Snake’s Swamp หิ้ว'ผู้ชาย'มาจากบึง

ตอนที่ 2 : Chapter 1 : ผู้ชายจากบึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 304
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 มิ.ย. 61

บทที่ 1 

[Wayu Part]

            ผมไม่รู้หรอกนะว่าจะมีใครลากผู้ชายเปลือยเข้าบ้านตอนตีสามไหม

            ถ้ามีก็ดี แต่ถ้าไม่ผมก็อาจจะเป็นคนแรก

            ฮึบ

            ร่างเล็กรวบรวมแรงทั้งหมดหิ้วปีกผู้ชายร่างโตออกจากรถคันเล็ก ตอนยัดก็แทบยัดไม่เข้ายิ่งพอดึงออกก็ลำบากพอดู

            ใบหน้าเรียวหันมองทั่วะแวกที่อาศัย บ้านของผมเป็นบ้านหลังเล็กภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งนอกตัวเมือง ถ้านับจากสุดหมู่บ้านมาอีกสามหลังก็เป็นบ้านของผมพอดี โชคดีที่บ้านหลังที่ติดบ้านผมเขาไม่ค่อยอยู่ที่นี่กันเท่าไหร่ ย้ายไปอยู่ในตัวเมืองกันหมดแล้ว ดังนั้นการแบกผู้ชายเปลือยเข้าบ้านก็ไม่ใช่ปัญหา

            ไม่มีใครรู้ นอกจากผมคนนี้

            เมี้ยว

            เสียงร้องเหมียวจากพื้นทำให้ผมต้องก้มลงไปดู แน่นอนว่ามันคือเคธี่ลูกรักของผมนั่นเอง เหมือนกันว่ามันได้ยินเสียงรถเข้ามาบริเวณตัวบ้านเลยวิ่งผ่านประตูแมวมาดู เมื่อเห็นเป็นผมก็ร้องเหมียวๆ ไม่หยุด

            ไปรอข้างในก่อนนะ

            การอยู่กับมันมาซักพัก แม้จะคนละเผ่าพันธุ์แต่ก็ทำให้สื่อสารกันรู้เรื่อง มันวิ่งกลับเข้าไปในบ้านทันที ส่วนผมก็ล็อกประตูรถรวมถึงกดรีโมตเพื่อจะปิดรั้วบ้าน จากนั้นจึงหิ้วปีกคนตัวโตลากไปตามทาง

            มือเล็กจับแขนแกร่งนั่นพาดกับบ่าก่อนจะคุ้ยหากุญแจบ้าน การแบกของหนักพร้อมกับเปิดบ้านไปด้วยนี่ก็ยากเหมือนกันแฮะ

            ผมพยายามคุ้ยหาแต่ก็ไม่เจอ สุดท้ายตัดสินใจก้มหน้าไปมองกระเป๋าของตัวเอง ไฟหน้าบ้านก็เปิดไม่ได้ข้างนอกจึงมืดสนิท มือเล็กก็คลำตามหน้าที่มันต่อไป แต่แว่นที่ติดอยู่กับหน้าของผมไหลไปตามจมูกแล้วตกลงพื้นอย่างแรง

            ฉิบเอาไงต่อดีวะ

            สายตาของผมสั้นเกือบ 600 รอบตัวรู้สึกมัวไปหมด มือที่คลำหาก็คุ้ยไปมั่ว ล้วงเข้าออกตรงกระเป๋ากางเกงทุกช่องที่มันล้วงได้ ทั้งด้านข้าง และด้านหลัง

            “...เอ๊ะ

            เพราะไม่ได้ตั้งใจ มือถึงสัมผัสกับบางอย่างที่ไม่ควร

            แน่นอนว่าผมเป็นผู้ชาย ผมรู้แน่นอนว่าตรงนั้นคืออะไร แม้ว่ามันจะไซซ์ใหญ่กว่าขนาดมาตรฐานก็ตาม

            โอเค เอาเป็นว่า เราควรปล่อยมันไว้ที่เดิม

            ผมปล่อยมันโดยทันที สีหน้าดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก เอาเป็นว่าผมไม่ใช่พวกที่สนใจของของคนอื่นเท่าไหร่

