SOTUS : พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง [Yaoi]

ตอนที่ 22 : กฎของปีหนึ่งข้อที่ 19 : เกียร์จากพี่ว้ากคือสิ่งสำคัญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 158,433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 423 ครั้ง
    7 ต.ค. 56

 

SOTUS  :  พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง






กฎของปีหนึ่งข้อที่ 19  :  เกียร์จากพี่ว้ากคือสิ่งสำคัญ





 

 

“ตกลงว่าอย่างนี้นะก้อง  ...ก้อง ...ก้องภพฟังอยู่รึเปล่า?”     



 

ก้องภพเรียกสติของตัวเองกลับมาสู่วงสนทนา  ตอนนี้เขากำลังอยู่ในบังกะโลริมทะเลหลังหนึ่งของเพื่อนที่มารวมตัวกัน เพื่อคิดการแสดงสำหรับปีหนึ่งในคืนนี้  เขาเองก็โดนเรียกตัวให้มาเป็นหนึ่งในนักแสดง เตรียมซักซ้อมบทที่วางไว้ให้เข้าใจตรงกัน และทุกคนก็กำลังมองเขาเพื่อรอคำตอบรับ
 

 

“อืม ฟังอยู่ เราเอาตามที่เมย์บอกก็ได้”


 

พอได้ยินประโยคตกลง เมย์จึงสรุปการประชุม โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับความจริง เพราะในหัวของก้องภพไม่ได้อยู่ที่การแสดงเลยแม้แต่น้อย หากมันกำลังลอยไปยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนบ่าย ซึ่งส่งผลต่อทั้งความรู้สึกของเขาและใครบางคน



 

            ...พี่อาทิตย์โกรธเขา


 

...ไม่ใช่แค่โกรธธรรมดา แต่โกรธจัดมากกว่าทุกครั้ง



 

เขาไม่แปลกใจเลยที่จะเป็นอย่างนั้น พอเขามาตั้งสติทบทวน ก็นึกอยากจะต่อยตัวเองแรง ๆ เหมือนกัน  มันเป็นการกระทำที่บ้าบอ และไม่ได้คิดหน้าคิดหลังให้ดีเลยสักนิด เขารู้แค่ว่าอยากจะดับความหงุดหงิดของตัวเอง เลยดำน้ำทะเลลงไปให้อารมณ์เบาบางลง แต่มันกลับไปสร้างความตื่นตระหนกให้คนอื่น โดยเฉพาะคนที่เป็นคนออกคำสั่ง และเป็นคนเดียวกับที่พุ่งไปช่วยเขาคนแรก


 

...ทั้งท่าทางที่ร้อนรน ทั้งน้ำเสียงที่ห่วงใย รวมถึงแววตาที่หวาดกลัวนั้น เขาสัมผัสได้ว่ามันเต็มไปด้วยความจริงจังแค่ไหน  


 

แต่สุดท้าย...พอรู้ว่าทั้งหมดมันเกิดจากแค่เหตุผลงี่เง่าเอาแต่ใจของเขา คงคล้ายการถูกตบหน้า เหยียบย้ำความหวังดีให้กลายเป็นเรื่องตลก และคงทำลายความรู้สึกของคนรับผิดชอบในฐานะเฮดว้ากจนหมดสิ้น


 

ก้องภพอยากจะขอโทษ...  เขาไม่มีอะไรจะอธิบายนอกจากแค่คำพูดเพียงคำเดียว แต่ถึงเขาจะพยายามเที่ยวตามหาพี่อาทิตย์ไปทั่วรีสอร์ทก็ยังไม่เห็นแม้เงา กระทั่งโดนดึงมาให้ประชุมเรื่องการแสดงเลยจำต้องหยุดเอาไว้ หากในใจก็ยังเผลอกระวนกระวายด้วยความรู้สึกผิดไม่หาย



 

            คนคิดมากเผลอถอนหายใจ ระบายความอึดอัดของตัวเองผ่านอากาศ


 

...เอาเถอะ...ยังไงซะคืนนี้หลังการแสดงจะมีศึก  ชิงเกียร์ภาคอย่างน้อยพี่อาทิตย์ก็ต้องมาเป็นหัวหน้าคุม และเขาก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าศึกครั้งนี้คงจะโหดกว่าที่ผ่านมาแน่ ๆ เพราะเป็นการพิสูจน์รุ่นของปีหนึ่งเป็นศึกสุดท้ายแล้ว แต่เขามั่นใจว่าจะต้องทำทุกทางให้พวกพี่ยอมรับเขาเป็นส่วนหนึ่งของภาควิชา



           

...และเหนื่อสิ่งอื่นใด เขาหวังว่าพี่อาทิตย์จะยอมรับฟังคำพูดนั้นของเขา



 

...


 

...

 
 

หนึ่งทุ่มตรง

 
 

 หลังน้อง ๆ  จัดการกินข้าวแบบบุฟเฟต์อิ่มหนำสำราญไปที่เรียบร้อย ก็ถูกสั่งรวมพลมายังลานประชุม  ซึ่งมีเวทีเตรียมพร้อมสำหรับการแสดงจากทุกชั้นปีไล่จากรุ่นใหญ่ไปจนถึงรุ่นเล็ก


 

เปิดประเดิมกันด้วยการแสดงของพี่ปีสี่ นำโดยพี่เดียร์พร้อมเพื่อน ๆ หอบกีตาร์มาร้องเพลงเบา ๆ เป็นการอุ่นเครื่องให้น้อง    หากแค่นี้ก็เรียกเสียงกรี๊ดจากสาว ๆ กันได้ดังสนั่น  และตามมาด้วยเสียงกรี๊ดปนเสียงหัวเราะที่ดังกว่านั้น จากการแสดงตลกล้อเลียนละครโทรทัศน์ หนัง โฆษณา เอามาครีเอทยำมิกซ์รวมกันมั่วของพวกพี่ ๆ กลุ่มสันทนาการปีสอง ซึ่งมาแสดงข้ามตัดหน้าชั้นปีสามไป  ด้วยเหตุผลว่า  การแสดงของชั้นปีสามยังไม่พร้อม    แต่เมื่อปีสองแสดงจบ พี่ปีสามก็ยังคงให้สัญญาณว่ายังไม่เรียบร้อยดี ปีหนึ่งจึงต้องขึ้นแสดงก่อน



 

ก้องภพเดินไปด้านหลังเวที เล่นตามบทบาทของตัวเองที่วางไว้ ซึ่งก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพราะเนื้อเรื่องที่เมย์เป็นคนคิด ก็คือเรื่องที่บอกเล่าชีวิตของนักศึกษาเฟรชชี่คณะวิศวะ ผ่านการเจอเพื่อน โดนรับน้อง เจอรุ่นพี่ที่ให้คำปรึกษา


