( yaoi ) NITI man, society and lover #มนุษย์นิติสังคมและคนรัก [END]

ตอนที่ 7 : บรรพ : ๐๖ การอย่ามาเล่นกับใจของหมา (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75,284
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,422 ครั้ง
    20 พ.ย. 61





 

บรรพ 6

ว่าด้วย...การอย่ามาเล่นกับใจของหมา

 

 

          สนามกีฬากลางวันนี้ยังดูครื้นเครงเช่นเดิมเมื่อมีผู้ชายมากกว่ายี่สิบคนวิ่งไปวิ่งมาอยู่ในสนาม อีกฝั่งเป็นหนุ่มหน้าใสในเสื้อบอลสีฟ้าสกรีนด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า ‘KKBS’ ซึ่งก็ย่อมาจากบริหารธุรกิจและการบัญชีที่เพิ่งจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้หลังจากใช้ชื่อคณะวิทยาการจัดการมานานนม

          ในส่วนนิติกรคนหล่อของวิศวกรรมศาสตร์นั้นกลับรู้สึกว่าวันนี้ดูไร้ประโยชน์สุดตั้งแต่แข่งมาเลยครับ คือไม่มีอะไรเลยนอกจากความหล่อกับการใส่ช็อปมานั่งชิวๆ เช็คเรตติ้งตัวเองไปวันๆ เพราะขาเป็นง่อยเนี่ย

          หลังๆมาแม่งออกอาการเจ็บเฉย ทั้งที่ได้โอกาสลงไปเล่นเป็นตัวจริงแถมแมทซ์ล่าสุดก็ท็อปฟอร์มมากๆ เป็นคนเดียวที่ทำประตูให้กับทีมได้ แต่ก่อนถึงจะเป็นแค่ตัวสำรอง แต่ก็ยังได้ไปยกน้ำ แบกกระติกน้ำแข็งมาให้นักกีฬานะเว้ย คิดแล้วก็น้ำตาจะไหล 

          มองไปในสนามก็เห็นไอ้คีม ไอ้แจ็คและพี่สิงห์วิ่งวนไปมาอยู่แถวๆโกลฟุตบอล

          อ่ะพากย์สักหน่อย พี่สิงห์แตะบอลมา ไอ้แจ็คก็รีบใช้อกพักรับบอลไว้ก่อนจะส่งต่อไปให้ไอ้คีมที่พอเท้ามันสัมผัสกับบอลปุ๊บแม่งก็ซัดด้วยสตั๊ดไนกี้สีดำของมัน ส่งบอลพุ่งแรงเข้าไปที่มุมโกลอย่างสวยงามประหนึ่งเวย์น รูนีย์มาเองครับโอ้โห

          ไอ้แจ็คนี่รีบสไลด์เข่าลงไปกับพื้นก่อนลุกขึ้นวิ่งไปกระโดดเกาะคอเพื่อน ไม่บอกก็ไม่รู้ว่านี่แค่วอร์ม

          แม่ง อย่าให้ผมต้องพูดเลย จริงจังแค่ไหนถึงขนาดพากันโดดเรียนมาตั้งแต่ยังไม่ทันเลิกคลาส แกล้งบอกอาจารย์ว่าไปเข้าห้องน้ำแล้วฉลาดไง ทิ้งกระเป๋าไว้ให้ผมเก็บ ที่เหี้ยกว่าคือปล่อยผมที่ขาเจ็บให้ขับรถมาเองคนเดียว รักกูมากเลยไอ้พวกเพื่อนเวร

          พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับบอลทีไรพวกมันก็ทุ่มเทให้รองลงมาจากการหาเมียเลยครับ ยังดีที่ว่าเป็นวิชาของศึกษาทั่วไปอาจารย์ไม่เช็คชื่อ หรือบางทีก็อินดี้ บางคาบเช็ค บางคาบไม่เช็ค ใครไม่ตั้งใจเรียนในห้องก็อาศัยไปอ่านไฟล์เอาในเว็บ แค่นั้นก็สอบได้แล้ว

          แต่ต้องเข้าเรียนให้เกิน 80 % ด้วยนะ ไม่งั้นต่อให้อ่านตาแห้งยังไงก็ไม่มีสิทธิ์สอบ เพิ่มเติมคือมี F ประดับ GPA สวยๆ

          “อ้าวเฮ้ย! ทางนี้!”

          เมื่อเวลาลงแข่งใกล้มาถึง พี่โด้ก็รีบตบมือเสียงดังเรียกนักเตะทุกคนให้ออกจากสนามมารวมกันอยู่ตรงหน้าที่นั่งที่มีผมกับพวกพี่ปีสามปีสี่นั่งดูอยู่ ก่อนถึงเวลาลงสนามจริงๆ ก็ไม่วายโดนพวกมันเย้ยอีกว่า

          เนี่ยมึงรอดูกูเลยจิน เต็มๆตีน” ไอ้แจ็คว่าพลางยักคิ้วให้ เห็นแล้วคันเท้ายิกๆนะครับ

          มึงนี่แหละจะเต็มๆตีนกู

          ตีนบวมนะหรอ

          ฆวย” 

          วันนี้น้องส้มบริหารของมึงหลงกูแน่” พี่สิงห์ก็เอาอีกคน

          ของผม พี่ไม่เสือกดิ

          ของแบบนี้มันอยู่ที่คนเว้ย พวกกระจอกลงไม่ได้อ่ะหลบไป” 

          เบื่อพวกมันจริงๆ ส้มที่หมายถึงก็สาวบริหารคนที่เจอกันในร้านเหล้าวันนั้นแหละ คุยกันมาได้สักพักละครับ แต่ผมยังไม่ได้จริงจังอะไร วันนี้อีกฝ่ายก็บอกว่าจะมาดูด้วย เลยโดนพี่สิงห์มันล้อมาจนถึงตอนนี้เพราะผมขาเจ็บลงไม่ได้อย่างที่เห็น 

          จริงๆก็รู้อยู่แล้วว่าพี่มันล้อเล่น แต่มันอดหงุดหงิดไม่ได้ไง ก็พี่สิงห์มันเล่นเป็นผู้ชายหน้าตาค่อนข้างดีและรวยที่ถูกสเป็คสาวชิบหาย แล้วนี่ก่อนออกจากบ้านมาไม่มีใครบอกพี่มันเลยหรอว่าที่คาดผมสีชมพูโคตรไม่เข้ากับหนังหน้าและเหง้าหนวดของมันเลย

          ผมมองพวกเพื่อนๆที่ทยอยวิ่งเข้าไปในสนาม เสียงเชียร์ดังกระหึ่มอีกตามเคย ยังงงๆอยู่ว่ามาเชียร์บอลหรือมาดูผู้ชายกันแน่ ได้แต่นั่งถอนหายใจ อยากลงก็อยากลง ผิดที่ตัวเองแท้ๆ ไม่น่าโลภมากอยากได้บอลขนาดต้องไปขัดขาไอ้บอมให้ตัวเองล้มหน้าแหกเลย ตอนนั้นผมเท่ห์ไง ทำประตูได้ด้วยเลยไม่ทันได้คิดอะไรมาก

          เดี๋ยว ไม่ได้ดิ ผมต้องไม่นึกถึงมัน นึกถึงทีไรแม่งชอบโผล่หน้ามาทุกทีก็นึกว่ามีญาณทิพย์ เมื่อคืนมันก็บอกเอาไว้ว่าวันนี้จะมาหา อย่านะอย่า อย่าเพิ่งมา ให้ผมกลับก่อน

          ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

          เอาล่ะครับ กรรมการเป่านกหวีดแล้ว ไม่รู้ว่าเป่าทำไม สงสัยจะร้อน

          แหม่...นั่นมุกหรือเปลือกหอยครับ

          ฮ่าฮ่า ขอสักหน่อย อ่ะมาแล้ว! นาทีแรกวิดวะได้บอล คณาทีป 17 จับลากเข้ามา โอ้โห้...ออกข้างไปน่าเสียดาย พชรพลเบอร์ 10 บริหารได้ทุ่มบอล

          การแข่งเริ่มขึ้นด้วยการที่ฝ่ายเราเป็นฝ่ายเขี่ยบอล คนแรกที่ได้ครองบอลก็ยังเป็นคีมคนดีคนเดิม ครึ่งแรกยังไม่มีฝั่งไหนบุกมากเท่าไหร่ พี่โด้บอกว่าถ้าเราชนะนัดนี้จะได้เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย ซึ่งมีนิติ เกษตร และบัณฑิตวิทยาลัยกับศึกษาศาสตร์ที่รอแข่งกันนัดต่อจากเราเพื่อเข้าไปในรอบ 4 ทีมเหมือนกัน โดยการแข่งรอบสุดท้ายนั้นจะเริ่มในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า

