[The Gang #6] The Cold War : สงครามรักอันตราย [ จบ ]

ตอนที่ 20 : Damn You [ คนเลว ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,687
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    29 มิ.ย. 57




บทที่ 17
Damn You

ฉันสะบัดตัวสกายออกแล้วหยิบโทรศัพท์ไปเช็ดด้วยกระดาษทิชชู่ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ

จะไปแคร์มันอีกทำไม...” สกายถามแล้วกัดฟันกรอด

ฉันมองหน้าเขานิ่งๆ แล้วก้มหน้าเช็ดโทรศัพท์ที่เปียกน้ำต่อ

อาก้ามันมีคนใหม่ไปตั้งนานแล้วนะ แล้วคนนั้นก็คือแฝดของเธอ" สกายว่าต่อแล้วมองหน้าฉันนิ่งอย่างหงุดหงิด

ฉันพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะพูดใส่หน้าเขาอย่างเย็นชา

ขอบคุณที่ช่วยเตือนความจำ ฉันเกือบลืมไปแล้วถ้านายไม่บอก...”

เสียงฟ้าผ่าโครมลงมาไม่ใกล้ไม่ไกลจากอพาร์ทเม้นต์ที่ฉันอยู่ เสียงฝนสาดซ่าดังมาจากข้างนอกเหมือนพายุเข้า ไม่ต่างอะไรจากอารมณ์ของฉันกับสกายที่กำลังปะทะกันในตอนนี้ หมอนั่นมองฉันอย่างโกรธๆ ในขณะที่ฉันพยายามข่มตัวเองให้ควบคุมอารมณ์ไว้ให้ได้ บ้าเอ๊ย... ไอ้เวรนั่น...

ฉันกัดริมฝีปากแล้วเอามือก่ายหน้าผากด้วยความเครียด

อาก้าไม่มีวันลืมเสียงของศัตรูแน่ๆ แถมยังเป็นศัตรูที่เคยเป็นน้องที่เขาเคยรักมากเหมือนน้องชายอีก

อาก้ารู้แล้ว... ทำยังไงดี...

แต่ต่อให้เขารู้แล้วมันยังไงล่ะหยาง... จิตสำนึกลึกๆ ส่วนหนึ่งของฉันตะโกนถามขึ้นมา... ใช่ว่าอาก้าจะสนใจเธอเหมือนเดิมซะเมื่อไหร่ ที่หมอนั่นยังห่วงเธอก็เพราะว่าเธอเป็นน้องสาวของหยิน เป็นแค่แฟนเก่าที่ไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก... ฉันเอามือกุมหัวด้วยความเจ็บปวดไปหมดทั้งตัวและหัวใจ

ออกไปได้แล้ว...” ฉันก้มหน้าแล้วพูดกับผู้ชายเพียงคนเดียวในห้อง

...ไม่...” สกายว่าเสียงแข็งแล้วมองหน้าฉัน "ไม่ออก จนกว่าเธอจะลืมมันได้...”

ออกไป สกาย ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ"

ฉันว่าแล้วลุกขึ้นยืนมองหน้าหมอนั่นนิ่ง โทรศัพท์มือถือในมือของฉันสั่นครืดเป็นสัญญาณบอกว่าใครสักคนโทร.เข้ามาหา และคงเดาไม่ยากว่าใคร... คนที่สกายอยากจะล้มให้ได้นัก แต่ทำยังไงก็ทำไม่ได้ ทั้งโกง ทั้งหลอกล่อสารพัด แต่ก็ไม่มีทางไหนที่หมอนั่นจะทำให้อาก้าสั่นคลอนได้เลยแม้แต่น้อย คนอย่างนายมันไม่คู่ควรหรอก

ฉันก็ไม่ได้พูดเล่น ฉันจะอยู่ที่นี่จนกว่าเธอจะลืมมัน" สกายว่าด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

ฉันพยักหน้ากับสกายช้าๆ แล้วก้มหน้ากดรับสายโทรศัพท์

หยาง!!! ไอ้กายอยู่ไหน ???”

อาก้าตะคอกออกมาจากโทรศัพท์เสียงดังจนฉันต้องเอาโทรศัพท์มือถือออกห่างจากหูแล้วกดเปิดลำโพงเพื่อให้สกายได้ยินด้วยโดยที่หมอนั่นไม่ต้องแอบดักฟังหรือฉกโทรศัพท์ไปโดยที่ฉันไม่รู้ตัวเหมือนเมื่อกี้อีก ฉันยื่นโทรศัพท์ไปทางสกายแล้วมองหน้าหมอนั่นด้วยความสะใจ

มันอยู่ตรงหน้าฉันนี่แหละ...” ฉันว่าด้วยน้ำเสียงเศร้า "อาก้า... จำได้ไหมที่ฉันบอกนายว่าฉันขอเวลาหนึ่งเทอม...”

ทำไม ??? หยาง ???”