            เป็นอีกรอบที่ผมพยายามคลำหา ต้องขอบคุณสวรรค์ที่ครั้งนี้เจอมันห้อยอยู่ตรงกระเป๋าด้านซ้าย ผมหยิบมันขึ้นมาแล้วพยายามไขจากนั้นก็เปิดประตูเข้าไป

            ชายร่างโตถูกวางแหมะไว้กับพื้น ช่วยไม่ได้ ก็ผมหนักนี่

            ผมยืนหอบอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินไปเปิดไฟภายในบ้าน จากนั้นค่อยเดินออกไปข้างนอกเพื่อหยิบแว่นตากรอบสีดำที่กลืนไปกับพื้นหน้าบ้าน

            ให้ตายสิ แม่งเอ้ย…”

            ทุกคำสบถที่มีถูกพ่นออกมาไม่หยุดยั้ง ผมไม่แคร์หรอกหากใครซักคนจะได้ยินมัน มือบางสัมผัสกับพื้นแสนสากและเปียกชื้นเพราะอุณหภูมิข้างนอกพร้อมลากปลายนิ้วเลื่อนซ้ายทีขวาทีหวังจะได้เจอกับแว่นของตน ลมหายใจที่พ่นออกมามีไอนิดๆ ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะเหนื่อยจนหอบ หรือว่าอุณหภูมิที่ต่ำลงตามฤดูกาลกันแน่

            นี่ก็กิ่งไม้ นั่นก็ใบไม้แห้ง นู่นอะไรอีก ให้ตาย

            ผมส่ายหน้าเมื่อแตะโดนอะไรซักอย่างที่เดาได้ว่าไม่ใช่แว่นจนผ่านไปนานพอควรถึงสะดุดเข้ากับสิ่งๆ หนึ่ง ผิวสัมผัสที่ดูลื่น แวววาว ไม่สากฝืดหรือที่จับมาก่อนหน้านี้

            แก้ว? หรือจะเป็นเศษแก้วจากขวดเหล้าแต่มันไม่คม คงไม่ใช่เศษแก้ว อีกอย่าง ไม่ว่าจะผมหรือข้างบ้านคงไม่มีใครที่เป็นเจ้าของขวดเหล้าที่ว่านั่น

หรือว่าจะเป็นเลนส์? เลนส์จากแว่น

ใช่แล้ว!

พอเริ่มมั่นใจได้บ้างผมก็เริ่มลูบคลำมัน ด้านข้างของเลนส์เป็นกรอบพลาสติกเนื้อดี ดังนั้นสิ่งที่สันนิษฐานไว้ก่อนหน้าก็เป็นตามจริง

แว่น มันคือแว่นของผมแน่นอน ผมมั่นใจ

            มือบางคว้าหมับพร้อมยกขึ้นมาดู แสงสว่างที่มีอยู่เล็กน้อยกระทบกับเลนส์ปรากฏประกายสะท้อนสีฟ้าอ่อนออกมาทำให้มั่นใจได้ว่านั่นเป็นแว่นของผมเอง ผมจับขาแว่นกางออก พร้อมทั้งใส่มันเข้าที่เดิมอย่างที่มันควรจะเป็น

            ในที่สุดผมก็ได้แว่นของผมคืนมาซักที

            Mission Complete!

            เมี้ยว เมี้ยว

            แทนที่เมื่อหาแว่นเจอแล้วทุกอย่างสงบลง เหมือนผมจะลืมไปเลยว่าตัวเองแบกผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาด้วย ขอบคุณเสียงร้องจากเคธี่ที่ทำให้ผมนึกได้ เพียงแต่ว่าโทนเสียงที่ผมได้ฟังเหมือนมันกำลังหวาดกลัว จนต้องร้องขอความช่วยเหลือ

            เคธี่ เป็นอะไรหรือเปล่าเปลี่ยนจากความหวาดกลัวของเคธี่ เป็นความตกใจของผมเอง ร่างสูงเพรียวกระวีกระวาดเข้าบ้านในทันใด มือบางไม่ลืมปิดประตูกันไม่ให้พวกแมลงหรือสัตว์มีพิษจำพวกงูหรือตะขาบเข้ามาให้วุ่นก่อนจะรีบเข้าไปช้อนตัวแมวสฟิงซ์ของตนทันที

