[Khr fiction : XS ] ท้องฟ้าหน้าฝน Xanxus x Squalo

ตอนที่ 3 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    18 ต.ค. 63

 

- เล่มละ 220 บาท (+30บาทสำหรับส่งลงทะเบียน / +50บาทสำหรับส่งEMS / นัดรับในงานCA6ได้)

- สามารถอ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้ทาง >> https://docs.google.com/forms/d/1ZXDsZyw-8IQw2VneIJ68X0ofT5E8jrn4QGpeiF4eMp0/edit <<

- ถ้าใครไม่สะดวกกรอกฟอร์มสามารถส่งสลิป+ชื่อที่อยู่+อีเมล มาให้เราได้ทางทวิตเตอร์นะคะ >> https://twitter.com/senjuwi

- สำหรับคนที่ซื้อเรียบร้อยแล้ว ภายในวันศุกร์เราจะส่งใบสั่งซื้อไปให้นะคะ และหลังจากส่งของเรียบร้อยจะส่งเลขแทรคกิ้งแจ้งไปอีกทีค่า

*************************

 

บทที่ 2

ตั้งแต่วันนั้นที่สควอโล่เผลอหลุดอาการแปลกๆ เขาก็ไม่ปล่อยให้มันเข้าครอบงำอีก มีบ้างที่แอบกระแอมเวลาเจอหน้าซันซัส แสร้งทำตัวเคร่งขรึม แต่สองนาทีถัดมาก็โวยวายเช่นเดิม

โชคยังเข้าข้างเขา หนึ่งไม่มีใครจับสังเกตได้ถึงพฤติกรรมที่ประหลาดจากปกติ และสองบอสของเขาไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนจากเดิม ทำเอาเขาอดคิดไม่ได้ว่าที่โดนกัดคอรอบนั้นเองก็เป็นหนึ่งในวิธีการทรมานมือขวาฉบับบอสวาเรีย

ปัจจุบันเขาจึงทำงานตัวเอง งานประจำตัวในฐานะทาสชั้นดี

ในเมื่อหน้าที่หลักของซันซัสคือการใช้งานสควอโล่ ดังนั้นหน้าที่หลักของสควอโล่จึงเป็นการจัดการและบริหารวาเรียโดยปริยาย ทำงานสารพัดทุกอย่างสมตำแหน่งเบ๊อเนกประสงค์ที่เคยเกือบครองตำแหน่งหัวหน้าวาเรีย

คนอื่นอาจจะเสียดาย กลับกัน สควอโล่พูดได้เต็มปากว่าเขาภูมิใจที่ขออยู่เคียงข้างซันซัสและเลือกอีกฝ่ายเป็นหัวหน้าหน่วย

                แต่แล้ว... พระเจ้า เขาอยากตีปากตัวเองเดี๋ยวนี้

                ‘บอสเวรตะไล’ ของเขา กำลังงีบหลับ

                ไม่มีใครกล้าปลุก โวยวายหรือยุ่มย่ามกับเจ้าตัว แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น โดยเฉพาะกับรองหัวหน้าผู้นี้

                เหมือนเป็นการผลักภาระด้วยเรื่องเดิมนั่นคืออาหาร เรื่องสำคัญที่สุดประจำตัวบอส

                ลูกน้องตายได้ แต่อาหารต้องออกมาเข้าขั้นยอดเยี่ยม ดังนั้นไอ้คำว่ากินได้ของบอส มันคือการเสี่ยงชีวิตของลูกน้องทุกวัน

                “ไอ้บอสเวรตะไล”

                ความจริงก็แค่อาหารเสร็จแล้วกำลังร้อนๆ เขาต้องปลุกอีกฝ่ายขึ้นมาก่อนอาหารเย็นชืด

                นั่นเป็นหน้าที่สำคัญแต่ไม่มีใครกล้าทำ มอบหมายให้ใครก็ส่ายหน้ากันเป็นแถบ ทุกคนรู้ดีว่าคนที่เป็นข้อยกเว้นทุกอย่าง ขนาดพูดได้ว่าน้อยครั้งเหลือเกินที่ซันซัสจะโกรธเป็นจริงเป็นจังด้วย คนผู้นั้นก็คือสควอโล่

                สิทธิพิเศษล้วนมาพร้อมปัญหาพิเศษ สควอโล่จึงกำลังหงุดหงิดเป็น ‘พิเศษ’

