SOTUS : พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง [Yaoi]

ตอนที่ 16 : กฎของปีหนึ่งข้อที่ 13 : ทำให้พี่ว้ากยอมรับในศักดิ์ศรี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 137,385
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 386 ครั้ง
    14 ส.ค. 56

SOTUS  :  พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง

 

 

 

กฎของปีหนึ่งข้อที่  13  :  ทำให้พี่ว้ากยอมรับในศักดิ์ศรี

 
 

           

            และแล้วก็มาถึงวันที่นักศึกษาปีหนึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์รอคอย

 

 

            ตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือนที่ต้องผ่านการเข้าร่วมประชุมรับน้อง ฝึกซ้อมเพลง โดนทำโทษ ต้องแบกรับบรรยากาศกดดันจากพวกพี่ปีสูง ๆ แต่มาวันนี้ทุกอย่างกำลังจะจบสิ้นลง เมื่อถึงวันปิดประชุมเชียร์

 
 

            สำหรับมหาวิทยาลัยนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์จะมีการประชุมเชียร์แยกกันไปตามแต่ละภาค เพื่อสะดวกต่อการควบคุมระเบียบของน้องปีหนึ่งให้ง่ายขึ้น แต่จะกำหนดระยะเวลาการปิดประชุมเชียร์พร้อมกันทุกภาควิชา  ซึ่งต้องนำน้องปีหนึ่งทั้งหมดมารวมกัน


            ดังนั้น ในสนามตอนหกโมงเย็นจึงเต็มไปด้วยเฟรชชี่วิศวะใส่เสื้อนักศึกษาถูกระเบียบเรียบร้อย เตรียมตั้งแถวตอนเรียงกันตามภาควิชารวมเกือบ 800 คน ทั้งยังมีพวกพี่ปีอื่น ๆ ยืนรอดูการปิดประชุมเชียร์รอบแสตน เพราะถือเป็นงานใหญ่ของคณะ

 

 

            ไง ก้อง

 
 

            ก้องภพหันตามเสียงเรียก ก่อนจะยิ้มทักทายเมื่อเห็นเพื่อนภาคเคมียืนอยู่ในแถวข้าง ๆ

 
 

            อ้าว...วาด นึกว่าจะไม่มา

 
 

            ถามไปแบบนั้นก็เพราะรู้ว่าเจ้าตัวแอนตี้ระบบโซตัสมากแค่ไหน และไม่เคยร่วมการรับน้องเลยสักครั้ง การที่อยู่ ๆ มาร่วมรับน้องอยู่ในสนามด้วยจึงเป็นเรื่องแปลกไม่น้อย หากคนฟังกลับไหวไหล่ อธิบายง่าย ๆ          

 
 

            ก็ว่าจะไม่มาแล้ว แต่อยากได้เกียร์ มันเท่ดีจะเอาไปอวดน้อง

 
 

            เหตุผลเด็ก ๆ แบบไม่คาดฝันทำเอาก้องภพเผลอหัวเราะพรืด  เกือบลืมไปว่านอกจากวันนี้จะปิดประชุมเชียร์แล้ว ยังมีพิธีสำคัญนั้นคือ การชิงเกียร์  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชาวคณะวิศวะ  โดยเกียร์นี้จะแบ่งเป็นสองอย่าง คือ  เกียร์คณะ และ เกียร์ภาค  หรือบางภาควิชาอาจเปลี่ยนเกียร์ภาคเป็น แหวนรุ่น แตกต่างกันไปตามแต่ละประเพณีที่สืบต่อกันมา เมื่อได้ครบทุกอย่างแล้ว จึงจะถือว่าพวกพี่ ๆ ยอมรับให้เด็กปีหนึ่งเป็นครอบครัวเดียวกันของคณะวิศวกรรมศาสตร์โดยสมบูรณ์

 
 

            ...การชิงเกียร์คณะจึงนับเป็น ก้าวแรกในศึกศักดิ์ศรีวัดใจเฟรชชี่ ก่อนจะตามมาด้วย การชิงรุ่น ของแต่ละภาควิชา ซึ่งเงื่อนไขก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ความโหดของพวกพี่ 

 
 

และแน่นอนว่าภาควิชาที่มีชื่อเสียงร่ำลือมากที่สุดในตอนนี้ คงไม่พ้น ภาควิชาอุตสาหการ  อันเป็นภาคที่มีคนเรียนเยอะเป็นอันดับต้น ๆ ทั้งยังสร้างวีรกรรมการรับน้องโด่งดังไปทั่วคณะ จากฝีมือของเฮดว้ากผู้สั่งลงโทษตัวเองโดยการออกไปวิ่งกลางฝนรอบสนาม จนมีรูปแชร์ลงว่อนเฟซบุ๊ค กลายเป็นคนดังในพริบตา จนมีน้องปีหนึ่งภาควิชาอื่นอยากเห็นหน้าพี่ว้ากคนนั้นเป็นบุญชีวิต

