[Fic Stardew Valley : Sebastian x You] ชาวไร่มือใหม่หัวใจงุ๊งงิ๊ง

ตอนที่ 7 : Chapter 6 : เมื่อวันฝนตกกับนายเซบบี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 866
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    28 เม.ย. 59

Chapter 6 : เมื่อวันฝนตกกับนายเซบบี้

            วันนี้ฝนตก ฝนตกอีกแล้ว เหมือนกับเมื่อวาน

            ผมมองออกไปนอกหน้าต่างที่ฟ้ามืดพร้อมกับกระจกใสที่ตอนนี้มีหยดน้ำเกาะอยู่ตามขอบมากมาย เสียงโครมครามของฟ้าผ่าดังก้องอยู่ในสวน ผมกลัวว่าเหล่าผักหรือรั้วของผมจะเป็นเหยื่อของพวกฟ้าพวกนั้นจริงๆ

            ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทอง ผมยังไม่อยากเสียอะไรไปตอนนี้ ตอนที่สภาพเงินเหลือแค่ 200 หลังจากเหมาสลัดซาลูนไปเพื่อแจกจ่ายให้ชาวบ้าน

            ร่างสูงโปรงเดินออกมาจากบ้าน ตอนนี้หลังคายังไม่ทันได้ออกมาพ้นตัวบ้านก็ต้องเปียกแล้ว ด้วยความที่ฝนสาดเข้ามาจังหวะเดียวกับที่ขาจะก้าวออกไปพอดีทำให้ตัวเปียกทันที

            อีกแล้วหรอวะเนี่ย

            เสียงสบถดังขึ้นจากปากหวาน ความจริงผมควรจะชินได้แล้ว อยู่เมืองนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีร่มหรือเสื้อกันฝนเลยซักนิด ถึงผมจะเดินโทงๆ ฝ่าฝนไปก็ไม่เป็นอะไร คนในหมู่บ้านก็เช่นกัน...

            เอาละ ผมจะไม่ประชด

            ผมมองพื้นที่แฉะเป็นโคลนแฉะจนเละรองเท้าผมไปหมด ผมไม่อยากออกมาจากบ้านก็เพราะอย่างนี้ไงละ

            โครม

            เสียงฟ้าผ่าดังมาด้านข้าง ผมพลันหันหน้าไปมองต้นเสียงแล้วต้องใจสลาย เมลอน... เมลอนผมไปแล้ว เมลอนล่อนไปพร้อมกับฟ้าผ่าเมื่อกี้แล้ว ต่อหน้าต่อตาผมเลย

            เวรเอ้ย

            ผมชูนิ้วกลางขึ้นไปบนฟ้าอย่างเหลืออด ความจริงผมก็อยากจะทั้งบ่นทั้งด่าให้โลกล่มสลายกันไปข้าง เมลอนเมล็ดก็ใช่ว่าจะถูก แถมผักก็ไว้ขาย จู่ๆ เงินส่วนหนึ่งของผมที่มีผลต่อเงิน 200 ที่ติดตัวอยู่ก็ล่อนหายไปแล้ว

            ผมเดินหงุดหงิดเข้าไปในฟาร์มเพื่อจะเก็บผลผลิตที่เพิ่งขึ้นมาวันนี้ เมลอนบางแปลงที่ผมปลูกไว้ก่อนหน้าเริ่มที่จะมีผลแล้ว รวมถึงเหล่าข้าวโพดที่โผล่มาโดยมิได้นัดหมาย ปกติฝนตกผมก็ไม่ค่อยเข้าฟาร์มนักหรอก แต่โขคดีที่วันนี้เข้าฟาร์ม จะได้เก็บพวกนี้มันวันนี้ซะเลย ไหนๆ ก็ไม่ต้องเปลืองแรงรดน้ำแล้ว

            นิ้วเรียวไล่ชี้ไปตามแปลงผักที่มีช่องโหวไว้รอให้ปลูกเมล็ดใหม่ ผมนั่งนับไล่ไปตามแปลงที่ว่างเหล่านั้นก่อนจะจำไว้ในใจเพื่อไปซื้อเมล็ดต่อที่ร้านปิแอร์

            ความจริงผมก็คิดว่าจะไปซื้อร้านของมอริสนะ เพราะเมล็ดบางอย่างก็ถูกมากกว่าที่ปิแอร์ขายซะอีก อย่างเมล็ดดอกทานตะวัน แต่ต่อให้ผมได้มาผมก็ยังปลูกไม่ได้หรอก เพราะยังไม่ถึงฤดู

