[Fic Stardew Valley : Sebastian x You] ชาวไร่มือใหม่หัวใจงุ๊งงิ๊ง

ตอนที่ 6 : Chapter 5 : เรื่องตลกร้ายของนายส่งสลัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 851
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    24 เม.ย. 59

Chapter 5 : เรื่องตลกร้ายของนายส่งสลัด

            ผมเคยสงสัยมาตลอดตั้งแต่ผมมาที่นี่ ตั้งแต่ผมเห็นข้อมูลของชาวเมืองทุกคนในหุบเขาแห่งนี้

            ทำไมชาวเมืองทุกคนชอบสลัดหมดเลย

            ทั้งที่บางคนก็เกลียดแสนเกลียดผัก ชอบแต่เนื้อ บางคนก็ชอบแต่พวกอาหารจานด่วน บางคนก็ชอบแต่พวกอาหารทะเล บางคนก็ชอบกินแร่ เอ้ย อันนี้ไม่เกี่ยว

            แต่ทุกคนกลับชอบกินสลัด ผมอยากรู้จังเลย สลัดเมืองนี้มันต่างจากที่อื่นอย่างไร ทั้งที่ที่อื่นก็มีคนแบบนี้มากมายแต่ก็ไม่ได้ชอบกินสลัดกันทั่วทั้งเมือง

            วันนี้นี่ก็ผ่านงานLuau มาได้หลายวันแล้วจวนจะสิ้นเดือนได้แล้ว ผมเก็บเกี่ยวผลผลิตต่างๆ เช่นเมลอน บลูเบอร์รี่ที่ขายดิบขายดี รวมถึงฮอปที่ไว้หมักเป็นเบียร์เอลที่ขายได้ราคาเช่นกัน

            พลังงานผมหมดไปร่วมครึ่งของพลังงานทั้งวัน ผมใช้เวลาไปกับการตัดไม้ออก ช่วงนี้ผมไม่อยากทำอะไรนอกจากตัดให้โล่งเตียนก่อนแล้วจึงค่อยหาอะไรมาใส่มาตกแต่งทีหลัง เพราะเวลาย้ายของมันเหนื่อยกว่ายอมเหนื่อยแต่แรกแล้วมาสวยทีหลัง มันสุขใจกว่าอีก

            นี่ก็เป็นอีกวันที่ผมโดนสูบพลังงานไปตั้งแต่เช้า ผมพาร่างที่อิดโรยมายังตัวเมืองเพื่อซื้อของใช้จำเป็นต่างๆ รวมถึงทักทายคนในหมู่บ้าน ผมมองไปยังหน้าบอร์ดที่ร้านของปิแอร์ ก่อนกวาดสายตาหาปฏิทินเพื่อดูวัน

            วันนี้วันเกิดดีมีเทียสนี่หว่า แถมเป็นวันศุกร์ด้วย

นึกถึงวันศุกร์แล้วนึกถึงร้านหนึ่งในป่า ผมเคยผ่านไปที่หอคอยพ่อมดจนเจอร้านนี้ ความจริงมันก้ขายทุกอย่างสุ่มไปสุ่มมาจนผมเรียกมันว่าร้านสุ่ม เห็นคนขายบอกว่าขายแค่วันศุกร์กับวันอาทิตย์ แต่บางอย่างก็กดราคากันเหลือเกิน

ยกตัวอย่างง่ายที่สุดก็มันฝรั่ง ผมปลูกและขายสูบเวลาชีวิตไปมากมาย แต่ที่นี่ขายมันฝรั่งพันนึ่ง

โอ้พระเจ้า เขาแกล้งผมหรอ

เอาเป็นว่าเลิกคิดเรื่องพวกนี้ดีกว่า

พอเสร็จจากการปลงตกหน้าร้านปิแอร์ ผมก็เดินเข้าไปหาหมอเพื่อทักทายตามปกติ ก่อนที่จะให้กาแฟกับเขาตามปกติของเขา เป็นการผูกมิตรอย่างหนึ่ง จนเขาเริ่มมองผมเป็นเพื่อนคนหนึ่งแล้ว