           


            พอถึงเวลาพี่ว้ากลงสนาม ทุกสายตาจึงจับจ้องไปยังบุคคลตามคำร่ำลือ ซึ่งเดินตรงดิ่งมาพร้อมกับบรรดาพี่ว้ากจากภาควิชาอื่นรวม ๆ เกือบสามสิบคนที่ล้วนใส่เสื้อช็อป ทำหน้าถมึงทึงประหนึ่งแก๊งมาเฟียใหญ่ ก่อนเฮดว้ากอาทิตย์จะทำหน้าที่หัวหน้าส่งเสียงทักทายดังก้องสนามโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งไมโครโฟน  

 
 

สวัสดีครับ ปีหนึ่ง!”

 
 

สวัสดีครับ / ค่ะ!!”

 
 

ทุกคนตอบกลับอย่างพร้อมเพรียง แล้วเงียบเสียงลง เพื่อรับฟังบทสนทนาต่อไปของเฮดว้าก ผู้ส่งสายตาคมกริบกวาดมองบรรดาเฟรชชี่

 
 

ผมได้ทราบจำนวนที่พวกคุณมากันทั้งหมด 791 คน เกินกว่าที่พวกผมขอไว้ 750 คน ในจุดนี้ผมขอยอมรับในสปิริตของพวกคุณ!”

 
 

คำชมเปิดประเดิมทำเอาเด็กปีหนึ่งหลายคนแอบซุบซิบกันอย่างแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าเฮดว้ากอาทิตย์โหด ๆ จะใจดีผิดคาดแตกต่างจากข่าวลือ  ยกเว้นภาควิชาอุตสาหรรมที่ยังคงพากันเงียบกริบ ด้วยรู้ดีว่าสไตล์ของเฮดว้ากอาทิตย์คือ   การลูบหลังก่อน แล้วถึงค่อยตบหัวทิ่มลงไปแรง ๆ แบบไร้ความปราณี และก็เป็นจริงตามคาด ทันทีที่ประโยคถัดมาหลุดจากปากเฮดว้าก ทุกเสียงนินทาก็หายวับเปลี่ยนเป็นอาการหน้าซีด

 

 

            ...แต่ผมตรวจดูสมุดลายเซ็นของพวกคุณแล้ว มีหลายคนเซ็นมาไม่ครบ 1000 ลายเซ็น ตามจำนวนที่รับปากผมไว้ พวกคุณรู้รึเปล่าครับว่ามันหมายถึงอะไร!”

 

 

            ถึงแม้แต่ละภาคจะมีการรับน้องต่างกัน  ทว่าเด็กปีหนึ่งทุกคนจะต้องร่วมทำกิจกรรมบางอย่างด้วยกัน หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้น การล่าลายเซ็น  ซึ่งน้อง ๆ จะได้รับแจกสมุดไปตั้งแต่ต้นเทอม และเรียกส่งก่อนหน้าวันปิดประชุมเชียร์หนึ่งอาทิตย์เพื่อให้พวกพี่ ๆ เอาไปตรวจ 

 
 

...เป็นธรรมดาที่การขอลายเซ็นพวกพี่คณะวิศวะจำนวน 1000 ลายเซ็นไม่ใช่หาครบง่าย ๆ  จึงมีน้องบางคนส่งสมุดไปทั้งที่ยังไม่เสร็จ  แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมไม่อาจหลุดรอดการจับผิดของพวกพี่ว้ากไปได้  มันจึงถูกหยิบยกเป็นโทษร้ายแรงเทียบเท่าอันตรายถึงชีวิต

 
 

            ในอนาคตคุณอาจเป็นวิศวกร และวิศวกรต้องรักษาคำพูด แต่สิ่งที่พวกคุณแสดงให้ผมเห็นวันนี้มันคือความไม่พร้อม ผมขอถามพวกคุณว่า คุณยังอยากจะเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์อยู่อีกมั้ยครับ!”

           

อยากครับ / ค่ะ!”

 

 

เสียงตะโกนหนักแน่นดังโดยไม่หวาดหวั่น ถึงจะถูกดุเพราะความผิด ก็ยังดีกว่าการนิ่งเงียบโดยไม่โต้ตอบอะไร   

           

            "ถ้าอย่างนั้นผมถือว่าพวกคุณเตรียมใจเอาไว้แล้ว ...ผมขอเกียร์ด้วยครับ

           

            ท้ายประโยคเฮดว้ากอาทิตย์หันไปพูดกับพี่ปีสาม  ซึ่งถือพานออกมาสองพานโดยมีเกียร์วางนิ่งอยู่ในนั้น ยิ่งดูเพิ่มรัศมีความศักดิ์ศรีให้กับมันมากขึ้น

 

 

            เกียร์นี้ถือเป็นหัวใจของคณะวิศวะ มีเพียงอันเดียวในโลก พวกคุณจะต้องพิสูจน์ว่าสมควรได้รับมัน ไม่อย่างนั้นเกียร์พวกนี้จะลงไปอยู่ในสระทั้งหมด และพวกคุณจะถูกตัดสิทธิ์รุ่นทุกภาควิชา!”