            ร่างของชายหนุ่มที่ก้าวไปตามดินเลนอย่างยากลำบากเพราะรองเท้าที่เริ่มเปื้อนจนดอกยางหายไปทำให้มีลื่นบ้าง จนตอนนี้ตัวผมเริ่มเปื้อนดินไปหมด

            อ้าว ชาวไร่ตรงนั้น ไหวไหมครับ

            พอผมเข้าเมืองมาไม่ทันไรเสียงจากคุณหมอสุดหล่อที่เจอกันบ่อยยิ่งกว่าแปลงเมลอนในสวนก็ทักขึ้น ผมได้แต่ยิ้มแหยแล้วส่ายหน้า เขาก็มุ่ยหน้าใส่ผมก่อนจะลากผมเข้าไปในโรงพยาบาล

            ผมพอมีผ้าเช็ดตัว เช็ดตัวหน่อยครับ

            เขายื่นผ้าเช็ดตัวที่มีกลิ่นยาติดมาเล็กน้อยให้ ผมก็ไม่ได้รังเกียจนักหรอก กลัวแต่เขาสิจะรังเกียจผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวที่กำลังจะเลอะเพราะผม

            ผมไม่รังเกียจหรอกครับ เช็ดไปเถอะ

            คงเพราะความสัมพันธ์ของผมกับหมดเริ่มเหมือนเพื่อนกันแล้ว ทำให้เขาไม่ว่าอะไร ผมรับผ้าเช็ดตัวผืนนั้นและเช็ดหัวพลางเช็ดมือบ้าง คอบ้าง ส่วนรองเท้าก็ถอดทิ้งไว้หน้าโรงพยาบาล ผมกะว่าเดี๋ยวดินมันก็ไปพร้อมกับฝนนั่นแหละ ตอนแรกหมอก็เกือบจะไม่ให้ แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้ผมทำไป

            แล้วมันจะเละหน้าคลินิกของเขาไหมนะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวเละผมก็เช็ดให้ละกัน

            ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ

            ผมขอบคุณฮาร์วี่ย์ก่อนจะรับผ้าเช็ดหน้านั้นไว้จะซักแล้วส่งคืนทีหลัง แต่เขากลับยื้อผมแล้วบอกว่าเดี๋ยวก็เปียกฝนแล้วเลอะอีก ให้เลอะแค่นี้ก็พอ

            บางทีผมก็สงสัยนะว่าเขาไม่เชื่อใจในฝีมือการซักแบบมือโปรของผมหรือเปล่า ผมเด็กรับซักรีดเก่านะ

            อ่า... ช่างมันเถอะ

            จะว่าไปถ้าจำไม่ผิดก็จะต่อเติมบ้านเพิ่มนะ

            ผมเดินกลับไปด้านบนของเมืองแล้วลัดเลาะไปทางเดียวกับที่ไปเหมือง วันนี้ผมเตรียมมาครบนะ ไหนจะไม้ ไหนจะเงิน ที่เก็บเงินแทบตายเพื่อต่อเติมบ้านเพิ่มเลยนะเนี่ย

            แล้วก็ไม่ลืมอัญมณีที่เขาเรียกกันว่าหยาดน้ำตาที่ถูกแช่แข็ง หรือ Frozen Tear ผมก็เพิ่งรู้มาจากโรบินนั่นแหละว่าเซบาสเตียนชอบอะไรแบบนี้ แต่ก็เหมาะกับเขาดีนะ

            ความอบอุ่นที่เหมือนจะถูกแช่แข็งไปพร้อมกับเรื่องราวในใจ รวมถึงหยาดน้ำตาที่ไม่อาจไหลริน

            เก๋กู้ด เหมาะมาก

            ผมเดินฮัมเพลงอย่างสบายใจจนมาถึงหน้าบ้านโรบิน ผมถอดรองเท้าที่เหมือนจะหายเลอะแต่สุดท้ายก็มาพังที่หน้าบ้านของหญิงสาวต่ออยู่ดี ผมเปิดร้านเข้าไปข้างในอย่างหน้าชื่นตาบาน แต่ซักพักกลายเป็นว่า ต้องตาค้างแทน

            โรบิน... โรบินไม่อยู่ ไม่นะ

            ผมหน้าซีดแล้วหันไปมองปฏิทินบ้านเธอ เออวันนี้วันอังคารนี่หว่า ตายชัก ที่ผมลืมหรอเนี่ย

            เป็นอะไรน่ะ แล้วจะเปิดประตูแช่ทำไม หน้าบ้านเปียกหมด

            เสียงที่คุ้นเคยจากชายหนุ่มข้างตัวผม ร่างสูงเดินกลับไปยังห้องใต้ดินของตัวเอง ว่าแต่เขามาจากทางไหนนะ ครัวหรอ?

