อนมาตั้งแต่สมัยมัธยม เลยหยิบเอารายงานวิชาเคมีจากกระเป๋าขึ้นมาวางบนโต๊ะให้เพื่อน ที่ก็ยังคงไม่เลิกคุยฟุ้งอัพเดทข่าวยามเช้า

 

 

“เออ...เมื่อกี๊กูเจอพี่อาทิตย์ด้วยว่ะ ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นเขา แม่งตัดผมมาใหม่อย่างหล่ออ่ะ เห็นพวกเมย์ยืนกรี๊ดรุมคุยกันอยู่ตั้งนาน”

 

 

มือที่กำลังส่งแผ่นรายงานวิชาเคมีชะงัก เขารีบเงยหน้าขึ้นถามคนตรงข้ามทันควัน

 

 

“ไปเจอที่ไหน”

 
 

“ตรงหน้าคณะที่จอดมอไซต์”

 
 

“เดี๋ยวกูมานะ”

 

 

ก้องภพผุดลุกขึ้นยืนทันที โดยไม่สนสายตาของเพื่อนที่ยังคงงง ๆ รีบเดินจะแทบจนกลายเป็นวิ่งพุ่งตรงไปยังหน้าตึกคณะ ซึ่งเป็นที่ว่างจอดรถมอเตอร์ไซต์ของนักศึกษา หันมองซ้ายขวาเพื่อหาคนบางคน ก่อนจะเหลือบเห็นเพื่อนในภาคที่ยังยืนล้อมวงคุยกันอยู่ ทว่ากลับไม่มีคนที่ตามหาอยู่ในวงนั้น เขาเดินเข้าไปใกล้ ในจังหวะเดียวกับที่สาวใส่แว่นเงยหน้ามาเห็นพอดี เลยเอ่ยทักเมื่อร่างสูงอยู่ในท่าทางเหงื่อซึม รีบร้อนแปลก ๆ 

 

 

“อ้าว ก้องจะรีบไปไหนเหรอ หอบแต่เช้าเลย”

 
 

“เมย์ พี่อาทิตย์ล่ะ”

 
 

“อ้อ เห็นว่าพี่เขารีบไปเรียน เพิ่งเดินขึ้นตึกไปเมื่อกี๊นี้เอง”

 

 

...เขาพลาดไปแล้วแค่ไม่กี่นาที แต่ไม่แน่ ถ้าตามขึ้นตึกไปตอนนี้ก็อาจจะยังทัน เสียแต่เขาไม่รู้ว่าพี่อาทิตย์เรียนอยู่ชั้นไหนห้องไหน

 

 

ก้องภพจึงตัดสินใจหยิบไอโฟนมากดโทรออก หากเสียงปลายสายก็ดังอยู่แบบนั้น โดยไม่มีสัญญาณตอบรับเหมือนเช่นเคย เขากดวางสาย ก่อนเลื่อนสไลด์เปลี่ยนไปเปิดโปรแกรมไลน์ที่เขาส่งข้อความไปหาพี่อาทิตย์

 

 

...มันขึ้นสถานะว่า  ‘Read’  และสิ้นสุดเพียงแค่นั้น

 


 

 ก้องภพกำโทรศัพท์ในมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างถาโถมในใจจนสั่นไหว

 

 

...พี่อาทิตย์ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง คล้ายกับพี่อาทิตย์จงใจจะเฉยชากับเขา โดยที่เขาไม่รู้เหตุผลชัดเจนเลยด้วยซ้ำ แต่เขาจะไม่ปล่อยให้ไปทั้งอย่างนี้ จนกว่าเขาจะเข้าใจว่า เพราะอะไรพี่อาทิตย์ถึงพยายามไม่ยอมคุยกับเขา 

 

           ....



           ....