 

 

            คำขู่ชวนให้น้องหลายคนกลืนน้ำลายลงคอ เพราะรู้แน่ว่ามันไม่ใช่คำขู่ธรรมดา ๆ แต่พี่พูดจริงทำจริง  โดยเฉพาะการโยนเกียร์ลงสระน้ำของมหาวิทยาลัย มันเคยมีเกิดขึ้นเป็นตำนานมาแล้ว และรุ่นนั้นก็โดนตัดสิทธิการชิงรุ่น ต้องขอซ่อมกันอีกหลายครั้ง กว่าจะผ่านกันได้ใช้เวลาเป็นปี

 
 

บรรดาเฟรชชี่จึงตั้งใจฟังกันเป็นพิเศษ รอลุ้นในบทพิสูจน์ตัดสินชี้ชะตาของตน จากคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดของเฮดว้าก

 

 

            ผมจะให้พวกคุณสอบร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัย ร้องเพลงประจำคณะ  และบูมให้เท่ากับจำนวนรุ่นคุณ พวกคุณต้องนำกันเอง ส่วนผมจะขึ้นไปอยู่บนตึกโน้น ถ้าคุณร้องไม่ดังพอที่ผมจะได้ยิน ผมจะถือว่าคุณสอบไม่ผ่าน!”

 

 

            ...ตึกโน้น...มองจากสนามตรงนี้คือตึกของคณะวิศวะ มีความสูง 7 ชั้น แม้จะอยู่ไม่ได้ไกลมาก หากขึ้นไปอยู่ชั้นบนสุดจริง ๆ แล้วก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเสียงร้องเพลงของปีหนึ่งจะดังไปถึงข้างบนได้มั้ย  แต่พวกพี่ว้ากไม่ยอมเปิดช่องให้ปีหนึ่งทักท้วงหรือยื่นอุทธรณ์ใด ๆ กลับเน้นย้ำกระแทกลงไปให้ฝังลึก

 

 

            จำไว้ว่าโอกาสของพวกคุณมีแค่ครั้งเดียว!  ทำให้ดีที่สุด ผมขอเท่านี้ได้มั้ยครับ!!“

 
 

            ได้ครับ / ค่ะ!!”

 

 

            เสียงตอบฉะฉานดังยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ  นับเป็นการปลุกพลังแรงใจของปีหนึ่งด้วยกันให้ฮึกเหิม พร้อมสู้ในศึกศักดิ์ศรีอันยิ่งใหญ่

 
 

เฮดว้ากอาทิตย์พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ก่อนเดินนำขบวนพี่ว้ากออกไปบางส่วน และเหลือบางคนไว้เพื่อคอยตรวจสอบระเบียบในสนาม โดยไม่มีการยื่นมือเข้าไปช่วย ปล่อยให้น้องปีหนึ่งจัดการกันเอาเอง

 
 

และคนที่ก้าวออกมายื่นต่อหน้าแถวแทนพวกพี่ ๆ ก็คือผู้ได้รับตำแหน่งสำคัญเป็นประธานรุ่น จากภาควิชาโยธา ซึ่งออกคำสั่งนำร้องเพลงคณะด้วยท่าทางจริงจังน้ำเสียงดังฟังชัดสมกับที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำ เหล่าบรรดาเฟรชชี่จึงเริ่มต้นร้องกันสุดเสียงเต็มกำลัง ออกมาเป็นเพลง...

 

 

...เพลงที่ก่อนหน้านี้ร้องกันไม่เป็น

 

 

ช่วงเวลาเกือบสองเดือนจากการเข้าประชุมเชียร์กลับช่วยทำให้เนื้อเพลงอันแสนยาว และท่วงทำนองไม่คุ้นหู กลายเป็นเพลงซึ่งฝังอยู่ในความทรงจำและร้องได้จนติดปาก แม้นักศึกษาปีหนึ่งจะมาจากคนละภาควิชา ทั้งไม่ได้ฝึกซ้อมร่วมกันมาก่อน ทว่าเสียงที่เปล่งออกมาล้วนประสานเป็นหนึ่งเดียว

 

 

เป็นเสียงจากใจที่ต้องการส่งไปโดยหวังว่าพวกพี่ว้ากที่อยู่บนตึกจะได้ยิน

 

           ...

           ...

