[Fic Stardew Valley : Sebastian x You] ชาวไร่มือใหม่หัวใจงุ๊งงิ๊ง

ตอนที่ 10 : Chapter 9 : ทะเล่อทะล่าลงเหมือง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 732
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    20 พ.ค. 59

Chapter 9 : ทะเล่อทะล่าลงเหมือง

            หลังจากสัปดาห์นั้นผ่านมา สุดท้ายผมก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนพึ่งเหมือนตายอยู่ในโรงพยาบาล และคอยให้คุณหมอดูแลมาตลอด ทั้งป้อนข้าวป้อนน้ำที่ความจริงไม่ต้องทำก็ได้ เช็ดตัว และดูแลปิดไฟในห้องพัก พร้อมเล่านิทานก่อนนอน

            ผมเหมือนเด็กที่ทำอะไรเองไม่เป็นเลย งานที่ฟาร์มก็ไม่ได้ทำ ได้แต่ให้หมอไปช่วยป้อนข้าวป้อนน้ำไก่ที่บ้านส่วนแมวให้มันนอนไป เดี๋ยวมันก็หาข้าวกินได้เอง ผมไม่เคยให้อาหารมันทุกวันมันยังอยู่ได้เลย

            แต่โชคดีนะ ว่าบริการพิเศษจากคุณหมอที่ทำตัวเหมือนพยาบาลไม่ได้คิดเงินเพิ่มไปในค่ารักษา เขาบอกผมว่าเป็นค่าที่ผมคอยล่อลวง เอ้ย เลี้ยงเขาด้วยกาแฟมาตลอด

            ผมควรดีใจใช่ไหม 

            คุณได้กลับบ้านแล้วนะ

            น้ำตาแทบร่วงหลังจากได้ยินประโยคที่หมอบอกผมมา ฮาร์วี่ย์ส่ายหน้าเอ็นดูให้ผมที่น้ำตาคลอ มือหนาเหมือนจะหันไปหยิบกล่องทิชชูมาให้ผมด้วยซ้ำ

            ไก่ผมยังไม่ตายใช่ไหม

            ยังอยู่ดีกินดีแถมยังดีกว่าคุณด้วยซ้ำ

            แล้วมันออกไข่ไหม

            ออก ผมเก็บไว้ที่ตะกร้าในเล้าเรียบร้อยแล้ว คุณไปดูเอาละกัน

            ขอบคุณนะครับหมอ

            ผมดี้ด้าดีใจก่อนยื่นค่ารักษาพยาบาลให้หมอไป ถึงจะไม่หายสนิทแต่ก็ดีกว่าวันแรก แถมผมยังได้ฮีทเตอร์กลับมาฟรีเหมือนสงสารผมด้วย แต่ก็ดีแล้ว

            แต่คุณสำนึกตัวเองไว้นะว่ายังไม่หาย ยังไงก็อย่าฝืนทำอะไรละกัน

            ครับๆ

            รับมาส่งๆ ไปอย่างนั้นแหละ ผมก็คงทำตามปกติของผมที่วางแฟนไว้ก่อน อย่างนำผลไม้ไปหมักไวน์ หมักแยม ให้อาหารสัตว์ ที่สำคัญก็คือการไปเหมืองและตกปลา

            ความจริงอะไรที่ต้องทำมันก็น้อยนะ เพราะว่าปลูกพืชไม่ได้ เหมือนชีวิตประจำวันของคนอย่างผมดูน้อยลงไปเลย ยกเว้นว่าผมจะซื้อพวกต้นใหญ่มาอ่านะ

            นี่ครับ

            คุณหมอฮาร์วีย์หยิบผ้าพันคอมาพันคอผมจนแน่นอย่างกับจะไม่ให้ผมหายใจอย่างไรอย่างนั้น เจ้าตัวพันหลายทบเหมือนกลัวว่าผมจะป่วยอีกอย่างไรอย่างนั้น แล้วขยี้ผมจนยุ่งไปหมดทั้งหัว

            “คนในเมืองแท้ๆ พอมาอยู่ข้างนอกก็ป่วยหรอ หน้าหนาวมันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นี่”

            “ก็ผมมนุษย์เมืองร้อนนี่นา เจอแบบนี้ก็ต้องป่วยเป็นธรรมดา”

            “ทำไมไม่เอาฮีทเตอร์จากไก่มาไว้ที่บ้านละ”

            “เดี๋ยวไก่ตายไม่เอาอ่ะ”

            “โอเค ช่างมันดีกว่า”