          จากที่ฟังพี่สิงห์มันเล่า บัณฑิตวิทยาลัยปีนี้ถือว่าฟอร์มตกลงไปมากอยู่ ศึกษาศาสตร์นี่ก็ไม่ต้องพูดถึง ครูพละครับ เหนียวทุกปี แต่ที่น่ากลัวสุดคงจะเป็นนิติศาสตร์ปืนใหญ่ ตั้งแต่แข่งมาผมก็ยังไม่เห็นมันแพ้ใครสักแมทซ์ ลอยลำโด่งขึ้นไปชูไกปืนอยู่อันดับหนึ่งของตารางแข่งแล้ว

          เซ็งสุดคือถ้าวิดวะชนะนัดนี้ต้องไปเจอกับเกษตรนี่แหละ ได้ยกพวกตีกันกลางสนามเหมือนตอนแข่งกีฬาเฟรชชี่แน่ๆ

          ตอนนั้นยังดีที่มีแค่ปีหนึ่ง ตัดภาพมาตอนนี้แม่งมียันปีสี่ แข่งจบใครจะแพ้ใครจะชนะผมว่ามันต้องมีต่อหลังไมค์กันอีกชัวร์ เรื่องชกต่อยผมอาจไม่เชี่ยวชาญเท่าพี่สิงห์ เอาตามตรงนะ ผมเป็นคนไม่ค่อยหาเรื่องใครก่อนอ่ะ ถ้ามันอดไม่ไหวจริงๆ

          กลุ่มของผมเองก็ไม่อยากมีปัญหากับอีกฝ่ายด้วย แต่หลังนัดแข่งกีฬาเฟรชชี่ที่ผ่านมา พวกผมแม่งโดนเพื่อนของพี่สิงห์มันลากไปเพราะแค้นที่มีนักเตะฝั่งเกษตรคนหนึ่งขัดขาไอ้คีมอยู่หลายครั้งแต่กรรมการมองไม่ทัน ไม่เป่าฟาวล์สักลูก สร้างความไม่พอใจให้แก่พี่ๆปีสูงเป็นอย่างมาก

          พอเมามากๆแล้วไปเจอกันที่ร้านเหล้าพอดี พวกแม่งก็ใส่กันเลยครับ มืดๆที่ลานจอดรถนั่นแหละ ดีที่ไม่ไปทำกระจกรถใครเค้าพัง พวกผมอ่ะไม่เท่าไหร่หรอก หรือพูดง่ายๆคือยอมมากกว่า จบกันแค่ในสนามพอ 

          แต่รุ่นพี่แม่งไม่ยอมไง เราก็ขนกันไป ฝั่งนั้นเขาก็ขนมา เลยต้องซัดกันยกสองยก กลับมาหน้าผมนี่ยับจนต้องใส่ Mask ไปเรียน ไอ้แจ็คถึงกับคิ้วแตกเย็บไปห้าเข็ม ส่วนไอ้คีมกับพี่สิงห์แค่โหนกแก้มช้ำ ดูยุติธรรมกับผมมาก โดนลูกหลงเพราะเป็นคนอยากห้ามทัพล้วนๆ พอเป็นคนดีแล้วก็เสือกไม่ได้ดีกลับมาเงี้ย

          ผมไม่เข้าใจว่ะ ตีกันแล้วมันเท่ตรงไหน ตัวก็เจ็บ สาวก็เมินเพราะเขานึกว่าเป็นกุ๊ยข้างถนน

          “มึงมองหาใคร ยุกยิกๆอยู่นั่นแหละ

          เผลอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยก็โดนพี่ตองที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ทักขึ้น ผมที่เพิ่งจะรู้ตัวว่ากำลังหันหน้าหันหลังอยู่จำต้องหันกลับมายิ้มหล่อๆให้พี่มัน

          “ธรรมดาพี่ เป็นคนดังต้องเปลี่ยนท่าบ่อยๆ

          “ท่าเด็ดเสร็จทุกรายน่ะหรอ

          “โห ถ้าท่านั้นอย่างผมไม่ต้องเปลี่ยนเยอะ

          “สัด ขี้คุย

          “ใช้ท่าเดียวอาโออิยังต้องร้องขอเวลานอกอ่ะ” แกล้งตอบเสียงกระเส่า พร้อมยักคิ้วไปให้อีกฝ่ายทีหนึ่ง

          “เอาที่มึงสบายใจ

          “แหมะ...ท่าถ่ายรูปหรอกพี่ พี่ไม่เห็นในเพจหรอ เผื่อผมโดนแอบถ่ายอยู่ไง รูปจะได้ออกมาคูลๆ~” ดัดเสียงคำว่า ‘คูลๆ’ เป็นเวอร์ชั่นลิ้นเปลี้ยไปอีกดอกหนึ่ง จังหวะนั้นเลยโดนพี่มันทำท่าถุยน้ำลายกลับมาใส่

          ตอนแรกผมก็ว่าจะใช้ชื่อเฟซจากจินแมนแมนคุยกัน เป็นจินคนค่ดคูลละ ถ้าไม่ติดว่ามีคนใช้ไปก่อน ผมไม่ชอบใช้อะไรซ้ำกับใครเท่าไหร่น่ะ

          “ไม่แปลกใจเลยทำไมคนพูดถึงมึงบ่อยๆ

          “เพราะผมหล่ออ่ะดิ?”

          “เพราะเขารอรุมตีนใส่มึงนี่แหละ” 

          โหพี่ แค่ครั้งเดียวเอง พี่ก็พูดเกินไป” หน้ากูเหมือนอันธพาลครองเมืองมากเลยหรอ แต่ถ้าตีนมาก็ตีนกลับครับไม่โกง แค่อย่าเหยียบหน้าผมก็โอเคแล้ว” 

          อย่างนิติกรแห่งวิศวกรรมศาสตร์แล้ว ส่งตีนมาผมก็ส่งกลับ ส่งมาได้ทุกที่พี่ไม่เกี่ยงเพราะมั่นใจว่ารับได้ ยอมไม่ได้แค่สองที่คืออย่ามายุ่งกับหน้าและกระเจี๊ยวผม ผมยังต้องใช้ทำมาหากินอยู่

          ผมนั่งคุยกับพี่ตองไปเพลินระหว่างดูบอลไปด้วย เรื่องที่คุยก็หนีไม่พ้นเรื่องจัญไรที่ผู้ชายอย่างเราๆชอบพูดกัน คุยไปคุยมา ในสนามก็ล่วงเลยมาถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลัง

          วิดวะเราได้ลูกโทษครับ ซึ่งไอ้คนที่อยู่ประจำตำแหน่งนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย คีม คณาทิปเบอร์ 17 แข้งสายฟ้าทะลุมิติประดุจเอเลี่ยนศูนย์หน้าของเรานั่นเอง

          ไอ้นี่ก็ไม่ให้กูลุ้นเหี้ยอะไรเลย ยิงประตูคนเดียวนำเขาไป 2:0 ตั้งแต่ครึ่งแรก ไม่เข้าลูกนี้ยังไงก็ชนะ สองนาทีที่เหลืออยู่ถ้าบริหารตีเสมอขึ้นมาได้ผมก็ว่าไม่ใช่คนละ แต่คิดหรอว่าคนอย่างคีมผู้รักการเล่นฟุตบอลยิ่งกว่าการหาเมียจะยิงไม่เข้า

          นู่นครับ มันฟรีคิกซัดเปรี้ยงเดียวเข้าริมขวาเหมือนจะเป็นลูกเบาๆไม่มีพิษภัยอะไรนะ แต่แม่งเสือกเตะสูงเกือบติดคาน พอดีมือโกลคณะบริหารเตี้ยไง ไอ้สัดขาสั้นกระโดดปัดไม่ถึงเว้ย ใจหมามากไหมล่ะมึง นี่แหละวิถีหมาโสด ใช้เท้าเล่นอย่างเดียวไม่ได้ มันต้องใช้สมองด้วย

          จังหวะนั้นเสียงกรี๊ดจึงดังผนวกเข้ากับเสียงเป่านกหวีดของกรรมการที่ลั่นขึ้นกลางสนามบอกว่าเวลาทำการแข่งขันได้หมดลง

          กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

          โอ้โห...ไม่ผิดหวังเลยครับกับวิศวกรรมศาสตร์วันนี้ เอาชนะบริหารธุรกิจและการบัญชีไปด้วย 3 ประตูต่อ 0 สมแล้วกับตำแหน่งแชมป์เก่า

          บริหารธุรกิจก็เหนียวใช่ย่อย นับว่าเป็นแมทซ์ที่ทำให้ทุกคนลุ้นกันติดขอบสนามเลยก็ว่าได้

