[Fic Stardew Valley : Sebastian x You] ชาวไร่มือใหม่หัวใจงุ๊งงิ๊ง

ตอนที่ 9 : Chapter 8 : ไม่สบาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 768
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    16 พ.ค. 59

Chapter 8 : ไม่สบาย

            ความรู้สึกตอนแรกที่ผมรู้สึกตอนนี้เลย

            หนาว

            และหนาวมาก

            เอ... จะบอกว่าเมืองที่ผมจากมาเวลาหนาวก็ยังมีฮีทเตอร์ช่วย แต่ที่นี่ ทำได้แค่ปิดหน้าต่างแง้มๆ ให้ลมพัดเข้ามาน้อยที่สุด

            โรบิ้นบอกผมว่าถ้าผมไปต่อเติมบ้านกับเธออีกครั้งจะสามารถติดฮีทเตอร์ได้ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันจะทำตอนที่ต่อเติมบ้านครั้งแรกไม่ได้

            ฮัดชิ้ว

            อากาศหนาวเย็นแบบนี้ผมไม่อยากทำอะไรนอกจากซุกอยู่กับผ้าห่ม นี่ขนาดวันนี้เพิ่งเริ่มฤดูหนาวแท้ๆ แต่กลับเย็นยะเยือกจนขาแข็งไปหมดเลย อยากจะเลี่ยงไม่อาบน้ำ แต่ดูสภาพงานที่ผมทำแต่ละอย่างแล้วถ้าไม่อาบน้ำคงเป็นคนซกมกน่าดู

            แต่ลืมไปนี่ ว่าฤดูนี้ไม่สามารถปลูกผักได้ ปลูกได้แต่ต้นไม้ ทำได้ก็แต่ดักสัตว์น้ำ ตกปลา เข้าเหมือง เลี้ยงสัตว์ หรือว่าเก็บของป่า

            ผมพยายามลากสังขารที่แข็งจนชาออกมาจากผ้าห่ม พื้นไม้ที่สัมผัสกับลมเย็นมานานจนเย็นตามทำให้ขาที่ชาดิกแข็งไปกว่าเดิม โอย ผมเกลียดหน้าหนาว

            ร่างบางพยายามลากตัวเองไปยังห้องน้ำแล้วแตะน้ำสองสามทีก่อนไปหยิบผ้าเช็ดตัว มาเช็ดตัวจนตัวแห้งผาก แล้วใส่เสื้อตามปกติ

            วันนี้วันแรก คงไม่ทำอะไรมากนอกจากเอาที่ดักสัตว์ไปวางไว้ตามทะเลหรือแม่น้ำก่อน ร่างเล็กแบกที่ดักสัตว์ขนาดเท่ากล่องลังสำหรับเก็บของสี่ห้าชิ้นที่ทำสะสมไว้ก่อนจะหน้าหนาวไปยังทะเล

            ด้วยความที่กล่องบ้านี่มันเยอะทำให้ผมแบกพะรุงพะรังเสียจนมันแทบจะมิดระยะสายตาของผมไปแล้ว

            ข้างหน้าก็หิมะขาวโพลน แถมยังมีอะไรมาบังระยะสายตาอีก ตอนนี้ผมยังเสียวว่าตัวเองจะล้มหน้าคะมำไปกับพื้นอยู่เลย ผมไม่อยากถูกแช่แข็งตายกลางเมืองก่อนไปดักสัตว์น้ำนะ

            เอ่อ... ชาวไร่ ฉันช่วยไหม

            เชนที่กำลังจะไปทำงานรีบเข้ามาช่วย ปกติเจ้าตัวแทบไม่สุงสิงคุยกับใครที่ไหน ผมไม่เข้าใจความรู้สึกของเขามากนักหรอกว่าเขาไปเจอกับอะไรมา แต่อย่างน้อยผมก็ผูกมิตรกับเขามาก จนจะเรียกว่าเป็นเพื่อนสนิทก็ย่อมได้แล้ว

