[Khr fiction : XS ] ท้องฟ้าหน้าฝน Xanxus x Squalo

ตอนที่ 5 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    2 ต.ค. 63

 

สามารถอ่านรายละเอียดฉบับเต็มและแจ้งโอนได้ทาง > https://docs.google.com/forms/d/1ZXDsZyw-8IQw2VneIJ68X0ofT5E8jrn4QGpeiF4eMp0/edit

ส่วนใครที่โอนแล้วเราจะอีเมลแจ้งกลับไปในคืนนี้ค่า ขอบคุณสำหรับการอุดหนุนนะคะ

*****************

บทที่4

ทางด้านศูนย์บัญชาการที่เงียบสงบ หมายถึงเงียบสงบเพราะไร้คนคอยแหกปากชั่วคราวและคนที่สามารถพูดได้อยู่ในสถานะหมดแรงกันหมด

สควอโล่ผู้ไม่ทราบเรื่องใดๆ บัดนี้ฝ่าฝูงชนมุ่งหน้าจากบาร์ในเมืองผ่านเขตป่าขนาดใหญ่ของวองโกเล่ก่อนรีบเดินทางให้ถึงปราสาท เขาเตรียมเข้าทางประตูด้านหลังเพื่อไม่ให้เป็นที่วุ่นวายหรือถูกจับสังเกตจากใครบางคน และก่อนหน้านี้เขาพึ่งพยายามกลบกลิ่นต่างๆ ด้วยน้ำหอมดับกลิ่นกาย

ซันซัสเกลียดกลิ่นสาปบางอย่างและจะกระตุ้นความโกรธได้โดยพลันต่อให้ต้นสายปลายเหตุอยู่ไกลหลายเมตร ดังนั้นสควอโล่ขอนิยามว่าอัลฟ่าเป็นมนุษย์จำพวกจมูกไวเหมือนหมา และบอสของเขาเป็นหมาบ้า

หากไม่นับกลิ่นกายจากคราบเหงื่อไคล กลิ่นคาวเลือดของบาดแผล เศษผงของดินปืนที่จำเป็นต้องสูดเข้าปอดในระหว่างต่อสู้ และกลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงที่เจ้าตัวกระดกเข้าปากเอง ซันซัสมักเกิดอาการฉุนจัดยามสัมผัสกลิ่นไม่พึงประสงค์ ฉะนั้นสควอโล่จึงอยากเลี่ยงการปะทะจากสารพัดปัญหาด้วยการกลับเข้าห้องทันทีเมื่อถึงที่หมาย

ฉลามคลั่งว่ายน้ำรวดเร็วโดยเฉพาะในวันฝนตก เสียดายที่คืนนี้อิตาลีอากาศอบอ้าวจนกินแรงฉลามที่รักสายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ

หยุดหน้าประตูด้านหลังของปราสาทก็หอบหายใจสองสามครั้ง หลังจากนั้นเขาสาวเท้าก้าวฉับแล่นไปห้องส่วนตัวทันที

ทว่าโชคชะตาอาจรังเกียจเขา ชายหนุ่มสะดุ้งยามรู้สึกถึงตัวตนของใครบางคนหน้าห้อง

ซันซัสยืนกอดอกพิงแผ่นหลังแนบประตูขนาดใหญ่ สายตาอัลฟ่าหนุ่มดูน่าขยาดสิ้นดี

กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ติดตัวสควอโล่แตะจมูกหมาบ้า ทำเอาคนที่แสร้งตีหน้าขรึมขมวดคิ้วนิ่วหน้า ไม่นานกลิ่นที่สองที่สามก็เริ่มตามมา เหล้า… บุหรี่… น้ำหอม… และสุดท้ายก็กลิ่นของตัวผู้ตัวอื่น บอสหนุ่มคิ้วกระตุก