 

เขาไม่ได้แสดงเป็นตัวเอก แค่เป็นตัวละครนักศึกษาที่อยู่ปีหนึ่งเหมือนกัน แทบจะไม่ค่อยมีบทพูดอะไรมากมาย โผล่มาแค่ฉากสองฉากก็ต้องไปรออยู่ข้างเวที เลยทำให้เขามีเวลาที่จะสำรวจมองไปทั่วลาน  ก่อนจะหยุดสายตาลงเมื่อเห็นกลุ่มของพี่ปีสามทยอยเดินตามเข้ามาจากทางด้านหลังแถวน้อง   ...หนึ่งในนั้นคือคนที่เขาตามหาตัวมาตลอดทั้งวัน



 

ก้องภพจับจ้องไปยังเฮดว้ากอาทิตย์ ซึ่งยืนรวมกับกลุ่มพี่ว้ากกำลังมองตรงไปยังการแสดงบนเวที รู้สึกโล่งอกที่อีกฝ่ายมาตามคาดเดา และคราวนี้เขาจะไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมืออีก



             ...เป้าหมายในใจถูกตั้งไว้อย่างมุ่งมั่น  หากแล้วเขาก็ต้องสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงตะโกนจากนักแสดง



 

“คุณเห็นเกียร์นี่มั้ย เกียร์นี่เป็นความภาคภูมิใจของคณะวิศวะ ถ้าพวกผมไม่ให้เกียร์กับรุ่นของคุณ  แล้วคุณจะทำยังไง!


 

            “ก็แย่งมาสิครับ!



 

ก้องภพรีบหันกลับมามองบนเวทีด้วยความตกใจ ...บทพูดนี้ มันเหมือนกับคำพูดของเขาที่เคยพูดไปตอนประชุมเชียร์ครั้งแรก ประโยคปีนเกลียวที่ทำให้เขาถูกหมายหัวจากเฮดว้าก เพราะไปดูถูกศักดิ์ศรีรุ่นใหญ่เข้า  เขาไม่รู้มาก่อนว่าอยู่ ๆ มันจะมาโผล่มาในการแสดงวันนี้ด้วย  คนร้อนใจจึงรีบหันไปถามผู้กำกับการแสดงซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ


 

“ทำไมถึงได้มีบทนี้ล่ะเมย์”


 

“อ้าว...ก็เราถามก้องแล้วว่าจะขอจำลองเหตุการณ์นี้มาแสดงได้มั้ย ก้องก็บอกว่าโอเคไม่ใช่เหรอ”


 

คำตอบที่ได้ยินทำให้ก้องภพนึกทวนความทรงจำ  คงเป็นตอนที่เขามัวแต่ใจลอยไม่ทันได้ฟังการประชุมแน่ ๆ   ...โธ่เอ้ยไอ้ก้อง!  รู้แบบนี้เขาไม่น่าเออออตกลงไปก่อนเลย ไอ้เขาน่ะไม่เท่าไรหรอก แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือคู่สนทนาที่เคยถูกเขาหักหน้าตอนนั้น  แล้วยังจะต้องมาดูการมาแสดงเหมือนภาพฉายซ้ำ ๆ แบบนี้



 

            “คุณว่าอะไรนะ คุณจะแย่งเกียร์จากผมไปยังไง!


 

“ผมก็แค่จับพี่ทำเมียไงครับ! เขาว่ากันว่าของแฟนก็เหมือนของ ๆ เรา ถ้าผมจับพี่ทำเมีย เกียร์ของพี่ก็เหมือนเกียร์ของผมครับ!”



 

เสียงโห่แซวเป่าปากฟิ้วฟ้าวดังไปทั่วลาน คล้ายผู้ชมจะถูกอกถูกใจกับประโยคเด็ดสุดเสี่ยวเป็นที่จารึกของรุ่น ยกเว้นก็แต่เจ้าของคำพูดตัวจริงที่ฉากนั้นกลับช่วยสะกิดให้คิดถึงบางสิ่ง


 

 

... มานึก ๆ ดูแล้ว นับตั้งแต่ครั้งแรก เขาก็เป็นฝ่ายทำให้พี่อาทิตย์โกรธอยู่บ่อย ๆ ถ้าเป็นคนปกติโดนเขาพูดด้วยความคะนองปากต่อหน้าขนาดนี้ คงจะโมโหจนอาจตามไปกระทืบเขาตอนหลัง หรือไม่เขาก็อาจจะโดนแบนจากรุ่นพี่ทั้งรุ่น โทษฐานทำเปรี้ยวไม่เกรงกลัวเคารพ


 

...แต่พี่อาทิตย์ไม่เคยทำอย่างนั้น ถึงจะลงโทษเขาหนักแค่ไหน สุดท้ายสิ่งที่เขาสัมผัสได้จากพี่อาทิตย์คือ ความใจดี’  ซึ่งมันทำให้เขาอยากเข้าไปอยู่ใกล้มากขึ้น และมันยังทำให้เขา หวงความใจดีนั้น



              ทุกครั้งที่มองเห็นพี่อาทิตย์แสดงท่าทีเป็นกันเองกับคนอื่น เขารู้สึกหงุดหงิดเหมือนเด็กหวงของ เพราะเขารู้ว่าที่ผ่านมาระหว่างเขากับพี่อาทิตย์ ...เราไม่เคยคุยกันดี ๆ เลยสักครั้ง


 

และถ้านับจากวันนี้ มันจะสายไปมั้ย ถ้าเขาอยากจะเริ่มต้นใหม่ เขาอยากจะเลิกแกล้งให้พี่โกรธ อยากจะขอโทษในทุก ๆ อย่างที่เคยทำให้ไม่พอใจ เผื่อพี่อาทิตย์จะได้เปิดรับในตัวเขาบ้าง



 

...เผื่อสักวันหนึ่งเราจะขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น



 


 

หากครั้งนี้มันคงสายเกินไป  ไม่ใช่แค่อีกฝ่ายไม่เข้าใจ แต่ยังสร้างความโกรธให้กับเฮดว้าก  ซึ่งเดินก้าวตรงขึ้นมาบนเวทีการแสดงกลางคัน พร้อมตวาดเสียงดังลั่น



 

“พวกคุณตลกกันมากเหรอครับ แต่เสียใจผมไม่ตลกด้วย!!  กล้าแสดงแบบนี้คงไม่คิดจะเอาเกียร์ภาคกันแล้วใช่มั้ย!!  พวกคุณลงจากเวทีไปเข้าแถว ผมจะสั่งลงโทษพวกคุณทั้งหมด!!



