[Fic Stardew Valley : Sebastian x You] ชาวไร่มือใหม่หัวใจงุ๊งงิ๊ง

ตอนที่ 13 : [Special Part Sebastian]Chapter 12 : การรอคอยของใครบางคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 785
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    27 พ.ค. 59

Chapter 12 : การรอคอยของใครบางคน

[Special Part : Sebastian] 

            บางครั้งเราเคยรอใครซักคนอย่างไม่มีเหตุผลบ้างไหม

            รอใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเราอย่างไม่ทันตั้งตัว รู้อีกทีก็ขาดเขาไปไม่ได้แล้ว

            เมื่อไหร่จะมาอีกนะ

            ผมนั่งพึมพำกับตัวเองพลางเล่นปากกาในมือด้วย ปากกาน้ำเงินที่มีสีน้ำเงินพาดเป็นลายทางที่ด้ามจับถูกเกี่ยวไปตามนิ้วมือเป็นวงกลมอย่างเนิบช้าเหมือนกับอารมณ์ของคนทำ นัยน์ตาสีองุ่นเข้มสอดส่องไปยังหน้าจอตรงหน้าที่ปรากฏสีแดงเต็มจอไปหมด

            ทุกคนก็คิดว่าโปรแกรมเมอร์มันง่ายทั้งนั้นแหละ ความจริงมันก็ยากไม่ใช่เล่นเลย เห้อ

            นอกจากถอนหายใจไปโดยไม่ได้ประโยชน์แล้วก็ทำได้เพียงแค่บ่นพิมพ์พำไปมา ผมเลิกใช้เวลานั่งคิดถึงเขาคนนั้นแล้วหันมาทำงานตรงหน้าแทน แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีอารมณ์จะทำแค่ไหนก็ตาม

            งานต้องส่งมะรืนนี้แล้ว ช่วงนี้อยู่ในช่วงเขตวันอันตรายอยู่

            ปากก็พ่นควันบุหรี่ไป แล้วก็งึมงำอยู่คนเดียว สมองก็พยายามไล่ทวนความคิดและแก้ปัญหาไปทีละจุดให้เป็นระบบมากที่สุด เพราะถ้าข้ามขั้นตอนอะไรไปเดี๋ยวงานมันจะยุ่งทั้งงาน

            ผมใช้เวลาเกือบทั้งชั่วโมงไปในการนั่งทำจนเสร็จแล้วลุกไปนอนพักสายตา แต่ก็แค่นอนกลิ้งไปกลิ้งมามันก็เท่านั้น เพราะว่าผมไม่ง่วงเท่าไหร่ ความจริงวันนี้ผมเพิ่งตื่นเมื่อเที่ยงนี้เอง ส่วนตอนนี้ก็แค่บ่ายสองกว่า

            บางทีผมก็อยากให้ห้องผมมีหน้าต่างเหมือนกันนะ สายตาสอดส่องไปทางกำแพงหนาทึบที่ไม่มีอะไรเลย แต่ช่วยไม่ได้หรอกนะ ก็ห้องใต้ดินมันจะไปมีหน้าต่างได้ยังไง

            แต่ที่ผมมาอยู่ที่ชั้นใต้ดินนี่มันก็ไม่ใช่ความผิดของผมไม่ใช่หรือไง ผมก็แค่พยายามจะทำตัวเหมือนหลบหนีจากความจริงบางอย่างที่รู้อยู่แก่ใจ แม้ว่าจะพยายามเข้าใจแต่สุดท้ายมันก็เหมือนปมไปเรียบร้อยแล้ว

            โรบิ้น แม่ของผม ความจริงเธอก็เป็นแม่ที่ดีคนหนึ่งเลยนะ แต่จะดีกว่านี้ถ้าใส่ใจผมและมารุเท่ากัน ไม่ใช่เพียงปล่อยผมไว้คนเดียวเหมือนไม่สำคัญ ส่วนสามีใหม่นั่น... ก็ใช่ว่าเขาจะสนใจผม ถึงจะรับเป็นเป็นลูก แต่ก็ไม่ได้รักเหมือนลูก

