Snake’s Swamp หิ้ว'ผู้ชาย'มาจากบึง

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : สัญญาเพื่อนร่วมบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 มิ.ย. 61

*อัปแก้ค่ะ เด๋อ **ร้อง**

Chapter 2 : สัญญาเพื่อนร่วมบ้าน 

อย่าเข้ามานะ!

ความตื่นตระหนกที่สัมผัสได้ชัดเจนรู้สึกจากใครบางคนที่วิ่งหนีอุดตะหลุดอยู่ในป่าดิบชื้นที่กว้างใหญ่ขนาดที่หาทางออกไม่เจอ ซ้ายก็ป่า ขวาก็ป่า ต่อให้มีกล้องส่องทางไกลที่ส่องได้ถึงหลายร้อยไมล์ก็ยังพบอยู่เพียงป่าเท่านั้น เท้าเล็กย่ำไปตามพื้นดิบสลับโคลนจนเป็นแผลถลอกขูดคราด ดวงตาสอดส่องไปยังพื้นที่ตรงหน้าและพยายามวิ่งไปให้ไกลที่สุด

ใบหน้าเรียวตามสไตล์คนเอเชียหันขวับไปมองด้านหลังเป็นระยะ ข้างหลังเป็นงูสีดำขนาดใหญ่ร่วมสองเมตรได้เลื้อยผ่านต้นไม้และพงหญ้าที่ขึ้นรกมาอย่างรวดเร็วสาวเข้ามาใกล้ แววตาของมันราวกับว่ากระหายต้องการจะฉีกมนุษย์ผู้นั่นเป็นชิ้นๆ

 ปล่อยฉันไปเถอะน่า ปล่อย

เสียงแหบแห้งที่บ่งบอกได้ว่าเขาเหนื่อยและตะโกนมาแล้วตลอดทาง เท้าเล็กสะดุดหินก้อนใหญ่จนหน้าคว่ำลงไปกับพื้น เจ้าตัวเงยหน้ามาเพื่อตั้งสติก่อนจะลุกขึ้นวิ่งหนี แต่ไม่ทันการณ์ หางของงูยักษ์เข้ามารัดตัวเขาอย่างรวดเร็ว

 เฮ้ย

มือบางจับหางของมันและพยายามแกะเพื่อให้ร่างของตนเป็นอิสระทั้งที่รู้ว่าอย่างไรก็หมดทางรอด

งูตัวนั้นใช้ลำตัวของมันเลื้อยรัดเป็นเกลียวรอบทั้งตัว ก่อนที่จะหันหน้าของตนมาหาเขา สีหน้าของมันไม่ได้มีแววหิวกระหายอย่างที่คิดไว้แต่แรก ดวงตาของมันสบเข้ากับมนุษย์ผู้นั้น

แววตาของมันราวกับกระจกใสที่ทำให้มนุษย์ผู้นั้นได้เห็นใบหน้าของตัวเองได้อย่างชัดเจน

...ในนั้น ในดวงตาของมันคือวายุ ซึ่งนั่นคือเขาเอง... วายุ ไตรรัชโยธิน

••••••••••••••••••••••••

เฮือก!

ผมสะดุ้งตื่นทันทีเมื่อเห็นหน้าตัวเองในฝันนั้น เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวจนเหนอะหนะไปหมด ผมหันไปมองรอบตัวก็พบว่าเช้าแล้ว แสงอ่อนๆ จากตะวันที่ฉายเข้าผ่านผ้าม่านผืนบางลายลูกไม้ ไหนจะนาฬิกาดิจิตอลที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้ก็ปรากฏเลข 9 อยู่ตรงหน้าปัดชั่วโมง มือบางพยายามยันตัวให้ลุกขึ้นไปล้างหน้าซักหน่อยให้ขวัญกลับมาแต่กลับขยับตัวไปไหนไม่ได้

อ้อ ผมลืมไป มันมีตัวปัญหาที่นอนอยู่ตรงนี้

หมอนั่นชื่ออะไรนะ? ริช?