            ดีเลย ขอบคุณนะ

            ร่างสูงแบ่งไปสามกล่องช่วยผมได้เยอะ อย่างน้อยตอนนี้สายตาของผมก็เห็นไปทั่วแล้ว ผมหันไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้เขาอย่างชื่นชม ใบหน้าคมที่เหมือนเพิ่งโกนเคราไปไม่หันมายิ้มกลับเพียงแต่พยักหน้าแล้วแก้มแดงก่ำ

            เขินหรือไง

            ผมยื่นหน้าเข้าไปแหย่เขา ผมมักจะพยายามหยอกล้อเขาเสมอแม้ว่าเขาจะไม่อยากคุยกับผมก็ตาม แต่ตอนนี้เราก็เริ่มสนิทมาระดับหนึ่งแล้วนะ เพราะผมเป เอ้ย เลี้ยงเบียร์เขาทุกเวลาที่ยังมีเงินเหลือจากการเป เอ้ย เลี้ยงสลัดคนทั้งหมู่บ้าน แถมยังคุยกับเขาบ่อยมาก แต่ช่วงแรกเขามักจะเห็นผมเป็นคนไม่รู้จักตลอด แม้ก่อนที่เขาจะบอกผมเลี้ยงเบียร์เขาไปแล้ว

            ตั้งหลายร้อย กลับมาบอกว่าไม่รู้จักกันเนี่ยนะ

            ตอนแรกผมว่าจะไม่สนใจเขาแล้วนะ แต่ก็สงสาร เวลาคนเราอยู่คนเดียวมันคงจะเหงาใช่ไหม ดังนั้นผมหวังว่าเขาจะหายเหงาขึ้นมาบ้าง

            หน้าแดงเชียว ไม่น่าใช้หนาวนะเนี่ย

            บางทีนายก็พูดมากเกินไปจนน่ารำคาญนะ

            ว้า ผมขอโทษ แซวนิดเดียวเอง

            พวกเราพูดกันจบได้ภายใน 4 ประโยค โอเค ผมไม่คุยแล้วก็ได้

            ร่างบางเดินไปอย่างเซื่องซึมจนโดนคนข้างกายเตะตูดให้เดินเร็วขึ้นมาบ้าง เวลาทำมาหากินโว้ย ไปเร็วๆ สิ

            โอเค ฉันมาส่งแค่ชายหาดนะ ที่เหลือนายจัดการเอาเอง

            อื้ม ขอบคุณนะ

            ผมรับคำพร้อมมองคนที่ช่วยผมเดินไปจนลับสายตา  ก่อนจะพยายามเข็นกล่องพวกนั้นจนทรายที่คละหิมะกระเด็นมาที่เท้า ถึงจะเย็นก็เถอะ แต่เย็นครั้งเดียวแล้วมาเก็บได้บ่อยครั้งมันก็ดีอยู่นะ

            กล่องสีแดงที่ถูกลากด้วยแรงอันน้อยนิดก็ใช้เวลานานนับปีได้กว่าจะมาถึงสะพานริมทะเล มือบางยกกล่องทีละกล่องวางไว้ในทะเลและวางไว้ใกล้กัน จากนั้นก็หยิบเหยื่อเปิดใส่กล่องทีละกล่อง

            ไอ้หนูมาทำอะไร

            เฮ้ย ลุง มาแบบนี้ตกใจหมด

            ผมหันไปด้านหลังแทบไม่ทัน จู่ๆ ตอนที่ผมกำลังวางกับดักสัตว์อยู่ก็ถูกนาบด้วยแก้วกระเบื้องที่ร้อนจัดตรงแก้มจนสะดุ้งเกือบตกน้ำ พอหันไปอีกทีก็เป็นลุงวิลลี่นี่เอง ตกใจหมด แล้วแก้วกระเบื้องนั่นก็เป็นแก้วกาแฟเท่านั้นเอง

