[Fic Stardew Valley : Sebastian x You] ชาวไร่มือใหม่หัวใจงุ๊งงิ๊ง

ตอนที่ 16 : Chapter 15 : จากคน(เคย)รู้จัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    14 ส.ค. 59

Chapter 15 : จากคน(เคย)รู้จัก

            ฮาโหล

            โทรศัพท์เคลื่อนที่ขนาดไม่ใหญ่มากสั่นครืนๆ พร้อมกับหน้าจอที่ปรากฏชื่อไม่จรรโลงใจเท่าไหร่ มือบางกดรับสายพร้อมยกขึ้นมาแนบหู เสียงหวานทักปลายสายด้วยเสียงแหบพร่าจากความอ่อนเพลีย

            ว่า?”

            ได้ข่าวว่าที่นั่นพายุเข้า ฉันเองก็โทรไปหานายไม่ได้ ตอนนี้ฝนหยุดแล้วใช่ไหม เป็นหวัดหรือเปล่า สบายดีหรือเปล่า

            ถามเยอะแยะจัง ฉันขี้เกียจตอบคำถามนายชะมัด

            งั้น สั้นๆ เลยนะ อยู่ที่นั่นเป็นไงมั่ง

            ก็ดีอยู่

            นายไม่คิดจะกลับมาบ้างหรอ

            หืม? นายเองไม่ใช่หรอที่เป็นคนที่ทำให้ฉันต้องออกมา

            ขอโทษ...

            ช่างมันเถอะ

            นิ้วเรียวเลื่อนไปกดตัดสายเพราะไม่อยากเสวนาอะไรไปมากกว่านี้แล้ว ผมหันมองไปนอกหน้าต่าง ที่มีเรื่องแย่เกิดขึ้นแต่หัววันเลยหรอ

            มีใครอยากจะคุยกับคนที่ตัวเองยังเข้าหน้าด้วยไม่ได้บ้างล่ะ

            มันก็แอบรู้สึกผิดนะที่พยายามตัดบทไปขนาดนั้น แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคนนั้น ผมก็คงไม่ทำอย่างนั้นหรอก

            ผมมันคนมีมารยาทนี่

            ร่างเล็กลุกขึ้นจากเตียง แม้ตอนนี้จะตีห้าครึ่งแต่ก็หลับต่อไม่ลงแล้ว โดนปลุกมาแล้วนี่ จะออกมาอาบน้ำกินข้าวเช้าคงไม่ได้เสียหายอะไร ถ้าเหนื่อยก็แค่นอนกลางวันก็เท่านั้นเอง

            วันนี้เป็นวันอาทิตย์ สำหรับผมมันก็คือวันพักผ่อน แปลงไร่แปลงสวนก็รดน้ำตามปกติ แต่อาจจะไปเดินเล่น และไม่ได้มานั่งทำภารกิจชวนปวดหัว เช่นตกปลากับโคตรแห่งอภิมหาปลา ลงเหมืองสู้กับพวกเวรตะไลนั่น หรือแม้แต่จะไปทะเลทรายเพื่อเข้าไปตุนอิริเดียมเพื่อมานั่งทำสปริงเกอร์หรืออุปกรณ์ช่วยตัวอื่น

            นัยน์ตาหวานเบนสายตาไปยังท้องฟ้าที่เริ่มสดใส วันนี้อาจจะเป็นวันแรกในรอบปีนี้เลยที่ท้องฟ้าสดใส ถึงมันจะเลยไปถึงกลางเดือนแล้วก็ตาม

            เมี้ยว

            ข้าวอยู่นู่น เทให้แล้ว

            ผมชี้ไปยังจานขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยเนื้อปลาคลุกๆ กับข้าว ส่วนอีกด้านเป็นอาหารแมวสำเร็จรูปซึ่งมีน้อยมาก เพราะผมไม่อยากเสียเงินไปกับอะไรแบบนี้...

            อ่า... ความจริงช่วงนี้ก็ไม่มีตังค์ละนะ ฝนตก ปลูกอะไรเอะอะก็โดนฟ้าผ่า เปลืองค่าเมล็ดจังเลย

            หอมจัง

            ผมทอดปลาเป็นอาหารเช้า ว่าจะกินแค่ปลาทอดกับขนมปังสักหน่อย คงจะยัดให้มันกลายเป็นแซนวิชไปเลย ไม่ก็กินแยกกัน

            แมวตัวน้อยที่ได้มาจากมานีเหมือนจมูกดีรีบวิ่งแจ้นจากอาหารของมันมาทางนี้ทันที ตัวขนาดเล็กของมันพยายามเดินผ่านพร้อมกับแนบตัวลงกับขา หรือว่านั่งทับเท้าเหมือนเรียกร้องความสนใจ