 
 


 

            อาทิตย์เดินไปยังตึกคณะ ขึ้นลิฟต์ไปหยุดอยู่ตรงชั้น 7  ชั้นบนสุด แล้วก้าวออกไปตรงระเบียงทางเดิน ซึ่งมีพวกพี่วิศวะบางคนจับจ้องพื้นที่ยืนดูน้องกันอยู่ผ่านหน้าต่างบานใหญ่

 

 

            ไอ้เปรม รูปเป็นไงบ้างวะ

 
 

            เขาทักเพื่อนสนิทที่ถือกล้อง DSLR ตัวใหญ่ กำลังซูมถ่ายภาพแถวน้องปีหนึ่งด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ตามประสาคนเล่นกล้องมานาน อีกฝ่ายละสายตาจากเลนส์ ก่อนหันมากวักมือเรียก

 
 

            มึงมาดูเองเหอะ แสงกำลังสวยเลย

 
 

            อาทิตย์เลยก้าวมายืนอยู่ข้างเปรม ก้มลงมองไปยังด้านล่างสนาม เขาได้ยินเสียงร้องเพลงแว่วตามมาเบา ๆ หากก็จับทำนองชัดเจนว่ากำลังถึงท่อนสุดท้ายของเพลงมหาวิทยาลัย ก่อนน้องปีหนึ่งจะรวมกันจัดแถวเป็นวงกลมเพื่อเตรียมบูม และเนื่องจากจำนวนคนเยอะ แถวจึงจำเป็นต้องซ้อนกันหลายวงดูบิดเบี้ยวไม่ค่อยกลม เหมือนดอกไม้วาดโดยฝีมือเด็กอนุบาล หากมันก็สวยแปลกตาในแสงสีอมส้มของพระอาทิตย์ซึ่งใกล้จะตกดิน จนทำให้เขาต้องเผลอมองภาพนั้นนิ่งอยู่นาน

 


 

             ...จบแล้ว

 

 

...นับจากวันนี้ หน้าที่ของเขาในฐานะพี่ว้ากกำลังค่อย ๆ ถูกปิดฉากลง จะไม่มีการฝึกซ้อมร่างกายเพื่อเตรียมรับน้อง ...ไม่มีการประชุมสรุปเนื้อหาหลังจบเชียร์ ...ไม่มีการสั่งลงโทษน้องแล้วค่อยมาลงโทษตัวเองตามหลังจนปวดขาแทบตาย

 

 

ถึงแม้ตอนนี้ก็ยังเจ็บอยู่นิด ๆ แต่ความเจ็บไม่นานก็จะหายไป เหมือนกับการประชุมเชียร์ที่จบลงไปแล้ว แต่สำหรับอาทิตย์...เขารู้ว่า ความทรงจำของเขายังคงอยู่ ทั้งความลำบากและความรับผิดชอบซึ่งต้องแบกรับในฐานะเฮดว้าก คอยรับมือกับรุ่นน้องที่คิดจะปีนเกลียวตั้งแต่วันแรก และก็ต้องหาวิธีแก้เกมส์ประมือกับมันอีกหลายครั้งจนน่าหงุดหงิดโมโห

 

 

พอคิดแล้วก็อดนึกขำขึ้นมาไม่ได้  แต่อีกส่วนหนึ่งมันก็ชวนใจหาย เพราะช่วงเวลาเหล่านี้เริ่มนับถอยหลังลงไปทุกที...ทุกที... และสุดท้ายเขาก็ต้องปล่อยมือที่ใช้อำนาจบังคับในฐานะของพี่ว้าก  เพื่อให้น้องปีหนึ่งตัดสินใจเลือกทางเดินด้วยตัวของตัวเอง โดยเขาทำได้แค่เพียงเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ  รวมถึงใครคนบางคนนั้นด้วย...

 

 

 

            แชะ

 

           

            เสียงชัตเตอร์เรียกสติของคนในภวังค์ ให้หันมองเพื่อนที่ยังคงเล็งกล้องมาทางตัวเขา จนต้องขมวดคิ้วถาม

 
 

ทำอะไรวะไอ้เปรม

 
 

            ถ่ายรูปมึงไง ฟีลกำลังดีเลย

 
 

            คนที่อยู่ ๆ กลายเป็นดาราหน้ากล้องทำท่าละเหี่ยใจ  แต่เปรมก็ยังพยายามบังคับให้เขาแอ๊คท่าถ่ายรูปโดยมีแบล็กกราวน์เป็นน้องปีหนึ่งกำลังบูม ทว่ายังไม่ทันกดชัตเตอร์เสียงของเพื่อนว้ากด้วยกันกลับแทรกขัดจังหวะ

 
 

            ไปเถอะว่ะอาทิตย์ เดี๋ยวเขาจะปิดตึกแล้ว

 
 

น็อตเดินมาตามเขากับคนอื่นที่ทยอยลงลิฟต์ไปด้านล่าง เพราะตอนนี้ฟ้าเริ่มค่อย ๆ มืดแสงลงเรื่อย ๆ  อาทิตย์จึงต้องละออกจากระเบียงหน้าต่าง  ก้าวตามกลุ่มพี่ว้ากเพื่อเตรียมทำหน้าที่ของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย

 

           ...

