[The Gang #6] The Cold War : สงครามรักอันตราย [ จบ ]

ตอนที่ 9 : Ashamed [ อับอาย ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 พ.ค. 57




บทที่ 7
Ashamed

ฉันนั่งกอดเข่าตัวเองบนพื้น มีเพียงแค่เตียงกั้นระหว่างฉันกับสกาย ฉันไม่กล้าหันไปถาม หรือแม้แต่จะหันไปมองเขา หลังจากสิ่งที่เราพลั้งมือทำลงไปด้วยกันเมื่อกี้ ฉันรู้สึกขยะแขยงตัวเองที่เผลอไปกับเขาแบบนั้น ฉันรู้จักตัวเองดีมากพอจนรู้ว่า ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันเอาตัวรอดได้สบาย เรื่องแบบนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นถ้าหากว่า...

ฉันไม่ได้เผลอใจไปกับเขาด้วย...

ครั้งก่อนเธอแทบฆ่าฉัน...” สกายพูดขึ้นมาก่อน ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดระหว่างเราสองคน

ครั้งนี้ฉันแค่ออมมือให้" ฉันสวนกลับทันที ก่อนจะกัดริมฝีปากตัวเองแน่นอย่างละอายใจ

ทำไม... ถึงทำแบบนั้น

ฉันอยากจะถามสกายออกไป อยากจะตะโกนใส่หน้าตัวเองในกระจกด้วยคำถามเดียวกัน แค่ยกเท้าเตะหมอนั่นก็ลอยกลิ้งออกไปจากเตียงได้แล้ว แต่ทำไมฉันถึงปล่อยให้เขาทำแบบนั้นตั้งนานสองนาน บ้า บ้าที่สุดเลย... ฉันเกลียดตัวเอง ขยะแขยงตัวเองจนอยากจะเอาหัวโขกกับโต๊ะให้ตาย

เธอไม่ได้ต่อต้านฉันเลยนะ...” สกายพูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ

...”

กลับกัน... เธอกลับ... จูบตอบฉัน" สกายพูดต่อ

ฉันถึงกับผงะ แม้ไม่ได้มองหน้าเขาแต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนโดนจ้องอยู่ตลอดเวลา มือทั้งสองกำแน่น

ลืมมันไปซะ สกาย ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นที่นี่" ฉันว่าแล้วลุกขึ้นก่อนจะหันไปมองเขา

สกายยืนนิ่งมองฉันอยู่ตรงนั้น ฉันเกลียดหน้านิ่งๆ ของนายจริง...

ฉันลืมไม่ได้หรอก เธอเองก็ลืมไม่ได้ ถ้าสั่งสมองให้ลืมได้ เธอคงไม่เป็นเหมือนอย่างที่เป็นหรอก อกหัก...”

อึก คำพูดของเขาแทงลงเข้ากลางใจฉันเต็มๆ

ใช่ ถ้าลืมได้ง่ายๆ ฉันก็คงไม่เป็นอย่างที่ฉันอยู่ตอนนี้

อะไรที่เกิดขึ้นที่นี่ ก็ขอให้มันจบที่นี่ก็แล้วกัน ฉันจะไม่พูด นายเองก็ไม่ต้องคิดถึงมันอีก"

ฉันว่าแล้วเผลอเอามือแตะริมฝีปากตัวเองอย่างหงุดหงิดและขัดใจตัวเอง ก่อนจะรีบคว้าเป้สะพายหลังแล้วเปิดประตูเดินออกไปจากห้องของเขา ออกไปให้พ้นจากรัศมียี่สิบเมตรรอบตัวคนบ้าอย่างไอ้หมอนี่ ให้ตายเถอะ ฉันเกลียดมัน ไปตายซะ สกาย นายมัน... โง่ งี่เง่า ทุเรศ ฉวยโอกาสที่สุดเลย

ฉันเปิดประตูห้องตัวเองเข้าไป ก่อนจะโยนกระเป๋าและของทุกอย่างลงบนพื้นแล้วทรุดตัวลงนั่งเอนหลังพิงกับขอบเตียงอย่างเหนื่อยล้า มือขวาเผลอหยิบกองหนังสือฟิสิกส์ที่กองอยู่หน้าทีวีขึ้นมาแล้วเปิดออกไปยังหน้าที่ 289 ภาพถ่ายที่เก่าและยับ แถมยังเปียกน้ำของฉันกับ 'เขา' เสียบไว้ที่กลางหน้าหนังสือ

ฉันหยิบรูปออกมาดู มันคือรูปถ่ายใบแรก และรูปถ่ายใบเดียวของฉันกับอาก้า รูปที่ไม่เคยมีใครเห็นนอกจากฉันและอาก้า รูปที่ฉันแอบปริ้นท์เก็บไว้เพราะไม่ต้องการให้มันหายไปจากความทรงจำ ฉันในภาพกำลังยิ้มกับอาก้า สายตาของฉันไม่ได้มองกล้องแต่กำลังมองไปที่เขา อาก้าเป็นคนถ่ายรูปนี้ หมอนั่นยิ้มให้กล้องแต่ตามองมาที่ฉัน...

อาก้า ฉันคิดถึงนาย...

เบอร์โทรศัพท์ของนายฉันยังคงจำได้ แต่ฉันไม่มีสิทธิ์โทร.ไปหาอีกแล้ว...