หมอนั่นถามกลับอย่างใจร้อนในขณะที่สกายซึ่งอยู่ตรงหน้าของฉันกำลังกัดริมฝีปากแน่นอย่างโกรธจัด

แค่ฟังฉัน ไม่ต้องพูดอะไร ฉันแค่อยากจะระบายกับนาย... จำได้ไหมที่นายบอกว่าให้ฉันหลอกมันไปจนกว่าจะมันจะตายใจ แล้วค่อยกลับไปกับพวกนาย ฉันทำได้แล้วนะอาก้า แต่ฉันทำไม่ไหวแล้ว ฉันเกลียดหน้ามัน คนอย่างมันน่ะสมควรแล้วที่ต้องอยู่คนเดียว" ฉันว่าแล้วมองหน้าสกายนิ่งอย่างเจ็บๆ ดวงตาร้อนผ่าวเพราะน้ำตาที่เอ่อคลอออกมา แต่ไม่ใช่เพราะความเศร้า ฉันโกรธหมอนั่นมากจนต้องแต่งเรื่องบ้านี่ขึ้นมา อาก้าเหมือนจะรู้ทันฉัน หมอนั่นเงียบรอฟังตามที่ฉันบอกในตอนแรก "สกาย... หมอนั่นมันจะ... ฉันไม่ไหวแล้วอาก้า...”

เฮ้ย ??? หยาง!!!!”

อาก้าร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่เสียงโหวกเหวกโวยวายจะดังขึ้นเป็นพื้นหลัง ฉันได้ยินทั้งเสียงของหยินและโซโล่ สกายมองหน้าฉันอย่างอึ้งๆ ส่วนฉันยิ้มทั้งน้ำตาให้เขา ก่อนจะใช้แขนเสื้อเปียกๆ เช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว เสียงของหยินและโซโล่ตะโกนถามผ่านสายเข้ามาทั้งดังทั้งเร็วจนฉันฟังไม่ออก

นี่ ช่วยฉันทีเถอะอาก้า ฉันไม่อยากทนอีกแล้ว ฉันน่าจะเชื่อนายตั้งแต่ทีแรก ฉันน่าจะไปจากที่นี่..."

ฉันว่าแล้วมองหน้าสกายอย่างสะใจเมื่อหมอนั่นถึงกับมองฉันด้วยสีหน้าอึ้งๆ

หยาง ฟังนะ ฉันจะไปรับเธอ เก็บของเตรียมไว้เลย ส่วนไอ้กาย บอกให้มันล้างคอรอไว้ได้เลย"

อาก้าตะคอกเสียงดัง แน่นอนว่าสกายได้ยินแน่โดยที่ฉันไม่ต้องบอก

รีบมานะ...” ฉันว่าแล้วเลิกคิ้วมองหน้าสกาย "ฉันจะรอนาย อาก้า...”

ดูแลตัวเองด้วยนะ หยาง ฉันเป็นห่วงเธอ"

อาก้าพูดตัดบท ก่อนจะกดวางสาย

ฉันปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้ววางลงบนโต๊ะเขียนหนังสือด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นนิดหน่อย อย่างน้อยอาก้าก็ไม่โกรธ ฉันก็สบายใจ หยินก็จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะได้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกครั้ง... สกายกำมือแน่นแล้วมองหน้าฉันนิ่งด้วยโทสะ ฉันแทบจะเห็นไฟลุกออกมาจากตาของหมอนั่นที่กำลังโกรธจัด

ทั้งหมด... เป็นเพราะไอ้ก้าสั่งให้เธอทำเหรอ...”

สกายถามด้วยเสียงสั่นเพราะความโกรธ

ฉันพยักหน้าช้าๆ

ใช่ ทั้งหมดนั่นแหละ ทุกคำพูด ทุกการกระทำ" ฉันว่าแล้วยืนกอดอก "ถึงจะเปลืองตัวไปหน่อยแต่มันก็คุ้มนะ...”

สกายกัดฟันกรอดด้วยความโมโหจัด ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาหาฉันอย่างช้าๆ และน่ากลัว ฉันทำเป็นยิ้มใจดีสู้เสือ ทั้งๆ ที่ในใจกลัวเขาจะแย่ แถมฉันยังโกหกหน้าด้านๆ ไปแบบนั้นอีก พร้อมกับโยนขี้ให้อาก้าแบบเต็มๆ แต่สุดท้าย... เรื่องมันก็จบได้สวยดีนะ ฉันกับสกายจะได้ไม่ต้องเจอกันอีกตลอดไป ฉันจะได้มีครอบครัวอีกครั้ง และถึงจะไม่ได้คืนดีกับอาก้า... แต่อย่างน้อย แค่ได้อยู่ข้างๆ เท่านั้นก็ดีเกินพอแล้ว...

สกายจับไหล่ของฉันบีบแน่น เขาก้มหน้าลง ไม่มองหน้าฉัน...

แม่ไม่เคยสอนเหรอว่าเวลาพูดกับคนอื่นให้มองหน้า ฉันไม่มีแม่ยังรู้เลย... เออ ฉันลืมไป กับคนอย่างนาย แม้แต่แม่นายเองก็อาจจะไม่ได้รักนายก็ได้... นายถึงได้อยู่คนเดียวโดดเดี่ยวแบบนี้ไง" ฉันกอดอกแล้วสะบัดไหล่ออกจากมือของเขาอย่างสะใจ การแก้แค้น... ฉันรู้ว่ามันไม่ดี ฉันรู้ว่ายิ่งแก้แค้นเท่าไหร่ก็ยิ่งแค้นมากขึ้น ฉันรู้อยู่แก่ใจ แต่ฉันก็อดไม่ได้จริงๆ "สกาย คำแนะนำสุดท้ายของฉัน... ถ้านายยังอยากจะใช้ชีวิตม.ปลายที่เหลือให้มีความสุข ก้มหัวให้นายน้อยแล้วยอมเข้าเป็นพวกหมอนั่นซะ อย่างน้อยนายจะได้มีเพื่อนบ้าง...”

