( yaoi ) NITI man, society and lover #มนุษย์นิติสังคมและคนรัก [END]

ตอนที่ 8 : บรรพ : ๐๗ ความจริงใจวิศวกร (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95,834
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,592 ครั้ง
    20 พ.ย. 61






 

บรรพ 7

ว่าด้วย...ความจริงใจจากวิศวกร

 

 

 

 (บีบอม)

 

 

          มึงมาชอบกูตอนไหน?’

          ถามว่าผมชอบจินตอนไหนหรอ?

          กูชอบมึงตอนไหนไม่สำคัญเท่าตอนไหนมึงจะชอบกูหรอก

          ที่ตอบแบบนั้นเอาตรงๆก็เพราะว่าผมจำไม่ได้และผมรู้สึกว่ามันไม่ได้สำคัญจริงๆ มันอาจจะเป็นความรู้สึกที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นมาทีละนิด ครั้งแรกเราจะไม่รู้ตัวหรอกแต่พอรู้อีกทีก็จะเอาแต่มองหา อยากเจอ อยากเห็นหน้าอีกฝ่าย โชคดีก็เจอ ไม่เจอก็ไม่เป็นไร แค่ได้มองอยู่ไกลๆก็พอ  

          ดูน้ำเน่านะ แต่ตอนนั้นในหัวผมคิดอยู่แค่นี้จริงๆ จะให้เดินไปบอกว่า กูชอบมึง ขอจีบหน่อย มันคงตอบว่า อ๋อได้ โดยที่ไม่ถีบยอดหน้าผมกลับมาหรอก กิตติศัพท์ความเจ้าชู้ คนคุยเยอะแถมแมนเกินร้อยก็ได้ยินมาพอหนาหูบ้างอยู่

          ชีวิตนี้ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมาชอบผู้ชายด้วยกัน ไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำ กว่าจะทำใจยอมรับได้ว่าชอบก็ใช้เวลาไปหลายอาทิตย์อยู่ ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่ความรู้สึกนั้นจริงๆรึเปล่า แต่พอนานๆเข้า นอกจากมันจะมีผลต่อความรู้สึกของผมมากๆแล้ว ยังส่งผลกระทบมาที่หัวใจด้วย

          พ่อผมเคยบอกว่าการที่เราจะรักใครชอบใครมันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่คำว่าเพศอย่างเดียว ความรักมันไม่มีอะไรเป็นตัวตัดสินหรือแบ่งแยกตายตัว อยู่ที่ความเข้าใจและความคิดของคนเราล้วนๆ เราไม่มีทางรู้ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหน ทำไมถึงต้องรู้สึก ทำไมจะต้องเป็นแค่ความรู้สึกที่มีให้เฉพาะกับคนบางคนเท่านั้น

          และมันก็ไม่ผิดเลยที่คนๆนั้นจะเป็นชายหรือว่าหญิง เพราะสุดท้ายยังไงเราก็เรียกว่ามันความรักเหมือนกัน เพราะงั้นอะไรที่รู้สึกแล้วมีความสุขก็ปล่อยให้มันรู้สึกไป ดีกว่าทรมานตัวเองเฉยๆ อย่าไปกลัวเลยที่จะชอบหรือรักใครสักคน

          คำพูดเหล่านั้นทำให้ผมรู้สึกว่ามันคุ้มที่จะก้าวต่อไปยังจุดนั้น แม้ว่าผมจะจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าชอบจินไปตั้งแต่ตอนไหน 

          แต่ถ้าให้ถามว่าเราเจอกันครั้งแรกเมื่อไหร่ อันนี้คงต้องบอกเลยว่าจำได้โคตรแม่น

          วันแรกซึ่งเป็นวันที่นักศึกษาใหม่ทุกคณะจะต้องเข้ามารวมตัวกันทำการจับฉลากคัดเลือกว่าตัวเองได้อยู่กลุ่มไหนเพื่อจะได้ร่วมทำกิจกรรมเข้าฐานด้วยกันตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ของการรับน้องใหม่ แน่นอนครับว่าผมกับจินเราอยู่กลุ่มเดียวกัน

          เห็นครั้งแรกก็สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า คนๆนี้แม่งโคตรกร่าง เห็นแล้วรู้สึกไม่ชอบหน้าเอามากๆ แค่กิจกรรมวันแรกมันก็ยังมาสาย หน้าตาดีแล้วไง คิดว่าจะมาตอนไหนก็ได้งั้นหรอ แล้วนี่ไม่มีพี่เลี้ยงคนไหนคิดจะว่าอะไรมันซักคำเลยหรือไง

          ยิ่งหมั่นไส้เมื่อตอนที่เห็นมันมาพร้อมกับป้ายชื่อที่เขียนด้วยปากกาเมจิกว่า ‘จินคนแมน’ กับเพื่อนอีกสองคือ ‘แจ็คปีศาจ’ กับ ‘สิงห์คนเลว แต่งตัวก็ดูดีกันทุกคน คนละสไตล์แต่ก็ตามเทรนแฟชั่น สาวๆนับร้อยในกลุ่มที่นั่งเข้าแถวเรียงกันอยู่ใต้ตึกคณะวิศวะเพื่อรอเข้าฐานกิจกรรมอยู่นี่แทบไม่เป็นอันทำอะไร

          ส่วนผมก็ทำได้แค่นั่งมองเงียบๆอยู่ปลายแถวกับไอคีมมันสองคน ใส่แว่นมาเหมือนกันทั้งคู่แบบที่ไม่ได้นัดหมาย มาถึงก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำตัวให้ลีบที่สุดเพราะไม่อยากถูกเรียกออกให้ไปทำกิจกรรมอะไร

          แต่เมื่อได้ใช้เวลาในการทำกิจกรรมตลอดทั้งวันนั้นด้วยกันนานเท่าไหร่ ก็พอจะรู้ว่าจินมันเป็นคนที่พูดเอาใจคนอื่นเป็น ยิ้มง่าย แล้วก็ขี้เล่นด้วย หน้าตาก็จัดว่าดีเลยทำให้เป็นที่ปราบปลื้มของพี่เลี้ยงน้องใหม่ประจำกลุ่มที่ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นเพศที่สาม หนึ่งในนั้นคือพี่อารุ่ยคณะมนุษย์ปีสาม

          หลายครั้งเวลาเล่นเกมหรือทำกิจกรรม จินก็มักจะถูกพี่ๆหรือเพื่อนแกล้งให้ออกไปเล่นอยู่บ่อยๆ เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนในกลุ่มได้เป็นอย่างดี บางทีก็ได้เล่นเกมโหดๆอย่างการทำลายภาพลักษณ์เกินไป ผมก็รู้สึกสงสารอีกฝ่ายขึ้นมาบ้าง

          และแล้วหลังจากวันนั้นทั้งหน้าไทม์ไลน์เฟซบุ๊กของผมก็เต็มไปด้วยเรื่องราวของมัน

          ทั้งที่มีเพื่อนอยู่น้อยนิดขนาดนั้น เข้าทีก็เป็นต้องกดออกเพราะเบื่อเหลือเกิน ความตัวเต็งเดือนมหาลัยนี่นำโด่งมาตั้งแต่วันนั้นเลย ผมว่าให้ไอ้คีมเป็นยังจะดูเหมาะกว่า แต่วันที่วิศวะเรียกรวม คีมมันรู้อยู่แล้วว่าจะมีการคัดเลือกดาวเดือนคณะ รู้ว่าตัวเองหน้าตาดีแล้วฉลาดไง ไม่ยอมไปแต่ไปหาเล่นเกมอยู่แถวๆหลังมอแทน

          ครับ ตลอดระยะเวลาของกิจกรรมรับน้องใหม่ ทั้งๆที่อยู่กลุ่มเดียวกัน แต่ผมกลับเจอจินแทบนับครั้งได้ ก็มันเล่นมาแค่วันแรกแล้วหายต๋อมไปเลย โผล่หน้ามาอีกทีคือสองวันสุดท้ายนั่นก็คือวันเข้าเชียร์กลางจริงๆของมหาลัยเพราะหน่วยกิตดันเทมาให้สองวันนี้ซะส่วนใหญ่ ก่อนหน้านั้นผมเองก็มาบ้างไม่มาบ้างเหมือนกัน

          พูดถึงวันเชียร์กลางวันแรก เราได้นั่งแถวเดียวกันพอดีครับเลยได้มีโอกาสได้ยินเสียงกันนิดหน่อยคือประโยคที่ว่า มีคนเป็นลมและมันก็อาสาพยุงผู้หญิงที่เป็นลมระหว่างบูมมหาลัยอยู่ข้างหลังออกจากสแตนด์เชียร์ไป ซึ่งมันก็ทำให้ผมรู้ว่าไม่ควรมองใครแค่ที่ภายนอกจริงๆ

          แต่เพราะว่าจินมันซื้อบื้อ แถมยังสมองปลาทองเองที่จำผมไม่ได้ ผมก็เข้าใจนะครับว่ามันเป็นคนเฟรนลี่ มีคนมากหน้าหลายตาเข้าหาอยู่บ่อยๆ หรือบางทีก็เป็นมันเองนั่นแหละที่เข้าหาคนอื่น เลยไม่แปลกใจที่มันจะไม่รู้สึกคุ้นหน้าผมเลย

          ผมคิดว่าเราคงจะได้เจอกันแค่ในกลุ่มกิจกรรมรับน้องภายในอาทิตย์นั้น ทว่าพอเปิดเทอมมากลับกลายเป็นผมได้เจอมันบ่อยขึ้น ไปไหนมาไหนก็เจอ

          ไม่ว่าจะร้านไก่รสทิพย์ร้านอาหารประจำที่ผมมักไปฝากมื้อเที่ยงไว้เพราะอยู่ฝั่งใกล้คณะ ร้านกาแฟในซอกหลืบที่ชอบไปนั่งอ่านหนังสือตอนวันหยุดเพราะอยากเลี่ยงคนเยอะๆ หรือแม้แต่ตามร้านเหล้าที่วงของพวกผมขึ้นไปเล่นดนตรีให้

          อันที่จริง เรื่องเล่นดนตรีผมไม่ค่อยได้ไปบ่อยเท่าไหร่ พักหลังๆมานี้แค่อ่านหนังสือก็ไม่มีเวลาให้แล้ว ไปเล่นทีไรก็ต้องกลับดึก ไม่อยากเซ็นชื่อเข้าหอหลังเที่ยงคืนด้วย ยามยิ่งโหดๆอยู่ ก็เลยเลือกไปแทนแค่วันที่พี่จุลนักร้องนำประจำวงไม่ว่างเท่านั้นเอง

          บอกตามตรงครับว่าผมเอนเตอร์เทนคนดูไม่ค่อยเป็น ให้ไปตีกลอง เล่นคีย์บอร์ด กีตาร์หรือเครื่องดนตรีอื่นๆที่ไม่ต้องใช้เสียงพูดอะไรยังง่ายกว่า แต่เพราะทุกตำแหน่งเต็มหมดแล้ว กลองไอ้คีมก็เล่นได้ดีกว่า ตอนขึ้นไปร้องเพลงนี่ก็ยังให้ซองกับเจมันเป็นคนเกริ่นนำ

          เป็นเรื่องดีที่พวกมันเองก็รับส่งมุกกันดี คนดูเขาเลยชอบกัน

          แต่ไอ้เรื่องพวกนี้ยังไม่เท่าไหร่ ที่บังเอิญหนักกว่านั้นคือตอนผมจะไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปิดเทอมที่ผ่านมากับครอบครัว ก็ยังดันไปเจอไอ้จินที่สนามบินเพราะเหมือนจะไปเที่ยวเกาหลีพอดี ตอนนั้นผมจำได้ว่านั่งมองจนกระทั่งมันเดินหายเข้าไปข้างในนั่นแหละ

          ได้แต่คิดว่าตีตั๋วไปเกาหลีตอนนี้ยังทันไหม ไหนๆก็เจอกันแล้ว

          ครับ จากที่ทุกอย่างระหว่างผมกับจินเป็นเรื่องบังเอิญมาตลอด พักหลังๆมาก็กลับกลายเป็นว่าผมเองที่ทำให้มันเป็นความตั้งใจ สุดท้ายก็ต้องมานั่งกลุ้มกับตัวเอง 

          จินมันเป็นคนหล่อนะ ถ้าผู้ชายด้วยกันมองก็จะคิดแค่ว่าหน้าตาดีเฉยๆ อาจจะมีเหม็นหน้าบ้างจากความรู้สึกส่วนตัว(ตอนแรกผมก็เป็น) คงจะมีแต่ผมนั่นแหละที่คิดว่าเวลามันพูด ยิ้มหรือแม้กระทั่งหัวเราะแล้วแม่งโคตรน่ามอง ยิ่งตอนเมาๆนะ

          ก็เริ่มคิดได้แล้วแหละครับว่าเป็นเอามาก ขนาดอิมยังดูออก

 

Aim Sirikanlayakarn: จิน แมนแมนคุยกัน

อะไร

Aim Sirikanlayakarn: ชื่อเฟซบุ๊กจิน

 

          หลังจากวันประกวดดาวเดือนเสร็จช่วงกลางเดือนกันยายนของเทอมแรก จินได้เป็นเดือนมหาลัยครับ ผมเองก็ยังตกใจไม่หายวันที่อิมส่งเฟซบุ๊คอีกฝ่ายมา ไม่รู้ว่าไปหามาได้ยังไง แต่มาคิดอีกทีก็คงไม่ยากหรอก จินมันเป็นถึงเดือนมหาลัย น่าจะเป็นคนที่หาตัวง่ายในโลกโซเชียลอยู่แล้ว