          รู้สึกเหมือนเดจาวูที่ได้เห็นภาพไอ้แจ็ค ไอ้คีม เพิ่มเติมคือมีพี่สิงห์ยิ้มแป้นกลับเข้ามาด้วย เสียงกรี๊ดฝั่งสแตนด์ที่ผมอยู่นี่ดังยิ่งกว่าพวกมันอยู่ในสนามอีก

          นัดต่อไปเป็นศึกษาศาสตร์กับบัณฑิตวิทยาลัยครับ ถามว่าอยู่ดูไหม แม่งจองที่กันนั่งรวมกับพี่บัณฑิตที่ส่วนใหญ่ก็อยู่วิดวะไปแล้วเรียบร้อย เก้าอี้ไม่ว่างก็นั่งที่พื้นมันแถวๆนี้นั่นแหละ

          และแล้วสายตาเจ้ากรรมของผมก็ดันไปป๊ะเข้ากับร่างควายๆร่างหนึ่งในเสื้อบอลสีดำแถบทองสกรีนคำว่า ‘นิติศาสตร์-ปืนใหญ่’ กับกางเกงสีเดียวกันอันคุ้นเคยเข้าจนได้

          ร่างขาวๆสะท้อนแสงแดดตอนห้าโมงเย็นเห็นตอนแรกผมนึกว่าหลอดนีออน ในมือของมันถือถุงพลาสติก ขวดน้ำและเสื้อบาสที่น่าจะเพิ่งเปลี่ยนมาใส่เสื้อบอลแทน

          สายตาแทบทุกคู่จับจ้องไปที่มัน แต่คุณหลวงท่านก็ยังไม่สนหินสนแดดใดๆ เดินหน้านิ่งคิ้วขมวด แหวกฝูงชนเข้ามาแล้วนั่งแหมะลงข้างผมหน้าตาเฉย เหงื่อนี่เต็มหน้าเลยครับ ดูจากสารรูปแล้วคงจะเพิ่งแข่งบาสเสร็จมา

          “อ้าว หวัดดีเพื่อนบอม มาหาจินหรอ” มาถึงปุ๊บไอ้แจ็คก็รีบทักทันที

          “อืม” มันตอบสั้นๆตามสไตล์ แต่คนฟังอย่างผมนี่อยู่ไม่สุขละ

          “มาก็ดี แม่งมองหามึงจนคอจะหมุนได้ละ เห็นแล้วกูรำคาญ

          “จริงดิ?” ไอ้บอมเลิกคิ้วถาม ก่อนจะยกขวดน้ำที่ถือติดมาด้วยขึ้นดื่มขณะที่ตายังมองผมอยู่

          “กูว่ามึงไม่พูดก็ไม่มีใครบอกว่าเป็นใบ้หรอกนะ” ผมหันไปหาไอ้แจ็คที่วิ่งหลบเท้าของผมไปนั่งอยู่บนพื้นกับพี่สิงห์เพราะที่นั่งตรงนี้เต็มหมดแล้ว

          “กูกลัวคนอื่นคิดว่าตัวเองเป็นใบ้เองแหละ ทำไม” แล้วดูแม่งตอบ ผมได้แต่กลอกตา ก่อนจะหันกลับมาหาคนที่ยังนั่งอยู่ข้างๆ มันมองผมแต่สายตาที่มองมาโคตรจะล้อเลียน

          “มองหากูจริงหรอมันถามอีก

          “มึงเชื่อมันหรอ

          “ไม่” ก็นั่นไง คนอย่างไอ้แจ็คอย่าหวังไปหาเอาความจริงจากมันเลย ขนาดไอ้บอมยังดูออก 

          “แต่เห็นมึงร้อนตัวอย่างงี้กูเชื่อก็ได้” ไอ้สัด

          “แล้วมึงมาทำไม นิติมีแข่งหรอ” ผมเลิกสนใจแล้วเปลี่ยนมาที่ประเด็นใหม่ มองมันตั้งแต่หัวจรดเท้า งงตั้งแต่มันใส่เสื้อบอลมาแล้ว พอมือผมเผลอไปโดนเสื้อบาสที่มันวางไว้ข้างๆตัวเท่านั้นแหละ รู้เลย นึกว่าผ้าชุบน้ำ

          “บอกไปแล้วเมื่อคืนว่าจะมานั่งดูด้วย ทำไมต้องแกล้งจำไม่ได้

          “โอย เรื่องของมึงกูไม่จำคร้าบ จำไปก็เปลืองสมอง

          “หรอ นึกว่ามีสมองเอาไว้แค่กั้นหูซะอีก” ก็นั่นแหละครับท่านผู้ชม เมื่อวานบอกชอบผม วันนี้ด่าผมไม่มีสมอง จะด่ามันคืนว่าควายผมยังต้องคิดให้ดีๆ ไม่ใช่อะไรนะ สงสารควายว่ะ

          “มึงไม่รอให้บัณฑิตกับศึกษาเตะจบก่อนล่ะค่อยมา

          “แข่งบาสอยู่

          “เออ มองเห็นหน้ามึงปุ๊บกูรู้เลยว่านิติแพ้” ผมพูดจบมันก็หันกลับมามองนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่นิ่งยิ่งกว่าหน้ามันตอนนี้ซะอีก

          “จะแพ้หรือชนะกูก็ไม่เคยเล่นสกปรกหรือวิ่งไปขัดขาใครเขาให้ได้แต้มหรอก” อืม หน้ามันนิ่งมากครับ ส่วนคนฟังอย่างผมได้ยินแล้วหน้านี่สั่นระดับสิบสองริกเตอร์ ถ้ามีสิวด้วยคงหลุดออกมาโดยไม่ต้องบีบ ผู้ชายห่าอะไรปากคอเราะร้าย นี่มึงชอบกูจริงๆปะเนี่ย

          “ถ้ามึงจะแค้นขนาดนี้ ไปฟ้องกรรมการแล้วมาแข่งกันใหม่มา” จะแข่งไม่แข่ง ตอนนี้ผมถลกแขนเสื้อใส่ละ เรื่องบอลเอาไว้ทีหลัง ขอเอาเลือดปากมันออกมาล้างตีนก่อนละกัน

          “พวกขี้แพ้ชวนตีกูไม่เตะด้วย

          “กูแนะนำให้มึงไปเตะกับเด็กอนุบาลนะบอมถ้าอยากเล่นแบบใสๆ

          “ก็มึงนี่ไงเด็กอนุบาล ดื้อชิบหาย

          “อนุบาลก็เตะปากมึงแตกได้กูพูดเลย

          “อย่าทำแบบนั้นอีกนะ

          “ทำอะไร

          “ก็เหมือนที่ทำกับกูตอนอยู่ในสนามวันก่อนไง จะกับคณะไหนแม่งก็อย่าไปทำ” บอกผมอย่างนั้น แต่มันนั่นแหละที่เป็นฝ่ายไม่เข้าใจคำว่าฟุตบอลในหมู่มหาลัยจริงๆ เขาแกล้งล้ม วิ่งขัดขากันให้ได้ลูกฟาวล์ก็มีเยอะแยะ ตามเกมคนอื่นไม่ทันก็เรื่องของมึง

          “ครับผม พ่อคนผดุงความยุติธรรม

          “ที่บอกเพราะไม่อยากให้มึงเจ็บไง

          “...............

          “นอกจากจะเจ็บแล้วมึงยังจะได้ไปนอนอยู่ใต้ตีนเขาอีก กูสงสารคนหยอดข้าวต้ม” เกือบจะซึ้งละ

          ผมละความสนใจจากมันแล้วหันมามองไอ้คีมที่เดินเข้ามาด้อมๆมองๆที่ถุงพลาสติกซึ่งวางอยู่กับเสื้อบาสไอ้บอมแทน ก่อนหน้านั้นก็เห็นว่ามันถือมาด้วย

          “ของมึงปะ ขออันนึง ร้อนว่ะ” พอคีมมันถามออกไปอย่างนั้นผมก็รู้ทันทีว่ามันคือถุงไอติม

          ไอ้บอมก้มมองเหมือนพึ่งนึกขึ้นได้ แต่ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยื่นให้เพื่อนรักอย่างไอ้คีมที่คว้าเอาไปเหมือนรู้กัน พร้อมทั้งแจกต่อให้ไอ้แจ็ครวมทั้งพี่สิงห์ที่ยิ้มร่ายิ่งกว่าได้ไลน์สาว

          คือตอนนี้ก็ร้อนมากไง ถ้าได้อะไรเย็นๆมาดับอุณหภูมิในร่างกายคงเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ ขืนออกไปซื้อเองกลับเข้ามาอีกทีไม่มีที่นั่งแน่ๆ ตอนนี้เลยไม่มีใครอยากจะออกไปไหนเลย

          ผมมองตามกระทั่งไอ้คีมแจกครบทุกคนแล้วยื่นถุงเปล่ากลับมาให้นั่นแหละถึงได้รู้ซึ้ง

          ไอ้ชิบหาย ทำไมไม่มีของกู...