            มันก็เจ็บนะที่ผมคิดอะไรแบบนี้ ทุกวันนี้ผมก็แค่อยู่โดนพึ่งตัวเอง โดยยึดเหนี่ยวจิตใจด้วยอาชีพ รวมถึงเพื่อน และถ้ามีคนสำคัญด้วยมันก็คงจะดีสินะ

            หืม? คนสำคัญหรอ

            ร่างสูงชะงักลงไปทันทีก่อนจะนึกหน้าใครบางคนขึ้นมา ชาวไร่ที่เป็นคนเมืองย้ายมาเพราะโหยหาความเปลี่ยนแปลง เขาเป็นคนที่ร่าเริงสดใส แต่ก็น่ารำคาญพอตัวเลยนะ

            ใช่ น่ารำคาญ

            ผมพูดคำนี้ซ้ำไปซ้ำมาเพื่อเลิกคิดถึงเรื่องเขา ผมมักคิดเรื่องของเขาบ่อยมากในหลายช่วง หรือบางทีผมควรยอมรับอะไรที่เปลี่ยนแปลงในตัวเองบ้าง

            ความเปลี่ยนแปลงที่เหมือนกับว่าผมไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว

            ตอนนี้เหมือนผมมีใครซักคนเข้ามาในชีวิตอีกคนหนึ่ง

            คนที่อาจจะพร้อมมาเป็นครอบครัว เป็นคนที่ช่วยค้ำจุนจิตใจที่ถูกป้องกันด้วยเกราะของความเย็นชา

            นัยน์ตาหวานที่ดูใสซื่อนั่นเวลาจ้องมองผมมักจะทำให้ผมสั่นไหวได้ทุกครั้งไป ทุกครั้งที่หมอนั่นมา ผมก็แค่ไล่เขาให้ไปไกลที่สุด เพราะผมรู้ตัวเองดีว่าถ้ามันมากกว่านั้นสุดท้ายผมก็ต้องเป็นแบบตอนนี้

            แต่สุดท้ายผมก็ทำไม่ได้สินะ

            ร่างเล็กในชุดเอี๊ยมยีนที่เข้ากับตัวชอบมาหาผมในทุกวัน แม้ช่วงแรกผมแทบจะไม่ให้เขาเข้าห้องเขาก็มักจะมารอผมอยู่หน้าห้องทุกวันจนผมกลัวอยู่เหมือนกัน แต่พอสนิทไปสนิทมา ไม่นับเรื่องกางเกงในสีเจ็บนั่นผมว่าเขาเองก็เป็นคนดีคนหนึ่งจนผมต้องเปิดใจบ้าง

            ความจริงตรงนั้นเหมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมรู้สึกแบบทุกวันนี้ เมื่อผมเริ่มเปิดใจไปแล้วละนะ

            ตอนแรกผมแทบไม่มั่นใจเลยซักนิด จนกระทั่งแซมเริ่มทักว่าผมเปลี่ยนไป ส่วนอบิเกลก็หายหน้าหายตาไปมากกว่าปกติหลังจากที่เราเลิก... ไม่สิ ช่างเถอะ เธอก็หายหน้าหายตาไปเลยทั้งที่ปกติก็จะแว่บมาบ้าง แม้จะน้อยครั้งก็ตาม

            ทุกอย่างรอบตัวผมมันเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย แม้จะพยายามปิดกั้นตัวเองแต่มันก็ทำไม่ได้ การที่เราผูกพันกับใครซักคนมานาน บ้างครั้งมันก็คงไม่แปลกนักที่เราจะเปิดใจให้กันและกัน

            จากคนรู้จัก สู่เพื่อน และตามไปด้วยอะไรที่มากกว่านั้น

            แม้อีกฝ่ายจะเป็นผู้ชาย ผมก็หวังแค่ว่าแม่ของผมจะไม่รังเกียจ ความจริงเธอกับหมอนั่นก็ดูเข้ากันได้ดีนะ คงไม่ใช่ปัญหาหรอก