           ...

 


 

            แม้ตะวันจะลับขอบฟ้าไปแล้ว จนต้องอาศัยแสงสปอร์ตไลท์ส่องสนาม แต่เสียงร้องบูมยังคงไม่จบสิ้น เพราะปีหนึ่งได้รับคำสั่งให้บูมเท่ากับจำนวนรุ่นคณะวิศวะของตนเอง ซึ่งนับเป็นจำนวน 35 ครั้ง ต้องก้ม ๆ เงย ๆ แหกปากจนคอแทบพัง เล่นเอาน้อง ๆ หลายคนไม่ไหว ต้องลากไปนั่งพักกันตามแสตน  แต่บางคนก็ยังใจสู้ไม่ถอนตัวออกจากวง ต่อให้เหนื่อยก็ยังพยายามร้องกอดคอเพื่อนร้องบูมให้ได้ครบตามจำนวน จวบจนกระทั่งสิ้นสุดลง

 
 

            เฮดว้ากอาทิตย์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ขึ้นไปยืนอยู่บนแสตนสูง เพื่อให้ปีหนึ่งที่ล้อมวงเห็นกันโดยทั่ว ก่อนจะประกาศคำตัดสินด้วยเสียงดังก้อง

 

 

            ผมขึ้นไปฟังพวกคุณบนตึกมาแล้ว พวกคุณร้องได้เบามาก! จัดแถวบูมก็ไม่เป็นระเบียบ! ถ้าทำได้แค่นี้พวกคุณก็ไม่สมควรเป็นรุ่นน้องของพวกผม! พวกพี่คนอื่นที่ยืนดูอยู่บนแสตนลงมาเลยครับ ไม่ต้องฟังมันแล้ว เลิกประชุม!!”

 

 

            ถ้อยคำสุดท้ายส่งผลให้เฟรชชี่ในสนามถึงกับอึ้ง และยิ่งใจเสียหนัก เมื่อพี่คนอื่น ๆ ทุกชั้นปีซึ่งเฝ้าดูพวกเขาบูมตั้งแต่แรกเริ่มเดินลงจากแสตนเชียร์กันจริง ๆ คล้ายไม่ยอมรับพวกเขาเป็นรุ่นน้อง ทั้งที่พวกเขาพยายามทุ่มเทกันสุดแรงแล้ว แต่ผลกลับออกมาว่ามันยังดีไม่พอ

 

 

            พวกคุณยังรออะไรกันอีกผมสั่งเลิกประชุมแล้วไงครับ!  กลับไปได้แล้ว!!”

 

 

            เสียงตะคอกตอกย้ำจากเฮดว้าก เสมือนมีดกรีดลงกลางใจจนปีหนึ่งหลายคนเริ่มร้องไห้ แต่ไม่มีใครกล้าขยับออกจากแถว คนทั้ง 791 คนยังคงล้อมวงยืนอยู่ในสนาม ก็เพราะอุตส่าห์ทุ่มเทพยายามมาจนถึงขนาดนี้  ถ้าเดินออกไปก็เท่ากับว่า...พวกเขาพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์

 
 

            ความคิดของปีหนึ่งตรงกันโดยไม่จำเป็นต้องพูด กลายเป็นแรงกระตุ้นให้ประธานรุ่นรีบวิ่งออกมายืนต่อหน้าเฮดว้าก พร้อมกับเอ่ยคำขออนุญาตเสียงดัง

 

 

            พวกผมขอโอกาสบูมอีกครั้งได้มั้ยครับ!”

 

 

            พวกพี่ว้ากกำลังเตรียมออกจากสนามต้องหยุดเดิน ก่อนอาทิตย์จะเหยียดยิ้ม เหลือบตามองในสนาม แล้วพยักหน้าพูดด้วยท่าทางเยาะเย้ย

 

 

            ได้! ถ้าพวกคุณขอมา ผมก็จะให้ แต่นี่คือโอกาสการบูมครั้งสุดท้ายของพวกคุณ

 

 

            แค่ได้ยินคำอนุญาตคนฟังก็เริ่มใจชื้น แม้จะมีโอกาสครั้งเดียวก็จะขอทำให้ดีที่สุด ประธานรุ่นจึงรีบวิ่งกลับมาที่แถว แล้วเริ่มออกคำสั่งบูม

 
 

เฟรชชี่คณะวิศวะทุกคนพร้อมใจกันกอดคอ ก้มหน้า ส่งเสียงร้องออกมาดังกึกก้องมากกว่าทุกครั้ง เพื่อให้เป็นการบูมที่สมกับศักดิ์ศรีของปีหนึ่งมากที่สุด ...นับเป็นการร่วมใจของปีหนึ่งซึ่งทรงพลังดีกว่าครั้งไหน ๆ