 

ฉันตัดสินใจโดดเรียนซัมเมอร์ทั้งหมด เพราะฉันเรียนเนื้อหาทั้งหมดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่... สองวันสุดท้าย ซึ่งก็คือวันเข้าค่ายเพื่อสอบแยกห้อง ฉันจะขาดไม่ได้ TT_TT ถ้าโดนจับได้นี่เป็นเรื่องใหญ่แหงๆ เลย เพราะงั้น ไม่หาเรื่องใส่ตัวเพิ่มอีกเรื่องจะเป็นการดีที่สุด ตอนนี้ฉันมีเรื่องให้ต้องคิดมากพออยู่แล้ว เพราะงั้น... ฉันจึงต้องจัดกระเป๋าเพื่อไปเข้าค่ายโง่ๆ น่ันที่โรงเรียน

เสื้อผ้า ชุดชั้นใน ยาประจำตัว ซึ่งก็ไม่มีอะไรนอกจากยาพาราเซตามอล แต่ ณ จุดนี้ดูเหมือนสิ่งที่ฉันต้องการคือยาระงับประสาท =___= ชีวิตหนอชีวิต ทำไมมันถึงได้วุ่นวายยิ่งกว่าใยแมงมุมแบบนี้ แถมชะตาของฉันดูเหมือนจะขาดได้ตลอดเวลาอีกต่างหาก อยากจะหนีก็ไม่รู้ว่าจะหนีไปไหน ทุกวันนี้เงินที่ใช้ในกระเป๋าก็เงินของคนข้างๆ ห้อง(สกาย) เฮ้อ ค่าเทอม ค่ากิน ค่าหอ ค่าอยู่ นี่ฉันจะติดหนี้มันไปอีกกี่ปีกี่ชาติกัน

ฉันเปิดประตูออก ก่อนจะปะเข้ากับคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุดในตอนนี้

สกาย...

ฉันตั้งใจจะปิดประตูโครมใส่หน้าหมอนั่น แต่ไอ้บ้ามือไวดันยื่นขาออกมาขวางไว้

ไม่ไปค่ายเหรอ ?” หมอนั่นถามด้วยสีหน้าเฉยชาเหมือนเมื่อวันก่อนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ฉันพยักหน้าแกนๆ แล้วทำท่าจะปิดประตูใส่

ไปด้วยกันไหม ?” เขาถามแล้วผลักประตูเข้ามา

ไม่... ฉันตอบในใจแล้วส่ายหน้า แต่เขากลับคว้าเป้ใส่ของของฉันที่วางอยู่บนพื้นขึ้นไป

อ้าว... ไอ้บ้านี่... แล้วจะถามทำซากอะไรของมัน

 

ปราณปรียา ?” อาจารย์เรียกชื่อของฉันแล้วเงยหน้ามอง "เธอขาดเรียนไปตั้งหลายวัน...”

หนูไม่สบายค่ะ...” ฉันก้มหน้าก้มตาตอบ เหงื่อออกซึมชื้นบนฝ่ามือ

อืม... บังเอิญจริงนะ พันเมฆาก็ขาดเรียน แถมเธอสองคนยังมาโรงเรียนด้วยกันอีก"

อาจารย์ว่าแล้วเหล่มองไปที่สกายที่ยืนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ริมหน้าต่าง ฉันถึงกับขมวดคิ้ว หมอนั่นขาดเรียนด้วยเหรอเนี่ย ? แล้วเขามีเหตุผลทางจิตอะไรให้ขาดเรียนกัน ฉันต่างหากไม่ใช่เหรอที่ต้องคิดมาก -__- ไอ้หมอนั่นเป็นคนทำเรื่องแท้ๆ เอ๊ะ หรือว่าเขาจะป่วยจริง ??

ฉันหยิบป้ายชื่อจากอาจารย์แล้วกลัดไว้ตรงหน้าอก ก่อนจะเดินไปหาสกาย

นายไม่ได้ไปเรียนเหรอ ?” ฉันถามขึ้นแล้วกอดอกมองหน้าเขา "เป็นอะไร ?”

โรคเดียวกับเธอ" เขาหันมามองฉันแวบเดียวแล้วตอบ ก่อนจะกลับไปจ้องหน้าจอโทรศัพท์เหมือนเดิม

...โรคประสาทขั้นต้นเรอะ"

ฉันด่าหมอนั่นเบาๆ โทรศัพท์ในกระเป๋ากระโปรงสั่น ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาก่อนจะกดปุ่มรับสาย

อยู่ที่ไหนน่ะ ?”

แล้วแกเป็นใครล่ะยะ ?

ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นดูหน้าจอ อ้าว... เจ้านาย...

ทำไม ?” ฉันถามกลับ "เพิ่งเช็คชื่อเสร็จเนี่ย"

เธออยู่กับสกายนี่" เขาว่าด้วยน้ำเสียงขัดใจเล็กๆ "ฉันจะปกป้องเธอได้ไงถ้าทำตัวติดกับมันแบบนั้น"

นายก็มาหาฉันเองสิ"

ฉันว่าแล้วกดวางสายอย่างสะใจเล็กๆ เมื่อวานเขาบอกเองว่าจะทำตามคำสั่งฉัน วันนี้ก็ทำให้ได้แล้วกัน เหตุผลที่เขาให้ฉายาฉันว่า ควีน ไม่ใช่แค่เพราะฉันเป็นหัวหน้าของเซเว่นซินส์ แต่ส่วนหนึ่งมันมาจากนิสัยของฉัน... ครั้งหนึ่งเพื่อนฉันเคยบอกว่า ถ้าเขาไม่รู้จักฉันจริงๆ เขาคงเกลียดขี้หน้าฉันมาก เขาบอกว่าฉันมันทั้งหยิ่งทั้งเชิดจนแทบจะไม่อยากเข้าใกล้ แถมยังสูงเกินไปจนไม่น่าจะเกิดมาเป็นผู้หญิง(ฉันอยากตบมันมาก...)