            ผมกับเขารู้จักกันมาจนนี่ก็จะปีหนึ่งแล้ว ถ้าเลยเดือนนี้ไปละนะ จากเดือนแรกที่ผมแทบไม่คุยกับเขา เดือนต่อมาเราก็เริ่มคุยกันบ้าง สนิทกันขึ้นมาบ้าง แม้ว่ามันจะเป็นความสัมพันธ์ที่เริ่มช้า แต่สุดท้ายมันกลับประคับประคองกันจนเป็นเพื่อนกันในวันนี้

            แต่ทั้งผมและเขา ไม่หรอก น่าจะแค่ผม ที่รู้ว่าเขาชอบผมและผมเองก็ชอบเขาเหมือนกัน ผู้ชายคนนั้นถึงจะมาตีสนิทแบบดับเครื่องชนแต่ก็ไม่ค่อยฉลาดถึงขั้นจะรู้หรอกนะว่าผมคิดอะไร

            หวังเพียงแค่เขาจะไม่ตัดใจไปซักก่อนนะ

            ถึงตอนนี้เราจะยังเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ผมหวังว่าจะมีวันหนึ่ง วันที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเขาก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาและผมรู้ใจตัวเอง

            เห้อ นี่ผมคงเพ้อเจ้อเยอะเกินไปสินะ

            ผมทิ้งตัวลงนอนและหลับไปลงทันที รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าเช้าแล้ว สรุปว่าผมก็ไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเย็น รวมถึงทำงานให้เสร็จ แต่โชคยังเข้าข้างผมอยู่ที่งานตอนนี้มันเหลือน้อยลงไปเยอะเลย คงเพราะผมตั้งใจเมื่อวานแน่นอน

            ร่างสูงหันไปมองนาฬิกาเรือนเล็กบนโต๊ะ เจ็ดโมงงั้นหรอ ผมว่าผมคงจะออกไปเดินเล่นหน่อยก็ดี

            อย่างน้อยผมจะได้ไม่ต้องใช้เวลาคิดฟุ้งซ่านอะไรและทำใจให้สงบก่อนทำงานละนะ

            ร่างสูงเดินลัดเลาะจากทะเลสาบมายังภายในเมืองเพื่อที่จะไปสูดบรรยากาศยามเช้าที่ชายหาดทางใต้สุดของเมือง มันเป็นที่สำหรับการสงบจิตใจที่ดีของผมที่หนึ่งเลยละ

            นี่ครับ

            รู้สึกถึงเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากใกล้คลินิก ผมที่อยู่ตรงมุมบ้านปิแอร์เลยต้องหันไปมอง ปกติผมแทบไม่เห็นฮาร์วีย์ออกมาตอนเช้าด้วยซ้ำ ทำไมวันนี้ถึงออกมาได้นะ

            พอหันไปอีกที ผมเห็นร่างเล็กที่หายหน้าหายตาไปร่วมสัปดาห์กำลังหัวเราะคุกคิกกับฮาร์วีย์รวมถึงชายหนุ่มที่สวมแว่นก็พันผ้าพันคอให้อย่างสนิทสนมแถมยังมีขยี้ผมเล่นกันอีก

            สรุปที่หายหน้าหายตากันไปนี่คือยังไง เขาเลิกสนใจผมแล้วงั้นหรอ

            ทั้งสองคนผมไม่แน่ใจว่าคุยอะไรกัน แต่ว่าสุดท้ายก็แยกย้ายกันออกมา ใบหน้าคมดูอบอุ่นใจดีกับคนตัวเล็กที่ยิ้มรับแถมยังดูร่าเริงสดใสเกินหน้าเกินตาทำให้ตอนนี้ผมรู้สึกไม่อยากทำอะไรแล้วละ ชายหาดอะไรก็ไม่ต้องไปดูมันแล้ว

            กลับบ้าน!