          “ของมึงละลายหมดแล้ว ค่อยออกไปซื้อใหม่” 

          เหมือนมันจะรู้ความคิดของผมเลยยื่นท๊อปเทนซองสีเหลืองที่ห่ออยู่ในเสื้อบาสออกมาให้ พอจับดูก็รู้สึกได้ว่าข้างในซองเหลวเป็นน้ำแล้ว

          “ไม่เป็นไร กูไม่กิน” ก็เข้าใจอยู่ว่าท๊อปเทนมันละลายเร็ว แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ไม่รู้จะโทษที่มันเอาออกมาให้ช้า หรือโทษอุณหภูมิของประเทศไทยตอนห้าโมงเย็นดี

          เอาจริงๆก็ไม่ได้อยากกินขนาดนั้นหรอกครับ แต่เกลียดพวกใจหมาทั้งหลายนี่แหละ หันไปอีกด้านก็เห็นไอ้แจ็คมันเลียไอติมปีกผีเสื้อตั้งแต่โคนจนถึงปลายสุด มองมาที่ผมด้วยสีหน้าโคตรจะกวนตีน

          “ซื้อมาให้พวกมันทำไมวะ” อดไม่ได้ที่จะถาม นึกอะไรใจดี โดนฉกเงินจ่ายค่าเหล้าไปเมื่อคืนก่อนยังไม่เข็ดอีกหรือไง ใจดีแบบนี้เดี๋ยวได้เจอพวกมันขูดรีดอีกแน่นอน ไม่เชื่อคอยดู

          “ตอนแรกก็ซื้อมาแค่อันเดียว

          “แล้ว?”

          “เพิ่งนึกขึ้นได้ ถ้าซื้อมาให้แค่มึงเดี๋ยวก็โดนแซวอีก

          “กูถามจริงๆ ขนาดนี้มึงยังมียางอายอยู่หรอบอม

          “อยากกินหรอ เดี๋ยวพาออกไปซื้อก็ได้ ให้คีมมันจองที่ไว้ให้

          “ไม่ กูขี้เกียจเดิน เจ็บ” ผมว่าพร้อมยกเท้าบวมๆของตัวเองที่วันนี้สวมแตะมาแทนผ้าใบให้มันดูอย่างเซ็งๆ โคตรเข้ากับเสื้อช็อปกางเกงยีนส์เลย เจ็บขานี่เรื่องจริงครับ เห็นนั่งเฉยๆอยู่ตรงนี้ตั้งแต่สี่โมงยันจะหกโมงเนี่ยไม่ใช่อะไรเลย 

          ตอนนี้แมทซ์บัณฑิตวิทยาลัยกับศึกษาศาสตร์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เรื่องที่บัณฑิตฟอร์มตกนี่ดูเหมือนจะจริง เพราะโดนศึกษาบุกตั้งแต่ยังไม่ถึง 15 นาทีแรก เกือบล่อจะเข้าประตูไปแล้วก็หลายรอบ

          “อยากให้กูซื้อให้มึงแค่คนเดียวก็บอก” หลังจากเงียบอยู่นาน จู่ๆไอ้บอมก็ขยับเข้ามาใกล้พร้อมกระซิบเสียงที่ได้ยินแล้วผมนี่โอ้โหเลยครับ พบเจอควายหลงตัวเอง 1 ea

          “มึงว่ากูไม่มีเงินซื้อแดกเองหรอ ก็แค่ไอติม” ผมรีบพ่นลมหายใจออกมา เรื่องจบไปตั้งนานละมันยังจะวกกลับเข้ามาเชื่อมโยงได้ใหม่เพื่อ?

          “ตอนนั้นหน้ามึงไม่ได้บอกแบบนี้

          “ก็แจ็คมันกวนตีนกู

          “แน่ใจหรอ” พูดเฉยๆ ไม่ต้องก้มหน้ามาใกล้หูได้ไหม แล้วเนี่ยจะเบียดมาหาทำไม ที่ข้างๆก็ตั้งกว้าง ไอ้ควายเผือกเอ๊ย

          “ไม่เชื่อก็เรื่องของมึง

          “ถ้ามึงอยากกินแค่คนเดียวกูก็ซื้อให้ได้นะ

          “ข...ขยับออกไป กูจะดูบอล

          “แต่ต้องมาเป็นแฟนกู รับรองกูเลี้ยงไอติมแท่งมึงคนเดียวไม่ให้ใครมาแย่งกิน แถมไม่ละลายเร็วเหมือนท๊อปเทนของมึงด้วย” มันไม่ฟังที่ผมพูดเลยครับ แถมว่าจบก็ยักคิ้วให้พร้อมรอยยิ้มมุมปากเหมือนที่ชอบทำอีก แต่บอกเลยว่าครั้งนี้พลังทำลายล้างสูงมาก

          จากนั้นคุณหลวงท่านก็ลุกจากเก้าอี้ไปทิ้งให้ผมนั่งเอ๋อแดกกับประโยคก่อนหน้าของมันที่วนอยู่ในหัวซ้ำๆ ใจนี่เต้นเป็นทำนองเพลงตับๆๆๆ เลย ไอ้เหี้ย...

          “เอ้า มึงจะกลับแล้วหรอ” ไอ้แจ็คถามเมื่อเห็นว่ามันทำท่าจะเดินออกไป

          “เปล่า ไปซื้อไอติมมาให้หมา

          “อาอู้ววววววว” 

          เท่านั้นแหละครับ ทั้งไอ้แจ็ค ทั้งพี่สิงห์ แม่งหอนใส่กันยิ่งกว่าทิมเบอร์วูฟ รีบลุกขึ้นวิ่งไปกอดคอไอ้บอมแล้วพากันเดินออกไปพร้อมกันทั้งสามคน เข้ากันดียิ่งกว่าผีเน่ากับโลงผุอีกว่าไหม


**********
               

          วันหยุดเสาร์อาทิตย์ผ่านไป

          ถึงคราวที่นักศึกษาทุกคณะโดยเฉพาะวิศวกรรมศาสตร์ที่จะต้องวกกลับเข้ามาในวงโคจรของการเรียนและควิซอีกครั้ง 

          ควิซมันแม่งทุกวันทุกวิชาครับ ไม่รู้จะควิซไรนักหนา ควิซก่อนหน้านั้นตรวจเสร็จยังไม่รู้ วันนี้ควิซใหม่มาอีกแล้ว หนังสือหนังหาก็ใช่ว่าผมจะอ่านทัน ดันควิซมันตั้งแต่เรื่องสากกะเบือยันเรือรบ สอบวนอยู่ทั้งอาทิตย์ งดคลาสมาก็หลายวิชา อาจารย์เลยเล่นจัดหนักจัดเต็มสอนมันจนวันสุดท้าย

          กระทั่งอาทิตย์ใหม่มาเยือนนั่นแหละ ใจนักศึกษาถึงได้ชื้นขึ้นเพราะจะได้หยุดยาว ผมเองก็ตั้งใจว่าจะกลับบ้าน ตั้งแต่เปิดเทอมมายังไม่ได้โผล่หน้าหล่อๆ ไปหาครอบครัวเลย ป่านนี้พ่อกับแม่ลืมหน้าลูกชายคนเล็กไปแล้ว

          หลังจากอาจารย์ยอมปล่อย พวกผมก็พากันลากสังขารประหนึ่งซอมบี้ลงมาจากตึก รีบซ้อนท้ายมอไซค์กันออกไปตระเวนหาอะไรกินแล้วค่อยแยกย้ายกันกลับหอแทนที่จะเลยไปเตะบอลเหมือนทุกวัน 

          เรียนมาตั้งแต่เช้าสมองแม่งล้ามาก ต้องรีบกลับไปชาร์จแบต ดึกๆจะเอาไงค่อยคุยกันอีกที มีก็แต่ไอ้คีมนี่แหละที่ยังมีแรงไปดูหนังกับแก๊งนิติเพื่อนมัน ต่อด้วยซ้อมดนตรี ดูหนังเนี่ยผมก็อยากไปนะ แต่วันนี้ไม่ไหวจริงๆ เสียบกุญแจเข้าห้องยังต้องนั่งคุกเข่าส่องหารู

          ทันทีที่เข้ามาถึงห้องปุ๊บผมก็ทิ้งตัวลงบนเตียงปั๊บ แล้วก็หลับไปในตอนนั้น ตื่นมาอีกทีคือเกือบสามทุ่มกว่า ขี้เกียจลุกไปอาบน้ำเลยได้แต่นอนไถมือถือเล่นๆ บิลด์อารมณ์ตัวเองไปก่อน เปิดมาหน้าแรกก็เจอชื่อเฟซบุ๊กของคุณวิศวกร บำรุงเกียรติที่ผมไม่เห็นหน้าค่าตามันมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ

          แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังส่งเสียงมาตามหลอกตามหลอนผมแทบทุกคืน คือเรียนหนักทั้งคู่ไง ผมก็สอบ ทางนั้นก็เรียน มีแต่มันนี่แหละที่ชอบโทรมาหาดึกๆ ผมก็รับบ้างไม่รับบ้างเพราะบางวันหลับไปก่อน แถมฟุตบอลยังเลื่อนไปแข่งอาทิตย์หน้าอีก แต่ก็ดีแล้ว เจอหน้ามันทีไรต้องมีเรื่องให้ปวดหัวตลอด

          ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือตอนนี้ก็ไม่ใช่อะไร มันแค่เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ใหม่ ดูเวลาก็ตั้ง 12 ชั่วโมงที่แล้ว แต่ก็ยังขึ้นโชว์หราที่หน้าไทม์ไลน์ผมเพราะยอดไลค์ปาไปสามพันกว่า ผมเคยเห็นรูปนี้ในเพจของเจ๊อารุ่ยอยู่แวบๆ 

          มันเป็นรูปที่ไอ้บอมหันมามองกล้องพอดีเหมือนรู้ตัวว่าถูกแอบถ่ายขณะกำลังนั่งดูฟุตบอลอยู่ข้างสนาม น่าจะตั้งแต่วันที่มันโดนโค้ชสั่งไม่ให้ลงจนกว่าจะครึ่งหลัง แคปชั่นก็เป็นแค่อีโมจิหน้ายิ้ม จะว่าไปก็เพิ่งเคยเห็นว่ามันใส่แคปชั่นใต้รูปครั้งนี้ก็ครั้งแรก

          อืม คนกดไลค์สามพัน สามพันจริงๆครับ เหยดแหม่ ไม่ให้เกียรติหนังหน้าเด๋อด๋าของกูที่ติดมาอย่างกับชัตเตอร์ติดวิญญาณเลย

          จิน แมนแมนคุยกัน  ขนาดนี้ก็ตัดหน้ากูออกเหอะ

          ผมทำเพียงแค่นอนเล่นพร้อมทั้งเที่ยวคอมเมนต์เฟซคนรู้จักที่ปรากฏอยู่บนหน้าเฟซตัวเองไปตามประสา แต่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรตอบกลับมา แม้แต่คอมเมนต์ตอบกลับมาจากไอ้บอม ผมเลยได้แต่โยนมือถือทิ้งไปข้างตัว

          จากนั้นก็พาร่างเหม็นเหงื่อของตัวเองลงจากเตียงเพื่อไปเข้าห้องน้ำ แต่เสียงแจ้งเตือนว่ามีแชทเข้ากลับดังขึ้นขัดจังหวะซะก่อน ในหัวมันก็คิดแล้วว่าส้มบริหาร หรือจะเป็นพี่กิ่งสินกำ หรือว่าน้องอิงอิงโรงเรียนสาธิตนะ

          แต่พอเห็นชื่อคนส่งปุ๊บ ภาพที่จินตนาการไว้ในหัวก็หายไปหมด เป็นไอ้บอมเองครับ ผมลังเลอยู่ว่าจะตอบดีไหม แต่สุดท้ายก็กดเข้าไป

          พอกดเข้ามาก็เจอความอินดี้ของมันที่ส่งมาแค่รูปไม่มีคำอธิบายใดๆ ไม่สนว่าผมจะงงเป็นหมาตาแตกแค่ไหน กดดูถึงรู้ว่าเป็นรูปตั๋วหนังสองใบ รอบสี่ทุ่มครึ่ง กดซูมดูใกล้ๆอีกหน่อยก็รู้ว่าเป็นเรื่อง Guardians Of The Galaxy ภาค 2 ที่เพิ่งเข้าโรงอาทิตย์

          เชี่ย เรื่องนี้ ผมอยากดูมากเว้ย ชวนพวกเพื่อนๆก็ไม่มีใครว่างไปกะผมซักคน มีแต่บอกว่านัดไปดูกับผู้หญิงแล้ว แถมไอ้คีมก็หนีไปดูกับเพื่อนนิติ ผมเองก็กะว่าก่อนกลับบ้านจะชวนส้มไปดูอยู่พอดีเลย


อะไร

Wisavakorn Bumrungkiat: ซองผ้าป่า

ถุ้ยยย

Wisavakorn Bumrungkiat: ก็เห็นอยู่ยังจะถามอีก

 

                ก็เห็นไง แต่ที่หมายถึงคือส่งมาทำไมเว้ย ไม่ได้หมายถึงว่ามันคืออะไร ผมก็ไม่ได้โง่ขนาดดูไม่ออกนะว่ามันคือตั๋วหนังอ่ะ

 

กูให้โอกาสมึงพิมพ์ใหม่

 

          ผมเปิดแชทค้างเอาไว้ มองดูสัญลักษณ์ที่บอกว่ามันกำลังพิมพ์อยู่ แต่นานมากนึกว่าจะพิมพ์มาเป็นพารากราฟ จริงๆคือตอบมาสั้นๆแค่ประโยคเดียวสี่พยางค์ว่า

 

Wisavakorn Bumrungkiat: ไปดูหนังกัน

ชวนกูหรอ

Wisavakorn Bumrungkiatชวนหมา

Wisavakorn Bumrungkiatหมาโง่อ่ะมึงรู้จักไหม

 

                ก็ผมนั่นแหละ มีมันเรียกอยู่คนเดียวเนี่ย คำก็หมาโง่ สองคำก็หมาขี้เรื้อน เบื่อเว้ย

 

เพื่อนมึงก็ไป

ทำไมไม่ไปกับพวกมันตั้งแต่ตอนเย็น

Wisavakorn Bumrungkiat: ไม่ว่าง

กูไม่ไปอ่ะ

ขี้เกียจ

Wisavakorn Bumrungkiat: ไม่เป็นไร

Wisavakorn Bumrungkiat: กูแค่กดมาเกิน

ตอแหล

กูคุยกับไอ้คีมเมื่อตอนเย็น

มันบอกว่ามึงฝากกด

Wisavakorn Bumrungkiat: ไม่ไปจริงดิ

เลี้ยงปะ

Wisavakorn Bumrungkiat: อืม

Wisavakorn Bumrungkiat: รอเก็บคืนตอนมึงยอมเป็นแฟนกูแล้ว

Wisavakorn Bumrungkiat: กูจะทบคืนแม่งทั้งต้นทั้งดอก

สัด

          เดี๋ยวนี้เอะอะอะไรก็มันเอาเรื่องแฟนมาอ้างผมตลอด เคยบอกไปแล้วว่าผมยังชอมนม ยังชอบเข้าทางข้างหน้าอยู่ แล้วก็ไม่ได้ชอบผู้ชายด้วย ที่ยอมคุยด้วยเพราะคิดว่ายังไงซะก็เป็นเพื่อนกัน สักวันเดี๋ยวมันเบื่อแล้วก็คงเลิกตอแยเอง นี่ผมไม่ได้เลิกจะคบใครเพราะว่าคนๆนั้นเป็นเพศที่สามหรอกนะเว้ย

          แต่ก็เหมือนจะไม่เป็นอย่างที่ผมคิดเลย แถมมันยังตื้อหนักกว่าเดิมอีก

 

กูชอบผู้หญิง

Wisavakorn Bumrungkiat: รู้

กูยังลืมอิมไม่ได้

Wisavakorn Bumrungkiat: มึงบอกไปแล้ว

ก็เลิกคิดว่ากูจะยอมคบกับมึง

เป็นแฟนกับกูมึงต้องรอเซเว่นปิดนะครับ

ดูหนังกูไม่ไป

ยังไม่ได้อาบน้ำ

               

          หลังจากตอบประโยคนั้นไป มันก็เงียบไปนานเลย ไม่มีขึ้นว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์ด้วย เห็นดังนั้นผมจึงทำท่าจะลุกออกจากเตียงไปอาบน้ำจริงๆ แต่พอคิดจะลุกเท่านั้นแหละ เสียงแจ้งเตือนก็ดังมาอีก ไม่ได้อาบสักทีหรอกผม น้ำเนี่ย

 

Wisavakorn Bumrungkiat: เดี๋ยวรอ

จะรอกูอาบน้ำเนี่ยนะ

Wisavakorn Bumrungkiat: ไม่ รอเซเว่นปิด

 

          คราวนี้เป็นผมเองที่ได้แต่นั่งนิ่งมองแชทที่เปิดค้างอยู่ ไม่รู้เลยว่าจะต้องตอบอะไรกลับไป ทำได้แค่เม้มปากตัวเองแน่น รู้สึกถึงกล้ามเนื้อหน้าที่มันตึงไปหมด มองไปที่กระจกถึงได้เห็นว่าตัวเองกำลังกลั้นยิ้มอยู่ แต่ตอนนี้กลั้นไม่ไหวแล้วว่ะ

          ไอ้บอม แม่ง...