            ไหนบอกพ่อซิว่าเป็นอะไร

            มันไม่ตอบ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันไม่สื่อสารกับเขา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มันกลับร้องเมี้ยวๆ ออกมาโดยไม่สนใจสิ่งที่ผมพูด สัตว์ตัวเล็กพยายามดันร่างของมันให้พ้นออกอ้อมแขนของผม แขนเรียวที่ขาวซีดแทนที่ด้วยรอยข่วนสีแดงกับเลือดที่เริ่มไหลซึมออกมา

            ผมพยายามเกาทั้งหัวทั้งคอของมันเหมือนอย่างที่มันชอบ แต่มันก็ไม่สนใจอยู่ดี จนเมื่อมันดิ้นหลุดออกไปแล้ว ระยะสายตาของผมก็ไม่พบมันเลยแม้แต่นิดเดียว

            เป็นอะไรของมัน ผมคิดในใจ แต่ไม่ได้เอ่ยออกไป

            อืม…”

            เสียงครางแหบพร่าในลำคอดังมาจากข้างหลัง ผมเริ่มฉุกใจคิดอะไรขึ้นมาบางอย่าง หรือความจริงไอ้ชีเปลือยนี่จะเป็นต้นเหตุที่ทำให้แมวของผมกลัว

            เขาว่ากันว่าแมวกลัวงู หรือเคธี่จะเข้าใจผิดว่าของของผู้ชายมันเป็นงูกัน

            ให้ตาย แมวสาวน้อยของผมยังเป็นสาวน้อยวัยแรกรุ่นที่ใสซื่ออะไรแบบนี้

            ใบหน้าของหนุ่มเอเชียคลี่ยิ้ม นัยน์ตาสีดำสนิทราวกับท้องฟ้ายามรัตติกาลแต่กลับคงไว้ซึ่งแววตาที่คล้ายดวงดาวส่องสว่างอยู่กวาดตามองร่างบนพื้นที่นอนแหมะอยู่ จากที่กะไว้คร่าวๆ หมอนี่คงสูงเกือบ 2 เมตรได้ คนบ้าไรสูงฉิบ ไหนจะผิวนั่นอีก ผมที่คิดว่าผมของตนขาวซีดจนน่ากลัวแล้ว เมื่อเห็นชายคนนี้คงต้องบอกกับตัวเองว่าผิวของผมสมบูรณ์มากถึงมากที่สุด กินอิ่มนอนหลับร่างกายแข็งแรง หมอนั่นเล่นขาวซีดจนเห็นเส้นเลือดอยู่ตามผิวกายบางส่วนแถมเมื่อสะท้อนกับแสงหลอดไฟแล้วมันเหมือนเป็นประกายวาวระยิบระยับคล้ายเกล็ดมันวาว น่าแปลกอยู่นิดหน่อยที่เรือนผมสวยเป็นสีน้ำตาลอ่อนเหลือบทองที่พันกันยุ่ง บางทีผมก็แอบสงสัยว่าหมอนี่เคยหวีผมบ้างหรือเปล่า หรือไปเจออะไรมาจนกลายเป็นแบบนี้

            สิ่งที่ไปเจอมาคงจะน่าปวดหัวน่าดู หวังว่าจะไม่สร้างความวุ่นวายให้ผมภายหลัง

            ผมใช้เท้าของตนเขี่ยร่างที่นอนหงายอยู่ให้คว่ำลง แววตาที่ปกติแปรเปลี่ยนเป็นตกใจอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตาเรียวเบิกกว้างขึ้น ด้านหน้าของชายคนนั้นดูเหมือนกับพระเอกแวมไพร์ในนิยายชื่อดังกลับมีด้านหลังที่ปรากฏรอยจ้ำเขียวอยู่มากมายเต็มไปหมด นี่เขาไปโดนกระทืบมาหรือว่ายังไงกัน

