Fic Yaoi D.Gray-man คำอธิษฐาน Allen x Kanda

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

บทนำ

 

ร้านสุราหัวทิ่ม

 

ควันบุหรี่ กลิ่นสุราและยาสูบสิ่งเหล่านี้คือสีสันอันหม่นเทาที่เกิดขึ้นให้เห็นอย่างดาษดื่นภายในร้านประเภทนี้ 

 

เสียงชนแก้วของเหล่านักดื่มตัวยงและเสียงกรีดสำหรับไพ่ของเหล่าผีพนันดังขึ้นสลับกันเป็นระยะๆ ไม่ขาดสาย จนกระทั่งเสียงระฆังของนาฬิกาประจำร้านตีบอกเวลาดังกังวานไปทั่วร้านสุราขึ้นชื่อประจำเมือง ทำให้ดวงตาสีเทาของเด็กหนุ่มผมขาวเหลือบมองดูหน้าปัดนาฬิกาเล็กน้อยก่อนจะพบว่ายามนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนพอดิบพอดี

 

 

ได้เวลากลับแล้ว

 

 

มุมปากของเด็กหนุ่มยกขึ้นและกรีดกรายไพ่ในมือลงตรงหน้าอย่างเชื่องช้า ก่อนที่ชายร่างยักษ์หลายคนจะหัวคิ้วกระตุกไปหลายทีกับกองไพ่ที่เด็กหนุ่มเผยออกมา

 

 

“ รอยัลสเตรทฟลัช ”

 

 

“ ว้าาา น่าเสียดายจังผมชนะอีกแล้วนะครับ ” เสียงทุ้มต่ำพูดอย่างอารมณ์ดี อเลน วอคเกอร์ยกมือขึ้นมาเกาแก้มด้วยท่าทีเก้อเขินเหมือนจะเกรงใจ แต่ที่จริงแล้วภายในใจนั้นกำลังลิงโลดเพราะสามารถโกงไพ่ทำเงินได้เกินเป้าที่วางไว้

 

 

ปัง!

 

 

ชายร่างใหญ่ลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดังสนั่นด้วยท่าทางโมโหสุดขีด และท่าเขามองไม่ผิดก็เหมือนจะเห็นเส้นเลือดข้างขมับของชายตรงหน้าปูดขึ้นมาเหมือนจะแตกเอาอยู่รอมร่อ

 

 

“ นี่แกโกงกันหน้าด้านๆ เลยนี่หว่า!!! ” มือหยาบกร้านกระชากคอเสื้อของอเลนและตะคอกใส่หน้าอย่างเอาเรื่อง

 

 

เสียงเอะอะโวยวายทำให้คนในร้านเริ่มหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น หลายคนเมื่อเห็นว่ากลุ่มคนที่กำลังมีปากเสียงกันอยู่คือนักเลงประจำถิ่นก็ก้มลงไปสนใจกับเรื่องของตนต่อ

 

 

“ อ่าไม่ใช้กำลังกันสิครับ ” น้ำเสียงของอเลนไม่ได้แสดงถึงความโกรธเกรี้ยวหรือไม่พอใจ หากแต่กลับเลือกใช้น้ำเสียงที่สุภาพสุดๆ ราวกับกำลังเจรจาซื้อขายพูดกับอีกฝ่ายพลางใช้มือดันมือของชายที่กำลังกระชากคอเสื้ออยู่ออกอย่างใจเย็น

 

 

เขาไม่อยากมีเรื่องและไม่อยากต้องใช้กำลังโดยไม่จำเป็นเพราะฉะนั้นการพูดด้วยความนอบน้อมดูจะเข้าท่ากว่าเยอะ

 

 

แต่อีกฝ่ายคงไม่ได้คิดเหมือนกันกับเขา เพราะยังไม่ทันที่อเลนจะได้พูดจนจบประโยคดีอีกฝ่ายก็เหวี่ยงหมัดเข้าใส่เขาเสียแล้ว

 

 

