[Fic Stardew Valley : Sebastian x You] ชาวไร่มือใหม่หัวใจงุ๊งงิ๊ง

ตอนที่ 22 : Chapter 21 : ความรู้สึกที่ยากจะลบเลือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    13 ก.ย. 59

Chapter 21 : ความรู้สึกที่ยากจะลบเลือน 

            ทำไมนายทำกับฉันแบบนี้วะ

            ขอโทษ...

            ทิ้งฉันไว้ข้างหลังทั้งที่เราพยายามมาด้วยกัน

            มันจำเป็น...

            หุบปากนายซะ ฉันขอเวลาสามวัน อย่าติดต่อฉันมาเด็ดขาด ฉันจะย้ายไปอยู่กับเจมส์

            ไม่ได้นะ

            คนตัวโตพยายามยื้อยุดฉุดกระชากคนตัวเล็กให้กลับมาในอ้อมกอด ร่างบางของชายหนุ่มอีกคนพยายามยื้อตัวออกมาจากอ้อมกอดนั้น แต่ก็ดูเหมือนความพยามยามนั้นจะไม่สำเร็จซักเท่าไหร่ ยื้อเท่าไหร่ ใช้แรงมากแค่ไหนก็ออกมาไม่ได้

            5 ปี 5 ปีที่พยายามมาด้วยกัน ขอบคุณว่ะ ขอบคุณจริงๆ ที่ทำกันแบบนี้

            ขอโทษ

            ร่างสูงสะอื้นออกมาแบบไม่อาย เขาร้องไห้ออกมาโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น ชายอีกคนเกือบจะใจอ่อน เขาชะงัดไปพักหนึ่งก่อนจะกลับมาขัดขืนต่อดังเดิม

            พอเถอะ พอได้แล้ว

            ไม่เอา ขอโทษ ฉันขอโทษ ให้อภัยฉันได้ไหม

            บอกแล้วว่าขอเวลา ระหว่างนี้ฉันจะไปอยู่กับเจมส์ซักพัก ยังไงก็มีโปรเจกต์ทำด้วยกันอยู่แล้ว

            ก็ได้...

            คนที่โอบอยู่ยอมปล่อยแต่โดยดี พร้อมทั้งก้มหน้านิ่งเหมือนกำลังสำนึกผิด จะสงสารมันก็สงสารอยู่ แต่สิ่งที่เขาทำมันก็เกินจะเยียวยา

            ทั้งที่พยายามมาด้วยกัน สุดท้ายกลับก้าวหน้าไปได้ไกลกว่าโดยไม่ทันรออะไรทั้งสิ้น แถมทิ้งโปรเจกต์ที่ไร้ประโยชน์ไว้เป็นภาระให้ลูกน้อง แถมยังโกงเงินบริษัทบางส่วนไป เกาะแข้งเกาะขาเจ้านาย และนิสัยหลายอย่างที่เริ่มเปลี่ยนไป ทั้งก้าวร้าว ตีสองหน้า เห็นแก่ตัว อีกทั้งยังทิ้งผมไว้ข้างหลังอย่างไม่ใส่ใจ

            ทั้งที่... ทั้งที่ตกลงกันแล้ว ว่าจะสนับสนุนด้วยกันไปต่อ แต่พอเป็นแบบนี้แล้ว เขาก็ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรอกนะ

            ถ้านายกลับมาเป็นเหมือนวันที่เราเจอกันครั้งแรกก็ดี

            มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ

            ทั้งสองฝ่ายต่างยิ้มขื่นให้ตนเอง เวลาผ่านไปคนก็ย่อมเปลี่ยน ทั้งคู่ต่างรู้อยู่แก่ใจ คนหนึ่งก็ไม่สามารถกลับลำได้ ส่วนอีกคนก็รับไม่ได้เหมือนกัน มีแต่แย่กับแย่

            มันก็คงต้องห่างกันซักพักละนะ

 

            “นายเป็นอะไร เห็นเหม่อมาพักหนึ่งแล้วนะ

            เสียงทักจากเพื่อนร่วมบ้านของผมกล่าวขึ้น นี่ก็เย็นแล้ว แต่ผมยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย งานสวนที่ทำค้างไว้ก็ไม่ได้ไปทำอะไรต่อ รดน้ำเสร็จแค่ไหนก็อยู่แค่นั้น

            หลังจากกลับจากที่คุยกับอบิเกลผมทำอะไรต่อไม่ได้จริงๆ

            ความเข้มแข็งทั้งหมดเหมือนแตกสลายไปหมดแล้ว

            เปล่า

            พูดมาเถอะ ฉันเป็นเพื่อนนายนะ

            แน่ใจหรือไง

            แน่สิ อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ทำไมฉันจะคุยด้วยไม่ได้ ฮึ

