[Khr fiction : XS ] ท้องฟ้าหน้าฝน Xanxus x Squalo

ตอนที่ 8 : บทที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    5 ต.ค. 63

บทที่ 7

“ฉันไม่ปล่อย จะไม่ปล่อยนายไปอีกแล้ว”

“ซันซัส”

                “อืม… ช่วยเรียกชื่อฉันอีกทีสิ”

                ทุกอย่างลงเอยเช่นนี้ได้อย่างไร สควอโล่หัวหมุน 

                มันเกิดขึ้นด้วยเวลาอันรวดเร็ว ขนาดเขาที่รับมือกับสถานการณ์ร้อยแปดอย่างมาได้ยังคิดหนักว่าควรทำเช่นไรดี

                เท้าความไปเมื่อเวลากลางวัน พวกเขาผละจากคลังอาวุธอย่างเร่งรีบ คนที่รีบร้อนคือซันซัส พอกลับถึงปราสาทอีกฝ่ายแทบไม่รีรอจับเขายัดเข้าห้องทำงานพร้อมทำแผลให้เรียบร้อย สภาพบอสหนุ่มดูหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนสควอโล่แอบกลืนน้ำลายลงคอ

                ว่าตามตรง แค่อีกฝ่ายที่ปานกินพื้นที่ล่อไปสามในสี่ของใบหน้าไม่ได้ระเบิดอารมณ์จนกำแพงระหว่างห้องทะลุเป็นรูเพราะโดนทุบหรือหน้าต่างร้าวจากการกระแทก สำหรับเขานั้นถือได้ว่าอีกฝ่ายกำลังใจเย็นมากพอสมควร

                กระทั่งปัญหาคือตอนทำแผล ซันซัสจับเขาขึ้นนั่งบนตักแล้วโอบจากด้านหลัง ซุกหน้าของตนลงบนไหล่คล้ายเด็กงอแง ที่สำคัญหมอนั่นยังพึมพำบางอย่างซ้ำไปมา

ตั้งแต่ ‘นายเป็นของฉัน’ ‘ฉันไม่มีวันให้นายไปไหนเด็ดขาด’ จวบจน ‘ฉันจะไม่ปล่อยนายไปอีกแล้ว’

ซักพักเขาก็ได้กลิ่นแสนเบาบางบนตัว มันมาจากตัวเขาและซันซัส

เป็นกลิ่นที่เขาไม่รู้จัก ทั้งหอมหวานและนุ่มนวล เล่นเอาชายหนุ่มแอบเคลิบเคลิ้มจนไม่อยากขยับตัวไปไหน

“ซันซัส… ฉันมีแผลนิดเดียว นายไปพักเถอะ” เขาลากเสียงยาวหลังเอ่ยชื่อบอสหนุ่ม มือทั้งสองจับวงแขนแกร่งที่เกี่ยวพันรัดรอบเอวแล้วพยายามดึงออกเบาๆ

การตอบสนองของซันซัสปรากฏในทางตรงกันข้าม เขากอดรัดแน่นกว่าเก่า แววตาคมประกาศกร้าวราวกับต้องการปฏิเสธคำขอเหล่านั้น

ส่วนลึกในใจของสควอโล่กำลังเต้นระรัว เขานั่งตัวแข็งทื่อ 

ความเหนื่อยสะสมสร้างปัญหามานักต่อนัก เช่นเดียวกับตอนนี้ เขาทั้งเหนื่อยและหมดแรงโกหกจะตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ชายหนุ่มกัดปากแน่นกลัวเผลอส่งเสียง 

“ฉันบอกแล้วนะ ว่าฉันไม่คิดจะปล่อยนาย”

ซันซัส ซันซัส ซันซัส

เจ้าบอสเวรตะไลกำลังทำให้เขาห้ามตัวเองไม่ไหว ความหวาดกลัวในใจสควอโล่ที่พยายามปัดทิ้งเริ่มปะเดปะดังกลับมา