 


 

ช่วงเวลาพักเที่ยง ในโรงอาหารคึกคักไปด้วยนักศึกษา แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะถูกยึดครองโดยเด็กคณะวิศวะซึ่งมีจำนวนคนเรียนเยอะมากกว่าคณะอื่น จนแทบจะกลายเป็นโรงอาหารของคณะวิศวะถาวร รวมถึงกลุ่มของแก๊งค์ชายโฉดปีสามประจำภาควิชาอุตสาหการ ที่เพิ่งเลิกเรียนเดินคุยเฮฮามาเพื่อกินข้าว ทว่าหนึ่งในนั้นกลับไม่มีอารมณ์ร่วมจนเพื่อนสนิทต้องเรียกทัก

 

 

“อาทิตย์...อาทิตย์...เฮ้ย!  ได้ยินกูเปล่าวะ”


 

“ห่ะ! มีไร”

 

 

คนเหม่อสะดุ้ง รีบหันมามองคู่สนทนาซึ่งขมวดคิ้วถาม

 

 

“มึงเป็นไรวะ เห็นเงียบแต่เช้าแล้ว”



 

ความจริงน็อตอยากจะถาม ตั้งแต่เห็นอาการแปลก ๆ ของมันตอนถือโทรศัพท์ที่มีสัญญาณเรียกเข้า แต่แทนที่มันจะกดรับ กลับไปปิดเสียงปิดระบบสั่นโดยไม่ตัด แล้วก็ปล่อยให้คนโทรมาเป็นฝ่ายเงียบไปเอง เสร็จแล้วก็นั่งซึม ๆ เหม่อ ๆ ไม่พูดไม่จากตลอดการเรียน  ดูก็รู้ว่าคงมีปัญหาอะไรสักอย่าง แต่นิสัยของอาทิตย์ไม่เคยพูดออกมาหรอก ฟังเอาจากตอนนี้ที่คนถูกถามพยายามเลี่ยง

 

 

“เออ...กูง่วง...เมื่อคืนกูดูบอลดึกไปหน่อย”


 

“เหรอ คู่ไหนวะ เมื่อคืนไม่เห็นมีตารางถ่ายทอดสดนี่หว่า”

 



            น็อตแกล้งแหย่ไปอีกรอบ ทันเห็นคนโดนจับได้ทำสายตาวอกแวก แล้วรีบบอกปัดเปลี่ยนเรื่อง

 

 

            “เออ เรื่องของกูเหอะ กูหิวแล้วว่ะ กินไรดีวะ”



 

อาทิตย์รีบเดินนำหน้า ทำเป็นมองหาร้านขายอาหาร เพื่อกลบเกลื่อนคำโกหกของตัวเอง

 

 

...ไอ้ง่วงน่ะเรื่องจริง แต่ไม่ใช่จากการดูบอลดึก มันเป็นเพราะเขานอนไม่ค่อยหลับติดต่อกันมาสองคืนแล้วต่างหาก



 

ทั้งที่เมื่อวานก็กลับไปนอนหอตัวเอง เพราะช่างมาซ่อมก๊อกใต้อ่างเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่สิบโมงแล้ว แต่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าดันลืมหนังสือในแช่ตู้เย็นไว้ในห้องของก้องภพ  อยากจะโทษความสะเพร่าที่ทำให้ตัวเขาไม่เคยหนีไปได้ไกล ต้องมาวนเวียนเจอกันอยู่เรื่อย และก็เป็นจริงดังคาดเมื่อก้องภพโทรหาเขาในตอนเย็น แต่เขากลับไม่ยอมรับโทรศัพท์ จะเป็นเพราะสาเหคุอะไรก็ไม่รู้ 


 

...แต่ที่แน่ใจคือตอนนี้เขายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคนคนนั้น



 

อาทิตย์ถอนหายใจ พยายามสลัดความอึดอัดใจให้พ้นจากสมอง แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อเงยหน้าพบใครบางคนซึ่งคุ้นตากำลังเดินมาจากที่ไกล ๆ  

 

 

ก้องภพเห็นกลุ่มพี่ปีสามในเสื้อช็อปอยู่อีกฝั่งของโรงอาหาร และก็คล้ายจะเห็นคนที่เขาตามหาอยู่แว๊บ ๆ ในกลุ่ม ถึงไม่ค่อยมั่นใจแต่ก็รีบเสี่ยงเดินมา ทว่าด้วยระยะทางและจำนวนคนในโรงอาหารที่ค่อนข้างมาก ทำให้เขาคลาดสายตาไปจนต้องรีบเข้าไปหาหนึ่งในรุ่นพี่ พลางยกมือไหว้เอ่ยถาม