            ฉันเรียกแกตั้งนานแล้วแกดันไม่หันมาเองไม่หนู

            เอ้า แล้วลุงเรียกแบบไหนผมถึงไม่ได้ยิน

            ชาวไร่

            เสียงที่เล็กลีบเหมือนเป่าลมออกมาทำให้ผมแทบอยากถีบลุงลงน้ำ ถ้าสมมุติผมตั้งตัวไม่ทันแล้วตกน้ำไป สัปดาห์แรกของผมต้องเป็นสัปดาห์นรกแน่

            ทั้งทำงานไม่ได้แล้วก็ต้องเดินไปหาหมอเพื่อรับยาและให้ดูอาการ โอย คิดแล้วเศร้าเราไปทำงานกันดีกว่า

            เออๆ ฉันขอโทษละกัน ถ้าดักได้ตัวอะไรก็มาขายละกัน แต่ระวังจะดักได้ขยะนะ

            ครับ ครับผม

            ผมรับคำไปส่งๆ ไม่หวังจะอะไรทั้งนั้น สำหรับผมบางครั้งที่มาขายของที่บ้านวิลลี่กลายเป็นว่าชายแก่ดันนอนอืดเหมือนตายอยู่บนบ้านทิ้งให้ผมยืนอยู่ที่ร้านเขาแบบอาลัยตายอยากจนต้องแบกของพะรุงพะรังกลับบ้านไปไว้ในกล่องหน้าบ้าน

            หลังจากวิลลี่หันไปสูบบุหรี่รับลมชมวิวตามประสาผมก็ไปนั่งขุดทรายหวังจะได้พวกของป่าที่มันต้องปลูกใต้ดินหรือขึ้นเองตามธรรมชาติที่ใต้ดิน

            ขุดไปขุดมาก็หายากพอตัว แต่พอขุดเจอแล้วผมก็รีบเก็บทันที จะว่าไปถ้าสมมุติว่าผมขุดขึ้นบนจะเป็นอย่างไรนะ

            ว่าแล้วก็ต้องทำ

            เอ๊ะ...

            เอ๋

            ตะเอ๋

            น้ำตาจะไหล ใครมันปลูกผลไม้บ้านี่เป็นแนวตรง ไอ้เราก็ขุดตั้งนานตั้งแต่ริมสุดนู้น มันอยู่แบบนี้เองหรอ

            ผมอยากรู้นะว่าทำไมมันขึ้นมาแบบนี้ ได้แต่เช็ดน้ำตาป้อยๆ อย่างน่าสงสาร

            สวัสดีครับ ชาวไร่

            อ้าว เอลเลียตนี่ สวัสดีครับ

            ผมหันไปมองนาฬิกา ตอนนี้ก็เที่ยงแล้วนี่นา ถ้าจำไม่ผิดผมพึ่งเข้ามาไม่นานเองนะ ทำไมเที่ยงเร็วจัง

            ศิลปินหนุ่มที่มานั่งรับลมชมวิวดูไม่ค่อยสนใจผมเลยซักนิด แต่ไม่เป็นไร เพราะยังไงตอนนี้ผมก็ยังยุ่งอยู่กับการขุดเอาผลไม้พวกนี้ไปขาย

            เอ๊ะ

            ร่างบางที่เหมือนวูบไปพักหนึ่งนั่งลงกับพื้น ผมพึ่งมารู้ตัวหลังจากก้มของตัวเองสัมผัสกับพื้นทรายเย็นเฉียบพร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามาอย่างตกใจ

            เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ดูสิตัวเย็นเชียว

            เปล่าครับ คงแค่ฝืนตัวเองไปหน่อยมั้ง

            พอพูดจบผมก็ไอโขลกออกมา ตอนนี้รู้สึกโลกหมุนคว้างไปหมดเลย หน้าของผมก้มลงจนเกือบสัมผัสพื้นแต่ถูกฉุดไว้ก่อน