นายน้อยเหรอ ?” สกายว่าแล้วหันมามองฉัน

อืม...” ฉันว่าแล้วเลิกคิ้วก่อนจะมองหน้าเขา "มาเฟียล่ะ ?”

กายยยยยยยย!!!!~”

เสียงผู้หญิงแจ๋นๆ ดังมาจากไกลๆ ฉันและสกายหันไปมองในทันที

อืม... คนอะไรตายยากจริงๆ = =

ร่างเล็กวิ่งเข้ามาหาสกายด้วยความเร็วแสง ผมบ๊อบยาวประบ่าที่มัดจุกเล็กๆ ไว้บนหัวพลิ้วตามลม ตากลมๆ มองตรงมาที่สกายอย่างไม่คิดจะปิดบังอารมณ์เลยแม้แต่น้อย เออ รู้แล้วว่าชอบไอ้นี่มาก แต่ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ขอเถอะ เก็บอาการหน่อยค่ะ อย่าแสดงออกให้มันมากนัก

ฉันยังคงแปลกใจเล็กๆ ที่ยัยนี่ยังไม่ยอมให้... นายน้อย เอ่อ แตะต้องล่ะมั้ง ? ฉันไม่กล้าใช้คำอื่น

ก็ดูยัยนี่ทำตัวเข้าสิ แสดงออกเต็มที่ว่าชอบสกาย ทั้งๆ ที่ยังไม่เลิกกับนายน้อยด้วยซ้ำ...

มาเฟียกระโดดกอดคอสกายอย่างโหยหาราวกับว่าไม่ได้เจอกันมาเป็นสิบปี ก่อนจะซุกหน้ากับหน้าอกหมอนั่นแล้วพึมพำอะไรซักอย่างที่ฟังดูแล้วเลี่ยนหูจนอยากจะอ้วก... น้อยๆ หน่อยเถอะมาเฟีย ถือว่าเห็นแก่สถาบันลูกผู้หญิงด้วยกัน เฮ้อ... สกายเองก็ด้วย บ้าเอ๊ย ทำไมถึงไปเล่นกับยัยนั่นแบบนั้น อี๋ อยากจะอ้วก แหวะๆ

ดะ เดี๋ยวนะ...

ถ้านายน้อยมาที่นี่ แล้วเจอกับ... มาเฟีย

หยาง!!”

ฉันหันขวับไปมองตามเสียงเรียก นั่นไง เอาเข้าแล้วสิ ให้ตายเถอะ คุณพระคุณเจ้า... นายน้อยเดินมากับฟีฟ่าเพื่อนของเขา ทั้งสองคนอยู่ในชุดนักบาสเก็ตบอล จะว่าไปฉันยังไม่เคยเห็นเขาใส่ชุดอื่นนอกจากชุดนี้เลยนะ หรือว่าที่บ้านนายไม่มีเงินจ่ายค่าชุดนักเรียนนะ... อ๊ากกก แต่... ถ้านายน้อยมาเห็นภาพของมาเฟียกับสกายตอนนี้ละก็...

ไง สกาย ^^” นายน้อยเดินเข้ามาแล้วยกมือทักหมอนั่น ก่อนจะเหลือบตามองมาเฟีย

ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตายยยย

...”

ฉันยืนยิ้มแห้งๆ ให้กับสามคนตรงหน้าอย่างหมดคำพูด สงครามประสาทเล็กๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างเราสี่คน นายน้อยมองหน้ามาเฟียอย่างเย็นชา มาเฟียยิ้มอย่างไร้เดียงสาทว่ามีนัยบางอย่างซ่อนอยู่ ส่วนสกายเงยหน้าสบตากับนายน้อยราวกับผู้ชนะในศึกครั้งนี้ และฉัน... กำลังตีหน้าตายทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

สกายรู้ว่านายน้อยต้องการอะไร

นายน้อยรู้ว่าสกายต้องการอะไร

ส่วนฉัน... อยากจะหนีไปให้พ้นๆ จากที่นี่

ไง มาเฟีย" นายน้อยเอ่ยทักแล้วดึงตัวฉันเข้าไปโอบไว้ "ไม่เจอกันตั้งนานนะ ^^”

โอ๊ยยยย เลิกจ้องตากันแบบนั้นได้แล้ว ถ้าพวกแกเป็นปลากัด ป่านนี้คงออกลูกกันไม่หวาดไม่ไหว

นั่นสิ พอดีฉันไม่สบายเลยไม่ได้มาเรียน มาเฟียเองก็ไม่อยากมาเรียนถ้าไม่เจอฉัน...”

สกายว่าก่อนจะดึงตัวมาเฟียเข้าไปกอดไว้แน่น อึก อะโห โอ้โห อื้อหือ ชัดเจนกว่านี้ได้อีกไหม...