            ร่างสูงเดินกระแทกเท้ากลับบ้านไปอย่างอารมณ์ ตอนนี้ผมต้องการแค่การสงบสติอารมณ์ที่ไหนซักที่ภายในบ้านก็เท่านั้นเอง

            เซบบี้ ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า

            เสียงทักจากหญิงสาวที่กำลังมัดผมอยู่เดินมาหาผมตรงหน้า ใบหน้าที่อ่อนกว่าวัยก็ดูแสดงสีหน้ากังวลขึ้นมา นี่ผมทำแม่กังวลอีกแล้วหรอ ถึงไม่อยากสนใจแม่แต่ใช่ว่าผมอยากทำให้แม่กังวลแบบนี้นะ

            เปล่าครับ

            งั้นแม่จะไม่จู้จี้ถามนะ มีอะไรก็บอกกันได้

            ครับ

            อ้อ ลูก

            ผมที่กำลังจะเดินจากไปต้องหันกลับมาหาแม่ที่ส่งเสียงเรียกขึ้นมา หญิงสาวที่เหมือนระหว่างพูดก็ทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เอาแก้วกระเบื้องที่ใส่นมอุ่นมาให้ผม

            เอาไปดื่มหน่อยนะ อย่างน้อยก็ดีกว่าเบียร์หรือเหล้าและบุหรี่ แม่ยังไม่อยากเห็นลูกเสียสุขภาพนะ

            ครับ

            หลังจากนั้นเราก็จบบทสนทนากันอยู่แค่นั้น ผมก็เดินกลับไปที่ห้องของผมด้านล่างใต้ดินแล้วดื่มนมให้เสร็จจากนั้นก็วางแก้วไว้หน้าคอม

            ตอนนี้ทำได้เพียงทบทวนภาพที่เห็นกับตาเมื่อเช้า

            ผมไม่ใช่คนไร้เหตุผล แต่แบบนี้ผมก็รู้สึกแย่อยู่เหมือนกัน

            ตอนนี้สิ่งที่ผมต้องคิดก็ควรจะมีเพียงงานเท่านั้น ดังนั้นผมต้องไล่ความคิดพวกนี้ออกไป แต่ก็นะ มันก็ยากอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ

            แล้วก็นั่นแหละ บ่ายสองบ่ายสามผมก็ยังตึ้บอยู่ที่เดิม งานเดินไปช้ายิ่งกว่าเต่าที่วิ่งแล้วสะดุดยอดหญ้าทุกสิบวิอีก

            หรือผมควรจะหาอะไรทำ

            ร่างสูงเลือกที่จะไปเดินเล่นภายในเหมืองแทนที่จะอยู่แต่ในห้อง หรือว่าเข้าเมือง ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะไปเจอฮาร์วีย์หรือว่าชาวไร่นั่น

            เฮ้ย เฮ้ย!

            เสียงหวีดร้องจากเหมืองทำให้ผมที่อยู่ปากทางต้องรีบเดินเข้าไปดู เสียงมันเหมือนจะอยู่ที่ชั้นลึกๆ ของเหมือง พอดูที่ลิฟต์เหมือนมันจะใช้ได้บางส่วนแล้วผมเลยลองกดชั้นในสุ่มดู ปรากฏว่าเจอร่องรอยของใครบางคนมาขุดไว้แล้วเหมือนกัน เลยว่าจะมาช่วยซักหน่อย พอเห็นร่างเล็กของคนที่ผมคิดถึงอยู่นอนสลบอยู่ผมทบใจเสียทันที และอุ้มร่างเล็กนั้นออกมาจากเหมืองแล้วพาเข้าบ้าน

            ไข้ขึ้นสูงมาก ลำตัวยังมีแผลอีก แต่ท่าทางกำผ้าพันคอไว้แน่นเหมือนกลัวจะหลุดหายยังไงก็ไม่รู้

            วินาทีสุดท้ายก็ยังคิดถึงอยู่แค่นี้เองหรอ

            หึ ผมคิดถูกไหมนะที่ช่วยไว้

            ไปๆ มาๆ ร่างเล็กนั่นก็ตื่นขึ้น ท่าทางยังดูงงอยู่บ้างน่าสงสารจังเลยนะ แต่อย่างน้อยวันนี้ผมก็ต้องเคลียร์กับเขาให้ได้ละ อย่างน้อยถึงไม่พูดอะไรไปตรงๆ แต่ก็หวังว่าจะทำให้เราชัดเจนกันมากขึ้น

