[Fic Stardew Valley : Sebastian x You] ชาวไร่มือใหม่หัวใจงุ๊งงิ๊ง

ตอนที่ 14 : Chapter 13 : ในวันที่ฝนตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 662
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    19 มิ.ย. 59

Chapter 13 : ในวันที่ฝนตก

            วันนี้ฝนตกอีกแล้วหรอ

            ผมพึมพำออกมาอย่างหัวเสีย ใครใช้ให้ฝนมันตกลงมา แถมตกมาตั้งเกือบอาทิตย์ ตั้งแต่สิ้นเทศกาลคริสมาสต์ไปจวบจนตอนนี้ที่เป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวกับช่วงรอยต่อระหว่างฤดูหนาวกับฤดูใบไม้ผลิหรือเปล่า แต่ถึงไม่ใช่พายุแต่มันก็สร้างความน่ารำคาญให้ผมอยู่ดี

            ทั้งที่ปีที่แล้วตอนที่ผมมามันก็ไม่มีฝนเลยนะ มีแค่ลมหนาวที่ยังคงค้างคาอยู่ก็เท่านั้น

            คิดสภาพทุกวันที่ผมต้องไปทำสวนด้วยสภาพดินโคลนเละเปรอะทั่วขาและเปื้อนเสื้ออีกบางส่วน แต่ด้วยความที่ฤดูที่ผ่านมาผมแทบไม่ดูแลสวนเลย ทำแต่เพียงไปหาแร่มาเพื่อเตรียยมตัวในฤดูถัดไป ในวันนึ่งก็แค่หมักไวน์หรือแยมบ้าง แล้วนี่ไหนจะรั้วที่พัง ต้องขุดดินเพื่อเตรียมปลูกผัก ปูพื้นในสวน ดูแลถังหมัก และอีกมากมาย

            นี่สรุปผมไม่ต้องทำอะไรเลยใช่ไหม

            ในวันนึ่งผมทำได้แต่นำไม้บางส่วนมาสร้างรั้วภายในบ้านแล้วฝ่าฝนไปเก็บไวน์บ้าง ไม่ก็ออกไปเดินเล่นข้างนอกทั้งที่ยังฝนตก

            แต่มันก็ไม่เชิงว่าเดินเล่นหรอก ก็แค่แวะไปทะเลสาบทางตอนเหนือของเมืองบ้าง เพียงแต่ไม่เจอคนบางคนก็เท่านั้นเอง

            ฝนตกแท้ๆ หมอนั่นหายไปไหนกันนะ

            ร่างเล็กเดินออกมาจากบ้าน ทันทีที่เปิดประตูออกมาฝนก็สาดเข้ามาภายในบ้านทันที ท่าทางวันนี้จะพายุเข้าแฮะ ผมว่าผมไม่ควรออกไปไหนเลย

            ผมเดินกลับมาภายในบ้าน ตอนนี้ในบ้านก็มีเพียงแค่ห้องครัวที่ไม่มีอะไรจะกิน ห้องนั่งเล่นที่มีเพียงแค่ทีวี แต่สัญญาณไม่ดีก็เปิดไม่ได้ แผ่นดีวีดีหนังก็ไม่ได้ซื้อมาเลย คอมก็ไม่มีให้เล่น โทรศัพท์ก็ยังชาร์ตอยู่ ในห้องนอนก็มีเพียงแค่ชั้นหนังสือเปล่าที่ไม่มีหนังสือวางอยู่เลยด้วยซ้ำยกเว้นนิยายที่เอลเลียตให้มา

            มันก็เป็นพวกนิยายไซไฟทั่วไปนะ เสียดายที่ผมอ่านมันจนเบื่อแล้วล่ะ ดูได้จากสภาพหนังสือที่ถูกเปิดบ่อยจนมีรอยเต็มไปหมด

            มือบางหยิบรีโมตทีวีเปิดช่องตามที่ตัวเองต้องการ ต่มีเพียงคลื่นซ่าดังมาก็เท่านั้น  นี่สรุปว่าเพื่อนของผมท่ามกลางสายฝนก็มีเพียงเสียงคลื่นซ่าเท่านั้นสินะ

            หงุดหงิดจัง...