ฉันว่ามาเฟียคงไม่ชอบให้คนกอดแบบนั้นหรอกนะ ยัยนั่นชอบให้คนโอบไหล่มากกว่า แบบนี้...” นายน้อยว่าแล้วเหลือบตามองมาที่ฉันอย่างเจ้าเล่ห์ โธ่ ไอ้... ไอ้สากกระเบือเอ๊ย ฉันก้มหน้านิ่งด้วยความอับอายปนชิงชัง แต่นายน้อยไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายิ้มร่าให้กับมาเฟียและสกายราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ดีใจด้วยนะที่ไปด้วยกันได้ดี... ถ้ามีปัญหาอะไร ก็อย่าลืมแล้วกันว่าฉันยินดีเป็นที่ปรึกษาให้แกเรื่องมาเฟียได้เสมอ...”

สกายยิ้มรับอย่างสุภาพ ก่อนจะตบไหล่ของนายน้อยเบาๆ

ขอบใจนะสำหรับคำแนะนำ แต่ถ้าแกรู้ดีจริง มาเฟียคงไม่ทิ้งแกมาหาฉันหรอก"

โดนเข้าไปอีกหนึ่งดอก เป็นฉันนี่คงสะอึกเลยนะถ้าเจอสวนกลับมาแบบนั้น แต่นายน้อยยังคงเลือกที่จะสวมหน้ากากตีหน้ายิ้มให้สกายอย่างไม่สะทกสะท้านเหมือนเดิม นี่ฉันควรเรียกมันว่าคนเย็นชาหรือว่าหน้าด้านถึงจะเหมาะมากกว่ากันนะ ไม่สิ มันต้องทั้งสองแบบ อูย...

ประกาศจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ ขอให้นักเรียนทุกคนที่ลงชื่อเรียบร้อยแล้ว ทำการหาคู่หูของตัวเอง โดยที่นักเรียนจะต้องทำงานร่วมกับคู่ของตัวเองไปตลอดจนจบค่าย รวมทั้งการติวหนังสือในตอนค่ำ ประกาศซ้ำอีกครั้ง ขอให้นักเรียนทุกคนที่ลงชื่อเรียบร้อยแล้ว ทำการหาคู่หูของตัวเอง โดยที่นักเรียนจะต้องทำงานร่วมกับคู่ของตัวเองไปตลอดจนจบค่าย รวมทั้งการติวหนังสือในตอนค่ำ"

สกายกับนายน้อยยิ้มให้แก่กันอย่างเยือกเย็น สายตาทั้งสองจ้องกันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อให้้ได้ ให้ตายเถอะ ให้ตายเถอะ... ต่อให้พวกแกต่อยหน้ากันตรงนี้เลยยังน่ากลัวน้อยกว่ายิ้มแบบนั้น ฉันที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของทั้งสองคนที่พุ่งชนปะทะกันในตอนนี้

เดาว่าพวกเราคง... ไม่ต้องหาแล้วล่ะ" นายน้อยว่าแล้วก้มลงมองมาที่ฉันก่อนจะยิ้มเย็นๆ ให้

นั่นสิ" สกายพูดก่อนจะจับมือของมาเฟียไว้แน่น "รีบไปหาที่นั่งคู่กันเหอะ เดี๋ยวโดนแย่งที่กันพอดี"

เอื๊อก... สกายไปแล้ว มาเฟียไปแล้ว เหลือแค่ฉันกับนายน้อย...

ซวย ซวยแล้ว... ฉันไม่ได้บอกนายน้อยเรื่องที่ว่าสกายกำลังจีบมาเฟียอยู่

ทำไมเธอไม่บอกฉัน เรื่องมาเฟียกับไอ้เวรนั่น" นายน้อยว่าแล้วกำมือทุบหน้าต่างดังปังจนฉันสะดุ้งตกใจ หมอนั่นมองหน้าฉันอย่างหงุดหงิดแล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้ฉันจนน่ากลัว "แต่... ช่างมันเถอะ ยังไงเธอก็สัญญากับฉันไว้แล้วว่าฉันจะได้แต้มจากยัยนั่น ใช่ไหม ??”

นายน้อยพูดกับฉันเสียงดังจนเหมือนตะคอกใส่กลายๆ

อืม...” ฉันว่าแล้วพยักหน้า ก่อนจะใช้มือดันหน้าอกของหมอนั่นให้ออกห่าง "กฏข้อแรก ห้ามแตะตัวฉัน...”

หา ??”

กฏข้อสอง ห้ามพูดเสียงดังกับฉัน ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน" ฉันว่าแล้วกอดอกมองหน้าเขาอย่างหงุดหงิด

เดี๋ยว...”