            ไม่สบายก็ไม่ควรจะออกจากบ้านนะครับ

            ร่างสูงอุ้มผมขึ้นมา ด้วยความที่สติเริ่มเลือนรางทำให้ผมไม่ทันได้คิดอะไรโลกก็มืดไปเสียแล้ว

 

            พอมารู้ตัวอีกทีตัวเองก็อยู่ที่เตียงนุ่มภายในบ้านหลังเล็กของเอลเลียตไปแล้ว ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแล้วปรับสายตามองไปรอบตัว พบเพียงเอลเลียตที่กำลังนั่นเล่นเปียโนอยู่ไม่ไกลจากเตียงมากนัก

            อ้าวตื่นแล้วหรอ อย่าพึ่งลุกนะครับ นอนไปก่อนท่าทางจะไม่สบาย

            แต่ว่า

            เอาน่า ผมไม่ถือ ไม่สบายทั้งทีก็พักผ่อนก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมไปส่งบ้านให้เอาไหม

            ก็ดีครับ

            แต่ว่าคุณดื่มน้ำก่อนก็ได้ ผมตั้งทิ้งไว้ที่โต๊ะเมื่อกี้เอง ไม่คิดว่าคุณจะตื่นทันทีแบบนี้

            แล้วผมหลับไปนานไหม

            สามชั่วโมงได้ นี่ก็เย็นแล้ว” 

            เวรแล้วไง วันนี้วันแรกของฤดูทั้งทีผมว่าจะทำอะไรให้ได้มากที่สุด แล้วสัปดาห์ต่อมามันจะได้สบายไปเอง ไก่ที่เล้าก็ยังไม่ได้ให้อาหาร แถมปล่อยมันออกมาข้างนอกก็ไม่มีประโยชน์ด้วยเพราะไม่มีหญ้า

            ด้วยความตกใจทำให้ผมลุกพรวดไม่ทันได้ตั้งตัวจนล้มลงกับพื้นในห้อง แถมเอลเลียตยังประคองตัวผมไม่ทันด้วย

            ใจเย็นๆ ครับ กินยาแก้ไข้ก่อนก็ได้แล้วค่อยไป ทุกอย่างอยู่บนโต๊ะหมดเลย

            ขอบคุณครับ

            ที่ตัวดูมีผื่นแดงนะครับ มันเป็นเป็นจุดๆ ไปน่ะ เอ่อ ผมเช็ดตัวให้เลยเห็น ไม่ว่ากันนะ ไปหาหมอหน่อยก็ดี

            อ๋อครับ ขอบคุณนะ

            ผมไม่ว่าอะไรหรอก ยังไงก็ผู้ชายด้วยกันไม่มีอะไรเสียดาย ต้องขอบคุณซะอีก เอลเลียตยิ้มให้ผมเป็นการตอบรับ ใบหน้าสวยที่ดูดีในแบบของเขามันแอบทำให้ผมใจเต้นนะ เสียดายเป้าหมาย เอ้ย ไม่สิ ควรเรียกยังไงดี คนที่ผมหมายตาคงจะได้ละมั้ง แล้วคนนั้นก็คือเซบาสเตียน

            ร่างบางพยายามลากสังขารตัวเองไปยังที่โต๊ะแล้วกินยาพารา จากนั้นก็บอกลาหนุ่มหน้าสวยเพื่อที่จะไปคลินิก

            พอเดินไปเดินมาถึงหน้าสะพานแล้วทำไมผมพึ่งนึกได้อย่างหนึ่ง

            คลินิกปิดแล้ว ปิดไปตั้งแต่ผมตื่นแล้ว เวรกรรม

            ผมเดินตัวเหี่ยวกลับฟาร์มไปแล้วนอนทันที แม้จะหลับยากหน่อยเพราะพึ่งตื่นมาแล้วแต่ก็พยายามฝืนตัวเองนอนไป ไม่อาบน้งอาบน้ำอะไรทั้งนั้น ถอดเสื้อยืนแล้วใส่ตัวที่เนื้อผ้านุ่มหน่อยแล้วก็นอนไปเลย

