[The Gang #6] The Cold War : สงครามรักอันตราย [ จบ ]

ตอนที่ 8 : Treason and the Traitor. [ กบฏ และคนทรยศ ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    25 พ.ค. 57






บทที่ 6
Treason and the Traitor.

ขอเป็นตัวเธอก็แล้วกัน...”

นายน้อยพูดจบ ฉันถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ...

นี่มันหนีเสือปะจระเข้ของจริง...

ฉันจะหาทางออกจากเรื่องนี้ได้ยังไง ชีวิตเดิมกำลังจะตามมาหลอกหลอนฉัน ฉายา ตำแหน่งที่ได้รับมาไม่เคยเลือนหายไป มันยังคงติดตัวฉันอยู่ ตามฉันไปทุกที่เหมือนเงา... ฉันกำมือแน่นด้วยความเครียด มองหน้านายน้อยอย่างจนด้วยคำพูด ฉัน... ฉันจะทำยังไงดี ไม่มีทางเลือกเหลือแล้ว ชีวิตฉันมีทางเลือกแค่สองทาง หนึ่ง นั่งรอเวลาที่สกายจะตะครุบฉัน สอง ขอความช่วยเหลือจากนายน้อยและยอมกลายเป็นของมัน

ไม่ว่าทางไหนก็เลวร้ายด้วยกันทั้งคู่...

ว่าไงล่ะ ?” นายน้อยถามแล้วยิ้มเย็นๆ ให้ฉัน "ตกลงไหม ข้อแลกเปลี่ยนของเรา"

ใครก็ได้... ช่วยฉันที...

อาก้า หยิน... เดอะแก๊ง โซโล่... เซเว่นซินส์

แค่บอกให้พวกเขารู้ แค่หาทางทำให้พวกเขารู้ พวกเขาต้องช่วยฉันได้แน่ แต่... ถ้าทำแบบนั้นจะเป็นการดึงให้อาก้ากับโซโล่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อีก พวกเขาเรียนจบแล้วนะหยาง พวกเขาไม่ใช่เด็กมัธยมปลายแล้ว ทั้งสองคนกำลังเรียนมหาวิทยาลัย เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีเธอ อย่าดึงใครเข้ามาเดือดร้อนอีกเลยนะหยาง

ฉันรู้สึกเหมือนโดนตบจนหน้าชาทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรสัมผัสใบหน้า

ทำยังไงดี...

ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากขนาดที่จะนั่งรอเธอตัดสินใจหรอกนะ" นายน้อยพูดแล้วยักคิ้วให้

นายจะได้มาเฟีย และตำแหน่งเดิมของนายคืน แค่นั้นพอแล้ว...” ฉันยื่นคำขาดแล้วกัดฟันกรอด

มาเฟียน่ะ ถ้าฉันยื้อเวลาไว้อีกหน่อย ยัยนั่นก็เสร็จฉันแล้ว ส่วนไอ้ตำแหน่งบ้าบอนี่ มันเป็นของฉันตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว..."

นายน้อยว่าแล้วเลิกคิ้วมองฉันอย่างเจ้าเล่ห์

...”

ฉันกำลังให้โอกาสเธอนะหยาง" เขาพูดแล้วใช้มือจับแก้มของฉันเบาๆ "หรือจะเรียกว่าควีนดีนะ ?”

นายน้อยพูดก่อนจะไล้นิ้วลงมาที่คาง ลำคอ ไหล่ ก่อนจะเดินวนไปรอบๆ ตัวฉันอย่างช้าๆ แต่น่ากลัว มือของเขาวางทาบลงบนกลางหลังของฉัน ก่อนจะลูบลงไปอย่างแผ่วเบา ขนบนแขนของฉันลุกชัน ฆ่า... มันต้องตาย ไอ้คนแบบนี้มันต้องตายเท่านั้นถึงจะสาสม แต่ก่อนหน้านั้น... ฉันต้องใช้มันเพื่อกำราบไอ้สกายให้ได้ก่อน แต่...

บนหลังขาวๆ นี่ ที่เธอไม่เคยให้ใครได้เห็น เพราะเธอยังมีมันอยู่สินะ...” นายน้อยพูดแล้วใช้เล็บจิกลงเบาๆ

...”

อึก... ฉันถึงกับพูดอะไรไม่ออก ถ้ามันรู้ถึงขนาดว่าอะไรอยู่บนแผ่นหลังของฉัน ก็แปลว่ามันรู้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

รอยสัก... ปืน AK-47 หัวหน้าเดอะแก๊ง ว่ากันว่ามันไม่เคยแพ้ จริงหรือเปล่า ? ฉันอยากเจอมันจริงๆ"

นายน้อยพูดจบ ฉันกำมือแน่นด้วยความหงุดหงิด ฉันก็อยากให้อาก้าได้เจอนายโว้ย พนันได้ว่าไอ้หมอนี่ยืนอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาทีก็โดนอาก้าซัดปลิวไปถึงถนนหน้าโรงเรียนแน่ๆ แต่ปัญหาคือ ฉันให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้น่ะสิ โดยเฉพาะอาก้า หยิน โซโล่ ทุกคนจะมาร่วมหัวจมท้ายและค่อยๆ ตายกับฉันไปไม่ได้อีกแล้ว

ได้ยินมาว่าแฟนใหม่มันน่ะคือพี่สาวฝาแฝดของเธอเองนี่...” เขาพูดแล้วยิ้มเล็กๆ

สู่รู้จริงนะ...” ฉันว่าแล้วกำมือแน่นด้วยความโกรธ

แล้วก็ยังรู้อีกด้วยว่าเธอยังลืมมันไม่ได้" นายน้อยกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของฉันด้วยน้ำเสียงเย็น

นั่นมันเรื่องของฉัน" ฉันว่าแล้วเงยหน้ามองเขา

ตกลงจะเอายังไง ?” เขาถามแล้วยิ้มให้ที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ยังจะมีอะไรต้องปิดบังอีก ?”