นี่คุณไปทำอะไรมา

เสียงที่เอ่ยขึ้นค่อยข้างแผ่วอ่อน ผมกลัวว่าจะทำเขาตื่นขึ้นแล้วขยับกระทบบาดแผลจนเจ็บ ในใจพลางคิดหาวิธีจัดการกับชายคนนี้ ความยุ่งยากที่มีอยู่แล้วเพิ่มขึ้นมาเท่าตัว

ฮือ…”

เหมือนกับเป็นการตอบรับ เสียงคำรามแผ่วเบาจากลำคอดังขึ้นมาอีกรอบ จับใจความไม่ได้แต่ก็พอนึกถึงความเจ็บปวดจากแผลพวกนั้นได้ไม่น้อย

คุณ ถ้าเจ็บก็อดทนก่อนนะ

สุดท้ายผมตัดสินใจแบกร่างของอีกฝ่ายขึ้นมาอีกครั้ง ห้องนอนของผมอยู่ชั้นสอง แบกเสร็จก็หวังว่าจะไม่นอนหอบจนไม่มีแรงปฐมพยาบาลก่อนแล้วกัน ไม่อย่างนั้นที่ทำมาก็สูญเปล่า

ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความยากลำบาก การแบกตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ซักตู้ขึ้นบันไดด้วยตัวคนเดียวก็ไม่ต่างกัน

เอาล่ะ…”

กว่าจะถึงกินเวลาไปเกือบเท่าหนึ่งจากเวลาที่ผมเดินขึ้นห้องด้วยตัวเอง ผมใช้มือบิดลูกบิดประตูอย่างยากลำบาก ก่อนปล่อยให้มันผลักตัวเองไปด้านหลังตามแรงที่ส่งไปก่อนหน้าพร้อมทั้งกระชับร่างสูงที่แบกมาด้วยให้เข้าที่เข้าทาง สองเท้าก้าวขึ้นไปด้านหน้า เมื่อถึงสุดปลายเตียงผมวางเขาลงอย่างเบามือต่างจากเมื่อครู่ตอนเพิ่งถึงบ้านที่แทบจะโยนออกไปนอกตัว

รอตรงนี้ก่อน ผมจะไปหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้

ผมเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล มือบางแนบกับหน้าผากของอีกฝ่าย โชคดีที่อุณหภูมิไม่สูงมากเกินไป แต่ก็น่าตกใจที่เหมือนเริ่มมีเหงื่อชื้นออกมาจากตัว มันเหมือนกับว่าร่างกายปกติของหมอนี่อุณหภูมิต่ำกว่านี้เป็นเท่าตัว ยิ่งดวงหน้าที่ดูอิดโรยอีก หมอนี่เป็นปีศาจหรือยังไงกัน

ร่างสูงโปร่งเดินแว้บเข้าไปในห้องน้ำที ห้องนอนที อ่างขนาดเล็กที่บรรจุน้ำอุณหภูมิห้องถูกนำมาวางไว้ข้างเตียงพร้อมกับผ้าสีขาวนวลผืนเล็กในตู้เสื้อผ้า ผมลากเก้าอี้มาอีกตัวเพื่อให้จัดการปฐมพยาบาลได้สะดวก ก่อนจะจัดการจุ่มผ้าลงน้ำให้ชุ่ม บิดให้หมาดแล้วเช็ดตามตัว ตั้งแต่ใบหน้าลงมาจนถึงขา บริเวณที่เป็นแผลพยายามไม่ถูกมันมากจนเกินไป ผมรู้ตัวดีว่าเป็นคนมือหนัก ดังนั้นเมื่อสัมผัสกับแผลแต่ละครั้งต้องได้ยินเสียงครางราวกับสัตว์ใหญ่ที่กำลังบาดเจ็บจากคนป่วย

สัญญาว่าจะไม่ทำให้เจ็บ สัญญา

ไม่เคยปลอบคนมาก่อนก็ต้องลองซักครั้ง เสียงนุ่มทุ้มที่หวานหูเอ่ยปลอบประโลม มือข้างหนึ่งลูบศีรษะเบามือ ความอ่อนโยนแผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็ก ขอบคุณสวรรค์ที่ยังให้เขารับรู้และไม่ส่งเสียงใดๆ ออกมาอีก