            เขาพยายามจะขยี้หัวผมเล่นแต่ผมรั้งหัวตัวเองออกมาซะก่อน หมอนั่นเลิกคิ้วแปลกใจแล้วไปหยิบเก้าอี้อีกตัวมานั่งข้างผมแล้วนั่งคุยอย่างจริงจัง

            นายว่าไหม ว่าเราคุยเรื่องของพวกเรามาตั้งนานแล้ว ควรตั้งแต่วันแรกที่ฉันมาที่นี่ด้วยซ้ำ

            คงเพราะอยู่ด้วยกันมานานทำให้เขาเดาใจผมออกสินะ

            เดาใจฉันออกอีกแล้วนะ

            เราเป็นเพื่อนมาตั้งนานแล้วนะ

            แล้วนายรู้ใช่ไหมว่าทุกวันนี้ที่ฉันคุยกับนายได้ปกติเพราะมิตรภาพของสมัยก่อนน่ะ

            นั่นสินะ ตั้งแต่นายไปอยู่กับเจมส์ครั้งนั้น สามวันของนายมันยาวไกลจังเลยนะ เราแทบไม่ได้คุยกันเลย ไหนจะงานอีก หมดเวลาว่างในการคุยเลยเนอะ

            ผมไม่พูดอะไรต่อได้แต่ยิ้มให้ เพราะช่วงนั้นผมทำใจไปคุยกับเขาไม่ได้แล้วจริงๆ ทุกวันนี้คุยกันเพราะพยายามปิดความรู้สึกผิดหวังส่วนนี้ไว้ลึกสุดของหัวใจ

            แต่ความรู้สึกก็เหมือนแก้ว ตกแล้วแตกกระจาย เมื่อนำกลับมาหลอมให้เป็นแก้วดังเดิมแต่รูปทรงอาจจะเปลี่ยนไป มันไม่มีทางเหมือนเดิมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก

            เราสองคนได้แต่หลอกตัวเองไปวันๆ แกล้งทำเป็นอารมณ์ดีเพื่อกลบเกลื่อนความเศร้าในใจ

            นายอยากให้ฉันทำยังไง เราถึงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

            ฉันขอเวลา

            นายขอเวลาอีกแล้ว

            ก็ขอเวลาอีกไง เพราะยังทำใจไม่ได้ไง ฉันอาจจะขอเวลาไปทั้งชีวิตเลยก็ได้

            แต่นายจะทำไม่ได้ ฉันพยายามกลับมาเป็นเหมือนเดิมที่สุดแล้ว กลับมาเป็นเพื่อนคนนี้ของนายอีกครั้งไงล่ะ

            ขอร้องล่ะ ฉันยังทำใจไม่ได้อยู่ดี ขอโทษนะ

            นายต้องการเวลาไปถึงไหน

            หมอนั่นตบโต๊ะดังปึง นั่นไง นิสัยก้าวร้าวที่เพิ่งมามีสมัยทำงานได้สามปีกลับมาแล้ว ขอบคุณสำหรับคำว่าจะกลับตัวนะ

            แต่ผมก็ควรจะโทษตัวเองด้วยที่ทำให้ความอดทนของหมอนี่ขาดกระจุยแบบนี้

            เพราะเขาที่เปลี่ยนไป หรือเพราะผมที่ไม่ยอมรับความจริงกันนะ

            ทำไมผมชั่งน้ำหนักความคิดไม่ได้เลยซักนิด

            ขอร้องล่ะ ฉันทำขนาดนี้ เพื่อนาย เพื่อเรา กลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ เราเริ่มจาก 2 จากนี้ต่อไปก็ขอกลับให้มาเป็นสองเหมือนเดิมนะ

            ฉัน... ฉันทำตัวไม่ถูก ขอร้อง ตอนนี้ปล่อยฉันไว้คนเดียว ขอร้อง

            เวลาคนเราสติแตกมันเป็นแบบนี้นี่เอง ทำอะไรไม่ถูก ลุกลี้ลุกลน นั่งไม่ติดที่ และยังไม่อยากเจอกับใครทั้งสิ้นด้วย

            ขอร้องล่ะ ออกไป ออกไปก่อนที่ผมจะเผลอทำอะไรแย่ๆ ไปมากกว่านี้

            ไม่เอา จนกว่าจะเคลียร์ได้

            ขอ..ร้อง... ในฐานะ... อดีตเพื่อนก็ได้ ฮึก

            ผมไม่รู้นะว่าคนอื่นจะคิดยังไงที่เห็นผมสภาพแบบนี้ คุณลองคิดดูนะ คุณเพิ่งมีเพื่อน เพื่อนคนแรก เพื่อนคนเดียวในชีวิต อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน สุดท้ายเขากลับทิ้งคุณไป และเปลี่ยนไป ทั้งที่พยายามคิดว่ามันเป็นธรรมชาติที่ทุกคนย่อมเปลี่ยนไป แต่ทำไมผมทำใจไม่ได้กันนะ

            ผมลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว เก้าอี้ไม้ล้มลงที่พื้นดังโครม ก่อนที่ร่างเล็กจะวิ่งออกไปบ้านไป ไปซักที่ ที่ๆ อยู่กับใครซักคนให้อบอุ่นใจ

            รอยยิ้มนั่น ไหนจะดวงตาคู่นั้น เซบาสเตียน ทำไมผมคิดถึงเขาขึ้นมาได้นะ

            เวลาปีกว่ากลายเป็นว่าเขาคือคนที่ผมไว้ใจมากที่สุดไปแล้วหรือเนี่ย

            เซบาสเตียน ขอร้องล่ะ อยู่เป็นเพื่อนกับผมหน่อยนะ วันที่ผมเหนื่อย เหนื่อยจนไม่รู้จะเหนื่อยยังไงแล้ว

            ความอ่อนแอมันเป็นแบบนี้นี่เอง ไม่ได้สัมผัสมันมานานแล้วนะ ทรมานจัง

 

            คุณ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าซีดๆ

            เซบาสเตียนทักผมขึ้นมา เขาดูมีท่าทีตกใจจนผมอยากจะมองตัวเองในกระจกบ้าง สภาพผมตอนนี้มันดูแย่ขนาดที่เขาจะต้องตกใจแบบนั้นเลยหรอ

            ผมขนาดนั้นเลยหรอ

            สุดๆ เลยล่ะ เข้ามาก่อนเถอะ เดี๋ยวผมขึ้นไปหยิบน้ำก่อน คุณรอที่นี่นะ

            ไม่เอา... อย่าทิ้งไปนะ อยู่ที่นี่แหละ

            ผมกระซิบเสียงแผ่ว ริมฝีปากแห้งผากแทบไร้แรงพูด ผมพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายพูดออกไป เซบาสเตียนยังคงหน้านิ่วคิ้วขมวด ใบหน้าของเขาดูออกเลยว่ากำลังลังเลอยู่ แต่สุดท้ายก็เลือกไม่ไป ร่างสูงหันมาประคองผมนั่งลงบนพื้นข้างโต๊ะไม้

            เขาเงียบแล้วคอยปลอบประโลมผมอยู่แค่นั้น หัวของผมพิงอยู่กับไหล่ของเขา ผมนั่งนิ่งแบบนั้นไปซักพักจนรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าร้องไห้ออกมาเสียแล้ว ไหนจะเสียงสะอื้นที่เริ่มดังตามมา

            ฮึก... ฮึก...

            เซบาสเตียนไม่คาดคั้นอะไรเพียงแต่ลูบผมอยู่อย่างนั้น ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าที่เขาแบบนี้เพราะว่าอะไร ไม่อยากให้ผมลำบากใจ หรือกำลังคิดอะไรอยู่

            พอผมจะคิดไปไกลก็กลายเป็นว่าร่างสูงนั่นก้มลงมาจุมพิตที่ศีรษะ ความอ่อนโยน ความห่วงใย ไหนจะความรักที่บอกได้จากการกระทำที่ไม่ต้องพูดอะไรทำให้ผมเริ่มเงียบไป และเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง

            ขออยู่แบบนี้ไปซักพักได้ไหม

            ได้สิ แต่มีอะไรก็บอกกันได้นะ ถึงปรึกษาไม่ได้ แต่ก็เป็นที่ระบายได้เหมือนกัน

            ผมเงยหน้าไปมองอีกฝ่าย เซบาสเตียนคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้ผม มือหนาไม่ได้หยุดนิ่งแต่อย่างใด ยังคงลูบผมอยู่อย่างนั้น เขาไม่ใส่ใจแม้ว่าสภาพของผมที่มีทั้งน้ำตาเกรอะกรังเต็มใบหน้าไปหมด ไหนจะสูดน้ำมูกดังซึ้ดๆ แถมยังสะอื้นไม่หยุดด้วย

            เซบาสเตียน

            ครับ

            อย่าทิ้งผมไปนะ

            ครับ

            สัญญาก่อนสิ

            สัญญาครับ

            ความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ออกมาพร้อมกับความรู้สึกต่างอบอวลอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กนี้ ผมที่เลิกเชื่อใจคนอื่นไปสักพักเริ่มกลับมาเป็นดังเดิม ยอมเปิดใจ ให้กับเขาร้อยเปอร์เซ็นต์

            ผมเคยมีเพื่อนคนนึ่ง...

            “...”