ถ้านายขอเพิ่มของรางวัล ฉันเองก็คงต้องเพิ่มบ้าง" ฉันว่าแล้วยืนกอดอกมองหน้าเขาอย่างเยือกเย็น พยายามเก็บอาการไว้ โชคดีที่สี่ปีตลอดการดำรงตำแหน่งของควีนของฉันทำให้ฉันเรียนรู้หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการควบคุมอารมณ์ของตัวเองต่อในขณะที่เผชิญหน้ากับศัตรู "ปกป้องฉัน ดูแลฉันในฐานะคนของนาย มาหาเมื่อฉันเรียก ไปเมื่อฉันไม่ต้องการ ทำตามคำสั่งที่ฉันขอ และอย่างสุดท้าย... ถ้านายทำได้...”

ไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้...” นายน้อยว่าแล้วมองหน้าฉันนิ่ง

ช่วยให้ฉันหลุดพ้นจากกำมือของสกาย... ทวงคืนชีวิตของฉันที่อยู่ในกำมือของหมอนั่นกลับมาให้ฉันด้วย"

ฉันว่าแล้วพยักหน้าช้าๆ

เธอรู้ไหม ยิ่งเธอเป็นแบบนี้ ฉันยิ่งชอบเธอมากขึ้นไปอีก ควีน...”

...”

ยิ่งเหยื่อนั้นล่ายากมากเท่าไหร่ แต้มที่ได้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น...”

นายน้อยกระซิบบอกเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเย็น

 

ฉันนั่งรถเมล์กลับมาที่อพาร์ทเม้นต์ด้วยร่างกายที่เลื่อนลอยและโทรมเหมือนซอมบี้ ฉันโดดเรียนภาคบ่ายทั้งหมดโดยที่ไม่รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย คำพูดทุกคำของนายน้อยยังคงก้องอยู่ในหู ฉัน สกาย นายน้อย แวบหนึ่งฉันคิดว่าฉันคือคนที่ฉลาดที่สุด ที่ไหนได้ กลับกลายเป็นฉันที่กำลังเดินตามเกมของทั้งสองคน นี่สินะที่เขาพูดกันบ่อยๆ ว่าคนฉลาดมักจะตระหนักอยู่เสมอถึงเรื่องที่ตนเองไม่รู้ ส่วนคนโง่มักจะคิดว่าตัวเองรู้ทันคนอื่นทุกเรื่องไป

ฉันอยากระบายเรื่องนี้กับใครสักคน แต่ในเมื่อฉันไม่มีใคร ฉันจะไปพูดอะไรกับใครได้...

เท้าทั้งสองก้าวขึ้นลิฟต์แล้วกดไปยังชั้นของตัวเอง ลิฟต์ส่งเสียงร้องแล้วเปิดออก

ฉันเงยหน้าขึ้นมอง

สกาย...

ทำไมเธอไม่อยู่ที่โรงเรียน ?” เขาถามแล้วเดินเข้ามาในลิฟต์ ก่อนจะกดปิดแล้วหยุดลิฟต์ไว้

แล้วนายล่ะ ทำไมถึงอยู่ที่นี่” ฉันถามกลับเขาบ้าง ก่อนจะยักไหล่ "แต่... จริงๆ ฉันไม่ได้อยากรู้มากเท่าไหร่หรอก"

...ฉันลืมของ...” เขาพูดแล้วมองหน้าฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะกดลิฟต์ลงไปที่ชั้น G

ฉันพยักหน้าช้าๆ แล้วกดลิฟต์ให้เปิดออกเพื่อที่จะเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง มือของฉันสั่นระริกเมื่อสัมผัสกับปุ่มเปิดประตู หัวใจเต้นอย่างหนักหน่วงในหน้าอก ทั้งตัวร้อนผ่าวเหมือนโดนไฟสุม อึดอัด ทรมาณ หายใจไม่ออก ฉันใช้มือเสยผมที่ยังชื้นเพราะโดนสาดน้ำใส่อย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินออกมาจากลิฟต์ ทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้ามีแต่ความทรมาณถาโถมเข้าใส่ ฉันอยากมีใครสักคนให้ระบายความเครียดได้บ้าง... แต่ฉันไม่มีใครเลย ไม่มีแม้แต่คนเดียว สกาย คนเดียวที่ฉันพูดด้วยมากที่สุดก็ห่างไกลจากคำว่าที่ระบายมากเกินกว่าจะจินตนาการได้

เท้าทั้งสองข้างของฉันหยุดลง อีกแค่สามห้องก็จะถึงห้องของฉันแล้ว...

ฉันก้มหน้าลง มือข้างหนึ่งกระชับกระเป๋าสะพายที่พาดอยู่บนบ่า...