          มีก็แต่ผมแหละมั้งที่ไม่ฝักใฝ่หาเอาเอง เพราะไม่ใช่คนติดโซเชียลอะไร นอกจากจับมือถือมาเล่นเกมก็ไม่คิดจะใช้ทำอะไรอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่โทรหาแม่หรือคุยงานในแชทกับเพื่อน

เอามาให้ทำไม

Aim Sirikanlayakarn: ไม่ต้องมา

Aim Sirikanlayakarn: รำคาญอ่ะ

Aim Sirikanlayakarn: เอาแต่นั่งส่องรูปมันตามเฟซคนอื่นอยู่นั่นแหละ

Aim Sirikanlayakarn: เห็นแล้วรำคานนนน 

 

          ก็ต้องขอบคุณที่อิมรำคาญครับ

          พอได้เฟซบุ๊กของอีกฝ่ายมา คืนนั้นผมก็ไม่รีรอที่จะกดแอดไปทันที แต่แอดไปเป็นอาทิตย์แล้วมันก็ยังไม่รับผมซักที

          นี่ก็อุตส่าห์เปลี่ยนรูปโปรไฟล์จากพี่เอสหมัดอัคคีในการ์ตูนวันพีชที่ตั้งมาตั้งแต่ม.เป็นรูปตัวเองตอนอิมถ่ายให้อยู่โรงอาหารแล้ว แต่มันก็ยังไม่ยอมรับผมเป็นเพื่อน รอมาเป็นอาทิตย์จนสุดท้ายถอดใจ เลยได้แต่กดปุ่มเป็นผู้ติดตามในบรรดาหกร้อยกว่าๆของมัน

          มารู้เหตุผลก็ตอนไปดูบอลด้วยกันที่ร้านหลังมอนั่นแหละว่ามันชอบแมนยูมาก แล้วรูปหน้าปกผมนี่อาร์เซนอลเต็มๆหน้าเลยให้ตายสิ เท่านั้นไม่พอยังดันเป็นรูปสกอร์คะแนนแมทซ์ฤดูกาลที่แล้วที่ปืนชนะผีมาได้ 1:0 บุญมีแต่กรรมบังครับ

          พอได้ส่องเฟซบุ๊กของอีกฝ่ายก็ไม่ค่อยต่างอะไรจากคนทั่วไปเท่าไหร่ มีเปิดสาธารณะบ้างเป็นบางสเตตัส เช็คอินที่นู่นที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านเหล้ากับสนามหญ้าเทียมและก็ร้านอาหาร พอได้เป็นเดือนมหาลัย ร้านเหล้าก็ไม่ค่อยเช็คอินแล้ว

          แต่ก็ยังอัพสเตตัสอยู่ทุกวัน อ่อยชาวบ้านเขาไปทั่วตามประสาผู้ชายอัธยาศัยดี ชอบแทนตัวเองว่าหมางั้นหมางี้ ผมก็ว่าน่ารักดี

          บางวันเข้ามาเจอตอนมันไลฟ์สดตัวเองเล่นกีตาร์ร้องเพลงลง คนดูสี่ห้าร้อย ก็ถือว่าเยอะนะถ้าเทียบกับช่วงนั้นที่ยังไม่บูม แต่พอดังขึ้นมาเท่านั้นแหละ แล้วยิ่งเป็นเดือนมหาลัยอีก ว่าคณะนิติศาสตร์อยู่ห่างจากวิศวกรรมมากแล้ว ผมกับไอ้จินนี่อยู่ห่างกันยิ่งกว่าโลกกับดาวนาเม็ก

          ผมก็เพิ่งรู้ตอนที่ไปดูประกวดดาวเดือนว่าจินเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับคีม ซ้ำอิมยังเอาเรื่องที่ผมพลั้งปากบอกว่าชอบจินไปเล่าให้ไอ้คีมฟังซะหมดเปลือก ดีที่คีมมันไม่ใช่คนพูดมาก แต่ถามว่าโดนมันล้อไหม...ไม่เหลือครับ เชิงชายที่เคยมีมาป่นปี้หมด เพราะดันไปชอบเดือนมหาลัยเนี่ย

          ก็เป็นซะอย่างนี้ เป็นเพื่อนกันมาก็นาน มีอะไรก็เลยเล่าให้กันฟังหมด ชิบหายก็ชิบหายมันพร้อมกันนี่แหละ ทั้งเรื่องที่อิมยอมเอาเฟซตัวเองไปแลกกับเฟซไอ้จินมาให้ผมด้วย ผมยังจำสีหน้าคร่ำเครียดของอีกฝ่ายที่เดินกดมือถือเข้ามาในห้องเรียนได้เป็นอย่างดี ทั้งอยากสงสารแล้วก็สมน้ำหน้าในเวลาเดียวกัน

          “ชิบหาย ชิบหาย

          “เป็นไร

          “มึง จินมันขอคบกับกู!”

          ว่าแล้วไง หน้าตาน่ารักแล้วยังไม่เจียม แล้วผมต้องทำไง

          “อ่า” ก็ไม่ทำไงเลยไงครับ เพราะถึงอยากจะทำก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว ได้แต่พยักหน้ารับแล้วก้มหน้าสนใจชีทเรียนบนโต๊ะแทน

          อิมเป็นผู้หญิงที่น่ารักนะ ผิวขาว ตัวเล็กๆ มีตาชั้นเดียวแต่ก็โตสดใส เห็นทีว่าจะเป็นสเป็คผู้ชายหลายคนด้วยดูได้จากคนที่เข้ามาจีบไม่ซ้ำหน้า แต่ด้วยเพราะนิสัยที่ออกไปทางติสท์ๆหน่อย แถมเข้ากับคนยากด้วยเจ้าตัวเลยไม่เลือกจะคบใครถ้าไม่ถูกใจจริงๆ

          วันแข่งกีฬาเฟรชชี่ยังมาชมนักกีฬาปิงปองคณะศิลปกรรมที่ผมยาวไว้หนวดหน้าเข้มตัวใหญ่ๆว่าเท่งั้นงี้ให้ผมฟังอยู่เลย ก็พอจะรู้ว่าอิมมันชอบไปทางนั้นมากกว่า

          “กูจะทำยังไงดีวะ

          “คบกับเดือนมหาลัยแล้วไม่ดีตรงไหน

          “กูไม่ชอบผู้ชายแบบนั้นอ่ะ ดูเจ้าชู้ๆไงไม่รู้

          “แต่เขาก็ดูแลดีออก

          ยอมรับก็ได้ว่าโหวงนิดๆ แต่ไม่เป็นไร แค่รู้สึกว่าชอบเฉยๆ ยังไม่มีแพลนว่าจะเข้าไปจีบ ผมแค่ชอบเวลาได้มองจินมันพูดกับเพื่อน ดูเป็นคนที่คิดอะไรก็แสดงออกมาทางสีหน้าตรงๆ มองแล้วเพลินดี ตอนที่เมาแล้วเรื้อนถือแก้วเหล้ามาเต้นอยู่แถวๆหน้าเวทีเหมือนกัน ถ้าไม่นับรวมที่มันเต้นนัวอยู่กับผู้หญิงหน้าอกใหญ่ๆ ผมก็เห็นว่ามันตลกดีครับ

          “ก็ดีแหละมึง แต่ก็แค่อยากคุยเล่นๆไง เคยไปร้านนมด้วยกันไม่กี่ครั้งเองนะ

          “แต่ก็ไปหากันที่หอออกจะบ่อยไม่ใช่หรอ

          “เอ้า ก็มันชอบหลอกให้กูไปอ่ะ

          “รู้อยู่ว่าไปแล้วจะเจอกับอะไร ทำไมถึงยังไปล่ะถ้าไม่ได้ชอบ

          “เออ กูยอมรับว่ารู้สึกดี แต่จะขอคบเลยหรอวะ

          “ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว จะคุยกันไปเป็นปีเลยหรอ

          “เชี่ยบอม

          “ลองดูไม่เสียหาย

          “นี่มึง...

          “ไม่ได้จริงๆ ค่อยเลิก ถึงไม่ตรงสเป็คแต่อาจเป็นคนที่ใช่ก็ได้

          “แต่มึงชอบมันนะ ทำแบบนี้กูลำบากใจนะเว้ย

          “กูแค่ปลื้ม ไม่ได้จะอะไรขนาดนั้น แล้วถึงกูจะชอบเขายังไงแต่ถ้าเขาไม่ชอบกู มันก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้ว ที่สำคัญมันยากนะที่จะทำให้เขาหันมาชอบกูที่เป็นผู้ชายเหมือนกันน่ะ อย่าเอากูเข้าไปเป็นตัวถ่วงความรู้สึกของมึงเลย

          ผมพยายามพูดให้อิมสบายใจ ซึ่งพูดเองก็เจ็บเองครับ เหมือนรู้สึกว่าตัวเองพลาดที่ชอบใครไม่ชอบไปชอบเดือนวิศวะเนี่ย สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือปลงเท่านั้นแหละ

          ที่รู้ว่าจินมันคิดจริงจังกับอิมเพราะตั้งแต่ติดตามเฟซบุ๊กอีกฝ่ายมา ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะโพสต์สเตตัสหาใคร นอกจากโพสต์อ่อยชาวบ้านเขาไปวันๆ ก็เพิ่งจะเห็นช่วงที่เริ่มคุยกันกับอิมนี่แหละ ตอนนั้นก็พอจะรู้เรื่องแล้ว ดูได้จากการเช็คอินติดแท็กที่เดียวกันเวลาใกล้กัน

          ไหนจะอัพรูปของหวานที่ไปทานด้วยกันพร้อมกับแคปชั่นอินเลิฟอีก ถึงไม่ได้ถ่ายหน้า แต่ก็สื่อแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังมีคนคุยอยู่ ซ้ำอิมยังเคยบอกผมด้วยว่าจินมันชอบทักมาหาบ่อยๆ          

          “ลองคบดู สงสารมัน มันก็เหมือนจะจริงจังกับมึงแล้ว

          “เออ ถ้ากูอกหักมามึงอย่าทิ้งกูให้ร้องไห้คนเดียวละกัน

          “ก็อยู่ปลอบตลอดไม่ใช่หรือไง

 

**********

 

          หลังจากวันนั้นผมไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นต่อ รู้อีกทีคืออิมก็เป็นแฟนกับจินแล้ว ซึ่งก็ถือว่าดีแล้วแหละ ผมเคยคิดนะว่าถ้ามันเป็นอย่างนี้ก็ดีแล้วเหมือนกัน พอรู้ว่าจินมันเป็นของเพื่อนตัวเองแล้วจะได้ลืมง่ายขึ้น แต่ก็นั่นแหละ ผมคิดผิด

          เมื่อทั้งสองคบกัน จินก็มาวนเวียนอยู่ในสายตาผมตลอด ไม่ว่าจะการมารับอิมไปทานข้าวตอนเที่ยง หรือมารออิมกลับในตอนเย็น ก็สถิตอยู่แถวๆนิตินี่แหละทั้งที่วิศวะก็อยู่ไกลขนาดนั้น แถมอิมยังชอบเอาเรื่องของมันมาเล่าให้ผมฟังอีก

          อาจไม่มากแต่สม่ำเสมอจนบางทีก็คิดนะว่า ไม่ต้องเล่าทุกเรื่องของมันให้กูฟังขนาดนั้นก็ได้ คนเรามันยิ่งตัดใจยากๆอยู่ เครียดหนักกว่าเดิม จากที่เป็นคนแอบชอบอยู่ดีๆ ตอนนี้กูจะกลายมาเป็นคนชอบแฟนเพื่อนละเนี่ย ให้ตายเถอะ

          เดือนตุลาคมผ่านไป กระทั่งล่วงเลยเข้าสู่ปลายเดือนพฤศจิกายน ก็เกือบราวๆสองเดือนที่ทั้งคู่คบกัน ดูผิวเผินชีวิตของทั้งสองคนก็เหมือนจะไม่มีอะไร จนกระทั่งวันหนึ่ง

          “ทะเลาะกันอีกแล้วหรอผมถามเพราะเห็นว่าอิมเดินหน้ามุ่ยเข้ามา

          “กูไม่ไหวแล้วว่ะ ไม่ใช่ยังไงก็คือไม่ใช่อ่ะ

          “วันนี้เขาทำไรให้อีกล่ะ

          “แม่งเพื่อนกลุ่มสัมพันธ์กูที่เป็นดาวคณะทันตะทักมาบอกว่าจินไปคุยกับมันอ่ะ

          “เขาเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า

          ไม่ คุยแบบเหมือนคุยกับกูช่วงแรกๆอ่ะมึง พอรู้ว่ามีคนมาจีบกูมันก็เลยไปคุยกับคนอื่นประชด

          “มึงเองก็ยอมให้คนอื่นมาจีบ มันก็ผิดกันทั้งคู่ ทำไมไม่ค่อยๆคุยกัน อธิบายให้กันฟังดีๆ

          “เดี๋ยวนี้พูดอะไรไปมันก็ไม่ฟังกูหรอก

          “แล้วยังไง จะเลิก?”