            แต่ความจริงก็แค่ยึดผ้าพันคอแล้วก็แกล้งอะไรไร้สาระไป

            ผ้าพันคอ อันนี้หรอ

            ผมชูผ้าพันคอขึ้นมาว่าจะแกล้งเขา คนตัวเล็กดูเหมือนว่าจะตกใจกับท่าทางของเขามากอยู่นะ

            ใช่ อันนั้นแหละ

            อยากได้คืน

            ก็ของหมอไง ไม่ใช่ของผม

            สุดท้ายเขาก็ยังไม่คิดเรื่องของผมอยู่ดีสินะ

            งั้นหรอ งั้นเดี๋ยวค่อยให้คืนละกัน ริบไว้ก่อน

            เฮ้ย

            หมอนั่นดูตกใจขึ้นมาเหมือนเสียดายมาก ผมควรดีใจหรือเสียใจดีนะ ทั้งที่ตอนแรกรำคาญเขาแทบตายแต่พอเจอแบบนี้แล้วก็ใจเสียขึ้นมาซะเอง

            ไม่มีเฮ้ย หรือมัวแต่คิดเรื่องเจ้าของมันอยู่

            เปล่าซะหน่อย

            แล้วที่หายไปตั้งนานนั่นหายไปไหนฮะ ที่บ้านก็ไม่เจอ เจอแต่หมอมาวนเวียนอยู่แถวนั้น เป็นอะไรกันหรือไง

            เป็นอะไรก็ได้ มันไม่ต่างจากนายหรอกเซบาสเตียน

            จุก จุกมากจนเหมือนโดนน็อกกลางอากาศ ผมผงะไป แต่พอเห็นสายตาที่สื่อออกมาหาผมมันดูเหนื่อยเหมือนกำลังท้อแท้กับอะไรบางอย่างที่น่าจะเป็นผมแล้วผมก็ใจตกไปถึงที่ตาตุ่มทันที

            ผมขอโทษ

            ขอโทษที่ใจร้อนไปหน่อย

            อืม

            แววตาที่เหมือนเหนื่อยล้าฉายแววออกมา ตอนนี้ผมเข้าใจอารมณ์ของคนที่จะสูญเสียสิ่งสำคัญไปแล้วล่ะ ผมยอมทุกอย่าง แล้วไม่ต้องการให้เขาหายไปด้วย

            และแล้วเราสองคนก็นอนซบกันไปจนถึงดึก ผมตื่นมาทำอะไรนิดหน่อย พอเขาตื่นมาก็แค่ไม่อยากให้เขากลับไปก็เท่านั้น

            มันดึกแล้วก็ยังมีข้ออ้างขอให้อยู่ต่อ

            “ตื่นแล้วหรอ สี่ทุ่มแล้วนะ ไม่ต้องกลับหรอก มันมืดเดี๋ยวจะล้มไปกลางทางอีกข้างนอกก็หนาวแล้วด้วย

            อืม นายพูดมากแปลกๆ นะ

            วันนี้ผมพูดมาหรอ ไม่รู้สิ คงเพราะผมไม่อยากเสียคุณไปมั้ง

            แล้วคุณละ เป็นอะไรก็ไม่เคยจะบอกเลย ให้ผมไปดูฟาร์มแทนก็ได้ ยังไงบ้านผมกับคุณก็ไม่ไกลกันเท่าไหร่

            ซักพักเราสองคนก็เงียบกันไปจนเขาลุกขึ้นจากเตียงแล้วล้มลงไป ผมเองก็ไม่ทันห้ามปากดันเผลอพูดอะไรแย่ๆ ออกไป

            อยู่นิ่งๆ สิ อย่าทำตัวเป็นภาระได้ไหม

            ไม่เป็นไรหรอก ผมกลับบ้านเองได้น่า อยู่เดี๋ยวจะเป็นภาระนายอีก

            ไม่สิ ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย

            อย่าคิดมากสิขอโทษครับ

            หมอนั่นเหวอไปพักหนึ่งเลย ผมใช้จังหวะนี้คร่อมตัวเขาแล้วกดทับแน่นไม่ให้ไปไหน ตอนนี้ผมไม่พร้อมจะสูญเสียใครไปอีกแล้วด้วยความไม่ทันคิดของตัวเอง