เขาเชื่ออีกฝ่ายได้มากเพียงใด ซันซัสเป็นคนทำตามที่พูดเสมอ เขาต่างจากพวกสวะที่ชอบโลเลใจ ทว่าคนที่พูดคำนี้ขึ้นมาคือคนเดียวกับที่เคยหัวเราะเยาะเขาในวันที่เขาเกือบตาย แถมเป็นคนเดียวกับที่เห็นเขาหรือลูกน้องคนอื่นเหมือนสวะตัวหนึ่งเท่านั้น

สถานะปัจจุบันของเขาดีมากเกินกว่าเขาจะยอมสูญเสีย การเลื่อนฐานะขึ้นจากนี้มีความเสี่ยงมากมายที่รอเขาอยู่ และเมื่อสถานะถูกดีดสูงขึ้น หากโดนทอดทิ้งเหมือนสวะตัวหนึ่งดั่งเมื่อวันวานเขาคงปวดใจน่าดู

เขากลัว… จนถึงตอนนี้สิ่งเดียวที่ฉลามตัวนี้กลัวคือความรัก

เขามีความสุขที่ได้รัก อัตตาแห่งความภาคภูมิใจที่ได้มอบความรู้สึกรักและภักดีเพื่อใครซักคนช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เขา แต่เรื่องการถูกรักมันต่างออกไป ดังนั้นเขาพึงระวังถึงสถานะของตนเสมอ ความพร้อมต่อสิ่งเหล่านี้มันต่างกัน

“ซันซัส”

สควอโล่ใช้แรงเพื่อรั้นตัวหนี ฝ่ายซันซัสเห็นสควอโล่ไม่ชอบก็ถอดใจยอมปล่อยมือ ดวงตาสีเข้มดูเย็นยะเยือกกว่าเก่า รังสีโทสะประจำตัวกำลังแพร่กระจายขนาดที่คนบนตักยังรู้สึกได้

ฉลามคลั่งชักอยู่ไม่สุข ซันซัสเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หากรอบนี้ร้ายขึ้นมาจริงเขาจะหนียังไงให้ทันเวลา ยิ่งคิดยิ่งเครียด เขากำมือแน่นและรีบเปลี่ยนเรื่องโดยทันที

“ไอ้บอสเวรเอ้ย ฉันล่ะอยากเขกหัวนายจริงๆ มายุ่งกับงานฉันจนได้ งานตัวเองไม่มีให้ทำหรือไง”

“อืม”

“มาอืมไรอีก แม่ง ฉันจะทุบต่อด้วยกำปั้น”

แสร้งใจดีสู้เสือเสริมอีกดอก เขาเปล่าขู่ แค่กำลังทำตัวไร้สาระที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อหลบหลีกสถานการณ์บ้าๆ นี่

“อืม”

“กวนตีนหรือไง”

สควอโล่ทิ้งความยับยั้งชั่งใจแล้วต่อยใบหน้าของอีกฝ่ายเข้าจังๆ สารภาพเลยว่าเขากำลังสติแตก บอสหนุ่มหน้าสะบัดไปอีกด้านจนคนต่อยชักใจไม่ดี

เขาแอบมองซันซัสที่ไม่แคล้วเตรียมโกรธใส่ จากการคาดการณ์ เขาอาจถูกไล่ตะเพิดจากปราสาทนี้ด้วยลูกปืน

“ต่อยฉันอีกก็ได้ถ้านั่นทำให้นายพอใจ”

“หา?”

“ถ้าคิดจะทำอะไรก็ทำ” ซันซัสเพียงขยับใบหน้ากลับมาที่เก่า เขาไม่มีเค้าของความโกรธแต่อย่างใด และนั่นทำให้สถานการณ์น่ากระอักกระอ่วนกว่าเดิมเป็นเท่าตัว สควอโล่เกาหัวอย่างคนสับสน

“...” ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจ พยายามทำให้ตัวเองใจเย็น มันยากสำหรับคนที่โดนขุดปัญหาเก่าในใจกลับมาใหม่

สุดท้ายพวกเขาก็ต้องคุยเรื่องพวกนี้อยู่ดี

“ฉันเป็นของนายนะซันซัส”