เสียงน้ำหยดลงบนพื้นดังเบาๆ หยดที่หนึ่ง หยดที่สอง... ตามด้วยหยดต่อมาอีกหลายหยด

ฉันปล่อยมือที่จับสายสะพายเป้ไว้ กระเป๋าสะพายหลังร่วงลงบนพื้น เสียงสะท้อนดังเบาๆ ก้องตามทางเดิน น้ำตาของฉันไหลพรากอาบใบหน้าอย่างไม่อาจหยุดได้ บ้าเอ๊ย... ร้องไห้ทำไมเนี่ย อ่อนแอจริงๆ เลยหยาง เจอเรื่องอะไรมาตั้งมากมาย ทำไมถึงร้องไห้กับเรื่องแค่นี้...

ตอนนั้นเองที่ฉันนึกขึ้นมาได้ว่า น้ำตาของฉัน ไม่ได้ไหลออกมาเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเลย...

ฉันร้องไห้ เพราะฉันไม่มีใครอยู่ข้างๆ เลยต่างหาก...

น่าสมเพชที่สุด ฉันนั่งเอนหลังพิงกำแพงอยู่ที่หน้าห้องของใครก็ไม่รู้ ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก หวังว่าจะไม่มีใครขึ้นมาที่นี่ตอนนี้นะ ขอให้ฉันได้ร้องไห้ออกมาอีกหน่อยก็แล้วกัน ให้ตายเถอะ ถ้านี่เป็นเมื่อก่อน ฉันคงยกพวกไปอัดไอ้สกายกับนายน้อยจนเละไปแล้ว แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว...

นี่...”

ผ้าเช็ดหน้าถูกโยนลงมาตรงหน้าตักของฉัน ฉันเงยหน้าขึ้นมองทันที

สกาย...

ไหนว่านายลืมของ...” ฉันว่าแล้วใช้มือเช็ดน้ำตาออกอย่างลวกๆ ใบหน้าร้อนแดงเพราะความอาย

ป่านนี้กลับไปโรงเรียนก็คงไม่ทันแล้วล่ะ" เขาว่าแล้วดูนาฬิกาที่ข้อมือ "อีกอย่าง เสียงร้องไห้เธอดังลงไปถึงชั้นล่าง...”

จริงเหรอ ?? ฉันเกือบจะหลุดถามออกไป แต่คิดอีกที โง่น่ะ... ถ้าฉันร้องไห้ดังขนาดนั้นป่านนี้คงคอแตกไปแล้ว

นายไม่มีอย่างอื่นต้องไปทำเหรอ ?” ฉันว่าแล้วมองหน้าสกายก่อนจะเช็ดน้ำตาอีกรอบ "อย่างไปจีบมาเฟีย...”

สกายทิ้งตัวนั่งลงแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ ฉันตกใจจนเกือบจะผลักเขาออกไป แต่หมอนั่นจับข้อมือฉันไว้ได้ก่อนเหมือนรู้ทัน ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินเข้มของเขาซับน้ำตาของฉันจนเปียกชุ่ม ไม่รู้ทำไมฉันถึงหยุดร้องไม่ได้ อยู่ต่อหน้าสกายแท้ๆ แต่กลับร้องไห้เหมือนเด็กแบบนี้ ไม่เข้าใจเลย...

หมอนั่นนั่งข้างๆ ฉันอย่างเงียบๆ และไม่ปริปากพูดอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว

เป็นใบ้เหรอ ?” ฉันถามแล้วก้มหน้านิ่ง ไม่กล้ามองหน้าเขาเพราะความอับอาย

เป็นบ้าเหรอ ?” เขาถามกลับแล้วก้มมองตามฉัน "ฉันอุตส่าห์มานั่งเป็นเพื่อนแท้ๆ ยังจะหาเรื่อง"

ก็นายไม่เห็นพูดอะไรเลยสักคำ" ฉันว่าแล้วหันไปมองเขา "ปกติออกจะพูดมากเหมือนผีเจาะปากแท้ๆ"

เพราะถ้าเราเปิดปากพูดกันเมื่อไหร่ มันต้องจบด้วยการทะเลาะกันทุกครั้งไป จริงไหม ?”

เขาถาม ทำให้ฉันถึงกับสะอึก... จริงของเขา ทุกครั้งที่เราคุยกัน ไม่ว่าบทสนทนานั้นจะเริ่มด้วยดีสักเท่าไหร่ แต่เราก็ทำให้มันกลายเป็นการทะเลาะกันได้ทุกที ครั้งนี้ก็เหมือนกัน แถมฉันเป็นคนเริ่มอีกแท้ๆ หมอนั่นอุตส่าห์มานั่งเป็นเพื่อน เช็ดน้ำตา ให้ผ้าเช็ดหน้า... ฉันควรจะสำนึกบุญคุณของเขาแล้วกราบสักสามครั้งไหม ?

สกายยื่นมือมาจับมือฉันไว้

หือ ???

เข้าห้องกันเถอะ...”

ห๊ะ ???

ฉันถึงกับอ้าปากค้าง... ทั้งหมดนี่ ที่เขาทำทั้งหมดนี่...

ทุเรศมากสกาย!!!” ฉันตวาดใส่หน้าหมอนั่นแล้วสะบัดมือทิ้ง สกายมองฉันอย่างงุนงง

อะไรของเธอ ??”