อเลนหลบได้อย่างง่ายดายจนชายร่างใหญ่หัวเสียหนัก อีกฝ่ายจัดการเหวี่ยงหมัดเข้าใส่เด็กหนุ่มรัวๆ แต่กลับไม่อาจแม้นจะแตะต้องร่างของเด็กหนุ่มได้ เมื่อเห็นว่าหมัดใช้ไม่ได้ผลชายร่างใหญ่ก็หันไปคว้าเอาเก้าอี้ไม้ขว้างใส่เด็กหนุ่มอย่างไม่ยั้งมือจนเก้าอี้ผู้เคราะห์ร้ายพังเละเทะไปหลายตัว

 

 

“ วันนี้แกต้องเละเป็นโจ๊กอยู่ที่นี่นี่แหละไอ้เด็กเปรต! ”

 

 

โง่ชะมัดมีดีแค่ตัวใหญ่จริงๆ

 

 

ควับ!

 

 

เมื่อเห็นท่าว่าคู่กรณีคงไม่จบง่ายๆ และตัวของเขาเองก็คร้านจะมาเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง อเลนจึงใช้จังหวะที่อีกฝ่ายยกเก้าอี้ขึ้นจัดการถีบเท้าส่งตัวเองไปด้านหน้าคว้าเอากระเป๋าตัวเองขึ้นสะพายและในช่วงเวลาเดียวกันก็ล้วงเอาของสิ่งหนึ่งมาจากชายร่างใหญ่ได้อย่างง่ายดาย

 

 

“ ขอโทษด้วยนะครับแต่ผมจำเป็นต้องใช้เงินน่ะ ” พูดพลางยกถุงเงินขึ้นเยาะเย้ยแล้วพุ่งตัวออกจากร้านไปทันทีโดยไม่สนใจเสียงโวยวายที่ดังไล่หลังมาเลยแม้นแต่น้อย

 

อเลนวิ่งกลับมาที่ห้องเช่าขนาดกลางที่เขาใช้ชื่อปลอมเช่าไว้อาศัยอยู่เมื่อหลายวันก่อน เด็กหนุ่มวางกระเป๋าลงบนฟูกนอนและเดินไปหยิบขวดเหล้าวอดก้าตรงไปทิ้งตัวลงนั่งที่ริมหน้าต่างอย่างเฉื่อยชา

 

 

“ เห้อออ ”

 

 

ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากกระดกเหล้าในขวดไปอึกหนึ่ง สายตาที่แฝงความเศร้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เหลือบมองทิวทัศน์ของเมืองลิเวอร์พูลพลางหวนนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่จะดูจะยุ่งเหยิงวุ่นวายขึ้นทุกขณะ

 

 

“ อเลน วอคเกอร์คือโนอาลำดับที่ 14 เขาคือโนอาผู้มีคุณสมบัติของนักดนตรี! ”

 

 

เสียงของพวกพ้องที่เรียกเขาอย่างห่างเหินและขนานนามในสิ่งที่เขาไม่อยากเป็นและมองดูด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความกลัว ความผิดหวัง และความรังเกียจนั้นยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำของเด็กหนุ่มผู้อาภัพ

 

 

ตอนนี้เขาคือคนทรยศที่กำลังถูกทางศาสนจักรแห่งความมืดพลิกแผ่นดินตามล่า ไหนจะโดนอโพรคิฟอส อินโนเซ้นส์วิปลาศนั่นตามตัวอย่างเอาเป็นเอาตาย ไหนจะปัญหาเรื่องตัวตนอันโยงใยไปถึงตระกูลโนอานั่นอีก

 

น่าปวดหัวจริงๆ

 

อเลนยกเหล้าขึ้นดื่มอีกอึกก่อนจะกระแทกขวดลงกับขอบหน้าต่างอย่างแรง จนขวดวอดก้าแตกออกไม่เหลือชิ้นดี

 

 

“ เรากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ จะต้องใช้ชีวิตน่าสมเพชแบบนี้ไปจนถึงตอนไหนกัน ” อเลนตัดพ้อต่อชีวิตของตนด้วยน้ำเสียงแค่นขืน

 

 

นี่ก็เข้าวันที่ 10 แล้วหลังจากที่เขาหลบหนีออกมาจากศาสนจักรแห่งความมืด

 

 

และก็นี่ก็เป็นวันที่ 10 หลังจากที่เขาสูญเสียคนสำคัญไปครบสิบวันแล้วเช่นกัน

 

 

.