 

 

หากสำหรับพวกพี่ว้าก ต่อให้มันดูยิ่งใหญ่เพียงไร ก็ยังไม่มีค่าพอที่จะสามารถยอมรับ เพราะหลังจากการบูมสิ้นสุดลง เฮดว้ากอาทิตย์ก็เดินกลับขึ้นมายืนบนแสตนอีกครั้ง พร้อมประโยคตัดสินเฉียบขาดเป็นรอบที่สอง

 

 

            ปีหนึ่งจำเอาไว้! นั่นคือการบูมครั้งสุดท้ายของพวกคุณในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัย ต่อจากนี้คุณจะไม่มีสิทธิบูมอีก!!”

 

 

            ...การถูกตัดสิทธิบูม เท่ากับการถูกตัดรุ่นไปโดยอัตโนมัติ

 

 

ความพยายามเข้าร่วมประชุมเชียร์เกือบสองเดือนกลายเป็นความว่างเปล่า สิ่งที่เริ่มต้นทำกันมาล้วนไร้ประโยชน์  หลายคนร้องไห้สะอื้นอย่างทนไม่ไหว แม้แต่ก้องภพก็รู้สึกถึงมวลความเศร้าจุกอยู่ที่อก อยากจะยกมือขอออกปากอนุญาตทำใหม่อีกครั้ง ทั้งที่รู้ว่าความหวังอาจริบรี่ หากยังไม่มีใครเริ่มทำอะไร เสียงจากเฮดว้ากกลับเรียกทุกสายตาให้เงยขึ้นมอง


 

...เพราะนับจากวันนี้ พวกคุณจะไม่ได้เป็นแค่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ทุกคนจะเป็นนักศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์ การบูมครั้งต่อไปของพวกคุณ คือการบูมในฐานะของพวกเราคณะวิศวะ!”

 

 

ประโยคแฝงนัยตีความหมายออกมาเป็นตรงข้าม ทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง เริ่มเข้าใจในอะไรบางอย่าง และแทบหยุดหายใจไปฉับพลัน ขณะรอคำคำนั้น...

 


 

ปีหนึ่งทุกคนฟัง! การสอบครั้งนี้ ผมให้พวกคุณ...ผ่าน!!”

 


 

            สิ้นคำว่า ผ่านเสียงกรีดร้องก็เฮดังขึ้นทั่วสนาม หลายคนกระโดดกอดคอเข้าหากันจนตัวลอยด้วยความดีใจ และมีบางคนยิ่งร้องไห้โหหนักกว่าเก่า แต่ทุกรอยน้ำตาล้วนมาจากความยินดีและโล่งใจ ที่ในที่สุด...พวกเขาก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

 

            ขอเชิญพี่ทุกคนบูมต้อนรับสมาชิกใหม่ของพวกเราด้วยครับ!!”

 

 

            เฮดว้ากอาทิตย์เรียกพี่ที่เดินลงมาจากแสตนเชียร์ซึ่งไม่ได้หนีหายไป แต่เดินลงมากระจายอยู่รอบน้อง ๆ ตั้งแต่แรก เพื่อเตรียมล้อมวงทำการบูมต้อนรับด้วยเสียงอันดังไม่แพ้พวกน้อง เพราะต่อจากนี้ น้องปีหนึ่งจะกลายเป็นครอบครัวคณะวิศวะเดียวกัน เหลือแค่การชิงรุ่นของแต่ล่ะภาคเท่านั้น พวกเขาก็จะได้ชื่อว่าผ่านการรับน้องอย่างแท้จริง

 
 

            จบจากการบูมต้อนรับแล้ว พวกพี่ ๆ ก็เดินมารับเกียร์จากพาน เพื่อไปแจกทยอยแจกน้อง ๆ กันตามภาควิชา เช่นเดียวกับก้องภพที่ได้รับเกียร์จากมือของพี่ฟาง

 
 

            น้องก้องภพ ยินดีด้วยนะจ๊ะ

 
 

            ขอบคุณมากครับ

 
 

            ก้องภพยกมือไหว้ ยิ้มรับเกียร์ซึ่งถูกห่ออย่างดีในถุงพลาสติกใส เขาแกะมันออกเพราะอยากเห็นสัญลักษณ์ของคณะวิศวะที่เขาได้มาจากความยากลำบาก

 

 