 

นักแสดงบนเวทีรีบทำตามคำสั่งอย่างหวาด ๆ  ทว่าคนที่ใจเสียกว่าใครคงเป็นเมย์ซึ่งเป็นคนต้นคิดการแสดง  เพราะความจริงเนื้อเรื่องหลังจากนั้น รุ่นน้องที่ปีนเกลียวก็จะเข้าใจในเหตุผลของพวกพี่ว้ากผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ แต่ยังไม่ทันถึงจุดไคล์แมกซ์ก็ถูกโดนตัดจบเสียก่อน ซ้ำความซวยยังไปตกที่เพื่อนทั้งรุ่นด้วย


 

“ไม่ต้องมองผม! หลับตาไปเดี๋ยวนี้ ก้มหน้าลงไปให้หมด! ปฏิบัติ!!


 

ปีหนึ่งก้มหน้าจนคางแทบจะชิดอก ยิ่งแสงไฟในลานประชุมดับลงไปจนเหลือเพียงความมืด ก็ยิ่งสร้างความกลัวให้กับคำขู่ว่าจะอดได้เกียร์ภาค หรือถ้าพี่จะให้จริง ก็คงต้องผ่านการทำโทษหฤโหด เหมือนกับครั้งที่เคยชิงเกียร์คณะและธงรุ่นมาแล้ว


 

 

ท่ามกลางความเงียบซึ่งทิ้งช่วงหายไปหลายนาที คล้ายเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับน้อง ๆ หากอยู่ ๆ  วินาทีนั้นกลับมีเสียงบูมคณะดังขึ้นสนั่น  ไม่ใช่การบูมจากคนที่อยู่ในลาน แต่เป็นคนที่อยู่ในจอภาพโปรเจคเตอร์บนเวที



 

...จอภาพซึ่งฉายให้เห็นการฝึกซ้อมบูมของพี่ปีสาม


 

ร้อยเรียงลำดับด้วยภาพเคลื่อนไหวที่พี่ปีสามกำลังฝึกซ้อมว้าก  ...ภาพพวกพี่สันทนาการฝึกร้องเพลงภาพพี่พยาบาลช่วยงานกันจนดึกดื่น ...ภาพวันแรกของการรับน้อง ...ภาพตอนพี่ว้ากประชุมสรุปผลหลังจบการเชียร์...ภาพน้องปีหนึ่งซ้อมร้องเพลง ...ภาพตอนการแข่งกีฬาเฟรชชี่เกมส์ ...ภาคตอนปีหนึ่งบูมเพื่อชิงเกียร์คณะ ...ภาพการก้าวขึ้นไปรับธงรุ่น  ...ภาพการผูกข้อมือบายศรีสู่ขวัญ


 

 

ทุก ๆ ฉาก ทุก ๆ ตอน มันคือความทรงจำที่ทุกคนร่วมผ่านวันคืนเหล่านั้นมา ...มิตรภาพ การเสียสละ สปิริต ความเป็นหนึ่งเดียวกัน ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความยาวเกือบ 10 นาที หากมันอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมากมายและยิ่งใหญ่แทนคำพูดหลายล้านพันคำ ซึ่งคงไม่อาจมาบรรยายบอกเล่าความประทับใจอันเต็มตื้นได้หมด


 

...และแล้วภาพหน้าจอก็หยุดลง ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นภาพเคลื่อนไหวของกลุ่มพี่ว้าก ในแบล็กกราวด์ที่กำลังนั่งรวมกันอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนข้างคณะวิศวะ โดยหน้าจอจับไปยังภาพของเฮดว้ากอาทิตย์ที่มีสีหน้างง ๆ คล้ายไม่ทันตั้งตัว จนต้องถามคนถือกล้อง



 

“เฮ้ย! ถ่ายยังวะ”


 

“กูอัดอยู่เนี่ย มึงพูดเลย”


 

“อ้าว แล้วให้กูพูดไรอ่ะ”


 

“มึงอยากพูดอะไรก็พูดไปสิวะ”



 

คนถูกโยนภาระยังคงทำสีหน้ามึนงงไม่หาย แต่ในที่สุดก็หันมามองกล้อง ซึ่งซูมโฟกัสไปยังภาพของเฮดว้ากชัด ๆ แล้วเจ้าตัวจึงค่อยกระแอมไอเรียบเรียงคำพูดออกมา



 

“อะแฮ่ม! ปีหนึ่ง พวกคุณคงรู้แล้วว่า ทั้งหมดนี้คือการแสดงของพี่ปีสาม  มันเป็นการแสดงที่ยาวนานตลอดสามเดือน เพื่อให้พวกคุณทุกคนได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน  ดังนั้น ถ้ามีอะไรที่ผมทำให้พวกคุณไม่พอใจ หรือเสียความรู้สึกไป พวกผมต้องขอโทษพวกคุณจริง ๆ และสุดท้ายนี้ ทุกครั้งเวลามีเรื่องอะไร พวกคุณต้องขออนุญาตจากผมก่อน แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตจากพวกคุณทุกคน...”



 

แววตาคมของอาทิตย์สบมองมายังกล้อง คล้ายกับกำลังมองน้องทุกคนที่กำลังตั้งใจฟังคำนั้น...



 

“..ผมขออนุญาตให้พวกผมเป็น 'รุ่นพี่' ของพวกคุณได้มั้ยครับ”




 

            ...ประโยคสำคัญส่งผลให้ทั่วทั้งลานนิ่งงัน หากมันกลับสร้างความเข้าใจให้กับเด็กปีหนึ่งในเดี๋ยวนั้นเองว่า ความเป็นพี่น้องของภาควิชา ไม่ได้เกิดมาจากการบังคับขู่เข็ญ หรือต้องเป็นไปตามระบบอาวุโสเพียงอย่างเดียว



 

แต่มันเกิดจากการ... ยอมรับในกันและกันจากทั้งพี่และน้อง




 

“ถ้าพวกคุณอนุญาตให้ผมเป็น ออกไปตรงชายหาด พวกผมรอพวกคุณอยู่”


 

ข้อความสุดท้ายพร้อมภาพหน้าจอที่ดับลงเป็นอันจบสิ้นการแสดงของพี่ปีสาม แน่นอนว่าปีหนึ่งทุกคนไม่ปฏิเสธคำขอนั้น ต่างรีบพากันลุกขึ้นเดินตรงไปยังชายหาดที่ไม่อยู่ไม่ไกล แล้วก็ต้องแปลกใจกับบรรยากาศที่ถูกเนรมิตให้สว่างสวยด้วยแสงเทียนจากแก้วเล็ก ๆ วางเรียงกันไปจนสุดปลายทาง มีพวกพี่ ๆ จากทุกชั้นปียืนล้อมรอบรอพวกเขาอยู่ โดยเหลือคนเพียงคนเดียวมาขวางดักหน้าพวกเขาเอาไว้



 

เฮดว้ากอาทิตย์ยืนตามระเบียบพักด้วยท่าทางมั่นคง กวาดตามองเหล่าเฟรชชี่ แล้วจึงเอ่ยคำสั่งด้วยน้ำเสียงจริงจัง



 

“ปีหนึ่ง! ด้านหลังของผมคือ เกียร์ภาคที่คุณจะได้รับ ผมจะขอทำหน้าที่สุดท้าย โดยการส่งพวกคุณไปเอามันมาครับ!