กูอาบน้ำชั่วโมงนึง

รอได้ก็รอไป

Wisavakorn Bumrungkiat: อาบน้ำหรือนอนเอากับตุ๊กตายางในอ่าง

เรื่องของกูบอม

เสือก

Wisavakorn Bumrungkiat: เดี๋ยวขับมอไซค์ไปรับ

ไม่เอา

เอารถกูไป

มึงขับรถมึงมาที่หอกูละกัน

ตอนกลับกูจะได้ไม่ต้องเข้ามอไปส่งมึง

Wisavakorn Bumrungkiat: เรื่องมาก

อ่ะด่ากู

 งั้นก็ไปคนเดียวละกัน

Wisavakorn Bumrungkiat: เสร็จแล้วบอก

 

          ผมไม่ตอบ แต่เดินไปคว้าเอาผ้าเช็ดตัวพาดป่า ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมือถึงต้องหยิบโทรศัพท์ติดเข้ามาในห้องน้ำด้วย แต่สักพักก็มีแชทจากมันส่งมาอีก

 

Wisavakorn Bumrungkiat: หมาขี้เรื้อน

ไรอีก

กูเพิ่งจะเดินเข้าห้องน้ำ

ก็บอกชั่วโมงนึงไง

มึงรีบหรอหนังตั้งสี่ทุ่มครึ่ง

รอไม่ได้ก็ไปคนเดียวถ้างั้น

Wisavakorn Bumrungkiat: สัด

Wisavakorn Bumrungkiat: แค่จะบอกว่าอยู่ใต้หอมึงแล้ว

               

          อะนี่ผมสตั้นเลย

          แล้วต้องทำไง ก็ต้องลงไปรับมันขึ้นมานั่งรออยู่ที่ห้องไงครับ ทำมาเป็นพูดนัดแนะ ที่ไหนได้เล่นมาอยู่ใต้หอผมตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ถามว่าทำไมไม่โทรมา มันก็บอกว่ายังไม่ได้จ่ายค่าโปรมือถือรายเดือน พอถามอีกว่าถ้าเกิดผมไม่ไป แม่งก็ตอบนิ่งๆว่าก็ไปดูคนเดียวไง

          หมั่นไส้ว่ะ ยกเลิกไม่ไปดีไหมเนี่ย

 

               **********


          ว่ากันว่าวันหยุดมักจะผ่านไปรวดเร็วซึ่งจริงครับ 

          กลับบ้านไปกลิ่นตดในหอยังทันไม่หายเลยก็กลับมานั่งแหมะอยู่ที่มออีกแล้ว

          ผมตั้งใจกลับมาก่อนที่จะเปิดเรียนสองวัน ไอ้จินคนแมนกลับมาอยู่ในสถานะคนหล่อของมอที่เท้าหายดีเป็นปลิดทิ้งแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะเจ็บนานกว่านี้แต่หมอบอกว่ามันไม่ได้ร้ายแรงมาก เท่านั้นแหละมาถึงผมก็รีบแจ้นไปเตะบอลกับพวกพี่ตองที่หญ้าเทียมเลยครับ โคตรคิดถึงฟุตบอล

          แก๊งผมกลับบ้านกันหมด ไอ้แจ็คกับไอ้คีมจะเข้ามอพรุ่งนี้เย็น ส่วนพี่สิงห์นอนบ้านอยู่แล้วเพราะบ้านอยู่ในเมืองนี่เอง ช่วงสุดสัปดาห์มันถึงมานอนหอผม หรือไม่ก็อัดกันอยู่ในหอไอ้แจ็คไอ้คีม

          (ทำไรอยู่)

          “คุยแชทอยู่มึงก็โทรมาขัดเนี่ย

          (กินข้าวแล้วหรอ)

          “กูมากินกับพี่กีฬาแล้วอ่ะ

          (อืม งั้นไม่เป็นไร แค่นี้แหละ)

          “เออๆ

          ผมกดวางสายถึงจะยังงงๆอยู่ว่ามันจะโทรมาแค่นี้หรอ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะที่ผ่านมามันก็มาน้อยแค่นี้ น้อยสุดคือโทรมาแค่บอกว่า ‘ฝันดี’ แล้วก็ตัดสาย ให้ทายครับว่าใคร ติ๊กต่อกๆๆๆ ไม่ต้องตอบละ ก็ไอ้บอมนั่นแหละ มันพึ่งจะกลับมาถึงมอก็เลยชวนไปกินข้าว แต่ก็อย่างที่ผมบอกไป มันก็ไม่ได้ตื้ออะไรมากซึ่งก็ถือว่าดีครับ 

          “มึงไปไหม

          “ไปไหนครับ ผมเงยหน้าจากมือถือ มองพี่ตองที่ถือชามมาม่ากระดูกหมูมานั่งลงตรงข้าม เตะบอลเสร็จแล้วพวกผมก็เลยมาหาอะไรกินที่ยูเซนเตอร์ที่เก่าเจ้าประจำครับ

          “หลังมอ” ถึงบางอ้อเลย ไปให้พวกมึงมอมเหล้าน่ะหรอ

          “เลี้ยงปะพี่

          “ออกเองดิ เลี้ยงพวกมึงทีไรแม่งแดกกันอย่างกับน้ำเปล่า

          “งั้นไม่ไปละ” ไปร้านเหล้ากับพวกนี้แล้วออกเงินเอง ผมบอกเลยว่าไม่ต่ำกว่าพันแน่นอน

          เมื่อพี่ตองหันไปคุยกับเพื่อนมันแล้ว ผมก็ก้มหน้าลงแชทกับส้มต่อ ส้มส้มบริหารครับ คนนี้คุยมานานแล้ว ผู้หญิงคนแรกเลยที่รู้จักกันในร้านเหล้าแล้วคุยด้วยสนุก ไม่เหมือนคนอื่นที่คุยกันได้แค่อาทิตย์เดียวผมก็เบื่อ

          วันที่เจอในร้านเหล้าเจ้าตัวก็บอกว่าแค่มานั่งเล่น รอเก็บเพื่อนกลับหลังร้านปิด โห หน้าตาดีแล้วยังเป็นคนดีอีก ขาว ตัวเล็ก น่ารักมาก นิสัยก็ดูเรียบร้อย ไม่มีแฟนด้วย โคตรสเป็คผมเลย

          ติ้ง!

          ผมมองแจ้งเตือนแชทจากคนที่ไม่ได้เป็นเพื่อนกันส่งเข้ามาให้ อันดับแรกเลยคือต้องกดเข้าไปดูรูปโปรไฟล์ก่อนว่าน่ารักไหมและก็ได้รู้ว่าไม่น่ารัก แต่สวยมาก ไอ้เหี้ย! สวยสัดรัสเซียเลยเว้ย สวยโคตรๆ ถึงไม่ใช่สเป็ค แต่ถ้าได้แบบนี้สักคนก็เอาละเว้ย ข้อมูลการศึกษาบอกว่าอีกฝ่ายเรียนที่กทม. ตู้หู สาวอินเตอร์ซะด้วย

 

Meena Akkaradech: สวัสดีค่ะ

ดีครับ

ใครครับเนี่ยน่ารักจัง

Meena Akkaradech: โห เขินเลย

Meena Akkaradech: ขอโทษที่ทักมาแบบนี้นะ เราไม่ได้มีเจตนาไม่ดี

Meena Akkaradech: คือเราชื่อมีนา อยู่ปีหนึ่งมอ AB

อ๋อ

เราจิน

ปีหนึ่งเหมือนกัน

สถานะยังโสดและต้องการคนรู้ใจ

Meena Akkaradech: ไปต่อไม่ถูกเลย

55555555555

Meena Akkaradech: เราเคยเจอจินที่งานเดินแบบโชว์แบรนด์เสื้อผ้าที่อยุธยาเทอมที่แล้วด้วยนะ

Meena Akkaradech: ที่เค้าเชิญดาวเดือนของแต่ละมอไปอ่ะ

จริงป่าว

Meena Akkaradech: ช่าย

มีนาเป็นดาวมหาลัยใช่ปะ

ต้องใช่แน่ๆ

Meena Akkaradech: จินก็เป็นเดือนมหาลัยนี่

Meena Akkaradech: ตัวจริงหล่อกว่าในรูปอีกนะ

ไม่หรอกครับ

Meena Akkaradech: เราทักมาแบบนี้จะว่าไรปะเนี่ย

 

เฮ้ย ไม่เป็นไร 

Meena Akkaradech: อันที่จริงแค่มีเรื่องจะถามน่ะ

Meena Akkaradech: คือเราเห็นที่เพื่อนแท็กกันเข้ามาในเฟซของบีบอม

Meena Akkaradech: เลยอยากรู้ว่าเป็นอะไรกันหรอ

 

 หืม

บีบอมไหนครับ

ใช่บีบอมที่ชื่อวิศวกรรึเปล่า

Meena Akkaradech: ใช่แล้ว คนนั้นแหละ

โห เป็นเพื่อนกันค้าบ

Meena Akkaradech: อ้าว ไม่ได้คบกันหรอกหรอ

เฮ้ย คบเคิบอะไร

เราชอบผู้หญิง

อีกอย่างเราโสดนะ

โสดมากเลย 5555

ว่าแต่มีนารู้จักบอมด้วยหรอ

Meena Akkaradech : อื้อ เคยรู้จักน่ะ

Meena Akkaradech : พอมาเรียนที่นี่เลยไม่ได้ติดต่อกันเลย

อ่อ เป็นเพื่อนกัน?