นายทำทั้งหมดนี่เพื่อที่จะ... ชวนฉันเข้าห้อง ??” ฉันว่าแล้วกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ

สกายกลอกตาใส่แล้วเอามือก่ายหน้าผาก

จะบ้าเรอะ ? นั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ ใครเขาผ่านมาเห็นจะคิดยังไง เธอไม่อายแต่ฉันอาย เข้าใจไหม ???” เขาว่าด้วยสีหน้าโกรธๆ ก่อนจะคว้ามือของฉันไว้แล้วลากฉันให้เดินไปข้างหน้า ปากบ่นพึมพำไปด้วยเบาๆ และเท่าที่ฉันจับใจความได้ คือเขากำลังบ่นเรื่องฉันนั่นเอง สกายเปิดห้องตัวเองแล้วลากฉันเข้าไปข้างใน ล็อคห้องแล้วถอนหายใจเฮือก "สงบสติอารมณ์ซะ ถ้าฉันปล่อยให้เธออยู่คนเดียวในห้อง มีหวังเธอคงฆ่าตัวตาย"

สกายว่าแล้วเดินไปที่ตู้เย็น ก่อนจะก้มลงหาของ หมอนั่นคว้ากระป๋องน้ำอัดลมแล้วโยนให้ฉันรับไว้

ขอบใจ...” ฉันว่าแล้ววางกระป๋องไว้ข้างๆ ตัว ฉันนั่งลงบนพื้นพรมในห้องเขา เอนหลังพิงกับเตียงอย่างเหน็ดเหนื่อย

ฉันไม่ได้ให้เธอเอาไปวางไว้ เปิด แล้วกินซะ" เขาสั่งก่อนจะนั่งลงข้างๆ เปิดกระป๋องให้แล้วยื่นกระป๋องให้ฉัน

...ไม่หิวนี่นา...”

เขากลอกตาใส่แล้วจับมือของฉันขึ้นมาไว้ตรงหน้าของฉัน

เมื่อตอนเที่ยงเธอก็ไม่ได้กินข้าว ตอนเช้าเธอก็ไม่ได้กิน ยังจะบอกว่าไม่หิวอีกเหรอ มือเย็นแบบนี้เป็นอาการเริ่มต้นของภาวะขาดน้ำตาล ถ้าเธอไม่กินก็ไม่เป็นไร ฉันจะกรอกปากเธอเองก็ได้" เขาพูดแล้วยื่นกระป๋องให้ฉันรับไว้ "สรุปว่าจะกินเองดีๆ หรือจะให้ฉันจับกรอก ?”

ฉันเบ้ปากใส่เขาแล้วจำใจดื่มน้ำอัดลมเย็นๆ ลงคอไปอย่างหงุดหงิด

สกาย... ถ้านายหาพรรคพวกได้แล้ว นายยังจะไปตีกับเดอะแก๊งอีกเหรอ ?” ฉันถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ

ทำลายเดอะแก๊ง คือ จุดประสงค์ของฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว" เขาว่าแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะเปิดประตูตู้เสื้อผ้า

ทำไมนายไม่ลองเริ่มชีวิตใหม่ดู... ทำเพื่อตัวเอง" ฉันว่าแล้วมองเขาที่กำลังเปลี่ยนชุดนักเรียนเป็นเสื้อยืดธรรมดาๆ

ฉันกำลังทำเพื่อตัวเองอยู่นี่ไง" เขาว่าแล้วค้นของในตู้ ก่อนจะโยนของออกมาตรงหน้าฉัน "เปลี่ยนชุดซะ ชุดเธอเปียก"

นายกำลังทำเพื่ออุดปมของตัวเองต่างหาก นายแพ้เดอะแก๊งมาครั้งหนึ่ง นายเลยหาทางปิดจุดด้อยของนายตรงนั้น นายอยากจะเป็นที่หนึ่ง นายยึดติดกับเดอะแก๊งมากเกินไปนะสกาย...” ฉันว่าแล้ววางกระป๋องน้ำอัดลมลง "นายเป็นที่สองมาตลอด เพราะงั้นนายเลยจะหาทางเป็นที่หนึ่งให้ได้สินะ เชื่อฉันเถอะสกาย หลังจากที่นายได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดแล้ว สิ่งแรกที่นายจะมองหาคือทางที่จะลงมาจากจุดนั้นโดยเจ็บตัวน้อยที่สุด... เพราะบ่อยครั้งที่คนตกลงมาจากที่สูงเพราะโดนคนใกล้ตัวผลักลงมา”

ฉันเลือกทางเดินของฉันแล้ว" เขาว่าแล้วมองฉันด้วยสายตาเย็นชา "เปลี่ยนชุดซะ...”

ฉันพยักหน้าช้าๆ เมื่อรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ก่อนจะหยิบชุดของเขาขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดข้างในห้องน้ำของเขา... สกายทำให้ฉันแปลกใจนิดๆ ที่ห้องของเขาเรียบร้อยผิดกับห้องของผู้ชายคนอื่น สบู่ ยาสีฟัน แชมพู มีดโกนหนวด ทุกอย่างตั้งอยู่ในที่ของมันอย่างเป็นระเบียบ ห้องน้ำไม่มีแม้แต่คราบสกปรก

ฉันถอดเสื้อผ้าของตัวเองแล้วรีบเปลี่ยนเป็นชุดของเขา แล้วจึงออกมาจากห้องน้ำ

เขาลือกันว่าเธอสักด้วยเหรอ ?” สกายถามแล้วมองหน้าฉันนิ่ง

อืม...” ฉันว่าแล้วพยักหน้า แปลกใจที่เขาถาม "ฉันนึกว่านายรู้ไปหมดทุกอย่างซะอีก...”