 ริช ตื่น

นายคนนั้นนิ่งเงียบไม่ไหวติง มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอที่บ่งบอกได้ว่าหมอนั่นฝันดีแค่ไหน

พระอินทร์ครับ ช่วยส่งเขากลับมาที เข้าเฝ้านานเกินไปแล้วนะ

หรือจะเป็นผมเองที่เรียกชื่อเขาผิด

ส่วนฉันริค

จู่ๆ คำพูดของเขาก็กลับมาทวนซ้ำอยู่ในหัวของผม อาจจะเพราะมันเป็นเวลาใกล้หลับหรือเปล่าคำพูดของเขาถึงชัดเจนแบบนี้

ริค ตื่นได้แล้ว

เสี่ยงดวงกันอีกครั้ง คราวนี้ผมเรียกชื่อเขาพร้อมกับสะกิดที่ต้นแขนเล็กน้อย หวังจะให้คลายกอดซักหน่อย ถ้ายังรัดแบบนี้ผมได้ขาดอากาศหายใจตายแน่

หืม

ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณพระอินทร์ด้วยที่ส่งเขากลับมาซักที

ผมยิ้มหน้าบานเมื่อได้ยินเสียงครางต่ำในลำคอ เสียงหายใจที่สม่ำเสมอกันอยู่เมื่อครู่หายไปแล้ว ริคคนนั้นค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เขามองไม่ใช่อะไร นอกจากผม

ขอนอนต่ออีกซัก 5 นาที

ประโยคแรกที่พูดชวนให้โทสะของผมพุ่งปรี้ด เขาหันมาพูดแล้วหลับต่อลงไปแบบไม่สนสิ่งใดในโลก ต่อให้โลกจะแตกตรงหน้า แต่เป้าหมายของเขาก็ยังคงเป็นนอนอยู่ดี

นอกจากจะเป็นพวกHomelessที่หาเรื่องไปทั่วจนได้แผลแล้ว ยังเป็นพวกขี้เกียจอีกหรอ

น่าหงุดหงิดชะมัด

ชายเอเชียใช้เท้าเตะเข้ากับอีกฝ่ายย้ำๆ ต่อให้แผลที่นั่งปฐมพยาบาลให้เมื่อวานเป็นรอยช้ำมากกว่าเดิมแต่ผมก็ไม่สนใจหรอก ถ้าเขายังไม่ปล่อยก็จะเตะมันให้พิการไปเลย

ผมไล่สายตาไปตามเรือนร่างของเขา ส่วนโค้งเว้าแทบไม่มีให้เห็น ไขมันส่วนเกินก็เช่นกัน มีเพียงมัดกล้ามกับผิวเนียนที่ดูจะช้ำง่ายเสียเหลือเกิน

แต่เหมือนผมจะลืมไปอย่าง เจ้าบ้านั่นยังไม่ได้ใส่เสื้อหรือกางเกงตั้งแต่เมื่อคืน โชคดีที่นอนอยู่แล้วมีผ้าห่มคลุมด้านล่าง ผมยังไม่อยากเห็นของที่ผมกับเขาเองก็มีเหมือนกันเท่าไหร่

ผมพยายามเดาเอาว่าจุดที่เล็งคือต้นขา ก่อนจะใช้ขาของตนถีบเข้าอย่างแรงหลายที เอาให้มันช้ำจนหักไปเลย

อยู่นิ่งๆ ได้ไหมคุณ

หงุดหงิดของริคแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ผมทำนั้นได้ผล ผมเตะที่เดิมด้วยแรงที่มากกว่าเก่าหวังจะให้หลุดจากการพันธนาการตรงนี้ซักที

ไม่หยุดใช่ไหม?”

อั่ก!

แขนแกร่งรวบตัวผมเข้าและกอดแน่นกว่าเดิม ใบหน้าเหยเกของผมแทบจรดเข้าไปกับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั่นแล้ว ลมหายใจอีกฝ่ายก็รดศีรษะของผมจนผมที่ยุ่งอยู่แล้วปัดไปทั่วทิศทาง

ถ้ายังไม่หยุดอีกฉันจะไม่เตือนแล้วนะ

 จบประโยคหมอนั่นก็หลับลงไป ดวงตาที่ปิดสนิทและลมหายใจที่สม่ำเสมอเป็นหลักฐานชั้นดี

ให้ตาย เช้านี่เป็นเช้าที่แย่สุดเลย แย่รองจากเมื่อคืนนิดนึง

••••••••••••••••••••••••

 วายุ เป็นอะไรไป

เสียงทักด้วยความเป็นห่วงจากเพื่อนร่วมงานทำให้ผมหันไปหา แม็คหนุ่มสเปนขนานแท้แต่กลับมีโครงหน้าสไตล์บริติช เขาทำหน้ามุ่ยแถมยังบุ้ยปากพลางบ่น