“รีบตื่นขึ้นมากินได้แล้ว” เขาวางจานบนโต๊ะอย่างเบามือ ทว่ากอดอกส่งสายตาไม่พอใจให้เจ้านายขี้โมโห ทุกวันนี้ตารางงานเขาหยุดชะงักเพราะต้องจัดการอาหารหมอนั่น เรื่องไร้สาระที่ดันสำคัญที่สุดเนื่องจากคนกินดันมากความ

                รอบที่แล้วเขาสรรหาเนื้อแกะมาให้ได้ รอบนี้เขาจึงเปลี่ยนเมนูเป็นเนื้อวัวตามเดิมกันไม่ให้อีกคนเบื่อ

                “อืม”

                ทุกคนโล่งใจ บอสไม่โกรธ บอสไม่โมโห บอสกินข้าวได้

                บอสคำเดียวที่ถ้าเปลี่ยนคำต่อท้ายก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศของโลกทั้งใบได้เลยทีเดียว

                เช่นบอสหิว คือเริ่มอันตราย แต่ถ้าบอสอิ่ม นับว่าเป็นเรื่องดีที่สวรรค์ประทานมาให้

                ทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจปัจจุบันเริ่มย้ายก้นหนีจากห้องไม่เว้นสควอโล่ แต่ซันซัสส่งสายตาปราม ร่างสูงโปร่งที่กำลังก้าวขาเป็นอันต้องหยุดและนั่งลงตรงโซฟาฝั่งตรงข้าม

                มือทั้งสองกำลังเท้าคาง สายตาที่มองบอสนิยามได้เพียงคำเดียวคือคำว่าเอือมระอา

                “หยุดจ้องหน้าฉันได้แล้ว กินไม่ลง”

                ทั้งที่อาหารอยู่คาปากแต่ซันซัสก็กดเสียงต่ำพลางส่งสายตาของคนที่พร้อมระเบิดโทสะให้

                “บอสก็ปล่อยฉันออกจากห้องสิวะ”

                “แกมันตัวน่ารำคาญ อยู่แบบนั้นแหละ จะได้ไม่ทำให้คนอื่นเขารำคาญไปด้วย”

                “ไอ้บอสเวรเอ้ย”

                และแล้วสควอโล่ที่นั่งเป็นเพื่อนก็ผล็อยหลับแทน ในเมื่อไม่เกรงใจมา เขาจะเกรงใจกลับทำเพื่ออะไร

                เสียงกรนแผ่วเบาดังลอดผ่านริมฝีปากบางท่ามกลางบรรยากาศเงียบสนิท ซันซัสเหลือบตามอง ริมฝีปากที่มักจะคอยแผดเสียงก้องปราสาทดังบัดนี้เผยอเล็กน้อยแล้วส่งเสียงหอบหายใจเบาๆ

อืม... เขาที่กำลังเคี้ยวอาหารแต่ละคำต้องทนฟังเสียงกรนน่ารำคาญ

ปานบนใบหน้าเริ่มกินพื้นที่ใบหน้าหลายส่วน

แม่งเอ้ย เห็นหน้าแล้วก็ชักหงุดหงิด ซันซัสเตะขอบโต๊ะอย่างแรง

สควอโล่สะดุ้งตื่น ชายหนุ่มบิดตัวซ้ายขวาให้หายง่วงก่อนจะอ้าปากหาวหวอดใหญ่ ขอบตาลึกโหลจนดูอิดโรยเพราะมีเหตุต้องตะลอนไปจัดการเรื่องต่างๆ หลังสิ้นสุดแผนการของเบียคุรัน 

“ไอ้บอสเวร ปลุกทำไม”

“ฉันไม่ได้ให้แกมานั่งกรนให้ฉันฟัง”

คนฟังแอบกลอกตา ซันซัสก็ยังคงเป็นซันซัส

“งั้นก็ไม่ต้องให้ฉันมานั่งเฝ้าก็จบเรื่อง… ชิ”

สายตาสะดุดเข้ากับปานบนใบหน้าของบอสหนุ่มกำลังพาดเกินครึ่งหน้า สควอโล่ปิดปากแน่นสนิท เขาเดาะลิ้นเสียงดังพร้อมนั่งกอดอกไม่พอใจ

ปานนั้นเป็นสัญลักษณ์ของอะไรหลายอย่าง อาทิตัวแทนโทสะแห่งมวลบาปทั้งเจ็ด โมหะของตัวซันซัสเอง หรือถ้าเทียบกับเรื่องที่แย่ที่สุดก็คือ มันเป็นสัญลักษณ์ของสายเลือดต้องมลทินที่ไม่คู่ควรกับแหวนแห่งวองโกเล่ มันคือตราบาปแห่งความอับอายของผู้ได้รับรอยปานนั้น