ฉันว่าแล้วแสยะยิ้มให้สกาย

ฉันขอตายดีกว่าต้องยอมก้มหัวให้ใคร โดยเฉพาะไอ้นายน้อย"

สกายสวนกลับด้วยความโกรธ ฉันยิ้มละมุนแล้วพยักหน้ารับ

นายยังเด็ก จะรีบตายไปทำไม" ฉันว่าแล้วเบะปากมองหน้าหมอนั่น ก่อนจะใช้นิ้วชี้เชยคางหมอนั่นให้เงยหน้าขึ้นมามองฉันที่กำลังจ้องเขาด้วยสายตาสมเพชเวทนา สกายเริ่มเข้าโหมดสติแตกเหมือนตอนแรกๆ ที่เจอกันอีกแล้ว "ฟังนะ ฉันกำลังบอกลานาย... ฟังให้ดีนะสกาย...”

...”

ที่ผ่านมามันคือเรื่องโกหก นายคิดว่าคนอย่างฉันถ้าคิดจะหนีซะอย่าง นายจะจับฉันขังไว้ได้เหรอ ?” ฉันว่าแล้วมองหน้าเขานิ่งอย่างเจ็บลึกๆ สกายมองฉันตอบด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า "ที่ฉันขอนายเป็นแฟน... นอกจากแผนของอาก้าแล้วก็เพราะว่าฉันเหงา ฉันไม่มีใคร ฉันแค่อยากมีใครสักคนไว้แก้เหงาก็เท่านั้น นายน่ะมันแค่ตัวคั่นเวลา นายคิดว่าจะมีผู้หญิงที่ไหนอยากได้คนอย่างนายมาเป็นแฟนด้วย ถ้าตัดหน้าหล่อๆ ของนายออกไป ที่เหลืออยู่ก็คือนิสัยเน่าๆ ที่แก้ไม่หาย สกาย... นายสมควรแล้วที่ต้องอยู่คนเดียว ^^"

...”

นายน่ะมีปมด้อยที่อยากเอาชนะคนอื่น เพราะนายเป็นที่สองมาตลอด นายอยากมีเพื่อนที่รักนายขนาดที่แลกชีวิตให้ได้เหมือนอย่างอาก้า นายอยากทำลายหมอนั่น เพราะอะไรรู้ไหม ? นายหลอกตัวเองได้ แต่นายหลอกคนอื่นไม่ได้หรอก... สกาย ยอมรับเถอะว่านายอิจฉาอาก้าที่หมอนั่นมีดีกว่านายทุกอย่าง อิจฉาเดอะแก๊งที่เขารักกันดีจนนายทำอะไรไม่ได้เลย"

สกายมองหน้าฉันนิ่ง ดวงตาที่เคยโกรธจัดกลับกลายเป็นไร้อารมณ์ไปแล้ว

ตอนนี้ฉันคงต้องเพิ่มเหตุผลที่ฉันเกลียดมันเข้าไปอีกข้อ...”

โครม!!!!

ประตูห้องของฉันถูกอะไรบางอย่างกระแทกเข้าอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ลูกบิดประตูลั่นก่อนจะหลุดหล่นลงไปบนพื้น บานประตูเด้งเข้ามาด้านใน ก่อนที่กลุ่มคนจำนวนหนึ่งจะแทรกตัวกันเข้ามาในห้อง ฉันสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะถอยห่างออกจากสกายแล้วกอดตัวเองไว้แน่น หน้าซีด ตัวสั่น เสื้อเปียกๆ แถมสภาพมอมแมมเหมือนลูกหมาตกน้ำของฉันยังไงก็น่าสงสารกว่าสกายที่มีคดีกับอาก้าอยู่แล้ว

อาก้า หยิน และโซโล่ ทั้งสามบุกเข้ามาอย่างอุกอาจในชุดนักศึกษาและติดเข็มสถาบันอย่างแจ่มแจ้ง

หยินรีบพุ่งเข้ามาหาฉันแล้วกอดฉันไว้ ในขณะที่อาก้ากับโซโล่ปราดเข้าไปจับตัวสกายไว้แน่น โซโล่ล็อคแขนหมอนั่นไว้ด้านหลัง ส่วนอาก้าเดินเข้าไปหาแล้วหักนิ้วดังกร๊อบ แต่น่าแปลกที่สกายกลับไม่ตอบโต้เลย... ฉันกอดหยินแล้วลอบมองหมอนั่นผ่านจากด้านหลัง อาก้าเงื้อหมัดก่อนจะต่อยสกายจนหน้าหัน เสียงกำปั้นกระทบเนื้อดังลั่นจนน่ากลัวว่ากะโหลกของหมอนั่นจะแตก ฉันถอนหายใจเบาๆ แล้วส่ายหน้ามองหน้าสกายอย่างเศร้าๆ ปนสงสาร