นี่เห็นนายถอนหายใจมาพักใหญ่แล้วนะ จะไล่ลูกค้ากันหรือไง

เจ้าตัวโวยวายเสียงดังในขณะที่ทั้งร้านสะดวกซื้อมีแค่เราสองคน

ผมกลอกตาใส่เขาทีหนึ่ง

 หยุดงี่เง่าน่าแม็ค

ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ผมกลับเอ็ดเขาไปแทน ไม่เห็นเข้าใจเลย ทำไมบางครั้งพวกสเปนกับละตินถึงเสียงดังกัน ผ่านไปนานนับปีก็เหมือนจะชิน สุดท้ายก็เป็นคัลเจอร์ช็อกสำหรับผมอยู่ดี

ใช้เวลาไปเกือบสิบนาทีในการบ่นกว่าหมอนั่นจะหุบปากลง แต่มันถูกแทนที่ด้วยการซักผมแทน

ว่าแต่นายเป็นอะไรเขาว่าพลางเดินออกจากเคาท์เตอร์ไปเช็กของภายในร้าน

เพิ่งถามเป็นหรือไง ผมคิดในใจแต่ไม่เอ่ยออกไป

เมื่อวานฉันไปเก็บโฮมเลสคนนึ่งกลับบ้านมา

เพราะยังไม่รู้เป็นใคร ถึงดูหล่อแต่ไม่น่ามีการมีงานทำถึงหาเรื่องชาวบ้านจนตัวเจ็บขนาดนั้น สุดท้ายผมเลยเดาเอาเองว่าคงเป็นโฮมเลส ไม่แน่อาจจะถูกไล่ออกมาจากบ้านตระกูลดังๆ ไม่ก็เกิดมาหน้าตาดีแต่ดวงซวย น่าสงสาร

ฮะ? ว่าไงนะ นายไม่รู้หรือไงว่ามันอันตราย

หมีควายสัญชาติสเปนที่พ่วงมาด้วยความสูงเกือบ 2 เมตรวิ่งพุ่งเข้ามา ถ้าเขาไม่หยุดลงตรงหน้าผม ผมคงโดนทับแบนจนตายแน่นอน

แม็คซี่ เขาจะตายแล้ว ฉันไม่อยากให้เขาตายต่อหน้า

ตามหลักวายุวิทยาแล้ว การเติมชื่อของคู่สนทนาก่อนหรือปิดท้ายคู่สนทนาในประโยคจะช่วยให้คำพูดของเราดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชื่อจริง

เพราะรู้ว่าที่ตัวเองพูดก็เกินจริงไปบ้าง เพราะถ้าหมอนั่นใกล้ตายจริงคงไม่นอนสบายและกอดเขาเป็นหมอนข้างจนโดนเอ็ดไปทั้งเช้าหรอก ตอนนั้นนอกจากด่าแล้วผมยังเอาเสื้อตัวโคร่งที่ซื้อมาผิดไซซ์ กับกางเกงหลวมๆ สมัยยังไม่ลดน้ำหนัก

นี่ยังไม่นับตอนที่ริคตื่นดีแล้วสวมเสื้อเรียบร้อยแม้จะดูรัดติ้วไปสำหรับเขาบ้าง เจ้าบ้านั่นลุกขึ้นเดินวนไปทั่วบ้านเพื่อหาห้องครัวเฉย ผมที่ยุ่งๆ พร้อมกับสีหน้าเรียบเฉยตอนพูดว่าหิวนั่นทุเรศสิ้นดี

โชคดีไม่มีเสียงท้องร้องตามมา ตอนนั้นผมไล่หมอนั่นให้ไปอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อน ผมไม่อยากให้กลิ่นตัวอันไม่พึงประสงค์ผสมกับต้นหญ้า กลิ่นดินตรงที่ผมเก็บหมอนั่นมา