            อย่าทิ้งผมนะ อย่าทิ้งผมเหมือนแม่ผมนะ ผมขอร้อง

            สัญญา ไม่ทิ้งหรอก

            จากนั้นผมก็ฉกจูบเขาไป นั่นเป็นจูบแลกในความสัมพันธ์ของเรา ลิ้นร้อนพยายามให้ประสบการณ์ของตัวเองทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นมา ลิ้นเล็กที่เหมือนจะเคยมาบ้างก็กวัดรัดตอบกลับมา เราทั้งสองดูดซับความหวานจากกันและกันจนกระทั่งปละออกมาโดยไม่พูดอะไร

            สุดท้ายวันนั้นเราสองคนก็คุยกันจนหลับไป แต่เหมือนผมรู้สึกว่าผมลืมอะไรบางอย่างไปนะ

            งาน งานที่ต้องส่งพรุ่งนี้!

ตัวเล็กนอนไป

อื้อ

ด้วยความที่นึกขึ้นได้ว่ายังทำงานไม่เสร็จผมเลยตื่นขึ้นในตอนดึกแล้วพยายามลากให้คนตัวเล็กออกไปจากตัว ตอนนี้เริ่มรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยคงเพราะผมตื่นขึ้นมาตอนดึก

ร่างสูงเดินไปเปิดคอมโดยที่หลุดออกจากการเกาะกลุ่มของงูเหลือมตัวเท่ามดมาได้ก็รีบปั่นงานให้เสร็จ พอรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าเกือบเช้าแล้ว

งั้นตอนนี้ผมคงควรไปนอนสินะ เพื่อจะได้เนียนว่าเมื่อคืนผมยังอยู่เป็นเพื่อนเขา แต่ความจริงผมก็อยู่เป็นเพื่อนเขานะ ถึงว่าผมจะลุกขึ้นมาทำงานต่อก็ตามเถอะ

ตัวเล็กเขยิบหน่อย เตียงเล็กนะ จะนอนด้วยกันไม่ใช่หรอ

อื้อ

เจ้าตัวลากเสียงยาวเหมือนเมื่อซักครู่ นี่คงละเมอขัดใจสินะ ให้ตายสิ ตัวเล็กของผมนี่ทั้งดื้อทั้งด้าน เอ้ย ทั้งดื้อทั้งซนทั้งแต่หลับยันตื่นเลย เห้อ

คนตัวโตเขยิบนอนลงไปแม้ว่าจะอึดอัดมากก็ตามที่ให้ที่คนตัวเล็กนอนไปซะเยอะเลย หมอนั่นเล่นนอนกินที่แบบนี้มันน่าซื้อเตียงใหม่จริงๆ ให้ตายเถอะ ร่างสูงหันไปจุมพิตที่แก้มอย่างมันเขี้ยว

เอ ยังไงดีนะ ฝันดีหรือราตรีสวัสดิ์ดี แต่ยังไงก็... รักนะ

**********************

สวัสดีค่ะ

ตอนนี้จะเป็นโทนความรู้สึกล้วนๆ ของเซบาสเตียนเลยนะคะ

เรื่องนี้คงจะจบไม่เกิน 25 ตอนค่ะ อาจจะมีตอนพิเศษแซมมี่กับผู้ชายซักคน

น่ารักและเอ็นดู คิดอยู่ว่าแซมมี่ของเราควรเคะหรือเมะดี โถ

ถ้าเคลียร์จบจะไปต่อด้วยเรื่องหมอค่ะ ดูๆ กันไป

แล้วก็จบตอนนี้วันพรุ่งนี้จะพยายามลากเซบบี้แซมมาให้จบอีกตอนให้ได้ค่ะ

ถ้าจบครบเซ็ตของสตาร์ดิวแล้วอาจจะซาวเสียงก่อนว่าควรมีรูปเล่มรึเปล่า ต้องดูก่อนค่ะ

อยากได้ค่าขนมไปเป็นเงินเรียนพิเศษ ช่วงนี้ก็กินตังค์แม่เยอะแล้ว ;w;