จะว่าไปพูดเรื่องเรื่องนี้ผมควรให้อะไรกับดีมีเทียสในวันเกิดของเขาดีเนี่ย สิ่งที่เขาชอบที่ง่ายสุดก็ไอศกรีม แต่แก่ปูนนั้นแล้ว กินไปเดี๋ยวก็เสียสุขภาพ ถ้ารองลงมาหน่อยหาง่ายสุดก็คงเป็นสลัด

แต่วันเกิดใครถ้าผมหาของที่เขาชอบไม่ได้จริงๆ ผมก็แจกสลัดนั่นแหละ ไม่มีปัญหา ยังไงคนทั้งหมู่บ้านก็ชอบอยู่แล้ว ถึงผมจะหาสาเหตุไม่ได้ก็เถอะ

จะถือเป็นเรื่องตลกร้ายก็ได้นะ

ผมเดินถือดอกเดฟโฟดิลที่เก็บไว้ข้ามฤดูให้กับเฮย์ลี่ที่อยู่ตรงบ่อน้ำพุส่วนบนของเมือง เธอเพียงยิ้มให้ผมและขอบคุณ พอจะชวนคุยก็มีจิกกัดบ้างสไตล์คุณหนู ผมเลยไม่ค่อยอยากคุยกับเธอเท่าไหร่ เพียงผูกมิตรตามมารยาท

ความจริงวันนี้ก็ไม่มีแพลนอะไร จะไปเหมืองพลังงานก็หมดก่อน จะเอาของไปไว้ที่ศูนย์ชุมชนก็ยังไม่มีอะไรไปไว้ ส่วนตกปลาพลังงานก็ไม่เหลือ

คงไปไล่คุยกับชาวเมืองตามประสาคนไม่มีอะไรทำ

ผมเดินเข้าซาลูนตอนบ่ายก่อนจะนับเงินในกระเป๋า นี่ผ่านมาเดือนกว่าทำให้ผมพอมีเงินเก็บอยู่บ้างหมื่นกว่าเหรียญ งั้นผมจัดซื้อสลัดซัก 20 จาน เบียร์ 2 กระป๋อง กาแฟ4 แก้วและโจจ้าโคลาอีก 2 กระป๋อง

ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพ่อบุญทุ่มมากเลย แต่เห็นอย่างนี้ก็ใช่ว่าจะพอให้คนทั้งหมู่บ้าน ผมก็ต้องมาทยอยซื้ออยู่บ่อยๆ อยู่ดี เพราะคนในหมู่บ้านบางทีก็เยอะเกินไป

ยังไงวันนี้วันเกิดดีมีเทียสทั้งที พวกสลัดผมก็ให้พวกเขาหมดไปตั้งแต่ช่วงวันจันทร์แล้ว จะตุนไว้อีกก็ไม่ใช่ปัญหา

ซื้อเยอะเหมือนปกติเลยนะ กินเยอะขนาดนั้นเลยหรอ

กัส เจ้าของร้านอาหารซาลูนพูดขึ้นแล้วแซวผม ร่างอ้วนท้วมกำลังใช้ผ้าเช็ดจานจนขาวสะอาดตาแล้ววางมันลงที่เดิม แต่แล้วไม่นานเขาก็หยิบจานจากอีกฝั่งมาเช็ดแล้ววางอีกทำซ้ำๆ จนผมเห็นแล้วเหนื่อยแทน

กัส ผมขออยู่ในนี้ซักพักนะ

ได้สิ ตามสบาย

ผมนั่งเล่นมือถือของตัวเองพลางสั่งพิซซ่ามากินเรื่อยเปื่อยไปตามอารมณ์ บ้างก็เช็กเฟซเช็กไลน์ นิ้วเรียวสไลด์เอาสไลด์เอาเหมือนไม่ได้อ่านเนื้อหาข้างในเลย อีกทั้งยังทิ้งพิซซ่าจนเย็นชืดหมด