เขาเงยหน้ามายิ้มให้ผม นั่นทำให้เป็นอีกครั้งที่ทำให้ผมเห็นใบหน้าของเขาชัดเจน โครงหน้าแบบชาวยุโรปกับอายุของอีกฝ่ายที่คาดว่าน่าจะขึ้นเลข 3 ทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเกรงขาม ผมที่ยาวประบ่านั่นถ้าตัดสั้นซักหน่อยแล้วเซ็ตอย่างดีผมคงนึกว่าเป็นผู้ชายที่มีภูมิฐานคนนึ่ง

เสียดาย ไม่น่าหมดอนาคตด้วยการมีปัญหากับคนอื่นแล้วนอนโป๊อยู่แบบนั้นเลย

อืม... อย่างนั้นหรอ งั้นไม่ลองพาไปส่งโรงพยาบาลหน่อยล่ะ

เสียงของแม็คช่วยเรียกสติของผมกลับมา ผมผละจากความคิดและหันกลับไปตอบเขา

คนไทยตัวน้อยๆ กับเงินเก็บที่มีอยู่ไม่เท่าไหร่เพราะเรียนจบแล้ว นายคิดว่าจะมีปัญญาไปจ่ายเงินค่ารักษาไหมล่ะ

ยังไงถ้าไปคนจ่ายย่อมเป็นผมอยู่แล้ว ค่ารักษาพยาบาลที่ไทยกับอเมริกาต่างกันลิบลับ ยิ่งรัฐของผมก็ยิ่งแล้วใหญ่ แต่ความจริงไม่ว่ารัฐอะไรก็ล้วนไม่น่าพาเข้าทั้งนั้น

ไม่เลือกงานไม่ยากจน แต่ถ้าเจ้าโรงบาลบ่อยๆ อันนี้ยากจน

นั่นสินะ

แม็คพึมพำกับตัวเองก่อนจะเงียบปากแล้วทำงานของตนไปแบบเดิม ส่วนผมก็กลับไปที่เคานท์เตอร์เพื่อต้อนรับลูกค้า

ทุกอย่างก็วนลูปอยู่แค่การทำงานอยู่ตั้งแต่สายจนถึงเย็น วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมมีกะต้องทำงานในร้านสะดวกซื้อช่วงนี้ ทำมาตั้งแต่เริ่มเข้ามหาลัย จนตอนนี้เรียนจบรอหางานทำ

ยังดีที่พอบ่ายคล้อยคนก็น้อยพอตัว แถวบ้านของผมไม่ค่อยมีคนมากเท่าไหร่ เป็นเมืองขนาดเล็กในรัฐทางเหนือของอเมริกา โชคดียังมีบรรยากาศร่มรื่นที่ไม่ได้หนาวมากจนเกินไปหรือร้อนจนทนไม่ไหวของฤดูกาลช่วยให้ที่นี่น่าอยู่มากขึ้น ไหนจะธรรมชาติทั้งจากแหล่งท่องเที่ยวหรือตามเมืองน้อยใหญ่ก็สร้างสรรค์ให้รัฐนี้น่าอยู่มากขึ้น อย่างน้อยผมก็ดีใจที่อยู่ในมิชิแกน ถ้าไม่นับฤดูหนาวที่หนาวจนอยากจะนอนฝังอยู่คาบ้าน

วายุ กลับกันเถอะ หมดกะแล้ว

แม็ควางมือทาบทับลงบนไหล่มน ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเขาพร้อมกับพยักหน้า กลับเข้าไปในห้องสำหรับพนักงานเปลี่ยนชุดเรียบร้อย

ปกติไม่เคยเห็นรีบกลับขนาดนี้ มีอะไรหรือเปล่า

คราวนี้ไม่ใช่แม็กที่ทัก แรนด้า แรนด้าเป็นพนักงานเช็กสต็อกอยู่ด้านหลัง ส่วนใหญ่ไม่ค่อยโผล่หน้ามาข้างนอกเท่าไหร่ เธอบอกว่าเธอไม่อยากออกไปเจอใคร สาเหตุไม่ใช่อะไร แต่เป็นรอยโดนต่อยบนหน้าของเธอที่ค้างอยู่บนหน้าเป็นเวลาร่วมสัปดาห์แล้วยังไม่หาย

