[The Gang #6] The Cold War : สงครามรักอันตราย [ จบ ]

ตอนที่ 15 : Lust & Pride [ ราคะ ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 พ.ย. 57








บทที่ 12
Lust & Pride

หยาง เมื่อกี้โคตรเจ๋งอะ พนันได้เลยว่าตอนนี้คนเริ่มทุ่มไปด้านสกายมากกว่านายน้อยแล้วแหง"

มาเฟียเดินเข้ามาในห้องน้ำในขณะที่ฉันกำลังยืนค้ำอ่างล้างหน้า พยายามหายใจให้เป็นปกติที่สุด อยากจะด่ายัยมาเฟียว่าหายหัวไปไหนมาตั้งนาน กว่าจะโผล่ออกมาได้... แต่เพราะความตื่นเต้นอีกทั้งยังตกใจทำให้ฉันพูดอะไรไม่ออก หัวใจเต้นกระหน่ำรัวเหมือนกลองรบ ถามว่าสะใจไหม ? บอกได้เลยว่าสะใจมาก แล้วถ้าถามว่าเสียใจไหมที่ฉันทำแบบนั้น ? ไม่เลย!!

บอกแล้วไงว่าสะใจมาก!!!

นายน้อย... นายทำให้ฉันต้องไปอยู่ห้อง F ห้องบ๊วย ห้องที่ไม่คู่ควรกับฉัน...

คราวนี้ถึงทีฉันเอาคืนบ้าง สิบปีแก้แค้นยังไม่สาย แต่ฉันรอนานขนาดนั้นไม่ไหวหรอก

น่ันน่ะผู้หญิงของนายน้อยไม่ใช่เหรอ ? แล้วทำไมถึงไปอยู่กับเด็กใหม่นั่น...”

นั่นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้านี่ ทำไมถึงได้ควงผู้หญิงคนนั้นล่ะ... มากับนายน้อยไม่ใช่เหรอ ?”

นายน้อยโดนหักหน้าแบบนั้น สงสัยจะหมดน้ำยาแล้วมั้ง"

ไอ้เด็กใหม่นั่นชื่อสกายใช่ไหม ดูท่าทางเอาเรื่องเลยนี่..."

ฉันก้มหน้าพลางนึกถึงคำพูดซุบซิบที่ฉันได้ยินมาตลอดทาง ก่อนจะเอามือค้ำแล้วหายใจเข้าออกเบาๆ ให้เป็นปกติ พยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้มือเลิกสั่นด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะหันไปหามาเฟียที่ยืนเติมเครื่องสำอางบนใบหน้าอยู่ข้างๆ กาย ยัยนั่นยังสวยและน่ารักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน คุณหนูยังไงก็คุณหนูยังงั้นมาตลอด

นี่ เอาชุดฉันมาให้เปลี่ยนหน่อยสิ..." ฉันเปรยๆ ขึ้นแล้วรวบผมยาวของตัวเองไปไว้ด้านหลัง

เอ๋ ?” มาเฟียว่าแล้วขมวดคิ้ว "ไหนว่าไม่ชอบชุดนั้น...”

จะทำการใหญ่ ใจต้องถึง...”

ฉันว่าแล้วเลิกคิ้ว ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดประตูแล้วปลดกระดุมถอดเสื้อเชิ้ตโยนทิ้งลงไปบนพื้น

มาเฟียมองฉันอย่างอึ้งๆ ราวสองสามวิ ก่อนจะสะบัดหน้าแล้วตั้งสติ ก่อนจะช่วยฉันแต่งตัว

ชุดที่มาเฟียเอามาให้คือคอร์เซ็ตหนังสีดำสนิททรงสายเดี่ยวกึ่งเกาะอกที่มีซิบตรงกลางลงมาตั้งแต่หน้าอกถึงชายเสื้อ ส่วนด้านหลังเป็นเชือกร้อยลงมา ประดับด้วยหมุด และหนามจำนวนมากในระดับที่รับประกันได้ว่าใครเข้าใกล้ฉันเกินสามเซ็นติเมตรต้องโดนหนามแหลมๆ เหมือนทุเรียนที่หน้าอกฉันจิ้มเข้าให้แน่ๆ ยัยมาเฟียดีไซน์เนอร์วันนาบีนั่นยังแถมปกเสื้อสีดำประดับหมุดหนามที่เข้าชุดกันให้ฉันด้วย ทั้งยังกำไลเหล็กผสมหนังสีดำอีกหลายวงบนข้อมือ แหวนลายกะโหลกและไม้กางเขน กางเกงขาสั้นหนังสีดำกับเข็มขัดที่ห้อยกุญแจมือ แส้และโซ่ตัวเดียวกันกับที่ฉันเห็นที่บ้านยัยนั่น

อืม ยังมีอีก" มาเฟียว่าแล้วโยนถุงน่องตาข่ายให้ฉัน "ถุงน่อง กับรองเท้า... เอ อยู่ไหนนะ"

ยัยนั่นว่าแล้วค้นเป้ ก่อนจะหยิบรองเท้าบู๊ทพื้นราบสีดำยาวถึงเข่าขึ้นมาให้ฉัน

ฉันสวมรองเท้า รูดซิบแล้วมองกระจก ให้ตายเถอะ... นี่ฉันไม่ได้แต่งคอสเพลย์อยู่ใช่ไหม ? จะว่าสวยมันก็สวย เซ็กซี่มันก็ใช่ แต่นี่มันพลิกจากหลังตีนเป็นหน้ามือเลยด้วยซ้ำ จากนักเรียนม.ปลายผมสั้นธรรมดาๆ กลายเป็นผู้หญิงผมยาวหน้าสวยแซ่บจนต้องร้องขอชีวิตแบบนี้...

มาเฟียเดินมาด้านหลังฉันแล้วตบไหล่ฉันเบาๆ

จะทำการใหญ่ ใจต้องถึง..."