แล้วก็คงจะมาอัพบางเรื่องเป็นนิยายเลยค่ะ มีพล็อตเยอะแยะเลย กำลังหาที่เก็บก่อนเดี๋ยวจะลืม

ยังไงก็ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ

ถุงคาเฟอิน(แก้วกาแฟ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #187 furi02 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 20:29
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยย!!! นังเซบเรียกชาวไร่ว่าตัวเล็กด้วยยย น่ารักอ่าาาาาาาาา >////<
    #187
    0
  2. #145 porukimi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 01:06
    ฟินอะ เรียกตัวเล็กด้วย เซบบี้รู้ว่าตัวเล็กชอบซะด้วย ติดตามต่อคะ เป็นกำลังใจให้
    #145
    0
  3. #130 MC_B (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 11:08
    ทำไมน่ารัก ทำไมมุ้งมิ้ง ผักม่วงกับตัวเล็ก >///<

    ไรท์ก็สู้ๆน้าค้า ระหว่างนี้ขอไปฟินกับเซบบี้ในเกมส์ต่อดีกว่า แหะๆ ^^
    #130
    0
  4. #127 ~@นางมารร้าย@~ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 16:40
    ตอนนี้คำติดหูกลายเป็น ตัวเล็ก กับ ผักม่วง แทน ชาวสวน กับเซปบี้ ไปซะแล้ว 5555+

    อ่านแล้วรู้สึกเป็นเซปบี้ในเกมดีค่ะ 555+ หึงไร้เหตุผล หึงแม้แต่ผ้าพันคอ(ของคนอื่น)



    ป.ล. ตอนคนเขียนพูดถึง แซมมี่กับผู้ชายซักคน นึกถึงเอลลี่(เอลเลียต)ขึ้นมาเลย โมเม้นแซมมี่ชอบแกล้งเอลลี่จนเอลลี่ถึงกับขยาดกับ เอลลี่โดนเอมิลี่ทำผมจนชาวบ้านตะลึง (มันน่ารักซะจนคิดว่า ยังไงก็แกล้งให้เอลลี่ร้องไห้ไม่ลง) ของทีมงาน Stardew toon มันชวนให้น่ามีใครซักคนเอามาต่อยอดจริงๆ
    #127
    2
    • #127-1 caffeine_811(จากตอนที่ 13)
      5 มิถุนายน 2559 / 14:44
      #เมื่อเซบบี้กลายเป็นผัก ถถถถถ
      อยากแต่งเป็นแนวชาวสวนกับตัวละครก่อนค่ะ แต่ถ้าจะแต่งเราไม่ค่อยมีเคมีกับคู่แซมและเอลเลียตเท่าไหร่ (เราอิงเกมเป็นหลักมากกว่าพวกแฟนๆทำค่ะ ;w;) ถ้าในเกมสองคนนี้แทบไม่เกี่ยวกันเลย ถ้าเทียบกับเซบบี้แล้วก็แอบบี้ เอลเลียตจะไปทางลุงวิลลี่กับลีอาซะมากกว่าค่ะ (ทำไมรู้สึกอยากเห็นเอลลี่กดลุง แค่กๆ) #ทำหน้าแบบโอจิค่อนตัวเล็กๆที่กำลังหาคนที่จิ้นเหมือนกัน
      #127-1
    • #127-2 ~@นางมารร้าย@~(จากตอนที่ 13)
      23 มิถุนายน 2559 / 13:51
      ตายล่ะ เราอุสาไม่เขียนเพราะไม่คิดว่าจะมีใครคิดแบบเดียวกะเรา 5555
      #สายโอจิค่อน(และจะดียิ่งขึ้นเมื่อโอจิเคะ) เหมือนกันค่ะ 555+
      #127-2
  5. #124 tingtingg4213 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 00:10
    หูย..อ่านตอนที่เซบบี้ตัดพ้อ คิดน้อยใจ...ตัวชาเลย แต่หลังๆละมุนละไม ฟินนนนไปยันชาติหน้าเลยยย(?)
    มาต่อเร็วๆน้าาาา
    #124
    1
    • #124-1 caffeine_811(จากตอนที่ 13)
      28 พฤษภาคม 2559 / 11:09
      ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวจะมีฟินติดต่ออีกประมาณตอนสองตอนนะคะ แล้วก็อาจจะ มาม่า ;----; ฮื่อว์
      #124-1
  6. #123 Zethius (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 22:27
    เซบบี้ละมุนมากอ่ะ >///<
    #123
    1
    • #123-1 caffeine_811(จากตอนที่ 13)
      27 พฤษภาคม 2559 / 22:32
      คนที่ไม่ค่อยจะแสดงความรู้สึกอะไรออกมาเวลาละมุนทีจะฟินจนตัวแทบละลายเลยค่ะ ถถถถถถถ ////b เขิน
      #123-1
  7. #122 ไร้นาม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 21:35
    แซมมี่ต้องผู้ชายเถื่อนและหล่อถึงจะเอาอยู่เท่านั้น
    #122
    1
    • #122-1 caffeine_811(จากตอนที่ 13)
      27 พฤษภาคม 2559 / 22:29
      เราจะได้เห็นแซมมี่นางจ๋อยกันค่ะ กำลังเล็งอยู่ เคะเถื่อนหรือเมะเถื่อน ดูท่าทางยังไงแซมมี่นางต้องจ๋อยสนิทแน่ๆ 5555
      #122-1
  8. #121 Vates (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:54
    ตายแล้วตอนนี้เขินแรงมาก!!!! ได้มารู้ว่าเซบบี้คิดยังไงด้วย ชอบเวลาเซบบี้เรียกว่าตัวเล็กอ่าาาาา ฟินจนตัวลอยไปแล้ว อิอิ ถ้าไรต์จะทำเป็นเล่มเดี๋ยวจะช่วยอุดหนุนเลยค่ะ55555
    #121
    1
    • #121-1 caffeine_811(จากตอนที่ 13)
      27 พฤษภาคม 2559 / 22:29
      นางเรียกชาวไร่ว่าตัวเล็กแต่เหมือนเราก็ได้ข่าวว่านางก็ไม่ได้สูงนะค---- //ไม่เอาเซบบี้ว่าฆ่าเราเลย เอื้อ ถถถถถ
      #121-1
  9. #120 ramail (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:48
    กริ้ดดดดดด เซบบี้ล่ะตะเอง * //// * 