Meena Akkaradech : ตอนนี้ก็ประมาณนั้น

Meena Akkaradech : แต่จริงๆเคยคบเป็นแฟนกันตอนจะขึ้นม.5น่ะ 

Meena Akkaradech : พอเข้ามหาลัยแล้วเรียนคนละที่ก็เลยต้องเลิกกัน

Meena Akkaradech : เราแค่อยากแน่ใจว่าบอมไม่ได้คบกับใครอยู่ตอนนี้

อ๋อ

          แห้งเลยตำแหน่งเดือนมหาลัยกู

          ทันทีที่อ่านการตอบกลับนั้นผมเองก็ไปต่อไม่เป็นเหมือนกัน ขนาดสาวอยู่ตั้งไกลเรื่องที่คุยยังเป็นเรื่องของไอ้บอมเลย ไม่คุยต่อก็เดี๋ยวจะหาว่าหยิ่งอีก แล้วไหนเหี้ยนั่นมันบอกว่าไม่มีแฟนวะ ไหนบอกโสดมาทั้งชีวิต แล้วนี่คืออะไร ผู้หญิงสวยเลือกได้แบบนี้ไม่น่าจะเมคเรื่องขึ้นมาหลอกได้ปะวะ ถ้าไม่ใช่มันที่โกหกผม


Meena Akkaradech : เราคิดว่าปีหน้าจะซิ่วไปเรียนที่นู่นอ่า

Meena Akkaradech : จะได้เจอจินไหม 5555

งั้นก็ต้องมาเป็นน้องเราอะดิ

เจอแน่นอนครับ

ถ้ามาแล้วอย่าลืมบอกเรานะ

จะดูแลเทคแคร์อย่างดีเลย

55555

Meena Akkaradech : โอเค 555555  

Meena Akkaradech : แต่ขออะไรอย่างนึงได้ไหม

Meena Akkaradech : เรื่องที่เราทักมาจินอย่าเพิ่งบอกบอมนะ

ครับผม

Meena Akkaradech : อะเค

Meena Akkaradech : งั้นเราไปทานข้าวละ

Meena Akkaradech : เอ้อ เพื่อนจินเต็มอ่ะ ฝากแอดเรากลับได้ไหม

ได้ครับผม

Meena Akkaradech : ขอบคุณมากน้า


          จากนั้นสาวเจ้าก็อ๊อฟไลน์ทันที ผมกดเพิ่มอีกฝ่ายเป็นเพื่อนซึ่งทางนั้นก็กดตอบรับอย่างรวดเร็ว

          นี่ไอ้บอมมันโง่หรือโง่วะ สวยขนาดนี้แม่งยอมเลิกได้ไง แค่เรียนคนละที่จำเป็นต้องเลิกกันเลยหรอ มันเองก็ไม่ใช่คนเจ้าชู้อะไรเพราะไม่เห็นคุยกุ๊กกิ๊กกับผู้หญิงคนไหนเลย ถ้าเป็นผมนะ แม่งจะนั่งเครื่องไปหาทุกวันหยุดเสาร์อาทิตย์เลย

          ผมเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเมื่อเห็นว่าโจ๊กที่ตัวเองเขียนสั่งไปเหมือนจะได้แล้ว ระหว่างที่ยืนปรุงอยู่สายตาก็ไปสบเข้ากับแผ่นหลังเล็กๆ อันคุ้นเคยของผู้หญิงผมสั้นปะบ่าคนหนึ่ง 

          อิมครับ...มากับผู้ชายสวมแว่น น่าจะเป็นรุ่นพี่ ท่าทางดูเซอร์ๆหน่อย ทั้งคู่เดินคุยกันกระหนุงกระหนิงเข้ามา ช่วงนี้ผมก็เห็นอัพรูปคู่กันในเฟซบ่อยๆ พอเห็นผมเจ้าตัวก็แค่ยิ้มแบบฝืนๆกลับมาให้

          ก่อนจะคบกัน อิมบอกผมเสมอว่าผมไม่ใช่สเป็ค อิมเป็นผู้หญิงตัวเล็กที่นิสัยโก๊ะๆชอบทำตัวบ้าๆบอๆหน่อย แต่รวมๆแล้วน่ารักมาก ไม่เรื่องมาก ไม่ขี้หึง ไม่ขี้งอนด้วย ผมชอบเอาใจอีกฝ่าย แต่อิมบอกว่าไม่ต้อง ผมอยากเป็นคนเลี้ยงข้าว แต่อิมคิดว่าควรจะหารครึ่งดีกว่า ซึ่งนั่นเป็นสิ่งหนึ่งในตัวอิมที่ผมชอบมาก

          เราเริ่มคบกันช่วงปลายเดือนตุลาคมของเทอมที่แล้ว จนถึงเดือนพฤศจิกายนที่เริ่มทะเลาะกันหลังเทศกาลลอยกระทงเสร็จ ระหว่างนั้นผมก็พยายามประคับประคองความสัมพันธ์มาตลอด ทั้งๆที่ปากบอกว่ารักแต่ผมรับรู้ได้ว่ามันไม่เหมือนเดิม

          อิมขอผมด้วยการบอกว่าลองห่างกันสักพักดีไหมเผื่ออะไรๆจะดีขึ้น ซึ่งผมก็ยอมและก็ยังเป็นคนคอยโทรหาตลอด แต่ไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆอีกแล้ว เรื่องที่อิมมาค้างกับผมที่หอก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเหมือนกัน จะมีก็เพียงแค่ผมที่เป็นฝ่ายไป

          แน่นอนว่าช่วงปิดเทอมเล็กเมื่อตอนธันวา-มกรา เราสองคนแทบจะไม่ได้ติดต่ออะไรกันเลย ทั้งๆที่ยังมีสถานะว่าเป็นแฟนกันอยู่ ด้วยความเหงาและความเศร้าที่มันปะปนกันอยู่ช่วงเวลานั้น มันทำให้ผมเองก็เริ่มที่จะเข้าหาคนใหม่ๆ  

          เมื่อเปิดเทอมสองมาได้หนึ่งอาทิตย์ซึ่งก็คือเดือนที่แล้ว สุดท้ายผมก็ขี้ขลาดเกินกว่าจะทำใจได้ว่าอีกฝ่ายหมดรัก ผมจึงเลยชิ่งตัดสินใจบอกเลิกก่อนด้วยเหตุผลที่ว่ารู้สึกเข้ากันไม่ได้ แถมอิมยังมีคนใหม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับแต่โดยดี

          ผมคิดมาตลอดนะว่าเหตุผลนี้แม่งก็แค่ข้ออ้างของคนที่หมดรักกันแล้ว ซึ่งจริงๆมันก็หมายความว่าเข้ากันไม่ได้นั่นแหละ ในเมื่อฝ่ายหนึ่งรัก แต่อีกฝ่ายไม่ แล้วมันจะเข้ากันได้ยังไงล่ะจริงไหม มาเจอกับตัวถึงได้รู้ ต่อให้เรารักเขามากแค่ไหน คนไม่ใช่ รักให้ตายยังไงก็คือไม่ใช่อยู่ดี

          จุดนั้นผมเองก็ประคองไปไม่ไหวแล้วเหมือนกัน การยึดอีกฝ่ายไว้กับตัวเองก็ดูจะเห็นแก่ตัวไป เลยต้องยอมปล่อยทั้งที่ข้างในแม่งโคตรพัง ผมยอมรับว่าชอบอิมมาก ไม่เคยชอบใครแบบนี้มาก่อน ที่ทำไปก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนดีอะไรขนาดนั้นหรอก แค่รู้สึกว่ายังไงก็หาใหม่ได้ แต่มันไม่ได้ไงวะ

          ถึงตอนนี้ทั้งๆที่ผมคิดว่าทำใจได้แล้วแต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ยังเจ็บอยู่เหมือนเดิม เพราะเหตุผลเดียวคือยังลืมเขาไม่ได้

          ผมไม่รู้ว่าตัวเองเดินกลับมานั่งลงที่โต๊ะตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ตักโจ๊กร้อนๆเข้ามาในปากตัวเอง จังหวะนั้นหน้าคงจะตึงมากมั้ง ซ้ำยังไม่พูดไม่จา จนพี่ตองมันถาม ผมก็บอกออกไปตามตรง แล้วก็โดนพี่มันล้อพร้อมทั้งด่าว่าโง่อีก

          สัด ไม่ช่วยอะไรน้องยังจะมาซ้ำเติมอีก

          “เปลี่ยนใจละ คืนนี้ผมบวก

          “มึงอย่าลืมนะว่าจ่ายเอง

          “ได้

 

 **********

 

          พอมาคิดๆดูแล้วก็ต้องถามตัวเองอีกว่า...กูมาทำอะไรที่นี่วะ!