 

เดอะคิงดอมตั้งอยู่ใจกลางเมือง คลับใหญ่ราคาแพงกระเป๋าฉีกเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงวัยรุ่น ตัวคลับประกอบด้วยอาคารสามชั้น บวกชั้นใต้ดินสำหรับเก็บเครื่องดื่ม ชั้นหนึ่งและชั้นสองที่เป็นชั้นลอยเป็นโซนของคลับ ชั้นสามเป็นห้องพัก และเหนือขึ้นไปเป็นดาดฟ้า เสียงเพลงแนวอิเล็คโทรนิกส์ดังลั่น เสียงเบสต่ำๆ กระหึ่มกระแทกหูอย่างสะใจ เหล้าเข้าปากฉันเป็นแก้วที่เท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ฉันกำลังถูกล้อมด้วยเพื่อนร่วมชั้นจำนวนมากที่ฉันไม่เคยคุยด้วยมาก่อนในชีวิต เดอะคิงดอมกำลังเปลี่ยนตัวเองจากไนท์คลับเป็นเรือนโลกีย์เมื่อคู่ชายหญิงเริ่มปีนขึ้นไปบนเก้าอี้แล้วกอดจูบเล้าโลมกันอย่างไม่อายใคร

กว่าสองร้อยชีวิตในผับเบียดเสียดร่างกายกันไปมาอยู่ในพื้นที่แคบและมืด มีเพียงแสงไฟจากสปอตไลท์หลากสีกระพริบวาบและสาดไปมาตามจังหวะเพลง ความร้อนของร่างกายมนุษย์หล่อรวมกันจนเกิดเป็นไอน้ำระเหยขึ้นไปอยู่บนเพดาน อากาศร้อนอบอ้าวจนเหงื่อไหลลงมาจากร่างกายซึมลงไปตามเสื้อผ้า กลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ และกลิ่นเหงื่อหลอมรวมกันจนแยกไม่ออก ความเมามายทำให้สำนึกรับผิดชอบชั่วดีลดต่ำลง สติสัมปะชัญญะของแต่ละคนเริ่มน้อยลงทุกที ทั้งหญิงหนึ่งต่อชายสี่ ทั้งชายสองหญิงสาม ร่างกายทุกร่างเบียดเสียดถูไถกันไปมาในความมืดอย่างไร้ซึ่งความอาย ผู้หญิงกว่าสิบคนขึ้นไปเต้นอย่างยั่วยวนอารมณ์บนโต๊ะเล็กกลางห้อง รองเท้าส้นสูงของพวกเธอปัดขวดเหล้าและแก้วตกแตกลงบนพื้น พวกผู้ชายนั่นอีก แทนที่จะห้ามกลับมองอย่างหื่นกระหายอยาก หวังจะได้ร่างกายของพวกเธอเหล่านั้นมาครอบครอง...

สติ๊กเกอร์สีแดงรูปรอยจูบสีแดงถูกนำมาใช้แทนแต้มคะแนน แต่ละคนที่เข้ามาในงานจะได้สติ๊กเกอร์หนึ่งดวง จะนำไปติดให้ใครก็ได้ จะติดให้ตัวเองก็ได้ แต่คนที่ได้สติ๊กเกอร์มากที่สุดในงาน(ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง...)จะเป็นคนที่มีแต้มสูงสุด และใครก็ตามที่พิชิตสาวคนนั้นได้ จะยิ่งเป็นเหมือนเทพเจ้าในโรงเรียนเหมือนอย่างที่นายน้อยเป็นในตอนนี้ มาเฟียบอกว่า ปีก่อน งานเลี้ยงก่อนเปิดเทอม ม.5 คนที่ชนะคือนายน้อย ส่วนผู้หญิงคือญาติห่างๆ ของเธอ มาเฟียยังคงเป็นคนที่มีแต้มสูงสุดในตอนนั้น แต่ในเมื่อไม่มีใครสามารถเด็ดเธอได้ ก็ไม่มีใครได้แต้มของเธอไปนั่นเอง

แผ่นหลัง แขน ไหล่ ทุกส่วนที่โผล่พ้นขึ้นมาจากเสื้อผ้าของฉันโดนสติ๊กเกอร์จากใครก็ไม่รู้เอามาติดเยอะแยะไปหมดจนนับไม่ถ้วน เหงื่อเย็นๆ ที่ไหลซึมออกมาจากผิวหนังทำให้สติ๊กเกอร์หลุดลอกออกไปบ้าง แต่ฉันไม่สน ช่างหัวมัน... เพราะฉันไม่คิดจะให้แต้มใครอยู่แล้ว อยากนับก็นับไป แต่อย่ามานับใกล้ๆ เท้าฉันหรือมาเฟียก็พอ ยัยนั่นอยู่กับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงไม่ไกลจากฉัน ในมือถือแก้วเหล้า ใบหน้าเริ่มแดงซ่านเพราะฤทธิ์ของน้ำเมา

เช่นเดียวกันกับใบหน้าของฉันเริ่มร้อนแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ทว่าฉันไม่ได้เมามายขนาดที่จะเสียสติควบคุมตัวเองไป สายตาของฉันยังคงมองหาคนสองคนอยู่ตลอด... สกาย และนายน้อย ฉันเฝ้ารอจังหวะดีๆ ที่จะโจมตีนายน้อยครั้งต่อไป... คืนนี้ฉันขอสงบศึกกับสกาย ไม่สิ ต้องเรียกว่าร่วมมือกันถล่มนายน้อยเลยดีกว่า... สกายยืนมองฉันอยู่ที่ระเบียงชั้นบนตลอดเวลาที่ฉันกำลังเต้นอยู่ด้านล่าง สายตาของเขามองฉันตาไม่กระพริบ

เธอต้องสร้างภาพให้ดูเหมือนว่าเธอน่ะ... ง่าย แต่จริงๆ แล้วจะเข้าถึงเธอได้น่ะ... โคตรยาก"

ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ฉันถึงได้ยอมรับเอาคำแนะนำจากมาเฟียมาใช้ ลางสังหรณ์ของฉันบอกว่ายัยนี่เชื่อใจได้...

