SOTUS : พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง [Yaoi]

ตอนที่ 15 : กฎของปีหนึ่งข้อที่ 12 : พี่ว้ากดูแลตัวเองได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146,579
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 464 ครั้ง
    14 ส.ค. 56

 

SOTUS  :  พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง

 





กฎของปีหนึ่งข้อที่ 12   พี่ว้ากดูแลตัวเองได้ 

 






 

            TRRRRRRR!!




 

            ...เสียงโทรศัพท์ดัง  หูได้ยิน  มือขยับ  ใจสั่งรับ แต่ ขา ตายสนิท

 

 

            อาทิตย์นอนนิ่งอยู่บนเตียง ด้วยสภาพที่ตอนนี้จำกัดความได้คำเดียวว่า เดี้ยง

  

 

สาเหตุไม่ใช่อะไรอื่นใด ก็เพราะการโชว์พาวด์รับบทลงโทษต่อหน้าน้องปีหนึ่งสุดหฤโหดเมื่อวาน อันประกอบด้วย วิดพื้น 500 ลุกนั่ง 500 สก็อตจั๊ม 500 และที่เด็ดสุดคือ การวิ่งรอบสนามฟุตบอล 54 รอบถ้วน ท่ามกลางสายฝนโปรยลงมาเป็นแบล็กกราวน์แบบกลัวคนวิ่งจะไม่เหนื่อยจริง

 

 

ซึ่งขอบอกว่านอกจากเหนื่อยแทบขาดใจแล้ว ร่างกายยังมีสภาพใกล้ปางตาย หลังจากเพื่อนช่วยประคองคนวิ่งออกจากสนามขึ้นรถได้ นายอาทิตย์ก็สลบเหมือดคารถ ร้อนถึงเพื่อน ๆ ต้องรีบปฐมพยาบาลจ้าละหวั่น เกือบจะส่งเข้าถึงมือหมออยู่แล้ว แต่ยังโชคดีที่เขาฟื้นมาได้ระหว่างทาง เลยสั่งให้วนรถกลับหอ เพราะตอนนี้ตัวเองอยากนอนเต็มแก่ แถมไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่ เดี๋ยวเข้าหูอาจารย์ไปแล้วจะซวยกันอีก

 

 

พอถึงหอได้ก็ต้องพึ่งเพื่อนช่วยกันห่ามร่างเข้าไป เพราะแค่ก้าวขามันดันสั่นจนทรงตัวไม่ไหว สุดท้ายเลยต้องแบกมาที่ห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็โดนสั่งให้กินยาสารพัด ทั้งแก้หวัด แก้อักเสบ แก้ปวด ก่อนจะมุดตัวลงเตียงนอน โดยมีเพื่อนอาสามานอนเฝ้าที่ห้องคนหนึ่ง เผื่อตอนกลางคืนเกิดเป็นอะไรฉุกเฉินขึ้นมา

 

 

เขาน็อคหลับยาวรวดเดียว มาตื่นอีกทีตอนใกล้เที่ยง แล้วพอลืมตาก็พบว่าตัวเองมีไข้ต่ำๆ เจ็บคอนิดหน่อย แต่ที่หนักสุดคงเป็นขาสองข้าง ซึ่งปวดร้าวทะลุถึงกระดูกราวกับโดนสิบล้อวิ่งทับ เป็นผลมาจาก กล้ามเนื้ออักเสบ จะเข้าห้องน้ำที่แทบคลานไป เป็นที่น่าอนาถใจของเพื่อน

 

 

สุดท้ายพวกเพื่อนคงทนไม่ไหว เลยต้องโดดเรียนคาบบ่ายแบกเขาไปโรงพยาบาลให้หมอตรวจ แน่นอนว่าถูกสวดยับโทษฐานทำอะไรเกินตัว ก่อนหมอจะจัดยามาให้ชุดใหญ่ พร้อมกับพันผ้าประคองข้อเท้าซ้ายที่เจ็บให้ด้วย   แล้วเพื่อนค่อยพาเขากลับหอ มานอนแข็งทื่อขยับขาไม่ได้อยู่บนเตียงไม่ต่างจากท่อนไม้  แม้กระทั่งเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่บนโต๊ะห่างไปใกล้ๆ ก็ยังรับไม่ได้ ต้องวานเพื่อนสนิทที่มาเยี่ยมเขารายล่าสุด ผลัดเวรกับเพื่อนคนอื่นซึ่งออกไปหาข้าวเย็นกินกัน

 

 

“ไอ้เปรม หยิบมือถือให้กูหน่อยดิ”

 
 

“อ่ะ เอาไป”

 

 

เปรมโยนมือถือมาให้เขาบนเตียงส่ง ๆ ก่อนล้วงกินมันฝรั่งเลย์แล้วหัวเราะกับทีวีต่อ โดยไม่สนใจความเป็นความตายของเพื่อนเลยสักนิด จนชักไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันมาเฝ้าไข้หรือมาหาที่เปลี่ยนบรรยากาศ อาทิตย์รับมือถือของตัวเองมาไว้ พอเห็นชื่อคนโทรเข้า ก็รีบกดรับพลางกรอกเสียงลงสาย

 

 

“สวัสดีครับ”

 

 

“ไง ไอ้ลูกหมา! ใกล้ตายรึยัง”

 

 

เป็นคำทักทายเอาฤกษ์เอาชัย แต่เขาชักชินซะแล้ว เพราะได้ยินมาจนคุ้นหูตั้งแต่ฝึกว้ากตอนปิดเทอม

 

 

“ใกล้แล้วครับพี่เดียร์ ผมเห็นปู่ผมโบกมือเรียกเมื่อวานด้วย เกือบจะวิ่งตามแกไปอยู่แล้ว”

 

 

อาทิตย์ได้ยินเสียงหัวเราะร่วนตามหลังมาทันที ก่อนคู่สนทนาจะตอบกลับด้วยบรรยากาศเบาลง

 

 

“กวนได้แบบนี้แสดงว่าไม่เป็นอะไรมากล่ะสิ เห็นไอ้น็อตบอกว่าพาเราไปโรงบาลด้วย พี่ก็เป็นห่วง ใครใช้ให้เราจัดหนักขนาดนั้นวะ ที่เตี้ยมกันไว้มันแค่ 20 รอบเองไม่ใช่เหรอ”