.

.

.

.

.

.

 

 

ที่นี่ ที่ไหน?

 

 

ความฝันงั้นหรอ

 

 

“ อเลน ”

 

 

“ อเลน อเลน วอคเกอร์ ”

 

 

เสียงปริศนาเอ่ยเรียกชื่อของเขาดังขึ้นรอบทิศทาง  ภายในความมืดนี้อเลนไม่สามารถมองเห็นอะไรเลยนอกจากความมืดมิดรอบข้าง เด็กหนุ่มเริ่มหันซ้ายหันขวาอย่างประม่าใจหนึ่งก็อยากจะเงียบไว้แล้วปล่อยผ่านทำเป็นไม่ได้ยินปล่อยให้ความฝันนี้จบลงไปเท่านั้น

 

 

“ ใคร คุณเป็นใคร ” แต่แล้วความรู้สึกก็เอาชนะระบบความคิดและเหตุผล อเลนตอบกลับเสียงปริศนาและไม่กี่อึดใจต่อมาเสียงนั้นก็ตอบกลับมาด้วยคำพูดที่กวนโมโหไม่น้อย

 

 

“ นายรู้จักฉันดีไม่ใช่หรือ อเลน วอคเกอร์ ”

 

 

“ อ่า ไม่สิ ต้องพูดว่า --------------- ” อะไรหมอนี่กำลังพูดอะไร

 

 

“ คุณพูดอะไร นั่นไม่ใช่ชื่อของผมสักหน่อย ” ชื่อของผมคืออเลน วอคเกอร์ไม่ได้ชื่อ------สักหน่อย

 

 

“ ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ ก็นายน่ะคือ----------------ไม่ใช่หรืออย่างไร ”

 

 

“ คุณเข้าใจผิดแล้ว ชื่อของผมคืออเลน อเลน วอคเกอร์และจะไม่มีวันเป็นอย่างอื่น! ” เด็กหนุ่มตะโกนตอบอย่างสุดเสียง พยายามอย่างมากที่จะย้ำว่าตนนั้นคืออเลนวอคเกอร์ไม่ใช่----อย่างที่คนคนนั้นพูด

 

 

“ แน่ใจอย่างนั้นหรือ ”

 

 

พรึบ

 

 

ฉับพลันรอบข้างที่เคยมืดสนิทก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตากับพระอาทิตย์ยามอัสดงที่ส่องแสงเจิดจ้าจนต้องยกมือขึ้นมาบังอย่างช่วยไม่ได้

 

 

ลืมตาขึ้นสิ

 

 

เสียงปริศนานั้นดังขึ้นเสมือนมีคนมากระซิบอยู่ข้างหูและเมื่ออเลนลืมตาขึ้นมองดูก็พบกับกระจกบานใหญ่ที่ฉายภาพตัวเองอยู่เบื้องหน้า

 

 

“ ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ-------- ”

 

 

“ ไม่ดีใจหรือที่ได้เห็นตัวเองแบบนี้ ”

 

 

“ คุณทำอะไร คนคนนั้นไม่ใช่ผมสักหน่อย!!! ” อเลนเบิกตากว้าง ทั้งมือไม้และริมฝีปากสั่นเทาอย่างไม่อาจห้าม ดวงตาสีเทาพยายามจะไม่มองไปด้านหน้าแต่ก็ไม่อาจจะละสายตาไปได้

 

 

ภาพสะท้อนที่ปรากฏร่างของเขาแต่กลับมีผิวสีน้ำผึ้งสวย ผมยาวสีขาวถึงกลางหลังกับรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลโนอานั้นเด่นชัดเกินกว่าจะหาข้ออ้างใดมาลบล้าง