 

จบประโยค เฮดว้ากอาทิตย์ก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นชายหาดที่มีกลุ่มของพี่ว้ากรวมถึงพี่สันทนาการทั้งหมดนั่งรออยู่ ก่อนทุกคนจะยกมือจับแขนต่อกันให้คล้ายสะพาน



 

...มันคือ สะพานดาว  ให้น้อง ๆ ก้าวเหยียบเป็นฐาน เพื่อส่งไปรับความภาคภูมิใจของรุ่นอย่างแท้จริง



 

เสียงร้องเพลงของภาควิชาเริ่มดังคลอไปตลอดพิธี ยิ่งเพิ่มบรรยากาศความศักดิ์สิทธิ์และความอบอุ่น ขณะน้องปีหนึ่งทุกคนก้าวไปบนสะพานดาวที่พี่ใช้แขนต่อกันเป็นระยะทางเพียงแค่ 5  เมตร หากในความรู้สึกซึ่งต้องทิ้งน้ำหนักตัวลงไปบนแขนของพี่ก็อดกังวลไม่ได้  แต่พวกเขารู้ดีว่า มันคือการยอมรับความลำบากจากพี่ซึ่งทำได้ทุกอย่างเพื่อน้อง โดยเฉพาะกับคนแรกที่เป็นฐานรับน้องกว่าร้อยคนก็จำต้องรับบทหนักมากกว่าคนอื่น ๆ 


 

“ขอโทษนะครับ พี่อาทิตย์”


 

ก้องภพพึมพำเบา ๆ ให้กับเฮดว้าก เขาเห็นพี่อาทิตย์มองมาที่เขาแว๊บหนึ่ง ก่อนจะเมินสายตาไม่สนใจ ปล่อยให้คำขอโทษของเขาหายไปกับอากาศ เขายอมรับว่ามันเจ็บแปล็บในใจ แม้อยากจะเคลียร์กัน แต่ตอนนี้ก็คงไม่ใช่เวลา


 

ก้องภพเลยตัดสินใจขึ้นไปเหยียบบนสะพานดาว โดยมีพี่ ๆ คอยจับมือประคองไว้จากสองฝั่งขณะก้าวข้าม และมาส่งจนสุดปลายทาง อันทอดยาวไปยังบุคคลที่รอให้เกียร์ภาค ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่ชั้นโตสุดประธานรุ่นของปีสี่


 

 

            พี่เดียร์ยืนถือเกียร์ภาคสีเงิน ตัวเกียร์สลักชื่อภาควิชาและเลขที่รุ่นเอาไว้ พอเหลือบเห็นหน้าคนที่มารับล่าสุด เจ้าตัวกลับเอ่ยทักถามก่อนจะส่งเกียร์


 

“เราชื่ออะไรนะ”


 

“ก้องภพ ครับ”


 

“พี่ได้ยินว่าเราเป็นคนคิดแผนให้ไปบูมไอ้อาทิตย์มันตอนชิงธงรุ่นใช่มั้ย”


 

            แม้จะงงที่อยู่ ๆ อีกฝ่ายยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด แต่เขาก็พยักหน้ารับตามความจริง


 

“ครับ”


 

“อืม ไอเดียเข้าท่าดีนะ ว่าแต่...เราอยากลองเป็นเฮดว้ากบ้างมั้ย”


 

ประเด็นที่สองไม่เพียงแต่จะทำให้งงหนัก หากยังสร้างความตกใจจนเขาต้องรีบย้อนถามย้ำ


 

“ผมเหรอครับ”


 

“ใช่ ไปคิด ๆ ดูก่อนก็ได้นะ แต่ถือว่าพี่จองตัวเราไว้แล้วล่ะกัน”


 

พี่เดียร์พูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ พร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร ตรงข้ามกับก้องภพที่ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงชวนเขาให้รับตำแหน่งเฮดว้าก แต่ไม่ทันจะถาม คู่สนทนากลับยื่นเกียร์ภาคส่งมาให้เขา


 

“อ่ะ เอาเกียร์ไป รักษาดี ๆ ล่ะ เออ...จริง ๆ เกียร์นี่มันมีความหมายหลายอย่างนะ”


 

เขานิ่งฟังพี่เดียร์บอกความหมายของเกียร์อย่างตั้งใจ เหมือนคำฝากฝั่งจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง แล้วจึงยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนหลบฉากไปนั่งรอในแถว ให้คนอื่นมารับเกียร์บ้าง



 

จวบจนกระทั่งปีหนึ่งทุกคนรับเกียร์จนหมด พวกรุ่นพี่และรุ่นน้องทุกคนจึงร่วมกันกอดคอร้องบูมพร้อมกันเป็นการปิดท้ายพิธีการรับเกียร์รุ่น และถือเป็นการจบฉาก การรับน้องที่ยาวนานเกือบสามเดือนเต็มอย่างสมบูรณ์


 

 

...และเมื่อสิ้นสุดพิธีอันน่าประทับใจ มันก็ต้องมีการฉลองต้อนรับสมาชิกใหม่ของภาควิชา  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อม เครื่องเสียงพร้อม ปาร์ตี้สังสรรค์สานสามัคคีรุ่นพี่รุ่นน้องจึงเริ่มต้นขึ้น   



 

 

ก้องภพเองก็ถูกเพื่อนลากเข้าวงเหล้าด้วยเหมือนกัน แต่เขาพยายามขอปลีกตัวออกมา เพราะมีธุระสำคัญที่ต้องไปสะสาง นั่นคือการต้องปรับความเข้าใจกับใครบางคน ยกเว้นแค่เพียงว่าเขาหาใครคนนั้นไม่เจอแล้ว


 

...ทั้งที่อุตส่าห์คอยมองตลอดตอนเสร็จพิธีรับเกียร์ภาค แต่พอจังหวะชุลมุนที่คนแยกย้าย พี่อาทิตย์ก็ดันคลาดสายตาไปซะได้ ถึงแม้จะเดินไปหาพี่อาทิตย์ที่วงโต๊ะของพวกพี่ว้าก ทว่าก็ยังไม่เจอตัว เขาเลยต้องเดินตามหาเลาะไล่ไปตามชายหาด แต่หาอยู่นานก็ไม่เห็นจนใจชักกระวนกระวาย


 