            หงุดหงิดมากเลยด้วย นี่ผมต้องติดแหงกอยู่ในบ้านนี้นะหรอ? มีที่ไหนที่ผมยังไม่ได้ไปบ้างนะหลังจากที่ฝนตกเนี่ย

            ป่าก็ไปมาแล้ว ตอนแรกว่าจะไปวะแค่บ้านมานีเพื่อซื้อวัวเพิ่มก็กลายเป็นว่าเดินเก็บของป่าเลย ฝนตกถึงจะเหนอะไปหมดแต่ของก็เยอะดี ในเมืองก็ไปทุกวัน ส่วนพวกเหมืองที่ไปบ่อยมาเลยตอนนี้ของที่บ้านยังไม่พอใช้เลย อย่างรั้ว แต่ทะเลทรายนี่ปกติผมไปแวะเล่นคาสิโนบ้างนะ แต่ไม่บ่อยเท่าไหร่ ฝนตกแล้วป้าแพมมักจะไม่ค่อยไปขับรถหรอก ป้าบอกว่าอันตราย

            ทั้งที่ความจริงถึงไม่ฝนตกป้าก็ดริฟต์อย่างกับรถแข่งแล้ว ...เอ่อ ผมเปล่านินทานะ แค่เล่าสู่กันฟัง

            งั้นที่เหลือก็...ทะเลสินะ

            ไปทะเลช่วงพายุเข้านี่นะ? มันไม่ดีหรอกมั้ง

            ผมนั่งเอื่อยอยู่ในบ้านตั้งแต่เช้ายันเที่ยง ของที่มีอยู่ก็นั่งฝึกทำอาหารไปพลางๆ ถึงแม้ว่าไม่มีอะไรทำก็เถอะ แต่ว่านะ จะให้อยู่โดยไม่ทำอะไรท่ามกลางสายฝนและเสียงซ่ามันก็คงจะรู้สึกแปลกชอบกล

            “เฮ้ย ฝนซาแล้ว ดีจัง รอมาตั้งกลายชั่วโมงฝนเพิ่งซา... แต่ก็ยังดีกว่าตกทั้งวันละนะ”

            ผมเหมือนจะตะโกนออกไปลั่นบ้านอย่างไม่ทันตั้งตัว พอหันไปมองหน้าต่างฝนตกมานานก็เริ่มซาลงแล้ว แต่ท่าทางก็คงจะตกเอื่อยไปแบบนี้ทั้งวันแหละนะ

            ร่างเล็กออกมาออกมาจากบ้านด้วยเสื้อแปลกกว่าทุกวัน วันนี้ฝนตกไม่อยากแต่งตัวอะไรมากเลยใส่แค่เสื้อยืดสีขาว กางเกงยืนขาสั้นสามส่วนกับรองเท้าบูต

            ผมเดินไปให้อาหารไก่และรีดนมวัว จากนั้นก็เช็คตามเล้าว่ามีรอบรั่วหรือไม่ ไม่งั้นสัตว์ที่ผมเลี้ยงไว้คงจะเป็นหวัดแน่

            จะว่าไปผมเปิดฮีตเตอร์ให้มันอุ่นไว้ดีกว่า ตอนนี้ก็ท่าทางจะหนาวเหมือนกันนะ ถึงอากาศจะอบตามปกติของฝนตกทั่วไป แต่มันก็พึ่งพ้นฤดูหนาวไม่นานทำให้ก็ยังมีไอเย็นอยู่บ้าง

            “ฮัดชิ่ว”

             นั่นไง ไม่ทันขาดคำ ไม่ใช่ไก่หรอกที่เป็นหวัด ผมเองนี่แหละที่จะเป็นหวัด ออกมาไม่นานก็เริ่มตัวเปียกแล้ว แต่ฝนที่นี่คงไม่อันตรายหรอกมั้ง ไม่เห็นมีโรงงานอุตสาหกรรมเท่าไหร่ มีมากสุดก็แค่มินิมาร์ทของโจจ้าก็เท่านั้นเอง แต่คงไม่เป็นไรหรอก