“...” ซันซัสลูบศีรษะเบต้าในปกครองอย่างเบามือ มือที่หยาบกร้านและสากจากการจับปืนจับดาบมานานพยายามผ่อนแรงให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

ถึงอีกฝ่ายเคยทำตัวเข้มแข็งแค่ไหน ที่เขาเห็นตอนนี้มีแค่เจ้าฉลามคลั่งที่หวาดระแวงเหมือนเด็กน้อยผู้หลงทาง จิตใจของสควอโล่สั่นไหวด้วยความขลาดกลัว ทิ้งกระทั่งอัตตาที่ตนมีแต่เดิมจนหมดสิ้น

“แต่นายไม่ใช่ของฉัน” สควอโล่เอ่ยเสียงเรียบพลางก้มศีรษะลง ดวงตาหลุบต่ำไม่กล้ามองผู้ใด

“เป็นหัวหน้ากับรองหัวหน้าก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ ทำงานด้วยกันยังไงล่ะ ฉันว่ามันก็สะดวกดี”

มันเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

และดีที่สุดสำหรับเขา

“สควอโล่” เป็นครั้งแรกที่ได้ยินชื่อของตนจากเสียงคำรามของซันซัส

“ช่างเถอะ ขอบคุณสำหรับที่ทำแผลให้ ฉันต้องรีบไปทำงาน”

“ส-ควอ-โล่”

อีกฝ่ายกดน้ำเสียงหนักขึ้น สควอโล่กลืนน้ำลาย สุดท้ายเขารีบลุกก้าวฉับจนถึงหน้าประตู

“ไอ้สวะ…” เขาได้ยินเสียงไล่หลังแต่ฝืนใจไม่หันหลังกลับ

“...” ซันซัสหมดบทสนทนาที่จะรั้งอีกฝ่าย เขาเม้มปากแน่นพลางกล่าวเสียงเรียบ “ช่างเถอะ ถ้าแกไม่พอใจก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นซะ ไปทำงานได้แล้ว”

สควอโล่ได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ เขาแสร้งฝืนยิ้มทั้งที่หันหลัง แล้วรีบเดินหนี

 

                ทุกอย่างจบลงด้วยความกระอักกระอ่วนใจของทั้งสอง ซันซัสตัดสินใจริบภารกิจของสควอโล่เกือบทั้งหมด ทิ้งให้ลูกน้องหนุ่มเป็นฉลามแดดเดียวไร้งานทำ

                ไอ้บอสนั่นงอนแน่นอน สควอโล่เชื่อเช่นนั้น

                “นี่ไอ้บอสเวร”

                เจ้าเดิมเจ้าเก่าจอมโวยวายแหกปากลั่นปราสาท แม้ในห้องมีเพียงสองคนแต่ไม่วายตะโกนเสียงสนั่นกะให้ทุกคนได้ยิน

                สควอโล่ทำใจและตั้งสติตัวเองสำเร็จตั้งแต่วันนั้นที่เขาพูดออกไปแล้ว ด้วยความเป็นมืออาชีพต้องไม่นำความรู้สึกด้านลบมีเกี่ยวข้องกับงานมากจนเกินไป ความจริงถึงเขาเผลอพูดแรงไปหน่อยแต่มันก็เป็นความจริงนี่

                สิ่งที่เขาได้รับกลับมาน่ะหรอ? สัปดาห์ที่ผ่านมากลายเป็นคนว่างงาน ซันซัสไม่ยอมพูดจาด้วยซักคำ คนที่พูดเองว่าให้ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกลับเป็นเอามากซะเอง

ต่างกับสควอโล่ที่อยู่กับซันซัสมานานจนเขาใช้เวลาเพียงไม่นานก็ปรับตัวตามสภาพได้

                และตอนนี้เขาอยากทำงาน

                “นี่!”