...มันแย่ตรงที่เขาดันไม่มีเบอร์โทรของพี่อาทิตย์ด้วย ถ้ามีก็คงจะโทรตามเจอได้ง่าย ๆ ไปแล้ว หรือว่าเขาควรจะกลับไปถามหาเบอร์จากพวกพี่ปีสามดี


 

ก้องภพตัดสินใจหมุนตัวกลับ แต่ชั่วขณะสายตาดันเหลือบไปเห็นร่างของคนคนหนึ่งเดินเลาะชายหาดมาจากฝั่งบังกะโล ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งคุ้นเคย  หากมันมีความผิดปกติบางอย่างซึ่งเขาสังเกตได้ และทำให้เขารู้สาเหตุที่เจ้าตัวหายไป


 

ตรงแขนข้างซ้ายของพี่อาทิตย์ถูกผ้าพันแผลเอาไว้ และเป็นข้างเดียวกับที่รับร่างน้องเป็นร้อย ไม่แปลกที่มันคงจะช้ำและเจ็บจนพี่ต้องไปทายารักษา กระนั้นคนเจ็บก็ไม่เคยแสดงท่าทีออกมาให้ใครได้รู้ ยังคงรักษาสีหน้านิ่งเฉย เดินผ่านเขาไป โดยไม่คิดจะเหลือบมอง จนเขาต้องรีบเร่งเดินขึ้นไปยืนดักหน้า


 

            “พี่อาทิตย์ครับ ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่ครับ”


 

            คนถูกขวางจำต้องหยุดเดิน ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับใด ๆ เพียงแค่ยืนนิ่งปล่อยให้ก้องภพเป็นคนเริ่มบทสนทนา ซึ่งก็ตรงเข้าประเด็นไม่อ้อมค้อม



 

“ผมอยาก ขอโทษพี่อาทิตย์ครับ”



 

คำเพียงคำเดียวที่ต้องการพูดถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทั้งยังมาจากความรู้สึกข้างในที่เขาอยากให้พี่อาทิตย์รับรู้ และให้โอกาสเขาได้แก้ตัวอีกครั้ง


 

ก้องภพมองสบตาคนตรงข้ามด้วยความหวัง ทว่าประโยคแรกของอีกฝ่ายกลับเป็นการย้อนถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา


 

 

“ขอโทษเรื่องอะไร”


 

“ก็ทุกเรื่องที่ทำให้พี่โกรธครับ”


 

“ถ้ารู้ว่าผมจะโกรธ แล้วคุณจะทำไปทำไม”



 

...เพียงแค่บทสนทนาสั้น ๆ แต่กลับสร้างบาดแผลให้บาดลึกในใจคนฟัง



 

ก้องภพนิ่งงัน ไม่สามารถหาเหตุผลอะไรมาตอบได้ ก็เพราะเขาก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่า เขาทำไปทำไม


 

...ไม่ใช่ไม่เคยคิด เขาเคยถามตัวเองหลายครั้งแล้ว ว่าจะแกล้งหยอกพี่อาทิตย์ไปเพื่ออะไร จะพูดให้พี่อาทิตย์โมโหทำไม ในเมื่อท้ายที่สุด เขานั่นแหละที่ต้องเป็นกังวล หาทางกลับมาขอโทษพี่อาทิตย์ทุกครั้ง



 

“คือ...ผม...”


 

คนอธิบายอึกอักพยายามเรียบเรียงคำพูด หากคนรอฟังกลับถอนหายใจคล้ายหมดความอดทน


 

“พอเถอะ ผมขี้เกียจทะเลาะกับคุณแล้ว”


 

อาทิตย์เอ่ยตัดบท  แล้วเบี่ยงตัวเดินหลบเขาออกไปยังโต๊ะของกลุ่มพี่ว้าก ทิ้งให้ก้องภพยังคงยืนอยู่บนชายหาดคนเดียวตามลำพัง ด้วยหัวใจที่ชาวาบ




 

...หมดแล้ว ไม่เหลือแม้กระทั่งโอกาสที่พี่อาทิตย์จะให้เขา



 

ก็สมควรแล้ว ในเมื่อเขาดันไปทำให้พี่อาทิตย์โกรธมากขนาดนี้ และไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่หลายครั้งจนพี่อาทิตย์อาจนึกเอือมระอา และไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาอีกต่อไปแล้ว


 

แค่คิดความรู้สึกหน่วงใจก็ตีตื้นขึ้นมาจนหนักอึ้ง  ...ไม่น่าเชื่อว่าคนเพียงคนเดียว จะมีอิทธิพลต่อใจเขามากขนาดนี้  คนที่เพิ่งเจอกันเพียงแค่สามเดือน แต่เขากลับจดจำรายละเอียดทุกอย่างได้ดี  


 

...คนที่อยู่ ๆ ก็กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาทำสิ่งต่าง ๆ

...คนที่ทำให้เขายิ้มได้หัวเราะได้กับเรื่องเล็กน้อย

...คนที่เขาอยากจะรู้จักมากขึ้น อยากขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น

 

 

...พี่อาทิตย์เป็นคนแรกและเป็นคนนั้น

 



 

ทว่าต่อจากนี้เขาจะไม่มีทางได้สัมผัสมันอีกแล้ว ถ้าพี่อาทิตย์ไม่อยากยุ่งกับเขา เขาก็จะเป็นฝ่ายหายหน้าไป เพื่อความสบายใจของตัวพี่อาทิตย์เอง


 


 

ก้องภพเก็บทุกความรู้สึกเอาไว้ในใจ เขาหมุนตัวหันหลัง เตรียมเดินกลับไปอีกทาง  แต่ยังไม่ทันจะก้าว บางสิ่งเย็น ๆ ก็สัมผัสตรงต้นคอจนเขาสะดุ้งวาบ  ต้องรีบหันมามองสาเหตุ และก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นว่าคนที่เมินเขาเมื่อครู่  ยื่นกระป๋องเบียร์ส่งมาให้ พลางถามสั้น ๆ



 

“กินมั้ย”



 

ก้องภพรับกระป๋องเบียร์เย็นเจี๊ยบไว้ในมือด้วยความมึนงงในสถานการณ์ มองคนที่คิดว่าจะไม่เจอกันอีกแล้ว ทรุดตัวนั่งลงบนหาดตรงนั้น พลางเปิดกระป๋องเบียร์ยกดื่มด้วยท่าทางสบายอารมณ์ จนเขาอดไม่ได้ที่จะถาม


 

“ผมนึกว่าพี่ไม่อยากคุยกับผมแล้ว”


 

“หึ ก็ผมบอกแล้วไงว่าขี้เกียจจะทะเลาะด้วย แต่ถ้าคุณจะคุยกับผมก็มานั่งลงคุยกันดี ๆ หรือคุณไม่อยากคุย”