ถ้านายยังอยากได้แต้มจากมาเฟีย ก็เงียบ หุบปากแล้วฟังฉัน" ฉันว่าแล้วขมวดคิ้วมองหน้าหมอนั่น "กฏข้อที่สาม ห้ามตั้งคำถามกับคำสั่งของฉัน และมาเฟียกับสกายไปกันได้ไม่นานหรอก กฏข้อที่สี่ ฉันถูกเสมอ เพราะงั้นนายได้ตัวมาเฟียแน่ แต่ยังไม่ถึงเวลาที่สมควร"

หยาง... เธอ... เป็นบ้าอะไรของเธอ ??” นายน้อยถามฉันอย่างหงุดหงิด

กฏข้อที่สาม ห้ามตั้งคำถามกับคำสั่งของฉัน" ฉันว่าแล้วมองหน้าเขา

นายน้อยสบตามองฉันอย่างไม่พอใจ

มีอะไรอีก" เขาว่าแล้วถอนหายใจเบาๆ ด้วยสีหน้ารำคาญ

มี... ฉันรู้จักสกายดีกว่าที่นายรู้จักมัน เพราะงั้นนายอย่าคิดแม้แต่จะทิ้งฉัน เพราะเมื่อไหร่ที่นายพลาด หมอนั่นจะกลับมาเหยียบนายซ้ำจนจมดินแน่ๆ และโอกาสที่นายจะพลาดเมื่อนายไม่มีฉันก็เยอะซะด้วยสิ อย่างเมื่อกี้... ถ้านายไม่มีฉันยืนอยู่ข้างๆ สกายคงเกทับจนนายสติแตกไปแล้ว"

ฉันว่าในขณะที่หัวใจเต้นตึกตัก ให้ตาย ฉันกำลังขู่นายน้อย หึ หยาง ทำได้ดีมาก พลิกสถานการณ์ได้ดีมาก

ถ้าเธอมีกฏ ฉันก็ต้องมีกฏบ้าง" นายน้อยว่าแล้วกัดฟันกรอด

ก็ได้ แต่กฏของนายต้องไม่ขัดกับกฏของฉัน" ฉันว่าแล้วเชิดหน้ามองเขาอย่างได้เปรียบ ชิงลงมือก่อนย่อมชิงแต้มได้ก่อนเสมอในสงครามประสาทแบบนี้ "กฏของฉันคือธรรมนูญ(กฏหมายสูงสุด) ส่วนกฏของนายแค่บังคับใช้ชั่วคราวโดยไม่ขัดกับธรรมนูญของฉัน ตกลงไหม ?"

หนึ่ง ต่อหน้าสกายและมาเฟีย เธอต้องแสดงออกว่าเธอกับฉันรักกันยิ่งกว่ามันสองคน ถ้ามันเดินคู่กัน ฉันจะจับมือเธอไว้ ถ้ามันจับมือกัน ฉันจะกอดเธอ ถ้ามันกอดกัน ฉันจะจูบเธอ ถ้ามัน..."

พอ" ฉันว่าแล้วโบกมือ ก่อนจะกลอกตาใส่ "ก็ได้ ข้อต่อไป"

สอง เพื่อให้สมกับที่เธอเป็นผู้หญิงของฉัน เธอต้องทำตัวเป็นผู้หญิงให้มากกว่าอีกหน่อย"

เขาว่าแล้วมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

"ถ้านี่ยังไม่เป็นผู้หญิงมากพอ ฉันว่าฉันคงต้องแก้ผ้ามาเรียนแล้ว" ฉันว่าแล้วมองเขาอย่างโมโห "นายต้องการอะไร ?”

ผม... ไปหาทางทำให้ยาวกว่านี้ เปลี่ยนจากสีน้ำตาลแดงเป็นน้ำตาลเข้มจะดีกว่ามาก" เขาว่าแล้วจับผมสั้นประบ่าของฉันขึ้นมาหมุนเล่นกับนิ้วมือของเขา หึ นี่นายคงไม่เคยเห็นผมซอยสั้นของฉันเมื่อก่อนนี้สินะ แล้วอีกอย่าง นี่ผมนะ ไม่ใช่ถั่วงอก ที่จะยาวได้ในชั่วข้ามคืน ฉันปัดมือเขาทิ้งอย่างหงุดหงิด เขาเพ่งสายตามองฉันแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ "โรงเรียนนี้อนุญาตให้เธอแต่งหน้ามาเรียนได้ เธอจะแต่งหน้ามาเรียนด้วยก็ได้ แต่ไม่ต้องเยอะ เพราะฉันไม่ชอบ..."

ฉันอ้าปากค้าง

หน้าฉันจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของฉัน!!!” ฉันว่าแล้วทุบหน้าต่างดังปัง "ถ้าฉันใช้ให้นายไปโกนคิ้วนายจะทำไหม ??”

นายน้อยเลิกคิ้ว

ถ้าอิงจากกฏของเธอ ฉันก็คงต้องทำ แต่ถามจริง เธออยากเดินควงกับเณรเรอะ -__-??”

หมอนั่นว่าแล้วใช้นิ้วจับคางของฉันขึ้นมา ฉันกัดฟันกรอดมองหน้าเขา

จริงๆ โกนหัวทิ้งซะก็ดีอยู่หรอก คงสะใจไม่ใช่น้อย แต่ติดตรงที่ต่อจากนี้ฉันต้องควงมันไปไหนมาไหนนี่แหละ...

...นายคงไม่อัปลักษณ์ไปมากกว่านี้แล้วล่ะ" ฉันว่าแล้วปัดมือเขาทิ้งอย่างหงุดหงิด "แค่นั้นใช่ไหม ?”

สาม...” เขาว่าแล้วชูสามนิ้วขึ้นให้ฉันดู "ต่อไปเธอจะเป็นผู้จัดการทีมบาสฯ คนใหม่ และเป็นประธานชมรมเชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียน นั่นหมายความว่าเธอต้องเป็นเชียร์ลีดเดอร์ด้วย แบบนั้นถึงจะสมน้ำสมเนื้อกับคนที่จะเป็นผู้หญิงของฉันสักหน่อย จู่ๆ จะให้ผู้หญิงโนเนม... ไม่สิ เธอเป็นควีนก็จริงแต่ไม่มีใครรู้นอกจากพวกฉัน"

ฉันไม่ไปเต้นแร้งเต้นกากับยัยพวกนั้นหรอกนะยะ!!” ฉันว่าแล้วแหวใส่หมอนั่น

งั้นเธอจะเอาอะไรไปเทียบกับสกายที่กำลังควงลูกสาวผอ.โรงเรียนอย่างมาเฟีย หา ??”