นายทำตัวเองนะสกาย

สกายไม่ตอบโต้เลยจริงๆ ทั้งที่เขาน่าจะรอเวลาที่ได้เจอกับอาก้ามาตลอด ส่วนอาก้ากับโซโล่ผลัดกันต่อยหน้าหมอนั่นจนเลือดสาดใส่เสื้อเป็นสีแดงเข้มน่ากลัว ไม่ใช่ว่าฉันรับไม่ได้... ภาพแบบนี้ฉันเห็นจนชินตา ทว่า... จะสะใจก็ไม่ใช่ สงสารก็ไม่เชิง ฉันทั้งโกรธทั้งโมโห... แต่สมควรแล้วเหรอที่สกายควรจะโดนแบบนี้

สมควรสิ คิดดูซะบ้างว่ามันทำอะไรกับเธอไว้...

ไม่... อย่างน้อยเขาก็ให้ที่อยู่เธอ ให้เธอเรียนหนังสือ...

อาก้า...” ฉันผละออกจากอ้อมกอดของหยินแล้วมองหน้าอาก้านิ่ง

มีอะไร...” อาก้าชะงักแล้วค้างมือไว้กลางอากาศก่อนจะมองหน้าฉันกลับด้วยความงุนงง

เปล่า...” ฉันกัดริมฝีปากแน่นแล้วส่ายหน้า

สกายมองฉันด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า

นายโกหกฉันอยู่รึเปล่า สกาย นายกำลังหลอกให้ฉันตายใจใช่ไหม...

ฉันกำมือแน่นด้วยความสับสน จู่ๆ แวบหนึ่งฉันก็รู้สึกเจ็บที่เห็นหมอนั่นเจ็บ แต่อีกวินาทีหนึ่งฉันกลับสะใจที่เห็นเขาเจ็บ ฉันเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ให้ตายเถอะ ทั้งๆ ที่ฉันมั่นใจแน่วแน่ว่าฉันเกลียดสกาย เกลียดมากเท่าที่คนๆ หนึ่งจะเกลียดคนอีกคนได้ เกลียดขนาดที่ว่าต่อให้เขาตายไป ฉันจะจัดงานปาร์ตี้ให้เขาได้เลยด้วยซ้ำ แต่...

อาก้า...” ฉันเรียกด้วยน้ำเสียงเบาแล้วเอามือปิดปากตัวเองด้วยความรู้สึกสับสน

อะไร หยาง ??” อาก้าหันมาถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "ถ้าไอ้เหี้ยนี่ไม่ตาย ฉันไม่หยุดหรอก"

อาก้าพูดด้วยสีหน้าโกรธจัด สกายเจ็บหนักมากแต่ไม่ปริปากบ่นเลยแม้แต่คำเดียว

ฉันกัดริมฝีปากด้วยความสับสน ดวงตาร้อนผ่าวด้วยความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้ามา...

พอแล้ว...” ฉันว่าแล้วเสยผมเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อกลั้นน้ำตา "พอแล้วอาก้า...”

เธอสงสารมันเหรอ ? ลองคิดถึงที่มันทำกับเธอสิ" อาก้ากระชากเสียงใส่ฉันอย่างหงุดหงิด ส่วนฉันส่ายหน้าเบาๆ

ฉันไม่อยากให้นายยุ่งกับหมอนี่อีก อย่าลดตัวลงมาสู้กับคนที่ไม่คู่ควรกับนายเลยอาก้า ให้มันจบตรงนี้เถอะ หมอนั่นก็เจ็บตัวมากพอแล้ว" ฉันว่าแล้วกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บ บ้าจริง... ฉันเป็นบ้าอะไรของฉัน อาก้ามองฉันด้วยสีหน้าประหลาดใจปนหงุดหงิด มือข้างหนึ่งยังคงกระชากคอเสื้อของสกายไว้ ฉันหลับตาลงแล้วถอนหายใจอย่างยากลำบาก "อาก้า เห็นแก่สตาร์ น้องของสกายเถอะนะ อย่างน้อยสตาร์ก็เป็นน้องในแก๊งนาย...”

อาก้ากัดฟันกรอดแล้วสะบัดร่างของสกายทิ้งลงบนพื้น ก่อนจะชี้หน้าหมอนั่น

สกาย มึงจำไว้นะ กูยังไม่ลืมสิ่งที่มึงทำกับน้องกูทุกคน กูเห็นแก่มึงที่เคยเป็นน้องกูมาก่อน จำใส่หัวมึงไว้เลยนะกาย ต่อไปนี้มึงห้ามยุ่งกับคนใกล้ตัวของกูทุกคน ห้ามยุ่งกับเดอะแก๊งอีก นี่เป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย เพราะครั้งหน้าถ้ากูเจอหน้ามึงอีก มึงตายแน่... ต่อให้ใครมาห้ามก็หยุดกูไม่ได้แล้ว"

อาก้าว่าด้วยสีหน้าโกรธจัดและน่ากลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้ สกายเอาแต่มองฉันกับอาก้าด้วยสายตาไร้ความรู้สึกจากบนพื้นห้องที่เปียกน้ำของฉัน หมอนั่นไม่ได้ตกลงหรือปฏิเสธ อาก้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทร.หารถพยาบาล ก่อนจะมองหน้าฉันนิ่งด้วยสีหน้าดุ

หยิน หยาง กลับ!!!"