    มีเรียกตัวลงตัวเล็กด้วย เเหม.... นายนี่ละก็... (เขิน)(จะเขินทำไม-----)

    ว่าเเล้วว่าสายตาที่จ้องชาวไร่ในตอนนั้นเป็นสายตาของเซบ.... อุ๊ย เซบหึงละ.... ดีเเล้วที่นายไม่ได้ไปชายหาดต่อ ไม่งั้นอาจเจอชาวไร้อ่อยเเอลิออลได้ เเค่กๆๆๆๆ
    #120
    1
    • #120-1 caffeine_811(จากตอนที่ 13)
      27 พฤษภาคม 2559 / 22:28
      ถ้าเซบบี้ไปชายหาดชาวไร่เราจะรอดมั้ยคะเนี่ย 55555555
      ความจริงนางเรียกชาวไร่ว่าตัวเล็กแต่คือนางก็ตัวเล็กน----
      #120-1
  10. #119 “ ขาหมู . (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:22
    โอ๊ย ฟินน ชอบที่เซบบี้เรียกชาวไร่ว่า
    ตัวเล็กมาก แถมยังบอกรักอีก
    อีกไม่นานคงจีบติดแล้วสิ อยากให้ถึงเร็วๆจังเซบบี้จะได้
    กลายเป็นของชาวไร่สักที คิคิ
    #119
    1
    • #119-1 caffeine_811(จากตอนที่ 13)
      27 พฤษภาคม 2559 / 22:27
      ขอสารภาพว่าฉากที่พูดว่าตัวเล็กแต่งเสร็จก่อนแล้วค่อยไปแต่งอันอื่นค่ะ ความฟินทำให้เราต้องแต่งก่อน โอ้ย 555555
      เซบบี้นางโดนอ้อยจนใจอ่อนแล้วค่ะ มีหึงด้วย เขิน ///b
      #119-1