นายน้อยว่าเสียงดังแล้วมองหน้าฉันนิ่ง

ชิ... ก็ได้" ฉันว่าแล้วถอนหายใจเบาๆ อย่างหงุดหงิด "ยังมีอะไรอีก ? จะให้ฉันใส่รองเท้าแก้วมาเรียนด้วยเลยไหม ?”

มี ต่อไปเธอจะต้องเลิกนั่งรถเมล์มาเรียน เพราะฉันจะไปรับส่งเธอเอง เลิกกินข้าวเที่ยงคนเดียว เพราะฉันจะพาเธอไปกินข้าวกับทีมบาสฯ ในห้อง vip ของนักกีฬา เธอจะต้องเลือกคบเพื่อนที่อยู่กลุ่มห้อง G หรือ A เท่านั้น ห้ามลดตัวลงไปคบกับพวกห้องอื่นเด็ดขาด"

...ยังมีอะไรอีกไหม ?” ฉันถามเขาด้วยน้ำเสียงกึ่งๆ ประชด

ถ้าฉันคิดออก ฉันจะโทร.บอกเธอเอง เอ้อ ใช่ เธอต้องรับสายฉันไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ตาม"

เขาว่าแล้วยิ้มให้อย่างสะใจที่ได้ออกคำสั่งกับฉันบ้าง หลังจากที่โดนฉันข่มอยู่พักใหญ่

ดี...” ฉันว่าแล้วยิ้มให้หมอนั่นอย่างใจเย็น ทั้งที่ในใจร้อนเหมือนโดนไฟสุม ก่อนจะสาวเท้าทั้งสองเดินออกจากห้องเรียนที่เงียบสงบ "...เดินตามหลังฉัน ทิ้งระยะห่างสามก้าวหรือมากกว่านั้น แต่ถ้าฉันหันไปแล้วไม่เห็นนายอยู่ด้านหลัง ฉันจะแปรพักต์ไปเข้าข้างสกาย และนายคงรู้ว่านั่นหมายถึงอะไร...”

และมีอีกอย่างที่นายควรรู้ไว้ นายน้อย...

ควีนยังไม่ตาย...

 

หยาง... ขอไส้ดินสอหน่อยสิ ของฉันหมดแล้ว"

หือ... หยิบไปเลย จากในกระเป๋าดินสอ"

ฉันว่าแล้วยื่นกระเป๋าดินสอให้มาเฟีย

ใช่... ให้ยัยนั่น... สกายกับมาเฟียจองที่นั่งไว้ให้เราสี่คน ฉัน นายน้อย สกาย มาเฟีย... ทันทีที่ฉันกับนายน้อยเดินเข้าห้อง สกายลุกขึ้นยืนแล้วเชิญให้ฉันกับนายน้อยไปนั่งข้างๆ อย่างสุภาพต่อหน้าคนทั้งชั้นม.6 (นี่เป็นชั้นเรียนรวม เพราะฉะนั้นนักเรียนม.6 ทุกคนจึงนั่งเรียนรวมกันในห้องเดียว) นายน้อยมีหรือจะยอมเสียหน้า หมอนั่นตอบตกลงแทบจะในทันที ส่วนฉันแทบจะเป็นโรคประสาทตายเมื่อต้องนั่งอดทนภายใต้ความกดดันของสงครามประสาทระหว่างสกายกับนายน้อย ฉันผู้ซึ่งรู้ทุกอย่าง กับมาเฟียผู้ไม่รู้อะไรเลย ยังดีที่ยัยนั่นใจแข็งผิดกับภายนอกที่แสดงให้เห็น เพราะเมื่อไหร่ที่มาเฟียยอมสกาย เมื่อนั้นสกายจะพุ่งเป้าหมายที่ฉัน เหยื่อคนต่อไป

ตอนนี้ฉันได้แต่ภาวนาให้มาเฟียยังคงความใจแข็งของเธอไว้จนกว่าฉันจะได้โอกาสคุยกับมาเฟียสองต่อสอง

เพียงแต่ว่า นายน้อยไม่ยอมให้ฉันอยู่คนเดียวเลยนี่สิ... แต่คืนนี้ ห้องนอนจะถูกแบ่งเป็นฝั่งชายและหญิง ฉันคงจะมีโอกาสได้คุยกับยัยมาเฟีย ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน... 'ถ้า' ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ซึ่งฉันมีลางสังหรณ์แปลกๆ ว่ามันจะไม่เป็นไปตามแผนนี่สิ เฮ้อ ให้ตาย...

ฉันหันไปมองนายน้อยที่กำลังสัปหงกอยู่ข้างๆ อย่างเซ็งๆ

ไอ้บ้าเอ๊ย... ไหนบอกว่าให้ฉันทำตัวให้สมกับที่เป็นผู้หญิงของเขา แต่นายกลับนั่งสัปหงกต่อหน้าคนทั้งชั้นแบบนี้...

