[Fic Stardew Valley : Sebastian x You] ชาวไร่มือใหม่หัวใจงุ๊งงิ๊ง

ตอนที่ 21 : Chapter 20 : อีกมุมหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    12 ก.ย. 59

Chapter 20 : อีกมุมหนึ่ง 

            “นี่ ชาวสวน”

            “ครับ?”

            “ฉันอยากเห็นเซบาสเตียนกลับมาเป็นอย่างเก่า ขอเขาคนเก่าคืนมาได้ไหมคะ”

            อ้าวเฮ้ย มาหัววันผมก็โดนเธอดราม่าใส่เลยหรอเนี่ย

            อบิเกลทำหน้ามุ่ย เธอก้มหน้าลงกับพื้นแล้วพยายามเค้นคำพูดออกมาจากปาก ริมฝีปากเล็กนั่นกัดแน่นเสียจนผมกลัวว่ามันจะช้ำไปซะก่อน

            “เอ่อ... หมายความว่ายังไงครับ”

            นี่ก็ไม่ได้อยากจะแกล้งโง่นะ แต่ก็พยายามตอบอะไรก็ได้ให้เบี่ยงประเด็นถึงที่สุด

            “ก็หมายความตามนั้นเลยค่ะ ฉันอยากได้เพื่อนคนเดิมของฉันกลับคืนมา”

            นี่ผมเบี่ยงประเด็นหรือทำให้มันชัดเจนขึ้นกันวะเนี่ย

            “จะให้ผมเลิกยุ่งกับเขา?”

            “เข้าใจแล้วสินะคะ”

            “เอ่อ... ไม่ได้หรอกนะ...”

            “นะคะ ขอร้อง ฉันอยากได้เพื่อนคนนี้กลับมา กลับมาอยู่กันสามคนเหมือนเดิม จำเป็นต้องมีคนที่สี่เพิ่มมาหรอก”

            “แต่...”

            “นะคะ”

            ผมล่ะเครียดจริงๆ ผมเข้าใจอารมณ์นี้นะ เป็นเพื่อนกันมา สุดท้ายอีกคนมีแฟนแล้วหายไป เป็นใครก็คงรู้สึกแย่

            แต่นั่นผั... เอ้ย แฟนผม ผมให้ไม่ได้ครับ

            “ไม่ได้หรอกครับ”

 

            ย้อนไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า

            “นั่นเพื่อนนายหรือเปล่า เห็นมารอหน้าประตูนานแล้วนะ”

            เพื่อนของผมทักขึ้นมา ผมที่กำลังชงกาแฟเลยต้องผละจากมันแล้วเดินมาตรงหน้าร่างสูงแทน นัยน์ตาหวานแบนไปมองยังหน้าประตูที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย

            “ใคร”

            “ฉันไม่รู้จักหรอกนะ ผู้หญิงผมยาวสีม่วงน่ะ เป็นพี่น้องกับแฟนนายหรือเปล่า ผมสีเดียวกันเลย”

            “อ๋อ เธอชื่ออบิเกล ถ้าจำไม่ผิด แคร์โรไรน์เคยบอกผมนะว่าเธอย้อมผมของเธอมา”

            “งั้นหรอ ไปเถอะ กินกาแฟที่ฉันชงไปก่อนแล้วละกัน ฉันยังไม่ได้กิน ส่วนของนายอีกนานกว่าจะอุ่น เดี๋ยวเสียเวลา”

            “ได้สิ”

            ผมรับถ้วยกระเบื้องสีขาวมา ใบหน้าหวานเลื่อนเข้าไปสูดดมกลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟ หมอนี่ยังชงกาแฟได้หอมไม่เคยเปลี่ยน รสชาติเองก็คงไม่ต่างกันมากนักหรอก

            ลิ้นอุ่นรับรสชาติขมเจือหวานจากกาแฟที่ไหลผ่านเข้าไป คอกลืนดังอึกๆ ส่วนจมูกก็ยังคงรับกลิ่นหอมจากเมล็ดกาแฟ ใบหน้าหวานหลับตาพริ้มดื่มมันอย่างเอร็ดอร่อย

            “หยุดทำหน้าอ่อยแบบนั้นทีเถอะ”

            “เปล่าซักหน่อย ฉันไปล่ะ ฝากล้างก่อนนายไปทำงานด้วยนะ”

            “ลำบากฉันอีกแล้วหรอวะ”