โอ้ ไง ชาวไร่

เสียงเปิดประตูดังมาพร้อมเสียงทักทายของเอมิลี่ด้วยความแปลกใจ ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันที่เจอเธอตอนเย็น อ้อ ไม่สิเธอทำงานอยู่ที่นี่อยู่แล้ว

พ้นจากการสนใจของเธอ ร่างเล็กก็เดินไปยังเครื่องเสียงของร้านเพื่อเปลี่ยนเพลง จากเพลงช้าเนิบ ผ่อนคลายอารมณ์เริ่มเป็นเพลงเร็วและมีจังหวะหนักมากขึ้น ถึงจะไม่ถึงขั้นร็อค แต่ก็ถือว่าฟังแล้วหายง่วงเอาการ

ผมผละจากโทรศัพท์มานั่งกินพิซซ่าที่เย็นชืดอย่างสบายอารมณ์ คงเพราะนั่งตากแอร์ตั้งแต่ช่วงบ่ายด้วยความที่ไม่รู้จะทำอะไรด้วย ทำให้ผมดูไม่อารมณ์เสียกับพิซซ่าที่ไร้รสชาติแบบนี้

จะว่าไปก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว กัสก็ยังคงเช็ดจานอยู่แบบนั้นเหมือนเดิม นี่เขาไม่มีอะไรทำขนาดนั้นเลยหรือยังไง หรือว่าเขามีจานเยอะขนาดเช็ดเป็นชาติก็ยังไม่เสร็จ

            เจ้าตัวที่เหมือนจะรู้ว่าผมก็หันหน้ามามองผม ผมไม่ได้หันกลับแต่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอาวะ ไหนไหนก็รู้แล้วว่ามอง จะหลบอีกเดี๋ยวเขาก็คิดว่าผมนินทา(ถึงความจริงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ) แต่ผมก็ต้องไม่ทำให้เขามองผมในแง่ไม่ดี ไม่งั้นการกินอยู่จะลำบาก

            มองทำไมหรอ

            แค่สงสัยน่ะ ว่าร้านนี้ทำมานานหรือยัง

            เป็นการเนียนที่ดีมาก

            ผมตีหน้านิ่งแล้วถามไป เจ้าตัวที่ดูนิ่วหน้าเหมือนกำลังคิดอยู่ก็ยังไม่ได้ตอบอะไร ท่าทางคงต้องย้อนไปถึงอดีตอันยาวไกลน่าดู

            ก็ตั้งนานแล้วล่ะ ความจริงก็เปิดตั้งแต่สมัยพ่อ นี่ก็มาปรับปรุงร้านใหม่ให้ดูดีขึ้น

            คิดตั้งนานตอบแค่นี้?

            อ่าครับ

            ผมไม่คิดจะถามอะไรเพิ่มส่วนเขาก็เช็ดจานของเขาต่อไป เพียงไม่นานแพมก็เริ่มเข้ามา และถือว่าเป็นขาประจำของที่นี่เลยล่ะ ไวชะมัด

            แพมก็คุยกับกัสและเอมิลี่ตามประสาของเธอ ส่วนผมก็ถูกทิ้งร้างให้แห้งเหี่ยวเฉาตายกลายเป็นคนไร้เพื่อน อยากจะถอนหายใจ ยิ่งคิดยิ่งห่อเหี่ยว

            ผมอยากได้เพื่อนคุยซักคนจังเลยน้า ที่สนิทมากๆ ยังไม่มี แต่เริ่มสนิทก็มีแค่หมอ ลีอา กับเอลเลียต ส่วนคนที่เหลือก็ถือว่ารู้จักกัน