“ไอ้บอสเวร มาทำอะไร แต่ช่างเถอะ ถอยไป ฉันจะนอน” สควอโล่จอมโวยวายอ้าปากไล่บอสก่อนแต่เริ่ม การป้องกันที่ดีที่สุด คือการไล่ต้นตอของปัญหาเสียตั้งแต่เนิ่นๆ

                “ไปไหนมา”

                “แค่เข้าเมือง หมายถึงไปดื่มเป็นเพื่อนลูกศิษย์เฉยๆ” เขาตอบกล่าวเสียงเบาด้วยอยากรอดูท่าทีอีกฝ่าย

“อืม”

คงอิ่มจึงพูดง่าย สควอโล่ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก

“อย่าพึ่งเข้า”

พึ่งชมไปหยกๆ คนฟังเลิกคิ้วสงสัย “หา?”

“ไปอาบน้ำก่อน”

“เดี๋ยวค่อยไป”

ซันซัสไม่ฟัง ดวงตาสีเงินวาวกระตุกวูบเมื่อเห็นมือหนายื่นมาด้านบนเตรียมกระชากผม โชคดีที่อีกฝ่ายยั้งมือทัน เขาเห็นซันซัสขมวดคิ้วพร้อมกำมือแน่น เปลี่ยนเป้าหมายจากผมเป็นข้อมือแทน

“มานี่”

เจ้าตัวกุมข้อมือเขาหลวมๆ สควอโล่ตกใจ เขารั้งมือไว้ตามสัญชาตญาณจนซันซัสส่งสายตาดุดันใส่

“โว้ยยย ฉันไปก็ได้”

ยามสควอโล่ยอมจำนน เขาเพียงเดินคอตกตามหลังบอสต้อยๆ เหมือนลูกเป็ดตัวใหญ่เดินตามหลังแม่ของมัน ฝ่ายซันซัสกลับไม่พอใจ เขาดึงคนของตนมาเดินเคียงข้างกัน

“เลิกงี่เง่าแล้วเดินดีๆ”

ใครกันแน่ที่งี่เง่า สควอโล่ทำปากมุบมิบนินทาในใจ

เขาอาจคิดไปเอง หากตั้งแต่เขากลับอิตาลีมารอบนี้ ซันซัสในสายตาของเขาต่างจากซันซัสคนเดิมมากโข ให้เทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับคนที่หมดความอดทนแล้วคงความเป็นตัวเองไว้ไม่ได้

“ชิ” สควอโล่เดาะลิ้นกับเพดานปาก สุดท้ายเขายอมเดินดีๆ ตามคำสั่งบอส

พวกเขาที่ถูลู่ถูกังกันมาพักใหญ่ก็ถึงหน้าห้องน้ำอาบน้ำ ด้านในเป็นห้องอาบน้ำรวมของสมาชิกขั้นสูงของวาเรีย บ่อใหญ่เป็นที่รู้กันว่าเจ้าของคือใคร ส่วนบ่ออื่นใครจะแช่ก็ตามสะดวก ส่วนใหญ่สมาชิกวาเรียไม่ค่อยมาแช่น้ำที่นี่ พวกเขามีความสุขกับการใช้ห้องน้ำส่วนตัวมากกว่าแม้บรรยากาศจะไม่สู้ที่นี่

“รีบอาบรีบออก”

“อืม”

สควอโล่ครางรับแม้ยังปรับอารมณ์ตามไม่ทัน สมองเขาตีรวนจนไม่สามารถวิเคราะห์อะไรได้ จากนั้นหันไปสนใจบ่อน้ำขนาดกลางที่เขาแช่ประจำ 

ฝ่ายซันซัสเห็นลูกน้องตนเตรียมอาบน้ำก็โยนผ้าเช็ดตัวให้ก่อนปิดประตูทิ้งสควอโล่ไว้ด้านในคนเดียว