 

 

“สวัสดีครับพี่น็อต พี่น็อตเห็นพี่อาทิตย์มั้ยครับ”



 

“ก็เดินตามมาข้างหลังไง อ้าว...หายไปไหนแล้ววะ พวกมึงเห็นไอ้อาทิตย์ป่ะ เมื่อกี๊ยังอยู่ด้วยกันอยู่เลย”

 

 

น็อตทำหน้างง เมื่อกวาดตามองแล้วไม่พบเพื่อนตัวเองที่เดินมาข้าง ๆ  กระนั้นก้องภพกลับไม่มีทีท่าแปลกใจ มีเพียงแววตาที่วูบไหวคล้ายท้าทาย ก่อนมันจะกลับมาอ่อนแสงเป็นปกติแล้วเปลี่ยนไปถามถึงเรื่องอื่น

 

 

“วันนี้พี่น็อตมีเรียนอีกมั้ยครับ”


 

“เดี๋ยวมีเข้าแลปเย็น ๆ เลิกตอนหกโมง”


 

“ครับ ขอบคุณครับ”

 

 

เอ่ยจบ เด็กปีหนึ่งก็เดินหายไป ปล่อยให้พี่ปีสามยังคงมึนงงกับพฤติกรรมของทั้งเพื่อนและรุ่นน้อง แต่ก็ราวกับจะเริ่มจับต้นชนปลายในความเชื่อมโยงได้

 

 

...บางทีเขาอาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าทำไมอาทิตย์ถึงมีท่าทีแปลกไป

 

 
 

...


 

...

 

 

 

“โอเคครับนักศึกษา วันนี้เลิกคลาสได้”

 
 

เสียงอาจารย์กล่าวเป็นสัญญาณที่นักศึกษาทุกคนต่างรอคอย อาทิตย์เตรียมเก็บข้าวของและปึกชีทเรียนเข้ากระเป๋า พลางได้ยินเสียงชวนของเพื่อนข้างตัว


“มึงไปกินข้าวด้วยกันป่ะ”

 
 

“กูอยากกลับหอ จะไปนอน”

 

 

เขาตอบไอ้น็อตไปสั้น ๆ เพราะวันนี้ขนาดนั่งเรียนอยู่ยังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง  ตาปรือจนเกือบจะหลับคาโต๊ะ แถมไม่มีอารมณ์ไปร่วมเฮฮากับใครเขา อยากจะกลับไปพัก เผื่อความกระอักกระอวนที่ค้างในความรู้สึกจะหายไปได้บ้าง

 
 

และไอ้น็อตคงเห็นสภาพย่ำแย่ของเขาแล้วเลยไม่อยากเซ้าซี้อะไรเพิ่ม มันเดินก้าวนำออกนอกห้องเรียนไป แต่แล้วอยู่ ๆ ก็ชะงักหันกลับมาบอกคนที่เดินตามอยู่ด้านหลัง

 

 

“อาทิตย์ มีคนมาหามึงว่ะ”



 

น็อตเบี่ยงตัวหลบให้คนถูกทักเงยหน้าขึ้นมองทันที วินาทีนั้นเขาอยากจะเดินกลับเข้าห้องใหม่ หากก็ไม่ทันไรแล้ว เมื่อคนที่หลีกเลี่ยงการเผชิญมาตลอดวัน กลับปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าคล้ายกำลังเฝ้ารอ

 

 

“พี่อาทิตย์ครับ”



 

ก้องภพเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพเหมือนทุกครั้ง แต่ไม่รู้ทำไม เขากลับสัมผัสได้ว่าบรรยากาศรอบมันเต็มไปด้วยความจริงจัง โดยเฉพาะแววตาที่สะท้อนมองเขาราวกับอัดแน่นไปด้วยอารมณ์ แต่อาทิตย์ก็ทำเป็นเมินหลบสายตาคู่นั้น พยายามทำตัวให้เป็นปกติ ใช้คำพูดด้วยท่าทางห่างเหินสั้น ๆ

 

 

“คุณมีธุระอะไร”


 

            “ผมเอาหนังสือมาคืนพี่ครับ”

 