            รวมถึงเซบาสเตียนด้วย

            นึกถึงเขา จะว่าไปผมก็เริ่มมีค่าความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาแล้วนะหลังจากเทศกาลที่เพิ่งผ่านไป อย่างน้อยตอนนี้ผมก็เข้าห้องเขาไปให้ของขวัญได้แล้ว เพียงแต่ว่าไปหาเขาที่บ้านโรบินทีไรก็เจอกับผู้หญิงผมม่วงทุกที

            คนนั้นผมจำชื่อไม่ค่อยได้เท่าไหร่ น่าจะ อบิเกลมั้ง เห็นโรบินเรียกอยู่ว่าแอบบี้ๆ ผมไม่เข้าใจทำไมต้องดูมีความสุขเวลาเรียกเธอแบบนั้นด้วย เข้าใจว่าเอ็นดูเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง

            แต่ก็ดูมีพิรุธบางอย่างเหมือนกัน เหมือนจะมีอะไรมากกว่านั้น

            แต่เอาเป็นว่าช่างมันก่อนละกัน คงไม่มีอะไรในกอไผ่หรอก

            ผมสะบัดหัวทิ้งความคิดนี้ออกไปก่อนกวาดตามองทั่วร้านอาหาร ตอนนี้เริ่มมีคนเยอะแล้ว เสียงจ้อกแจ้กจอแจสมกับเป็นคืนวันศุกร์ ทุกคนดูผ่อนคลายกับการทำงานถึงแม้ว่าพรุ่งนี้จะต้องทำงานต่อก็เถอะ

            เพียงแต่มองไปเท่าไหร่ก็ยังไม่เห็นเซบาสเตียน... นี่ผมคงไม่ได้แสดงท่าทีสนใจเขาแบบออกนอกหน้านอกตาเกินไปใช่ไหม

            ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม อยากจะเรียนรู้ความรู้สึกแบบนี้ไปพร้อมกับเขาคนนั้น

            ฮิ้ววว

            เล่นเองตบมุกเอง

            ร่างสูงโปร่งจ่ายเงินเสร็จก่อนจะก้าวไปยังหน้าประตูของซาลูน ผมโบกมือลาเจ้าของร้านก่อนจะเดินออกประตูไป แต่ไม่ทันจะที่เปิดประตู ประตูกลับถูกเปิดโดยอีกคนที่อยู่ข้างนอก ซึ่งประตูก็เกือบจะชนกับร่างผมพอดี

            โอ้ย

            ด้วยความตกใจผมก็อุทานออกมาก่อนแม้ว่าประตูจะไม่โดนร่างแม้แต่น้อย ผมแหงนหน้ามองคนที่เปิดประตูเข้มา หลังจากเห็นผมแง้มๆ ออกมาผมก็รู้เลยว่าใคร

            แซม

            แกอีกแล้ว

            ถ้านี่เป็นการ์ตูนคงมีเส้นเลือดปูดขึ้นมาจากใบหน้าผม รวมถึงมือของผมที่กำแน่นเข้าหากันด้วย มือบางเริ่มมีรอยเล็บจากแรงบีบของมือ ตอนนี้ผมรู้สึกอยากต่อยใครซักคนจังเลย

            เอ รู้สึกคนนั้นจะหัวสีเหลืองๆ ผมตั้งๆ ตั้งแบบเหมือนแช่แข็งมาทั้งคืน โดนแดดแค่ไหนก็ไม่ละลาย

            แซม

            ผมเค้นเสียงอย่างโมโหจนแซมที่อยู่ด้านนอกเหมือนขยับถอยออกไปให้ใครอีกคนเข้ามาก่อนแทน ร่างสูงของคนที่ผมคุ้นเคยเดินเข้ามาพร้อมกับใบหน้าเรียบเฉย กลิ่นโคโลญที่ติดกลิ่นบุหรี่เล็กน้อยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวทำให้ผมจำได้ขึ้นใจถึงแม้ยังไม่เห็นหน้า ผมที่ขมวดคิ้วนิ่วหน้าอย่างโมโหถึงกับทำตัวไม่ถูก