ปั้บ! ผ้าเช็ดตัวฟาดหน้าคนข้างในเข้าอย่างแรง

“ดี… ดี! ทำตัวแบบนี้เข้าไป วันไหนกินเลอะเทอะหรือต่อยใครจนเลือดเขาอาบชุดตัวเอง ถึงเวลานั้นฉันจะจับนายโยนลงน้ำซะ”

“ฉันจะริบสบู่ให้หมด อยู่เปียกๆ แบบนั้นไปนั่นแหละ”

“โว้ยยย ฉันจะไม่ให้ผ้าเช็ดตัวด้วย แม่ง”

สำหรับใครบางคนการอยู่คนเดียวอาจเป็นผลให้ฟุ้งซ่าน สควอโล่คือหนึ่งในนั้น เขากัดฟันกรอดพร้อมหาสารพัดเรื่องของเจ้านายมาด่าให้สมใจอยาก

“แม่ง…” เขายังทำปากมุบมิบบ่นต่อ โดยที่มือทั้งสองเปลื้องผ้าของตนทีละชิ้น เก็บดาบบริเวณแขนให้เรียบร้อย

เขาไปยังจุดทำความสะอาดร่างกาย ใช้เวลาตรงนั้นไม่ถึงห้านาทีเพื่ออาบน้ำและสระผมตามประสาคนที่ไม่ชอบเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงค่อยๆ จุ่มขาข้างหนึ่งลงในน้ำ อุณหภูมิของน้ำอุ่นกำลังดี ด้านบนปรากฏควันจางๆ หลังจากนั้นก็ทรุดตัวนั่งเพื่อเตรียมแช่ ผมยาวที่ไม่ได้รวบก็สยายกว้างและลอยบนผิวน้ำ

ผมคงแห้งน่าดู เขาไม่ค่อยได้บำรุงเลย

มือข้างหนึ่งสัมผัสปลายผมที่แยกออก ไม่ชอบเลย ชายหนุ่มมุดตัวลงน้ำจนเหลือแค่ใบหน้าครึ่งบน

“คงแช่นานไม่ได้ บอสนั่นต้องเฝ้าอยู่แน่นอน” เขาบ่นพึมพำ ทว่าปากอยู่ใต้น้ำทำให้เกิดฟองฟอด

ขึ้นเลยแล้วกัน ร่างสูงโปร่งขยับลุกจากน้ำ ผิวนวลเนียนที่มักดูขาวซีดบัดนี้แต้มสีแดงระเรื่อ เขาสะบัดผมสองสามครั้งแล้วเริ่มสางด้วยมือ หยดน้ำไหลผ่านปลายผมแต่ละเส้นและหยดลงพื้น เมื่อเรียบร้อยดีเขาคว้าผ้าเช็ดตัวมาเช็ดร่างกาย

“เวรเอ้ย”

สควอโล่พึ่งนึกบางสิ่งขึ้นได้กะทันหัน

เขาลืมหยิบชุดใหม่สำหรับใส่ต่อ

“ทำไงดีวะ” เขาจะไม่ยอมนุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวหรือสวมเสื้อตัวเก่าที่เหม็นเหงื่อเพื่อไปหยิบเสื้อของตนที่อยู่ไกลเป็นกิโลแน่นอน

เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าปราสาทหลังนี้ใหญ่เกินไป

ก๊อกๆ เขาตัดสินใจเอาผ้าขนหนูมาพันปิดร่างกายท่อนล่างให้ดูมิดชิดเท่าที่ตนจะทำได้ ก่อนเคาะประตูพลางเปิดแง้ม แล้วโผล่หน้าเหยเกให้ซันซัสเห็น

“ฉันลืมหยิบชุดมาเปลี่ยน”

“ก็ไปหยิบสิ”

สั่งน่ะมันง่าย แต่ทำมันไม่ง่ายหรอกนะ

“แล้วเพราะใครรีบล่ะวะฉันถึงลืม นายไปหยิบให้ฉันเดี๋ยวนี้นะบอสงั่ง”