 

ก้องภพหยิบหนังสือห้องสมุด พร้อมทั้งชีทแบบเรียนและหนังสือการ์ตูนซึ่งแห้งสนิทไม่มีรอยบวมชื้นออกมา อาทิตย์ยื่นมือไปรับให้มันจบเรื่องไป หากพอจับ อีกฝ่ายกลับขืนไม่ยอมคืนหนังสือ จนเขาต้องสั่งเสียงดุ

 

 

“ปล่อย”


 

“เดี๋ยวผมจะปล่อยให้ครับ แต่ผมมีเรื่องอยากคุยกับพี่ก่อน”


 

“ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ”


 

ไม่เพียงแค่น้ำเสียง ท่าทางเฉยชาไม่ยอมสบตามอง ทำให้ก้องภพยิ่งนึกหวั่น แต่ก็ยังดื้อดึงพยายามเปลี่ยนไปเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

 

 

“พี่อาทิตย์ครับ...”




 

“ถ้าคุณไม่คืน ผมก็ไม่เอา”

 


 

อาทิตย์เป็นฝ่ายหมดความอดทน ตัดบทการสนทนา  ปล่อยมือจากหนังสือ แล้วหันหลังโดยไม่แม้แต่จะสนใจ เดินตรงลิ่วไปทางเพื่อนที่รออยู่ ซึ่งก้าวตามมาข้าง ๆ พลางเหลียวมองน้องปีหนึ่งที่ถูกทิ้งให้ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น จนทำให้คนมองเห็นเหตุการณ์อดถามไม่ได้

 

 

            “ไปมีเรื่องทะเลาะอะไรกับน้องมันเหรอวะ”


 

“เปล่า ไม่ได้ทะเลาะ”

 

 

คำปฏิเสธหน้าตาเฉยสวนทางกับสถานการณ์ชัด ๆ ทำเอาน็อตพ่นลมหายใจอย่างระอา



 

“หึ กูคงเชื่อหรอก น้องมันถามหามึงตั้งแต่เมื่อเที่ยงแล้ว มองหน้าก็รู้ว่ามีเรื่องอยากเคลียร์กับมึง แล้วมึงจะหลบหน้าน้องเขาไปทำไมวะ”



 

ประโยคจี้ใจจนอาทิตย์สะอึก อยากจะแก้ตัวเถียงใส่เพื่อนสักคำ แต่เขาไม่สามารถจะพูดอะไรออกมาได้เลย

 

 

...ก็เพราะมันเป็นความจริง ทุกครั้งที่มองเห็นสายตาของก้องภพ  มันมีแต่ยิ่งตอกย้ำว่าเขาไม่สามารถทำตัวเป็นปกติเหมือนเดิมได้ เขารู้สึกอึดอัดทรมานเหมือนหายใจไม่ออก   เลยต้องพยายามหลบ  พยายามหนีให้ห่างมากที่สุด ทั้งจากตัวของก้องภพ


 

...และอาจจะหนีให้ห่าง ....จากความสั่นไหวของหัวใจตัวเอง

 



 

“น็อต เมื่อกี๊มึงชวนกูไปไหนนะ กูไปด้วย”

 

 

            อาทิตย์เปลี่ยนใจกะทันหัน เห็นเพื่อนข้างตัวหันมอง แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพิ่ม


 

เขาเลยลากยาวไปกินข้าวกับไอ้น็อต  แล้วบังเอิญเจอพวกเปรมเลยชวนกันไปต่อ ไม่ไปได้ไปกินเหล้า แต่ไปกินนมเย็น นั่งเหล่สาวอยู่ที่ร้านขายกาแฟชิล ๆ คุยเรื่องนู้นเรื่องนี้เรื่อยเปื่อย กว่าจะเลิกก็ตอนฝนเริ่มเทลงมาถึงจะแยกย้ายกันได้

 

 

อาทิตย์อาศัยมอเตอร์ไซต์น็อตฝ่าฝนกลับมาถึงหอในเวลาเกือบสามทุ่ม

 
 