            เดี๋ยวสิ เซบาสเตียน

            ผมวิ่งตามเขาไป แค่ก็คว้าตัวไว้ไม่ทัน อย่างน้อยมาแล้วต้องคุ้ม อย่างน้อยผมก็ต้องได้ให้ของขวัญกับเซบาสเตียน

            ผมเดินมาหยุดที่หน้าประตูของเซบาสเตียนก่อนจะยั้งมือไว้ เมื่อก่อนใช่ว่าผมจะเข้าไปได้  ถ้าตอนนี้ผมยังจะเข้าไปได้ไหมนะ

            ก๊อกๆ

            เข้ามาเถอะน่า จะเคาะประตูทำซากอะไร

            เหมือนกำลังหงุดหงิดแฮะ

            ผมเปิดประตูไปเห็นเขากำลังจ้องไปที่คอมด้วยใบหน้าจริงจัง มือที่พิมพ์มือเป็นประวิงไม่ยอมหยุดทำให้ผมไม่กล้าทักอะไร ท่าทางยังทำงานไม่เสร็จสินะ

            รออยู่ตรงนี้แป๊บนึงนะ งานยังไม่เสร็จ ติดบักบานเลยว่ะ

            ครับ

            ผมทำตัวเป็นภรรยาที่ดีในอนาคต เอ้ย เป็นแขกที่ดี นั่งสงบเสงี่ยมเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ตรงโซฟาเบาะนุ่มสีม่วงเหมือนสีผมเจ้าของห้อง เขานี่จัดห้องได้เข้ากับตัวเองจริงๆ หัวม่วง เสื้อม่วง โซฟาม่วง เตียงนอนม่วง นี่ไม่รู้ว่าฉี่สีม่วงด้วยหรือเปล่า

            เอ๊ะ

            เสร็จแล้วล่ะ

            ครับ

            นี่คงเหมือนว่าฉันเล่มเกมสินะ ใครๆ ก็คิดแบบนั้นแหละ ฉันดูนั่งหน้าคอมไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันซักอย่าง

            เขาหันมองคอมตัวเองเหมือนกำลังอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง ใบหน้าที่ติดเศร้าเริ่มเหมือนเศร้าหนักไปกว่าเดิม ผมได้แต่เดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วไล่ดูงานของเขา แล้วให้กำลังใจทางสายตา

            งานของนายคืออะไรหรอ

            หืม? สนใจด้วยหรอ ฟรีแลนซ์ทั่วไปน่ะ พวกโปรแกรมเมอร์

            ก็น่าจะยากพอดูเลยนะ ดูสิ มีแต่อะไรก็ไม่รู้กับตัวเลข นี่ก็มีสีแดงที่ตัวอักษรกับแถบดำบานเลย

            ก็ใช่น่ะสิ ผมถึงไม่ค่อยเข้าใจพวกที่ชอบบอกว่าโปรแกรมเมอร์ก็แค่นั่งหน้าคอมไม่ทำไร นี่ก็ทำจนตาแฉะแล้ว

            ผมแอบใจชื้นนะ เขาเริ่มพูดขึ้นมาบ้างแล้ว ถึงจะเป็นแค่ระบายก็เถอะ เหมือนผมได้ช่วยเขาระบายความในใจและเป็นที่พึ่งทางใจได้บ้าง

            ตึ้ง

            เสียงดังออกลำโพงจากคอมพิวเตอร์ของเซบาสเตียนดังขึ้น เหมือนเสียงจากพวกโปรแกรมแชททั่วไป เขากรอกตาขึ้นบนเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความเหล่านั้น ทำไมผมแอบสังหรณ์ใจถึงใครบางคน