            หลังจากที่หมอยอมเป็นคนตัดบทเอง ผมก็เดินเข้าไปที่ร้านปิแอร์ แต่รู้สึกเหมือนกะอักกะอวนเหมือนมีคนจ้องมองตลอดเวลา แต่พอหันไปก็ไม่มีอะไรนอกจากความขาวโพลนของหิมะที่ตกปรอยลงมา

            ผมคงคิดไปเองสินะ

            “หวัดดีครับปิแอร์”

            “อ้าวไอ้หนู ไม่เจอตั้งนาน ได้ข่าวว่าป่วยหรอ”

            “ก็ประมาณนั้นครับ”

            ผมตอบอ้อมแอ้ม มีใครในโลกบ้างที่อยากป่าวประกาศว่าตัวเองป่วยให้คนอื่นขำเล่น ถึงมันจะเป็นเรื่องธรรมชาติก็เถอะ แต่ผมไม่ไว้ใจปิแอร์ บอกไปเดี๋ยวขำ

            “เอาเถอะไม่ว่าอะไรหรอก หายแล้วหรือไงนั่น และจะซื้ออะไรล่ะ”

            “ก็เกือบจะหายแล้วครับ ผมจะซื้อกระเป๋าใบใหญ่นั่นน่ะครับ ใบเล็กของผมตอนนี้จุอะไรไม่ได้มาก”

            “เอาสิ หมื่นนึงนะ”

            มือบางค้นประเป๋าหยิบกระเป๋าสตางค์หนังสีน้ำตาลแก่ออกมาเปิดพร้อมหยิบแบงค์พันสิบใบขึ้นมานับและยื่นให้คนตรงหน้า

            ปิแอร์นับเงินแล้วเก็บใส่เครื่องคิดเงิน มือหนายื่นบิลพร้อมกับกระเป๋าเป้สีฟ้าที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม

            ร่างบางหลังจากได้ของตามที่ต้องการก็เดินออกไปข้างนอกทันที พอเปิดประตูลมหนาวก็พัดตีเข้ามาจนขนลุกชันไปทั้งร่าง ก่อนจะพยายามเดินพาตัวเองกลับบ้าน

            ระหว่างทางคนตัวเล็กก็ได้แต่กอดตัวเองด้วยความหนาว ร่างเล็กสั่นระริกอย่างช่วยไม่ได้ แต่ยังโชคดีที่ยังได้ผ้าพันคอของหมอช่วยไว้บ้าง

            กลิ่นของยายังติดอยู่ที่เนื้อผ้าอยู่เลย แต่มันกลับไม่เหม็นมาก กลับกันมันกลับหอมจนฟุ้งไปหมดจนผมแทบจะเมายาอยู่แล้ว ยิ่งหนาวก็ยิ่งสูด

            เหมือนโรคจิตเลย

            แต่เอาเถอะไม่เป็นไรหรอก หมอไม่รู้

            คิดไปคิดมาผมก็เดินกลับมาถึงฟาร์มแล้ว แต่ว่าไม่ได้มาแค่ตัวเปล่านะ ผมเก็บผลไม้ข้างทางมาเป็นกระบุง ผมกลับบ้านมาเก็บกระเป๋าสะพายสีแดงแล้วเดินออกมารับลมหนาวข้างนอก

            วันนี้ทำอะไรดีนะ

            ผมสอดส่องไปในฟาร์มที่ผมแสนจะภาคภูมิใจ ตอนแรกมันเป็นเพียงที่ดินที่มีแต่ต้นไม้และซากหญ้าที่ขึ้นเต็มไปหมด ตอนนี้มันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมาแล้ว ถึงจะเละเทะอยู่บ้าง

            แต่ในอนาคตจะต้องสวยแน่นอน

            ต้นไม้ที่ยังไม่โตมากก็ถูกจัดวางให้เป็นระเบียบ มันคงโตเต็มที่ภายในเดือนนี้แน่นอน ต้องขอบคุณคุณหมอที่นำมาปลูกให้ละนะ ถึงตอนนี้จะมีแค่สามต้นก็ตาม

            “เอ๋ เหมือนว่าขวานยังเป็นแค่ขวานเงินอยู่เลย”

            เหมือนจะนึกขึ้นอะไรได้บางอย่างกลายเป็นว่าโพ่งออกมาแล้ว อย่างอื่นเป็นทองแล้ว ทั้งแต่อุปกรณ์ขุดเจาะไปถึงอุปกรณ์ดูแลพวกพืชผัก มีแต่ขวานที่แหละที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรเพิ่ม