            ไม่เอาลูก กินแค่นั้นก็พอแล้ว เดี๋ยวอ้วน

            “เมี๊ยว

            เป็นแค่แมวดันขึ้นเสียงสูง มันร้องประท้วงผมจนสุดท้ายต้องใจอ่อนมอบปลาตัวนั้นให้กับลูกรัก ส่วนผมก็ต้องทอดใหม่ไว้กินเอง

            ระหว่างทอดอีกครั้ง ผมแอบเบนสายตาไปมองมันที่ไอ้ปลาไปแต่กลับกินไม่หมด เหลือข้าวไว้เต็มไปหมดเลย ไอ้แมวเวรเอ๊ย ถ้ารู้ว่าตัวเองกินไม่หมดจะขอเพิ่มทำไม

            ลูกรักที่เหมือนจะรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ก็ยวรยาตรร่างของมันมาไซร้เต็มขาผม มันเหมือนพยายามจะอ้อนผมนะ อยากจะใจอ่อน แต่ก็ใจอ่อนไม่ลงกับขนมแมวที่ติดกางเกงมา

            แมวผมมันไปทำคีโมมาหรือเปล่าวะ...

            ผมพยายามไล่ลูกผมไปให้ไกลและพาตัวเองมานั่งที่โต๊ะอาหาร โต๊ะไม้สีอ่อนขนาดนั่งได้หลายคนแต่กลับมีผมอยู่คนเดียว พูดแล้วมันก็แอบเหงา ผมได้แต่กินแมว เอ้ย กินปลาคลอน้ำตาที่ผมมโนขึ้นมาเองในหัว

            เธอไม่มีใจ มีโต๊ะไว้ก็ไม่ต่างกับไม่มี

            มันก็ไม่คล้องมากหรอกนะ แต่ความสามารถผมมีแค่นี้

            พูดแล้วขึ้น ขึ้นเลย หน้าเซบาสเตียนมันขึ้นมาเลย ช่วงนี้เขาดูดีกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย เขาต้องชอบผมแน่ๆ เชื่อผมสิ ไม่งั้นเขาไม่ทำอย่างนั้นหรอก

            หรือว่าเขาจะเล่นกับผมแต่ไม่คิดอะไรกับผมหรอ

            จู่ๆ ก็มีความคิดบางอย่างพุ่งพรวดขึ้นมา ใบหน้าหวานซีดลงไปอย่างเห็นได้ชัด น้ำตาผมจะไหล มันคงไม่ใช่เรื่องจริงหรอก มันก็แค่ความคิดในแง่ร้ายของผมเท่านั้นเอง

            มือบางวางสิ่งที่เรียกว่าแซนวิชลง ใบหน้าซีดเผือดพยายามกัดปากฝืนยิ้มออกมา แล้วรีบแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะเคลียร์สวนของตัวเองอย่างเชื่องช้า

            ปกติผมทำไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว ทำไมครั้งนี้มันล่อไปครึ่งวันเชียวนะ

            ตอนนี้จากที่ตัวแห้งก็กลายเป็นว่าเหมือนโดนน้ำสาดมา ผมกลับเข้าบ้านไปล้างหน้าล้างตา อยากจะอาบน้ำใหม่ชะมัด กลิ่นตัวก็เริ่มโชยแล้ว

            เอาวะ อาบก็อาบ

            ร่างเล็กเดินเข้าห้องน้ำและใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยสบู่ก้อนเดียวล้างทั้งตัว ขอบคุณสกิลของผมในช่วงยุคสมัยที่เงินเดือนไม่ออก ที่ทำให้ผมสามารถอาบน้ำได้อย่างรวดเร็วและยังใช้สบู่เพียงก้อนเดียวได้ ช่วงนั้นมันต้องประหยัดนี่นา ช่วงนี้ถึงมีเงินก็ยังต้องประหยัดอยู่ดีนั่นแหละ ประหยัดเงินเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือประหยัดเวลาด้วย

            เวลามันต้องใช้ทำมาหากิน

            วันนี้ผมว่าจะไปพักผ่อนที่สวนสาธารณะซักหน่อย พักผ่อนสมองที่เอาแต่คิดฟุ้งซ่านไปทั่ว ไม่ก็อาจจะไปนั่งในคอมมูนิตี้เซนเตอร์ที่ผมใกล้จัดการมันเสร็จแล้ว อย่างน้อยมันก็มีบางส่วนที่ผมเข้าไปนั่งได้ล่ะนะ

            ฮืม...