นี่ เธอ... ไม่เห็นบอกฉันเลยเรื่องนายน้อยกับเธอน่ะ" มาเฟียหันมาแล้วกระซิบกับฉันเบาๆ

มันพูดยากน่ะ...” ฉันว่าแล้วกลอกตาใส่นายน้อยที่นั่งข้างๆ "เธอคงไม่คิดมากใช่ไหม ?”

ไม่เลย" มาเฟียว่าแล้วส่ายหน้ารัวๆ "พอเป็นแบบนี้ เรื่องเลยง่ายหน่อย เขาเป็นคนดีนะ นายน้อยน่ะ เสียอย่างเดียวก็... คือ... หมอนั่นจ้องแต่จับฉันกดลงเตียงตลอดเวลาเลย โชคดีที่ฉันน่ะใจแข็ง รู้ไหมว่าฉันคิดว่าฉันจะเก็บพรหมจรรย์ไว้จนกว่าจะถึงวันแต่งงานล่ะ >< เก็บไว้ให้คนที่ฉันรัก นั่นก็คือ... สกาย!!~”

ฉันเผลอถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยยัยนี่ก็ยังไม่มีแผนจะสละเยื่อพรหมจรรย์ให้ใครในตอนนี้

แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังต้องคุยกับยัยนี่อยู่ดี...

So this will be enough for today.” อาจารย์ผู้หญิงวัยกลางคนที่กำลังสอนวิชาภาษาอังกฤษกล่าวปิด ก่อนจะเดินไปเก็บหนังสือแล้วเงยหน้าขึ้นมองพวกเราเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ "วิชาคณิตฯ ค่ำวันนี้จะพิเศษหน่อย เพราะเราจะมีรุ่นพี่อาสาสมัครจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยชื่อดังมาร่วมสอนในส่วนของเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ แต่ถึงจะเป็นรุ่นพี่ ไม่ใช่อาจารย์ พวกเธอก็ต้องตั้งใจเรียนเข้าใจไหม ?”

ฉันกลอกตาใส่อาจารย์ผู้หญิงคนนั้นแล้วพยักหน้าอย่างเอือมๆ ก่อนจะก้มลงหยิบของในกระเป๋า

โห... หล่อจัง"

มาเฟียพูดขึ้นในขณะที่ฉันกำลังหาหนังสือวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์จากในกระเป๋าสะพายที่ทั้งรกและเต็มไปด้วยหนังสือวิชาโน่นนั่นนี่ ฉันแอบแลบลิ้นแล้วทำท่าสำรอกด้วยความรำคาญ ให้ตายเถอะ มาเฟีย หยุดชมไอ้สกายสักห้าวินาทีจะตายไหม ฉันล่ะเบื่อจริงๆ ที่จะต้องทนฟังเธอเพ้อถึงสกายไปจนจบคาบ...

ฉันหยิบหนังสือขึ้นมากระแทกโครมลงบนโต๊ะก่อนจะเงยหน้ามองไปที่หน้าชั้น

ก้อนเนื้อในอกเต้นตึกตักอย่างรุนแรงจนเจ็บหนึบๆ ฉันอ้าปากค้าง รูม่านตาขยายกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างสูงของคนสามคนเดินเข้ามาแนะนำตัวเองที่ตรงหน้าชั้น หนึ่งคือนักศึกษาชายหน้าตาดี ผมของเขาสีน้ำตาลแดงเช่นเดียวกันกับฉัน อีกหนึ่งคือชายร่างสูงในชุดเครื่องแบบนักศึกษาที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อยนัก ใบหน้าหล่อเหลาแต่แววตาของเขาน่ากลัว ผมสีดำสนิทติดจะยุ่งเล็กน้อย เคียงข้างมากับผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับฉันอย่างประหลาด เพียงแต่ผมของเธอเป็นสีดำ

โซโล่ อาก้า หยิน...

อดีตเพื่อนสนิท คนรักเก่า... และพี่สาวฝาแฝดของฉัน

 









ปืนใหญ่จุดกระบอก เตรียม ยิงงง 55555555555555 นี่คือตอนที่รอคอยอยากลงมานานมากกกกก กว่าจะหาเจอนะ อาก้า อุตส่าห์รีบกลับมาจากญี่ปุ่นเพื่อหาตัวหยาง กว่าจะหาเจอก็เล่นเอาแทบแย่ แถมมาในมาดนักศึกษาอีกอ่ะ โอ๊ย กรี๊ดดด อยากเข้าไปซบอกขุ่นพี่อาก้ามากๆๆๆ TTTT

แถมมาพ่วงกันเลยนะ สามคน โซโล่ อาก้า หยิน สนุกล่ะงานนี้ สกายกับนายน้อยนี่อย่าหวังจะได้หือกับตัวพ่ออย่างอาก้า ยิ่งอาก้ากับโซโล่มันแท็กทีมรวมกันแล้ว แทบจะไร้เทียมทานเลยก็ว่าได้ ^^ ก็โปรดติดตามชมนะคะว่าพวกอาก้าจะมาทำอะไรบ้าง แน่นอนว่า ไม่ได้มาสอนหนังสือเฉยๆ ค่ะ 5555(ใครยังจำวิธีสอนหนังสือของพวกเดอะแก๊งได้บ้าง 55555)