“ไอ้สวะ กล้าดียังไง…”

ในหัวสควอโล่ผุดคำสบถทันทีเมื่อซันซัสดึงประตูห้องน้ำเข้าหาตัว ร่างสูงโปร่งไถลไปด้านหน้าจนชนประตู

“โอ้ย ระวังหน่อยสิวะ” 

สควอโล่เห็นซันซัสปรายตามองร่างของเขาแล้วก็เม้มปากแน่น เขาคาดว่าเจ้าตัวคงเห็นร่างกายของเขาบางส่วนเท่านั้น อย่างมากสุดก็ท่อนบน แต่ไม่ทราบว่าหมอนั่นคิดอะไรทว่าสุดท้ายซันซัสก็ดันประตูกลับไว้เหมือนเดิม

“ได้ ฉันไปหยิบก็ได้”

หลังจากได้ยินชายหนุ่มพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ โล่งอกชะมัด แต่ไม่นานฝั่งซันซัสก็กำชับเสริม “แต่ห้ามนายทะเล่อทะล่าไปไหน ปิดประตูและอยู่แต่ในนี้ซะ”

“แน่นอน”

จบประโยคเวลาที่เคยดำเนินอย่างรวดเร็วกลายเป็นเชื่องช้า เขาทิ้งตัวนั่งตรงขอบอ่าง ในใจภาวนาให้อีกฝ่ายรู้ว่าชุดของเขาอยู่ตู้ไหนก่อนหมดความอดทนและพังห้องเขาเละ

โครม!

“เฮ้ย! ทำบ้าอะไร” เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังโครมทำเอาเขาสะดุ้งโหยง ใครใช้ให้เปิดตอนคนอื่นเขาเหม่อวะ

“หาเสื้อแกไม่เจอ เอาเสื้อฉันไปแล้วกัน”

“ก็ได้”

“...”

“ก็ได้ไง งั้นช่วยออกไปซักที ฉันจะเปลี่ยนเสื้อแล้ว”

“อ-อืม”

ร่างสูงรับคำแบบตะกุกตะกัก ชายหนุ่มหรือจะใคร่เก็บมาใส่ใจ เขารีบคว้าเสื้อมาสวม โชคดีขนาดลำตัวทั้งสองไม่ต่างกันมาก ดังนั้นถึงเขาใส่ก็ไม่ได้ดูแตกต่างอะไร ผ่านไปไม่ถึงห้านาที สควอโล่เปิดประตูแล้วมุ่งตรงมาด้านนอกในสภาพแต่งตัวเรียบร้อย

คนด้านนอกมองสควอโล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาขมวดคิ้วอีกครั้งเป็นรอบที่ร้อยของวัน

“ไอ้สวะ จะนอนทั้งที่ผมเปียกแบบนี้น่ะหรอ” ซันซัสทักขึ้น สควอโล่หาวหวอดใหญ่พลางโบกมือพัลวัน ทว่าคำตอบนั้นคงไม่เป็นที่น่าพอใจ

“อืม ฉันง่วงแล้ว”

“มานี่”

โดนสั่งอีกแล้ว คนฟังเลิกคิ้วแล้วเดินสองสามก้าวก็ถึงตัวคนพูด ซันซัสตรงหน้ากระชากผ้าเช็ดตัวของเขาแล้วจับมันคลุมทั่วหัวกลมๆ ลีบๆ

“ทำอะไร?”

“เดี๋ยวเช็ดผมให้”

“ฮะ? เออ ทำอะไรก็ทำ”

เขากลายเป็นตุ๊กตาของซันซัสตั้งแต่โดนไล่มาอาบน้ำแล้ว

สควอโล่กอดอก เขายืนนิ่งๆ ให้บอสหนุ่มจัดการทั้งหมด ส่วนตนก็ถอนหายใจนับรวมได้เกินยี่สิบครั้งกว่าอีกฝ่ายจะพอใจ

“ฮ่าๆๆ”

“หา?”