            กำลังโกรธแซมอยู่แต่ก็ไม่อยากให้เซบาสเตียนเห็นผมที่กำลังโมโหร้ายเช่นกัน จนกลายเป็นว่าตอนนี้ผมหน้าเหวอไปเลยทันที

            ขอโทษแทนแซมแล้วละกัน ไม่เป็นอะไรใช่ไหม

            สายตาที่ส่งมาแฝงไปด้วยความเป็นห่วงใย ก่อนจะลูบหัวผมอย่างไปที แล้วก็ผละจากผมไปยังโต๊ะสนุกตามปกติของเขา

ได้แค่นี้ก็ดีแล้วละสำหรับการเริ่มต้น

            ส่วนแซมก็เดินมาพร้อมขอโทษขอโพยผมจนผมรำคาญต้องให้อภัยอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนคนสุดท้ายที่ถ้าจำไม่ผิดชื่ออบิเกลก็เดินผ่านไปทันทีเหมือนไม่เห็นเหตุการณ์วุ่นวายข้างหน้า แถมยังทำให้รู้สึกถึงความแปลกๆ ที่ส่งให้กันด้วย

            ผมคิดไปเองหรือยังไง

            เอาเป็นว่าช่างมันก่อนละกัน เดี๋ยวถึงเวลามันก็รู้เองนั่นแหละ

            ผมหันไปมองนาฬิกาที่ผนังภายในซาลูน เวรแล้วไง จะทุ่มนึ่งแล้ว นี่ผมยังไม่ได้ให้ของขวัญวันเกิดกับดิมีเทียสเลยนะ ผมหันซ้ายหันขวาจนเจอกับร่างสูงของคนผิวสีที่กำลังเต้นกับภรรยาคลอไปกับเสียงเพลง ยังไงผมก็จะกลับฟาร์มอยู่แล้ว จะเสียมารยาทเข้าไปขัดหน่อยคงไม่เป็นอะไร

            ดิมีเทียสครับสุขสันต์วันเกิด

            ผมยื่นสลัดจานหนึ่งให้กับดิมีเทียส เขายิ้มรับให้ผมก่อนจะลูบหัวผมด้วยความเป็นห่วงละคนเอ็นดูตามประสาผู้ใหญ่ ความจริงถึงเขาจะถือตัวบ้างแต่นี่ต่อหน้าภรรยาคงจะทำตัวให้ดีหน่อยสินะ

            จะว่าไปเหมือนเห็นสายตาแปลกๆ จากโรบิน เธอมองสลัดจานอื่นภายในมือผม พอผมหันกลับไปเธอกลับทำเพียงยิ้มให้ผมอย่างไม่มีอะไร แต่ยังไงผมก็รู้น่าว่าเธออยากกินสลัด

            นี่ของฝากเล็กๆ น้อยครับโรบิน

            ผมให้โรบินเธอยิ้มรับก่อนที่ผมจะเดินออกจากประตูไป แต่ทำไมเหมือนเห็นสายตาแปลกๆ จากคนในนั้นนะ โดยเฉพาะลีอา

            ผมเชื่อแล้วว่าคนในหมู่บ้านชอบกินสลัดจริงๆ

            ร่างสูงโปร่งไล่นำสลัดไปให้แต่ละคนภายในซาลูนหมดเลยแม้กระทั่งกัสที่เป็นคนทำสลัดเองกับมือ หรือเอมิลี่ที่เป็นลูกมือคอยช่วยงาน จนกระทั่งทุกคนเลิกมองผมแบบแปลกๆ และก็สนิทใจกับผมขึ้นมามากขึ้น

            ทุกคนในหมู่บ้านคงชอบสลัดกันจริงๆ นี่อย่าบอกนะว่าผมต้องซื้อ 20 กว่าจานไว้เหมือนอีหรอบนี้ทุกสัปดาห์