เฮ่อ

ผ้าขนหนูถูกวางแหมะไว้บนเท้า ผมเหนื่อยเกินกว่าจะหยิบมันไปเช็ดอีกฝ่ายใหม่อีกครั้ง ตัวก็ไม่ใช่ว่าจะเล็กกว่าจะเช็ดให้ทั่วตัวก็กินเวลาและพลังงานไปมากโข นี่เช็ดตัวสองสามครั้งให้อุณหภูมิปรับตัวได้ก็คงพอแล้ว

ผมนอนแผ่ซุกหน้าลงกับเตียง แขนทั้งสองก่ายออกไม่สนว่าจะโดนอีกฝ่ายหรือไม่ ใบหน้าเริ่มขาวซีดแทนคนป่วย ผมเหนื่อยจังเลย

ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่หลายเฮือก เวลาผ่านไปเกือบห้านาทีกว่าผมจะเลิกทำตัวงี่เง่าด้วยการนอนเอื่อยแบบนี้ นี่ก็ดึกมากแล้ว อย่างน้อยขอเปลี่ยนเสื้อผ้านอนหน่อยก็ดี ถ้าจะให้ไปอาบน้ำก็คงขอบาย อุณหภูมิแบบนี้มันน่าอาบน้ำที่ไหน ขนลุกตั้งแต่หัวยันตาตุ่ม

ปรายตามองชายหนุ่มอีกคนเล็กน้อยก่อนจะที่ยืดตัวขึ้นพลางใช้หลังมือสัมผัสกับหน้าผากของคนเจ็บอีกครั้ง ตอนนี้อุณหภูมิลดลงไปมาก ไม่ร้อนเหมือนเก่า แต่กลับเย็นยะเยือกจนน่าใจหาย

ยังไม่ตายใช่ไหม

เสียงแผ่วเบาที่ติดกังวลถูกเอ่ยออกไป ผมใช้มือตีแก้มเขาดังแปะสองแปะ

อืม…”

เฮ้ย ฟื้นแล้ว

คราวนี้ไม่ใช่เสียงบ่นอะไรของผมอีกแล้ว เพราะมันเป็นเสียงคล้ายกับสัตว์ครางหวนบาดเจ็บจากคนบนเตียง ก่อนที่มันจะตามด้วยแรงดึงพรวดตรงข้อมือ

ฉิบ

นัยน์ตาเรียวเบิกขึ้น ท่าทางดูเหลอหลายิ่งกว่าอะไร รู้ตัวอีกทีผมก็ถูกรัดไม่สิ มันเป็นเพียงแค่การทาบทับ จากคนบนเตียง

ดวงตาคมที่จ้องมาเป็นประกายเพียงแว้บเดียวก่อนหายไป ขนบนร่างลุกชัน ผมไม่มั่นใจความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร แผ่นหลังที่ติดชิดกับเตียงตามด้วยไหล่ที่ถูกบีบแน่นทำให้สถานการณ์ดูแย่ไปกว่าเดิมมากโข

ทำบ้าอะไรของคุณ

อยากจะสบถหยาบคายหรือด่าทอแต่ก็เกรงว่าคนที่จะเกิดผลเสียไม่ใช่เขา แต่เป็นผม

“...”

เขาไม่ตอบ แถมยังนิ่งเงียบ ไอ้เวรตะไลเอ้ย

ผมช่วยทำแผลให้คุณ

เอาล่ะ ไม่ตอบแบบนี้ผมคงได้แต่ทวงบุญคุณ ชายหนุ่มร่างเล็กพยายามยื่นหน้าชะเง้อไปมองแผ่นหลังแกร่ง แต่น่าเสียดาย มันนอกจากจะไม่เห็นแล้ว ยังถูกบีบหัวไหล่แน่นกว่าเดิม

แผลที่อยู่บนหลังและ…”

ลากเสียงยาวและแผ่วลงอาจจะดูเหมือนขู่ก็ได้ ผมเล่นสงครามทางจิตวิทยาไม่เป็นเท่าไหร่ คงได้แต่พึ่งพระเจ้าที่สักแต่ว่าไปขอพรในโบสถ์ในวันขอบคุณพระเจ้า