ผู้ชายคนหนึ่งค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้ฉันทีละน้อย หน้าตาเขาก็ดีอยู่หรอก แต่เจตนาของหมอนี่เนี่ยสิ เห็นได้ชัดเลยว่าหวังเลขแต้มจากฉันเห็นๆ หมอนั่นวางมือลงบนเอวของฉันเบาๆ แล้วเบียดตัวเข้ามาใกล้ ฉันยิ้มให้น้อยๆ ก่อนจะค่อยๆ ถอยตัวหายไปจากหมอนั่นอย่างง่ายดาย เพราะฉันได้เปรียบตรงที่ฉันแกล้งทำเป็นเมา แต่ไม่เมา ส่วนเขาพยายามทำให้ดูเหมือนไม่เมา ทั้งๆ ที่เมาจนแทบจะเอาหัวราน้ำอยู่แล้ว

ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองสกาย หมอนั่นหายไปแล้ว อ้าว...

ไง ?”

ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงหนึ่งกระซิบที่หลังหู

สกาย...

ใบหน้าของเขาแนบชิดเข้ามาใกล้จากด้านหลัง มือทั้งสองโอบฉันจากด้านหลังไว้ในเวลาเดียวกัน ไอ้มือปลาไหลเอ๊ย... ฉันกัดฟันกรอด แทบจะหายเมาในทันทีเมื่อเขาเข้าประชิดตัว หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งต้องเต้นแรงกว่าเดิมอีกเมื่อเขาเบียดตัวเข้ามาใกล้แบบนั้น

สกายมันรู้ทันฉัน...

ถ้าเข้ามาจะจะด้านหน้าเหมือนนายนั่นเมื่อกี้ ฉันจะหนีได้ แต่ถ้าย่องเงียบๆ มาเสียบจากด้านหลัง ฉันจะไม่มีทางหนี

คลื่นกระแสของคนทำให้ฉันต้องขยับไปด้วยตามจังหวะของคนรอบข้าง ไม่ว่าฉันจะพยายามยืนให้นิ่ง ทำตัวให้ดูราวกับว่าไม่สะทกสะท้านอะไรกับเขา... แต่ฉันก็ทำไม่ได้ ร่างกายที่ไม่มีสติเต็มร้อยบวกกับแรงของคนรอบๆ ที่อัดกันมาทำให้ฉันกับสกายยิ่งเบียดตัวเข้าหากันอีก อ๊าก นี่มัน... ตายๆๆๆ

เป็นไง ?” สกายกระซิบถามเบาๆ ลมหายใจของเขามีกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ เจือปนอยู่ "ต่อไปจะทำอะไรอีก ?”

ไม่รู้สิ... ฉันไม่ได้เจ้าเล่ห์เหมือนนาย" ฉันว่าแล้วทอดสายตามองเขาอย่างกวนๆ "นายฉลาดนักก็ช่วยฉันคิดทีสิ ^^”

รู้ไหมว่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น..." สกายพูดแล้วหยุดไป ก่อนจะกระซิบต่อเบาๆ ที่หู "ยั่วกันชัดๆ เลยนะ...”

เวรละ ไม่ได้ตั้งใจไง... คือตั้งใจจะกวน แต่ด้วยฤทธิ์ของเหล้าทำให้ฉันคุมหนังตาตัวเองไม่ได้

...ฉันแค่ทำตามแผน" ฉันว่าแล้วเริ่มทำตัวผิดๆ ถูกๆ "ฉันแค่ยั่วโมโหนายน้อย...”

แต่ไอ้เวรนั่นไม่ได้อยู่แถวนี้เลยนะ" เขาว่าแล้วก้มหน้าลงมาที่ต้นคอ ก่อนจะใช้มือหนึ่งเกี่ยวผมที่ปรกต้นคอไปไว้ด้านหลัง หัวใจของฉันเต้นกระหน่ำเป็นจังหวะตามเพลงโคตรตื๊ดจนกระแทกกระเทือนทะลวงเข้าไปในตับไตไส้พุง สกายค่อยๆ จรดริมฝีปากลงมาตรงจุดที่ต้นคอกับบ่าลาดชนกับพอดี ริมฝีปากที่ร้อนตามอุณหภูมิของร่างกายค่อยๆ ไล้ลงไปจนถึงหลังคอ สกายถอนริมฝีปากขึ้นแล้วจูบฉันเขาๆ ที่หลังใบหู ขนแขนฉันลุกพรึ่บ "ป่านนี้มันคงอยู่ในห้องซักห้องกับใครสักคน...”

เอื๊อก... ขอบใจที่ช่วยเตือนสติ เพราะนายเองก็ไม่ต่างอะไรจากนายน้อย...

ฉันกลับหลัง หันหน้าไปหาสกายอย่างรวดเร็วในตอนที่หมอนั่นไม่ทันได้ตั้งตัว มือทั้งสองข้างสะบัดหนีแล้วผลักหน้าอกหมอนั่นออก แต่ทว่าสกายกลับรวบตัวฉันไว้ได้พอดีแล้วรั้งฉันเข้าไปไว้แนบอกของเขา ใบหน้าเจ้าเล่ห์ขึ้นสีชมพูอ่อนเพราะพิษเหล้า ริมฝีปากบางยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า

พอดีกับตอนที่ตากล้องบันทึกภาพเวรๆ พร้อมกับแฟลชส่องระดับสปอตไลท์สนามกีฬาเดินผ่านมาที่ฉันพอดี กล้องหันมาทางฉันแล้วชะงักนิดหน่อยก่อนจะยิ้มให้ ฉันผู้ซึ่งต้องเก๊กหน้าตาสวยจำต้องยิ้มตอบ สกายแทรกหน้าเข้ามาในจอแล้วใช้จมูกซุกไซร์ต้นคอของฉันอย่างนัวเนีย ตากล้องถึงกับผงะ แต่ทว่าการกระทำของสกายไม่ได้สะกิดต่อมมารยาทของตากล้องเลยแม้แต่น้อย หมอนั่นยิ่งถ่ายเข้ามาใกล้อีก โว้ยยย จะถ่ายขนหลังหูหรือไงคะ ถ่ายใกล้ขนาดนี้ เอากล้องจุลทรรศน์มาส่องเถอะ

ฉันกับสกายปล่อยให้หมอนั่นถ่ายจนพอใจ สกายเอาแต่กระซิบเบาๆ ที่หูของฉัน

เป็นหลักฐานให้คนทั้งโรงเรียนได้เห็น ไอ้นายน้อยมันต้องหลีกทางให้ฉันแล้ว"

หมอนั่นพูดก่อนจะใช้มือรั้งฉันเข้าไปแนบตัว เสียงเพลงและแรงของฝูงชนทำให้เรายิ่งชิดกันอีก งะ คือ... แบบ มัน...