คนเนื้อตัวเปียกเดินเข้าห้องด้วยอาการสะโหลสะเหล ตั้งใจจะอาบน้ำเพราะกลัวเป็นหวัดขึ้นมา เขากำลังจะเลื่อนเปิดประตูกระจกออก แต่แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเหลือบเห็นใครบางคนอยู่ที่ระเบียงฝั่งตรงข้ามท่ามกลางม่านฝน

 
 

            อาทิตย์แง้มมองลอดจากผ้าม่าน ตอนแรกนึกว่าคนที่ยืนอีกฝั่งจะสูบบุหรี่ แต่มันกลับยืนนิ่ง ๆ ใจลอย เหม่อมองสายฝนโดยไม่รู้ว่าคิดอะไร

 

 

            เขานิ่งมองภาพนั้นด้วยความลังเล กับตะกอนความรู้สึกบางอย่างที่ตกค้างอยู่ในใจ


 

 

            ...

 
 

            ...



 

           

...พี่อาทิตย์คงกลับมาแล้ว


 

หากก้องภพก็ยังไม่ขยับไปไหน ยืนมองไฟที่เปิดสว่างอยู่ระเบียงฝั่งตรงข้าม ...ไม่รู้ว่าเป็นเวลากี่โมง ...ไม่รู้แม้กระทั่งว่าควรทำอะไรต่อไปในตอนนี้ เพราะใจมันยังวนเวียนในความคิดเดิม ๆ ที่เขาไม่อยากจะยอมรับ

 

 

...ความกลัวที่กำลังจะสูญเสียพี่อาทิตย์ไป



 

ทำไมเขาถึงไม่สังเกตว่าไม่ใช่แค่วันนี้  มันเป็นตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์แล้วที่พี่อาทิตย์ไม่ยอมหน้าเขา หรืออาจจะเริ่มมาตั้งเมื่อคืนวันเสาร์ที่พี่อาทิตย์ถามคำถามซึ่งเขาไม่ยอมตอบ



          หรือคำตอบนั้นพี่อาทิตย์อาจจะพอเดาได้อยู่แล้ว เลยโกรธเพราะไม่อยากจะรับความรู้สึกของเขาไว้  แต่ถ้าจะโกรธกันด้วยเหตุผลนี้ สู้ให้เขาบอกไปตรง ๆ เสียจะดีกว่าที่ไม่บอก เพราะเขาคงทนไม่ได้ถ้าพี่อาทิตย์จะมาหลบหน้ากันไปโดยที่เขาก็ยังไม่เข้าใจอะไรเลย

 

 

ความเครียดในสมอง ส่งผลให้อยากจะจุดบุหรี่ขึ้นสูบสักมวน  แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาโยนซองทิ้งถังขยะ เมื่อคราวที่รับปากกับพี่อาทิตย์ว่าจะไม่สูบอีก เลยต้องมาทำตัวเป็นพระเอกมิวสิควิดีโอยืนมองระเบียงที่อยู่ห่างออกไป 15 เมตรหากมันช่างห่างไกลเหลือเกินในความรู้สึก

 


 

            ก้องภพถอนหายใจ  ละสายตาจากแสงไฟสว่างจากระเบียงห้องตรงข้าม

 
 

เขาควรไปอาบน้ำได้แล้ว เผื่อความเย็นจะช่วยระบายความอึดอัดใจลงบ้าง  กำลังหมุนตัวหันหลังเข้าห้อง ในจังหวะเดียวกับที่เสียงไอโฟนในกระเป๋ากางเกงสั่นเบา ๆ และทันทีที่เห็นรายชื่อคนโทรเข้า เขาก็ต้องเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ รีบกดรับ พร้อมเรียกชื่อของคนที่พยายามหลบหน้ามาทั้งวัน



 

“พี่อาทิตย์ครับ...”