รู้น่ะรู้ แต่ฉันไม่เคยเห็น" สกายว่าแล้วเลิกคิ้ว

ฉันก็ไม่อยากให้ใครเห็นนักหรอก" ฉันว่าแล้วกอดอกตัวเอง เสื้อของเขาใหญ่โคร่งซะจนฉันรู้สึกเย็นวาบๆ ที่หลัง ชายเสื้อยาวลงไปจนเกือบถึงหัวเข่า ขนาดว่าฉันสูงมากก็ยังตัวเล็กไปเมื่อเทียบกับเสื้อของเขา สกายมองหน้าฉันนิ่งๆ "...จริงๆ แล้วฉันก็อยากจะลบมันออกเหมือนกันนะ แต่อีกใจก็อยากจะเก็บไว้...”

ยังรักมันอยู่ล่ะสิ" เขาว่าแล้วมองหน้าฉัน "อาก้าน่ะ...”

ฉันพยักหน้า ก่อนจะเดินไปที่กระจกที่ติดกับบานประตูของตู้เสื้อผ้าแล้วหันหลังให้กระจก มือทั้งสองข้างจับชายเสื้อจากด้านล่างแล้วยกขึ้นจนเห็นรอยสักรูปปืนอาก้าตามแนวยาวของกระดูกสันหลัง ปืนเล็กยาวอัตโนมัติที่กำเนิดในสหภาพโซเวียต หรืออีกนัยหนึ่ง มันคือชื่อของแฟนเก่าฉัน อาก้า... แฟนคนแรกและคนเดียวของฉัน

เหมือนกับรอยสักที่ลบไม่ออก" ฉันว่าแล้วทิ้งชายเสื้อลงปิดแผ่นหลังไว้ตามเดิม "ยิ่งอยากเอาออกเท่าไหร่ยิ่งฝังลึก"

โง่น่ะ ถ้าเธออยากเอาออกจริงๆ มันก็ทำได้...” สกายว่าแล้วเดินมายืนด้านหลังของฉัน เงาของฉันและเขาสะท้อนอยู่ในกระจก สกายจ้องหน้าของฉันผ่านทางเงาสะท้อน มือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่ของฉันอย่างแผ่วเบา "เธอไม่ได้อยากให้มันหายไป เธอยังอยากเก็บมันไว้เผื่อว่ามันจะกลับมาใช่ไหมล่ะ ทำไมถึงไม่แย่งอาก้ากลับมาล่ะ ในตอนนั้นถ้าเธอจะทำก็ทำได้...”

ฉันหันกลับไปมองเขา

ถ้านายรักใครสักคนมากพอ นายจะเรียนรู้เองว่าเมื่อถึงเวลาต้องจบ... นายก็ต้องปล่อยมือ"

ปัญหาคือฉันไม่เคยอยากรักใคร และไม่คิดจะรักใครด้วย...” สกายว่าแล้วมองฉันด้วยสีหน้าเย็นชา "ฉันไม่เข้าใจความหมายของคำว่ารักหรอก ไม่เคยคิดอยากเข้าใจ คนรอบตัวฉันเสียสติกันไปหมดเพราะสิ่งที่เรียกว่าความรัก ฉันไม่เข้าใจ เธอปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกโง่ๆ ควบคุมร่างกายได้ยังไง...”

ฉันยิ้มเหนื่อยๆ ให้กับตัวเองในกระจก เพิ่งจะคิดอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง...

นายรู้ไหม เราสองคนไม่มีอะไรเหมือนกันเลย แต่มีอย่างหนึ่งที่ดูเหมือนว่าเราจะเหมือนกัน...”

อะไร ?”

เราสองคนต่างก็ไม่มีใคร" ฉันว่าแล้วหันไปมองหน้าเขา "นายเลือกที่จะทิ้งทุกอย่าง ส่วนฉันเสียทุกอย่าง"

...”

ฉันเริ่มปวดหัวแล้ว หยุดพูดเรื่องนี้กันเหอะ ฉันไม่อยากจะรื้อฟื้น" ฉันว่าแล้วเอามือเสยผมก่อนจะนั่งลงบนเตียงของหมอนั่นอย่างลืมตัว แล้วเด้งตัวขึ้นมายืนในทันที สกายเหลือบตามองฉันแล้วขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ฉันกัดริมฝีปากแล้วมองหน้าเขาอย่างรู้สึกผิดเล็กๆ "เอ่อ... ขอโทษ เมื่อกี้ฉันเผลอนั่งลงบนเตียงนาย"

หลังจากที่เธอขโมยกุญแจเข้าห้องฉัน มัดฉันไว้กับเตียง เอาน้ำอัดลมราด แล้วเธอเพิ่งจะมาขอโทษเรื่องนั่งบนเตียง..."

สกายว่าแล้วท้าวสะเอวมองหน้าฉันอย่างงุนงง

เออ ก็... ก่อนหน้านั้นฉันเกลียดหน้านายนี่ ตอนนี้ก็ยังเกลียดอยู่ แต่...” ฉันว่าอย่างตะกุกตะกัก

เออ รู้แล้วว่าเกลียด แต่ถ้าอยากจะนั่งก็นั่งไปเถอะ" เขาว่าแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

ฉันพยักหน้าแล้วนั่งลงบนเตียงของเขาอย่างหวาดระแวง ฉันควรจะกลัวหมอนี่นี่นา เขาเพิ่งจะขู่ว่าจะ... ทำอะไรฉันเมื่อตอนกลางวัน แล้วตอนนี้ฉันอยู่ในห้องกับเขาสองต่อสอง ในชุดของเขา เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นที่ล่อแหลมสุดๆ ถ้าหมอนี่คิดจะทำอะไรก็คงทำได้สบายๆ

เรียนเป็นไงบ้าง ?” เขาถามขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

หือ... ก็ดี" ฉันตอบแล้วมองหน้าเขาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "ทำไมถึงถามล่ะ ?”