            เอาเป็นว่าวันนี้ไปเหมืองละกัน

            ตอนนี้เองก็ยังไม่เที่ยง ดังนั้นผมมีเวลาเหลือเฟือที่จะทำอะไรต่อมิอะไรในวันนี้ทั้งวัน ถึงหมอจะบอกว่าผมยังไม่หายดีแต่ว่าผมพึ่งออกมาทั้งทีวันนี้อาจจะแข็งแรงที่สุดแล้วก็ได้

            ถ้าเป็นอะไรผมคงไม่ตายในเหมืองแน่นอน

            ผมใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการเดินไปถึงเหมือง ผมว่าผมควรจะไปสร้างคอกม้ากับโรบิ้นให้เร็วที่สุดนะ แต่ขอเห็บของก่อน ตอนนี้ผมอยากให้บ้านตัวเองมีฮีทเตอร์มากกว่า

            พอมาถึงหน้าเหมืองผมเอาผ้าคนคอมาซับหน้า ถึงจะไม่มีเหงื่อออกเพราะอากาศที่หนาวเหน็บแต่ก็เหนื่อยไม่ใช่เล่นเหมือนกันในการเดินมาร่วมกิโลแบบนี้

            ร่างบางเดินไปถึงหน้าลิฟต์ นิ้วเรียวไล่ไปตามชั้นแต่ละชั้นเหมือนกำลังคิดอะไรบางอยู่ก่อนจะกดไปที่ชั้น 90

            ตั้งแต่ชั้นนี้ลงไปก็มีทองเยอะอยู่นะ

            คนตัวเล็กลงลิฟต์ไปไม่กี่นาทีก็ถึงชั้นนั้น ผมปีนบันไดลงไปอีกขั้นเพื่อจะไปเก็บทอง แต่กลายเป็นว่าแอบหน้ามืดเล็กน้อย

            นี่ผมคิดถูกไหมเนี่ยที่มาเหมือง

            พอลงมามีเพียงแสงจากคบเพลิงที่จุดเพียงไม่กี่ที่เท่านั้น ยิ่งทำให้ผมใจไม่ดีเลยล่ะ ชั้นนี้ยิ่งมีสัตว์ประหลาดมากมายอีก

            ไม่ทันจะคิดอะไรมากเหมือนผมจะถูกโจมตีจากข้างหลัง ซ้ำร้ายว่าเหมือนจะไม่เหมือนอะไรอีก

            เวรแล้วไง

            ผมหยิบดาบออกจากฟักที่สะพายไว้ด้านหลัง มือบางกำไว้แน่แล้วพยายามดึงสติตัวเองกลับมา ใบหน้าหวานหันซ้ายหันขวาสำรวจทั่วก่อนเห็นตัวการที่ตัวสีดำมืดเช่นเดียวกับบรรยากาศรอบข้าง

            ปลายดาบกรีดเนื้อของสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวนั่นจนมันร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด จนกระทั่งผมฟาดลงไปกลางลำตัวของมันจนผ่าซีกออกมา แต่ทำได้เพียงครึ่งตัวเท่านั้นก็เหมือนมีลูกไฟจากด้านหลังถูกพุ่งเข้ามาจนหลังเป็นรอยแผลไหม้

            ยังโชคดีอยู่ที่สัตว์ประหลาดสีดำน่ากลัวนั่นตายไปแล้ว เหลือเพียงตัวกลมสีชมพูที่เหมือนจะสังเกตผมอยู่ด้านหลัง ผมทำได้เพียงแค่ซิกแซกหลบลูกไฟขนาดเล็กที่พร้อมจะโจมตีผม วันนี้ผมจะได้ทองกลับไปไหมเนี่ย

            คิดมากเดี๋ยวก็ตายอีก ผมผละจากความคิดอันสั้นกลับมาสู่ความจริง แล้วย้อนไปด้านหลังปีศาจตัวนั้นแล้วแทงเข้าไปกลางลำตัว ปลายดาบเปื้อนเลือดสีเข้มกว่าผิวของมันนิดเดียวก่อนที่มันจะสลายไปกับอากาศ

            หลังจากสองตัวนั้นโชคยังช่วยที่พวกมันไม่มีอะไรมาก ผมเลยได้แต่นำพลั่วหินมาขุดทองไปจนได้มาเกือบ 10 ก้อน แม้จะดูน้อยนิดถ้านำไปหลอมจนกลายเป็นแท่งทองก็ได้มาเกือบ 2 แท่งเท่านั้น พอหันไปอีกทีผมก็เจอกับบันไดพอดี