เขาว่าแล้วกระชากแขนของฉันกับหยินให้เดินตามเขาไป ฉันหันหลังไปมองสกาย หมอนั่นมองตามหลังฉันด้วยดวงตาที่เจ็บปวดและทรมาณ ฉันหลับตาลงแล้วหันหลังให้เขา ก่อนจะเดินไปพร้อมกันกับหยิน อาก้า และโซโล่โดยที่พยายามไม่คิดถึงเรื่องของเขาอีก... คนมันเลวเข้ากระดูกดำ ไม่มีทางที่เขาจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครสักคนหรอก

สกายน่ะ ไม่มีหัวใจหรอก...

 

หลายวันผ่านไป ที่คอนโดฯ ของอาก้า

กินอะไรหน่อยไหม ?”

หยินว่าแล้วเดินเข้ามาหาพร้อมกับถุงขนมในมือ อาก้าออกไปเรียนชด โซโล่มีสอบ ส่วนหยินก็มีเรียน แต่ยัยนี่ยินดีที่จะโดดเรียนเพื่อมาอยู่กับฉันที่คอนโดฯ ของอาก้า ฉันถอนหายใจแล้วส่ายหน้าเบาๆ ในขณะที่กำลังใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดผมของตัวเองอย่างเหน็ดเหนื่อยและท้อแท้

หยางไม่กินอะไรเลยแบบนี้ จะตายเอานะ" หยินว่าแล้วทำหน้าเหนื่อยๆ "นี่ อย่าบอกนะว่าเป็นห่วงสกาย...”

หยินว่าแล้วมองหน้าฉันนิ่งอย่างไม่สบายใจ ฉันส่ายหน้า

ไม่หรอก แต่หยางแค่ไม่แน่ใจ... หยางทำแบบนี้เท่ากับต้องออกมาจากโรงเรียนด้วย หยางยังเรียนม.ปลายไม่จบเลยในขณะที่หยินได้เข้ามหา'ลัยแล้ว หยางทำอะไรไม่ดีเลยสักอย่าง...” ฉันว่าแล้วเอามือกุมหัวด้วยความปวดใจ ฉันมันไร้ประโยชน์ แถมยังไร้สาระ หายใจทิ้งไปวันๆ อย่างไม่มีจุดหมายอะไรเลยในชีวิต "หยางไม่รู้เลยว่าหยางเกิดมาทำไม...”

หยินเลิกคิ้วแล้วยิ้มน้อยๆ

ยังเรียนม.ปลายอยู่เลย คิดมากแบบนี้เดี๋ยวก็แก่เร็วหรอก" หยินว่าแล้วอมยิ้มน้อยๆ "แต่ก็ดีแล้วล่ะที่หยางไม่ได้ห่วงสกาย ถึงหยินจะไม่รู้จักสกายเท่าไหร่ แต่จากที่อาก้าเล่า หมอนั่นก็มีวีรกรรมติดตัวพอดูเลยนะ เกือบจะฆ่าอันอัน น้องสาวอาก้าไปแล้ว หยางคิดถูกแล้วล่ะที่รีบออกมาจากวงโคจรชีวิตของคนเฮงซวยสันดานต่ำแบบนั้น"

แล้วก็ออกมาอยู่คนเดียวแบบไม่มีใครแบบนี้เหรอ...

แน่สิ หยินมีอาก้านี่... แต่หยางไม่มีใคร...

เรื่องสกายน่ะฉันรู้ดี ฉันคบกับอาก้ามาก่อนตั้งแต่ก่อนเรื่องอันอันจะเกิด แต่... ช่างมันเถอะ

หยิน หยางง่วงแล้ว วันนี้หยางเหนื่อย ขอนอนก่อนนะ...”

ฉันว่าแล้วเอื้อมมือปิดสวิตช์ไฟที่หัวเตียง หยางเลิกคิ้วอย่างงงๆ แล้วค่อยๆ เดินออกจากห้อง

เพราะว่าฉันมาอยู่ที่นี่ หยินกับอาก้าเลยต้องไปนอนในห้องเดียวกัน... และนั่นคือความจริงที่ทำให้ฉันปวดใจ... คอนโดฯ ของอาก้ามีสองห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องเป็นของฉันในตอนนี้ ถึงอาก้าจะบอกว่าฉันจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ แต่ฉัน... จะหน้าด้านอยู่ต่อไปยังไงได้... นั่นน่ะแฟนเก่าที่ฉันยังรักอยู่เต็มหัวใจ และแฟนเก่าของแฟนใหม่... ฉันคงจะปวดใจน้อยกว่านี้ถ้าคนๆ นั้นไม่ใช่พี่น้องร่วมสายเลือดของฉัน

ฉันนอนก้มหน้านิ่ง ฟังเสียงของทุกอย่างรอบตัว เสียงเครื่องปรับอากาศ เสียงลมพัดจากข้างนอกเนื่องจากคอนโดฯ ของอาก้าอยู่ชั้นสูงมากจนมองเห็นวิวได้ทั่วกรุงเทพฯ หมอน่ันกลับไปนอนที่บ้านอาทิตย์ละครั้งเท่าที่ฉันรู้ ส่วนหยิน หยินย้ายเข้ามาอยู่กับอาก้าตั้งแต่จบม.ปลาย เพราะหมอนั่นไม่ยอมให้หยางแยกออกไปอยู่คนเดียวแน่ๆ