นั่นเป็นปมร้ายแรงในใจของซันซัส สควอเลือกไม่แคร์สิ่งนั้น เขาสนเพียงเนื้อแท้ของซันซัส

อย่างไรเสียซันซัสก็เป็นถึงอัลฟ่าจากชนชั้นล่างผู้ไต่เต้าสู่แดนมาเฟีย ด้วยฐานะแต่เดิมของเจ้าตัวก็ยากเกินความคาดหมาย ท้ายที่สุดผู้คนล้วนยอมรับในความสามารถโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในสังกัดวาเรีย พวกเขาทั้งหมดนับถือซันซัสในฐานะผู้นำโดยแท้จริง

เขาเป็นผู้นำที่พร้อมพาวาเรียและวองโกเล่ไปได้ไกล สควอโล่เชื่อแบบนั้น

ผ่านไปซักพักจนซันซัสถึงอารมณ์เย็นลงสควอโล่ถึงหลุดจากเรื่องฟุ้งซ่านในหัว ฝั่งบอสหนุ่มกินอาหารเงียบๆ ทุกอย่างรอบกายเงียบสนิทไร้เสียงรบกวน

 “...”

เจ้าบอสบ้านั่น! ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยหรือไงกัน ชายหนุ่มปวดขมับ เขาอยากกินหัวคน

สควอโล่ที่กอดอกพักหนึ่งเปลี่ยนเป็นมานั่งนับหนึ่งถึงร้อยในใจ เอาหนึ่งถึงพันเลยก็ยังไหว เขากำลังอดกลั้นต่อโทสะที่เตรียมปะทุ รองหัวหน้าหนุ่มสูดหายใจเข้าเต็มปอด อันนี้ไม่ได้ใช้ลมเพื่อการตะเบ็งเสียงด่า แต่ทำเพื่อให้ตัวเองใจเย็นลง เขารู้ดีว่าตัวในเองในตอนนี้กับเมื่อสิบปีก่อนนิสัยแทบไม่ต่างจากเดิมเลย คนตรงหน้าด้วยเช่นกัน

ดังนั้นเขาขออยู่แบบปลอดภัยด้วยการทำตัวใจเย็นซักวันก่อนที่ผมของเขาจะหายไปกระจุกหนึ่งเหมือนเมื่อสิบปีก่อน

ถึงเวลาจะผ่านพ้นเรื่อยมาจนอีกฝ่ายลดความรุนแรงลงแล้วก็เถอะ แต่การปฏิบัติตัวต่อเขาไม่ได้ดีขึ้นเลย ยิ่งไปกว่านั้นซันซัสยังทำตัวเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายใส่เขาอีก สควอโล่ยิ่งคิดยิ่งโกรธจนกัดฟันกรอด

“เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก”

“เพราะบอสนั่นแหละ”

คราวนี้ถึงเวลาคนกินอาหารส่งสายตาเย็นยะเยือกกลับมาบ้าง สควอโล่ครั้นจะโต้ตอบก็ล้มเลิก เขาเอ่ยขอโทษเสียงเบา

“อืม” ซันซัสตอบรับสั้นๆ ไม่หลงเหลือความสนใจให้สควอโล่อีก ตั้งหน้าตั้งตากินของตนต่อ

บรรยากาศรอบกายเย็นขึ้นเฉียบพลัน คราวนี้สควอโล่รู้ตัวแล้วว่าเขากำลังไม่ได้อยู่ในสายตาของบอสแล้ว สองสามปีนี้เขาสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายจะหาช่วงเวลาสั้นๆ สำหรับการใช้งานเขา อยากได้ก็ต้องได้เดี๋ยวนั้น ผ่านไปซักพักก็เฉดหัวเขาเป็นหมาหัวเน่า น่าปวดหัวที่จะหาเหตุผลนอกจากให้คำตอบตัวเองว่าเพราะช่วงนี้เขาไม่ค่อยอยู่ด้วยกัน จะหาขี้ข้าที่ถูกใจนอกจากเขาก็คงยาก

เขาลังเลแล้วจึงเอ่ยกระแทกเสียง “เออ ฉันมีธุระต้องรีบจัดการ ขอตัวก่อน”

อีกฝ่ายครางอืมในลำคอให้ทีเป็นมารยาท แม่ง! หมดเวลาของเขาแล้ว เจ้าบอสเวรตะไลเอ๊ย

แน่นอนว่าคนฟังย่อมรู้สึกความผิดปกติ ทว่าเขาก็ปล่อยให้สควอโล่ทำตามใจ

                