            ข้อความจากแซมน่ะ เขาคงออกไปเที่ยวกับผม แต่ผมไม่อยากเท่าไหร่

            นั่นไง จากไอ้ตัวแสบจริงด้วย

            ว่าแต่คุณไปเช็ดตัวเถอะ อย่าให้มันเปียกห้องผมมากนัก ผมขี้เกียจเช็ด

            ผมเบ้หน้าใส่เขาเล็กน้อย นี่อุตส่าห์มาเป็นทีพึ่งทางใจให้แล้วนะ ร่างสุงที่ลุกพรวดจากเก้าอี้ไปข้างนอกก่อนกลับมาพร้อมผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่เหมือนไว้เช็ดหัวมากว่า เขาลากตัวผมลงไปนั่งกับเก้าอี้อีกตัวในห้องแล้วก็เช็ดหัวผมทันที

            ฝนที่เกาะอยู่ที่หัวนี่มันเริ่มหยดลงมาเปียกไปหมดเลย ผมเช็ดให้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว ถ้าไม่ใช่ห้องผมผมไม่ทำให้หรอกนะ

            เขาพูดด้วยสีหน้าแอบแดงเล็กน้อย นี่ผมคงไม่คิดไปเองหรอกใช่ไหม

            แต่ทว่ากลายเป็นผมที่ต้องก้มหน้างุดลงไปแทน มือที่เริ่มอยู่ไม่สุกก็จิกกางเกงที่ชื้นน้ำ แต่โชคดีที่มันเองก็เริ่มหมาดแล้วไม่มีน้ำหยดลงมาเลอะพื้นของห้องนอนแต่อย่างใด

            เซบบี้ เอ๊ะ อ้าวไงชาวไร่ สวัสดีจ๊ะ ตัวเปียกเชียว เช็ดเนื้อเช็ดตัวหรือยัง

            เสียงทักจากหน้าห้องที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวโผล่มาตอนไหน นั่นโรบิน โรบินที่ไม่รู้มาตอนไหน โรบินมาได้อย่างไร แล้วโรบินหลุดจากร้านปิแอร์มาได้อย่างไร... น้ำตาจะไหล

            แต่ว่าผมรู้สึกโฟกัสกับคำที่เธอเรียกมากกว่า

            เซบบี้

            เดี๋ยวนะ นั่นชื่อเล่นเขาใช่ไหม

            ไม่จริงนา น่ารักไปแล้ว ดูบ้องแบ๊วไม่ใช่เขาเลย

            ผมที่นั่งให้เซบาสเตียนเช็ดหัวอยู่แอบกลั้นขำอยู่ในใจ เซบาสเตียนที่เหมือนจะไม่ได้ใส่ใจผมแม้แต่น้อยหันไปมองแม้ของตัวเองด้วยสายตาเย็นชา ผมที่ถึงกลั้นขำอยู่แต่ก็ยังจับสังเกตได้เหมือนกัน

            พวกเขามีปัญหาอะไรกัน?

            แม่ก็รู้นะว่าลูกไม่ชอบที่แม่เข้ามาแบบนี้

            อืม

            คือแม่ไปเจออบิเกลมา เขาบอกว่าอยากจะเจอลูกน่ะ

            อบิเกล? อีกแล้วหรอ อย่าบอกนะคือผู้หญิงหัวม่วงที่เดินมาพร้อมกับกลุ่มเซบาสเตียนและแซมที่ซาลูนเมื่อศุกร์ก่อนหน้านั้น

            ทำไมถึงต้องบอกโรบินด้วยละว่าให้มาเจอกัน หรือทั้งสองคนเป็นอะไรกัน

            คิดไปมันก็แอบเจ็บเล็กใจนิดหนึ่งนะ ผมว่าผมก็ไม่คิดซะยังจะดีกว่า

            แล้วไม่บอกไปหรือไงว่าผมทำงานอยู่

            แม่บอกแล้ว แต่เธอก็อยากเจอนะไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

            หมายความว่ายังไง? จะเจอกันให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม

            หรือว่าทั้งสองคนจะคบกันจริงๆ แต่ว่าเซบาสเตียนกลับบอกปัดไปแบบนั้น อย่างน้อยผมก็เข้าข้างตัวเองได้ใช่ไหม หรือว่าผมจะคิดไปเอง

            ผมแอบหน้าซึมไปเลยตอนทั้งสองคุยกัน

            ผมก็มีงานของผมเหมือนกันนะ ไม่มีใครเชื่อเลยหรือไง ในตอนที่มารุไปทำงานที่คลินิก ทุกคนก็เอาแต่คิดว่าผมนั่งท่องเว็บไร้สาระไปใช่ไหมละ