            ทะเล...ทะเล...ทะเล

            ทะเลท่ามกลางตอนฝนตกพรำๆ มันจะเป็นยังไงนะ ตอนนี้พายุก็ไม่มีแล้ว คงจะเป็นพวกคลื่นลมสงบทั่วไป

            ผมเดินออกมาจากฟาร์มพร้อมฮัมเพลงอย่างสบายใจ มันไม่มีอะไรให้ทำก็พักผ่อนอีกวันละกันเนอะ ใบหน้าหวานหันไปรอบเมืองก็ไม่พบใครซักคน ไม่สิ ถ้าเจอน่ะสิแปลก ใครจะออกมาเดินเล่นตอนฝนตกแบบผมกันนะ

            อ้อนั่นไงคนนึ่ง เพนนีงั้นหรอ ทำไมไม่ไปสอนพวกเด็กๆ ละ

            นัยน์ตาหวานหันไปมองหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้เหมือนหลบฝน แต่ในมือมีหนังสือเล่มหนึ่งถืออยู่ ใบหน้าของหญิงสาวดูติดเศร้า แถมสายตาก็ไม่ได้เพ่งอยู่กับหนังสือด้วย เหมือนกำลังเหม่อคิดอะไรซักอย่างอยู่

            ผมควรไปทักเธอดีไหมนะ

            “เพนนี”

            “มันเป็นเรื่องที่แย่มากเลยนะที่เธอไม่ยอมฟังฉันเลย ทั้งที่ฉันพยายามทำเพื่อเธอทุกอย่างแล้ว...”

            “เอ๊ะ?”

            ใบหน้าหวานเหม่อลอยพร้อมพูดอะไรบางอย่างคนเดียว ผมชะโงกหน้าเข้าไปใกล้เจ้าตัวก็ยังเหมือนไม่เห็นผมอยู่ดี จนต้องโบกมือไปมาอยู่ข้างหน้าเจ้าตัวถึงจะเห็น

            “เฮ้ เพนนี”

            “อ๊ะ! ขอโทษค่ะ”

            พอเจ้าตัวรู้ตัวก็หันไปสนใจหนังสือในมือของตัวเองต่อโดยไม่สนใจผมเลย คราวนี้นี่ถืว่าดีหรือแย่กว่าเดิมกันนะ

            “ชาวไร่คะ...”

            ร่างเล็กที่กำลังจะเดินไปก็ต้องหันกลับมา ผมเห็นหน้าของเพนนีแดงแจ๋หลังจากที่เห็นผมหันมาเต็มตัว เอนี่ผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่านะ นัยน์ตาหวานไล่สายตาไปตามลำตัวของตัวเอง มันก็ไม่มีอะไรนี่ แค่เสื้อตัวบางกับกางเกงก็เท่านั้นเอง หรือเข่าผมดำ ขาผมเปื้อนอะไรหรือเปล่า

            “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

            “คือเสื้อมัน... ช่างมันเถอะค่ะ ไม่มีอะไร”

            “อืม งั้นหรอครับ งั้นลาก่อนนะครับ บาย”

            “ค่ะ”

            เจ้าตัวที่เหมือนกำลังจะตอบอะไรซักอย่างก็เงียบลงไป ส่วนผมก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินไปยังทะเลต่อ นี่ยังโชคดีนะที่ผมเดินมาทะเลทางในเมือง เท้าของผมเลยไม่เลอะอะไร แต่พื้นอิฐที่ปูพื้นเลอะโคลนของผมเท่านั้นเอง

            เดี๋ยวมันก็ล้างไปเองแหละ ตามหลักทฤษฎีของผมแล้ว น้ำจะหยดลงมาที่พื้นและละลายลงไปจนเจือจาง ยกเว้นว่าใครมาเหยียบก่อนก็เป็นผู้โชคดีรายถัดไป