            โชคดีอยู่แฮะวันนี้

            แม้จะไม่ได้เปลืองพลังงานมาก ผมก็เดินลงไป แม้ตอนนี้ผมจะรู้สึกแย่ลงมาเล็กน้อย ทั้งมึนทั้งคลื่นไส้ ด้วยความที่ยิ่งลงต่ำความดันยิ่งมาก แถมยังเหนื่อยอีก ทำให้ผมแทบอยากจะเป็นลมไปเสียเดี๋ยวนี้

            วันนี้ผมคงไม่พร้อมจริงๆ

            ผมหวังแค่ว่าจะเดินลงไปแล้วกลับขึ้นมาใหม่ตรงบันไดที่ขึ้น แต่พอลงไปแล้ว กลายเป็นว่ามีค้างคาวมาทางผมจนผมขึ้นไม่ทัน

            “เวรแล้วไงวะ”

            ผมสบถคำหยาบออกมาอีกมากมาย ได้แต่ป้องมือกันค้างคาวที่กรูเข้ามาหลายตัว แต่ด้วยสติที่เลือนลางอยู่แล้วทำให้กลายเป็นว่าผมตกบันไดลงมาเลย

            ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลงไปพร้อมกับร่างบางที่สลบลงไป

 

            “อื้อ ไอ้เวรทูน่าอย่ามาแตะพ่อดิ”

            “ทูน่า”

            “ทูน่า!

            “บอกให้หยุดไงทูน่า”

            “นี่เซบาสเตียน ไม่ใช่ทูน่า”

            “เอ๋”

            หลังจากที่สลบลงไปเหมือนผมมารู้สึกตัวอีกที เบาะนุ่มที่ผมสัมผัสอยู่ทำให้ผมรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ในเหมืองแน่นอน ห้องนอนหรอ แถมเซบาสเตียนยังอยู่อีก ตอนแรกผมนึกว่าทูน่า ไอ้แมวสีส้มหน้าตาน่าเกลียดที่ผมเลี้ยงไว้ซะอีก

            “นายไปนอนตายอะไรในเหมือง”        

            “เอ๋?”

            หลังจากนั้นเขาก็เงียบไปทันที เหมือนกำลังงอนผมอย่างไรอย่างนั้น

            เอ๋? เอ๋? ผมทำอะไรผิดไป เฮ้ย หันมาพูดกันก่อนสิ เซบาสเตียน          

**********************

สวัสดีค่ะทุกคน

ขอโทษที่วันนี้อัพช้านะคะ แม่เพิ่งมาบอกว่าวันนี้จะค้างอีกบ้านเลยไม่ทันได้เตรียมใจ

มาถึงบ้านอีกทีนู่น สี่ทุ่ม โถ แล้ววันอื่นก็เลิกถึงบ้านทุ่มนึ่งค่ะ แทบไม่ทำอะไร ส่วนการบ้านลอกเพื่อนพรุ่งนี้ยังทัน เย้

อาจจะอัพไม่บ่อยอย่าว่ากันนะ ขอโทษละกันค่ะ ทั้งที่ต้องจบนานแล้วเรื่องดันยืดอีก

คือคิดสดค่ะ เนื้อเรื่องเราต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ถถถถ

แล้วทุกคนว่ายังไงกับการตอบคอมเม้นคะ ชอบหรือเปล่าหรือว่ารำคาญยังไง

ปกติไปเม้นนิยายคนอื่นก็ไม่รู้ว่านักเขียนเค้าตอบแล้วรู้สึกยังไง แต่ยังไงก็จะตอบต่อไปเรื่อยๆค่ะ

แต่อาจจะดองบ้างนะ แต่เดี๋ยวตอบแน่นอนสัญญา 5555

ตอนหน้าเราจะเห็นความซึนและงอนของเซบบี้ชัดๆ ค่ะ รู้สึกเขินแทน ฟฟฟฟ

จะอัพไม่ให้นานมาก นี่ก็ล่อเวลาไปตั้งนานกว่าจะอัพที โถ

ไม่อัพนาน บ่นเลยเยอะ ขอบคุณค่ะ :)

ถุงคาเฟอิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #142 porukimi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 00:40
    เซบบี้ต้องมาดูแลเยอะๆแล้ว ลั่นตรงเซบบี้กลายเป็นแมวน้อยทูน่า
    #142
    0
  2. #106 ramail (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 12:12

       จะผิดไหมที่เราไปโฟกัสหมอ ฟฟฟฟ  อัลไลคือดูเเลอย่างดี เเถมยังพันผ้าพันคอให้อีก เเล้วคือชาวไร่คะ...  อะไรคือเเอบสูดกลิ่นผ้าพันคอ !@##%&^*(()#$$%&#@!!