            พอมาดูอีกทีก็ล่วงไปเช้าวันใหม่เสียแล้ว แต่ผมไม่มีความสามารถในการลุกไปทำอะไรได้ทั้งนั้น แม้แต่จะกินยาก็ตาม ส่วนตัวก็ร้อนไปหมด

            ยังไงก็ต้องฝืนตัวไปหาหมอละวะ

            อ้าว ฮึดสู้

            ผมพยายามฝืนตัวเองเดินไปให้ถึงหน้าบ้าน ใบหน้าหวานซีดจนแทบไร้สี อากาสข้างนอกก็หนาวอยากจะหาอะไรใส่แต่ก็อยากรีบไปหาหมอมากกว่า ถึงคลินิกจะเปิดตอน เก้าโมงแต่ผมว่าน่าจะผัดผ่อนให้กับอาการของผมได้ละมั้ง

            หมอ คุณหมอครับ

            การเคาะที่เหมือนทุ่มพลังชีวิตทั้งหมดแทบทำให้ผมตายคาหน้าคลินิก หมอที่ยังเหมือนพึ่งอาบน้ำเสร็จเปิดประตูออกมาอย่างฉงน แต่พอเห็นผมสภาพโทรมเหมือนคนใกล้ตายก็ลากเข้าไปทันที พร้อมกับวางแหมะไว้ที่เตียงคนไข้ ส่วนตัวเองก็ไปชงกาแฟแล้วหาชุดกาวน์มาใส่

            หลังจากนั้นเขาก็ทำการลวนลามไม่สิ ตรวจร่างกายผมอย่างละเอียดแล้วสรุปว่าผมเป็นไข้และแพ้อากาศ แล้วสั่งให้ผมนอนพักอยู่ที่นี่ร่วมสัปดาห์

            หมอครับ ไก่ผมละ ใครจะให้อาหาร ใครจะเก็บไข่ ให้ผมทำงานไม่ได้หรอ

            อย่าดื้อสิครับ นอนนิ่งๆ ทำใจให้สงบเดี๋ยวไก่มันก็กินข้าวเองได้แหละ

            หมอ อย่ามาพูดอะไรง่ายแบบนี้สิ ไก่ผมไอคิวยังไม่สูงขนาดจะหาไรกินเองได้ในอากาศที่หนาวขนาดนี้ ถ้าไม่มีฮีทเตอร์มันคงตายไปแล้ว

            เอาเถอะ เดี๋ยวผมจะลองใช้ใครซักคนให้ไปดูให้ละกันนะ

            หมอ

            เสียงโหยหวนดังออกมาลั่นคลินิกจนหมอแทบเอาประวัติคนไข้อุดปากผมไว้ไม่ให้ร้องอะไรไปมากกว่านี้ ส่วนผมก็ได้แต่หันตะแคงข้างอย่างแง่งอน และแล้วสัปดาห์นั้นทั้งสัปดาห์ผมก็ต้องนอนเป็นง่อยให้ผมให้น้ำเกลืออยู่แค่นี้สินะ โธ่ เวลาทำมาหากินของผม

*******************************

ขอโทษที่ช้านะคะ แต่ว่าตอนต่อไปคงจะต่อพรุ่งนี้เพราะว่ามันยังไม่จบดี

ตอนนี้ยังไม่เจอเซบบี้เลย! เซบบี้ควรจะเป็นห่วงเราสิ เรามิสบายนี่คะ ถถถถ

แต่ตอนนี้ชาวไร่เราก็ได้อ้อยสิ่งมีชีวิตในหมู่บ้านไปหลายคนนะคะ คึคึคึ

ส่วนเรื่องอาการของชาวไร่เราเอามาจากตัวเองค่ะ เวลาหน้าหนาวเราไม่ชอบเลย

ส่วนที่หายไปไม่ใช่อะไรปั่นฟิคมอร์ริสปิแอร์ค่ะ ไม่ได้ดองนะ ;----;