 

“อยากสิครับ”


 

 

คนเห็นโอกาสรีบตอบ พลางทรุดนั่งลงบนชายหาดข้าง ๆ ...เขาไม่รู้ว่าพี่อาทิตย์คิดยังไง แต่จากท่าทางนี้ มันบ่งบอกได้ชัดว่าพี่อาทิตย์คงหายโกรธเขาแล้ว แถมยังไปหยิบเบียร์มาให้เขาดื่มอีก 

 

 

...นี่เป็นอีกครั้งที่เขาได้รับ ความใจดีจากพี่อาทิตย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า



 

ก้องภพเปิดกระป๋องเบียร์ยกขึ้นจิบบ้าง มองทะเลในวิวกลางคืน ที่พระจันทร์เสี้ยวและดาวดูสวยกว่าปกติ ลมทะเลพัดมาเบา ๆ ได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่ง บรรยากาศมันดีจนอยากปล่อยใจให้พัก เขาเลยเริ่มต้นยกเรื่องขึ้นมาชวนคุย  ด้วยคำถามที่เขาเคยอยากรู้


 

“พี่อาทิตย์ทำไมถึงมาเป็นเฮดว้ากล่ะครับ”


 

“โดนบังคับ”


 

...สั้นง่ายได้ใจความ  แต่เป็นคำตอบตรง ๆ ที่ทำเอาก้องภพแทบทำกระป๋องเบียร์หลุดมือ ทว่าคนพูดก็ยังคงเอ่ยบทสนทนาเล่าเรื่องต่อ


 

“เฮียตั้ม พี่รหัสผม เขาเป็นเฮดว้ากปีสามตอนผมอยู่ปีหนึ่ง แล้วก็เลยบังคับให้ผมเป็นตามเขา”


 

...พี่ตั้ม พี่รหัสสายโคของเขาที่กำลังจะแต่งงานกับพี่ฝนพี่รหัสจริง ๆ ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า เขาจำได้ดีตอนไปเลี้ยงหมูกระทะกัน แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่ตั้มจะเป็นเฮดว้ากรุ่นของพี่อาทิตย์ด้วย


 

“ความจริงผมก็ไม่อยากเป็นหรอก เฮดว้ากความรับผิดชอบมันหนักจะตาย แล้วก็ไม่ใช่นิสัยผมด้วย ผมเป็นคนใจร้อน ตอนที่ผมกระชากคอเสื้อคุณวันแรกที่ประชุมเชียร์ ผมเกือบโดนปลดจากตำแหน่งเฮดว้ากแล้ว เพราะทำผิดกฎ ดันไปพูดคำหยาบกับคุณ แล้วก็ยังไปแตะตัวคุณอีก แต่เพื่อนผมเขาขอเอาไว้ เพราะตอนนั้นก็ไม่มีใครช่วยกันห้าม ความผิดเลยเท่ากันหมด พี่เดียร์เขาเห็นเป็นครั้งแรกเลยเว้นไว้ เปลี่ยนไปลงโทษให้พวกผมวิ่งรอบสนาม 20 รอบแทน”



 

...เรื่องเบื้องหลังที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน สะกิดความรู้สึกของก้องภพ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้าใจมุมมองของพี่อาทิตย์  มิน่าล่ะ...หลังจากนั้นพี่อาทิตย์ถึงไม่เคยหลุดคำหยาบอะไรตอนการประชุมเชียร์อีกเลย และยังเปลี่ยนมาใช้วิธีการคุยด้วยเหตุผลกับเขาแทนด้วย ทั้งที่ต้นเหตุของการทำให้พี่โมโหครั้งนั้นคือเขาแท้ ๆ


 

คนสำนึกผิดไม่คิดโต้แย้งอะไร นอกจากเลือกใช้คำเดิม ๆ



 

“ผมขอโทษครับ”


 

“ช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ผมก็สั่งลงโทษคุณไปแล้วด้วย”


 

 

หากอาทิตย์กลับไหวไหล่ ยกเบียร์ขึ้นจิบ ด้วยท่าทางไม่คิดมากเหมือนที่บอก ปล่อยสายตาไปไกลตรงทะเลกว้าง แล้วอยู่ ๆ เขาก็ได้ยินคนข้างตัวถามประเด็นใหม่



 

“พี่อาทิตย์จำที่เราพนันตอนผมแข่งประกวดเดือนมหาลัยได้มั้ยครับ”



 

ประโยคทวงเรียกความทรงจำให้รื้อฟื้น ในเรื่องที่เกือบลืมไปแล้ว แต่คนอย่างอาทิตย์เป็นลูกผู้ชายรักษาสัญญาพูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น คนให้พนันจึงพยักหน้าตอบ



 

“อ้อ จำได้ นึกออกแล้วเหรอว่าจะขออะไร”


 

“ครับ วันเสาร์หน้า พี่อาทิตย์ว่างมั้ยครับ”


 

“อืม คงว่างมั้ง”


 

“ผมอยากไปซื้อของ ผมขอให้พี่อาทิตย์ไปเป็นเพื่อนผมหน่อยได้มั้ยครับ”


 

“แค่เนี่ย?”


 

“ครับ”



 

อาทิตย์หันมองขมวดคิ้วมองคนพูดคำขอด้วยความงง ...อุตส่าห์เก็บคำพนันไว้ตั้งสองเดือน นึกว่ามันมัวแต่ไปคิดการณ์ใหญ่หรือคิดแผนอะไรเล่นงานเขาให้เสียหน้า ที่ไหนได้มันมาดันขอให้ทำเรื่องง่าย ๆ แค่เนี่ย

 

 

“เออ ก็ได้”


 

พอได้ยินประโยคตกลง ก้องภพก็ยิ้มกว้าง


 

“งั้นผมขอเบอร์พี่อาทิตย์นะครับ เผื่อจะได้โทรนัดกันอีกที”


 

อาทิตย์มองอีกฝ่ายรีบเปลี่ยนไปล้วงหยิบไอโฟนจากกระเป๋ากางเกง กดตัวเลขสิบหลักตามที่เขาบอก ก่อนเขาจะสังเกตเห็นบางอย่างระหว่างนั้น


 


 

“แล้วเมื่อไรคุณจะถอดไอ้นั่นออก”


 

 

ก้องภพชะงัก เงยหน้าจากไอโฟนขึ้นมอง  ...ไอ้นั่น ตามสายตาของพี่อาทิตย์หยุดอยู่ที่ข้อมือด้านซ้ายซึ่งถือไอโฟนไว้



 

...ข้อมือที่มีสายสิญจน์ผูกไว้เพียงเส้นเดียว





 

“ทำไมล่ะครับ ผมว่าผูกไว้แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ผมไม่ถอดออกหรอกครับ”


 

คำยืนยันมาพร้อมรอยยิ้มบาง นัยน์ตาคู่นั้นสบตรงมายังอาทิตย์ สะท้อนประกายวิบวับบางอย่าง ซึ่งอาทิตย์ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร หากก็สร้างความรู้สึกแปลก ๆ จนต้องเผลอเบนหลบ แต่ก่อนที่ใครจะทันได้ต่อบทสนทนา เสียงเรียกจากด้านหลังที่ไกล ๆ กลับดังแทรก


 

 

“อาทิตย์! ไอ้อาทิตย์! อยู่ไหนวะ มานี้หน่อยโว้ยย!