 

“ผมฝากให้คุณคืนหนังสือที่ห้องสมุดไปเลยแล้วกัน ส่วนการ์ตูนคุณก็เอาไปเลย ผมจะไปเสียค่าปรับกับร้านเอง แค่นี้นะ”

 

 

ประโยคที่ถูกเอ่ยอย่างรวดเร็ว ก่อนปลายสายทำท่าจะวางลง ทำให้ก้องภพต้องรีบรั้ง

 


 

“เดี๋ยวครับ! พี่อาทิตย์โกรธผมเหรอครับ”


 

“เปล่า”

 
 

“ถ้าไม่ใช่  แล้วทำไมพี่ถึงไม่ยอมคุยกับผมล่ะครับ หรือพี่โกรธเรื่องเมื่อวันนั้นที่ผมไม่ได้ตอบคำถามพี่”



 

ประโยคตรง ๆ ที่ถูกเอ่ย ไม่มีคำพูดใด ๆ ตอบกลับ นอกจากเสียงสายฝนกระทบลงพื้น บรรยากาศของความอึดอัดโรยตัวลงมาอีกครั้ง แม้รู้ว่ามันจะเสี่ยงต่อความสัมพันธ์ แต่ในนาทีเขาไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว

 


 

“ถ้าพี่ยังอยากรู้คำตอบจริง ๆ ผมจะบอกให้ก็ได้ครับ”



 

ก้องภพมองตรงไปยังระเบียงอีกฝั่ง หวังให้ถ้อยคำฝากส่งไปให้คนคนนั้น

 


 

“ผมไม่รู้ว่ามันเริ่มตอนไหน ไม่รู้ว่ามันเริ่มยังไง ทั้งที่พี่เป็นผู้ชายแล้วผมก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ผมห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้”



 

ทุกสิ่งหยุดเงียบลงคล้ายกับลมหายใจของคนฟัง  ก่อนตามมาด้วยถ้อยคำที่กลั่นกรองทุกความรู้สึก ในทุกความหมาย

 



 

“พี่อาทิตย์ครับ  ผมอยากบอกพี่มาตั้งนานแล้วว่า... ผม....”


           

 
 

ตี๊ด!



 

 

สัญญาณขาดหายในประโยคที่ยังไม่จบ  ก้องภพมองไอโฟนของตัวเองที่ถูกตัด เขาพยายามโทรกลับไปอีกรอบ หากสัญญาณรอสายกลับดังขึ้นแล้วตัดหายไปอีก และเมื่อโทรย้ำ ในที่สุดมันก็กลายเป็นบริการฝากหมายเลขโทรกลับ ซึ่งหมายความว่าอีกฝ่ายปิดเครื่องไปแล้ว

 



 

...เป็นการปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทั้งที่เขายังไม่ทันได้สารภาพความในใจ

 



 

...มันจบลงแล้วใช่มั้ย ระหว่างเขากับพี่อาทิตย์



 


 

ก้องภพเงยหน้ามองไปที่ระเบียงฝั่งตรงข้ามท่ามกลางสายฝนพร่ามัว เช่นเดียวกับความรู้สึกว่างโหวงในหัวใจ



            ...ความกลัวที่เคยคิดไว้มาตลอด เป็นจริงแล้วในนาทีนั้น




             ...เขากำลังจะเสียพี่อาทิตย์ไป

 







 

หากก้องภพคงไม่อาจรู้...สายฝนที่ตกกระทบลงพื้น มันไม่ได้ต่างจากความรู้สึกมากมายที่ตกกระทบลงใจของอาทิตย์



            เบื้องหลังระเบียงของอีกฝั่ง อาทิตย์ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง ปล่อยโทรศัพท์ที่เขาเพิ่งปิดเครื่องหนีทิ้งไว้อย่างนั้น

 

 

...ไม่ใช่เดาไม่ได้ว่าก้องภพจะพูดอะไร แต่เขาไม่อยากจะฟังในตอนนี้  ในตอนที่เขาไม่พร้อมเผชิญหน้า และไม่พร้อมจะตอบคำถามของตัวเองได้ว่า...