 

 

            ...ใช่แล้วครับ คนที่อาทิตย์กำลังคุยอยู่นี่คือ พี่เดียร์พี่ปีสี่ที่มาเยี่ยมห้องประชุมเชียร์เมื่อวาน หรือในอดีตก็คือ เฮดว้ากของปีสาม ผู้ออกคำสั่งให้เขาลงโทษตัวเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นฉากที่เตี้ยมกันไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อแสดงให้น้อง ๆ เห็นว่า เหนือกว่าปีสามยังมีปีสี่ 

 

 

ถึงพวกรุ่นใหญ่จะไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับการรับน้องเท่าไร แต่ยังไงพี่ปีสี่ก็ยังมีศักดิ์เป็น รุ่นพี่และน้องก็ควรให้ความเคารพตามระบบอาวุโส ดังนั้น การแสดงอำนาจด้วยวิธีง่ายที่สุด จึงเป็นการจัดหาแพะรับบาป โดยคนถูกเลือกต้องเป็นกลุ่มคนที่น้อง ๆ คิดว่าไม่มีทางโค่นได้ พวกพี่ว้ากจึงกลายเป็นตัวรับกรรมไปโดยปริยาย เช่นเดียวกับที่เขาพูดแซวตอบปลายสาย

 

 

“ก็ผมกลัวน้องปีหนึ่งจะไม่เห็นว่าพี่ เทพไงครับ”

 

 

“ไอ้ที่เทพน่ะเราต่างหาก ดังใหญ่แล้วรู้ตัวเปล่า ปีหนึ่งแชร์รูปตอนเราวิ่งกันเต็มเฟส แถมยังมาด่าปีสี่อีกว่าโหดเกิน พี่ออกมาแป๊บเดียวดันโดนเกลียดไปทั้งปี ไม่คุ้มเลยว่ะ!

 

 

            อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงติดจะน้อยใจ เล่นเอาอาทิตย์ไม่รู้จะตอบยังไง

 

 

...ตอนแรกก็ไม่คิดหรอกว่าจะมีพวกปีหนึ่งตามดูเขา เพราะพวกน้องคงไม่กล้ามาสนใจว่าพวกพี่ว้ากจะเป็นตายร้ายดียังไง เผลอ ๆ สะใจอีกด้วยที่พวกพี่ว้ากโดนทำโทษต่อหน้าเป็นการเอาคืน แล้วไอ้วิ่ง 54 รอบสนาม ฟังไปก็ดูเหมือนพูดโม้เกินกว่าจะทำตามได้จริง ๆ แต่คนอย่างเฮดว้ากสั่งแล้วย่อมไม่คืนคำ จะยากแค่ไหนก็ต้องทำให้มันเป็นไปได้ แม้ผลสุดท้ายร่างกายของเขาจะเจ็บหนักมากก็ตาม

 

 

“งั้นก็นอนพักเถอะ พี่ไม่กวนแล้ว หายเร็ว ๆ ล่ะ ไอ้ลูกหมาขาเป๋!"

 

 

คำอวยพรกวน ๆ ฝากไว้ทิ้งท้าย หากเขารู้ว่ามันแฝงด้วยความห่วงจากพี่ปีสี่ ก่อนปลายสายจะวางโทรศัพท์ลง สวนกับไอ้เปรมที่เอ่ยทัก

 

 

“ภาคมึงนี่ลงทุนว่ะ ทีภาคกูไม่เห็นทำอะไรแบบนี้บ้างเลย”

 

 

อาทิตย์ไหวไหล่ ตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ

 

 

“ช่วยไม่ได้ มันเป็นกฎ”

 

 

...กฎที่พี่ว้ากทุกคนต้องทำตาม โดยเฉพาะคนที่แบกภาระตำแหน่งเฮดว้ากเอาไว้ ไม่ว่าจะสั่งอะไรน้อง พี่ว้ากก็ต้องทำให้ได้ ทุกการลงโทษไม่ใช่เป็นไปเพื่อความหมั่นไส้หรือสะใจ  แม้มันจะดูโหดเหี้ยมมากแค่ไหน อย่างการวิ่งรอบสนามฟุตบอล 54 รอบที่เขาสั่งให้ก้องภพตอนนั้น ถึงเขารู้ว่าก้องภพจะไม่ได้วิ่งครบรอบ แต่สำหรับเขาที่เป็นคนออกคำสั่งก็ต้องรับผิดชอบทำให้ได้ ต่อให้ต้องฝืน หรือให้ใครเป็นห่วงเขามากแค่ไหนก็ตาม

 


 

...เป็นห่วง?

 

 

พอคิดถึงคำนี้ อยู่ ๆ ก็ดันเผลอนึกไปถึงคำพูดสุดท้ายจากคนบางคน แต่ที่ทำให้เขาจดจำได้ยิ่งกว่าไม่ใช่คำพูด มันคือ ...แววตาคู่นั้น

 

 

เขาเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายต้องการสื่อว่าอะไร เพราะไม่ใช่แค่ความโมโห แต่เศษเสี้ยวที่เขาสัมผัสได้ มันเป็นความเจ็บปวดลึก ๆ ที่สะท้อนออกมา จนเขาไม่กล้าจะสบตามองขึ้นไปอีกครั้ง คล้ายกับกำลังโดนตำหนิจากความผิดของตัวเอง

 

 

...อ้าว แล้วเขาจะรู้สึกผิดไปทำไมวะ? ก็ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ที่เขาไล่มันไปก็เพราะมันเข้ามายุ่งไม่เข้าเรื่องเองต่างหาก ชอบทำตัวเป็นฮีโร่ไม่ได้ดูสถานการณ์อยู่เรื่อย มันแส่เองจะมาโทษเขาไม่ได้นะเว้ย! โอยย...พอ ๆ  ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว แค่ปวดขาก็แย่อยู่แล้ว ไมเกรนแดกอีกคงได้แอดมิดเข้าโรงบาลยาวแน่คราวนี้

 

 