            ผมเดินออกไปจากตรงโต๊ะไม้เพื่อไปหาสาวน้อยที่คอยผมอยู่หน้าประตู ร่างเล็กกว่าผมเล็กน้อยกำลังพิงประตู สายตาของเธอเหม่อลอยไปไกลเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ หวังว่ามันจะไม่ใช่เรื่องผมสินะ

            “อ๊ะ คุณ”

            “อรุณสวัสดิ์ครับคุณอบิเกล มาทำอะไรแต่เช้า”

            “เรียกแอบบี้ก็ได้ค่ะ ไม่เป็นไร ที่มาหาก็มาหาคุณนั่นแหละ”

            “ครับแอบบี้ แล้วมีอะไรหรือเปล่าครับ”

            “ไปคุยกันที่ลานน้ำพุดีกว่าค่ะ ไม่มีคน แถมยังอุ่นใจอีก”

            ชายหนุ่มพยักหน้าและกำลังอ้าปากรับคำ แต่กลับไม่ทัน ร่างเล็กของหญิงสาวเดินลิ่วไปไกลแล้ว สุดท้ายกลายเป็นว่าผมต้องสาวเท้าก้าวตามอย่างรวดเร็ว

            รอหน่อยก็ดีนะครับ

            “นั่งก่อนสิคะ”

            “ครับ”

            เธอตบที่เก้าอี้ไม้ข้างตัวดังแปะๆ ผมจึงเข้าไปนั่งข้างกาย ก่อนที่ร่างเล็กจะขยุกขยิกอยู่ที่กระเป๋าของเสื้อช็อปของเธอเพื่อหยิบอะไรบางอย่างออกมา แต่เพียงไม่นานก็หยิบออกมาได้ ปรากฏว่าเป็นใบโคลเวอร์

            “เห็นนี่ไหมคะ”

            “ครับ”

            “คุณว่าใบโคลเวอร์สามแฉกมันสวยไหม”

            “สวยครับ แต่สี่แฉกสวยกว่า”

            ผมก็พูดไปอย่างนั้นแหละ สี่แฉกผมยังไม่เคยเห็นเลย บ้างก็ว่าไม่มีบ้าง บ้างก็ว่าหายากบ้าง บ้างก็ว่าโชคดีบ้าง ส่วนที่เห็นมาก็ก็เห็นไอ้แฉกสามหน่อนี่จนเบื่อแล้ว

            “ฉันไมได้สื่อถึงใบโคลเวอร์สี่แฉกตอนนี้ค่ะ สามแฉก เห็นเปล่า”

            เจ้าตัวทำหน้ามุ่ยใส่ผมเหมือนเด็กน้อยโดนขัดใจ โอ้ย น่ารักจังเลย นี่ถ้าเจออบิเกลก่อนเซบาสเตียนผมจะชอบเธอไหมน้า

            “ครับ สามแฉกก็สามแฉก”

            ตอนนี้ผมล่ะอยากเข้าไปยีผมนั่นเล่นจังเลย เธอดูเหมือนเด็กเลย แต่ผมจะทำให้เสียบรรยากาศไม่ได้ เด็ดขาด

            “สมมุติว่าฉันฉีกไปหนึ่งใบนะคะ คุณว่ามันจะดูแปลกไหม”

            “แปลกสิครับ แล้วคุณจะฉีกไปทำไมล่ะ”

            “เอ๊ะ ช่วยตอบเฉพาะที่ถามได้ไหมคะ อย่านอกเรื่อง”

            เวรกรรม ผมปากไวไปหรอ

            “ครับๆ น่าเกลียดก็น่าเกลียด แปลกด้วย”

            เธอเห็นผมตอบแบบนี้ก็ยิ้มให้พร้อมฉีกใบเล็กใบหนึ่งออกมาจนเหลือแค่สองใบ ก่อนที่จะชายตามามองผมด้วยสายตาแปลกประหลาด เป็นสายตาที่... เกลียดก็ไม่เชิง จะว่ายังไงดีล่ะ ไม่ชอบคงจะพอสำหรับความหมายตรงนี้แล้วล่ะมั้ง

            “ฉัน แซม เซบาสเตียน เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะค่ะ ตอนเด็กเรามีกันอยู่แค่นี้ โตมาก็มีกันอยู่แค่นี้”

            “แซมเป็นคนสดใส เซบาสเตียนออกจะเงียบแต่ก็มีมุมของเขา ส่วนฉันก็ได้แต่นั่งดูพวกเขาสองคนเล่นกัน และพวกเขาก็คอยดูแลฉันในฐานะน้องเล็กสุดของกลุ่ม”

            “...”