ร่างสูงโปร่งเคลื่อนกายกลับห้องของตัวเอง เขาใช้เท้าถีบประตูด้วยอาการหงุดหงิด สายตาสำรวจเฟอร์นิเจอร์ในห้อง ของทุกชิ้นสะอาดเรียบร้อยเพราะผ่านการดูแลอย่างสม่ำเสมอ เขาทรุดตัวกับเบาะและเอนตัวนอน

เขาอึดอัด ให้ตาย สควอโล่ถอนหายใจ นับวันเขายิ่งอึดอัดจากอาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของซันซัส 

สิ่งเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกถึงเมื่อหลายปีก่อน เมื่อเวลาผ่านนานเข้า ความรู้สึกที่สุมลึกในใจก็ยิ่งถูกซ้ำเติมมากกว่าทุเลา ซันซัสบทจะดีก็ดีจนน่าใจหาย บทจะร้ายก็ร้ายจนน่าโกรธเคือง ส่วนบทที่ปรากฏทุกวันคือคนเงียบขรึมที่พร้อมระเบิดโทสะให้ทุกเมื่อ

 ขี้ข้ารองมือรองเท้าก็อึดอัดเป็น

เมื่อสิบปีก่อน หลังจบศึกสำคัญของการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลวองโกเล่ระหว่างเด็กหนุ่มสายเลือดบริสุทธิ์ที่ถูกลืมเลือนในประเทศญี่ปุ่นกับสายเลือดต้องมลทินของชายผู้สมบูรณ์ ซันซัสก็เริ่มเปลี่ยนนิสัยทีละน้อยจนเขาที่ใกล้ชิดสังเกตได้และเชื่อว่าคนอื่นเองก็เช่นกัน

ขนาดมาม่อนยังหลุดออกปากชมบอสด้วยความจริงใจ และนั่นเป็นเหตุการณ์ที่เขาเชื่อจากใจเลยว่าซันซัสกำลังมีพัฒนาการในทางที่ดี

แต่ตอนนั้นทุกคนกำลังวุ่นวายบนโต๊ะอาหาร ลูซซูเรีย เลวี่และเบลละความสนใจจากคำพูดของมาม่อนแล้วหันไปทำลายข้าวของเพื่อปะทะกัน ฝ่ายซันซัสนั่งกินอยู่เงียบๆ ส่วนเขาที่ได้ยินนั่นก็ด้วยเหตุบังเอิญ

สควอโล่นั่งเหี่ยวกับเฝือกบนแขน มันเป็นชิ้นสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่หลังจากศึกของเขากับยามาโมโตะ

แม่งเอ้ย เขาพยายามขยับแขนแค่ไหนก็กินข้าวไม่ได้อยู่ดี

ตอนนั้นเขาหวังพึ่งใครซักคนด้วยการตะโกน ขอบคุณพระเจ้าที่พวกมันทำตัวหูหนวกกะทันหัน

‘หุบปากแล้วกินซะ’

รองหัวหน้าที่เตรียมอ้าปากตะโกนหุบปากลง เขามองไปต้นเสียงก่อนหรี่ตาลงเล็กน้อย

'บอส?’

สควอโล่หิว เขาหมดแรงจะเถียง เห็นบอสหนุ่มยื่นชิ้นเนื้อมาตรงหน้าก็รับเข้าปาก แป๊บเดียวก็เคี้ยวกลืนเสร็จและเริ่มกัดชิ้นใหม่ เวลาดำเนินผ่านมาไม่กี่นาทีชิ้นเนื้อก็ลงท้องสควอโล่จนเกลี้ยง

      ‘ขอบคุณ’

  ซันซัสไม่ตอบ เขาก้มหน้าก้มตาจัดการของตัวเองจนเรียบ เมื่อเสร็จแล้วก็จากห้องไป ทิ้งให้ความวุ่นวายจบสมบูรณ์ในตัวมันเองด้วยวิธีสุดคลาสสิกจากการด่าทอของสควอโล่

หลังจากวันนั้นไปเป็นเดือนเป็นปี สควอโล่ที่เฝ้ามองซันซัสมาเสมอพบว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงเพียงบางจุดเท่านั้น อย่างมากสุดเขาก็เริ่มเห็นใจลูกน้องด้วยประเด็นเล็กน้อย เช่นหากผิดใจกันก็ไม่ถึงตาย หยุดอยู่แค่พิการ หรือเห็นสควอโล่ตะโกนด่าก็เปลี่ยนจากการลงโทษสถานหนักเป็นสถานเบา เช่นการปากระถางต้นไม้ก็เริ่มผลัดมาใช้กาน้ำร้อนแทน อะไรทำนองนี้