ฉันจ่ายค่าเทอมของเธอ ได้โปรดตั้งใจเรียนด้วย ฉันไม่แคร์ว่าเธอจะทำอะไร แต่ต้องสอบให้ได้อย่างน้อยห้อง A”

เขาว่าแล้วหันมามองหน้าฉันนิ่งๆ

เอาจริงดิ...

นายนี่... เพี้ยนมากเลยนะ" ฉันว่าแล้วอดขำออกมาไม่ได้

สกายมองฉันแล้วขมวดคิ้ว

แต่ฉันว่าเธอบ้า เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วยังร้องไห้งอแงอยู่แล้ว" เขาว่าแล้วส่ายหน้าเบาๆ

สกาย ฉันตลกจริงๆ นะ นายนี่มันอันธพาลขนานแท้ เจ้าบงการจอมวางแผนบ้าอำนาจ แต่ยังห่วงเรื่องการเรียน ให้ตายเถอะ นายควรเลือกเอาสักทางนะ จะเด็กเรียนหรือเด็กเก นายจะเป็นทั้งสองอย่างได้ยังไง -___-” ฉันว่าแล้วมองหน้าหมอนั่นก่อนจะอมยิ้ม "นายวางแผนจะเตะก้นนายน้อยให้คว่ำลงจากตำแหน่ง วางแผนจะล้มพวกทีมบาสฯ แต่นายก็ยังเป็นห่วงผลการเรียนของฉัน โอ๊ย ฉันจะบ้าตาย!!”

ฉันว่าแล้วหัวเราะคิกๆ ออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว สกายมองหน้าฉันอย่างโกรธๆ ใบหูขาวๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง

ฉันไม่น่าช่วยเธอเลย น่าจะปล่อยให้ร้องไห้แบบนั้นไปก็ดีอยู่แล้ว...” สกายกัดฟันพูดอย่างหงุดหงิด

บ้าจริง สกาย ทำไมต้องทำตัวเครียดตลอดเวลาด้วยนะ นายอายอยู่นี่นา หูแดงเลยนะนั่น"

ฉันว่าแล้วหัวเราะออกมาก่อนจะคลานเข่าเข้าไปหาเขาแล้วจับใบหูของหมอนั่นไว้ เมื่อเข้าไปใกล้ ฉันยิ่งพบว่าไม่ใช่แค่หูของเขาที่แดง แต่ยังลามมาถึงใบหน้าที่ค่อยๆ ขึ้นสีจนน่าขำ ฉัน... ฉันหยุดหัวเราะไม่ได้ ถ้าถ่ายรูปนี้ขายให้เดอะแก๊งคงจะได้เงินเยอะน่าดู สกาย คนทรยศ อับอายจนหน้าแดงเป็นแก้มลิงแบบนี้ ฉันขำ

ปล่อยนะ...” เขาสั่งเสียงเบาแล้วมองหน้าฉันอย่างโกรธๆ

หน้าแดงแบบนี้สั่งใครเขาก็ไม่กลัวหรอกย่ะ" ฉันว่าแล้วจับหูร้อนๆ ของหมอนั่นเล่น "นายนี่ แปลกชะมัด...”

...”

นายเองก็ไม่ได้เย็นชาซะจนไร้อารมณ์ความรู้สึกนี่นา ปล่อยตัวเองให้มีความสุขซะบ้างก็ได้ บางทีนายจะพบทางเดินอื่นให้กับตัวเอง ลึกๆ แล้วนายก็ไม่ใช่คนเลว... อืม จริงๆ แล้วนายมันก็เลวอยู่หรอก แต่ฉันเชื่อว่านายกลับตัวได้ ยังไม่สายเกินไป ทำไมไม่ลองเปิดใจให้ใครสักคนเข้าไปดู...” ฉันว่าแล้วมองหน้าเขานิ่ง "เผื่อว่าเขาจะช่วยเปลี่ยนหัวใจเหล็กขึ้นสนิมของนายเป็นหัวใจมนุษย์ได้บ้าง"

ฉันไม่ต้องการหรอก...” สกายว่าแล้วจับข้อมือฉันไว้และทำท่าจะดึงออก

บางทีคนๆ นั้นอาจจะอยู่ใกล้กว่าที่พวกนายคิดก็ได้" ฉันว่าแล้วเลิกคิ้ว

หือ ??”

สกายมองหน้าฉันด้วยความสงสัย เอ๊ะ เดี๋ยว... เมื่อกี้ฉันพูดอะไรกำกวมออกไปไหม ??

คะ คือฉันหมายความว่า คนๆ นั้น อาจจะเป็นมาเฟียก็ได้" ฉันรีบพูดออกไป

ช่างหัวมาเฟียเถอะ...” เขาว่าแล้วค่อยๆ ขยับตัวหันมาทางฉัน

เดี๋ยว... สกาย จะทำอะไร...”

ฉันพูดก่อนจะดึงมือออกจากใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว แต่สกายเร็วกว่า เขาจับมือฉันไว้ได้ทันพอดี ดวงตาน่ากลัวทั้งสองข้างมองฉันอย่างที่ฉันไม่อาจบอกได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ข้างในหัวใจที่เย็นชาดวงนั้น ดวงตาทั้งสองข้างมองลึกเข้าไปราวกับจะทะลวงลึกถึงความลับทุกอย่างในใจของฉันให้ได้

มีแค่ทางเดียวที่เธอจะลืมอาก้าได้...”