อาทิตย์สลัดความฟุ้งซ่านออกจากสมอง บังคับตัวเองให้เปลี่ยนประเด็นโดยการเรียกคนนั่งดูทีวีกินขนมไปอย่างสบายใจ

 

 

“ไอ้เปรม กูหิวแล้วว่ะ  มึงลงไปซื้อโจ๊กให้กูหน่อยดิ เอานมเย็นมาด้วยแก้วหนึ่งนะ”

 

 

คนถูกเรียกละสายตาจากรายการหน้าจอ ไม่แปลกใจในพฤติกรรมการกินของเพื่อน คบกันมานานรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เห็นหน้าโหด ๆ แบบนี้ แต่ดันชอบของกินคิขุอาโนเนะ หากสิ่งที่ทำให้ต้องอดแขวะไม่ได้ ก็เพราะคนสั่งไม่ดูสภาพร่างกายตัวเองเลย

 

 

“มึงไม่สบายยังเสือกแดกนมเย็นอีกนะ”

 


 

“โห...มึงไม่รู้อะไร เนี่ยแหละยาชูกำลังกู โด๊ปดียิ่งกว่ายาหมออีก ขากูจะได้หายเร็ว ๆ ไง”

 

 

เปรมทำหน้าละเหี่ยใจให้กับคำแถของเพื่อน ถ้านมเย็นมันทำให้ขาหายได้จริง อย่างอาทิตย์ซื้อมากินแค่แก้วเดียวไม่พอ คงต้องซื้อเอามาไว้อาบเป็นลิตร ๆ

 

 

“เออ ๆ เดี๋ยวกูลงไปซื้อให้ มึงนอนไปเลย ไอ้ง่อย!

 

 

 

สรรพนามแถมด้านท้ายเรียกเสียงด่าให้ดังตามหลัง ก่อนเปรมจะเดินลงไปซื้อของกินตามคำเรียกร้องของคนป่วย ถึงจะกวนตีนไป แต่เขาไม่ลืมว่าตัวเองมาเพื่อทำหน้าที่คอยดูแลเฮดว้ากที่นอนเดี้ยง

 

 

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบทุ่มแล้ว ถือเป็นช่วงที่นักศึกษากำลังหลั่งไหลมากินข้าวเย็นพอดี ทำให้เต้นท์ขายอาหารใกล้ ๆ หอคนแน่นเอี้ยดเหมือนมีเทศกาลแจกฟรี  กว่าจะฝ่าดงคนซื้อโจ๊กมาได้ก็เสียเวลาแทบตาย แต่พอมาเจอคิวร้านขายน้ำปั่นแล้ว คนโดนฝากซื้อก็แทบท้อ อะไรมันจะมารุมซื้อกันอยู่ร้านเดียวตั้งเกือบสิบคน กระนั้นก็ยังจำใจเดินไปสั่งให้พี่คนขายจดเอาไว้

 
 

“นมเย็นแก้วหนึ่งครับ”

 

 

เปรมสั่งออกไปด้วยน้ำเสียงหน่าย ๆ แต่นั่นกลับสะดุดใจคนรอต่อคิวซื้ออยู่ใกล้ ๆ จนต้องหันมามองแล้วรีบยกมือไหว้

 

 

“สวัสดีครับ พี่เปรม”

 

 

เจ้าของชื่อหันตามเสียงทัก พยักหน้ารับเมื่อเห็นหน้าคนทักเป็นคนเดียวกับเดือนมหาลัยปีล่าสุด

 

 

“เออ ดี”

 

 

เปรมกำลังนึกชมว่าเด็กมันมีมารยาท ถึงเรียนอยู่กันคนละภาค แต่เจอกันนอกสถานที่ก็ยังมีสัมมาคารวะ หากประโยคถัดมากลับทำให้ความมีมารยาทของอีกฝ่ายลบหายซะเกลี้ยง

 

 

“นมเย็นนี่พี่ซื้อกินเองเหรอครับ”

 

 

คนฟังแทบหน้าคว่ำ ลืมไปเลยว่าเมื่อกี๊ตัวเองสั่งน้ำโครตเสียภาพลักษณ์ลูกผู้ชายสุด ๆ แต่จะมาให้อธิบายว่าไม่ใช่ของตัวเองก็ยุ่งยาก เปรมเลยต้องแกล้งทำเป็นย้อนกลับเสียงเข้ม

 

 

“ถามทำไม!

 

 

“ไม่มีอะไรครับ”

 

 

            ก้องภพรีบก้มหน้าปฏิเสธ รู้สึกตัวว่าชักจะเริ่มก้าวก่ายมากเกินไป เขาจึงปิดปากเงียบสนิท หากก็ห้ามความคิดของตัวเองให้วนเวียนอยู่กับนมเย็นสีชมพูนั้นไม่ได้

 


 

...นมเย็นที่ทำให้เขานึกถึงใครบางคน

 


 

ตั้งแต่เมื่อวานที่พี่อาทิตย์วิ่งรอบสนาม ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วคณะ ทั้งจากปีหนึ่งภาคเขาและลามไปจนถึงภาควิชาอื่น ๆ มีกระแสตอบรับด้านดีและไม่ดี บางคนก็ชื่นชม บางคนก็หาว่าสร้างภาพ บางคนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ว้ากต้องทุ่มเททำขนาดนั้น รวมถึงตัวก้องภพเองด้วย

 

 

เขารู้ว่ามันเป็นหน้าที่ และยังเป็นศักดิ์ศรีของพี่ว้ากซึ่งต้องรักษา แต่ที่เขาไม่เข้าใจ คือ ...พี่อาทิตย์ไม่รู้รึไงว่ามีใครหลายคนกำลังเป็นห่วง

 

 

ไปทำสิ่งที่ฝืนร่างกายตัวเองขนาดนั้น มันต้องส่งผลอะไรสักอย่างแน่นอนอยู่แล้ว เขาอุตส่าห์พยายามเตือน พยายามเข้าไปช่วย แต่ทุกความรู้สึกของเขากลับถูกปัดทิ้ง ทำเหมือนไม่อยากจะรับรู้  มันเลยยิ่งทำให้รู้สึกทรมานใจ  พอกลับมาถึงหอ เขาก็รีบเปิดประตูระเบียงมองผ่านไปยังฝั่งระเบียงห้องฝั่งตรงข้าม แต่ก็มองอะไรไม่ค่อยชัด เพราะโดนผ้าที่เจ้าของห้องอีกฝั่งเอามาตากบังไว้

 

 

สุดท้ายก้องภพเลยไม่รับรู้ข่าวอย่างอื่นเพิ่มเติมจนถึงเดี๋ยวนี้ แม้ภายนอกเขาจะเข้าเรียนทำกิจกรรมเป็นปกติ แต่ข้างในใจมันยังคงอึดอัด ไม่สามารถทิ้งความกังวลได้พ้น เหมือนกับที่เขาเพิ่งรู้สึกตัวตอนเห็นพี่เปรมสั่งนมเย็นเมื่อกี๊

 


 

...ใครคนนั้นยังอยู่ในความห่วงใยของเขาเสมอ

 

 




 

TRRRRRRR!!