บาร์เทนเดอร์ถือถาดเครื่องดื่มเดินมาพอดีในขณะที่ฉันกับสกายเอาแต่มองหน้ากันชนิดที่ว่าถ้าเป็นปลากัด ฉันคงมีลูกไปหลายครอก สกายหยิบแก้ววอดก้าเพียวๆ ขึ้นมาสี่แก้วด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะหยิบมะนาวมาด้วยอีกหนึ่งลูก เขายื่นแก้วแรกให้ฉันแล้วมองหน้าฉันด้วยสีหน้ากวนๆ ราวกับว่าจะท้าทายกัน

มีเหรอคนอย่างฉันจะยอม...

สู้ไหม ?” เขาถามแล้วยักคิ้วให้

หึ...” ฉันว่าแล้วกระดกแก้ววอดก้าลงคอไปทั้งแก้ว ของเหลวใสหวานจนขมร้อนวาบไหลลงหายไปในท้อง

จริงๆ แล้ววิธีกินมันเป็นแบบนี้...” อาก้าว่าแล้วเสยผมที่ปรกลำคอของฉันออกไป ก่อนจะบีบซีกมะนาวลงไปที่ระหว่างไหล่กับลำคอเบาๆ น้ำมะนาวเย็นๆ ไหลซึมลงจากไหล่ไปจนถึงหน้าอกและแผ่นหลัง หมอน่ันเงยหน้าขึ้นมามองฉัน ก่อนจะยกแก้วเหล้าซดตามลงไปอีกหนึ่งช็อท หมอนั่นโน้มหน้าเข้ามาหาตรงจุดที่เขาบีบมะนาวไว้แล้วใช้ริมฝีปากเม้มก่อนแลบลิ้นเลียเบาๆ ตั้งแต่ไหล่ไปตามทางที่น้ำมะนาวไหลลงไปอย่างช้าๆ

ตาย... สมองของฉันระเบิดปังด้วยความร้อนเกิดพิกัดจะรับไหว ก่อนจะดับการทำงานของตัวเองไปในวินาทีนั้น

สกายเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะยิ้มให้อย่างผู้ชนะ...

หยาง เอาไงล่ะ เอาไงดี!!! ทำตามก็แพ้ ไม่ทำตามก็แพ้!!!

อายเหรอ ?” เขาว่าแล้วใช้มือเชยคางของฉันขึ้นมา "ถ้าแค่นี้ไม่กล้า แล้วจะเอาอะไรไปสู้กับไอ้นายน้อย ?”

เส้นความอดทนและความอายเส้นสุดท้ายของฉันขาดผึง มือทั้งสองข้างกระชากคอเสื้อของสกายลงมาแล้วดึงสาบเสื้ออย่างแรงจนกระดุมเม็ดบนกระเด็นหลุดหายไป มือที่สั่นระริกตามจังหวะเพลงของฉันค่อยๆ บีบมะนาวผ่าซีกลงบนกึ่งกลางระหว่างไหล่กับคอเขา ก่อนจะโยนเปลือกมะนาวที่เหลือทิ้งไป น้ำมะนาวไหลลงมาจากต้นคอจนถึงเสื้อของเขาจนเปียกชื้นนิดๆ เอื๊อก...

สกายมองฉันอย่างเจ้าเล่ห์สลับกับแก้ววอดก้าช็อทเล็กๆ ในมือของเขา ฉันกัดฟันกรอดแล้วกระชากแก้วมา ก่อนจะดื่มลงไปรวดเดียวหมด ฉันกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะโน้มใบหน้าลงแล้วค่อยๆ ลิ้มรสไอ้น้ำมะนาวนรกบนตัวของเขาอย่างจำใจสุดๆ สกายคนบ้าเอามือกดหัวฉันไว้ไม่ยอมให้เงยจนกว่าฉันจะจัดการกับน้ำมะนาวทุกหยดทุกเม็ดที่เปื้อนอยู่บนผิวขาวๆ ของเขาออกให้หมด

ฉันทำได้ ฉันทำได้แล้ว...

ฉันเงยหน้าขึ้นมาสูดอากาศหายใจหลังจากที่โดนสกายข่มเหงไปหลายนาที เสื้อของหมอนั่นเปิดออกเกือบครึ่งตัว โชว์ไหล่ขาวๆ และแผ่นหลังเล็กน้อย แต่ที่ฉันเห็นเต็มตาคือแผงอกของเขาที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเสื้อเชิ้ตสีดำเปียกโซก หมอนั่นจับเอวฉันไว้แล้วมองฉันอย่างน่าขนลุกแปลกๆ สายตาที่ทำให้ฉันหนาวๆ ร้อนๆ ได้โดยไม่ต้องใช้คำขู่ใดๆ

บาร์เทนเดอร์เดินมาอีกแล้ว ฉันนึกกราบขอบคุณในใจที่เขาไม่ได้ยกแก้ววอดก้าขึ้นมาเสิร์ฟ แต่เป็น... แอ๊บแซงค์

เหล้าสีเขียวใสที่แรงที่สุดเท่าที่โลกมนุษย์เคยผลิตมา -__-!!!