            ปากเล็กฮัมเพลงโปรดของตัวเองแล้วออกมาเดินเล่น ตอนนี้ครึ่งวันผ่านไปแล้วอากาศก็กำลังดีเลยล่ะ พายุที่เพิ่งผ่านไปทำให้ยังคงมีลมเย็นพัดผ่านอยู่บ้าง ไม่งั้นสภาพผมในตอนนี้คงเปียกซก เต็มไปด้วยเหงื่อ แถมกลิ่นนี่ล่อมาเป็นสวนมะนาวเชียวล่ะ

            สำหรับคนที่อาจจะงง สวนมะนาวตรงนี้ ผมพยายามเปรียบเทียบกับกลิ่นเหม็นเปรี้ยวล่ะนะ ส่วนเหม็นเขียวนั่นผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าควรเปรียบกับอะไรดี

            อ้าวแซม ไปไหนหรอ

            ผมที่เห็นแซมเดินผ่านหน้าพร้อมกับโทรศัพท์ในมือที่กำลังจ้องนักจ้องหนา พอแอบมองเข้าไปก็พบกับเกมที่ตอนนี้กำลังฮิต หมอนั่นมองผมกลับแล้วโชว์โทรศัพท์ให้ดูอย่างภาคภูมิใจ

            ไปเล่นไอ้นี่ที่บ้านเซบบี้

            อืม งั้นหรอ ความจริงผมก็อยากเล่นนะ แต่ว่าความขี้เกียจมันมากกว่า

            หรือเล่นกับผมไหมล่ะ ตอนที่ว่างๆ น่ะ

            มันก็ดีนะ แต่ไม่เป็นไร ไม่ต้องหรอก

            โอเค งั้นไปล่ะนะ

            ครับ

            ผมโบกมือลามองหัวสีทองที่วิ่งไปจนลับตา ผมแอบนึกในใจนะว่า ถ้าแซมสระผม เขาจะสูงมากกว่าผมซักเท่าไหร่เชียว หมอนั่นเล่นเซ็ตผมของตัวเองจนกลายเป็นว่า มองเผินๆ ก็สูงเท่ากับคุณหมอซะด้วยซ้ำ ผมกับเซบาสเตียนเวลาอยู่ใกล้นี่ดูตัวเล็กลงไปเลย ไม่ใช่ว่าผมกับเซบาสเตียนไม่สูงนะ หมอนั่นแค่เซ็ตผมเท่านั้นเอง

            แค่เซ็ตผมเท่านั้นเอง...

            พูดถึงความเตี้ยของตัวเองแล้วช้ำใจ ผมไปหาความสงบในสวนสาธารณะดีกว่า ขาเล็กจ้ำอ้าวจากเมืองขึ้นไปถึงสวนสาธารณะขาดย่อมที่มีบ่อน้ำพุตั้งอยู่ตรงกลาง ก่อนหันซ้ายหันขวาและเข้าไปนั่งตรงเก้าอี้ไม้

            อากาศวันนี้ดีจังเลย ถึงฟ้าจะใส แต่ก็ไม่ร้อน

            ผมที่นั่งให้ลมโกรกแทบละลายไปกับอากาศ อากาศดีมันเป็นแบบนี้นี่เอง คนที่แทบไม่ได้สัมผัสกับอากาศดีมาหลายสัปดาห์แบบผมนี่แทบจะร้องไห้คาเก้าอี้

            ซาบซึ้งน้อยกว่าถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งนิดนึงเอง

            มาทำอะไรตรงนี้คะ

            อ๊ะ อบิเกล

            เรียกแอบบี้ก็ได้ค่ะ

            อบิเกลที่ผมแทบไม่ได้เจอมานานเดินมาจาก... น่าจะทางบ้านเซบาสเตียนสินะ ผมถึงไม่เห็นเธอตอนแรก เอาเป็นว่าช่างเถอะ ร่างเล็กเดินเข้ามานั่งข้างผม พร้อมฉีกยิ้มสวยให้ผมหนึ่งที ไม่สิ ทักทายก่อน แล้วค่อยยิ้ม

            มาทำอะไรตรงนี้หรอครับ

            พักผ่อนตามประสาน่ะค่ะ

            หรอครับ

            เราทั้งสองเงียบกันไปซักพักใหญ่ นี่เธอไม่คิดจะถามอะไรผมกลับเลยหรอ ร่างเล็กฝืนกัดฟันทำหน้าปกติทั้งที่หน้าเริ่มซีด บรรยากาศจากสงบมันเริ่มแอบกดดันแล้วล่ะสิ