เอาล่ะ ถึงพูดแล้วจะดูน่าสงสาร แต่ความจริงเธอเป็นทรานเจนเดอร์หรือเรียกให้เข้าใจง่ายก็คือผู้หญิงข้ามเพศ แม้ร่างกายจะดูเหมือนผู้หญิงมากแค่ไหนหากเทียบกับหญิงข้ามเพศสัญชาติเดียวกันแต่เธอก็ยังเป็นพวกที่ยังสมชายอยู่ดี มีเรื่องกับเขาไม่ทั่ว ไม่พอใจก็ต่อยทันที

พอดีต้องรีบไปจัดการเรื่องที่บ้านน่ะ

ผมรีบตัดบทเธออย่างรวดเร็วแล้วออกจากร้านทันที เธอมองมาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะตามด้วยความรู้สึกไม่อยากใส่ใจทันที

พอออกมานอกร้านผมก็รีบจ้ำอ้าวกลับบ้าน จากร้านสะดวกซื้อห่างจากบ้านผมแค่ครึ่งไมล์ เดินสลับวิ่งซักหน่อยไม่นานก็ถึง

หวังว่ากลับไปจะไม่พบกับความพินาศ

••••••••••••••••••••••••

ตอนเช้าผมมั่นใจว่าผมบอกริคให้จัดการทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อยหลังจากเขาอาบน้ำเสร็จ ส่วนเย็นนี้ให้อยู่นิ่งๆ เจี๋ยมเจี้ยมและเรียบร้อย เพราะจะได้จับเข่าคุยกันได้ง่ายหน่อย

ผมยืนอยู่หน้าประตูบ้านด้วยความรู้สึกหลากหลาย จะให้เสียบกุญแจและไขเข้าไปเลยก็ได้ แต่กลับรู้สึกตื่นเต้น ประหม่า คาดหวัง และอีกสารพัด

ห้องจะไม่รกใช่ไหม เคธี่จะไม่ช็อกตายก่อนใช่ไหม ครัวไหม้หรือยัง

ใบหน้าเรียวเริ่มซีด ก่อนที่มือที่กำลังสั่นระริกจะไขกุญแจเข้าบ้านไป

ผมแง้มประตูเพียงเล็กน้อยเพื่อเช็กว่ายังไม่มีกลิ่นไหม้หรือกลิ่นศพเน่าลอยมา ถือว่าโชคดีที่ผมได้กลิ่นของแพนเค้กกับน้ำผึ้งแทน

ถือว่าใช่ได้ สงสัยผมจะอบรมไว้อย่างดี

ผมลำพองใจและเดินเข้าไป ด้านในบ้านค่อนข้างรื่นรมย์อย่างที่มันเคยเป็น แถมยังดูสะอาดสะอ้านกว่าเก่า ของถูกจัดให้เรียบร้อยถูกระเบียบทั้งที่เมื่อวานมันยังตกอยู่บนพื้นระเนระนาดอยู่เลย นัยน์ตาสีดำสนิทสะดุดกับโต๊ะหน้าทีวี มันมีจานวางอยู่ พร้อมกับแพนเค้กชิ้นสุดท้ายที่กำลังจะถูกตักเข้าปากคนที่นั่งอยู่ตรงโซฟา

เหมือนสัญชาตญาณ ผมหันไปตวัดสายตาดุใส่เขาคนนั้นทันที

ริค

ผมเรียกเขา

อยากกินแพนเค้กหรือไง ฮึ?”

เขาถามผมด้วยคำถามเรียบง่ายแถมยังพ่นลมหายใจยาวยืดทั้งที่ใบหน้ายังติดรอยยิ้มคงไว้ ท่าทางดูไม่เหมือนคนแปลกหน้าที่มาขออาศัยเลยสักนิด

มันไม่ค่อยสมดุลกันเท่าไหร่ แต่ช่างเถอะ ผมพยักหน้า และนั่งรออยู่ตรงเก้าอี้ด้านข้างโซฟา รอคนแปลกหน้าคนนั้นเข้าครัวแล้วทำมาให้อีก