และเดอะคิงดอมน่าจะเป็นเพียงไม่กี่คลับในประเทศไทยที่มีเหล้าชนิดนี้ขายในร้าน เพราะนอกจากจะทำให้คนเมาระดับไม่รู้ตัวและก่อเรื่องบ้าบอคอแตกได้แล้ว ราคายังแพงหูฉี่และวิธีการผสมที่ยุ่งยากทำให้ไม่เหมาะที่จะนำมาเสิร์ฟในคลับแบบนี้ และถ้าถามว่าฉันรู้ได้ไง บอกได้เลยว่าฉันรู้จักกับเจ้าของคลับนี่ ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นควีนโน่น

สกายเหมามาคนเดียวทั้งถาด อีตานั่นชิงถาดมาจากบาร์เทนเดอร์แล้วจับกรอกปากฉันแก้วหนึ่ง ฉันจะยอมยืนเฉยๆ ได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเขาแกล้งมา ฉันก็ต้องแกล้งมันกลับ ฉันหยิบเหล้าสองแก้วเทรวมกันเป็นหนึ่งแล้วจับหัวสกายไว้ให้นิ่งก่อนจะเทเหล้ากรอกปากหมอนั่น สกายทิ้งถาดลงไปบนพื้น แล้วหยิบแก้วเล็กๆ ที่เหลืออีกสามแก้วขึ้นมาก่อนจะรวมกันไว้เป็นแก้วเดียวแล้วยื่นให้ ฉันจับแก้วเหล้าไว้อย่างไม่ลังเลใจ สมองฝั่งที่เมาไปแล้วสั่งให้ฉันดื่มเข้าไป ดื่มเข้าไปอีก สมองอีกฝั่งที่ยังคงสติไว้ได้บอกให้ฉันปล่อยแก้วไป ปล่อยแก้วไปซะ... อืม... ฉันเงยหน้าขึ้นมองหน้าสกาย

หมอนั่นจับแก้วซ้อนกับมือฉันแล้วจับแก้วเทใส่ปากของฉันอย่างรวดเร็วและไม่ทันได้ตั้งตัว น้ำสีเขียวใสเหมือนยาพิษไหลออกมาจากมุมปากของฉัน สกายทิ้งแก้วในมือไปแล้วฉวยโอกาสนั้นประกบริมฝีปากลงมาทาบทับอย่างรุนแรงและร้อนเหมือนไฟ เหล้าที่ร้อนอยู่แล้วยิ่งร้อนเข้าไปอีกเมื่อเจอกับสกาย... สมองของฉันวุ่นวายไปหมด ภาพตรงหน้ากลายเป็นสีรุ้งเบลอ เท้าเริ่มยืนไม่อยู่ สกายโอบฉันไว้แล้วใช้ริมฝีปากซุกไซร้ไปตามซอกคออย่างซุกซน

โอย ไม่ไหวแล้ว... ฉันยกมือข้างหนึ่งพาดคอสกายไว้แล้วค้ำยันต่างไม้เท้า แต่ไอ้บ้านั่นก็ดันเมาพอกันกับฉัน

ฉัน... หายใจไม่ออก"

ฉันว่าแล้วใช้มืออีกข้างโอบรอบคอสกายไว้ หวังใช้ความสูงของเขาดึงตัวเองให้สูงขึ้นเพื่อสูดอากาศหายใจ ร่างกายของหมอนั่นร้อนจัดจนแทบไม่ต่างอะไรกับไฟ ฉันสะดุ้งทุกครั้งที่หมอนั่นขยับตัว ได้แต่อาศัยไหล่ของเขาเป็นที่พักหัวตัวเองโดยเอาคางเกยตั้งไว้นิ่งๆ ก่อนจะหายใจเข้าออกลึกๆ โดยหวังว่าจะช่วยล้างฤทธิ์แอลกอฮอล์ได้บ้าง

สกายยืนนิ่งๆ ให้ฉันพัก มือข้างหนึ่งลูบหัวของฉันเบาๆ

สายตาเบลอๆ มัวๆ ของฉันแวบไปเห็นเข้ากับใครบางคนเข้าพอดี...

ร่างสูงในชุดสูทสีดำเรียบร้อยยืนอยู่บนระเบียงชั้นลอยตรงจุดที่สกายเคยยืน สายตาทั้งคู่มองลงมาที่ฉันและสกายอย่างไม่พอใจปนโกรธจัด ฉันเห็นแล้วอดสะใจไม่ได้ พอดีกับที่ตากล้องบันทึกภาพคนนั้นเดินผ่านมา ฉันจึงชี้ให้ตากล้องถ่ายไปที่นายน้อย ฉันยักคิ้วให้เขาแล้วซบหัวกับร่างของสกาย กล้องถ่ายวีดิโอไว้ได้แน่ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันเห็นนายน้อยกัดฟันกรอดแล้วกระดกแก้วเหล้าในมือลงคอรวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะเดินหายไปจากสายตาของฉัน ฉันยิ้มอย่างสะใจแล้วหายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยมือที่โอบรอบคอสกายออก

ขึ้นไปหาอากาศดีๆ หายใจกันหน่อยเหอะ"

ฉันกระซิบบอกสกายเบาๆ แล้วคว้ามือหมอนั่นไว้ ก่อนจะลากให้เดินฝ่าฝูงชนตามไปด้วยกัน สกายทำท่าอึ้งๆ ไปแวบหนึ่ง ก่อนจะรั้งตัวฉันเข้าไปโอบไว้แล้วป้องกันฉันจากพวกมือไม้ปลาหมึกที่คอยแต่จะจับเนื้อต้องตัวแทะโลมฉันด้วยสายตาและมือทั้งสองข้าง หลายครั้งที่ฉันโดนจับก้น แต่สกายจับมือของพวกมันไว้ก่อนจะบิดดังกร๊อบ ฉันต้องขอบคุณหมอนี่ใช่ไหม... ที่ทำให้ฉันไม่โดนผู้ชายทั้งผับแต๊ะอั๋ง แต่ขอโทษเถอะ แค่นายคนเดียวฉวยโอกาสกับฉัน ก็มากกว่าผู้ชายทั้งผับรวมกันแล้ว...

ฉันลากหมอนั่นขึ้นบนบันไดเปลี่ยวๆ ที่จะนำขึ้นไปที่ดาดฟ้า ที่ซึ่งนายน้อยอยู่...

ฉันรู้เพราะที่นี่เหมือนบ้านหลังที่สองของฉัน รู้จักที่นี่ดี ทุกซอกทุกมุม...