                คนพูดทำหน้ามุ่ย เขาเบะปากกลอกตาอีกที ซันซัสตรงกลางห้องเอาเอกสารที่ตนแทบไม่เคยแตะมาอ่าน ดูเหมือนกำลังร่ายเรียงบรรจงตวัดลายเซ็นแสนงดงามของตนในรอบหลายร้อยปี ฮึ่ย หมั่นไส้ว่ะ

                “เจ้างั่ง สนใจฉันหน่อยเถอะ”

                เขากล่าว ก่อนเริ่มสงครามด้วยการปากล่องทิชชู่ใส่ ซันซัสเอียงคอหลบแม้ไม่ขยับตามามอง จากนั้นเขาก็อ่านเอกสารในมือต่อ

                “ฉันไม่ชอบอยู่เฉยๆ แกก็รู้ไม่ใช่หรอ”

                ต่อจากกล่องทิชชู่ก็ตามด้วยแฟ้มเอกสาร ซันซัสก็มีปฏิกิริยาเช่นเดิม

                พระอาทิตย์จะขึ้นในทิศตะวันตกหรอวะ ไอ้บอสเวรนั่นถึงนิ่งเป็นหินแบบนั้น

                “พระเจ้า ซันซัส นายกำลังทดสอบความอดทนฉันอยู่หรอ”

                สควอโล่ไม่ชอบการราวี แต่เขาขอเถอะ ช่วยเห็นใจแล้วมอบงานให้เขาที

                “ฉันอ่านไม่รู้เรื่อง”

                พอเห็นซันซัสมาหาเขาจากโต๊ะทำงาน เขาเลยปรายตามองด้วยความฉุนจัด รีบแบมือใส่หน้าเพื่อทวงงานของตนคืนทั้งหมด “ก็เอามาให้ฉันอ่านสิวะ มันหน้าที่ฉัน”

                “หุบปากแกไป บอสวาเรียคือฉัน ไม่ใช่แก”

                “ไอ้เลวเอ้ย ฉันจะฆ่าแกเดี๋ยวนี้แหละ โอ้ย-” ชายหนุ่มร้องโอดโอย เขาโดนกล่องทิชชู่โขกหัวอย่างแรง สังเกตดีๆ เห็นได้ว่าด้านใต้ของกล่องกระดาษใบนี้บุบไปเกินครึ่ง

                นั่นเป็นกล่องที่เขาเพิ่งโยนไปเมื่อกี้นี้

                “เอาคืนไปได้แล้วและนั่งนิ่งๆซะ”

                “คืนประสาอะไรวะ โอ้ย!”

                แฟ้มเอกสารที่เขาเพิ่งปาไปถูกซันซัสหยิบมาขว้างลงหัวสควอโล่พอดิบพอดี แผลที่สองปูดบวมกลางศีรษะ

                แล้วสควอโล่ก็เห็นซันซัสสะบัดกั้นกลับไปนั่งที่เดิม

                “ฉันจะฆ่าแกแน่ คอยดู!” ชายหนุ่มนั่งกำหมัดอย่างแค้นเคือง 

สควอโล่ปวดหัว เขาพยายามมามากเกินไปแล้วสำหรับวันนี้ แม่ง เขาเปลี่ยนจากนั่งไปนอนเอนตัวลงบนโซฟานุ่ม ขาทั้งสองไขว้กันและเท้าเหยียบเบาะ มือข้างหนึ่งหยิบทิชชู่จากกล่องมาขยำปาทิ้งจนเกลี้ยง

                พักใหญ่ทิชชู่หมดกล่องเขาก็กลายเป็นคนว่างงานอย่างจริงจัง สุดท้ายจึงทำตัวเลียนแบบบุคคลสุดที่รักของเขาในทุกๆ วัน

                นอนกลางวัน! นอนมันตลอดเวลายังไงล่ะ นอนกินบ้านกินเมือง พอโดนปลุกเข้าหน่อยก็โกรธจนอาละวาด ใช่ เขาหมายถึงซันซัส ไอ้นั่นคนเดียวนั่นแหละ

                สควอโล่หลับตาลง เปลือกตายังคงขยับอยู่นานพักใหญ่กว่าเขาจะผล็อยหลับ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ และคนที่ทำงานอยู่ก็โล่งใจราวยกภูเขาออกจากอกทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น