       ตอนหน้ารอเซบออกค่ะ อิอิสส


       (ตอบไรท์)

    - อัพช้า เรื่องยืด(?) ไม่เป็นไรค่ะ ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า รอดูความมุ้งมิ้งของชาวไร่กับหนุ่ม(?)ในหนุ่มบ้านค่ะ

    - ตอบคอมเม้นก็ดีเเล้วค่ะ ชอบบ เม้นก็เพราะให้กำลังใจ + อยากคุย  ในฐานะนักเขียนเวลาที่เราตอบคอมเม้น เราก็รู้สึกว่าอยากคุยกับคนอ่านค่ะ เลยตอบ เเต่ไม่รู้ว่าคนอ่านคิดยังไงกับเรานี่สิ ฟฟฟฟ
     

    #106
    2
    • #106-1 caffeine_811(จากตอนที่ 10)
      21 พฤษภาคม 2559 / 16:59
      ขอบคุณสำหรับตอบคำถามนะคะ คือเคยไปถามเพื่อนว่ารู้สึกยังไงกับเวลาตอบคอมเม้นเพื่อนก็บอกว่าเฉยๆ แต่พอเราบอกพวกนางว่า นี่ตอบทุกคนคอมเม้นเลยนะ แม่นางทำหน้าแบบอู้วหูวแล้วกินข้าวต่อ 5555 แต่ว่าจะตอบคอมเม้นต่อไปค่ะ ทุกคอมเม้นคือกำลังใจของเราค่ะ ;w;b
      ส่วนผ้าพันคอหมอนี่เป็นนิสัยส่วนของคนเขียนที่เป็นสิ่งมีชีวิตชอบดมผ้าทุกชนิดบนโลก แล้วนี่คนหล่อให้มาจะดมให้พรุนเลยค่--- เอ๊ะ ถถถถถถ
      #106-1
    • #106-2 ramail(จากตอนที่ 10)
      21 พฤษภาคม 2559 / 19:04
      นั่นสิคะ คอมเม้นเป็นกำลังใจจริงๆ ' w ' b

      เเหม่ ดมเป็นนิสัยเหมือนกันเลย--------------- #หืม?
      #106-2
  3. #105 Zethius (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 11:30
    เซบบี้เค้าซึนและปากแข็ง ^w^
    #105
    1
    • #105-1 caffeine_811(จากตอนที่ 10)
      21 พฤษภาคม 2559 / 16:55
      ซึนมากไปชาวไร่เราก็งงนะคะ เดี๋ยวนกคู่ 5555
      #105-1
  4. #104 สาวน้อยผู้มาดแมน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 08:23
    อาา เซบบี้มีบทแล้วว //ปรบมือ
    #104
    1
    • #104-1 caffeine_811(จากตอนที่ 10)
      21 พฤษภาคม 2559 / 16:55
      นางเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาน้อยแต่พองามค่ะ ถถถถถถถ
      #104-1
  5. #103 Vates (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 00:58
    ฮาตอนละเมอถึงทูน่า555555พูดแล้วก็หิวเลย...ไม่ใช่ละ จะรอเซบบี้ออกโรงเยอะๆตอนหน้านะคะ > < ~อิอิ~
    #103
    1
    • #103-1 caffeine_811(จากตอนที่ 10)
      21 พฤษภาคม 2559 / 01:14
      ชื่อนี้ไม่มีแรงบันดาลใจอะไรทั้งนั้นค่ะ เนื่องจากคนเขียนคนงามนึกถึงปลาทูน่าได้พอดี ถถถถถถถ เซบบี้นางออกโรงเยอะแน่ค่ะ คนของนางดันไปอ้อยหมอก่อย ต้องจัดการ ถถถถถ
      #103-1
  6. #102 tingtingg4213 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 23:51
    คนสวนเอ้ยยยยย ยังไม่หายดียังจะทำงานหนักเนอะ เตรียมสู่ขอเซบบี้ช้ะ? 55555
    มาต่อเร็วๆนะ คิดถึง ^-^
    #102
    1
    • #102-1 caffeine_811(จากตอนที่ 10)
      21 พฤษภาคม 2559 / 01:13
      ต้องรีบต่อเติมบ้านอีกครั้งค่ะ จะได้แต่งแล้วมีลูกไวๆ ฟฟฟฟฟฟฟหกดเ้่าส
      #102-1