ยังไงก็จะพยายามอัพบ่อยๆ นะคะ เห็นตารางสอนแล้วน้ำตาแทบไหล วันนี้มีปฐมนิเทศกฎก็บึ้มมาก

เอื้อ ยังไงก็ติชมได้นะคะ รักทุกคนเยย

ถุงคาเฟรอิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #141 porukimi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 00:33
    แหย่เชนมากเดี๋ยวเชนหลงรักนะ ล้อเล่นะ
    #141
    0
  2. #101 starglitter (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 17:49
    เซบบี้มาดูแลที่รักหน่อยสิ~>//////<555555
    #101
    1
    • #101-1 caffeine_811(จากตอนที่ 9)
      21 พฤษภาคม 2559 / 01:12
      รอตอนหน้านางจะดูแลจนเลือดสาดค่ะ เลือดพวกนางหรอ เปล่า เลือดคนเขียนนี่แหละค่ะ เลือกกำเดานะ ถถถถถถถ
      #101-1
  3. #100 Zethius (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 21:57
    เซบบี้หายจ้อย...
    #100
    1
    • #100-1 caffeine_811(จากตอนที่ 9)
      21 พฤษภาคม 2559 / 01:11
      เซบบี้นางจะออกโรงตอนหน้าค่ะ นางเป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษที่ออกมาน้อยๆแต่ฟินค่ะ เราจะไล่ๆเก็บความฟินไปแต่พองามเพื่อไม่ให้เรื่องนี้อิ่มตัวเร็วเกินไป ถถถถถ
      #100-1
  4. #93 ramail (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 20:41
    ชอบค่ะ ถึงเซบไม่อยู่ เเต่เชื่อว่าตอนหน้านางต้องมา--------- (รึเปล่า?)

    ชาวไร่ได้อ้อยหนุ่มไปหลายรายมาก เเต่ละรายนี่ หุหุ เเซ่บบบบบค่า เเทบอยากเเทรกตัวไปอยู่ในฉากด้วยความฟิน #งานมโนต้องมา 

    เปิดเทอมเเล้วสู้ๆ นะคะ  เราเปิด 30 นู่นเเหนะ ฟฟฟ
    #93
    3
    • #93-2 ramail(จากตอนที่ 9)
      19 พฤษภาคม 2559 / 21:03
      ไม่เป็นไรค่ะ เข้าใจฟีล 5555 สู้ๆ นะคะ
      #93-2
    • #93-3 caffeine_811(จากตอนที่ 9)
      21 พฤษภาคม 2559 / 01:13
      ขอบคุณค่ะ :3
      #93-3
  5. #90 getgreatxx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 00:57
    ชาวไร่รถอ้อยคว่ำหรอคะ555555
    #90
    1
    • #90-1 caffeine_811(จากตอนที่ 9)
      17 พฤษภาคม 2559 / 20:45
      ทำไมขำเม้นนี้ โอ้ย 55555 ชอบค่ะชอบๆๆ 555555
      #90-1
  6. #89 Vates (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 23:34
    ชาวไร่นี่อ่อยแต่กับผู้ชายอย่างเดียวเลยนะเนี้ย55555555 จะรอไรต์มาอัพนะคะ
    #89
    1
    • #89-1 caffeine_811(จากตอนที่ 9)
      17 พฤษภาคม 2559 / 20:44
      คือ...ความอ้อยเหล่านี้ได้มาจากคนเขียนค่ะ เอ้ย ไม่ใช่หรอก แค่กๆ
      #89-1