 

 

เสียงโทรศัพท์ดังใกล้ ๆ ช่วยเรียกสติของคนอยู่ในภวังค์ให้กลับคืนมา เขาเห็นพี่เปรมเป็นเจ้าของไอโฟนซึ่งร้องเตือนว่ามีสายเข้า ก่อนอีกฝ่ายจะกดรับ ปล่อยให้บทสนทนาลอยผ่านหูข้าง ๆ

 

 

“ฮัลโหล ...อะไรนะ แฟลตไดร์ทเหรอ เฮ้ย! ตายห่ากูลืม! ...เออ อยู่กับกูเอง โทษที ๆ ...ห่ะ เอาตอนนี้เลยเหรอ เออได้ ๆ เดี๋ยวกูเอาไปให้”

 

 

คนทำท่าลุกลี้ลุกลนเริ่มมองซ้ายขวาอย่างไปไม่ถูก แล้วบังเอิญพอเหมาะที่ดันสบตากับก้องภพเข้าพอดี

 

 

“น้องรู้จักอาทิตย์ใช่มั้ย”

 
 

“ครับ”

 

 

ก้องภพพยักหน้ากับคำถามแปลก ๆ เพราะพี่เปรมน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาเป็นน้องภาคเดียวกับเพื่อนพี่  แต่สำหรับเปรมมันคือการย้ำให้แน่ใจ เพราะเขากำลังเตรียมมอบหมายภารกิจใหญ่หลวงสำคัญตามมา

 

 

“งั้นวานเอาโจ๊กกับนมเย็นไปให้มันที อยู่หอร่มฤดีใกล้ ๆ เนี่ยเอง ห้อง 618 เดี๋ยวพี่ต้องไปธุระก่อน อ่ะ! นี่เงินกับถุงโจ๊ก”

 

 

คำสั่งรัวเร็ว แบบที่ก้องภพยังไม่ทันอ้าปากพูดก็โดนยัดเหยียดถุงโจ๊กกับเงินใส่มือไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนคนใจร้อนรีบวิ่งหายไป ทิ้งให้เขาเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์อย่างงง ๆ  

 

 

...เดี๋ยวนะ ตกลงโจ๊กกับนมเย็นไม่ใช่ของพี่เปรมเหรอ ถ้างั้นก็หมายความว่ามันเป็นของ...

 


 

ชื่อเพียงชื่อเดียวที่อยู่ในความคิด ทำให้ก้องภพเผลอยิ้มกว้าง ไม่คิดว่าโชคจะเข้าข้างให้ตัวเองได้มีโอกาสเข้าใกล้กับคนที่กำลังเป็นห่วงอยู่ทั้งวัน  เขาจึงแคนเซิลกาแฟเย็นที่ตัวเองสั่งไว้ เพื่อรอนมเย็นเพียงอย่างเดียว ก่อนเดินกลับไปตามทางคุ้นเคย หากคราวนี้ไม่ได้เลี้ยวไปยังหอตัวเอง แต่มาหยุดอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีคนเข้าออกพอสมควร เขาผ่านประตูหอมาได้โดยไม่จำเป็นต้องใช่คีย์การ์ด กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 6 และก้าวตรงไปยังห้อง 618

 

 

...ห้องที่มองจากฝั่งตรงข้ามของระเบียงเป็นประจำ

 


 

            ก้องภพหยุดลงตรงหน้าประตู รู้สึกตื้นเต้นขึ้นมาแปลก ๆ ในใจเริ่มกังวลว่าถ้าเปิดไปเจอเพื่อนพี่อาทิตย์จะทำยังไง แบบนั้นเขาคงได้โดนไล่กลับไปโดยไม่ทันได้ถามอาการแน่ ...แต่เอาเถอะ อย่างน้อยแค่ได้มีโอกาสเห็นแว๊บ ๆ ก็ยังดี เขาจึงตัดสินใจเคาะประตูเรียก

 


 

            ก๊อก! ก๊อก!

 

 

            ...เงียบ

 

 

            ...ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใด ๆ

 

 

            ก้องภพทดลองเคาะอีกครั้ง ทว่าก็ยังคงไม่มีวี่แววของคนอาศัย

 

 

            ...หรือพี่อาทิตย์นอนหลับอยู่? หรือเขาจะมาผิดห้อง?  คนลังเลกำลังจะเคาะประตูตรวจดูเป็นครั้งที่สาม หากถูกขัดด้วยเสียงโวยวายจากด้านในดังแทรก

           

 

“เข้ามาเหอะ ไม่ได้ล็อก!