            โรบินไม่ได้ว่าอะไรแต่เดินออกจากห้องไปทันที ท่าทางเธอก็ดูหงุดหงิดใช่เล่น ส่วนผมที่เป็นคนกลางก็ได้แต่อยู่ในบรรยากาศที่อึดอัด จนผมก็อยากจะทำลายบรรยากาศแบบนี้ทิ้งซะเหมือนกัน

            นายมีเป้าหมายอะไรไหม

            ทำไมถึงถามละ ก็คงจะออกไปที่ไหนซักที่ละมั้ง ไม่ก็สร้างฟิกเกอร์ซัก 6 อันตอนนี้ ไม่รู้สิ ฉันอยากจะปิดบังตัวเองอยู่ในโลกของคอมพิวเตอร์มากกว่าต้องมาเจอกับใครเหมือนที่คนอื่นเขาทำกัน

            เขาดูมีปม ผมว่าผมรู้แล้วล่ะว่ามันคืออะไร มีปัญหากับแม่เรื่องพ่อใหม่สินะ เพราะดูท่าทางเขาไม่น่าจะเกิดจากโรบินกับดิมีเทียสได้หรอก แล้วดูเหมือนจะไม่ชอบน้องสาวตัวเองด้วยสินะ แต่ก็เอาเถอะ ผมจะใช้เวลาไปกับเขาเพื่อพวกเราดู

            เอาล่ะ ผมว่าผมคงต้องทำงานที่จะต้องส่งพรุ่งนี้แล้วล่ะ ลาก่อน

            เขาเลิกสนใจผม นัยน์ตาที่ดูเศร้าเริ่มหันไปเอาจริงเอาจังกับงานแทน หรือว่านี่คือวิธีเลี่ยงกับปัญหาของเขา นั่งทำงานไปเรื่อยๆ เหมือนไม่มีอะไร

            หวังว่าซักวันผมจะเป็นคนดึงเขาออกจากปัญหาเหล่านี้เองนะ

 

            ผมที่เดินออกมาจากบ้านของโรบินก็ไม่ผมโรบินแม้แต่เศษเส้นผม บางทีผมก็สงสัยเหมือนกันนะว่าเธอไปไหน สุดท้ายมาทั้งทีก็ไม่ได้อะไรเลยนอกจากมานั่งคุยกับเซบาสเตียน

            เมี้ยว

            ผมนั่งเกาคางให้แมวของผมในบ้าน ฝนตกทั้งทีไม่น่าทำอะไรนอกจากเล่นกับแมวที่บ้านผม แต่ก็นะ ตอนนี้ผมอึดอัดตัวเองเหลือเกิน ไหนจะกระเป๋าที่ยังสะพายอยู่ที่หลัง

            Frozen Tear เดี๋ยวนะ มันยังอยู่ในนี้อยู่เลย

            เฮ้ยอย่าบอกนะว่าผมลืมให้เซบาสเตียน

            นี่สรุปผมไปบ้านหมอนั่นแล้วไม่ได้อะไรกลับมาซักอย่างเลยหรือไงกัน

******************************************************************************

มาแล้วจ้า ตอนต่อไป หายไปตั้ง 4 วัน

แต่ลงหัววันเหมือนเดิมค่ะ ถถถ

ขอโทษทีค่ะ ฝืนตัวเองไม่ไหว นอนตีสามตีสี่ทุกวันและมีเรียนทุกวันเลย

โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง วันนึ่งติดนิยาย อีกวันติดการ์ตูน อีกวันติดเกม

โหยยย รู้สึกผิด 5555

นี่เข้าเรื่องแล้วค่ะ คงคุ้นๆ เนอะ เอาคัทซีนอีเว้น 2 หัวใจมาดัดแปลงค่ะ

ขอบคุณ LouisYesterday ที่แปลมาด้วยจ้า ไปดูคลิปแล้วใส่คำแปลมาแล้วดัดแปลงเล็กน้อย

สำหรับเรามันเริ่มเข้าเรื่องแล้วนะ จีบเป็นเรื่องเป็นราวจนมีอีเว้น ไหนจะปมที่เริ่มมากขึ้น

ฟินก็เริ่มฟินมากขึ้น หลังจากมาเป็นหยิบมือเล็กๆ ในตอนก่อนหน้า (หรือว่าน้อยเหมือนเดิม 555)