          มันติดเพื่อนอ่ะ เคยบอกว่าไม่ชอบคนกินเหล้า มันก็ทำได้แค่ช่วงแรกๆ หลังๆมาก็เป็นเหมือนเดิม เอะอะๆก็พี่ไม่ก็เพื่อนชวนนู่นนี่ตลอด ให้พาไปไหนก็ไม่ค่อยว่าง ดีแต่มาขอนอนกับกูตอนกลางคืนเท่านั้นแหละ กูไม่โอเค

          ผู้ชายก็เป็นอย่างนี้

          “มึงเคยบอกกูใช่ไหมว่าถ้าไม่ไหวค่อยเลิก เอาจริงๆนะ ตอนนี้กูเฉยๆแล้วว่ะ แทบไม่เหลือความรู้สึกอะไรอยู่แล้ว คนบางคนแม่งก็เหมาะกับการเป็นเพื่อนตั้งแต่แรกยังจะดีกว่า ที่คบด้วยก็เพราะว่ามึงบอกให้พยายามเปิดใจ แล้วดูตอนนี้ดิ กูไม่มีความสุขอ่ะมึง

          “แล้วจะทำยังไง” 

          “ไม่รู้

          “งั้นก็คบต่อไปเรื่อยๆอย่างนี้ผมว่าติดตลก ในใจก็รู้คำตอบอยู่แล้ว

          ถ้าคบแล้วยังเป็นแบบนี้ก็ไม่ไหวว่ะ กูเบื่อ

          “อืม...เข้าใจ

          “มึงก็เป็นงี้ ไม่เห็นลองดูเหมือนที่บอกกูบ้าง มันไม่ชอบมึงหรอ คุยกันสักครั้งยัง ก็ไม่ ไม่ลองเข้าไปหาแล้วจะไปรู้ได้ไงวะว่ามันไม่ได้ชอบมึง

          รู้สิ ผมรู้ดีเลยแหละ

          เหตุผลง่ายๆก็คือ...จินมันไม่ได้ชอบผู้ชายไง

          

**********

 

          ไม่ถึงสองเดือน พอเปิดเทอมสองมาได้หนึ่งอาทิตย์ปุ๊บอิมก็เลิกกับจิน โดยที่อิมบอกว่าไอ้จินเป็นฝ่ายขอเลิกเอง ช่วงนั้นอิมก็ดูจะซึมๆไปเหมือนกัน แม้ปากจะบอกว่าตัวเองไม่ได้รัก แต่ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงที่มักจะมีความผูกพันมากกว่าฝ่ายชายอยู่แล้ว ไม่แปลกที่ความรู้สึกจะเปราะบางกว่า

          แต่ที่แย่กว่าการที่อิมเลิกกับจิน ก็คือมีข่าวลือแพร่ออกไปว่าผมกับอิมกำลังคบหากันทั้งที่เราเป็นลูกพี่ลูกน้องกันแท้ๆ ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครคิดจะแก้ข่าวอะไรเพราะมองยังไงก็ไม่เห็นว่าจำเป็น เพื่อนในคณะหลายๆคนก็รู้กันดีอยู่แล้ว และถ้ามีคนถามผมถึงค่อยบอก 

          ทว่า....

K Keam: บอม

K Keam: อยู่ไหน

กินข้าวอยู่ที่ยูเซน

กำลังจะไปคณะ

มีไร

K Keam: จินไปนิติ

K Keam: มันคิดว่ามึงกับอิมคบกัน 55555

สัด

ตั้งแต่เมื่อไหร่

K Keam: เพิ่งออกไปเมื่อกี้

               

          ผมคิดว่าเรื่องพวกนี้มันไร้สาระ จนกระทั่งวันนั้นนั่นแหละ ใครจะไม่เชื่อยังไงก็ช่างมัน แต่คนๆนั้นจะต้องไม่ใช่ไอ้จิน และตอนนั้นในใจผมรู้อยู่แค่ว่าจะต้องไปอธิบายกับมัน มองนาฬิกาบนข้อมือก็เห็นว่าเกือบจะเที่ยงครึ่งแล้ว ทำไมไอ้คีมถึงเพิ่งมาบอกผมวะ!

          กินข้าวเสร็จผมก็รีบวิ่งไปจับมอเตอร์ไซค์บิดมาที่คณะเลย น้ำสักอึกก็ยังไม่ได้แตะ แต่ก็ดีแล้วที่ข้าวไม่ติดคอ มาถึงปุ๊บก็เห็นว่าตัวปัญหายังนั่งทำหน้าบูดอยู่กับพวกไอ้ยู ผมทำใจอยู่นาน เลยเดินไปซื้อน้ำมาดับอาการกระหายกับข้าวแกงจานหนึ่งทั้งที่โคตรพ่อโคตรแม่อิ่มจนข้าวจะขย้อนออกมาทางเดิมได้อยู่แล้ว

          พอมานั่งลงตรงหน้าอีกฝ่าย ด้วยความใกล้ชิดที่มากที่สุดตั้งแต่ได้รู้จักมันมา นอกจากจะทำให้ความรู้สึกที่ว่าผมชอบมันจริงๆอยากได้เป็นแฟนชัดเจนขึ้นแล้ว ก็ยังทำให้ความกล้าที่มีทั้งหมดเมื่อครู่ของผมหายวั๊บไปอีกด้วย

          ใช่ครับ ผมเพิ่งจะเคยเห็นมันใกล้ๆวันนั้นก็ครั้งแรก หน้านี่ขาวใสสุขภาพดี ผิวเนียนยันลำคอเลย อยากจะกัดให้จมเขี้ยว ขนาดไม่ยิ้มยังโคตรน่ารักเลย นี่คนหรือตุ๊กตาวะ

          “มึง” ผมทำเป็นหูทวนลม เอาจริงๆพยายามตั้งสติอยู่ มันแม่งน่ารักชิบหาย ใจนี่สั่นไปหมดละ สมแล้วที่ได้เป็นถึงเดือนมหาลัย ทำให้คนอื่นหวั่นไหวทุกครั้งที่เห็นหน้าแบบนี้ทุกคนเลยรึเปล่าวะ

          เมื่อเห็นว่าผมไม่ตอบอะไรกลับมันก็ส่งเสียงมาอีก

          “ไอ้เหี้ย อืม...เสียงก็น่ารักมากครับ แต่ปากหมา

          จากที่คิดว่าตอนนั้นผมจะมาอธิบายเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด กลับกลายเป็นว่าผมไปกวนตีนมันซะงั้น นี่สินะที่เขาว่าเวลาเราชอบใครก็มักจะชอบแกล้งคนๆนั้น ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว อีกอย่างมันไม่เปิดโอกาสให้ผมได้แก้ตัวอะไรเลยต่างหาก มาถึงก็ใส่เอาๆ นึกว่าหมัดฮุก พอบอกความจริงไปก็ไม่เชื่ออีก

          อารมณ์คือคุยกันไปคงไม่รู้เรื่องแล้ว ผมก็เริ่มจะมีน้ำโหแล้วเหมือนกัน นี่ก็คนครับไม่ใช่พระอิฐพระปูนอะไรที่เวลามีคนมาด่าแล้วจะได้ยืนฟังอยู่เฉยๆ แต่ถ้ามันพูดมากกว่านี้อีกหน่อยกูจะจับแม่งลากเข้าไปกดปิดปากในห้องน้ำโรงอาหารละ ไม่เอาไง แต่จะเอามึงนี่แหละ ด่ากูแล้วยังเสือกน่ารักอีก แม่ง

          ตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไง คิดแต่ว่าเดี๋ยวเอาไว้ค่อยไปเคลียร์ทีหลัง ได้แกล้งแล้วก็อยากเอาให้ถึงที่สุด เลยจัดไปด้วยการบอกความรู้สึกของตัวเองไปเลยว่า...

          “กูยังโสดนะ จีบได้

          ตอนนั้นก็คิดว่าไม่โดนมันถีบยอดหน้ามาก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว แต้มบุญที่ว่าจะมีโอกาสได้เข้าไปจีบมันหรอ อย่าถามหาเลยครับ ไปจองศาลาวัดไว้สวดอภิธรรมยังจะง่ายกว่า

 

**********

 

          หลังจากที่ถูกอิมพูดเตือนสติในวันนั้น ก็เลยกลับมานอนคิดเป็นอาทิตย์ว่าผมคงต้องเริ่มเข้าหามันจริงๆจังๆซักที ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าจะต้องทำด้วยวิธีไหน โชคดีที่วันต่อมาได้ไปอ่านหนังสือกับเพื่อนที่หอสมุดพอดี มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาขอให้ยูมันไปถ่ายแบบอะไรสักอย่างแทนเดือนคณะแพทย์ที่ไปไม่ได้

          “น้องบอมสนใจไหม เนี่ยมีน้องๆดาวกับเดือน TOP5 ด้วยนะ

          ตอนที่พี่เขาชวนผมด้วยก็คิดว่าจะปฏิเสธไปเพราะไม่ค่อยชอบอะไรแนวนี้เท่าไหร่ พอบอกว่าทั้งดาวและเดือนหลายคณะไปด้วย ดาวไม่เท่าไหร่ ได้ยินคำว่าเดือนเท่านั้นแหละ เกือบพลั้งปากพูดว่าไม่ครับออกไปแล้วถ้าพี่เขาไม่เอารูปมาให้ดูก่อนไง มีไอ้จินด้วย

          “โอเคครับ” ไปก็ได้

          ก็ไม่รู้ว่าโชคดีที่ได้เจอจินหรือว่าโชคร้ายของผมที่โดนตากล้องสั่งให้ทำนู่นทำนี่เยอะแยะไปหมด

          คนเราจะต้องมายิ้มให้กล้องซ้ำแล้วซ้ำอีกทั้งๆที่ไม่มีเรื่องอะไรมากระตุ้นขนาดนี้เลยหรอวะ ก็ไม่ใช่มืออาชีพไง ผมก็พยายามทำให้แล้วแต่ก็ยังมาด่าอีก จะให้ปั้นหน้ายิ้มอยู่ต่อได้ไงครับ ทันทีที่ถ่ายเสร็จปุ๊บผมก็ขอกลับเลย แม้ไอ้จินจะถ่ายแก้เซตเดี่ยวของมันยังไม่เสร็จก็ตาม

          แน่ล่ะว่าหลังจากวันนั้นเราก็เจอกันบ่อยขึ้นพอดู คงเพราะอยู่กีฬาฟุตบอลเหมือนกันด้วยล่ะมั้ง ก่อนหน้านั้นเรียกได้ว่าผมตั้งใจโคตรๆ แต่อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ

          ผมมีกีฬาหลักอยู่บาสเกตบอลครับ แต่พอดีมีพี่ที่รู้จักอยู่กีฬาฟุตบอล พี่เขาเลยชวนให้ไปลงด้วยกัน มารู้ตอนแข่งนัดแรกนี่เองว่าจินก็อยู่ฟุตบอล

          แค่แม่งมานั่งมองเฉยๆอยู่ข้างสนามยังทำลายสมาธิกันขนาดนี้ จากที่ต้องสนแค่ลูกฟุตบอลตรงหน้า กลายเป็นว่าผมจะเตะทีก็เอาแต่มองหามัน สุดท้ายเลยไม่วายโดนพี่แทคพี่บัณฑิตที่กลับมาจากทีมชาติซึ่งอาสามาเป็นโค้ชให้ด่ายับเลย

          ก็เป็นอย่างนั้นแหละครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาไม่มีเรื่องอะไรให้น่าประทับใจเลย  เจอหน้าทีไรก็กัดกันตลอด แต่ก็ยังดีครับ อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่าได้ใกล้ชิดมันมากขึ้น โดนมันด่าแต่ละทีก็รู้สึกว่าดี... ดีก็เหี้ยละ

          โอเคอยู่เรื่องเดียวคือเวลาที่จินมันโมโหปากจะเป็นงอนหน่อยๆ หน้านี่งอเอาๆ แต่น่ารักมากๆครับ

 

**********

 

          ผมเหลือบมองนาฬิกาบนมือถือ ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มเกือบครึ่ง

          กลับจากแข่งบาสซึ่งก็แพ้คณะแพทย์ไปตามระเบียบแต่ดีที่ยังได้ที่สองมา พออาบน้ำเปลี่ยนชุดให้พอออกไปไหนมาไหนได้ ผมก็เลยออกมาหามื้อดึกทาน เสร็จแล้วก็แวะไปเอาตั๋วหนังที่ฝากคีมมันกดให้เมื่อตอนเย็นที่ห้องซ้อมดนตรีหลังมอ กะว่าดูเสร็จปุ๊บมาถึงห้องจะได้ทิ้งตัวลงนอนเลย

          การจะไปดูหนังคนเดียวไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผมเท่าไหร่เพราะทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นไม่รู้คิดอะไรถึงบอกให้คีมมันกดมาสองใบ ถึงต้องได้มานั่งมองมือถือตัวเองอยู่ใต้หอไอ้จิน ไม่กล้าโทรหากลัวว่ามันจะหลับอยู่

          คีมบอกว่าวันนี้มีเรียนตั้งแต่เช้า เมื่อคืนก็ทำงานกลุ่มกันจนดึกดื่น เห็นจินมันบ่นว่าเหนื่อยๆ อยากกลับมานอน

          พอได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆแล้วเหมือนรู้สึกได้ร่นระยะของตัวเองกับมันเข้ามามากขึ้น ทั้งๆที่ผมบอกไปตรงๆว่าจะจีบ จินเองก็เหมือนจะไม่ได้ปฏิเสธหรือว่ามีท่าทีรังเกียจอะไร ผมเลยทึกทักเอาเองว่ามันอนุญาต ถึงไม่อนุญาตก็ช่าง มาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องไปให้สุด

          ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่เรียนหนักจนไม่ได้เจอหน้ากันนอกจากได้ยินแค่เสียงผ่านโทรศัพท์หรือส่องดูรูปที่มันอัพในเฟซบุ๊ค บอกเลยว่าโคตรคิดถึง ยิ่งพอรู้ว่าอาทิตย์ที่จะหยุดนี้มันจะกลับบ้าน วันนี้เลยอยากรีบมาเก็บโมเมนต์ก่อนที่ผมจะกลับเหมือนกัน แต่สงสัยคงจะได้ไปดูคนเดียวแล้วจริงๆ

          ทว่าพอตัดใจแล้วว่าจะไปคนเดียว แรงสั่นสะเทือนแจ้งเตือนจากเฟซบุ๊กก็ดึงขาเอาไว้

          เป็นไอ้จินที่มาคอมเมนต์ใต้รูปโปรไฟล์ของผม เลยรู้ว่ามันน่าจะตื่นแล้ว โปรรายเดือนก็ดันมาหมดตอนจะโทรหามันพอดี กว่าจะชวนได้ก็ต้องไปขอพาสเวิร์ดไวไฟใต้หอกับพนักงาน ต่อได้ก็ต้องมาพิมพ์คุยกันทางแชทจนมือหงิก สุดท้ายก็มาจบด้วยการที่ผมต้องขึ้นมานั่งรอจินมันอาบน้ำอยู่บนห้อง

          “มึงจะรีบอะไรนักหนาวะ

          เข้ามาข้างในลิฟต์ก็โดนยิงคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบใส่ พร้อมหน้าตาที่ยังดูสะลึมสะลือหลังตื่นนอนของมัน Attack เข้าให้ ยืนอึ้งมองหน้ากันอยู่เกือบ 5 วินาที ผมเลยยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปหน้ามันเก็บไว้ โดนด่าไปอีกดอก แต่เพราะว่ายังดูไม่ตื่นดี เห็นทีว่ามันคงไม่มีอารมณ์จะมาต่อล้อต่อเถียงด้วย ก็ถือว่าดีไปครับ

          “ออกมากินข้าว ผ่านหอมึงพอดีเลยขี้เกียจกลับ ทำไมหน้ามึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

          “จะบอกว่ากูหล่อขึ้นอ่ะดิ

          “เปล่า บวมอย่างกับฉีดโบท็อกซ์มาสิบขวด

          “ไอ้สัด กูนอนเพิ่งตื่นเถอะ” บอกผมอย่างนั้นแต่ก็รีบหันหน้าไปส่องกระจกลิฟต์อยู่ดี ก็กวนๆมันไปงั้น เป็นผู้ชายจะให้มาหวานเลี่ยนใส่กันก็คงจะขนลุกไปหน่อย จริงๆมันก็น่ารักเหมือนเดิมแหละครับ

          “ทำไมไม่ไปกับเพื่อนมึงตั้งแต่แรกวะ” จินมันเป็นคนชอบถามอะไรซ้ำๆนะ แต่ผมก็ไม่ได้เบื่อที่จะตอบมันซ้ำๆหรอก

          “แข่งบาสอยู่

          “แล้วถ้ากูไม่ไปมึงทำไงเนี่ย

          “ก็ไปด้วยแล้วนี่ไง

          “เอาดีๆ

          “ไปคนเดียว” จริงครับ ตอนนั้นผมก็ว่าจะไปแล้ว ถ้ามันไม่มาคอมเมนต์ให้รู้ว่าตื่นแล้วซะก่อน

          เออ รวยเนอะ ซื้อตั๋วมาทิ้งๆขว้างๆเนี่ย

          เมื่อเข้ามาในห้องผมก็เลือกเดินเข้าไปนั่งที่ปลายเตียงเป็นอันดับแรก

          เคยสำรวจห้องมันมาแล้วครั้งหนึ่ง ดูรกๆหน่อยตามประสาคนอยู่คนเดียว กีตาร์โปร่งก็ยังวางอยู่ที่มุมห้องเหมือนเดิม ถัดไปเป็นชีทและกระดาษรีไซเคิลที่น่าจะเอาไว้ทดเลขกองๆกันอยู่ สตั๊ดมีประมาณเจ็ดแปดคู่สีนี่ไม่ซ้ำกันซักคู่เลยวางเรียงกันอยู่ใกล้ๆหน้าประตู ผ้าห่มบนเตียงก็ยังยับยู่ยี่ คงจะเพิ่งลุกออกมาได้ไม่นาน

          เคยถามว่าทำไมมันถึงเลือกเล่นกีตาร์ มันก็ตอบแค่ว่าอยากมีความสามารถพิเศษเป็นของตัวเอง อุตส่าห์ลงเรียนคอร์สนู่นนี่นั่นตอนอยู่ม.ปลาย แต่ดูก็รู้ว่าอยากเล่นเอาไว้โชว์สาว วันประกวดดาวเดือนมันก็เล่นกีตาร์ ผู้หญิงกรี๊ดกันตรึม

          “ที่ถามตอนแรกว่าทำไมไม่ไปดูพร้อมเพื่อน จริงๆก็แค่อยากไปกับมึง” ผมหันไปตอบมัน จังหวะนั้นก็เห็นว่ามือมันที่กำลังเอื้อมไปคว้าผ้าเช็ดตัวชะงักกึก

          นอกจากจะไม่ด่ากลับแล้ว ยังเล่นเงียบไม่ตอบอีก เนียนทำทีเป็นพ่นลมหายใจใส่แต่หูแดงมาก เสียงปิดประตูห้องน้ำใส่นี่ก็ดังจนผนังสะเทือน คนอะไรเขินแล้วชอบไปลงที่ข้าวของ

          พออยู่กับไอ้จินแค่สองคนความกล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดมันก็เพิ่มเลเวลขึ้นมาหน่อย ถ้าอยู่กับเพื่อนจะทำได้แค่กระซิบหรือไม่ก็พูดเบาๆ เอาจริงๆ ก็ไม่อยากให้จินมันโดนใครล้อด้วยแหละ เห็นเวลามันโดนแจ็คกับพี่สิงห์กวนทีไรแล้วกลัวใจมันจะไม่ชอบผมเข้าไปด้วย

          เกือบสิบห้านาทีได้กว่าจินจะออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับสวมเสื้อแมนยูสีขาวและกางเกงบอลสีดำ

          เมื่อเห็นว่าจินออกมาจากห้องน้ำแล้ว รู้สึกคอแห้งขึ้นมาเลยขอน้ำกิน มันก็พยักพเยิดหน้าไปทางตู้เย็น เปิดออกมานี่แทบร้องโอ้โหเลยครับ วันๆจะไม่กินอะไรเลยใช่ไหม ซีกหนึ่งลีโอ ซีกหนึ่งช้างทั้งขวดทั้งกระป๋องยัดกันอยู่เต็มตู้ มีน้ำขวดเดียวเล็กๆเบียดอยู่กับเบียร์ U ข้างฝาแค่นั้นเอง ที่อิมเคยเล่าให้ฟังก็เหมือนจะจริง        

          “กินเบียร์แทนน้ำหรอ” 

          ผมหันกลับมายกน้ำขึ้นกรอก ยืนพิงกับโต๊ะแถวๆนั้นมองมันที่เดินกลับไปกลับมาระหว่างห้องน้ำกับตู้เสื้อผ้า ทาอะไรต่อมิอะไร ไหนจะเดินออกมาฉีดน้ำหอมอีก จำได้ว่ากลิ่นนี้อิมเป็นคนเลือกให้เพราะอิมก็ใช้เหมือนกัน มันก็คงรักอิมมากของมันนั่นแหละ

          “แดกเสร็จแล้วก็เอาขวดไว้ฟาดหัวมึงนี่แหละ จะแดกก็แดกไปเงียบๆ อย่าถามมาก

          “เปลี่ยนกางเกงไหม ข้างในโรงหนังมันหนาวนะ เอาเสื้อกันหนาวไปด้วยก็ดี

          “เชื่อกู เดี๋ยวก็ร้อน

          “แล้วจำเป็นต้องทาอะไรเยอะแยะขนาดนั้นเลยหรอ แค่ไปดูหนังเองเสร็จแล้วก็กลับมานอน

          “เรื่องของกูครับ

          ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรเลยได้แต่มองมันเดินเอาผ้าเช็ดตัวออกไปตากด้านนอก แล้วกลับมาเป่าผมใส่พัดลม มือก็เล่นโทรศัพท์ไปด้วย เข้าใจแล้วว่าหนึ่งชั่วโมงหมายถึงอะไร อาบน้ำอ่ะแค่สิบห้านาทีครับ ที่เหลือคือเสริมหล่อ

          ผมเดินกลับไปนั่งลงข้างๆมัน ก็นั่งไถไทม์ไลน์เฟซบุ๊กที่แต่ก่อนนานๆทีจะเข้าอยู่ข้างกันนี่แหละ เดี๋ยวนี้ผมก็ชักจะเล่นโซเชียลบ่อยขึ้น แต่ก็เลี่ยงที่จะทำให้คนรู้ว่าตัวเองออนอยู่เพราะมีแต่คนชอบทักมาขอให้รับแอดบ้าง ขอให้โพสต์สเตตัสบ้าง ล่าสุดก็เหมือนจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของผมกับจิน

 

จิน แมนแมนคุยกัน

เมื่อสักครู่

เซ็งมากครับ ครีมทาหน้าหมด กำลังหาคนพาไปซื้ออยู่นะ #ปิดเทอมนี้ที่เกาหลี

ถูกใจ     แสดงความคิดเห็น     แชร์

 

          ขนาดเรื่องครีมยังกลายเป็นสเตตัสอ่อยคนอื่นได้ ยอมใจสกิลการเล่นโซเชียลของมันจริงๆ

          เห็นหน้ามันตอนนี้ก็ไม่ได้ดูจะเซ็งตามที่โพสต์เลย นอกจากนั่งสลับหน้าจอตอบแชทสาวทั้งเฟซ ทั้งไลน์ แล้วก็กลับมาเฟซอีก มืออีกข้างก็ยีผมตัวเองใส่พัดลมไปด้วย กลิ่นหอมๆลอยมาเตะจมูกนี่แทบอยากจะพุ่งเข้าไปกดให้จมคาเตียง

 

Cute & Cool Boys พี่ว่าง เดี๋ยวพี่พาไปซื้อ

          จิน แมนแมนคุยกัน ไกลนะครับผม

          Cute & Cool Boys ไกลแค่ไหนถึงจะได้ใกล้ชิดน้องจินล่ะคะ

 

สิงหา จะเป็นคนเลว พรุ่งนี้ไปส่งกูที่บ้านหน่อย

          จิน แมนแมนคุยกัน พรุ่งนี้กูกลับบ้านครับพี่

          สิงหา จะเป็นคนเลว ขนาดนี้ก็ไม่ต้องเรียกกูว่าพี่ละจิน

          จิน แมนแมนคุยกัน ได้หรอ หวัดดีไอ้เหี้ย

          สิงหา จะเป็นคนเลว อ้าวๆ กูพี่มึงครับ

          K Keam 55555555

 

Ummie Butter น้องจินใช้ครีมอะไรอ่ะเดี๋ยวพี่ใช้ตาม

          จิน แมนแมนคุยกัน เหย ครีมทาหน้าผู้ชายครับ มันแค่บำรุงผิวเฉยๆ555 พี่อุ้มสวยอยู่แล้วไม่ต้องทาอะไรหรอก : )

 

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ ครีมบำรุงกันหน้าด้านที่มึงซื้อมาจากเกาหลีกระปุก 1,800 อะนะ

          จิน แมนแมนคุยกัน ใช่แล้วคับ

          แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ มึงใช้มาได้กี่อาทิตย์วะทำไมหมดไวจัง

          จิน แมนแมนคุยกัน อาทิตย์ไร เกือบสองเดือนเลยนะเว้ย

          แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ กูว่าหยุดเถอะ ใช้ของแพงซะเปล่าแต่หน้ามึงไม่ได้ดูแพงตามขึ้นมาเลย

          จิน แมนแมนคุยกัน ครวย 

          K Keam 555555

          จิน แมนแมนคุยกัน กูหลอนการหัวเราะเลขห้าเชี่ยคีมชิบหาย แม่งมาทุกตัส

          K Keam 6666666

          จิน แมนแมนคุยกัน ไอ้สัด เดี๋ยวกูบล็อก

 

Do Doogding แมทซ์หน้ามึงลงแทนต้าเหมือนเดิมนะ

          จิน แมนแมนคุยกัน เคพี่ นัดนี้ไม่ต่ำกว่าสามศูนย์แน่นอน

          Do Doogding ดีแต่ขี้โมมึงอ่ะ อย่าให้กูเห็นว่าตีกันกลางสนาม

          จิน แมนแมนคุยกัน แฮ่

          Do Doogding แฮ่เหี้ยไร

          จิน แมนแมนคุยกัน ไม่น่ารักหรอ

          Do Doogding ถุ้ย

          จิน แมนแมนคุยกัน หลังไมค์นะพี่เดี๋ยวคุยเรื่องเบอร์เสื้อพี่ต้า

 

Wisavakorn Bumrungkiat หน้าสดก็ดีอยู่แล้ว

          จิน แมนแมนคุยกัน สัด อยู่ใกล้แค่นี้มึงจะเม้นทำซากไร

          Wisavakorn Bumrungkiat เลิกเล่นมือถือแล้วเงยหน้ามาคุยกับกูดิ

          แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ พวกมึงอยู่ไหนกัน

          จิน แมนแมนคุยกัน ห้องกูนี่แหละ

          Wisavakorn Bumrungkiat นึกว่าอยู่ในซ่อง

          แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ ก้มมองแถวใต้เตียงเดี๋ยวมึงจะเจอดูเรกซ์ ทั้งยังไม่ได้ใช้และใช้แล้ว