 

 

เป็นเสียงของเฮดว้ากที่เขาคุ้นเคยไม่ผิดแน่ คนได้รับอนุญาตจึงหมุนลูกบิดเปิดประตูออก กวาดตาสำรวจภายในห้องตกแต่งด้วยโทนสีสะอาด มีขนาดกว้างพอ ๆ กับห้องเขา ข้าวของส่วนใหญ่วางกองระเกะระกะไม่เรียบร้อยบ่งบอกนิสัยเจ้าของ ซึ่งกำลังนอนอ่านหนังสือการ์ตูนสบายใจอยู่เพียงลำพัง โดยไม่แม้แต่จะเหลือบตามองคนมาเยือน แถมซ้ำด้วยคำบ่นหงุดหงิด

 

 

“รู้ว่าขากูเจ็บ มึงก็ยังกวนตีนเคาะอยู่ได้นะไอ้เปรม แล้วแม่งไปนานโคตร มึงไปซื้อหรือไปช่วยเขาขายวะ”

 

 

“พอดีคิวมันยาวน่ะครับ”

 


 

เสียงตอบอย่างสุภาพชนแบบหาไม่ได้จากเพื่อนสนิทล้านเปอร์เซนต์ ทำให้อาทิตย์ถึงกับกระเด้งตัวลุกขึ้นมามองคนพูด ก่อนเบิกตากว้างด้วยความตะลึง เมื่อพบว่าใครเป็นคนเคาะประตูมาหา

 

 

“ก้องภพ!! คุณมาได้ยังไง!

 

 

อาทิตย์แหกปากดังลั่น ชี้นิ้วใส่ผู้มาเยือนด้วยท่าทางเหมือนคนเห็นผี ความสับสนมึนงงจู่โจมสมอง ด้วยคำถามซ้ำ ๆ


          ...อะ...ไอ้ 0062 มันมาได้ยังไง? ...มันรู้เหรอว่าเขาอยู่ห้องนี้? ...ละ...แล้วมันมาหาเขาทำไม
?

   

          ซึ่งทุกความสงสัยกลับถูกเฉลยด้วยคำอธิบายง่าย ๆ

 

 

“พี่เปรมเขารีบไปธุระครับ ก็เลยฝากผมเอาโจ๊กกับนมเย็นมาให้”

 

 

คนถูกไว้วานชูถุงโจ๊กกับนมเย็นประกอบเป็นหลักฐาน และพอเห็นพยานชัดคาตา อาทิตย์ก็แทบอยากจะหายเจ็บขา แล้วกระโดดถีบเกลียวคู่เข้าใส่คนหักหลังงาม ๆ สักที

 

 

...แม่งไอ้เพื่อนทรยศ!!

 

 

ธุระสำคัญอะไรมากมายถึงได้ทิ้งเขาไว้อย่างนี้วะ แล้วเสือกฝากของให้ใครไม่ฝาก ดันมาฝากให้คนที่เขาไม่อยากเจอหน้าที่สุด แล้วเมื่อวานที่อุตส่าห์เก๊กโชว์แมนไปเพื่ออะไรกัน ถ้าไอ้เด็กปีหนึ่งมันดันมาเห็นสภาพเขานอนป่วยเป็นผักแบบนี้  หมดเลยภาพพจน์เฮดว้ากที่อุตส่าห์สร้าง โอยยย!! กูอยากจะบ้าตายโว้ยยยย!!!

 


 

            คนเสียหน้าอายแทบแทรกแผ่นดินหนี อยากจะลุกเดินไปปิดประตูไล่ แต่ก็ไม่ทัน เพราะอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้พลางเอ่ยถาม

 

 

“แล้วพี่เป็นยังไงบ้างครับ”

 
 

“ผมสบายดี!

 

 

            ถึงจะตรงข้ามกับสภาพที่เป็นประมาณล้านปีแสง ก็ขอให้ได้รักษาศักดิ์ศรีเฮดว้ากสักนิด เดี๋ยวเสียชื่อเฮดว้ากคนเหล็ก ...ซุปเปอร์แมนเรียกพี่ ...สไปเดอร์แมนยังต้องถอย ทว่าภาพของคนนอนเจ็บกลับยิ่งสร้างความสงสัยให้คนมอง

 

 

“จริงเหรอครับ แล้วทำไมพี่ต้องพันผ้าไว้ที่เท้าด้วยล่ะครับ”

 

 

...อ้าวเวรลืมอีกแล้วกู 

 

 

คนเผลอโชว์หลักฐานรีบดึงผ้าห่มมาปิดขาตัวเองลวก ๆ พยายามพูดแก้ตัวโดยไม่ทันคิด

 

 

“เออ...ก็...ก็แค่พันไว้เล่น ๆ”

 

 

และก็เพราะไม่ทันได้คิด เลยกลายเป็นคำโกหกแบบเด็กอนุบาลสามยังจับได้ แน่นอนว่ามีหรือที่นักศึกษาปีหนึ่งจะไม่รู้ ก้องภพไม่คิดจะซักไซ้ต่อ แต่กลับเดินตรงดิ่งมายังเตียงกลางห้อง จนคนนอนอยู่ต้องร้องถามอย่างตกใจ

 

 

“คุณจะทำอะไร!

 

 

แทนคำตอบ ก้องภพกดมือลงไปตรงขาใต้ผ้าห่มโดยไม่ถามความเห็น แค่แรงนิ้วแตะเบา ๆ ก็เพียงพอทำให้อาทิตย์เจ็บจี๊ดจนสะดุ้ง

 

 

“โอยยย!!

 

 

“เจ็บหนักจริง ๆ  ด้วย คงจะเดินไม่ได้เลยใช่มั้ยครับ”

 

 

ประโยควินิจฉัยโรคทำเอาอาทิตย์มองคนพูดตาเขียว ...เออ! รู้แล้วไม่ต้องมาตอกย้ำ ใครใช้ให้จิ้มมาวะ ไม่ถงไม่ถามเรื่องสุขภาพกูเลยสักคำ

 

 

“มันเรื่องของผม คุณกลับไปได้แล้ว!

 

 

“จะให้กลับได้ยังไงล่ะครับ เป็นมากขนาดนี้ เดี๋ยวผมไปแกะโจ๊กมาให้”

 

 

นอกจากคนฟังจะทำเป็นไม่สนใจคำไล่แล้ว  ยังถือวิสาสะเดินไปหยิบถ้วยกับช้อนมาเตรียมพร้อม ก่อนยกโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กขึ้นมาวางบนเตียง เพื่อจัดเสิร์ฟมื้อเย็นกันแบบเดอลิเวอรี่ อันประกอบด้วยโจ๊กหมูใส่ไข่หนึ่งถ้วย และนมเย็นหนึ่งแก้ว แล้วก้องภพึงค่อยนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้โต๊ะหนังสือฝั่งตรงข้าม มองคนกินที่ยังคงงง ๆ กับการบริการแบบไม่คาดฝัน แต่อย่าคิดว่าจะมีคำขอบคุณจากปากของเฮดว้าก ตราบใดที่ตัวปัญหายังไม่ออกไปจากห้อง

 

 

“แล้วทำไมคุณยังไม่กลับไปอีก!