 

เพื่อนจากวงพี่ว้ากตามตัวเฮดคนสำคัญให้กลับไปยังโต๊ะ คนถูกเรียกจึงลุกขึ้นปัดทราย เตรียมหันหลังเดินแยกย้าย


 

“ผมไปล่ะ”


 

“เดี๋ยวครับ พี่อาทิตย์”


 

ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวออกห่าง ก้องภพก็รีบลุกขึ้นมารั้งเอาไว้


 

“ผมมีของจะให้พี่ครับ”


 

“อะไร”


 

“แบมือมาสิครับ”


 

คนถูกสั่งมองท่าทียึกยักเรื่องมากของอีกฝ่ายอย่างชักจะเริ่มหงุดหงิด แต่สุดท้ายก็แบมืออีกข้างที่ไม่ได้ถือกระป๋องเบียร์ออกไป  เขาเห็นก้องภพล้วงมือเขาไปในกางเกง ก่อนกำอะไรบางอย่างวางลงมาบนฝ่ามือของเขา วัตถุสีเงินเป็นรูปฟันเฟืองซึ่งเขาเพิ่งจะส่งน้องปีหนึ่งหลายร้อยคนไปเอามันมา



 

...เกียร์ภาค

 





             “คุณเอามาคืนให้ผมทำไม!


 

อาทิตย์ตะโกนลั่น อารมณ์โกรธเริ่มปะทุ ...คิดว่ามันจะคุยด้วยกันดี ๆ กลับไม่พ้นต้องหาเรื่องมาชวนทะเลาะให้เขาโมโหจนได้ เพราะไอ้การเอาเกียร์ที่รุ่นพี่มอบให้มาคืนแบบนี้ มันดูถูกศักดิ์ศรีเฮดว้ากชัด ๆ


 

ทว่าคนโดนข้อหาดันรีบปฏิเสธบอกเหตุผล


 

“เปล่าครับ ผมแค่ฝากพี่เอาไว้”


 

“แล้วทำไมต้องฝากผมไว้ด้วย!


 

            ก้องภพไม่ได้ตอบคำถาม ตรงข้ามกลับแสดงสีหน้าแปลกใจ

 
 

“อ้าว...พี่ไม่รู้เหรอครับ ผมนึกว่าพี่รู้ความหมายของมันแล้ว งั้นพี่ลองไปถามพี่เดียร์ดูสิครับ”



 

ประโยคนั้นไม่ได้ช่วยไขความกระจ่าง แต่สร้างความมึนงงให้ซ้ำสอง ...ความหมายของเกียร์คืออะไร แล้วทำไมเขาต้องไปถามจากพี่เดียร์ด้วยวะ ในเมื่อเขาเป็นเฮดว้ากก็ต้องรู้ดีอยู่แล้วว่าเกียร์สำคัญยังไง

 
 

อาทิตย์กำลังจะอ้าปากด่าคนที่ทำเป็นกั๊ก แต่เสียงเร่งของเพื่อนดังตามมา




 

“เฮ้ย! ไอ้อาทิตย์ ทั้งโต๊ะรอมึงคนเดียวเนี่ย เร็วๆ  ดิวะ! 


 

เฮดว้ากสบตามองก้องภพ ซึ่งไม่พูดอะไรเพิ่ม เพียงแค่หลบทางให้เขาเดินกลับไปโต๊ะง่าย ๆ  เขาจึงตัดสินใจรับเกียร์ยัดใส่กระเป๋ากางเกงลวก ๆ แล้วเดินขึ้นมาจากชายหาด เพื่อมาร่วมวงชนแก้วกับรุ่นพี่ศิษย์เก่า รวมถึงรุ่นพี่ปีสี่คนอื่น ๆ



             และโชคดีที่หนึ่งในนั้นคือคนที่เป็นเจ้าของความลับที่เขาสงสัย


 


 

“พี่เดียร์ครับ เกียร์รุ่นนี่มันมีความหมายอะไรเหรอครับ”


 

ประธานรุ่นปีสี่หันมามองรุ่นน้องในตำแหน่งเฮดว้ากงง ๆ  หลังจากเดินมานั่งใกล้ ๆ โต๊ะ


 

“หืม ถามอะไรแปลก ๆ เมาแล้วเหรอเรา... เกียร์ มันก็หมายถึงสัญลักษณ์ของความสามัคคีไง แล้วก็เป็นของสำคัญของเด็กวิศวะ เพราะกว่าจะได้มามันลำบาก”


 

ยิ่งได้ฟังคำยืนยันก็ยิ่งตอกย้ำความหงุดหงิด  ...เห็นมั้ย ไอ้ก้องภพ เขาก็ว่าแล้วมันจะมีความหมายอะไรได้อีก  ไอ้ 0062 คงแค่อยากแกล้งกวนประสาทเขาจริง ๆ ด้วย หึ เสียแรงที่อุตส่าห์ไปทำตัวดีคุยกับมัน!


 

อาทิตย์ยกเบียร์ขึ้นกระดกให้คลายอารมณ์กรุ่น ขณะพี่เดียร์ต่อบทสนทนาที่เหลือเหมือนเพิ่งนึกได้



 

“อ้อ...แล้วก็เพราะว่ามันสำคัญนั่นแหละ เกียร์มันก็เลยเหมือนใจของเด็กวิศวะ เลยมีคนเปรียบกันว่า...'เกียร์อยู่ที่ใจ ...ใจอยู่ที่เกียร์ ...ฝากเกียร์ไว้กับใคร ...ฝากใจไว้กับคนนั้น' " 







 

...เบียร์แทบพุ่งพรวดออกมาจากปาก อาทิตย์สำลักไอค่อกแค่ก  จนพี่เดียร์ที่อยู่ใกล้ต้องช่วยตบไหล่ให้ผ่อนลง



 

“ค่อย ๆ กินก็ได้ สำลักซะหน้าแดงเลย ตกลงเราเมาเบียร์กระป๋องเดียวจริง ๆ เหรอวะ”




 

พี่เดียร์พูดล้อขำ ทว่าอาทิตย์ไม่ได้ขำตามไปด้วย กลับพยักหน้ารับโดยไม่เถียง

 