          K Keam ว่างๆก็เผาสตั๊ดมันให้กูที คู่อดิดาสสีเทาส้ม

          จิน แมนแมนคุยกัน จากบล็อกเดี๋ยวกูทุบพวกมึงเรียงตัวเลยดีกว่า ไอ้พวกเหี้ย

          Cute & Cool Boys น้องจินกับน้องบอมอยู่ด้วยกัน ยังไงคะยังไงฟกหหาหสาดหสะกดหวดสส

 

          เท่านั้นแหละครับ มันก็รีบเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมทันที

          “ไม่ทำงี้แล้วจะสนใจกูตอนไหน” บางทีก็อยากมองหน้ามัน เดี๋ยวดูหนังจบก็จะไม่ได้เจอกันแล้ว ที่รีบมาเร็วก็เพราะอยากอยู่กับมันให้นานๆไง

          “มึงขาดความอบอุ่นหรอบอมถึงชอบมาเรียกร้องความสนใจ

          “อืม หนาวมากเลย กอดกูหน่อย

          “สัด คนเข้าใจผิดหมดแล้วเนี่ย กูตอบบ่อยแล้ว มึงไปตอบดิ๊

          “เอาไว้ก่อน วันนี้ขี้เกียจ

          “งั้นเอามือถือมึงมา” ไม่ว่าเปล่ามือก็แบออกมาขอมือถือจากผม พอรู้ว่ามันจะทำอะไรผมเลยยื่นให้เลย จากนั้นก็เห็นแต่มันก้มหน้าก้มตากดยิกๆ ถอนหายใจใส่บ้าง ก่อนจะยัดมือถือคืนมาให้ผมแล้วเดินไปทำอะไรต่อไม่รู้แถวๆระเบียง

 

Cute & Cool Boys น้องจินกับน้องบอมอยู่ด้วยกัน ยังไงคะยังไงฟกหหาหสาดหสะกดหวดสส

          Wisavakorn Bumrungkiat ผมกับจินเป็นเพื่อนกัน

          Wisavakorn Bumrungkiat แค่เล่นกันเฉยๆ เพื่อนแกล้ง

          Wisavakorn Bumrungkiat ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด

          แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ กัดฟันพิมพ์อยู่แน่ๆ

          สิงหา จะเป็นคนเลว ไม่ก็จินเป็นคนสั่งให้พิมพ์

          K Keam จินแม่งพิมพ์เอง บอมพิมพ์มันต้องลงท้ายด้วยคำว่าครับ 

          Wisavakorn Bumrungkiat คีม

          K Keam  ?

          Wisavakorn Bumrungkiat  ไอ้สัด

          สิงหา จะเป็นคนเลว คีมมึงนี่เทพ

          K Keam 5555555

          แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะครับ เวลาคุยกับใครอย่าลืมลงท้ายด้วยคำว่าครับด้วยนะครับ @จิน แมนแมนคุยกัน

          Cute & Cool Boys โอ้ยยย เรือแล่นอีกแล้ววววววววววว

 

**********

 

          ผมขับรถยนต์มาห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้มอที่สุดก็ใช้เวลาประมาณสิบนาทีกว่าจะถึง พอมาถึงก็พากันตรงขึ้นมายังชั้นสองของโรงหนังเลย เวลาสี่ทุ่มกว่าร้านค้าต่างๆในห้างก็ปิดกันหมด ไม่มีที่ให้ไปเดินเล่นรออยู่แล้ว ระหว่างรอพนักงานตักป๊อบคอร์นกับน้ำอยู่ ไม่รู้คิดอะไร จู่ๆจินก็ถามขึ้น

          “มึงชอบดูหนังรอบดึกหรอวะ

          ผมพยักหน้ารับ

          “ทำไม

          “คนน้อยดี” พอผมตอบไปแบบนั้น มันก็กรอกตาใหญ่ ไม่วายมองไปรอบๆ

          รู้สึกหงุดหงิดอยู่หน่อยๆที่ดูเหมือนจินจะถูกใครหลายคนจ้องมอง แน่นอนแหละครับ เป็นถึงเดือนมหาลัยปีนี้จะไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาได้ยังไง ช่วงเข้ามอมาแรกๆก็ไม่เห็นจะออร่าจับขนาดนี้เลย ตอนนี้แม่งทั้งขาว ทั้งหล่อ ก็เซ็งอยู่เหมือนกัน

          อุตส่าห์คิดว่าเลือกรอบที่ดึกที่สุดแต่คนก็ยังเยอะเหมือนเดิม คงเพราะ Guardians Of The Galaxy เป็นหนังใหม่ที่เพิ่งเข้ามาจึงไม่แปลกอะไรถ้าลูกค้าจะยังคับคั่งขนาดนี้ แถมห้างยังอยู่ใกล้กับมหาลัยอีก ห่างมาไม่ถึงสองกิโล ขับมอเตอร์ไซค์มายังได้

          “กูว่าไม่น้อยแล้วเนี่ย

          “สงสัยเพราะยังเป็นหนังใหม่อยู่มั้ง

          “มึงดูผู้หญิงกลุ่มนั้น แม่งเอาแต่จ้องมึง ไปยืนไกลๆกูเลย” ผมไม่ได้ทำตามที่จินบอก แต่มองตามสายตาของมันจนไปปะทะเข้ากับกลุ่มผู้หญิงกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังมองมาทางนี้จริงๆ

          “เขามองมึงต่างหาก

          “มึงดูดีๆยังบอม” 

          ผมไม่ตอบแต่ยักไหล่

          ผมไม่ค่อยชอบโรงหนังช่วงกลางวันหรือตอนหัวค่ำเท่าไหร่ คนมันจะเยอะเป็นพิเศษโดยเฉพาะนักศึกษาที่เพิ่งเลิกเรียนเวลานั้น

          เอาตรงๆ ก็ไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาของใคร แม่งโคตรอึดอัดเลยเวลาโดนจ้อง บางคนไม่รู้จักกันเลยยังมาขอถ่ายรูปด้วยเลย เคยอยากถามจินอยู่เหมือนกันว่ามันไม่เป็นแบบผมบ้างหรอ แต่พอดูๆไปแล้วมันคงจะชอบแบบนั้น

          การมาดูหนังรอบดึกมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด เพราะมีอยู่หลายครั้งที่ผมมาแล้วเจอไอ้จินกับเพื่อนๆของมัน เห็นทีว่าพวกมันจะเป็นพวกที่ชอบดูหนังรอบดึก ก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่านี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมเลือกที่จะมาดูหนังรอบดึกเหมือนกัน

          “แต่เอาจริงๆกูก็ชอบนะ ดึกๆงี้แม่งมีแต่คนน่ารักมาดู งานดีเพียบ...ขอบคุณคร้าบบบ” พูดกับผมยังไม่ทันจบ มันก็หันไปยิ้มกว้างรับเอาน้ำกับป๊อบคอร์นมาจากพนักงานสาว

          “อืม น่ารักจริงๆ น่ารักจนบางทีก็อยากจับทำเมียเลย” ผมไม่ว่าเปล่าแต่จ้องหน้ามันด้วย จินมันเลยทำหน้าตื่นๆปนงงๆกลับมาใส่

          “มึงมีโมเมนต์อยากจับคนอื่นที่ยังไม่รู้จักทำเมียด้วยหรอวะ สัด น่ากลัวแล้วนะแบบนี้” กูหมายถึงมึงนั่นแหละไอ้หมา น่ารักเป็นรอบที่ล้านแล้วยังไม่รู้ตัวอีก

          “กูก็ผู้ชาย

          “ไหนมึงบอกว่าชอบกู

          “ชอบที่มึงเป็นมึงไง ไม่ได้คิดว่าต้องชอบที่มึงเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

          “...........” เงียบเลยครับ ไม่รู้ว่าเขินหรืออะไร แต่หูแดงแล้ว

          “อ่ะ ไม่ต้องทอน” ผมยื่นแบงค์ร้อยสองใบกับแบงค์ห้าสิบอีกใบจ่ายค่าป๊อบคอร์นกับน้ำให้มัน

          “ทอนห่าไร สองร้อยห้าสิบพอดี

          “อ้าวหรอ

          “กูไม่เอา

          “ไม่เอาเงิน แต่จะเอากูใช่ไหม

          “ในโรงหนังเลยไหมล่ะ เดี๋ยวก่อนเข้าไปแวะซื้อถุงยางด้วย ถุ้ย!” ก็ยังอุตส่าห์รับมุกให้อีกนะ เรื่องแบบนี้จินมันทันตลอดแหละ

          ผมได้ยินมันถอนหายใจใส่อย่างปลงๆ เลยอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นไปขยี้หัวมันแรงๆ เลยโดนมองแรงกลับมาอีกเพราะดันไปทำทรงผมคุณเค้าพัง

          “ล้อเล่น ทำไมไม่เอา เงินไม่ชอบหรอ

          “มึงซื้อตั๋วหนัง กูจ่ายค่าน้ำกับป๊อบคอร์นก็ถือว่าเจ๊าๆกัน

          “บอกแล้วไงว่าจะเลี้ยง

          “อย่าคิดว่าจ่ายนู่นจ่ายนี่ให้แล้วจะซื้อใจกูได้ ช่วยกันออกอ่ะถูกแล้ว” จินมันก็เป็นซะอย่างนี้ ไม่ชอบให้ใครมาเลี้ยง ยกเว้นอย่างเดียวคือเหล้า อาจจะเพราะติดนิสัยเคยเป็นคนเลี้ยงคนอื่นมาตลอด สาวในสต็อกมันก็เยอะแยะจะตาย อิมเคยบอกอยู่ว่าจินมันเป็นพวกเปย์หนัก

          “ไม่ได้อยากซื้อ แต่ถ้าซื้อได้ก็เอานะ

          “เสียใจเพราะกูไม่ขายเว้ย

          “อืม ก็ไม่คิดจะซื้อตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่แค่มึงคนเดียวกูเลี้ยงได้ไง

          หมาหน้างอเลยคราวนี้ พอเถียงไม่ออกเลยได้แต่ยืนกดโทรศัพท์มือถือเล่นไปพลาง

          ไม่มีสนทนาอะไรเกิดขึ้นอีก ผมเองก็ไม่รู้จะคุยอะไรเลยปล่อยให้อีกฝ่ายขลุกอยู่ในโลกโซเชียลไป ไม่นานก็รู้สึกว่ามีใครมาสะกิดไหล่ พอหันกลับไปถึงรู้ว่าเป็นกลุ่มนักศึกษาหญิงกลุ่มเดิมที่เดินเข้ามาขอถ่ายรูป จินมันเหลือบตาขึ้นมามองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ก้มลงไปสนใจมือถือต่อ ก็รู้อยู่ว่าไม่ชอบ แต่ก็ไม่คิดจะช่วยกันเลยนะ

          พอถ่ายไปได้กลุ่มหนึ่ง อีกกลุ่มก็เหมือนจะมาเพิ่มอีก ไม่รู้จะคิดคำปฏิเสธยังไง คว้าแขนไอ้จินได้ ผมก็ลากมันไปทางห้องน้ำเลย จะได้ถือโอกาสมาทำธุระส่วนตัวด้วย

          กลับออกมาอีกทีก็ตอนพนักงานประกาศว่าสามารถเข้าโรงหนังได้แล้ว ได้ยินดังนั้นจินมันก็เดินตัวปลิวนำเข้าไปก่อนเลยครับ เข้ามานั่งข้างในดูหนังไปยังไม่ถึงครึ่งเรื่อง หันไปมองมันอีกที นั่งยกขาตัวเองขึ้นมากอดแล้ว ตัวนี่ขดเป็นก้อนเลย

          “หนาวจริงๆว่ะ” ปากก็บ่นงุบงิบไป เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะผมเองก็ไม่ได้เอาเสื้อแขนยาวมา เพิ่งมานึกได้ตอนมาอยู่ใต้หอของมันแล้ว ก็เตือนมันไปอยู่แต่ไม่ฟังกันเลย

          “บอกแล้วว่าให้ใส่ขายาว

          “อยู่หอกูแอร์มันไม่ค่อยเย็นไง

          “เสื้อกันหนาวที่เอามาด้วยไปไหน” ผมถามอีก มองหาเสื้อที่ก่อนออกมาจากห้องก็เห็นอยู่ว่ามันถือติดมือมาด้วย จินทำท่าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

          “กูลืมไว้ในรถว่ะ

          “อืม เหี้ยมาก

          “แอร์โรงหนังใช่มะ

          “มึงนี่แหละ ทำไมไม่ถือมาด้วย

          “เอ้า ก็กูลืมไหมสัด

          “หนาวมากไหม

          “เออดิ ขนตูดกูรุกไปหมดแล้วเนี่ย ไอ้สัดกูนึกว่าอยู่ขั้วโลกเหนือ

          “ให้กอดรึเปล่า

          “ให้กอดก็แต๋วละควาย กูจริงจัง!