 

 

“ก็รอเก็บจานไงครับ  พี่คงลุกไปล้างเองไม่ไหวหรอกใช่มั้ยครับ”

 

 

ไม่รู้คนพูดตั้งใจยั่วโมโหหรืออะไร ทว่าเหตุผลนี้กลับกระแทกจี้ใจอาทิตย์เข้าเต็ม ๆ จนอยากจะลุกขึ้นเดินไปต่อยหน้าปีหนึ่งสักหมัด ...พอเห็นเขาเจ็บหน่อยแหละอวดดีเชียวนะไอ้เด็กนรก!  แต่ให้เขาเป็นฝ่ายเถียงไปก็คงไร้ความหมาย ในเมื่อไม่มีแรงลุกขึ้นไปผลักร่างควาย ๆ ของแขกออกนอกห้องได้

 


 

อาทิตย์เลยต้องจำใจก้มหน้าลงกินโจ๊กอย่างหงุดหงิด ปล่อยให้ก้องภพใช้สายตาสำรวจห้องไปเรื่อย ๆ ก่อนสะดุดลงตรงประตูกระจกบานเลื่อน ซึ่งมีผ้าม่านแง้มปิดไว้ไม่สนิท จึงทำให้เขาสามารถมองลอดผ่านเห็นระเบียงด้านนอก

 

 

...ระเบียงที่เขามักจะชอบแอบมองมาจากฝั่งตรงข้าม

 

 

รู้สึกประหลาดดีอยู่เหมือนกันที่เห็นภาพจากมุมตรงนี้ เคยสงสัยหลายต่อหลายครั้งว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่ในห้อง แต่พอได้มาอยู่ด้านในจริง ๆ กับคนที่เป็นเจ้าของ มันกลับยิ่งทำให้รู้สึกว่าห้องตัวเองช่างห่างไกล และดูเหงา ๆ แบบบอกไม่ถูก และถ้าเขากลับไปอยู่ห้องฝั่งนู้นอีกครั้ง ก็คงจะเห็นคนในห้องนี้เฉพาะตอนที่ออกมาตากผ้าเท่านั้นสินะ

 

 

ก้องภพมองผ้าซึ่งตากไว้ตรงระเบียง พลันนึกสะกิดใจว่าเห็นมันตากไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

 

 

“พี่อาทิตย์ครับ ผ้าแห้งหมดแล้วมั้งครับ ให้ผมเก็บเข้ามาเลยมั้ย เดี๋ยวฝนตกอีกรอบแล้วมันจะเปียกนะครับ”

 

 

อาทิตย์กำลังตักโจ๊กเข้าปากพอดี เลยต้องรีบเคี้ยวกลืน  ใจอยากจะร้องห้าม หากก็ไม่ทันการณ์กับคนที่เลื่อนประตูกระจกระเบียงออก เดินไปเก็บผ้าทุกชิ้นที่แขวนไว้ตรงราวเข้าห้อง แล้วถามขึ้นอีกครั้ง

 

 

 “พี่อาทิตย์ เตารีดอยู่ไหนครับ ผมขอยืมใช้หน่อย จะรีดผ้าให้”

 
 

“คุณไม่ต้องรีด กองมันไว้ตรงนั้นแหละ!

 

 

คราวนี้เจ้าของห้องรีบปฏิเสธได้ทัน แต่เปล่าประโยชน์ เพราะคนหอบผ้ามาพาดกับเก้าอี้ดันพูดเถียง

 

 

“แล้วพี่จะปล่อยผ้ากองตากฝุ่นไว้อย่างนี้เหรอครับ ให้ผมรีดให้เถอะนะครับ”

 

 

ความหวังดีแบบแม่สอนลูก ทำเอาคนเถียงใบ้สนิท มองก้องภพที่หาเตารีดพร้อมโต๊ะรีดผ้าตัวเตี้ย ซึ่งวางอยู่ตรงชั้นวางของใต้ทีวี ก่อนเจ้าตัวจะมีน้ำใจ หยิบรีโมทติดมือมาให้คนกินข้าวบนเตียง

 

 

“เออ...พี่อาทิตย์จะดูทีวีมั้ยครับ ผมเอารีโมทมาให้เผื่ออยากเปลี่ยนช่อง”

 

 

เป็นคำถามแบบที่อาทิตย์ไม่เคยได้รับจากเพื่อนแน่ ๆ เพราะตอนไอ้เปรมมามันก็ยึดรีโมทเป็นของมันคนเดียว ไม่เคยจะใส่ใจถามเขาว่าอยากดูเรื่องไหนมั้ย ส่วนเพื่อนคนอื่นที่มาเฝ้าก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับข้าวของเขาสักเท่าไร

 

 

ยกเว้นกับคนคนนี้ที่เข้ามาจัดการทุกอย่างโดยเขาไม่ได้เป็นคนขอ ทั้งมาคอยดูแล เก็บเสื้อ นั่งรีดผ้าให้ ออกปากไล่ก็ยังหน้าด้านไม่ยอมไป มันจะทำไปเพื่ออะไรเขาไม่รู้ แต่ที่เขารู้...