            ผมเงียบไม่ตอบอะไร เธอปล่อยใบโคลเวอร์ที่ถูกฉีกขาดให้ล่องไปตามอากาศและปลิวลงพื้นอย่างเอื่อยเฉื่อย เธอหันกลับไปมองวิวด้านหน้าพักหนึ่ง และค่อยหันมาเล่าให้ผมฟังต่อ

            “จนกระทั่งวันนึ่งที่มีคนเข้ามา กลุ่มที่มีแค่สามคนของเราก็เริ่มเปลี่ยนไป ฉันไม่ว่าอะไรหรอกที่เซบาสเตียนจะดูเป็นมิตรมากขึ้น แต่เขาก็เริ่มแยกออกไปจากกลุ่มมากขึ้นเหมือนกัน”

            “ส่วนแซม... รายนั้นไม่สนใจหรอกค่ะ สนิทกับเขาไปทั่ว สุดท้ายก็เหลือฉันคนเดียว”

            “ดังนั้น... นี่ชาวสวนคะฉันอยากเห็นเซบาสเตียนกลับมาเป็นอย่างเก่า ขอเขาคนเก่าคืนมาได้ไหมคะ

 

            ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน

            ผมว่าผมเข้าใจอบิเกลในฐานะที่ผมเคยเป็นเหมือนเธอนะ

            แต่ก็อิจฉาที่เธอดูใจกล้ากว่าผมที่ตอนนั้นไม่แม้แต่จะพูดอะไรไปแล้วปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นถูกทิ้งไว้ด้านหลังแบบนั้นไป

            “ผมเข้าใจคุณนะอบิเกล”

            “แล้วทำไม...”

            “แต่ผมทำไม่ได้ ถ้าคุณอยู่ในจุดเดียวกับผม คุณก็คงทำเหมือนผมนั่นแหละ”

            มันคงถึงเวลาที่ผมต้องเริ่มกลายเป็นผู้ใหญ่คอยสอนเด็กน้อยแล้วหรอ เร็วกว่าที่คิดนะ ตอนแรกนึกว่าผมจะเป็นเด็กต่อไปได้อีกซักพัก

            “หมายความว่ายังไง”

            “แอบบี้ ไม่มีอะไรตรงกับความต้องการของคุณได้ตลอดเวลาหรอกนะ อีกอย่าง การที่คุณถูกทิ้งไว้ข้างหลัง มันเป็นแค่สิ่งที่คุณคิดไว้เองหรือเปล่า คุณไม่คิดบ้างหรอ ว่าคนที่เปลี่ยนไปคือใคร ที่ผมเห็น เขาก็ยังรักษามิตรภาพระหว่างกลุ่มเพื่อนอยู่เสมอ... ผมอยากให้คุณเรียนรู้มันไว้นะ”

            แสงแดดจากข้างหลังสาดส่องมากระทบร่างเล็กของชายหนุ่มที่ยืนขึ้น สายตาที่ทอแสงลงมาดูอ่อนโยนไม่ต่างจากแสงอาทิตย์ในยามนี้ซักเท่าไหร่นัก นัยน์ตาหวานคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากหวานคลี่ยิ้มออกมาพร้อมลูบผมหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าตนเกือบ 5 ปี และเดินจากไปโดยทิ้งเธอไว้แบบนั้น

            เดินจากไป ทั้งรอยยิ้ม และน้ำตา...

            อบิเกล คุณทำให้ผมนึกถึงอดีตอันแย่ๆ ที่พยายามกลบให้หายไปอยู่นะ รู้ตัวบ้างไหม

            ผมแทบไม่อยากกลับบ้านไปเจอเพื่อนรักคนนั้นแล้ว...

**************

แต่งไปคือเศร้าไป

เวรแล้วแกร นั่นปัญหาชีวิตเราอย่างหนึ่งเหมือนกัน ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

คือมันฟีลที่เรารู้สึกค่ะ เลยแต่งได้ลื่นๆ

ตอนนี้เริ่มามาม่าแล้ว แต่งไปค้างเอง ฮื่อ

กติกาขอตอนหน้านะคะ ขออนุญาตไปคุยรายละเอียดกับสปอร์นเซอร์ใจดีก่อน ถถถถ

ฝันดีค่ะ

ถุงคาเฟอิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #192 furi02 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 23:18
    โห้ว.... เศร้าอะ เข้าใจฟิลเลย เราก็เคยเป็น 
    #192
    0