          “กูก็จริงจัง” ว่าแล้วก็แกล้งทำท่าจะยื่นแขนไปโอบมันจริงๆ โดนมองแรงกลับมาตามเคย

          ผมหัวเราะก่อนจะหันกลับมาดูหนังต่อ จินก็ไม่บ่นอะไรอีก

          นั่งดูไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ได้แต่พากันนั่งขดกอดตัวเองด้วยกันทั้งคู่เพราะความหนาวจนหนังจบ หนังที่ดูก็มีฉากมันส์บ้าง ซึ้งบ้าง แต่ก็ตลกมากเช่นกันตามสไตล์มาร์เวล ตอนออกมาข้างนอกเหมือนรู้สึกได้ขึ้นสวรรค์ พอออกมาได้สักพักแม่งก็อย่างกับนรกเหมือนเดิมคือร้อนครับ

          “มึง” ขับรถออกมาจากห้างแล้วมาจอดติดอยู่สี่แยกไฟแดงทางจะเลี้ยวเข้ามอ อยู่ๆจินก็เรียก ผมเหลือบมองอยู่แวบหนึ่งก็เห็นว่าอีกฝ่ายนั่งกดมือถือเล่นอยู่ ไม่เคยห่างตัวเลยจริงๆโทรศัพท์เนี่ย

          “ต้มเส้นอันนี้น่ากินว่ะ” ว่าพร้อมกับยื่นมือถือที่กำลังเปิดหน้าเฟซบุ๊กมาให้ผมดู มันเป็นรูปชามต้มเส้นตีนไก่จากเฟซของใครไม่รู้ แต่อัพไว้ตั้งแต่สามชั่วโมงที่แล้ว

          “แถวหลังมอหรอ ร้านไหน

          “ตรงข้ามร้านขายเสื้อกีฬาอ่ะ เยื้องๆหม่าล่า

          “ไม่เคยรู้เลยว่ามี” 

          ส่วนใหญ่ผมจะกินข้าวที่ยูเซนเตอร์มากกว่าเพราะอยู่ใกล้หอสุด วันไหนถ้ามีเรียนก็จะเลยไปกินที่คณะ หากมีร้านประจำที่ไหนแล้วก็มักจะไปแค่ร้านนั้นเลยเพราะขี้เกียจขับรถตระเวนหา ยกเว้นตอนไปกับอิม รายนั้นเป็นสายกินอยู่แล้ว

          “อร่อยนะ มึงต้องไปลอง

          “อยากให้กูลองหรือมึงหิว

          “เออ ทั้งคู่นั่นแหละ

          “นี่มันตีหนึ่งแล้วนะ

          “ก็ท้องกูย่อยแล้วไง กูกินข้าวเย็นตั้งแต่หกโมง เนี่ยเวลาผ่านมาเท่าไหร่ละ ไอ้ห่าตั้งเจ็ดชั่วโมง กูหิว

          สุดท้ายก็ต้องพาไปครับ เคยขัดใจได้ที่ไหน

          พวกเราใช้เวลาอยู่ร้านนั้นไปเกือบชั่วโมง กินไม่หมดอีก ยังมาบังคับให้ผมช่วยกิน ร้านก็จะให้เยอะอะไรนักหนา หลังจากกินเสร็จเลยพากันกลับมาที่หอ ดูเวลาก็ตีสองกว่าแล้ว ผมเลยรวบรวมความกล้าเอ่ยปากขอนอนค้างที่หอด้วย

          คีมบอกว่าจินมันเป็นคนไม่หวงของหรือพื้นที่ส่วนตัว กับเพื่อนนี่ก็ให้เต็มร้อยตลอด

          “กูไม่ให้นอน” ยกเว้นกับกู ไอ้สัดคีมมึงหลอกกูทำไม!

          “ตีสองแล้ว หอกูให้ลงชื่อ

          “ลงชื่อแต่เขาก็ไม่ได้ไล่ให้มึงออกไปนอนนอกหอหนิ

          “พรุ่งนี้กูกลับบ้าน

          “แล้วไง

          “จะไม่ได้เห็นหน้ามึงตั้งอาทิตย์นึง” ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี จะไปมันต้องไปให้สุด ด้านได้อายอด มันไม่ให้นอน ผมจะตื้อต่อไปเรื่อยๆจนมันยอมนี่แหละ

          อาทิตย์หนึ่งเลยนะเว้ย แต่ก่อนก็ไม่ได้รู้สึกมากขนาดนี้ อยู่คนเดียวไปไหนมาไหนเองได้ บางวันก็ไปกับเพื่อน แต่ตอนนี้มีมันเข้ามาอยู่ในชีวิตแล้วไง ให้ทำไงได้วะ

          “อืม ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่อาทิตย์เดียว แอบชอบมึงมาเกือบปียังทนอยู่เฉยๆได้เลย” จริงๆก็ไม่ถึงปีหรอก ตอนนั้นอาจจะแค่ปลื้ม แต่เพิ่งจะมาเริ่มชอบเอามากๆตอนมันบุกไปหาที่นิตินี่เอง ชีวิตนี้พ่อกับแม่ก็ไม่เคยสอนให้เป็นผมคนตอแหลหรอก แต่ถ้าตอแหลแล้วมีคนตกหลุมพรางก็ถือว่าโอเคนะครับ

          “อะไรนะ

          “กลับก่อนนะ

          “เดี๋ยว

          “ช่วงนี้ยามชอบไปขี้ เดี๋ยวเขาไม่อยู่ กูต้องยืนรอที่หน้าหอนานอีก

          “ไอ้สัด ไม่ต้องเลย มาคุยกันให้รู้เรื่อง” 

          “โอเคผมหันมามองหน้ามันตรงๆ เมื่อเจอดึงแขนกลับมา

          “มึงชอบกูตอนไหน

          “ก็บอกว่าไม่สำคัญเท่าตอนไหนมึงจะชอบกูไง

          “สรุปมึงจะเอาไง” 

          “ให้นอนด้วยก่อนแล้วจะเล่าให้ฟังให้หมด ผมว่าพร้อมทำท่ามองขึ้นไปชั้นบนแถวๆห้องมัน ได้ยินเสียงมันถอนหายใจกลับมาก่อนจะพูดเสียงเนือยๆ

          “กูนอนดิ้นนะ” 

          “ก็พอจะรู้ แต่เดี๋ยวกอดไว้” อยากจะตีปากตัวเองอยู่เหมือนกันแต่ไม่ทันแล้ว โดนมันมองแรงเป็นรอบที่ร้อย แต่ไม่เป็นไร ผมชอบ ชอบตอนหน้ามันโกรธ ชอบมากกว่านั้นคือหน้าตอนเมา จีบติดแล้วได้เป็นแฟนเมื่อไหร่ แม่งจะซื้อเหล้ามาตุนไว้มอมมันทุกคืนเลย

          ที่รู้ว่ามันนอนดิ้นก็วันที่เมาแล้วไปนอนค้างด้วยนี่แหละ เห็นมันนอนกลิ้งไปมากลับหัวกลับหางจนผมต้องลงไปอุ้มให้ขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกัน สุดท้ายก็เป็นผมที่ได้แต่มองอีกฝ่ายนอน ปวดหัวก็ปวดหัวแต่จะให้เลิกมองก็ไม่ได้ จนมันใกล้ตื่นนั่นแหละถึงเลิกได้

          แล้วมาพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ จะให้นอนบนเตียงด้วยกันหรอ

          “กูตื่นง่าย ถ้ามึงนอนกรนล่ะ” ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่มีคำว่านอนกรนในประวัติวิศวกรเลยครับ แต่...

          “อนุญาตให้มึงจูบปิดปากก็ได้

          “ไอ้สัด ให้นอนดีไหมเนี่ย

          แม่ครับ...กลับบ้านไปแม่ต้องพาผมไปเข้าวัดทำบุญแล้วนะ ขอถวายเพล ถวายสังฆทาน ให้อาหารปลา ไม่ก็บริจาคเงินสร้างโบสถ์สร้างกุฏิพระไปเลย เพราะแต้มบุญที่สั่งสมมาทั้งหมดลูกใช้ไปหมดแล้วในวันนี้

          

**********

 

          วันหยุดหนึ่งอาทิตย์ผ่านไป

          ผมกลับเข้ามอมาก่อนเปิดเรียนสองวัน เพิ่งจะถึงหอได้ไม่กี่นาทีนี่เอง แต่ก่อนก็คงจะบอกว่ามันไวเหมือนโกหก หยุดแป๊บเดียวก็ต้องกลับเข้ามาเรียนใหม่อีกแล้ว แต่พอได้มีคนบางคนมาให้คิดถึงแล้วเวลาที่เคยบอกว่าแค่อาทิตย์เดียวแม่งผ่านไปโคตรช้าเลยให้ตาย

          เข้าเฟซก็เห็นจินมันเช็คอินที่หญ้าเทียมตั้งแต่สามชั่วโมงที่แล้วประจวบกับที่หิวข้าวมากเลยโทรไปชวน แต่ทางนั้นบอกว่ากินแล้วก็เลยไม่อยากเซ้าซี้ เลือกโทรไปชวนไอ้ซองแทน กลับมาถึงห้องอีกทีคือเกือบสามทุ่ม

          ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับเข้านอนแล้วก็มานั่งขลุกอยู่บนโต๊ะหนังสือ เรียนนิติศาสตร์ถ้าไม่อ่านก็ไปไม่รอดครับ คำว่าวันไนท์มิราเคิลนี่ใช้ไม่ได้บอกเลย

          แต่อ่านไปได้สักพัก มือก็อดไปจับมือถือไม่ได้ ต้องโทษไอ้จินที่ทำให้ผมกลายเป็นคนติดโซเชียลเพราะต้องคอยส่องเฟซมันตลอดเนี่ย แต่วันนี้ทำไมดูเงียบเป็นแปลกๆ จะมีก็แค่สเตตัสสั้นๆ ที่อัพไว้ตั้งแต่สามชั่วโมงที่แล้ว น่าจะเป็นหลังจากที่คุยโทรศัพท์กับผมเสร็จ

               

จิน แมนแมนคุยกัน

ชั่วโมง

พูดตรงๆให้มันจบ ดีกว่าต้องมาโกหกให้เสียความรู้สึก

ถูกใจ 707      ความคิดเห็น 23      แชร์ 5      

ดูความคิดเห็นก่อนหน้า

Cute & Cool Boys หือ วันนี้มาแปลก เป็นไรรู้กกก

Pimmy Kim โดน

K Keam เป็นไร

กัญญารัตน์ บุญเสมียน พี่จินเป็นอะไรหรอคะ

JayJay Jettapon fc คับ

You Yutthachai กรี๊ด พี่จินสายดาร์ก fc ค่ะ

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ ดราม่าไร บอมมันลืมป้อนข้าวหรอ

ซองนิติปืนใหญ่ เด็กปืนโต หรือว่ามันทำมึงแรง

อุ่น อุนอุ๊นนน พูดความจริงดีกว่าโกหก รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็รุกแม่งเลยเชื่อกู

Cute & Cool Boys น้องอุน พี่เริ่มคิดแล้วนะคะ

อุ่น อุนอุ๊นนน แหม่ ผมหมายถึงฟุตบอลครับ 55555555555

สิงหา จะเป็นคนเลว ถึงมอยังวะ ขับรถมารับกูหน่อย

 

          พี่สิงห์ก็ยังไม่จบกับการให้จินมันไปรับไปส่ง 

          ผมเลื่อนดูคอมเมนต์ทั้งหมด มีแต่ความส้นตีนอย่างที่จินมันชอบมาบ่นให้ฟังจริงๆนั่นแหละ ก็แอบสงสารอยู่ เคยบอกให้ลองไม่อัพเหมือนผมบ้าง มันก็ด่ามาอีกว่าโหลดแอปฯมาไว้เล่น ไม่ได้เอาไว้ประดับเครื่องมือถือเฉยๆ ก็ต้องยอมๆเขาไปครับ

          แต่มันแปลกก็ตรงที่อัพแล้วไม่ตอบคอมเมนต์ใครสักคนนั่นแหละ ทั้งที่ปกติมันจะตอบตลอด กดออกมาจากเฟซได้ผมก็ต่อสายไปหาอีกฝ่ายทันที ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกร้อนรนขนาดนี้ โทรไปห้าสายแล้วมันก็ยังไม่รับ แปลกๆอีกเพราะรู้ว่ามันเป็นคนที่ไม่เคยห่างมือถือเลย

          จะว่าไปก็ผิดปกติตั้งแต่เห็นมีนาเข้าไปกดไลค์รูป ไลค์สเตตัสของจิน แล้วเผอิญมันเด้งขึ้นมาโชว์ที่หน้าไทม์ไลน์ของผม ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าทั้งสองไปเป็นเพื่อนกันหรือรู้จักกันตอนไหน พอทักไปถาม มีนาก็บอกมาแค่ว่าเห็นไอ้จินมันน่ารักดีเลยเข้าไปส่องดู

          อิมเคยบอกผมเสมอว่าจินมีคนคุยเยอะ แต่ถ้ามันได้รักใครแล้วรักจริง หากคบใครอยู่แล้วล่ะก็จะไม่คุยกับใครซ้ำซ้อนหรือมีกิ๊กให้เราปวดหัวเลยถ้าเราไม่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน เวลาให้ใจใครก็ให้เต็มร้อยหมด ซึ่งถือเป็นเรื่องดีสำหรับผู้ชายที่ดูมาดเจ้าชู้อย่างมัน ที่สำคัญมันเป็นคนเกลียดคนโกหก

          พอมันไม่รับโทรศัพท์ผมก็เลยเลือกที่จะทักแชทไป มันก็ยังไม่ตอบอีก หรือแม้แต่คอมเมนต์ไปใต้สเตตัสล่าสุด ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงมันก็ไม่ตอบ

          ผมคอมเมนต์ไปปุ๊บ แจ็ค พี่สิงห์และก็เพื่อนของผมที่อยู่ในคอมเมนต์นั้นก็มากดไลค์ สักพักไอ้แจ็คก็เป็นฝ่ายทักแชทผมมา ขนาดเพื่อนของมันยังติดโซเชียลกันระงมขนาดนี้เลย