            ว่าแล้วผมเดินไปทะเลดีกว่า

            ร่างเล็กกึ่งเดินกึ่งวิ่งจนไปโผล่ที่ทะเลจนได้หลังจากที่ลอยทะเลไปไกล สายตาสอดส่องไปทั่วบริเวณตรงหน้า ฝนตกไม่หนักมากแถมยังคลื่นลมสงบตามที่คาดไว้ แถยังได้สิ่งแปลกปลอมมาอีกหนึ่งด้วย

            ผักหัวม่วงๆ ที่กำลังยืนเก๊กหล่อกับร่มที่สีเดียวกับผม

            “ไง เซบาสเตียน มาทำอะไรตรงนี้”

            “หืม? ชาวไร่?”

            เขาทักผมอย่างแปลกใจ มือหนาที่กำลังคีบบุหรี่อยู่ก็โยนลงที่พื้นสะพานแล้วเหยียบให้บุหรี่ดับไป สงสัยเจ้าตัวคงเกรงใจผมสินะ ต่างจากครั้งแรกที่เราเจอกันจัง ครั้งนั้นถ้าพ่นควันใส่หน้าผมได้คงพ่นใส่แล้ว

            แต่ว่ามันก็ผ่านมาปีนึ่งแล้วนะที่เราเจอกัน ผมได้เห็นพฤติกรรมหลายๆ อย่างนอกจากเรื่องนี้ที่เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยละ

            แอบรู้สึกเขินแฮะ นี่ผมช่วยให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือเปล่านะ

            “คิดอะไรอยู่นะ หน้าแดงหมดแล้วนะ”

            มือหนาทั้งสองจับแก้มของผมแล้วโยกหน้าไปทั่วจนผมแอบมึนไปหมด นี่คิดจะแกล้งกันหรือยังไง

            “นี่แกล้งกันหรือยังไง”

            “เปล่าซักหน่อย”

            “เปล่าแล้วยิ้มทำไม”

            “ก็อยากยิ้มไง ขอบคุณนะ...”

            “ขอบคุณ?”

            ใบหน้าคมที่กำลังยิ้มอยู่ก็เสหันมองไปทางอื่น ถึงแม้เขากำลังยิ้ม แต่ก็ดุท่าทางเหมือนกำลังหนักใจกับอะไรซักอย่าง แน่นอนว่ามันไม่พ้นเรื่องครอบครัวของเขา

            “ตอนแรกผมก็นั่งคิดเรื่องของแม่จนกระทั่งคุณมานั่นแหละ”

            “มีปัญหากันอีกแล้วหรอ”

            “เรื่องเดิมๆ น่ะ”

            “เรื่องเดิมๆ แต่มันก็เป็นเรื่องอยู่ดีนะ นายก็รู้สึกแย่เหมือนเดิมนั่นแหละ มานี่มา”

            คนตัวเล็กเอื้อมแขนไปลูบหัวของเซบาสเตียนแล้วกดลงมาแนบไหล่ ผมขยี้ผมของเซบาสเตียนจนมันยุ่งไปหมด ผมเองก็ไม่เคยมีปัญหาแบบนี้หรอกนะ คงให้คำปรึกษาไม่ถูกหรอก ขอแค่ให้เขาสงบใจขึ้นมาได้มั่งมันก็คงดี

            “ผมมักมาที่นี่เสมอตอนฝนตกไม่หนักมาก มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง คลื่นลมสงบพร้อมกับสายฝนที่ตกลงมา มันเหมือนจิตใจผมตอนนี้นั่นแหละ...”