...”

ฉันหลุบตามองลงต่ำ จะรื้อฟื้นเรื่องของอาก้าขึ้นมาทำไม...

หยิน อาก้า ทั้งสองคนรักกัน ทั้งสองคนไปดีแล้ว ฉันไม่ควรจะรื้อฟื้น นายเองก็เหมือนกัน

เลิกพูดถึงเรื่องนั้นเถอะ" ฉันว่าแล้วพยายามดึงมือกลับ แต่เขากลับรั้งไว้ "...ฉันจะกลับห้องแล้ว"

สกายมองหน้าฉันนิ่ง ไม่ตอบโต้อะไรกับคำพูดของฉันเลยแม้แต่น้อย เช่นเดียวกับฉันที่พูดอะไรไม่ออก มือเย็นเฉียบด้วยความตื่นตระหนก สกายไม่เคยเป็นแบบนี้กับฉันมาก่อน หัวใจเต้นแรงด้วยความกลัวบวกความตกใจ คิดอะไรไม่ออก สมองตื้อไปหมด ฉันก้มหน้าหลบสายตาเขาที่จ้องฉันนิ่ง เลิกเล่นสงครามประสาทกันสักที

เธอพูดถูกที่ว่าเราสองคนไม่มีใคร...”

ฉันเงยหน้ามองเขา สายตาน่ากลัวมีร่องรอยความเศร้าเจือปนอยู่

หัวใจของฉันเต้นถี่รัวจนฉันมั่นใจว่าเขาต้องได้ยินเสียง

ฉันจะกลับห้อง...” ฉันว่าแล้วก้มหน้าหลบสายตาของเขา ก่อนที่อะไรๆ จะเลยเถิด "ปล่อยมือฉัน...”

ไม่...” สกายพูดแล้วมองหน้าฉัน "ฉันไม่สน...”

เขาพูด ก่อนจะก้มหน้าลงมาประทับริมฝีปากกับฉันอย่างหนักหน่วง หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้น สมองของฉันประมวลผลไม่ทัน ทั้งยังไม่เคยคิดฝันว่าเขาจะทำแบบนี้ สกายคว้าตัวฉันก่อนจะกดฉันลงกับเตียงอย่างรุนแรง ฉันเงยหน้าขึ้นแล้วมองหน้าเขาอย่างงุนงงในขณะที่เขาถอนริมฝีปากออกไป สกายแทบจะไม่สบตาของฉันด้วยซ้ำในขณะที่เขาโน้มใบหน้าลงมาประกบจูบอีกครั้ง ริมฝีปากร้อนเหมือนไฟเผาผลาญฉันจากข้างใน มือทั้งสองข้างถูกเขาตรึงไว้กับเตียงจนขยับไม่ได้

สกาย!!!”

ฉันตะคอกเสียงดังเมื่อสติกลับคืนมา หมอนั่นปล่อยมือฉันออกอย่างตื่นตระหนก

ฉันลุกขึ้นอย่างหวาดระแวงแล้วถอยหลังหนีออกไปนั่งพิงกับขอบเตียงอีกข้าง ในขณะที่สกายก็ทำอย่างเดียวกัน...

 









สกาย แกก็มีด้านดีเหมือนกันนะ ถึงจะแค่ 0.0001% ก็เถอะ -__- พอเข้าใจอยู่หรอก คนเหงาสองคนเจอกัน ความ....ก็บังเกิด(จงเติมคำในช่องว่าง...) บทนี้ค่อนข้างจะแสดงออกเลยนะว่าหยางแคร์ความรู้สึกคนอื่นค่อนข้างมาก ต่อให้คนๆ นั้นเป็นศัตรูของตัวเองก็ตาม(จริงแหละ นางแคร์ อาก้า หยิน โซโล่มากๆ ทั้งๆ ที่ควรจะเกลียดไปเลยด้วยซ้ำ) หยินเป็นคนดีนะ แต่ก็แอบเลวๆ ชั่วๆ ตามสไตล์ของนาง ส่วนสกาย อืม... หวังว่าต่อมดีจะยังไม่แตกกระจายนะ 555555 

สงสารหยางมาก เรื่องรอยสัก เรื่องนี้ใครอ่านก็จำไว้เป็นอุธาหรณ์เลยนะว่า ถ้าคิดจะทำอะไร ให้คิดถึงผลที่ตามมาด้วย หยางกับอาก้าเคยรักกันมากระดับที่ว่าไม่มีอะไรจะทำให้เลิกกันได้ แต่สุดท้ายก็เลิกกันเพราะคนใกล้ตัว ไอ้ที่สักไว้บนตัว มันก็ยิ่งเหมือนเข็มที่ทิ่มใจอยู่ทุกๆ วัน ไม่ใช่ว่าสักไม่ดี อันนี้แล้วแต่คนจะคิด(แต่ส่วนตัว ชอบ ผช สักฮ่ะ) เรื่องบางเรื่องทำแล้วทำเลย ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้อีกแล้ว  ^^ 

พอๆ

เอาเป็นว่าขอบคุณสำหรับเม้นมากๆ ค่าาาาาา  ปลื้มปริ่มกับทุกเม้นจริงๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,327 ความคิดเห็น