ยังไงก็อาจจะไม่ได้ตอบเม้น วันไหนไม่มึนๆจะไปตอบให้นะ ไม่ทิ้งๆ สัญญา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #139 porukimi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 00:19
    ตายละของขวัญ ลืมให้จนได้ ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยให้555

    ปล.ตอนเล่นเกมเป็นบ่อยพกไปแต่ลืมให้
    #139
    1
  2. #81 “ ขาหมู . (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 17:06
    ตอนนี้หัวใจเซบมี2 ดวงแล้วหรอ
    เหลือแค่8ดวงเองหวังว่า
    ไม่มีใครมาเป็นคู่แข่งนะ

    เราเพิ่งมาอ่าน สนุกมากๆเลย
    ยังไงก็มาอัพบ่อยๆนะ
    เราเป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 พฤษภาคม 2559 / 17:15
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 3 พฤษภาคม 2559 / 17:17
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 3 พฤษภาคม 2559 / 17:41
    #81
    1
    • #81-1 caffeine_811(จากตอนที่ 7)
      3 พฤษภาคม 2559 / 20:48
      เห็นคอมเม้นนี้แล้วน้ำตาจะไหล ;----; ขอบคุณมากค่ะ อยากให้เล่นเกมนี้นะคะ บอกเลย 300บาทเหมือน 3000บาท ทั้งสนุก แล้วผูกพันกับตัวละครต่างๆไปเอง มีทั้งความสนุกและความลับที่ไม่มีใครรู้(ผู้สร้างบอกว่ามีเยอะเลย 5555)
      สัญญาว่าจะมาอัพบ่อยๆนะคะ เราจะมุ่งเข้าสู่เกมดูดวิญญาณด้วยกัน ;w;b
      #81-1
  3. #72 사랑 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 14:59
    ต่ออีกนะๆๆๆๆ กำลังสนุกเลยๆๆๆ >.< เซบบี้เขินนนน~
    #72
    1
    • #72-1 caffeine_811(จากตอนที่ 7)
      1 พฤษภาคม 2559 / 20:03
      เดี๋ยวอาจจะต่อให้ไม่พรุ่งนี้ก็มะรืนนะคะ ตอนนี้เมาไข้ ถถถถถ
      #72-1
  4. #69 Fiocean (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 15:22
    เซบบี้ผู้น่ารักกก แลดูมีความอบอุ่นขึ้นมาทันตา ฮุฮิ #ชาวไร่อย่าลืมบ่อยๆนะเอ่อ ไม่งั้นเดินไปๆมาๆเมื่อยแน่ 555
    #69
    1
    • #69-1 caffeine_811(จากตอนที่ 7)
      29 เมษายน 2559 / 16:58
      ชาวไร่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้ลืมบ่อย พอๆ กับคนเล่นค่ะ 5555
      #69-1
  5. #68 สาวน้อยผู้มาดแมน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 13:17
    นี่แหละ เอาของขวัญเป็นข้ออ้างไปเจออีกรอบเลยนายชาวไร่ 5555
    #68
    1
    • #68-1 caffeine_811(จากตอนที่ 7)
      28 เมษายน 2559 / 21:03
      ไอเดียดีค่ะ กิ๊บเก๋น่าเอาไปใส่ในฟิค ////b
      #68-1
  6. #67 ramail (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 12:58
        เเหม่ชาวไร่ ไปบ้านเขาไม่ได้อะไรซะที่ไหนละ เจอคัทซีนสองดวงนี่สุดยอดคุ้มเเล้วนะนาย ตอนนี้เซบบี้นี่มีเช็ดตงเช็ดตัว โอ๊ย เขิน
    /// 7 ///  #ว่าเเล้วเเวบไปหาเซบในเกมดีกว่า #สามีขรา---
    #67
    1
    • #67-1 caffeine_811(จากตอนที่ 7)
      28 เมษายน 2559 / 20:59
      #เซบบี้เป็นผู้ชายอบอุ่น #เซบบี้คือสัมมีของเรา เขิว ////b
      #67-1
  7. #66 กุหลาบสีเทา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 09:52
    ตายละ จะเอาของขวัญไปให้สามีทั้งที ลืมได้ไงคะ
    #66
    1
    • #66-1 caffeine_811(จากตอนที่ 7)
      28 เมษายน 2559 / 20:59
      เฟรเป็นบ่อยนะ 5555 สมมุติไปสิบครั้งลืมไปประมาณ 4 ครั้งต้องเสียเวลาเดินไปใหม่ 55555 สมองไปแล้ว โถ
      #66-1