            “แล้วมันทำให้นายโอเคขึ้นมาบ้างไหมละ”

            “มันก็ดีขึ้นบ้าง ถึงจะไม่ทั้งหมดก็เถอะ”

            “งั้นก็ดีแล้วละ ผมให้คำแนะนำไม่ได้ แต่ก็ทำได้แค่อยู่เป็นเพื่อนนายก็เท่านั้นแหละ”

            “แล้วถ้า... เป็นมากกว่าเพื่อนจะได้ไหมละ”

            เจ้าตัวที่เงยคอขึ้นมาแล้วยิ้มให้ผมแล้วขยับปากเหมือนกำลังพูดอะไรบางอย่างที่เหมือนผมจะจับใจความไม่ได้มากนัก ก่อนจะเหม่อไปข้างหน้าเหมือนกำลังทบทวนทุกเรื่องที่ผ่านมาแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

            นี่คงจะ... โอเคแล้วใช่ไหมเนี่ย

            ว่าแต่ ผมกับเขา เราก็นิ่งกันไปพักนึ่ง เขาที่เริ่มดีขึ้นแล้วก็ยังคงยืนนิ่งต่อไป แล้วทิ้งให้ผมยืนตากฝนตั้งแต่เริ่มมาหา แต่ปัญหามันไม่ใช่แค่นั้นหรอก เพราะน้ำที่ถูกร่มกันก็ไหล่มาหยุดลงที่หัวผมติ๋งๆ ไม่หยุด

            หนาวนะเฮ้ย นี่ไม่รู้ตัวเลยหรือไง

            "หนาวชะมัด"

            นั่นไง เจ้าตัวเริ่มหันมาสนใจผมแล้ว แต่คราวนี้เหมือนไล่สายตาตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่างแล้วหยุดสายตามาอยู่ที่หน้าอกผมแล้วหน้าแดงก่ำ เจ้าตัวเสหันไปทางอื่นทันที แต่ก็ยังมีหันมาบ้าง

            อย่างกับกำลังห้ามตัวเองจากอะไรซักอย่างอย่างนั้นแหละ

            "ตัวเปียกหมดแล้ว เข้ามาข้างในร่มสิ... ครับ"

            "หืม? นายพูดครับงั้นหรอ"

            แอบแปลกใจนะที่เขาพูดครับ ปกติเขาก็พูดนะแต่ไม่บ่อยมากนักหรอก เด็กคนนั้นน่ะ เคารพใครเป็นด้วยหรือไง

            ผมหันไปมองอย่างสงสัย แต่คราวนี้เจ้าตัวกลับก้มหน้างุดอยู่ที่ไหล่ของผม วงแขนของอีกฝ่ายโอบเอวผมจนร่างเล็กต้องเขยิบเข้ามาในร่ม ท่าทางนั่นเจ้าตัวคงจะเขินน่าดู แต่มันก็ไม่มีอะไรน่าเขินนี่

            ผมก็แค่...ใส่เสื้อตัวบางแล้วเปียกฝนเท่านั้นเองนะ

            “คราวหน้าอย่าใส่เสื้อตัวบางขนาดนี้มาอีกนะ...ครับ ผมไม่อยากให้ใครเห็นนะ”

            “เห็นอะไร? แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมาบังนี่ ไอ้ที่นายบอกว่าเห็นอ่านะแล้วแต่ให้เห็นผมก็เป็นผู้ชายไม่เป็นอะไรหรอก”

            “เฮ้อ ก็เป็นซะแบบนี้ เดี๋ยวไปส่งที่บ้านละกัน ไม่งั้นใส่แบบนี้ไปก็โดนฉุดหรอก เรื่องฉุดน่ะให้ผมเอง ไม่ต้องพึ่งคนอื่นหรอก”

            “พูดอะไรบ้าๆ น่ะ”

            ผมแสร้งหันไปทางอื่นปล่อยให้เซบาสเตียนขำคนเดียว แต่ก็นะ แกล้งมาก็อยากจะแกล้งกลับเหมือนกันนะ

            มือบางหันไปหยิกที่เอวของอีกฝ่ายอย่างแรงจนต้องร้องโอดโอย เซบาสเตียนขอโทษขอโพยดังขึ้นมาตอนที่ผมหยิกไปอย่างแรงแถมไม่ปล่อยด้วย ช่วยไม่ได้นี่

            “ขอโทษครับ ไม่แกล้งแล้วนะ ตัวเล็ก”

            “มาตัวลงตัวเล็กอะไรเล่า ก็ตัวเล็กเหมือนกันนั่นแหละ”