 


 

...มันทำให้เขานึกถึงคำพูดคำสุดท้าย และแววตาที่เขาสบมองหลังจากวิ่งเสร็จคราวนั้น

 


 

อาทิตย์รู้สึกว่าตัวเองกินโจ๊กช้าลงมาก เพราะมัวแต่สลับมองจอทีวีกับคนกำลังนั่งรีดผ้า จนแทบจะดูข่าวที่เปิดคาทิ้งไว้ไม่รู้เรื่อง กว่าจะกินเสร็จก็พอดีกับก้องภพรีดผ้าจัดการแขวนเข้าตู้เรียบร้อย แล้วจึงเดินมาบริการเก็บโต๊ะ ล้างถ้วยชาม เอาแก้วนมเย็นที่หมดแล้วไปทิ้ง ก่อนเจ้าตัวจะเหลือบมองไปเห็นบางสิ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง

 

 

“จริงสิ พี่ต้องกินยาด้วยใช่มั้ยครับ ตอนกินข้าวผมก็ลืมถามไปเลยว่ามียาก่อนอาหารด้วยรึเปล่า”

 

 

ก้องภพตำหนิตัวเองในใจที่ดันเผลอนึกขึ้นได้เอาตอนนี้ แล้วก็เป็นไปตามคาดเมื่อเขาอ่านฉลากยาตรงข้างซอง

 

 

“...นั่นไง เลยลืมกินไปตั้งเม็ดหนึ่ง ทำไมพี่ถึงไม่เตือนผมล่ะครับ แล้วเมื่อไรขาพี่จะหาย คราวหลังอย่าลืมสิครับ”

 

 

คำบ่นตามมาเป็นพรวนใส่คนถูกดุเหมือนเด็กไม่รู้จักโต แทงใจคนที่มีศักดิ์เป็นถึงเฮดว้ากปีสามจนทนไม่ไหว ต้องเผลอหงุดหงิดโวยวายใส่คนเจ้ากี้เจ้าการอย่างห้ามอารมณ์ไม่อยู่
 

 

“โอยย! เลิกยุ่งกับผมได้แล้ว! ผมไม่ใช่เด็กนะ ผมเป็นพี่คุณ!

 



 

สิ้นเสียงตะคอก บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วอึดใจ  

 

 

...และความเงียบนั้นทำให้อาทิตย์เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดรุนแรงไป


            ...เข้าใจหรอกว่าอีกฝ่ายอุตส่าห์หวังดี  แต่เขามีศักดิ์ศรีของ 'รุ่นพี่' ที่ต้องรักษา จะปล่อยให้ดูเหมือนคนพึ่งพาตัวเองไม่ได้แบบนี้  ...มันเลยยิ่งรู้สึกทั้งอึดอัด ทั้งลำบากใจ

 



 

ถึงกระนั้นก้องภพกลับไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง ทำแค่เพียงถอนหายใจเบา ๆ  ก่อนนั่งลงบนเตียงใกล้ ๆ คนเจ็บ พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

 


 

“ผมรู้แล้วครับว่าพี่อาทิตย์เป็นพี่ผม แต่พี่ก็ต้องรู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังไม่สบายอยู่ เวลาไม่สบายก็ต้องมีคนดูแล ไว้หายดีเมื่อไร พี่ค่อยสั่งลงโทษผมก็ได้ แต่ตอนนี้ช่วยทำตามที่ผมบอกหน่อยเถอะ...นะครับ”

 


 

น้ำเสียงที่ฟังไม่ได้เป็นการขู่บังคับ มันคล้ายกับเป็นประโยคขอร้อง ซึ่งมาพร้อมกับดวงตาที่สบมองเขาตรง ๆ  

 


 

นัยน์ตาคู่เดิม จากคน ๆ เดิม ที่อาทิตย์ต้องพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า



          และเขาก็ต้องเมินหลบ ตัดสินใจแบมือรับยาจากอีกฝ่ายมากินอย่างจำยอม กระดกน้ำตาม แล้วปล่อยให้ก้องภพลุกเอาแก้วไปล้าง เป็นจังหวะเดียวกับไอ้น็อต เพื่อนที่นอนเฝ้าเขาเมื่อคืนของกลับเข้ามาพอดี

 


 

            “เฮ้ยอาทิตย์ เมื่อกี๊กูไปกินข้าวมาเจอพี่เดียร์ถามถึงมึง...”

 

 

ประโยคหยุดค้างไม่ทันต่อให้จบ เพราะคนพูดบังเอิญเห็นแขกแปลกหน้าในห้องของเพื่อน ซึ่งอีกฝ่ายพอรู้ว่าคนเปิดประตูเป็นใครก็รีบยกมือไหว้แสดงความเคารพ

 

 

“สวัสดีครับพี่น็อต”

 
 

“เออ ไหว้พระเถอะ"

 

 

น็อตยกมือรับไหว้น้องงง ๆ แบบหลุดมาดพี่ว้าก ด้วยกำลังสับสนกับสถานการณ์ หากคู่สนทนาไม่อยู่ให้ถาม เพราะเห็นว่ามีคนคอยดูแลต่อแล้ว เลยไม่อยากอยู่รบกวนอีก ก้องภพจึงหันไปหาคนบนเตียงเพื่อเอ่ยลา

 

 

“งั้นผมขอตัวกลับก่อนแล้วกันนะครับ สวัสดีครับพี่อาทิตย์”

 

 

เฮดว้ากไม่แม้แต่จะมองคนไหว้ ยังคงรักษาท่าทางเฉยเมยสมตำแหน่ง ปล่อยให้ก้องภพเดินออกไปนอกห้อง สวนกับเพื่อนตัวเองซึ่งยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก

 

 

“น้องปีหนึ่งมันมาทำอะไรวะ”

 

 

“มารีดผ้า”

 

 

“ห่ะ?  รีดผ้าเนี่ยนะ”

 


 

ยิ่งฟังคำอธิบายก็ยิ่งงง แต่คนบอกดันตัดบทไม่สนใจ

 

 

“เออ กูง่วงจะนอนแล้ว”

 

 

อาทิตย์ล้มตัวหันหลังนอนบนเตียงทันทีเป็นอันปิดฉากการสนทนา

 


 

...ตอนนี้เขาไม่อยากตอบคำถามอะไรทั้งนั้น รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังไข้ขึ้น หน้ามันร้อน ๆ หัวมันชักมึน ๆ เขาถึงยอมปล่อยให้คนคนนั้นเข้ามาคอยดูแลอย่างง่ายดาย



          และที่สำคัญไอ้สายตาบ้า ๆ ของมันยังตามมาหลอกหลอนเขาไม่เลิก ต่อให้พยายามสลัดยังไงก็ไม่มีทางลืม คล้ายกับฝังแน่นลงในความทรงจำ

 


 

...เพราะมันเป็นสายตาที่อาทิตย์แน่ใจแล้วว่า

 


 

สิ่งที่ก้องภพสื่อผ่านออกมาถึงเขา...