ผ้าเช็ดตัวอยู่ในมือซันซัสแทนหัวแล้วเขา และหมอนั่นขำอะไร

เขาใช้มือสัมผัสกับผมของตนจึงรู้ว่า…

มันฟูมาก...

“ฮ่าๆๆ เจ้าสวะ แกดูตลกชะมัด”

เสียงหัวเราะลั่นแบบไม่แคร์ใครทำสควอโล่แทบเหวอ เขานิ่วหน้าพลางจินตนาการถึงผมของตัวเองที่คงแห้งเสียจนฟู

ซันซัสแหงนหน้าหัวเราะเสียงดัง แต่ไม่ทันไรก็เงียบลง กลับมาเก๊กขรึมตามปกติของเจ้าตัว

ไอ้บอสเวรตะไลเป็นอะไรวะเนี่ย

“ไสหัวไปได้แล้ว”

หา? เมื่อกี้ยังกล้าหัวเราะใส่เขา ตอนนี้ไล่ซะงั้น สควอโล่ร้องโว้ยเสียงลั่นในใจ

แม่ง เจ้าบอสเวร เจ้าบอสบ้า เจ้าบอสงี่เง่า เจ้าบอสเวรตะไล เจ้าบ้านั่น!

เขาเม้มปากแน่น ซันซัสไสหัวตัวเองก่อนเขาจะทันเห็นเขาไสหัวตามคำสั่งเสียอีก หึ เขาก็ใช่ว่าอยากวุ่นวายด้วย ชายหนุ่มกำมือแน่นพลางก้าวขากระทบพื้นเสียงหนักแน่นจากโทสะลึกๆ

จะว่าไปวันนี้เงียบแปลกๆ สควอโล่ชะงัก เปลี่ยนทิศทางจากเดินเข้าห้องเป็นเดินสำรวจปราสาท ไม่มีใครอยู่ส่วนไหนของปราสาทเลย… นอกจากห้องรับประทานอาหาร

“โว้ยยย นี่มันเรื่องบ้าไรวะเนี่ย”

เขามองสภาพรอบห้องที่เต็มไปด้วยกองร่างมนุษย์สภาพโดนซัดน่วม หรือไม่ร่างพวกนั้นก็ไร้วิญญาณแล้ว ชายหนุ่มขนลุกซู่

“หลุดแหกปากได้แล้ว เพราะนายนั่นแหละ”

เขาได้ยินเสียงโอดโอยจากใครซักคน แต่มีอันได้คิ้วกระตุกเพราะคำว่า ‘นายนั่นแหละ’ เกิดเหตุอะไรก็โทษเขาตลอด เหอะ! เขาทิ้งพวกนั้นไว้แบบนี้นี่แหละ อารมณ์เสียชะมัด

“ฮะ พวกแกว่าอะไรนะ หึ จัดการตัวเองก็แล้วกัน ฉันง่วงแล้ว”

“เฮ้ย กลับมาก่อน”

คนที่เหลือพยายามยั้ง น่าเสียดายที่พลาดโอกาสนี้จนได้

ด้านมุมห้องปรากฏเงาเล็กๆ เมื่อแสงจันทร์ส่อง คนหัวกลมเพราะสวมหัวกบชะโงกหน้ามามองก่อนเอ่ย “ว้าาา มีเห็นแล้วสมเพชจังเลย ดีนะที่กลับช้า”

“ไอ้ฟราน ไอ้เด็กเวร! ฉันจะฆ่าแก”

“อุ้ย ไม่เอา มีไม่อยากยุ่งด้วย บ๊ายบาย”

จบประโยคฟรานพร้อมสะบัดก้นหนี เขาง่วงจังเลย หาววว ง่วงแล้ว เป็นเด็กดีต้องนอนไว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น