ฉัน... อิจฉาหยิน

เสียงเปิดประตูจากด้านนอกดังขึ้น เสียงฝีเท้าตึกๆ ของหยินวิ่งออกไปดู เสียงคุยกันเบาๆ ของคนสองคนดังขึ้นจากด้านนอกทำให้ฉันรู้ว่าคนที่เพิ่งเข้ามาคืออาก้า... ฉันกำมือผ้าปูที่นอนแน่นอย่างเจ็บหนึบๆ ในหน้าอก ที่หัวใจ... นอนตัวงอเป็นกุ้งทั้งๆ ที่ร่างกายไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย แต่ที่เจ็บคือในใจนี่...

ฉันเอามือจับหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองผ่านเสื้อกล้ามสีดำบางๆ ของหยิน ก่อนจะหลับตาลงแล้วพยายามข่มตานอนในขณะที่หูยังได้ยินเสียงของอาก้าและหยินคุยกันอย่างชัดเจน ทุกคำพูดของเขาและหยิน ฉันได้ยิน ได้รู้ ได้มีส่วนร่วมเป็นพยานในทุกคำ กว่าครึ่งเป็นเรื่องของฉัน หยินห่วงฉันมากจนอาก้าต้องบอกว่าฉันไม่เป็นไร ฉันพยักหน้ากับตัวเองเบาๆ อย่างนึกสมเพชตัวเองในใจ ใช่ ฉันไม่เป็นไร...

แต่ใครจะรู้ บางทีคนที่เจ็บกว่าสกายอาจจะเป็นฉันก็ได้

บางครั้งฉันก็อยากเป็นแบบสกายบ้าง... ไม่มีหัวใจ ไม่ต้องรู้สึกอะไร ไม่ต้องเจ็บ...

น้ำตาของฉันไหลลงบนหมอนทีละหยดอย่างน่าสมเพช บ้าจริง... อ่อนแอจริง...

 

ครืด!!!

ฉันสะดุ้งตื่นเพราะโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างหัวสั่นปลุก ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง อืม... นี่มันยังมืดอยู่เลยนี่นา ฝนก็ยังตกไม่หยุดมาหลายชั่วโมงหลายวันแล้วด้วย... ฉันตื่นขึ้นอย่างงัวเงียบแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา... ตีสอง ?? บ้าล่ะ ฉันฝันไปหรือว่ามีอะไรเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของฉันกันแน่... ฉันขยี้ตาแล้วค่อยๆ กดดูเบอร์โทร.เข้า

'สายที่ไม่ได้รับ : มาเฟีย'

ฉันโทรศัพท์ทิ้งแล้วทิ้งตัวลงนอนคว่ำกับหมอนต่ออย่างเหนื่อยๆ

ไม่รับ ไม่รับ ตัดขาดจากที่นั่น เลิกยุ่งกับทุกคน... เริ่มต้นชีวิตใหม่...

ครืด!!!

ไอ้โทรศัพท์เวรนั่นยังสั่นไม่หยุด ฉันเลยต้องคว้ามาอย่างหงุดหงิดแล้วกดรับสาย

ฮัลโหล นี่มันตีสองนะ บ้านเธอไม่นอนเหรอไง ???”

หยาง!!! สกายเข้าโรงพยาบาล!!!”

เสียงมาเฟียสวนกลับมาอย่างสั่นๆ

ฉันถอนหายใจแล้วกลอกตาใส่หน้าจอโทรศัพท์

รู้แล้ว ก็ฉันนี่แหละที่ทำให้มันต้องเข้าโรงพยาบาล ตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนโน่น...

แค่นี้ใช่ไหม ฉันจะนอนแล้วนะ"

ฉันว่าแล้วถอนหายใจเบาๆ

เดี๋ยว หยาง!!!!”

เสียงร้องของมาเฟียดังออกมาจากในสายด้วยความหงุดหงิด

มาเฟีย ฉันจะนอน มันเป็นแฟนเธอ เธอก็ไปนอนเฝ้ามัน อย่าเอาฉันไปเกี่ยว!!!” ฉันตะคอกใส่โทรศัพท์เสียงดัง หัวใจเต้นตึกตักอย่างหนักหน่วงในอกด้วยความปวดร้าวลึกๆ ฉันกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะพูดออกไปด้วยเสียงเรียบ "บอกมันด้วยล่ะว่าตายไปได้ก็ดี แผ่นดินนี้จะได้สูงขึ้นอีกหน่อย"

ฉันว่าแล้วเอามือก่ายหน้าผากด้วยความหน่วงในหัวใจ

ฉันพูดบ้าอะไรออกไป...

หยาง... ฉันไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่หรอกนะ... แล้วทำไมเธอถึงไม่มาโรงเรียน...” มาเฟียพูดเสียงสั่นผ่านทางโทรศัพท์

อือ ขอโทษ...” ฉันว่าแล้วถอนหายใจเบาๆ "แต่ฉันไม่สนอยู่ดีว่าหมอนั่นจะเป็นตายร้ายดียังไง ช่างหัวมัน...”