ตอนนั้นเป็นฤดูใบไม้ร่วง อากาศค่อนข้างหนาว ร่างสูงโปร่งในเสื้อโค้ทหนังเนื้อดีของรองหัวหน้าหนุ่มบรรจงตวัดลวดลายตามครรลองของเพลงดาบเพื่อฝึกซ้อมบริเวณลานกว้างตรงศูนย์บัญชาการที่เป็นสวนหย่อม ปลายดาบคมเกือบสัมผัสกับปอยผมด้านหน้า เขาหันมาเอะใจเล็กน้อยว่าเป็นครั้งแรกที่หน้าม้าของตนยาวขึ้นจนเกือบถึงคาง

เขายุติการซ้อมแล้วลังเลว่าจะเล็มปลายผมดีไหม มันค่อนข้างเป็นปัญหาของการมองเห็น พอปลายมีดจ่ออยู่ตรงหน้าม้าเขากลับได้ยินเสียงตะคอก

‘ไปซ้อมที่อื่น ฉันรำคาญลูกตา’

สควอโล่สะดุ้ง เขาสะดุดขาเกือบล้ม หันซ้ายขวาถึงเห็นว่าซันซัสอยู่ไม่ไกล

ตัวเขาอยากบ่นความในใจบ้างแต่ได้แค่ทำสีหน้าไม่สู้ดี

‘บอสไปกินรังแตนที่ไหนมา’ สควอโล่แสร้งถามมาม่อนข้างๆ โชคดีเขาเจออัลโกบาเลโน่ตัวน้อยที่ตามหลังซันซัส

‘ไม่รู้สิ ถามเองแล้วกัน ฉันต้องไปทำงานแล้ว ไม่อยากเสียเวลาทำเงินนักหรอกนะ’

‘หึ ตามใจแกเลยแล้วกัน’

ว่าจบเขาก็รีบสาวเท้าย่ำเศษใบไม้เศษหญ้าที่ตนเผลอใช้มีดตัดผ่าไปเมื่อครู่ระหว่างฝึกซ้อม

พอพ้นสวนเขาก็กลับมาชำเลืองตามองซันซัสเริ่มกิจวัตรหลัก ใช่ เขาหมายถึงการงีบ

‘...!’

ราวกับซันซัสรู้ว่าเขากำลังจับจ้องอยู่ด้านนอก ซันซัสเม้มปากของตนเป็นสัญญาณเตือน และนั่นจึงทำให้สควอโล่ที่ทำตัวเนียนจำต้องเลิกสนใจ

 

สควอโล่หลับตาลงนึกถึงเรื่องราวต่างๆ เมื่อลืมตาขึ้นมา ท้องฟ้าก็เป็นสีส้มแล้ว

เขาภาวนาในใจ ขอให้เวลาหนึ่งทุ่มไวๆ เขาจะได้หาเรื่องหนีปัญหาอาหารเย็นไปเจียดตัวทำอย่างอื่นได้เสียที

ดวงตาทั้งสองขยับซ้ายขวาตามจังหวะวินาที

ระยะเวลาเดินช้าเหมือนเต่าคลาน สควอโล่กุมขมับ ร่างสูงเหยียดแขนเหยียดขาสุดตัวแล้วคู้ร่างกอดหมอน ก่อนเขาจะเริ่มพลิกตัวซ้ายขวา

ชายหนุ่มแอบเบนสายตามองนาฬิกาเรือนใหญ่ในห้องเป็นพักๆ

ที่คิดว่าผ่านไปครึ่งชั่วโมง แท้จริงมันคือสิบนาทีเท่านั้น

ให้ตาย เขาพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ ปกติเขามักจะปฏิบัติภารกิจด้วยระเบียบแบบแผน หากครั้งนี้เขาชักไม่สนแล้วว่าตอนนี้กี่โมงกี่ยาม อยากรีบทำให้มันเสร็จๆ

สควอโล่รู้ดีว่าเขากำลังหลอกตัวเอง อยากหลบหน้าบอสซักหน่อยถึงกับต้องหาเหตุผลมากมายก่ายกอง

ว่าแล้วเขาก็เด้งตัวจากเตียง จัดการเสื้อผ้าหน้าผมซักหน่อย หยิบกล่องที่บรรจุสัตว์ประจำตัวใส่กระเป๋า แล้วคว้ากล่องเรียวยาวทรงสี่เหลี่ยมมากอดแนบ จากนั้นเขาก็เปิดหน้าต่างและกระโจนตัวพุ่งลงด้านล่างทันที 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น