ไข้ของคุณ ผมก็ช่วยให้มันบรรเทาลง

ขยับตัวไม่ได้เลยเพียงบุ้ยปากไปทางอ่างน้ำกับผ้าที่จมอยู่ในนั้น

ถ้าคุณเป็นโฮมเลสเดี๋ยวผมช่วยหางานให้ ปล่อยผมก่อน

ให้ตาย ตอนนี้เขาก็ยังไม่พูดอะไรออกมา สัญชาตญาณของผมมันรับรู้ได้เพียงความป่าเถื่อนของพวกเดรัจฉานกำลังอบอวล

ใบหน้าสไตล์เอเชียซีดเผือด ต่อมความกลัวในใจเริ่มกระตุกขึ้นมา

ปล่อย มือ

ผมย้ำอีกคำ ถ้าครั้งนี้ไม่สำหรับ ก็ได้แต่ภาวนาในใจให้ประกันของผมมันส่งไปให้ถึงแม่ได้อย่างครบถ้วน

ขอบคุณ

เจ้าสัตว์ป่างี่เง่านั่นตอบขึ้นมาบ้างแล้ว บรรยากาศรอบตัวที่น่าอึดอัดจางลงกว่าเก่า แม้หมอนี่ยังคงไม่ละสายตาไปจากผม คล้ายกับว่ากำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง

ไม่เป็นไร แต่ปล่อยเถอะ

ผมพยายามใช้มือผลักอีกฝ่ายเบาๆ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือใบหน้าอีกฝ่ายที่เลื่อนเข้ามาข้างหูแทน

ถ้าไม่ได้นายฉันอาจจะตายอยู่ตรงนั้นแล้วนะ รู้ไหม?”

น้ำเสียงติดแหบพร่าชวนน่าขนลุก ผมยิ้มแทบไม่ออก จะผลักก็ไม่กล้า กลัวจะโน้มลงมาต่ำกว่าเดิมหรือไม่ก็โน้มไปที่อื่น

จ้ะ รู้จ้ะ แต่ปล่อยผมก่อนเถอะ

ไหนลองบอกสาเหตุที่ฉันต้องปล่อยนายมาซักสามข้อซิ

ทั้งที่รู้ตัวว่าทำผิดแต่ยังหน้าหนามาพูดแบบนี้กับเขาอีกหรอ

อยากจะพูดตรงๆ ว่านี่บ้านกูครับ แต่เกรงใจคอที่เหมือนจะใกล้ขาด

ชายเอเชียหน้าเหวอไปในทันที โชคดีที่ตอนพูดชายแปลกหน้านั่นขยับตัวกลับข้นไปแล้ว แถมเปลี่ยนจากที่กดไหล่ไว้ เป็นไปรวบข้อมือแล้วคว้าไปไว้หัวเตียงด้วย

อืม โชคดีจริงๆ

หยุดทำตัวงี่เง่าได้แล้ว ฉันเก็บนายมาจากบึง แถมยังช่วยดูแลจนหายป่วยอีก ปล่อยได้แล้ว

ไม่อยากดิ้นให้ดูปัญญาอ่อน แต่ถ้าไม่ทำอะไรก็ต้องตายแหง็กอยู่แบบนี้ก็แย่ ผมจึงตัดสินใจโพล่งออกไป แม้มันจะเป็นการตัดสินใจที่น่าโง่ยิ่งกว่าการดิ้นให้ดูปัญญาอ่อน

นั่นมันแค่สองข้อ

ชายที่คร่อมผมไว้กระตุกยิ้มตรงมุมปาก แววตาปรากฏความรู้สึกพอใจในชัยชนะ

ไม่มีข้อสาม

ดวงตาเริ่มปรากฏเค้าวาวโรจน์ ให้ตาย ผมชักหงุดหงิดแล้วนะ

งั้นคืนนี้ฉันคงปล่อยนายไปไม่ได้แล้ว

เฮ้ย เฮ้ย!