 

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ: นี่พวกมึงทะเลาะกันหรอ

ไม่นี่ ทำไมถามงั้น

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ: กูว่าแปลก

แปลกยังไง

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ: ช่วงนี้มันก็ไม่ได้จริงจังกับใคร

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ: แต่แม่งโพสต์เหมือนประชดแฟน

แล้วเกี่ยวไรกับการทะเลาะกับกู

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ: ไอ้ห่า นี่พวกมึงยังไม่ได้คบกันอีกหรอ

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ: แม่งกูก็คิดมาตลอดว่าพวกมึงคบกันแล้ว

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ: ตอบคอมเมนต์กันทีนี่ก็ไม่แคร์สื่อเหี้ยไรเลย

ยังไม่ได้คบ

คงไม่เกี่ยวกับกูหรอก

อาจจะเพราะอิม

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ: ทำไมวะ

อิมเพิ่งเปิดตัวคบกับพี่คอปเปอร์สินกำ

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ: คนที่น่ากลัวๆดังๆ อ่ะนะ

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ: เหี้ย เพื่อนมึงชอบอะไรแบบนี้หรอ นั่นมันหมีควาย

ก็ชอบหมดแหละยกเว้นเพื่อนมึง

จินไม่ใช่สเป็คอิม

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ: โอ้โห นี่ผู้หญิงคนแรกเลยที่กล้าพูดงี้

คงไม่มีอะไรหรอก

เดี๋ยวกูนอนละ

แจ็คแจ็ค ดุจปีศาจ : เคๆ

 

          คิดได้ดังนั้นผมก็หันกลับมาสนใจหนังสือตรงหน้าต่อ อ่านไปได้ชั่วโมงกว่าก็เริ่มง่วงเลยตั้งใจจะเข้านอน แต่เสียงมือถือกลับดังขึ้นมาก่อน เห็นสายเรียกเข้าเป็นเบอร์ไอ้จิน ผมแทบจะตะครุบโทรศัพท์มาแล้วกรอกเสียงไปอย่างร้อนรนเลยว่า...

          “อืม

          (สวัสดีครับควาย) แต่ไม่ใช่ไอ้จินพูดครับ

          “ครับ?” 

          (พอดีว่าจินเมมเบอร์นี้ว่า ‘ควาย’ อ่ะครับ ไม่ทราบว่าคุณควายนี่เป็นเพื่อนหรือว่าเป็นญาติฝ่ายไหนของจินครับ) พูดเฉยๆ ไม่ต้องเน้นควายทุกคำก็ได้ 

          “เพื่อนครับ” อีกหน่อยก็จะเป็นผัวแล้ว “นี่ใครพูดครับ?”

          (เออ เป็นเพื่อนก็ดี กูเป็นปู่รหัสมันนะ เห็นเบอร์นี้โทรเข้าออกบ่อยๆเลยคิดว่าต้องสนิทกัน มึงอยู่มอไหมไอ้ควาย) อ้าว เสียงเปลี่ยนกันเลยทีเดียว

          “อยู่ครับ พี่มีอะไรรึเปล่า

          (เพื่อนมันไม่มีใครอยู่มอสักคน คีมมันบอก...) แล้วจากนั้นพี่แกก็สาธยายว่าจินเมาจนยกหัวไม่ขึ้นแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ร้านเหล้า ถามอะไรก็ไม่รู้เรื่อง พี่เขาเลยโทรไปหาคีม มันก็แนะนำว่าให้โทรไปหาเบอร์ที่โทรเข้าเครื่องจินบ่อยสุด ซึ่งคีมมันน่าจะรู้ว่าเป็นเบอร์ของผม สุดท้ายก็เลยต้องมาจบอยู่ที่ผมตอนนี้

          “ร้านไหนครับ

          (หลังมอ รีบๆหน่อยนะ พอดีพวกกูจะเข้าไปต่อกันในเมือง)

          “ครับ

          (เดี๋ยวมึง) กำลังจะตัดสายแต่อีกฝ่ายก็รั้งไว้ก่อน ไหนมึงบอกว่าให้รีบไง

          (มึงชื่อควายจริงดิ) โธ่ ไอ้สัด

          “ไม่ครับ

          (ก็ว่าอยู่ เป็นคนอยู่ดีๆแล้วทำไมไปชื่อควาย)

          หลังจากตัดสายผมก็รีบปลุกเมทให้มันขับมอเตอร์ไซค์ออกมาส่งที่หน้าร้านหลังมอทันที ก็รีบมาจนไม่ดูสภาพตัวเอง กางเกงนี่แทบจะเรียกได้ว่าบ็อกเซอร์ รองเท้าก็แตะเข้าห้องน้ำ ไปถึงโทรเข้าเบอร์ไอ้จิน ปู่รหัสมันก็รับอีก พร้อมกับบอกว่ายืนรออยู่ข้างหน้าพอดี เจอกันพี่เขาก็พาไปที่โต๊ะทันที

          เห็นสภาพจินแล้วคงบอกได้คำเดียวว่าหมาจริงๆ ปกติจะเป็นหมาโง่ครับ แต่พอเมาแล้วเป็นหมาขี้เรื้อน เคยบอกว่าชอบหน้ามันตอนเมา แต่ก็ไม่ได้อยากให้เมาบ่อยขนาดนั้นซะหน่อย การกินเหล้ากินเบียร์มันไม่ดีต่อสุขภาพ กินบ่อยแบบมันอย่างนี้ก็ไม่ไหว

          ผมพยายามประคองหน้ามันที่ฟุบอยู่บนโต๊ะขึ้นมา ฟุบนานกว่านี้หน่อยคงได้อ้วกแตกกลางร้านพอดี ยกมือขอน้ำเปล่าจากพนักงาน ได้มาเลยเทให้มันกิน ก่อนจะเทใส่หน้ามันให้รู้สึกตัวด้วย 

          “ทำไรวะ” มันพยายามปัดแขนผมออก แต่ก็ยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ตาสองข้างหรี่ลงเพ่งมองมาที่ผม

          “นี่กี่นิ้ว

          “สอง”  นิ้วกลางครับ เชื่อแล้วว่าเมาจริงๆ บางทีตอนนี้มันอาจจะเห็นผมมีสองหัวอยู่ก็ได้

          “สัด มึงเมาแล้ว กลับหอ ไม่รอให้มันตอบผมก็รีบพาอีกฝ่ายออกมานอกร้าน

          กว่าจะออกมาได้ก็ใช้แรงเยอะเอาการเหมือนกัน ตัวก็ไม่ใช่น้อยๆ ออกมาข้างนอกได้เลยหยุดคุยกับปู่รหัสของมันที่ยืนรออยู่ พี่เขายื่นกระเป๋าตังค์กับโทรศัพท์มือถือของจินมาให้ เห็นบ่นว่ามันเอาเงินมาแค่ 200 อะไรสักอย่าง ว่าจบแล้วอีกฝ่ายก็ขอตัวไปเลยเพราะว่ารีบไปงานวันเกิดเพื่อนที่จัดอยู่อีกร้านในเมือง

          กระชากลากถูกกันมาถึงลานจอดรถมันก็รีบสะบัดแขนออกเลยเมื่อรู้ว่าเป็นผม ขอกุญแจรถก็ไม่ยอมให้อีก มีแต่จะเดินกลับเข้าไปในร้านท่าเดียว

          “กูถามจริงๆ เป็นเหี้ยไร” ดื้อขนาดนี้ผมก็เริ่มทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน คุยโทรศัพท์ด้วยกันเมื่อตอนเย็นก็เห็นว่ายังดีๆอยู่เลย

          “เป็นเหี้ยไรก็เรื่องของกู” ตอบแบบนี้แสดงว่าแม่งเป็น แถมเป็นหนักด้วย ตอนแรกก็พยายามคิดว่าไม่เกี่ยวกับผมแต่เหมือนต้องคิดใหม่แล้ว

          มันยังทำท่าจะเดินหนีผม สุดท้ายผมเลยกระชากตัวกลับมา แต่ใส่แรงมากไปหน่อยหลังมันเลยไปกระแทกกับรถ คราวนี้แม่งทั้งมองแรงทั้งหน้าตึงไปหมด กำลังจะขอโทษอยู่แล้ว แต่มันก็พูดขึ้นแทรกขึ้นก่อน

          “ทำไมวะบอม

          ผมว่าใช่แล้ว 

          ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเลย แต่ท่าทางตอนนี้นอกจากเรื่องที่ผมกระชากมันแรงไป มันต้องโกรธอะไรผมสักอย่างมาก่อนแน่ๆ

          “ทำไมไม่เลิกยุ่งกับกู!”

          “หมาขี้เรื้อน มึงเมาแล้ว

          “กูชอบผู้หญิง” คิดว่ากูอยากชอบมากรึไงผู้ชายน่ะ ห้ามตัวเองแล้ว แต่แม่งกูชอบมึงไปแล้วไง จะให้ทำไงได้วะ 

          ผมทำได้แค่ตะโกนกลับไปในใจ ขืนใช้อารมณ์กลับไปก็มีแต่จะดิ่งไปด้วยกันทั้งคู่

          “รู้แล้ว

          “เลิกยุ่งกับกูดิ

          ก็รู้มาตลอดว่ามันชอบผู้หญิง ไม่เคยเอ่ยขอให้มันชอบผมกลับหรือสั่งห้ามให้มันเลิกคุยกับคนอื่น เพราะรู้ไงว่าของแบบนี้มันทำใจยาก มันเคยชอบผู้หญิงมาตลอด จู่ๆจะให้หันกลับมาชอบผู้ชายอย่างผมก็ยังไงๆอยู่ แม้แต่ตัวผมเองกว่าจะทำใจว่าชอบมันได้ก็ใช้เวลาเป็นเดือนๆ ทั้งตบตีกับความคิดของตัวเอง แฟนคนก่อนก็เป็นผู้หญิง ใครจะไปรู้ว่าสักวันจะมาชอบผู้ชายด้วยกันได้วะ

          “กูไม่ได้ชอบมึง

          “บอกว่ารู้แล้วๆ จะย้ำให้เจ็บทำไมวะ” แค่บอกให้กูเลิกยุ่งกับมึงก็จะตายห่าอยู่แล้ว...ไอ้เหี้ยเอ๊ย

          ทั้งๆที่ไม่ได้เร่งให้จินมันให้คำตอบ แต่ผมก็ยังมีความสุขกับการได้อยู่ใกล้มันไปแบบนี้ อย่างน้อยก็ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะโดนมันปฏิเสธกลับมาจังๆ ทั้งที่ปล่อยเวลามันผ่านมาเกือบเดือน ถามว่าเจ็บไหม ก็คงต้องบอกได้ว่าโคตรเจ็บ หัวใจมันเริ่มมีหวังแล้วไง พักหลังๆมามันก็ยอมให้เข้าหาแล้วด้วย

          “เออ รู้แล้วก็ไม่ต้องมายุ่ง เลิกโทรมา ไม่ต้องมาให้กูเห็นหน้าด้วย รำ...อื้อ!!!!

          จูบแม่ง แว๊ดๆอยู่นั่น 

          มันดูเหมือนจะช็อกเพราะนิ่งไปเลย ผมเพิ่มแรงกดปากตัวเองใส่ปากมันมากขึ้นเมื่อเริ่มถูกแรงทุบตีตามร่างกาย มือหนักอยู่เหมือนกันแต่หยุดไม่ได้แล้ว ไม่รู้ว่ามันไปโดนอะไรกระตุ้นมา แอบคิดว่าเป็นเพราะมีนารึเปล่า เพราะเมื่อตอนเย็นทางนั้นก็เหมือนจะอุบอิบอะไรกับผมด้วย

          “จะพูดอีกไหม” ผมถอนริมฝีปากออก รอดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

          “ไอ้สั....อื้อ!!” พูดอีกกูก็จูบอีกอ่ะ

          เมื่อกี้ก็เห็นว่าปากมันเริ่มบวม ไหนจะหน้าแดงๆตอนเมาอีก บอมขึ้นครับ บอมใต้กางเกงกูนี่แหละ แม่งรอระเบิดบึ้มละเนี่ย

          “จะกลับไม่กลับ” 

          หลังจากถอนริมฝีปากออกมารอบที่สอง เอื้อมนิ้วโป้งขึ้นไปเช็ดน้ำลายที่มุมปากของอีกฝ่ายออกให้แล้ว เลยไม่ลืมที่จะก้มหน้าลงจงใจพูดใส่หูมัน ดูในรูปหรือเวลามองผ่านๆจินมันตัวก็ดูไม่เล็กนะ สูง หุ่นดีด้วย แต่พอได้อยู่ใกล้ ได้จับได้ลูบนี่เอวบางชิบหาย ผอมมากด้วย เสื้อผ้าช่วยในการซ่อนรูปร่างนี่เหมือนจะเป็นความจริง

          ไอ้จินยังคงเงียบ ทั้งยังหอบหายใจไปด้วย

          “ไม่ตอบ แสดงว่าไม่กลับ งั้นกูจับมึงแดกตรงนี้แล้วนะ

          “อะ...ไอ้เหี้ย...เดี๋ยว

          เห็นหน้ามันแล้วหมั่นเขี้ยว ตัวนี่สั่นไปหมด สงสารก็สงสารแต่ความอยากแกล้งมันมีมากกว่า ก็เลยก้มหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม แอบฝังจมูกลงที่ซอกคอมัน กลิ่นยังหอมเหมือนเคย จากนั้นก็เลื่อนขึ้นมาเป่าลมใส่หูก่อนจะงับลงไปด้วย อันนี้ตามสัญชาติญาณล้วนๆ อยากเกิดมาเป็นคนน่าแดกเองช่วยไม่ได้