  1. #1295 po79 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 09:54
    สิ่งหนึ่งที่ทำให้เค้าสะเทือนใจนะไรเตอร์ไม่ใช่การที่มีแผนซ้อนแผนกันมากมาย จะระเบิดภูเขาเผากระท่อมที่ไหน(มันมีด้วยเหรอว่ะ)เค้า okหมดยกเว้นเรื่องระหว่าง อาก้ากับหยาง รอยสักที่2คนนั้นมี มันเหมือนกับว่าไม่ว่าจะแยกกันยังไง 2คนนี้ยังเป็นของกันและกันอยู่ ณ จุดนี้สงสารหยินไม่ว่าก้าหยินจะแต่งงานกัน รักกัน มีลูก สร้างครอบครัว แต่สิ่งหนึ่งที่ 2คนนั้นเขาสื่อถึงกันคือรอยสักที่จะติดตัวไปตลอด

    อยากบอกว่าอ่านตอนนี้ยังไม่จบเลย ถึงรอยสักเท่านั้นแหละ ต่อมเซนซิทีฟทำงานทันที ไปอ่านต่อก่อนนะคะไรเตอร์ แค่ลงมาละบายอารม ฮุฮุ
    #1,295
    0
  2. #880 2nd'daughter ツ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 10:31
    ชอบบบคู่นี้ ชอบสกายที่มีความรู้สึก...(.////.) น่าร้ากกก สนุกกบรรยายถึงฟิลสุดๆเลยค่า TvT
    #880
    0
  3. #139 Praw >< (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 01:27
    รอต่อปายยยยย
    #139
    0
  4. #138 Ribeye (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 16:38
    ' เหมือนกับรอยสักที่ลบไม่ออก ยิ่งอยากเอาออกเท่าไหร่ยิ่งฝังลึกลงกว่าเดิม ' เนื้อเพลงเหมือนความหมายเพลงcry cry t-ara เลยอะ สุดยอดดด หยางน่าสงสารน๊ะ อยากให้มรโมเม้นต์หวานๆน่ารีกๆของ สกาย กับ หยาง จัง สนุกมากกกก ขอบคุณนณะคะไรต์ รีบอัพน๊ะ สู้ๆ^^
    #138
    0
  5. #137 .!? (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 11:48
    ง่ะ ไมมันพลิกกลับจุงกะเบยย~

    นายน้อยคนดีของเค้าาT^T ไมเปนงี้ล้าาา

    สงสารหยางอ่าา หนีเสือปะจรเข้โคตรๆเลยย

    สกายไรอ้ะๆๆ ทำอารายยย!!

    สนุกมากๆเลยค่ะ อัพต่อไวๆเน้ออ
    #137
    0
  6. #136 Fah (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 21:30
    ทำไมชอบนายน้อยจัง หล่อ เลว ชั่วครบสูตรแบดบอย>\\\
    #136
    0
  7. #134 Ying ying (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 14:45
    เหี๊ย! นี่แม่งฟินอ่ะ บอกเลย>///
    #134
    0
  8. #133 Ying ying (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 14:44
    เหี๊ย! นี่แม่งฟินอ่ะ บอกเลย>///
    #133
    0
  9. #132 Ball Nok Khawfang (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 12:16
    อร๊ายยยเขิลลล ชอบคู่นี้เมื่อไหร่จารักกัน
    #132
    0
  10. #131 Fanning Fight (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 11:22
    ทำไมตอนนี้อ่านแล้วเขิน ชอบคู่นี้อ่ะมันแบบ แอร๊ย~><
    #131
    0
  11. #130 sPb' (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 08:28
    สกายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮือๆ ทำอะไรลงปาย ฮ๋าๆๆๆๆๆ

    ชอบหยางละสิ ฮิๆๆ
    #130
    0
  12. #129 Porn'n La (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 20:34
    สกายก็แอบน่ารักนะเนี่ยฮี่ฮี่ ><
    #129
    0
  13. #128 ซากุระ ไอโกะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 17:01
    สกาย นายก็เป็นคนนี้ ยังมีความเป็นพระเอกอยู่บ้างนี่นา!! >< หยางก็น่ารักดีนะ
    #128
    0
  14. #127 Saisaaii_TB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 15:37
    สกายยยยย ใจเย็น อย่าพึ่งรีบ เดี๋ยวๆๆ 555555
    #127
    0
  15. #126 --M=o=D-- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 15:15
    เอ่อ...อืม..เอ่อ...เขินอ่ะบอกเลยค่ะ -/////- แอบหลงสกายอ้ากกกแต่ชอบหยางง่ะ นางน่ารักดีชอบๆๆๆ., เป็นกำลังใจอยู่ข้างๆจอต่อนะค่ะ รักไรท์
    #126
    0
  16. #125 บิวกิส นะคะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 13:49
    สนุกมากๆๆๆอ่าเฝเชียร์หยางกับสกาย (^0^) ปล.ไรท์เตอร์พิมหยินกับหยางสลับกันบ่อยมาก 555+ ฝาแฝดๆ
    #125
    0
  17. #124 ohana:3 Sumire (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 13:06
    สนุกกกก >< หยางสู้ๆนะ
    #124
    0
  18. #123 hide (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 12:52
    สงสารหยางจัง
    #123
    0
  19. #122 Top Secret (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 12:35
    "เธอพูดถูก...เราทั้งสองคนต่างก็ไม่มีใคร..."
    อร้ายยยยยยยยยยยยยยยยย
    สกายอ่ะ >///< บ้าบ้าบ้า

    #122
    0