 

...เขาคิดอะไรรึเปล่ากับ...ก้องภพ

 

 

 
 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




 

TBC

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 391 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,150 ความคิดเห็น

  1. #14118 Londar (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 01:59

    สงสารก้องภพ ตอนนี้หน่วงมากเลยย

    #14,118
    0
  2. #14105 marmalade25 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 01:13

    เเสียน้ำตามี่หน้าระเบียง...ขอบคุณนะคะ สนุกมาก เพิ่งดูซีรี่ย์เลยตามมาอ่านค่ะ

    #14,105
    0
  3. #14004 Sutthida0211 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 15:46
    สงสารก้องภพนะ แต่ก็เข้าใจพี่อาทิตย์
    #14,004
    0
  4. #13992 BenBen_SK (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 23:16
    ใจร้ายมากๆอะ อย่างน้อยก็น่าจะฟังให้จบ
    #13,992
    0
  5. #13917 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 22:32
    จำได้อันนี้กำลังซึ้งๆดราม่า เห็นแฟนอาร์ตที่วาดว่าที่สัญญาณตัดเพราะตังโทรศัพท์พี่อาทิตย์หมดนี่ เราก็ไม่สามารถอ่านตอนนี้ด้วยความรู้สึกเดิมได้อีกต่อไป 555555555
    #13,917
    0
  6. #13879 เหมียวขนฟู (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 03:29
    โอ๊ย หน่วง ปวดใจแปล๊บๆเลย
    #13,879
    0
  7. #13838 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 19:18
    ไม่ดราม่าใช่มั้ย
    #13,838
    0
  8. #13749 เงารัตติกาล (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 17:03
    อ่านตอนนี้ทีไรน้ำตาจะไหลทุกที
    #13,749
    0
  9. #13725 earnnae14 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 16:27
    น้ำตาไหล *-*
    #13,725
    0
  10. #13714 นู๋นา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 21:31
    ปวดใจสุดๆ
    #13,714
    0
  11. #13713 นู๋นา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 21:30
    ปวดใจสุดๆ
    #13,713
    0
  12. #13712 นู๋นา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 21:30
    ปวดใจสุดๆ
    #13,712
    0
  13. #13684 มูตี้ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 18:23
    ^_____^
    #13,684
    0
  14. #13660 123 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 01:14
    ฮือออหน่วงงจัง
    #13,660
    0
  15. #13608 ThisMayMay (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 21:50
    กลับมาอ่านน ยังรู้สึกเศร้าเหมือนเดิมม ????????
    #13,608
    0
  16. #13519 ยัมมี่หมีคยอม (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 10:54
    น้ำตาซึมเลยโอ๊ยยย ทำไมต้องเป็นงี้ ฮือออ
    #13,519
    0
  17. #13458 จอยยย (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 18:47
    ทำมัยฉันร้องหัย โอ้ยยสงสาร
    #13,458
    0
  18. #13361 Emod-ngam (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 07:10
    ชอบตอนนี้มากอ่ะ อ่านครั้งแรกร้องให้เลยครูรุ คาอาทิตยิคนไม่มีหัวใจ แงๆๆ
    #13,361
    0
  19. #13292 dark chocolate (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 22:38
    หน่วงเฟร่อออออ เจ็บอะ สงสารก้องภพสุดอะไรสุด ฮืออออ
    #13,292
    0
  20. #13232 กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 14:30
    รู้สึก หน่วงๆ เหมือนจะร้องไห้ T^T "
    #13,232
    0
  21. #13165 phirayajungkook (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 21:02
    เจ็บแทน หื้อออ
    #13,165
    0
  22. #13013 AutumnPloy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 19:56
    นี่รู้สึกว่าตัวเองอกหักแทนทั้งสองคนเลยอ่ะ ทำไมล่ะ ทำไมพี่อาทิตย์ถึงไม่เปิดใจยอมรับฟังน้อง พี่อาทิตย์ใจร้ายยย แต่ว่าก้องภพก็ใจร้ายกว่า ที่ไม่ยอมพูดความจริงไป แต่เราเข้าใจก้องภพนะ เราก็กลัวเหมือนถ้าเราได้เจอกับความสับสนนี้ TT
    #13,013
    0
  23. #12964 balong'pongpang (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 14:21
    คิดถึงเลยกลับมาอ่านอีกรอบ >< อ่าานตอนนี้อยู่ แล้วเพลง ทิ้งไว้กลางทางดังขึ้นมา น้ำตาจิแตกกกก
    #12,964
    0
  24. #12934 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 11:51
    หน่วงใจมากๆๆๆๆเลย T_T
    #12,934
    0
  25. #12824 lovelove_empty (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 22:05
    มันหน่วงๆ อยากให้ยอมรับหัวใจตัวเองให้ได้
    #12,824
    0