            เหมือนเมียน้อยที่เจอกับเมียหลวงโดยบังเอิญเลย

            แล้วนี่มาทำอะไรหรอคะ

            นั่น ถามแล้วถามแล้ว รอนานกว่ารอเซบาสเตียนตอบแชตซะอีก

            มาพักผ่อนเหมือนกันครับ

            คุณมีอะไรให้เครียดด้วยหรอคะ

            เหมือนผมโดนด่าทางอ้อมเลยนะ

            อืม จะว่าไงดีล่ะ คนที่ผมเคยรู้จักเขาโทรมาน่ะ

            คงไม่ชอบเขาสินะคะ

            ครับ

            เธอดูเริ่มหงอยลงไปบ้าง ก่อนที่จะเอ่ยอะไรออกมาเสียงเบา แต่หากอยู่กันสองคน ผมก็ยังได้ยินเต็มสองหูเลย มันก็ยังดีกว่าฉันที่ถูกเขามองฉันเป็นแค่คนรู้จักล่ะนะคะ

            เอ๋?”

            ฝ่ายถูกไล่ตาม ยังไงก็ภาษีดีกว่าคนที่ต้องไล่ตามทั้งทียังไงก็จับไม่ได้ ถูกหรือเปล่าคะ

            ผมแอบนิ่งเงียบไปเหมือนกัน ที่เธอพูดมามันก็จริง ผมเองจะเรียกว่าอยู่ในสถานะเดียวกับเธอถูกไหมนะ แต่ที่น่าสงสัยกว่านั้นก็คือ เธอพูดถึงใคร คนอื่น หรือเซบาสเตียน...

            นั่นสิครับ

            คุณคงเข้าใจสินะคะ

            เธอพูดจบแล้วหยิบโทรศัพท์ของเธอมาเล่นเพื่อตัดบททันที ทำไมผมรู้สึกว่าวันที่ควรจะเป้นวันพักผ่อนของผมกลับแย่ตั้งแต่เช้า มาจนถึงตอนนี้เชียวนะ

            ผมไม่อยากให้ฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้เป็นครั้งที่แย่มากที่สุดในชีวิตผม ผมยังอยากให้ฤดูใบไม้ผลิสมัยไฮสกูลที่ผมสอบตกจนเกือบซ้ำชั้นนั่นเป็นเวลาที่เลวร้ายที่สุด

            นัยน์ตาหวานที่จดจ่ออยู่กับโทรศัพท์น่าจะไม่สนใจผมแล้วล่ะมั้ง ร่างเล็กเขยิบถอยออกไปก่อนที่เอียงพิงกับพนักเก้าอี้ มือบางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาปิดตาแล้วหลับลงไป ปล่อยให้ความคิดและทุกสิ่งทุกอย่างหายไปกับสายลมที่พัดผ่านมา

            ความจริงมันไม่ได้เรียกว่าหลับหรอก คงเป็นพักสายตามากกว่า สติของผมยังคงอยู่ครบถ้วน และนั่นก็ทำให้ผมรู้ว่าเธอเองก็กำลังจะลุกและเดินจากไป

            อบิเกลที่ดูเหมือนจะมองผมชั่งใจ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเดินหายไป แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอหยุดกลางคันพร้อมกับเสียงเอ๊ะที่ไม่ดังมาก

            คุณเป็นใครคะ

            มันไม่สำคัญหรอก แต่... นายคนนั้นน่ะ จะนอนหลับไปถึงไหนกัน

            เขาพูดถึงผมงั้นหรอ เสียงดูอู้ๆ เหมือนคนเป็นหวัดเลย มือบางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา ผมพยายามปรับโฟกัสโดยการกระพริบตาไม่หยุด จนกระทั่งมองรอบข้างได้ชัด

            ตอนนี้ผมชักจะ... ไม่อยากลืมตาขึ้นมาซะแล้วล่ะ

            นาย... นายมาได้ไง!

**********

ขอโทษที่ดองนานค่ะ ฮื่อ ช่วงนี้เดือนละตอนด้วยซ้ำ

ตอนนี้เริ่มมาม่าแล้วค่ะ ใครมากันนะ แล้วเขาเป็นอะไรกับน้องชาวไร่

รอตามต่อเลยค่ะ มาตามจิกเราก็ได้ ขอโทษที่ดองค่ะ 555

ถุงคาเฟอิน 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #156 KAOWMAI (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 21:28
    หรือจะเป็นคนที่คุยโทรศัพท์ด้วยกันนน
    #156
    0
  2. #155 Kuromi Nekomata (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 17:59
    นาย! นายมัน! ใครวะ!? //อ้าวกำ ไม่ใช่หรอ 555555555+
    #155
    0
  3. #154 Lady Fox (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 07:48
    มาม่าจะสุกแล้วนิ......ตะไมต้องดราม่าด้วยนะ ;-;
    #154
    0
  4. #153 กุหลาบสีเทา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:22
    รู้สึกได้กลิ่นมาม่าลอยมาแต่ใกล
    #153
    0