 

“ครับ ผมเมา”




 

...ใช่... เพราะเขากำลังเมา ความรู้สึกในใจของเขามันถึงได้สั่นแปลก ๆ  ทั้งหน้าก็เห่อร้อนขึ้นมาดื้อ ๆ และสาเหตุการเมาคงไม่ได้มาจาก ลม ฟ้า ทะเล หรือกระป๋องเบียร์  แต่มันมาจาก เกียร์

 








 

...เกียร์ที่เขารับฝากไว้จากใครบางคน



 

 


 

        -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 



 

TBC

 

 



 

 

            ป.ล.  ถ้าใครงงระยะเวลา เราสรุปมาให้สั้น ๆ ตามไทม์ไลน์นี้ค่ะ

 

            ต้นเดือนมิถุนายน            รับน้อง ประชุมเชียร์

            กลางเดือนกรกฎาคม       กีฬาเฟรชชี่เกมส์

            ปลายเดือนกรกฎาคม      ชิงเกียร์คณะ  ชิงธงรุ่น

            ต้นเดือนสิงหาคม            สอบกลางภาค

            กลางเดือนสิงหาคม        รับน้องนอกสถานที่ ชิงเกียร์ภาค

 

            ขอบคุณที่ติดตามค่ะ :)

             
            


            BitterSweet

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 423 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,150 ความคิดเห็น

  1. #14147 Onlynattylove (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 21:44
    อ่านซ้ำไปซ้ำมาไม่เบื่อเลยจ้า อ่านกี่ทีก็เขิล
    #14,147
    0
  2. #14131 Saguramio (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 11:42

    กริ๊ดดดดด

    #14,131
    0
  3. #14116 Londar (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 19:50

    อ่านแล้วเขินแก้มจะแตก เขินมากจริงๆ แก้มร้อนแล้วววววว เป็นการบอกรักโดยไม่มีคำว่ารักที่แท้ทรู

    ก้องภพมันร้ายยยย เป็นฉากที่เขินตั้งแต่ในซีรีส์จนนิยายเลยยย

    ????????????

    #14,116
    0
  4. #14089 taii2468 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 22:57
    ยิ่วอ่านยิ่งเขินนนน
    #14,089
    0
  5. #14088 Saguramio (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 21:47

    กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด"ฝากเกียร์ไว้ที่ใครก็เหมือนฝากใจไว้กันคนนั้น" ฉากนี้เราฟินทั้งในซีรี่ส์และนิยายเลยอะ งุ้ยยยย

    #14,088
    0
  6. #14052 sttks.p2h (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 21:42
    งุ้ยยยย
    #14,052
    0
  7. #13991 BenBen_SK (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 20:37
    นี่เรียนวิศวะ เพราะนิยายเรื่องนี้เลยนะ และตอนนี้ก็กำลังชิงธงด้วย กลับมาอ่านช่วงนี้มันก็จะอินหนักหน่อยๆ อยากมีพี่อาทิตย์ของตัวเองมาให้เราหยอดแบบก้องภพบ้าง
    #13,991
    0
  8. #13913 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 17:49
    ฝากเกียร์ไว้กับใคร ก็เหมือนฝากใจไว้กับคนนั้น
    #13,913
    0
  9. #13874 เหมียวขนฟู (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 02:49
    ขอข้อเดียว ได้ทั้งเที่ยวได้ทั้งเบอร์ เจ้าเล่ห์ไม่เบานะก้องภพ
    หลังจากขอเดทแล้ว ก็ทำการจีบ(อย่างเป็นทางการ มะก่อนแค่แอ๊ว ทีจริงทีเล่น) รกหนักนะคะเนี่ยย
    #13,874
    0
  10. #13834 วายนะเออ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 10:51
    แหม...เนียนนะตรงขอเบอร์เนี่ย

    แต่สุดท้ายยอมใจให้กับก้องภพจริงๆค่ะ

    'เกียร์อยู่ที่ใจ...ใจอยู่ที่เกียร์...ฝากเกียร์ไว้กับใคร...ฝากใจไว้กับคนนั้น...'

    ฮิ้ววววว
    #13,834
    0
  11. #13826 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 12:40
    ก้องภพพพพ พี่ไออุ่นเขินหมดแล้ววว
    #13,826
    0
  12. #13745 san (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 10:44
    ชอบมากกก

    เขินไปอีก ฟินนนนนนน

    แง่ม ๆ
    #13,745
    0
  13. #13674 Natsachi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 16:38
    พี่อาทิตย์จะตัดผมตอนไหนน้อออออ
    #13,674
    0
  14. #13673 Natsachi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 16:38
    เขินแทนพี่ไออุ่นเลย555555
    #13,673
    0
  15. #13578 atita22049 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 23:36
    น้องฝากเกียร์ไว้ เท่ากับน้องฝากใจไว้ที่นายนะอาทิตย์ ดูแลใจของน้องด้วยล่ะ
    #13,578
    0
  16. #13561 SEI_JI (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 18:28
    ฝากใจไว้ โอ้ยยยเขินนน><
    #13,561
    0
  17. #13559 iibnz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 02:18
    ฝากเกียร์ไว้กับใคร ฝากใจไว้กับคนนั้น ง่อววววว ฮืออออออออ จัลตายลิ้ววววววว เขินนนนนน
    #13,559
    0
  18. #13550 KHANITTHA (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 20:51
    เกรียร์อยู่ที่ใคร ใจอยู่ที่เกรียร์>~<

    #13,550
    0
  19. #13548 Orathaiks (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 01:22
    โอ้ยเขินแรง -/////-
    #13,548
    0
  20. #13509 ยัมมี่หมีคยอม (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 21:04
    โอ๊ยเขินเกินไป ใจสั่นมากมั้ยพี่อาทิตย์~ ดูแลใจของน้องดีๆด้วยนะ โอยเขิน ฟิน ไม่ไหวแล้ววว >////////<
    #13,509
    0
  21. #13460 shiromi-kuromi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 20:50
    โอยยยยต่อให้อ่านกี่รอบก็เขิน\>///()///
    #13,460
    0
  22. #13429 pafe_love (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 20:28
    โอ้ยเขินนนนน
    #13,429
    0
  23. #13386 pukiest (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 21:47
    เขินหนักมาก พฮือก้องภพมันร้าย!
    #13,386
    0
  24. #13363 Emod-ngam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 11:56
    แอบฮาอ่ะ555ตอนเบียร์พี่อาทิตย์พุ่ง เหห็นภาพเลยยย5555
    #13,363
    0
  25. #13319 nnamm198 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 12:04
    ก้องภพรุกแรงมาก เขิน นี่นั่งยิ้มแก้มปริเลย ฮืออออ
    #13,319
    0