 

 

“ นายจะหลอกใครก็ได้ แต่นายไม่มีวันหลอกตัวเองได้หรอก ” อเลนสะอึกกับประโยคที่แสนจะทิ่มแทงของเสียงปริศนา

 

 

ใช่ เขาหลอกตัวเองไม่ได้

 

 

แต่ว่าเขาหลอกตัวเองเรื่องอะไรล่ะ

 

 

 

 

ใบหน้าของผู้เป็นที่รักผุดขึ้นมาในความมืดมิด

​​นิมิตหลายพันประกอบกันเป็นผืนดิน

 

 

 

เพลง เพลงนั้นเพลงของเรือจัตุรัสนาวา

 

 

 

ดวงตาสีเงินแห่งค่ำคืนที่หวั่นไหวได้ก่อกำเนิด

และร่วงหล่นประกายสู่ตัวเจ้า

แม้นเป็นเวลาหลายร้อยล้านเดือนปี

ที่คำอธิษฐานมากมายจะกลับคืน

 

 

 

“ นายไม่มีวันหนีความจริงและตัวตนของนายได้พ้น ------ ”

 

 

“ ไม่!!! ”

 

 

 

ฉันก็ยังจะเฝ้าอธิษฐานต่อไป

ขอได้โปรดจุมพิตที่มือ

เพื่อเชื่อมสัมพันธ์รักกับเด็กคนนี้

 

 

.

.

.

.

 

“ ไม่!!! ” เด็กหนุ่มผวาตื่นจากฝันก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

“ แฮก แฮก แฮก ” อเลนหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดอย่างตระกรุมตระกรามก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจลงเมื่อรู้สึกตัวว่าฝันไป

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามทีส่งผลให้สัญชาติญาณการป้องกันตัวของเด็กหนุ่มทำงานอย่างอัตโนมัติ อเลนค่อยๆ เดินไปที่ประตูและมองผ่านตาแมวก็พบว่าเป็นคุณยายห้องข้างๆ จึงผ่อนท่าทีลงและเปิดประตูให้กับหญิงชรา

 

“ พ่อหนุ่มเป็นอะไรหรือเปล่า ร้องซะเสียงดังเชียว ” หญิงชราเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 

“ ผมแต่ฝันร้ายนิดหน่อยไม่มีอะไรหรอกครับ ” อเลนส่งยิ้มหวานและตอบกลับด้วยความสุภาพเหมือนอย่างทุกที แม้นหญิงชราจะยังคงมีความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้อะไรเพิ่มจึงขอตัวกลับห้องของตนไป ส่วนอเลนก็กลับไปเตรียมตัวออกไปทำงานต่อ

.

.

.

.

.

.

.

 

 

สวนสาธารณะเมืองลิเวอร์พูล

 

สวนสาธารณะเมืองลิเวอร์พูลยามเช้ามักคับคั่งไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาที่พากันออกมาเดินเล่นทำกิจกรรมต่างๆ หรือใช้เป็นเส้นทางเดินผ่านไปทำงานก็มีไม่ใช่น้อย และท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้นเองสิ่งที่กำลังให้ความบันเทิงกับพวกเด็กๆ และผู้เดินผ่านแถวเสานาฬิกาเล็กกลางสวนก็คือนักแสดงกายกรรมเปิดหมวกภายใต้ชุดตัวตลกปิเอโร

 

 

ตอนนี้อเลนที่แต่งหน้าทาปากสีฉูดฉาดเลียนแบบหน้าตาของปิเอโร่กำลังทำงานเป็นการแสดงเปิดหมวกข้างถนน ร่างสูงโปร่งยืนอยู่บนลูกบอลยักษ์และโชว์โยนลูกบอลลูกเล็กๆ หลายลูกพร้อมๆ กันเรียกเสียงหัวเราะคิกคักและความฮือฮาได้อย่างง่ายดาย