            ผมยอมแพ้กับคนในเมืองนี้จริงๆ

            ผมพาร่างตัวเองเดินอิดโรยเหมือนรู้สภาพของกระเป๋าสตางค์ในทุกสัปดาห์กลับฟาร์มไปด้วยใจอันเหี่ยวเฉาและน่าสงสาร ผมหวังว่าผมจะเก็บพืชผลของผมไปแจกแทนได้สินะ เผื่อพวกเขาจะได้ทำสลัดไว้กินกันเอง

 

            ทางด้านซาลูน

            ชาวไร่นั่นไม่สนใจพวกเราบ้างหรอ พวกเราก็อยากกินสลัดนะ

            ชายร่างสูงพูดขึ้นกับเพื่อนอีกสองคนที่มาด้วยกัน เสียแต่ว่าเพื่อนเหล่านั้นกับไม่สนใจสลัดเลย คนหนึ่งก็เล่นสนุกต่อไป ส่วนอีกคนก็นั่งโซฟามองคนเล่นสนุก นี่จะปล่อยให้คนหล่อพูดคนเดียวใช่ไหม

            ฉันว่านายควรจะรู้ตัวนะว่าทำไมเขาถึงไม่เอามาให้

            โธ่ แต่ฉันขอโทษแล้วนะ

            ขอโทษบ้าบออะไร กับชาวไร่นั่นนายแกล้งเขาบ่อยไปแล้วละมั้ง

            เป็นห่วงหรือไง แล้วฉันละ

            อย่างน้อยเขาก็ยังดูปกติกว่านายแล้วกัน

            ปากแข็งว่ะ

            แล้วไง

            ชายที่เล่นสนุกทักขึ้นมาเสียงเอื่อยเหมือนปลงตกกับเพื่อนคนนี้ ก่อนจะปวดหัวกับเรื่องตรงหน้า ปากแข็งบ้าอะไร เป็นห่วงก็จริงแต่ไม่ได้หมายความว่าต้องบอกนี่ ส่วนหญิงสาวก็ดูจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรกับเรื่องสลัดเลยก็พูดขึ้นมาบ้าง

            นายก็รู้ว่าฉันมีอย่างอื่นที่ชอบมากกว่าสลัด

            อะไรอีกละ พิซซ่าหรือไง อ้วนตายละแอบบี้

            เปล่า

            ฉันชอบแร่

**************************************************************************

 

โย่ว ไงคะ ลงหัววันอีกแล้ว เขิน

วันนี้ว่าจะลงตั้งแต่ค่ำ แต่ติดนิยายค่ะ #รู้สึกผิด

เหมือนตอนที่แล้วค่ะ ยังไม่ได้อ่านทวน ติได้นะคะ นี่ยังมึนๆง่วงๆอยู่เลย

ยังไงเรื่องนี้แอบบี้นางมาแนวตัวอิจฉา แต่จะไม่ทำร้ายนางมาก เรารักนาง ถ้านางไม่มาทำอะไรสามีเรา

นอกเรื่องๆ ว่าแต่มีใครไปงานTCCมาบ้าง เป็นยังไงเค้ากำลังจิไป

มีอะไรแนะนำเปล่า เช่นจุดแลนด์มาร์ผู้ชายหล่---  

ว่าจะไปพรุ่งนี้พอดี แต่คงไม่ได้ซื้ออะไร กินแกลบอยู่หลังจากงานนส. โฮ

ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่า อรุณสวัสดิ์ค่ะ โอร่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #184 furi02 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 19:16
    นั่นไงงงง ล้อแอบบี้จริงด้วย 5555555555 
    #184
    0
  2. #138 porukimi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 00:10
    ขอบคุณแซมคนขี้แกล้งที่ให้ได้เห็นเซบบี้ในมุมอบอุ่นอีกแล้ว เซบบี้ลูบหัวด้วย^//^

    #138
    0
  3. #98 Zethius (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 21:39
    อบิเกิลทิ้งท้ายแบบเงิบมาก 555 