            ตัวเกียร์หล่อจากทองเหลืองเป็นรูปฟันเฟือง สลักชื่อคณะและเลขที่รุ่น 35 เอาไว้  เขาเคยได้ยินมาว่า ที่เลือกเกียร์มาเป็นสัญลักษณ์ของวิศวะ เพราะมันสื่อถึง ความสามัคคี  ด้วยเกียร์เกิดจากการทำงานของฟันเฟืองเป็นระบบ หากเฟืองตัวใดตัวหนึ่งหักไป เกียร์ก็จะไม่สามารถทำงานต่อได้ การได้เกียร์คณะมาจึงเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของเพื่อนทุกคน ไม่ใช่เกิดจากฮีโร่คนใดคนหนึ่ง เหมือนกับที่ใครบางคนเคยพูดไว้

 

 

            ...ตอนนี้เขาเข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว ทุกสิ่งที่พี่อาทิตย์เคยสอน  แม้จะเป็นการสอนที่ออกจะดูโหดร้าย หากทุกอย่างกลับแฝงเหตุผลในตัวของมันเอง ...น่าเสียดายที่นับจากนี้ เขาอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นมันในรูปแบบนั้นอีก  

 

 

...แต่อย่างน้อย นี่ก็ถือเป็น ก้าวแรกที่เขาจะได้ขยับเข้าใกล้ใครบางคนให้มากขึ้น

 

 

 

            แชะ

 

 

           

ความคิดของก้องภพสะดุดลงทันควัน เมื่อได้ยินเสียงแปลก ๆ แทรกขัด เขาหันมองไปยังต้นเสียง ก่อนจะพบคนคุ้นตากำลังก้มลงเช็คกล้อง จนต้องรีบยกมือไหว้

 
 

            สวัสดีครับ พี่เปรม มาด้วยเหรอครับพี่

 
 

            อืม มาถ่ายรูปเราบูมนั่นแหละ เดี๋ยวพี่ไปถ่ายคนอื่นต่อก่อนนะ

 
 

            คำอธิบายรวดเร็วแบบรีบมารีบไป ทำให้ก้องภพมองตามอย่างงง ๆ  แต่เปรมกลับไม่สนใจ เพราะต้องเดินออกไปตามเก็บภาพคนอื่นต่อ เดี๋ยวจะพลาดช็อตเด็ดงาม ๆ อีก


            ช่างกล้องกำลังยกมือขึ้นถ่ายมุมกว้างอีกสักรูป แต่อุกกรณ์กลับขึ้นขีดเตือนว่าไม่มีพื้นที่บรรจุภาพพอ

 
 

...อ้าว...เม็มเต็มซะแล้ว สงสัยเพราะเขาใช้อัดวิดีโอน้องบูมเมื่อกี๊เลยหมดเร็ว ไอ้เขาก็ลืมเอาเม็มสำรองมาด้วย

 

 

เปรมเลยต้องลดกล้องลงมากดไล่ดูรูปถ่าย เพื่อเลือกลบภาพบางส่วนที่เสียทิ้งไป หากกลับสะดุดตาในบางรูปที่ทำให้ต้องหยุดมองนานเป็นพิเศษ

 

 

            ...ก็ไม่อยากจะชมฝีมือถ่ายรูปตัวเองหรอกนะ  แต่ภาพสองภาพนี้ เขายอมรับจริง ๆ ว่ามันสวยแตกต่างจากภาพอื่น

 

 

            ไม่ใช่สวยเพราะมุมกล้อง หรือแสงเงา แต่มันเป็นเพราะสีหน้าของคนถูกถ่าย

 

 

            ...สีหน้าที่ดูภาคภูมิใจ  แววตาคล้ายกำลังคิดถึงใครสักคน  พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

 

 

มันทำให้ภาพสวยเป็นธรรมชาติ และสำหรับเขามันถือเป็นภาพของการปิดประชุมเชียร์ที่ดีที่สุด ระหว่าง  คนให้เกียร์ และ  คนได้รับเกียร์

 




 

...ระหว่าง....พี่ว้าก กับ  ปีหนึ่ง

 

 

 

            -----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 
 

               TBC




             
ป.ล. ศึกยังไม่จบอย่าเพิ่งไปสู่ภพความฟิน ยังเหลือศึกชิงรุ่น และชิงเกียร์ภาคอีกนะเออ  

             

              ป.ล.2  อยากฟินรูปของพี่เปรมอีก ตามได้ที่แฟนเพจเลยจ๊ะ ขอบคุณ Blueseal สำหรับรูปงาม ๆ ด้วยค่ะ
                        https://www.facebook.com/BittersweetBoyslove






                  

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 386 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,150 ความคิดเห็น