สกายวิ่งตามพร้อมกับประคับประคองฉันที่ทำท่าจะล้มได้ทุกวินาทีไปด้วย หมอนั่นโอบเอวฉันไว้ในขณะที่เท้าทั้งสองค่อยๆ วิ่งขึ้นบันไดไปอย่างน่าหวาดเสียว เสียงเพลงอึกทึกดังไล่หลังมาจากในคลับ ฉันเอาแต่หัวเราะอย่างไม่รู้สาเหตุ ในขณะที่หมอนั่นไม่พูดอะไรเลยสักคำ มือขวาของฉันเอื้อมเปิดประตูแล้วโผล่หน้าออกไปที่ดาดฟ้า

อ้า... อากาศบริสุทธิ์...

ซะที่ไหน!!!

ฉันหันขวับไปมองตามควันสีขาวเทาที่ม้วนลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากเศษใบไม้แห้งห่อในเศษกระดาษที่อัพเกรดราคาแพงหูฉี่เมื่อถูกบรรจุลงในกล่องกระดาษที่ประทับตรายี่ห้อเป็นภาษาอังกฤษ ฉันย่นจมูกอย่างหงุดหงิดแล้วมองชายร่างสูงที่ยืนค้ำกำแพงมองลงไปเบื้องล่าง ในมือของเขาคีบบุหรี่ที่พร่องไปแล้วครึ่งตัว ท่ามกลางความมืดของกลางคืน... แสงไฟสีส้มจากปลายบุหรี่ไม่ได้ช่วยอะไร ฉันจึงหยิบโทรศัพท์ที่เหน็บไว้ที่เอวกางเกงขึ้นมาก่อนจะส่องไปที่คนตรงหน้าพร้อมกับย่นจมูกด้วยความไม่พอใจ ฉันไม่ชอบบุหรี่และคนสูบบุหรี่ ถึงแม้ว่าแฟนเก่าฉันจะสูบบุหรี่ก็เถอะ และ... เขาหันมา

นายน้อย...

ไง...”

สกายกลับเป็นคนที่เอ่ยปากขึ้นถามก่อนที่ฉันจะทันนึกคำพูดออก หมอนั่นมองหน้านายน้อยด้วยใบหน้าสะใจ

ไปตายซะ...” นายน้อยว่าแล้วกำมือแน่น "ไปให้พ้นหน้ากู...”

โกรธเหรอ...” ฉันผละออกจากสกายแล้วทอดสายตาเงยหน้ามองเขา "โกรธที่ฉันทิ้งนายไปควงกับสกายเหรอ ?”

ไปให้พ้นซะ หยาง...” นายน้อยกัดฟันพูดแล้วเบือนหน้าหนีฉัน

มึงเสียหน้ามากเลยสินะ..."

สกายว่าแล้วยักคิ้วให้ ก่อนจะท้าวแขนค้ำกับกำแพงดาดฟ้าที่ด้านหลังฉัน มือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่ของฉันเบาๆ ก่อนจะลูบไล้ขึ้นลงอย่างมีนัยยะสำคัญแปลกๆ ฉันอดจะใจหายวาบไม่ได้เมื่อนึกถึงสิ่งที่ทำลงไปตอนที่ยังอยู่ในคลับ เพียงเพราะอยากจะยั่วโมโหนายน้อย แต่ถึงกระนั้น... จะทำการใหญ่ต้องใจถึง อย่าใจเสาะกะอีแค่มือของสกาย

พรุ่งนี้ทั้งรูปทั้งคลิปคงว่อนไปทั่วโรงเรียน..." สกายว่าแล้วรั้งตัวฉันเข้ามาแนบตัว "คงสนุกน่าดู...”

สกายว่าแล้วยิ้มเย็นให้นายน้อยที่กำลังโกรธจัดแต่พูดอะไรไม่ออก หมอนั่นทำได้แค่กัดฟันกรอดแล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้น ใช้เท้าขยี้จนไฟมอดดับแล้วมองหน้าฉันนิ่งด้วยโทสะ ก่อนจะค่อยๆ ถอยเท้าก้าวออกห่าง แล้วกระแทกเท้าเดินเข้าไปในประตูดาดฟ้าที่ตั้งอยู่ไม่ไกลโดยที่ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองฉันและสกายเลยแม้แต่แวบเดียว

เฮ้อ...” ฉันถอนหายใจออกมาเมื่อนายน้อยเดินผ่านพ้นไป "...สะใจ...”

ฉันว่าแล้วเบี่ยงตัวหนีมือของสกายที่เลื่อนลงไปวางอยู่บนเอวของฉัน แต่... หมอนั่นกลับรั้งไว้

...เดี๋ยว...”

ทำไม ?” ฉันหลังกลับไปถามด้วยสีหน้ามึนๆ และเท้าทั้งสองข้างที่เกือบพันกันตอนที่หันหลังกลับไปหาเขา สกายคว้าตัวฉันไว้แล้วจับให้ฉันยืนตัวตรง ฉันเบะปากแล้วยื่นหน้ามองเขาอย่างกวนๆ "วันนี้ทั้งฉัน ทั้งนายต่างได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ เพราะงั้นวันนี้ฉันจะไม่ทะเลาะกับนายวันนึงเป็นการตอบแทน เพราะงั้น... ปล่อยจ้ะ"

ฉันว่าแล้วแกะมือของสกายออกจากเอวของฉัน แต่หมอนั่นกลับจับไว้เหนียวแน่นกว่าเดิมยิ่งกว่าปลาหมึก

ฉันไม่รับค่าตอบแทนแค่นั้นน่ะสิ...” สกายว่าแล้วมองหน้าฉันด้วยสีหน้าท้าทาย "ฉันต้องได้มากกว่านั้น...”

พูดแบบนี้คิดดีแล้วเหรอ ?” ฉันว่าแล้วใช้มือจับตัวเขาไว้ ก่อนจะจ้องตาหมอนั่น "...หลงฉันแล้วหรือไง ?”

ใครกันแน่...” สกายพูดแล้วจ้องตาฉันกลับด้วยสายตานิ่งๆ แต่เจ้าเล่ห์ของเขา

หัวใจของฉันเต้นรัว ไม่แน่ใจว่าเพราะฤทธิ์เหล้าหรือว่าฤทธิ์ของเขากันแน่ แต่ที่แน่ๆ ร่างกายของฉันเริ่มไม่รับคำสั่งจากสมอง ฉันหลับตาลงในขณะที่สกายโน้มหน้าลงมาหา... ลมหายใจร้อนปนกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดลงใบหน้าของฉันอย่างแผ่วเบา ชั่วแวบหนึ่งในใจของฉันคิดว่าถ้าเป็นอาก้าก็ดีสิ... ถ้าเปลี่ยนสกายเป็นอาก้าได้ คงจะดีเนอะ... ถ้าแค่ฉันย้อนเวลากลับไปได้

อาก้า...”

ฉันหลุดปากพูดออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว สกายชะงักกึกแล้วหยุด ก่อนจะจับตัวฉันออกห่างจากเขา

ฉันลืมไปเลยว่าเธอยังไม่ลืมมัน" สกายพูดอย่างเย็นชาแล้วมองหน้าฉันนิ่ง

หมอนั่นทรุดตัวลงนั่งเอนหลังพิงกับกำแพงดาดฟ้า ชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งแล้วดึงมือของฉันให้นั่งลงข้างๆ เขา ฉันดันทำตามเขาอย่างว่าง่ายเพราะฤทธิ์ของเหล้าที่ทำให้สมองส่วนเหตุผลหยุดทำงาน สกายหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วคาบไว้ในปาก ก่อนจะพยายามใช้ไฟแช็คจุด แต่ไม่เป็นผล เมื่อมือของเขาสั่นน้อยๆ เพราะความเมา ฉันจึงคว้าไฟแช็คสีดำมาแล้วจุดไฟก่อนจะยื่นให้เขา สกายมองหน้าฉันนิ่งอย่างที่ฉันเดาอารมณ์ไม่ถูกว่าเขาต้องการสื่ออะไร

ฉันนึกว่าเธอเกลียดบุหรี่...” สกายว่าแล้วยื่นหน้าเข้ามาจุดบุหรี่กับไฟแช็คในมือของฉัน

ก็... เกลียดนายมากกว่ามั้ง เลยทนได้...” ฉันพูดลอยๆ แล้วเลิกคิ้ว

สกายชะงักแล้วหัวเราะหึๆ ก่อนจะหันหน้าไปอีกทางแล้วพ่นควันออกจากปาก

ปัญหาคือ ทำยังไงเธอก็ไม่ลืมอาก้าสินะ" สกายเปรยๆ ขึ้นแล้วหันมามองฉัน กลิ่นควันบุหรี่โขมงคลุ้งไปทั้งดาดฟ้า

ถ้าคนเราลืมง่ายขนาดนั้น โลกนี้จะมีคนอกหักอีกเหรอ" ฉันว่าแล้วเอามือเสยผมยาวๆ ของตัวเองอย่างไม่คุ้นชิน

เหรอ...” สกายถามขึ้นเสียงเบาแล้วเอียงคอมองฉันด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ "แล้วอยากลืมไหม ?”

สกายหันมาถามแล้วมองหน้าฉันด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ดวงตาเหม่อลอยคู่นั้นจ้องมองฉันอย่างมีความหมายเบื้องหลังซ่อนอยู่ ฉันเหมือนถูกสะกดด้วยสายตาของเขา สกายมองฉันอย่างพยายามปกปิดความรู้สึก แต่ลึกๆ ข้างในดวงตาเย็นชาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเหงา เศร้า โดดเดี่ยว การต้องอยู่คนเดียวและทอดทิ้งทุกอย่าง สกายใช้มือข้างหนึ่งจับใบหน้าของฉันไว้แล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจเต้นในอก

คืนนี้ ลืมทุกอย่างซะเถอะ"

สกายพูดเสียงเบา ก่อนจะทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างรุนแรง

หลังจากนั้น สิ่งเดียวที่ฉันจำได้คือดวงตาทั้งคู่ของเขาที่สะท้อนเงาของฉันอยู่ข้างในนั้น...

 

อือ... หิวน้ำ...”

ฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ก่อนจะขยี้ตาเพราะแสงสว่างที่ส่องเข้ามาจากนอกหน้าต่างทำให้ฉันต้องตื่นขึ้นอย่างหงุดหงิด ริมฝีปากแห้งผาก หัวหมุนติ้วๆ ทั้งยังปวดหัวจนแทบจะระเบิด เมื่อยไปหมดทั้งตัว... ฉันค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นจากหมอนแข็งๆ อุ่นๆ แล้วขยี้ตาอีกสองสามที ก่อนจะค่อยๆ ลืมตารับแสงสว่างยามเช้า... ที่ไม่ค่อยจะสดใสสักเท่าไหร่

เมื่อ... มือข้างหนึ่งของฉันกำลังโอบกอดร่างสูงที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ หน้าท้องแข็งขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ร่างกายท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า และฉันก็ไม่คิดจะเปิดผ้าห่มเพื่อเช็คท่อนล่างของเขา ในเมื่อฉันเองก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับหมอนั่น... และฉันคงต้องขอบคุณหรือไม่ก็เลือกสาปแช่งสวรรค์ที่บันดาลให้ไม่ได้มีเพียงฉันและเขาเท่านั้นที่ตกอยู่ในสภาพนี้ ร่างเล็กของมาเฟียกับนายน้อยนอนซุกผ้าห่มกันอยู่ที่ปลายเตียง เช่นเดียวกันกับฉันและสกายที่หัวเตียง...