 

การแสดงเปิดหมวกเป็นอาชีพที่อเลนภาคภูมิใจและทำมันได้อย่างไม่ต้องอายสายตาใคร เป็นอาชีพสุจริตเพียงอาชีพเดียวที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้

 

กว่าครึ่งชั่วโมงที่อเลนแสดงอยู่อย่างนั้นเมื่อหมดรอบการแสดงเด็กหนุ่มปิเอโร่ก็โค้งให้กับทุกคนที่มาชมการแสดง หลายคนพากันโยนเหรียญลงหมวกสีดำใบย่อมเป็นค่าชม และในขณะที่อเลนกำลังจะเดินไปเก็บหมวกนั้นเอง ก็ได้มีเด็กหญิงตัวน้อยเดินถือเหรียญและลูกกวาดสีหวานมายื่นให้กับเด็กหนุ่มพร้อมฉีกยิ้มกว้าง

 

“ พี่ชายตัวตลกเท่มากๆ เลยค่ะ หนูอยากทำได้แบบพี่ชายมั่งจังเลย ” เธอพูดขึ้นด้วยความไร้เดียงสา และนั่นก็ทำให้ใจที่เจ็บปวดของอเลนเหมือนได้รับการรักษาด้วยรอยยิ้มที่บริสุทธิ์นั้น

 

 

แปล็บ!

 

 

ความเจ็บปวดจากภายในกายเล่นงานเด็กหนุ่มอย่างฉับพลัน อเลนนิ่วหน้าข่มความเจ็บพลางมองสำรวจว่ามีโนอาหรืออาคุม่าอยู่แถวนี้หรือไม่ เมื่อไม่พบความผิดปกติใดจึงสรุปได้เพียงข้อเดียวเท่านั้น

 

อโพรคิฟอสอยู่ใกล้ๆนี้!

 

“ ขอบคุณมากครับคุณหนูน้อยผู้น่ารัก ” อเลนรับูกกวาดและเงินก่อนจะหันไปกล่าวขอบคุณทุกคนด้วยความรวดเร็ว

 

“ ทุกท่านครับวันนี้ผมขอปิดการแสดงลงแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณที่สละเวลาขอบคุณมากครับ ”

.

.

.

.

.

 

 

อเลนรีบเก็บของและออกแรงวิ่งอย่างสุดกำลังหวังจะพาตัวเองกลับที่พักให้ได้เร็วที่สุด แต่ความเจ็บปวดก็มีมากเกินไปจนไม่อาจก้าวขาต่อไปได้

 

ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งพิงกำแพงที่ซอกตึกแห่งหนึ่ง มือใหญ่กำเนื้อผ้าตรงหน้าอกแน่น ลมหายใจเริ่มหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ แขนซ้ายเองก็เริ่มทำปฏิกิริยากับอโพรคิฟอสอีกครั้ง

 

 

“ แค่ก แค่ก แค่ก ”  อเลนไอจนตัวงอและพอมองดูก็ต้องหน้าเสียเมื่อพบว่าเลือดติดอยู่ที่ฝ่ามือเล็กน้อย และที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะความขัดแย้งกันของความเป็นโนอาและอินโนเซ้นท์ภายในกำลังต้านกันนั่นเอง

 

เด็กหนุ่มนอนลงที่พื้นและพยายามจะประคองสตไว้ไม่ให้ลำดับที่ 14 เข้าแทรกแซงตนได้สำเร็จ สมองสั่งการว่าห้ามหลับแต่ด้วยสติที่มีเหลืออยู่น้อยนิดนั้นไม่อาจทำตามได้ และก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดไปอเลนก็ได้รับรู้ถึงบางสิ่งกำลังโอบกอดตนไว้

 

น้ำตาหยดนึงล่วงหล่นจากดวงตาเมื่อสัมผัสไดถึงความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกบัวเหมือนกับคนในความทรงจำ  ที่ยามนี้ได้จากไปแสนไกลและไม่มีวันหวนคืน

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น