เจ้าบ้านั่นโน้มใบหน้ากลับลงมาอีกครั้ง คราวนี้จมูกของเขาทั้งคู่ชนกัน ผมที่พยามยามทำให้หน้าตัวเองจมไปกับเบาะนุ่มที่รองรับศีรษะไว้อยู่ แต่น่าเสียดายที่ทำไม่ได้

เอาล่ะ ฉันล้อเล่น นอนเถอะ นี่ก็ดึกแล้ว

เสียงตุ้บจากเบาะด้านข้างที่ยุบลงไปดังขึ้นเล็กน้อย ชายแปลกหน้าคนนั้นหันมานอนด้านข้างของผม มือหนาที่รวบข้อมือก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นโอบเอวบางไว้แน่นแทน คางซุกเกยไหล่ หนวดที่เพิ่งขึ้นใหม่แซมอยู่ตามคางทิ่มลงทำให้รู้สึกจั๊กจี้อยู่บ้าง แต่พอขยับตัวก็รู้สึกเหมือนถูกสตั๊ฟไว้

นี่แขนหรือเหล็ก รัดไว้จนขยับไปไหนไม่ได้แบบนี้

แต่อย่างน้อยก็ยังดี ที่มันไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด เพียงแค่ขยับไม่ได้เท่านั้น แถมตอนนี้ยังเพลียเกินกว่าจะหาปัญหาเข้ามาใส่ตัว

ฉันตัวเหม็น

ครับ ตัวเหม็น

ผมกลอกตาโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเห็นไหม ก่อนจะนอนนิ่งอยู่แบบนั้น

เดี๋ยวเช้าก็คงปล่อยเอง

ส่วนฉันริค

เขากระซิบข้างหู แต่ผมไม่ตอบ ไม่อยากเสวนาอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว

จากนั้นเปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลง หวังจะให้คืนนี้ช่วยหมดไปให้เร็วๆ ซักที

แต่ไม่รู้ทำไม 1ชั่วโมง 2ชั่วโมง 3ชั่วโมง หรือไม่รู้ผ่านไปเท่าไหร่ก็ยังคงหลับไม่ได้อยู่ดี ไม่เหมือนไอ้ใครไม่รู้ข้างหลังที่มันนอนหลับสนิทแถมยังกรนสร้างความน่ารำคาญอีกเนี่ย! 

****************

**รีไรท์แก้โลเคชันและเพิ่มบทสนทนาบางจุด**

ขอโทษที่หายไปนานค่ะ รักส์นะคะ ฝากคุงลุงตัวรวั้ยกับนายแว่นสุดคูลวั้ยด้วยนะคระ

เพจชักนิ่งมาหาเค้าที่ทวิตได้นะคระ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #10 sasagiga_boom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 20:02
    รอค่าาาาา
    #10
    1
    • #10-1 caffeine_811(จากตอนที่ 2)
      5 ธันวาคม 2560 / 15:51
      ขอบคุณค่า ////
      #10-1
  2. #9 Nongphua (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 19:59
    อะไรคือหาแว่นไม่เจอ แล้วไปคลำของเขา><
    #9
    1
    • #9-1 caffeine_811(จากตอนที่ 2)
      26 พฤศจิกายน 2560 / 20:20
      เค้าเรียกว่าความผิดพลาดทางเทคนิคค่ะ 55555
      #9-1
  3. #8 Milklove2547 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 16:29
    รออออออออมาเนิ่นนานนนน
    #8
    1
    • #8-1 caffeine_811(จากตอนที่ 2)
      26 พฤศจิกายน 2560 / 20:20
      นี่งายยย มาแล้ววว 5555 มาแล้วนะคะ เย่!
      #8-1
  4. #7 jjr119 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 11:44
    มาแล้วๆ ติดตามจร้า
    #7
    1
    • #7-1 caffeine_811(จากตอนที่ 2)
      26 พฤศจิกายน 2560 / 13:12
      เย่! ขอบคุณนะคะ ///-////b
      #7-1
  5. #5 WSgalaxy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 23:09
    ตาลุงโรคจิตชัดๆ
    #5
    1
    • #5-1 caffeine_811(จากตอนที่ 2)
      26 พฤศจิกายน 2560 / 13:11
      ลุงไม่ได้โรคจิตนะ ลุงแค่ชอบถึงเนื้อถึงตัวค่ะ แอร๊-- แค่ก 5555
      #5-1