          “กลับเถอะ ทนไม่ไหวแล้ว

          ได้ผลครับ คราวนี้แม่งทั้งยอมล้วงกุญแจรถออกมาให้ ทั้งจะเดินไปขึ้นรถเองเลย แต่ก่อนจะไปแม่งอ้วกใส่แขนผมเฉย ดีที่ไม่อ้วกใส่ตอนจูบด้วย ไม่งั้นละบันเทิงแน่ จากโรแมนติกจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลยนะครับ...ผมนี่แหละจะตาย แดกอ้วก(ว่าที่)เมีย

          ยืนลูบหลังให้กันอยู่นานก่อนจะพยุงไปขึ้นรถ ตอนพยุงก็นึกว่าจะได้อุ้มไปแล้ว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมนอนนิ่งๆ ผมก็เลยกลับเข้าไปห้องน้ำในร้านเหล้าเพื่อล้างแขนตัวเองก่อน ให้ไปทั้งอย่างนั้นคงไม่ไหวจริงๆ เมื่อกลับมาที่รถอีกที จินก็หลับคอพับกับเบาะไปแล้ว

          ผมเอื้อมมือไปเขย่าตัวปลุกอีกฝ่ายเมื่อมาถึงหอ สักพักมันถึงลืมตาปรือๆขึ้นมา ได้เงียบมองหน้ากันไปมาอยู่อย่างนั้นแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา จนผมต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเพราะทนรอมันไม่ไหว

          “เป็นไร หืม?” อาจเพราะยังโกรธเรื่องที่ผมฉวยโอกาสจูบไปก่อนหน้านั้น แต่ถ้าไม่ทำมันจะมานั่งเงียบอยู่ตรงนี้ไหม

          “บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง

          “ถ้าอยากให้กูเลิกยุ่งกับมึงทำไมไม่ไล่ให้ไปตั้งแต่แรก

          “..........”

          “ปล่อยให้กูโทรหา ยอมให้กูเข้าใกล้ขนาดนี้ทำไม

          “..........”

          “มึงแม่งชอบให้ความหวังคนอื่นเขาแบบนี้ไปทั่วเลยใช่ไหมจิน” ไม่รู้ว่ามันให้จริงๆหรือเปล่าแต่ผมน่ะหวังไปเต็มๆแล้ว ไม่แปลกใจเลยทำไมผู้หญิงถึงได้ชอบมันนักหนา ก็ชอบมาทำให้รู้สึกดีแบบนี้ไง 

          ไม่ว่าผมจะพูดอะไรออกไปอีกฝ่ายก็ยังเงียบ ผมว่าชัวร์ละ โกรธแน่ๆ แล้วต้องง้อไงวะเนี่ย ไม่ได้ตรัสรู้ได้ด้วยตัวเองซะด้วยว่ามันโกรธเพราะอะไร

          “ถ้าคิดแล้วยังไงก็ไม่ได้ แบบนี้ไม่ชอบจริงๆ กูยอมไป

          “..........”

          “แต่มึงลองให้โอกาสกูสักครั้งยัง

          “..........”

          “ถ้ายังไม่ลองเปิดใจก็อย่าเพิ่งตัดสินกันได้ไหมว่าชอบหรือไม่ชอบ

          “..........”

          “มาลองนับหนึ่งใหม่ ลองกับกู บางทีมันอาจจะดีกว่าเดิมก็ได้นะ” ผมหันไปเพื่อตั้งใจจะมองหน้ามันตรงๆ แต่มันกลับหันหนี ปากก็เม้มแล้วเม้มอีก ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักที

          “โอเค

          หลังจากปล่อยให้ความเงียบระหว่างเราเข้ามาแทนที่อยู่นาน สุดท้ายผมก็เป็นฝ่ายตัดสินใจที่จะเปิดประตูลงจากรถ แต่แล้วมันก็แทรกขึ้นมาก่อน

          “มึงเคยบอกกูว่าไม่มีแฟนประโยคนั้นทำให้ผมนิ่ง มองหน้ามันอยู่สักพัก

          จริงๆแล้วพยายามประติดประต่อเรื่องราวอยู่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันถึงเอาเรื่องนี้มาพูด ผมเคยบอกมันไว้จริงครับ ตอนที่มาค้างด้วยกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่มันก็ไม่ได้ถามเจาะจงว่าช่วงเวลาไหน ตอนนั้นก็คุยกันไปหลายอย่างอยู่เหมือนกัน

          “ก็ใช่ แต่ไม่ได้บอกว่าไม่เคยมี

          “แต่มึงบอกว่าโสดมาทั้งชีวิต

          “กูเคยพูดหรอ” ไม่เห็นจำได้ 

          “มั่วแล้ว จำมาในเฟซอิมหรือเปล่า

          ไอ้จินทำตาล่อกแล่ก ก่อนจะมองมาที่ผมตาขวางๆรอบหนึ่งแล้วก็หันหน้าหนีไปอีก

          “เออ ก็นั่นแหละ

          “ใช่ เคยมีแฟนตอนม. 5 คบกันอยู่สองปีก็เลิกกันเพราะเรียนคนละที่” ผมหมายถึงกับมีนาครับ เราเคยเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันแต่คนละห้อง พอเข้ามหาลัยก็สอบติดกันคนละที จริงๆเลิกกันก่อนที่จะรู้ว่าสอบแอดมิชชั่นติดด้วยซ้ำ

          “ถ้าเขากลับมาหามึง มึงก็จะกลับไปคบงั้นสิ

          “จะกลับไปคบทำไม รอคบกับมึงอย่างเดียวแล้วเนี่ย

          “.........”

          “อีกอย่างที่เลิกกันเพราะเขามีคนใหม่ กูก็ยินดีให้เขาไปเจอกับชีวิตที่ดีกว่า ทำไม มีนาไปเล่าอะไรให้มึงฟัง

          “เออ! เขาบอกจะซิ่วมาเรียนที่นี่ จะกลับมาหามึง!”

          “แค่นี้มึงต้องไปเมาแล้วเรื้อนเป็นหมาถึงขนาดนี้เลยหรอ

          “มึงบอกกูว่าไม่ได้ชอบคนสวย แต่มีนาสวย” ไปกันใหญ่แล้ว มันใช่เรื่องต้องมาโกรธไหมเนี่ย

          “ตอนคบกันเขาก็ไม่ได้สวยขนาดนี้ ตอนนี้กูก็ชอบมึงไปแล้วมึงจะกลัวอะไร

          “ไม่ได้กลัว แค่ไม่ชอบคนโกหก” ผมไม่ได้โกหกครับ ผมแค่ยังบอกไม่หมด แล้วมันก็ไม่ยอมถามอีก ไอ้หมาเอ๊ย

          “ที่เป็นแบบนี้เพราะหวั่นไหวกับกูหรอ

          “.........

          “ทำตัวอย่างกับหึงเลย หรือว่าเริ่มชอบกูเข้าแล้วจริงๆ” พอคิดได้อย่างนั้นแล้วใจผมก็เต้นแรงไปหมด โคตรหวัง โคตรลุ้น เห็นมันก้มหน้าหลบสายตาแล้วยิ่งโคตรดีใจ เอาเข้าไป น่ารักเข้าไป

          “ตอบดิ อย่าเงียบให้กูดีใจเล่น

          “มึงก็อยากเร่งนักสิวะ พยายามอยู่!” 

          “พยายามอะไร พยายามตอบหรือพยายามชอบกู

          “.........

          “จิน

          “เออไอ้เหี้ย ทั้งคู่นั่นแหละ อย่าถามมากได้ปะ กูง่วง!”

          อืม หมาเขินนอกจากจะชอบไปลงที่ข้าวของแล้ว ยังชอบหงายการ์ดง่วงด้วย 

          ไอ้จินตอบว่าทั้งคู่ แล้วผมต้องทำไง ก้มลงไปฟัดมันตอนนี้เลยดีไหม แต่ไม่ได้ว่ะ เมื่อกี้พึ่งอ้วกมา

          “จิน

          “ไร

          “ขึ้นห้องอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วกูขอจูบมึงอีกได้ไหม

          “เอาตีนกูไปจูบก่อนเลยแม่ง! วันนี้มึงนอนพื้นเลย!” ก็ถ้ารู้ว่าเมาแล้วยอมรับง่ายแบบนี้ จะจับมอมเหล้ามันตั้งแต่อาทิตย์ที่มานอนด้วยกันแล้ว 

          แต่พูดได้คำเดียวเลยครับว่าตอนนี้โคตรดีใจ

          ไอ้จิน ไอ้น่ารัก ไอ้หมาโง่ของผม

 

 

 

 

 

 

บีบอม 

(END)

 









TBC.


 

 ตอนแรกกะว่าจะแยกเป็นสองพาร์ทแล้วต่อกับพาร์ทปกติของจินอีกครึ่งหนึ่งเพราะยาวมาก

แต่พาร์ทปกติของจินยังไม่เขียนเลย เลยเอาลงมันทั้งหมดนี่แหละ

ซึ่งตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเลย สุดท้ายบอมก็ไม่ได้แดกไอ้จินของเรานะฮะ 5555555555555

ชอบไม่ชอบยังไงก็บอกกันได้น้า ฝากคอมเมนต์+ติดแท็ก #มนุษย์นิติสังคมและคนรัก ด้วยนะคะ

ปิดเทอมแล้วคงจะได้อัพบ่อยขึ้น แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ บุ่ยยยย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.592K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,159 ความคิดเห็น

  1. #6147 Husky 'Baby (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 00:47
    ตอนแรกก็ใจแป้วเลย นึกว่าจินเมาเพราะอิม ที่ไหนได้ เนี่ยยย ใจเราไม่ใช่ของเราแล้วจินนน
    #6,147
    0
  2. #6137 Moebeaj (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 19:35
    น่ารักไปหมดดด
    #6,137
    0
  3. #6124 zazazanook (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 16:53

    โอ้ยยยน่ารัก จินโคตรน่ารักเลย งื้อเขิล //จิกหมอนจะขาดเเล้ว

    #6,124
    0
  4. #6123 zazazanook (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 16:30

    นายมันร้ายกาจอ่ะบีบอม หึหึ

    #6,123
    0
  5. #6122 zazazanook (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 15:48

    เเหน๊ คลั่งรักจัดพระเอกผม55555555555555

    #6,122
    0
  6. #6092 mo4556 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 23:13
    โอ้ยยย เอ็นดูจินนน ทำไมน่ารักแบบนี้เนี่ยยย ><
    #6,092
    0
  7. #6072 gene_pa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 22:27
    เป็นเอามากกนะจิน ชอบแหละดูออก
    #6,072
    0
  8. #6066 ดอกไม้ของคุณคัง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 05:03
    ตอนนี้ตี 5 หยุดอ่านไม่ได้เลย ฮืออออ ช่วยด๊วยยยย
    #6,066
    0
  9. #6052 syn1/9 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 04:57
    แอบร้องไห้ไปนิดนึง กลัวไม่เป็นตามที่คิด5555555555555
    #6,052
    0
  10. #6043 Llinlinnie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 01:23
    คลั่งรักหนักมากกรี๊ดดดดดด
    #6,043
    0
  11. #6035 เพียงหวังให้พานพบ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 14:12
    กรี๊ดดดดดดดดกดดดดกกดกก
    #6,035
    0
  12. #6020 Aubbbbb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 10:40
    แงงงงไอหมาโง่ววววววววว
    #6,020
    0
  13. #5994 jaruporn2020 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 02:31
    ตายยยยเขาชอบกันแล้ววอ้ากกอ่านนานมากกกแงงงงงงตอนนี้สนุกมาก
    #5,994
    0
  14. #5981 จักรพรรดิกรรไกรบิน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 00:23
    สันดาน***ใส่คนอื่นก่อน มิน่าที่เขาไม่เอา
    #5,981
    0
  15. #5970 WiangsimmaSomboo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 23:27

    ชอบมากค่าาาา
    #5,970
    0
  16. #5954 taii2468 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 23:56
    เขินนนนนไม่ไหวแล้ววว
    #5,954
    0
  17. #5952 PPA LIFE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:27
    เราเป็นแบบบีบอมเลย555
    #5,952
    0
  18. #5931 Gray99 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:27
    อ่านพาร์ทบีบอมแล้วนึกถึงตัวเอง เห้อ เส้านะ แต่ชั้นหวังว่าเทอกับจินมันต้องแฮปปี้ เขายอมเปิดใจแล้ววว หยอดไปเรื่อยๆอย่าไปออมแรง 555555555
    #5,931
    0
  19. #5920 CeeHyung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 15:00
    กรี๊ดดดดดดดด!!!
    #5,920
    0
  20. #5912 Xakas (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 05:10
    น่ารักว่ะ5555555
    #5,912
    0
  21. #5904 Natthap1719 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 12:25
    หมาโง่วฮับบบ อืออออ555555
    #5,904
    0
  22. #5894 yangrun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 11:42
    ฮื้ออ เขิง
    #5,894
    0
  23. #5888 jxxngjay (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 20:50
    'ลองกับกู' กี๊ดดดดดดดดดดเเเดดด
    #5,888
    0
  24. #5872 Namenoname1234 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 01:15
    มข นี่เอ้งง
    #5,872
    0
  25. #5851 tang_thai°°° (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 01:10
    ฮือ ที่แท้หึงงงงบ
    #5,851
    0