ส่วนมาเฟีย ก็... โนคอมเม้น ปล่อยให้นางใสๆ แบ๊วๆ ต่อไป -___-
นายน้อย ก็... เป็นไงล่ะ หยางฤทธิ์เยอะ แค่ไม่แสดงออกมาก่อนเท่านั้นเอง พอได้ทีเข้าหน่อย เจอฤทธิ์แม่คุณเข้าไป ขอให้ทนได้จนจบเรื่องแล้วกันนะ 55555 หยางมันไม่สั่งให้คลานตามก็ดีเท่าไหร่แล้วจ้าาาาา ^^ อิอิ 
สกาย... อยากเจออาก้านัก อาก้ามาหาถึงที่เลยแบบนี้ ขอให้โชคดีนะจ๊ะ 

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่ะ ตอนนี้คนที่โชคดีคนเดียวคงเป็นหยาง 5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,327 ความคิดเห็น

  1. #1319 ballbonbon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 14:40
    รร.พังชัวร์ 55
    #1,319
    0
  2. #1301 t_g_k (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 10:37
    เจอกันแล้ววว
    #1,301
    0
  3. #1292 xxnhhzt68 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 09:33
    หว่าย ตายแล้วววว
    #1,292
    0
  4. #1274 Fari (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 03:04
    ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตอนที่ข้ารอคอยก็มาถึง หึหึ
    #1,274
    0
  5. #885 2nd'daughter ツ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 21:04
    ไม่ชอบมาเฟีย....แต่ก็ยังชอบที่นางใสๆ...แบบแปลกๆ555555 ช่างมานนน ต่อไปนี้อาจเริ่มชอบ>< ว่าแต่เรื่องเริ่มเข้มข้นอร้ายยยยสนุกขึ้นแล้ว เจอแบบนี้คงช็อคมากฮื่อๆ ตายๆๆแล้วที่เคยโกหกไว้เมื่อก่อนคืออะไรมันไม่มีความหมายแล้วตั้งแต่วินาทีที่สามคนนั้นโผล่มา
    #885
    0
  6. #159 ying ying (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 10:23
    เอ่อ...=_=นี่มัน อะไรกันเนี่ย บังเอิญเกินไปมั้ย ..โอ๊ย~จะเปนลม



    #159
    0
  7. #158 Leo. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 08:46
    อาก้าาาาา
    #158
    0
  8. #157 ladyarmy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 18:45
    พีคมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #157
    0
  9. #154 Porn'n La (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 17:38
    ค้างงงง รีบมาอัพต่อเลยน้างือออT^T
    #154
    0
  10. #152 anammy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 16:26
    อัพเร็วๆน๊า อยากอ่านต่อแล้วว
    #152
    0
  11. #151 Nuntinee Charoenwong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 16:12
    สนุกกกกกอยากอ่านต่อแล้วค่า >< รีบมานะ
    #151
    0
  12. #150 บิวกิส นะคะ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 09:07
    สนุกอ่ะอยากอ่านต่อแล้วอัพไวๆๆๆๆน้า
    #150
    0
  13. #149 Praw >< (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 / 01:13
    จะเกิดอะไรขึ้นหนอออออ
    #149
    0
  14. #148 Omelet (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 23:11
    มันส์หยดติ้งๆ เลยค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ อัพเร็วๆน้าาาาา
    #148
    0
  15. #147 tumtim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 22:01
    อร๊ายยๆๆๆ อาก้ามาแล้วๆๆ >< อัพไวๆนะคะ
    #147
    0
  16. #146 pink~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 19:53
    ค้างงงงงงงง
    #146
    0
  17. #145 ninjafa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 19:01
    แบบว่าค้างมากมาย



    #145
    0
  18. #144 TaiTai (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 18:08
    ค้างเว่อร์ๆๆๆๆอ้ะ
    #144
    0
  19. #143 SatanPF (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 17:48
    ค้างๆๆๆๆๆ T^T
    #143
    0
  20. #142 Fanning Fight (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 17:16
    กร๊ด!!!!! รอค่ะรอ รอค่ะรอ ร๊อรอ!!!!! น่าติดตามมาก><
    #142
    0
  21. #141 อั๊ยย๊ะ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 16:07
    พออ่านถึงมีรุ่นพี่จากคณะวิศวกรรม มา เท่านั้นแหละ มันใช่แน่ ๆ พออ่านลงมาต่อ หึหึ เดาไม่ผิด
    #141
    0
  22. #140 --M=o=D-- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 11:53
    อ่าห้ะ !!! 'คงไม่ได้เผลอใจไปกับเค้าด้วย'อิอิ ฟินนนน ในที่สุดก้รู้แล้วว่าทำไมหยางเราได้ต่อผม อิอิ เหตุผลของนายน้อยนี้น่ารักจริงๆเลย อยากเห็นหยางเป็นหลีดอ่ะ คงสวยน่าดูเลย >< .., ในที่สุด !!! คนที่หยางอยากให้อยู่ข้างๆมากที่สุดก้มาแล้ว ดีใจ ปลาบปลื้มม อาก้าตามหาหยางเจอซะที ลุ้นๆ แต่ที่รี้ดเดอร์ดีใจเหนือสิ่งอื่นใดคือ คือ คือ โซโล่ เย้ๆๆๆ ในที่สุดก้มา "โซโล่ โซโล่ โซโล่" < < < เยอะไปใช่มั้ย อิอิ .., ตามต่อค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์ต่อ จุ้บๆ
    #140
    0