  1. #14046 sttks.p2h (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 20:08
    ซึ้งมากและขนลุกมากในขณะเดียวกัน 😭😭😭
    #14,046
    0
  2. #14035 namhmuk2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 15:34
    เราอ่านแล้วซึ้ง+ขนลุกมากๆ
    #14,035
    0
  3. #13963 ยิ้งฉุบ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 01:53
    รูปปป รูปปปปปปป
    #13,963
    0
  4. #13868 เหมียวขนฟู (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 02:06
    งุ้ยยย ฟิน ดีใจด้วยนะได้รุ่นแล้วว
    #13,868
    0
  5. #13819 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 19:23
    ต่อไป อะไรๆก็ง่ายขึ้นนนน
    #13,819
    0
  6. #13769 YamaLuffyijikO (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 03:03
    งือออ ดีจังเลยยยยย
    #13,769
    0
  7. #13680 CPKam (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 08:59
    ซึ้งจัง อยากมีแบบนี้บางอะ
    #13,680
    0
  8. #13641 Zebus (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 15:13
    ความทรงจำดีๆ ครั้งหนึ่งในชีวิต
    #13,641
    0
  9. #13594 Gawchauat (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 10:23
    อ่านแล้วนึกถึงตอนตัวเองถูกรับน้องเหมือนกัน.....ซึ้งค่ะ....
    #13,594
    0
  10. #13478 ยัมมี่หมีคยอม (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 18:29
    ขนลุกอีกแล้ว มันยิ่งใหญ่สมเกียรติมากๆ รูปที่สวยที่สุด คนให้เกียร์กับคนรับเกียร์ โว้ยยย พี่เปรมเข้าใจถูกเลยยย สองคนนี้เค้าคิดถึงกันอยู่ค่าาา
    #13,478
    0
  11. #13410 IKEBANA AIYATO (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 15:11
    แล้วพี่อาทิตย์ก็จะกินนมเย็นสีชมพูได้ไม่อายน้องอีกแล้ว5555
    #13,410
    0
  12. #13372 ไคโด้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 15:17
    ชอบ GIF ตอนท้ายของไรท์จัง^^
    #13,372
    0
  13. #13252 dark chocolate (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 17:32
    คิดถึงวันที่ตัวเองได้ติ้งเลยค่ะ วันที่เราขอรุ่นจากรุ่นพี่ วันประดับช่อของคณะ รอฉากนี้ในซีรีส์ค่า
    #13,252
    0
  14. #13192 jkook (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 09:55
    ขนลุกเลย รับรู้ถึงความรู้สึกของเด็กปี1
    #13,192
    0
  15. #13154 phirayajungkook (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 20:06
    น่ารักกก
    #13,154
    0
  16. #12967 __icerabam (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 18:23
    แค่อ่านยังรู้สึกถึงพลัง รู้สึกอินมาก
    #12,967
    0
  17. #12958 AutumnPloy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 23:15
    อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็จุกนะ คือเราไม่ได้เรียนทางนี้ แต่ว่าก็เข้าใจในฐานะหน้าที่ของพี่ว้ากแล้ว เข้าใจที่ตอนบูมนั้นไม่ง่ายเลยที่จะทำให้มันสมบูรณ์แบบ กว่าจะได้รุ่นอีก ก็แอบสาหัสอยู่เหมือนกัน ฮรือออออ งานดีจริงๆ ตอนนี้โคตรดี ToT
    #12,958
    0
  18. #12915 Nublek (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 22:07
    ขอบอกเลยว่าตอนนี้เป็นตอนที่อินที่สุด เพราะอ่านแล้วนึกถึงตอนพิสูจน์รุ่นเลยค่ะ มันคือความภาคภูมิใจจริงๆ บางคนอาจจะไม่เข้าใจนะคะ แต่มันคือความภาคภูมิใจที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะ ได้เป็นรุ่นน้องของพวกพี่ๆ
    #12,915
    0
  19. #12904 ThAi ELF (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 20:56
    ผ่านมาหนึ่งขั้นแล้ว สู้ๆนะคะปีหนึ่ง
    #12,904
    0
  20. #12876 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 16:33
    ยินดีด้วยนะที่ผ่านก้าวแรกมาแล้ว
    #12,876
    0
  21. #12800 lovelove_empty (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 11:58
    รู้สึกดีแบบดีมากๆ เข้าใจความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในภาควิชานั้นเรย ทั้งที่มันผ่านมานานมากแล้ว แต่ความรู้สึกนั้นอยู่ๆมันก็เข้ามาในความทรงจำเรยค่ะ
    #12,800
    0
  22. #12750 Mini'ELFs (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 04:36
    นี่ลุ้นตามอย่างกะตัวเองได้เกียร์ไปครอบครองเองแหน่ะ ฮ่าๆ
    #12,750
    0
  23. #12714 ดวงกมล มานะกุล (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 21:41
    ดีใจอ่ะ
    #12,714
    0
  24. #12698 Rainbow is in love (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 06:21
    ซึ้งงงง
    หม้อ
    //น้ำตาไหลล
    #12,698
    0
  25. #12636 สพัจน์บ็อบ. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 00:26
    เปรมเหมือนเป็นช่างภาพโรคจิตแอบถ่าย? ผิดประเด็น
    #12,636
    0