            เขานิ่งเงียบไม่พูดอะไรและฟังผมต่อ ใบหน้าคมนั่นเพียงแค่ยิ้มให้ผม เหมือนกับบอกผมว่า ผมอยู่ตรงนี้แล้วนะ ไม่ต้องกลัวอะไรหรอก

            ผมกับเขา วันแรกที่รู้จักกัน เราทั้งสองต่างไม่มีเพื่อน ดังนั้นเราจึงกลายเป็นเพื่อนคนแรกของกันและกัน เราสนิทกันมากเลยล่ะ ทำงานอยู่ด้วยกัน มีอะไรก็ปรึกษา สัญญาว่าจำพัฒนาไปด้วยกัน...

            ผมพยายามเค้นแรงออกมาเพื่อเล่าให้เขาฟังต่อ ในฐานะคนรัก ผมก็ควรทำตัวให้เขาเชื่อใจเหมือนที่ผมเชื่อใจเขาใช่ไหม ตอนนี้ผมพร้อมจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังแล้ว ถึงแม้เวลานี้จะเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกแย่ที่สุด แต่เมื่อได้อยู่กับคนที่เราสามารถเชื่อใจได้ ผมก็พร้อมจะทำตัวให้เข้มแข็งและพูดความจริงออกไป

            ผ่านไปไม่นานผมจึงค่อยพูดต่อ เราพัฒนากันไปหลายอย่างเลยล่ะ ทั้งรูปร่างตัวเอง หันมาดูแลตัวเองให้ดีขึ้น หน้าที่การงานเลยเริ่มดีขึ้นตามลำดับ เริ่มมีเพื่อนมากขึ้น เมื่อก่อนเขาเป็นพวกเย็นชา ซักพักด้วยความที่ต้องหันมาทำงานร่วมกับคนอื่นมาขึ้นเลยกลายเป็นพวกตีสองหน้าไปเลย... จนผมแอบกลัว ว่าผมที่เป็นเพื่อนคนเดียวของเขา เขาจะทำกับผมแบบนั้นหรือเปล่า

            เวลาผ่านไปห้าปี เราเริ่มแตกคอกัน เขาเริ่มนิสัยแย่มากขึ้น เห็นแก่ตัว ไหนจะเกาะเจ้านาย แล้วยังลูกน้องที่โดนผลักภาระไปทั้งอย่างนั้น... สุดท้ายเราก็เลยแยกกันมาตั้งแต่วันที่เขาขึ้นเป็นผู้จัดการภาคส่วน

            ผมรู้ว่าเซบาสเตียนรู้ดีว่าเพื่อนคนนั้นของผมคือใคร ดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่ผมต้องบอกไป ผมไม่คิดจะพูดอะไรไปมากกว่านี้แล้วด้วย ตอนนี้ผมเพลียจนจะหลับได้แล้ว

            ยังไงผมก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนหรอกครับ

            สัญญานะ

            สัญญาครับ

            เขาพูดจบแล้วกดจูบลงมาที่ริมฝีปากหวาน ลิ้นร้อนเข้ามากวัดรัดพาลิ้นชื้นไปหยอกล้อ มือหนาเอื้อมมาจับที่ท้ายทอยของผมเพื่อดันให้ใบหน้าหวานอยู่ใกล้มากขึ้น ผมที่ตอนแรกแม้จะขัดขืนบ้างด้วยความตกใจสุดท้ายกลับต้องอยู่ในภวังค์ความรู้สึกและปล่อยเลยตามเลย

            เราจูบกันไปได้ซักพักแล้วก็ผละออกมาแล้วดันให้ผมพิงกับไหล่ของเขามากขึ้น ความห่วงใยที่ส่งผ่านมาถึงผมทำให้ผม... คนอ่อนแอคนนี้ คงจะมีที่พึ่งทางใจแล้ว

            ขอบคุณนะครับ เซบาสเตียน อย่าทิ้งผมไปล่ะ

************

ตอนหน้าเป็นพาร์ทของเซบาสเตียนแล้วนะคะ

เราจะมาดูกันว่าเซบาสเตียนรู้สึกยังไงอยู่

แม้ดราม่าครั้งนี้จะไม่ใช่ดราม่าความสัมพันธ์ของคู่นี้ แต่ก็เป็นจุดเชื่อมความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น

(มันก็แค่ข้ออ้างของคนคิดพล็อตดราม่าสด แถมพล็อตที่คิดไว้กลายเป็นว่าใช้ดันใช้ไม่ได้ ถถถ)

ช่วงนี้อัพบ่อยหน่อยนะคะ ต้องเคลียร์ให้จบก่อนตุลา เราต้องเตรียมสอบเข้าม.4แล้วล่ะค่ะ

แล้วใครมีคำแนะนำสามารถมาบอกได้เลยนะคะ ฝันดีค่ะ

ถุงคาเฟอิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #193 furi02 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 23:38
    ดีงาม ดีงามจริงๆ 
    #193
    0