            “เอาน่า”

            ใบหน้าคมหันมาจูบที่ขมับของผม แล้วโอบเอวไว้อย่างนั้น เราสองคนเริ่มหันไปชมวิวทะเลที่ฝนเริ่มจะหยุดลง รุ้งกินน้ำที่ขึ้นอยู่ไม่ไกลพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาสีนวลตา

            “คิดถึงนะ”

**************

ถ้ามีคนถามว่าความสัมพันธ์ของพวกนางตอนนี้คือยังไง

ตอนนี้เราขอให้เป็นแค่มากกว่าเพื่อนแต่ยังไม่ถึงขั้นแฟนนะคะ

ความสัมพันธ์ที่อธิบายไม่ถูกแต่ก็ยังมีความสุขทั้งคู่

มันคงจะดีนะคะ ถ้ามันจะไม่มีใครมาแทรกกลางน่ะ

คึคึคึ ไม่ได้สปอยล์นะ คึคึคึ

ถุงคาเฟอิน 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #188 furi02 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 20:36
    อืมมมม!! ตัวเล็กค่ะ....ระวังเร--มีใครฉุดไปนะ!!! #เซบบี้ลูกแม่ฉุดเลยลูก!!
    #188
    0
  2. #147 ~@นางมารร้าย@~ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 13:54
    ในที่สุด ก็ถึงฉากนี้ ตอนเล่นเกม กริ๊ดบ้านแทบแตก พอมาอ่านตอนนี้
    อืม.......มันใช่เลย.....กำเดาไหล...จินตนาการภาพออกเลย
    #147
    0
  3. #146 porukimi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 01:12
    โอ้ยกำเดาไหล เสื้อบางเปียกฝน ดีนะไม่โดนฉุดไปซะก่อน
    #146
    0
  4. #136 “ ขาหมู . (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 21:03
    ฟินจ้า คิคิ เซบบี้มีอาการแอบเขิน
    เล็กๆด้วยแต่จะว่าไปคำพูดของ
    เพนนีก็น่าสงสัยนะไม่ใช่ว่า
    หล่อนแอบชอบเซบบี้อยู่นะ เราไม่ยอมนะยิ่งไรต์บอกว่าจะมีคนมาแทรกกลางอีก อ๊าก ตอนนี้กำลังไปด้วยดีเลยแท้ๆ
    ไม่อยากให้มีเหตุการณ์ดราม่า
    เลย ฮือๆ กระซิกๆ555

    เป็นกำลังใจให้ค่ะเห็นไรต์บอก
    ว่าไม่ค่อยสบายยังไงก็ดูแลตัว
    เองด้วยนะแล้วมาอัพต่อเร็วๆนะ สู้ๆค่ะ
    #136
    0
  5. #135 Ariana S.Florence (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 23:05
    แซม กขค ประจำหมู่บ้าน
    #135
    0
  6. #134 Zethius (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 22:56
    ไม่ว่าความสัมพันธ์ตอนนี้จะเป็นยังไง ที่แน่ๆคนอ่านฟินค่ะ 555
    #134
    0
  7. #133 เอเลน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 22:43
    ฟิน รอตอนต่อไปนะคะ
    #133
    0
  8. #132 tingtingg4213 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 22:26
    พอไรท์บอกว่าอาจมีคนมาแทรก...สิ่งแรกที่นึกถึงคือ สาวกินแร่กับชายซูเปอร์ไซย่า(?)นี่แหละ =_=
    เป็นโมเม้นต์น่ารักดี เขินเล็กๆ -///-
    #132
    0
  9. #131 ramail (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 21:48
    ว่าเเล้วว่าเสื้อนายต้องเห็น ถถถ   เเหน๊ะ มือที่สามาเเทรกกลางที่ชัดมาเเต่ไกล.... จะเป็นสาวกินเเร่ พ่อหนุ่มเเซม หรือใครสักคนที่ก่อคดีเก่าไว้กับชาวไร่รึเปล่าคะนี่ #คิดไปไกลล  รอดูค่า
    #131
    0