ไม่สนไม่ได้นะหยาง...” มาเฟียพูดด้วยนำ้เสียงที่เบาจนน่าใจหาย "เธอเองก็แปลกไป...”

มันตายเมื่อไหร่ค่อยโทร.บอกฉันแล้วกัน แล้วฉันก็เป็นของฉันอย่างนี้มานานแล้ว"

ฉันว่าแล้วกัดริมฝีปากแน่น เสียงหายใจเบาๆ ของมาเฟียลอดผ่านโทรศัพท์เข้ามา จังหวะการหายใจที่แปลกไป ขาดๆ หายๆ เหมือนคนหายใจไม่ออก ฉันเงียบ รอฟังประโยคต่อไปของยัยนั่นอย่างหงุดหงิด บ้าชะมัด... ยัยนี่ทำฉันเสียเวลานอนเพราะเรื่องโง่ๆ ของคนบ้าๆ นั่นน่ะนะ

ฟังนะ ถ้าเธอยังไม่สนใจอีก ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว...” มาเฟียพูดแล้วกลืนน้ำลายเบาๆ "สกายโผล่ไปที่สนามบาสฯ ของโรงเรียน แล้วท้าพวกของนายน้อยต่อยให้ตายกันไปข้าง ฉันไม่ได้อยู่ด้วยเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ที่แน่ๆ คนที่พาสกายมาส่งโรงพยาบาลคือนายน้อย...”

มาเฟียเล่าด้วยน้ำเสียงที่เบาและแหบหายเป็นห้วงๆ

ก็ดีแล้วนี่" ฉันว่าแล้วเลิกคิ้ว "อย่างน้อยก็จะได้ไม่มีผีสิงสนามบาสฯ"

นายน้อยบอกว่า... สกายโผล่มาแล้วสั่งให้เขาเลิกยุ่งกับเธอ แล้วมาตัดสินกัน ว่าใครจะได้เป็นใหญ่ในโรงเรียน...”

...”

สกายจะล้มระบบล่าแต้ม"

...”

เพื่อให้เธอได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ...”

ฉันเผลอกดวางสายด้วยความตกใจ มือสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ โทรศัพท์มือถือหลุดร่วงลงจากมือลงบนเตียง พร้อมๆ กับที่น้ำตาอุ่นๆ หยดลงบนหมอนสีขาวสะอาดจนเป็นดวงๆ ฉันเงยหน้าขึ้นแล้วพยายามกลั้นน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไร้เหตุผล บ้า บ้าที่สุด ไอ้สกายมันแค่จะซื้อใจฉัน... มันทำแบบนั้นเพราะมันอยากได้ตัวฉัน... เพื่อจะได้เป็นใหญ่ เพื่อจะได้ล้มอาก้า สุดท้ายแล้วทั้งฉัน ทั้งมาเฟีย ทั้งนายน้อยก็จะเป็นแค่หมากไม่กี่ตัวในกระดานเกมของเขา รอวันที่จะถูกรุกฆาตและเขี่ยทิ้งจากกระดาน

ฉันกดปิดโทรศัพท์มือถือแล้วซุกไว้ที่ใต้เบาะที่นอนเพื่อไม่ให้ฉันฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ ก่อนที่จะทิ้งตัวเองลงนอนกอดตัวเองบนเตียง ซุกตัวในผ้าห่ม ข่มตาที่เปียกชื้นและบวมแดงเพราะยังคงหยุดร้องไห้ไม่ได้ หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกหลายอย่างที่ปนเปและทับถมกันในหัวใจ เจ็บ... เสียใจ เศร้า... ฉันไม่อยากถูกหลอกอีกแล้ว ฉันไม่อยากเจ็บอีกแล้ว... ฉันไม่อยากเอาหัวใจตัวเองไปเสี่ยงกับคนอันตรายแบบพวกเขาอีกแล้ว สกาย อาก้า พวกนายมันเหมือนกันไม่ผิด อันตราย... น่ากลัว... แต่ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงต้องตกหลุมคนอย่างพวกนายทุกครั้งไป

จะลองเสี่ยงดูอีกครั้งไหม... หยาง อยากจะเจ็บอีกครั้งไหม ?

ฉันกัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บ กลิ่นคาวเลือดคาวคลุ้งเต็มไปหมดทั้งปาก ก่อนที่เท้าทั้งสองข้างจะกระโดดลงจากเตียงแล้วสาวเท้าวิ่งออกไปข้างนอกห้องท่ามกลางความมืดมิดในยามกลางดึก ฉันวิ่งฝ่าสายฝนที่ตกหนักเหมือนพายุจนออกไปที่ถนนใหญ่เหมือนคนโง่ ใช่ ทั้งโง่ทั้งบ้า... เพราะฉันจะยอมเสี่ยงอีกสักครั้ง...