 










ตาย...
บทนี้คือตายยยย บอกเลยไม่เคยแต่งฉากไหนที่รู้สึกว่าบ้าบอขนาดนี้มาก่อน นี่คือคำจำกัดความของคำว่า ชิบหาย ของจริง 5555555 เมื่อคืนเกิดไรขึ้นหรอ จำไม่ได้ค่ะ 55555 ครั้งนี้นับว่ากรรมเวรลงโทษทุกคนเท่าๆ กันหมด สกาย หยาง นายน้อย มาเฟีย รวมตัวกันเมื่อไหร่ + เหล้าอีกนิดหน่อย ความชิบหายเป็นอันบังเกิดเมื่อนั้น โธ่ๆๆ 5555555 ขำก็ขำ สงสารก็สงสาร หยางเอ๊ย ถ้าอาก้ารู้ว่าทำตัวเหลวไหลแบบนี้จะเป็นไงเนี่ย(ทำอย่างกับเมื่อก่อนหยางเป็นคนเรียบร้อย 555)

สกาย สกาย... แก จะหลอกหยางของฉันใช่ไหมมมมมมมมมม ฮึ่ยยยย นายน้อยก็เหมือนกัน โกรธเหรอ หรือแค่โกรธที่โดนสกายฉีกหน้า ก็สมควรแล้วป่ะที่ไปฉีกหน้าหยางก่อน 555 เล่นกับใครไม่เล่น หยางนะเฟ้ย ไม่ใช่มาเฟียถึงจะได้หลอกง่ายๆ 5555555 สะใจจจจจจจ อยากลงบทนี้มานานมากๆ ล่ะเอาจริง 5555

อ้อ แล้วก็ คนที่อ่านนิยายเรื่องนี้ เด็กเยอะเหมือนกันใช่มั้ยคะ อย่าเอาไปทำตามนะ กินเหล้าไรเงี้ย กินได้แต่อย่าเมา จับหูแล้วร้อนให้เลิก มันไม่ดีหรอก ตับแข็งด้วย แถมตอนเมาก็ไม่รู้ว่าทำอะไรด้วย ยิ่งบุหรี่นี่อย่าลองเลยนะ ผู้หญิงสวยๆ บางคนเห็นแล้วต้องเหลียวหลัง แต่สุดท้าย เอ่ิม สูบบุหรี่ ไม่สวยเลยนะ หน้าเหี่ยวด้วย อ่านหนุกๆ ได้ อย่าเอาไปทำตามนะคะ ^^

ขอบคุณสำหรับเม้นนะคะ ^^ เม้นกันด้วยน้าาาา ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,327 ความคิดเห็น

  1. #894 2nd'daughter ツ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 / 04:55
    สกายยยยขอร้องงงอย่าหลอกหยางนะ! รักกันจริงๆเถอะะะ เมื่อไหร่สกายจะชอบหยาง แง่ๆ แล้วจบแบบนี้มันอะไรกันนน เงิบเลยครัช5555
    #894
    0
  2. #271 Top Secret (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 23:34
    แว้กกกกกกกกกกกก -.,-

    ได้กันแล้วใช่มั้ยยยยย~~~~ -..-



    คึคึคึคึ

    อัพต่อเถอะค่ะไรท์ ><
    #271
    0
  3. #270 Praw >< (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 22:45
    ทำไมต้องมีนายน้อยกะมาเฟียในห้องด้วยยยย 55555555 4p เหรอ -0-!? ขออึ้งสัก 5 วิ
    #270
    0
  4. #268 Ying ying (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 10:23
    OMG. What the fu__k!!!!!>
    #268
    0
  5. #265 Leo. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 22:50
    เอิ่ม
    #265
    0
  6. #264 fah (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 21:49
    เอิ่ม มาแบบหลายคน

    ได้ข่าวว่าหยางอยู่กับสกาย

    แต่พอตื่นมาอีกทีก็อยู่กันเยอะเลย

    กรี๊ด หยางนอนกอดสกาย>_<

    แต่ฉันมาค้างตรงพวกเธอสี่คน

    มานอนด้วยกันบนเตียงเดียวกันนี้และ

    เจิมๆรอตอนต่อไป><

    #264
    0
  7. #263 Poison_M.KS. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 20:55
    กรี๊ดกะตอนนี้มากมายอ่ะ อิอิ มาต่ิเร็วๆนะค่ะ รออออออออ
    #263
    0
  8. #262 ซากุระ ไอโกะ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 20:49
    สนุกมาก แต่ค้างมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เอาอีกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #262
    0
  9. #261 L๐Ve!y ฿๐Ne (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 20:24
    กรี๊ดดดดด!!! เป็นฉากที่ชอบและสะใจที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาาา รักไรท์ที่สุดเลออออออ /ว่ามะลิได้ใจแล้วนะ หยางมาแรงกว่าาา><
    #261
    0
  10. #259 ninjafa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 19:45
    มันเกิดอะไรขึ้น ค้างมากเลยน่ะเนี่ย
    #259
    0
  11. #258 Omelet (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 18:35
    ตื่นเต้นนนนน ><
    #258
    0
  12. #257 Porn'n La (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 18:33
    กรี๊ดดดดดด ทำไมโผล่มาแบบนี้ มาเฟียกับนายน้อยโผล่มาในห้องได้ไง
    ตอนนี้ร้อนแรงมากจริงๆ5555555555
    #257
    0
  13. #256 jinvadee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 17:27
    เห้ยยยยย มารวมกันได้ไงแถมยังxxxกันอี้กกก
    #256
    0
  14. #255 Maprang Adipa Raikhaw (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 16:54
    มาอัพน้าาาอยากอ่า
    #255
    0
  15. #254 ใผ่ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 16:48
    รอลุ้นยุนะ จะเป็นไงต่อ
    #254
    0
  16. #253 루한 ♡ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 16:33
    กรี้ดดดดดดดดดดดดด
    #253
    0
  17. #252 บิวกิส นะคะ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 13:27
    อัพไวๆน้าา อยากรุ้แล้วๆ
    #252
    0
  18. #251 --M=o=D-- (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 12:24
    อ้ากกกกกก ไม่นะ !!!! จะรู้สึกยังไงดีอ่ะ ฟินก้ใช่ แตทรู้สึกว่า สกายอาจจะรู้สึกดีๆกับหยาง เลยพยายามทำให้หยางลืม แต่...สกายนายจะปากหนักใช่มั้ย นายจะเอาเรื่องนี้ไปประกาศว่านายได้แต้มสูงสุดใช่มั้ย อ้ากกกก หยางก้ต้องเสียใจสิ งืออออ ก้แอบจิ้นสองคนนี้นะ แต่ทำไงอ่ะ ต่อไปปปป.., สนุกค่ะไรท์ สู้ๆนะ
    #251
    0
  19. #250 YUYEE'ZA (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 11:21
    ​เจิมมมมมมมมมม
    #250
    0
  20. #249 hide (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 11:18
    เกิดอะไรขึ้นเนี่ยยย
    #249
    0