ผมพึ่งรู้ว่าตัวเองมีแป้งกับน้ำผึ้งอยู่ ไม่สิ แพนเค้กมันใช้แป้งหรือเปล่านะ

ระหว่างนั่งอยู่ผมก็ได้แต่สับสนกับตัวเองจนกลิ่นแพนเค้กใหม่เอี่ยมเตะจมูก

เรียบร้อย

ขอบคุณ

 ริควางจานลงกับโต๊ะ ผมหยิบจานขึ้นมาตามด้วยซ้อมแล้วจับมันยัดเข้าปากในทันที ด้วยความที่กินเก่งเป็นทุนเดิม ดังนั้นเวลาที่ใช้กินจึงใช้เพียงนิดเดียวเท่านั้น

ชิ้นสุดท้ายถูกตักเข้าปาก ผมวางจานลงกับโต๊ะ สมาธิจดจ่อที่สิ้นสุดลงทำให้ผมพึ่งรู้ว่าระหว่างที่กินอยู่ริคได้เปิดทีวีดูรายการข่าวอยู่

แต่ผมไม่ได้ว่าอะไร แถมยังดูไปกับเขา ระหว่างเราไม่มีใครเริ่มเรื่องที่ควรจะคุยซักที

จนกระทั่งผมรู้สึกขี้เกียจดูข่าวแล้วเลยคว้ารีโมตไปปิดต่อหน้าเขา

เอาล่ะ ยืดเวลามานานแล้ว

ริคไม่ได้โกรธ เขาหันมาคลี่ยิ้มให้กับผม ร่องรอยตามวัยไม่ค่อยปรากฏให้เห็นมากนัก ผมยื่นมือให้หาเขา อีกฝ่ายเลิกคิ้วไม่เข้าใจ

ฉันวายุ

ไม่ใช่ตัวเหม็นหรอ

นั่น... ผมกลอกตา

เขาก็ยังคงประดับรอยยิ้มไว้บนหน้าของตนเช่นเดิม ก่อนจะรับมือของผม

ริค ริคาร์โด

ริคนี่ย่อมาจากริคาร์โดนี่เอง

เอาล่ะเข้าเรื่องกันเถอะ ริค นายเป็นโฮมเลสใช่ไหม ฉันเสียใจด้วย นายคงโดนญาติของตัวเองทอดทิ้งใช่ไหม ฉันสงสารนายจริงๆ นะผมตีหน้าเศร้าเสริมให้สิ่งที่ผมพูดดูคล้ายกับว่าสงสารจริงๆ

คือ...

 ไม่ ไม่ต้องพูดถึง ฉันรู้ว่าทุกคนย่อมมีอดีต นายคงไม่อยากพูดถึงผมตีหน้าเศร้าหนักกว่าเดิมพร้อมหลุบตาต่ำ

แต่ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้ ยกเว้นว่านายจะช่วยดูแลบ้านฉัน

พยายามหาข้อแลกเปลี่ยนไม่ให้น่าเกลียด ความจริงผมแค่อยากหาพ่อบ้านระหว่างที่กำลังหางาน รวมถึงหาเพื่อนแสนรักให้กับเคธี่ด้วย

ตอนแรกผมก็ว่าจะไล่เขาออกจากบ้านอยู่หรอก แต่หลังจากเมื่อวานที่ผมยังอยู่รอดปลอดภัย ไม่โดนฆ่าชิงทรัพย์ และพอกลับบ้านมาวันนี้ยังเห็นว่าบ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยขนาดไหน ทำให้ผมตัดสินใจว่าจะรับเลี้ยงเขาที่บ้าน

คนแปลกหน้าก็ไม่ใช่แล้ว ผมถือว่าเราแนะนำตัวกันแล้วเราคือคนรู้จักกัน ดังนั้นเราเป็นเพื่อนร่วมบ้านกันได้

ผมแอบอบยิ้มพร้อมกับสรุปทุกอย่างเบ็ดเสร็จในใจ ข้อดีของการเป็นคนง่ายๆ คือสามารถตัดสินใจอะไรได้อย่างรวดเร็วนี่เอง

ฉันรู้ว่านายลำบากใจ

เมื่อชะเง้อไปมองริคาร์โดก็พบว่าเขามีสีหน้าคล้ายกับลังเล ทำไมล่ะ อยู่ในบ้านแสนอบอุ่น มีอาหารพร้อม มีไวไฟ มีฮีตเตอร์ มีผม เขาควรรู้สึกว่าตัวเองโชคดี ถึงจะเป็นแค่พ่อบ้านก็ตาม