 









หยาง หยางโมโหน่ากลัวมากรู้ไหมลูก TTT ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ สงสารสกายจัง TTTTTT อาก้าก็แบบ มาถึงก็ซัดเอาๆๆๆ ไม่ฟังเสียงอะไรเลย สกายก็เงียบยอมให้เขาฟาดซะงั้น โอ๊ยยย หยาง คือนางจะโกรธอะไรขนาดน้านนนนนน(เออมันก็น่าโกรธอยู่หรอก แต่... แรงไป) ตอนนี้สงสารสกายมาก ไม่รู้ว่าฮีหลอกหยางหรือไม่หลอกยังไงแหละ ถ้าหลอกก็เนียนโคตรละ ตอนหยางบอกว่าเป็นแผนอาก้านี่ ฮือออ สกายยย มาหาเค้ามามะ เค้ายอมให้ตัวเองทุบตีทรมาณ TTTTT

แล้วก็ ตอนหยางไปอยู่กับอาก้าเท่านั้นแหละ รู้เลย หยิน หยาง อาก้า สามพีในตำนาน ไม่มีวันอยู่ร่วมชายคาเดียวกันได้หรอก ถ้าอยู่ต่ออีกสักสองสามวัน มีหวังหยางตายคาคอนโดฯ แน่ เห็นภาพช้ำใจทุกวันเข้า ยอมให้สกายมันหักอกดีกว่าไหม 55555 อีตาอาก้าก็คิดว่าหยางจะตัดใจได้ไวขนาดนั้นรึไงยะ ทำให้เขารักไว้มาก คิดว่าเลิกง่ายๆ รึงายยย ถ้าเลิกง่ายแบบนั้นก็ไม่มีคนอกหักแล้วว้อยยยย 

สกาย ตอนท้าย... ฉันมอบมงกุฏให้นายเลย TTT หลอกหรือจริงไม่รู้ แต่ถ้าจะหลอกกันขนาดนี้ ยอมโดนหลอกแล้ว ถ้าหยางไม่ไปหาอีกก็ใจแข็งเกินไปแล้ว(จริงๆ แล้วนางใจอ่อนจะตาย 5555 ไม่งั้นสกายหยินโซโล่อาก้าตายไปหมดแล้ว) ขอให้... ไม่โดนหลอกก็แล้วกันนะหยางเอ๊ยยยย

ขอบคุณสำหรับเม้นค่าาาาา ซาบซึ้งทุกเม้นโหวตและวิวเสมอค่ะ <3 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,327 ความคิดเห็น

  1. #1279 Fari (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 17:02
    จะสงสารก็สงสารไม่สนิทใจอ่ะสกาย แกน่ากลัวเกินไป
    #1,279
    0
  2. #646 ชาโบลนาร่า (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กันยายน 2557 / 10:41
    เริ่มรู้สึกเกลียดอาก้าเบาๆแล้วน้าาาา 

    แต่ก็รักอยู่ดีแหละ เฮ้ออออออT_T

    เอาไงดีว้า
    #646
    0
  3. #491 Fnqueerish (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 / 00:52
    มาต่ออออเลยยน้าาาา ค้างงงงง สุดดดๆ -[]-
    #491
    0
  4. #369 view51 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 20:53
    มาต่อเร็วๆน่ะค้า สนุกมาก ติดตามทุกเรื่อง (:
    #369
    0
  5. #367 Porn'n La (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 12:12
    ตอนนี้สกายได้คะแนนสงสารไปเต็มๆ5555555 โถ่วพ่อพระของน้องทำไมถึงต้องไปท้านายน้อยแงงงT^T
    #367
    0
  6. #366 --M=o=D-- (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 15:44
    หึยยยยย แอบสงสารสกายอ่ะ ชาร์ปนี้ได้ใจไปเต็มๆเลยยย
    #366
    0
  7. #365 Top Secret (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 12:24
    เสี่ยงมั้ย...ใครว่ามันไม่เสี่ยง แต่...
    ใจมันแอบเถียง ว่ายังไงก็ใช่เธอ....

    ตามนั้นหยาง 55555 อัพต่อเถอะค่ะ ไรท์เตอร์ ><

    #365
    0
  8. #364 Poison_M.KS. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 10:55
    ใช่ๆๆๆ ค้างมากๆเลย มาต่อเร็วๆนะ ใจจะขาด
    #364
    0
  9. #363 Praw >< (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 23:34
    ค้างอ่ะ บอกเลย!!! อัพต่อด่วน!!!
    #363
    0
  10. #362 Win Ny (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 22:19
    หลอกหรือไม่หลอกไม่รู้แต่เค้าสงสารสกายอ่ะ
    #362
    0
  11. #348 YUYEE'ZA (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 21:20
    อัพอีกค่ะ รออยู่ๆ
    #348
    0
  12. #347 pimhoney (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 20:19
    สกายดูน่าสงสารมากกกกกกก แต่ก้ทำเขาไว้เยอะนี่ ไม่รู้จะสงสารหรือสมเพชดี
    #347
    0
  13. #346 ฮันนี่ อันลี่ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 19:53
    ไม่คิดว่าจะเป็นแผนสกายหน่อยเอ่อ ถ้าไม่ใช่ก็ขอโทษด้วย แต่มองสกายเป็นคนดีไม่ลงจริงๆ - -"
    #346
    0
  14. #345 ninjafa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 19:30
    ถ้าทุกอย่างคือความรู้สึกจริงๆ ของสกาย เขาจะเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดในตอนนี้แล้ว
    #345
    0
  15. #342 hide (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 11:03
    สงสารสกายอ่าาาา แงงงง ขออย่าให้สกายหลอกหยางอีกนะ
    #342
    0