    #98
    1
    • #98-1 caffeine_811(จากตอนที่ 6)
      21 พฤษภาคม 2559 / 01:10
      ความกินแร่ต้องไม่เหมือนใครค่ะ ฟฟฟฟ
      #98-1
  4. #80 “ ขาหมู . (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 16:54
    ตอนที่แล้วปาดน้ำตามาตอนนี้
    ลูบผมจริงๆแล้วแซมเป็นคน
    เรียกความฟินให้มาจุติสินะ ถ้าเป็นเราเราไม่โกรธแซมนะ 555
    #80
    1
    • #80-1 caffeine_811(จากตอนที่ 6)
      3 พฤษภาคม 2559 / 20:44
      แซมน้อยของเราเป็นตัวเสี้ย--- เอ้ย เป็นกาวใจให้คู่นี้ค่ะ อรั้งงง
      #80-1
  5. #65 ramail (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 15:01
    เเอบบี้นี่ทิ้งท้ายได้เงินมาก สมกับที่เป็นตัวกินเเร่ 555555  เเซมเเกล้งชาวไร่บ่อนนี่หึงรึเปล่า------ เเอบบี้นี่มีเเววเป็นนางร้ายเเรง เชื่อว่าไอสายตาเเปลกๆที่ชาวไร่รู้สึกนี่ มันต้องมีอะไรในกอไผ่เเน่ๆ ฟันธง!!
    #65
    1
    • #65-1 caffeine_811(จากตอนที่ 6)
      28 เมษายน 2559 / 02:38
      ความหิวแร่ไม่เคยปราณีใครค่ะ ถถถถถ
      #65-1
  6. #64 มากุโร่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 14:32
    ตอนจบแอบบี้มาซะเงิบ 55555

    ว่าแต่อิหนูชาวไร่ โจ่งแจ้งไปนะลูก เก็บอาการหน่อย เเดี๋ยวเซบเค้ารู้หมดว่าคิดอะไร แหมๆๆ
    #64
    1
    • #64-1 caffeine_811(จากตอนที่ 6)
      28 เมษายน 2559 / 02:37
      ชาวไร่เก็บอาการมากเซบบี้ไม่รู้ก็อดแด----- เอ้ย อดจีบค่ะ ถ้าไว้ตัวมากไปเดี๋ยวเค้าคิดว่าเป็นเพื่อน ถถถถถ
      #64-1
  7. #63 tingtingg4213 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 08:57
    คิดแล้วสยองถ้ามีคนมองแปลกๆมาที่เรา 20 กว่าคน 555 แซบบี้ปากแข็ง~ อบิเกลก็อยู่นิ่งๆเฉยๆไป อย่าเป็นตัวร้ายเลยยยย (เจ้แกสวย เสียดายของ 555)
    #63
    1
    • #63-1 caffeine_811(จากตอนที่ 6)
      28 เมษายน 2559 / 02:36
      เจ๊สวยเราจะไม่ทำให้เจ๊เป็นตัวร้ายค่ะ เราจะทำให้เจ๊เป็นสาววา----
      #63-1
  8. #62 สาวน้อยผู้มาดแมน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 07:35
    ทำไมรู้สึกเหมือนอบิเกลจะเป็นนางร้ายในอนาคต 5555555
    #62
    1
    • #62-1 caffeine_811(จากตอนที่ 6)
      28 เมษายน 2559 / 02:36
      ม่ายยย อบิเกลคือชะนีผู้น่าสงสารที่ผ่านเข้ามาในดงวายแค่นั้นเอง วิธีปรับตัวง่ายมากค่ะ เป็นสาววา--- เอ๊ะ
      #62-1
  9. #61 사랑 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 02:45
    เซบบี้ ปากแข็ง~ อบิเกลดูแปลกๆจุง -0-
    #61
    1
    • #61-1 caffeine_811(จากตอนที่ 6)
      28 เมษายน 2559 / 02:35
      แปลกมากมั้ยคะ เรารู้สึกว่าตัวละครทุกตัวตอนยังหัวใจน้อยๆหยิ่งกันทุกคนเลย 5555
      #61-1