ฉันตกลง

ริคาร์โดตัดสินใจหลังจากที่ผมแสร้งตีหน้าเศร้า เอาล่ะ แผนของผมสำเร็จแล้ว

แต่ฉันจะต้องมีสิทธิ์ในของทุกอย่างในบ้าน

แน่นอนสิก็นายจะเป็นพ่อบ้านนะ

เขาบอกข้อตกลงแปลกๆ และไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกว่าแววตาของเขาปรากฏอะไรบางอย่างออกมาเพียงแว้บเดียวก่อนมันจะหายไป

ถ้าไม่ใช่คิดไปเองก็คงตาฝาด

งั้นข้อตกลงเป็นอันเริ่มต้น ห้องนอนไม่พอช่วยนอนห้องรับแขกด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะซื้อฟูกมาฝากถ้าไม่ลืม...ผมหันกลับไปเปิดทีวีอีกครั้งพร้อมกับเอ่ยเรื่อยเปื่อยไม่หยุดไม่หย่อน รู้ตัวอีกทีศีรษะก็ฟาดลงกับเบาะนุ่มของโซฟา

เฮ้ย

เพราะมึนไประยะนึงผมเลยร้องเฮ้ยแต่ไม่ได้สังเกตอะไร แว่นกรอบดำก็ล่วงลงพื้นไปนานแล้ว สิ่งที่เห็นมีเพียงห้องมัวๆ กับหน้าของชายหนุ่มอีกคนแบบมัวๆ เช่นกัน

ริค ปล่อย มองไม่เห็น

จบประโยคหมอนั่นก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทันที ชัดแล้ว ชัดแล้ว! คราวนี้หน้าของเขาชัดแล้ว

ถ้าถามว่าใกล้ขนาดไหน เอาเป็นว่าปลายผมของเขาสัมผัสกับไหล่ของผมแล้ว

เล่นอะไรของนาย

ไหนคุณบอกว่าฉันมีสิทธิ์ในของทุกอย่างไง

ใช่ นายมี แต่ของ ไม่ใช่คน

ถึงซื่อแต่ไม่ได้โง่ ชักสังหรณ์ใจแล้วว่าผมลากเสือเข้าบ้านหรือเปล่า

นั่นสิ ของ ไม่ใช่คน

เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก มันทำลายภาพลักษณ์หน้าใสตาซื่อที่เพิ่งทำมาเมื่อกี้หายไปจนหมด แต่เจ้าตัวก็ยอมลุกออกไปพร้อมกับก้าวขาฉับไปยังครัว

เย็นนี้มีสลัดที่พอทำได้ แพนเค้กรองท้องไปแล้ว น่าจะอิ่มอยู่บ้าง

เออ!

ในฐานะพ่อบ้านจำเป็น จะขอดุซักหน่อยว่าคุณไม่ควรพูดแบบนี้กับผู้ใหญ่ได้ไหมครับ

“...”

ให้ตายหมอนั่นทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง แถมยังดุผมอีกด้วย ใครเป็นคนเริ่มกันแน่ ผมได้แต่เข็นเคี่ยวอยู่ในใจ แต่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากรอกินสลัด!

 ************

**รีไรท์แก้โลเคชันและเพิ่มบทสนทนาบางจุด**

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #13 มะมะหม๊าววว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 22:21
    ริคไม่ใช่โฮมเลสเเน่ๆ 555555
    โฮมเลสที่ไหนจะหล่อขนาดนี้
    #13
    1
    • #13-1 caffeine_811(จากตอนที่ 3)
      29 ธันวาคม 2560 / 00:01
      จุ๊ๆ คนหล่อมักมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่--
      #13-1
  2. #12 jjr119 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 16:26
    เดินเรื่องสนุกๆจ้า
    #12
    1
    • #12-1 caffeine_811(จากตอนที่ 3)
      5 ธันวาคม 2560 / 19:57
      ค่า ขอบคุณนะคะ ///b
      #12-1
  3. #11 Milklove2547 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 16:08
    เกือบเเล้วววววของนะไม่ใช่คนนนนน
    #11
    1
    • #11-1 caffeine_811(จากตอนที่ 3)
      5 ธันวาคม 2560 / 19:57
      ใช่ค่ะเกือบแล้ว หึหึ-- แค่ก ///
      #11-1