 


 

...ไม่ใช่สายตาของความโกรธ  ไม่ใช่สายตาของความน้อยใจ  แต่มันคือสายตาของการวอนขอ  




           ....ขอร้องให้เขา 'คิดถึงใจ' ของคนที่ห่วงใยในตัวเขาเอง

 

 



 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 TBC  



           
แถมท้ายพิเศษ!! ปฏิกิริยาของอาทิตย์ที่มีต่อเสื้อที่ก้องภพรีดให้  ขอบคุณรูปสวย ๆ จากน้อง Engne Samesame จ้า




               












 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 464 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,150 ความคิดเห็น

  1. #14149 lovely_lovelove (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:29

    อ่านกี่ทีก็สนุกกกกกกกกกกกก


    #14,149
    0
  2. #14143 Trinitytnt (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 12:46
    อะหรือว่า😳เขาว่ากันว่าคนไม่สบายมักตกหลุมรักง่ายอะหรือๆ
    #14,143
    0
  3. #14032 Suphanidafon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 22:22
    พี่เปรมในนี้ดูว่านอนสอนง่ายนะครับ แต่ในซีรี่ย์นี่ อิดออดมากว่าจะหยิบให้ได้5555555
    #14,032
    0
  4. #13894 Katrena (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 08:17
    คืออ่านเรื่องนี้วนมาหลายรอบแล้ว ก่อนจะมีซีรี่อีก ฮืออออออ ดีต่อใจมากๆอะ นี่แบบมโนไว้ทุกอย่าง555555555
    #13,894
    1
  5. #13867 เหมียวขนฟู (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 02:01
    ฮือออ นิยายฟินกว่าจริงด้วย
    ในline tvเหมือนก้องภพงอนเลย ตอนแรกไล่ไม่ไป พอมีโทรศัพท์เข้าชื่อเดียร์ละหนีอาทิตย์กลับ ชามเชิมยังไม่เก็บให้เลยย
    #13,867
    0
  6. #13818 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 19:13
    น่ารักกกกก ฮืออออออ
    #13,818
    0
  7. #13764 YamaLuffyijikO (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 04:14
    มีความดีงามอย่างมากกกกก
    #13,764
    0
  8. #13743 0616343918 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 19:18
    แล้วเห็นปู่คืออะไรอะ แล้วก้องภพเป็นห่วงด้วยเหรอ แล้วตายรึยัง
    แล้วนมเย็นคทออะไร????????
    #13,743
    1
    • #13743-1 Wrightdevil(จากตอนที่ 15)
      20 เมษายน 2563 / 22:41
      เรางงที่เธอถามอ่ะ
      #13743-1
  9. #13742 0616343918 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 19:16
    มีเป็นโดจินรึป่าวค่ะ
    #13,742
    0
  10. #13735 ผักผัก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 20:26
    ชอบมากเลยเลยค่ะ
    #13,735
    0
  11. #13679 แสน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 23:21
    ก้องภพน่ารักมากกก
    #13,679
    0
  12. #13593 Gawchauat (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 10:01
    ฟินนนนน....ค่ะ ....
    #13,593
    0
  13. #13570 Terujin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 12:34
    ละมุนมากกกก

    #13,570
    0
  14. #13546 tanthai1975 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 22:07
    ดีงามครับบอกเลย
    #13,546
    0
  15. #13494 dark chocolate (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 20:59
    ก็รู้นี่คุณ ว่าก้องภพอยากให้เห็นหัวใจของเขาบ้าง คุณก็เห็นใจเขาแล้ว ยังจะเก๊กใส่น้องอีกนะ 555555 โอ้ย ติดซีรีส์ระเบิดมากจนต้องมาอ่านวนไป รอวันเสาร์ ตลกตัวเอง 5555
    #13,494
    0
  16. #13477 ยัมมี่หมีคยอม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 17:57
    มันละมุนน่ารักกก เมื่อไหร่จะเลิกเก๊กคะพี่อาทิตตตตย์
    #13,477
    0
  17. #13318 Guggig (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 11:49
    ก้องภพ-พี่อาทิตย์ น่าร้ากกก
    #13,318
    0
  18. #13251 dark chocolate (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 17:20
    โอ้ยยยยยยย คุณอาทิตย์ผู้พ่ายแพ้สายตาที่จริงจังและห่วงใยของน้องก้องภพอยู่เสมอ วั้ยยย
    #13,251
    0
  19. #13153 phirayajungkook (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 19:43
    น่ารักนะเราาา งื้ออออ
    #13,153
    0
  20. #13145 จียอนตาเข (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 19:06
    โอยยย น่ารักอ่ะงืออ พี่อาทิตย์หวั่นไหวแล้วอ่ะจิๆๆๆ
    #13,145
    0
  21. #12957 AutumnPloy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 23:01
    ฮรืออออออ ก้องภพคืองานดี ดูแลพี่ทั้งที่พี่ใจร้ายใส่ รักมากห่วงมากขนาดนี้ก็พาพ่อแม่มาขอเถอะค่ะ งือออออออ เด็กนี่จิตใจดีจริงๆนะ อะไรอ่ะ คือรีดผ้าให้ ล้างถ้วยล้างจาน งานดี สามี(พี่ว้าก)ไปอี๊กกกกกกกกก พ่อทูนหัวแล้วนะนี่นะ ><
    #12,957
    0
  22. #12900 ThAi ELF (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 20:47
    น้องรุกสุดพลังค่ะ เชื่อฟังน้องบ้างก็ได้นะคะ น้องเขาเป็นห่วงงงงง55555
    #12,900
    0
  23. #12875 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 15:58
    น่ารักจังคู่นี้อะ~
    #12,875
    0
  24. #12798 lovelove_empty (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 02:22
    อยากได้ก้องภพมาเป็นสามี // หลบตีนพี่ว๊าก 555
    #12,798
    0
  25. #12749 Mini'ELFs (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 04:18
    โอ้โห~ ดูแลดีไปอีก ชอบตอนก้องภพอธิบายเหตุผลที่เฮดว้ากวางฟอร์มมาก คือพูดจาดีสามีแห่งชาติมาก
    #12,749
    0