          รู้สึกพลาดมากที่ปล่อยให้พวกพี่ตองแม่งมอมจนตอนนี้หัวเสียบอยู่กับโต๊ะ ดูเวลาก็เพิ่งจะสี่ทุ่มกว่า อีกสองชั่วโมงผมจะเอาชีวิตรอดได้ยังไงวะ

          แต่ไม่เป็นไร วันนี้ตั้งใจมาเมานี่หว่า

 

วันที่เธอปล่อยมือใจฉันเองแทบบ้า

ร้องเรียกเธอจนน้ำตาไม่เหลือสักหยด

อย่าทิ้งฉันไปได้ไหม อย่าทำอย่างนี้ได้โปรด...

 

          แล้วร้านแม่งเสือกเล่นเพลงใจหมาด้วยนะ ไม่เห็นใจกูอีกแล้ว แดกครับ อย่างนี้มันต้องแดกให้ลืม ถึงความเป็นจริงจะไม่มีท่าทีว่าจะลืมเลยก็เถอะ

          ทั้งหัวใจของหมามันมีแค่ห้องเดียว มีให้คนที่รักคนๆ เดียวเท่านั้น แม้ว่าโดนปล่อยทิ้งยังคงรอคอยนับวัน คนที่มันรักจะกลับมา เหมือนเคย...”  

          ผมแหกปากร้องจนคอแทบแตก พี่กีฬารินเหล้ามาให้เพียวแค่ไหนก็กระดกมันแค่นั้น ไม่สนด้วยว่าโดนพี่ตองมันล้วงมือเข้ามาในกระเป๋ากางเกงแล้วค้นเอาอะไรไปไม่รู้ ช่างแม่ง ผมเอาเงินติดตัวมาแค่ 200 บาท ไม่มีทางได้แดกเงินผมหรอก

          เพราะว่าใจของหมามันมีแค่ที่เดียวววว เว้นว่างใจเอาไว้คนๆ เดียวเท่านั้นแม้ว่าจะถูกทิ้งยังคงรอคอยสักวัน คนที่มันรักจะกลับมาที่เดิม...ฮือออออ” เอ้า นี่ผมร้องไห้หรอ

          อ่อนแอจังวะพี่ตองตบหลังปลอบใจเพราะเห็นว่าผมกุมขมับตัวเองแล้วสูดน้ำมูกร้องไห้ไปด้วย

          เกมว่ะพี่

          “มึงยังต้องเจอคนอีกเยอะจิน คนที่มันไม่ใช่ก็ปล่อยเขาไป

          “........”

          “อย่าลืมดิว่ามึงเป็นคนบอกเลิกเขา มึงเป็นคนเลือกของมึงเอง

          “ผมรู้พี่ แต่ผมลืมเขาไม่ได้ เขาแม่ง...

          “เออ ระบายออกมา กูฟังอยู่

          หลังจากนั้นผมก็พูดจนหมดเปลือกซึ่งพี่ตองก็รับฟังอย่างดี

          ผมทรุดลงนั่งอีกครั้งเมื่อเพลงที่นักดนตรีเล่นเปลี่ยนไป ก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะเพราะยกหัวไม่ขึ้นแล้ว พี่ตองขอตัวไปเข้าห้องน้ำและสั่งให้ผมนั่งรออยู่เฉยๆตรงนี้

          ไม่รู้เหมือนว่าสติวูบหายไปนานแค่ไหนจนกระทั่งรู้สึกว่ามีร่างหนึ่งนั่งลงข้างๆ เป็นใครไม่รู้เพราะไม่ได้มอง แต่มันพยายามยกหัวผมขึ้นแล้วเอาแก้วอะไรสักอย่างยกขึ้นมาบังคับให้ผมกิน พอน้ำสัมผัสปากปุ๊บถึงได้รู้ว่าเป็นน้ำเปล่า

          มันเทใส่หน้าผมด้วย ไอ้เหี้ยยย

          “ทำไรวะ” ผมสะบัดแขนมันออก มองหน้าอีกฝ่ายตรงๆ หน้าคุ้นมากเว้ย แต่ในร้านมืดมากเลยทำให้มองอะไรไม่ค่อยชัด ที่สำคัญภาพข้างหน้าผมนี่หมุนติ้วๆเลย และที่แน่ๆไอ้นี่ก็ไม่ใช่พี่ตองด้วย

          “นี่กี่นิ้ว” มันถาม เสียงยิ่งคุ้นไปอีก ก็พอจะรู้แล้วว่าเป็นใคร แต่มันรู้ได้ยังไงวะว่าผมอยู่ที่นี่

          “สอง

          “สัด มึงเมาแล้ว กลับหอ” ด่าจบมันก็ลากตัวผมออกมาจากร้าน คุยอะไรกับพี่ตองไม่รู้จนกระทั่งเดินกระชากลากถูกันออกมาที่ลานจอดรถ พอโดนไฟฉายส่องหน้าจากพนักงานเฝ้ารถของร้านเข้า ผมถึงได้รู้แน่ชัดว่าเป็นไอ้บอม

          มันขมวดคิ้ว รีบหันไปสั่งให้พนักงานเอาไฟฉายลง อีกฝ่ายก็ทำตามแต่โดยดี

          “ปล่อยกู” ผมแกะมือมันออก

          “เอากุญแจรถมา

          “กูไม่กลับ

          “จิน

          “สัด ปล่อยกู”   

          “มึงเมา มึงขับรถเองไม่ได้

          “กูจะขับไม่ขับยังไงก็เรื่องของกู ตอนนี้กูยังไม่อยากกลับ

          “ทำไม เป็นไร” 

          กูจะเป็นไรแล้วมึงมายุ่งอะไรด้วยวะ

          “กูถามจริงๆ เป็นเหี้ยไรดูเหมือนมันจะเริ่มหงุดหงิดแล้วที่ผมเอาแต่ผลักอกมันออกห่าง

          “เออ เป็นเหี้ยไรก็เรื่องของกู

          “จิน

          “ไปไกลๆเลยมึงอ่ะ แม่ง

          “จะไม่กลับดีๆใช่ไหม” คราวนี้มันพูดเสียงนิ่ง แต่การกระทำโคตรต่าง แม่งกระชากผมกลับมาเมื่อเห็นว่าผมทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในร้าน ก่อนจะดันให้หลังของผมติดประตูรถ แรงกระแทกทำให้รู้สึกเจ็บขึ้นมา รถกูจะบุบไหมเนี่ย แรงควายขนาดนี้ 

          “ทำไมวะบอม

          “.........

          “ทำไมมึงไม่เลิกยุ่งกับกู!”

          “หมาขี้เรื้อน มึงเมาแล้ว” มันรีบปรามเมื่อผมขึ้นเสียง แต่ไม่สนแล้วเว้ย มึงทำกูเจ็บเมื่อกี้ ใจนี่เดือดปุดๆ

          “กูชอบผู้หญิง” 

          “รู้แล้ว

          “ก็เลิกยุ่งกับกูดิ” 

          “........” คราวนี้มันจ้องหน้าผมเขม็งและเป็นผมเองที่ต้องเป็นฝ่ายหันหน้าไปมองทางอื่น

          กูไม่ได้ชอบมึง”  

          “บอกว่ารู้แล้วๆ จะย้ำให้เจ็บทำไมวะ

          “รู้แล้วก็ไม่ต้องมายุ่ง เลิกโทรมา ไม่ต้องมาให้กูเห็นหน้าด้วย รำ...อื้อ!!!!” 

          ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

          แทบจะตาถลนออกมาจากเบ้าเมื่อถูกมันจับหัวแล้วก้มลงมาประกบปากจูบอย่างรวดเร็ว 

          ไอ้บอมเบียดริมฝีปากของมันเข้ามาจนผมหายใจไม่ออก แม้จะทั้งทุบทั้งเตะสะเปะสะปะไปทั่วแล้วแต่มันก็ยังไม่ฟัง กระทั่งร่างของผมเริ่มหมดแรงแล้วนั่นแหละมันถึงยอมผละออก แต่ไม่ขยับหน้าไปไหน ไอ้เหี้ยเอ๊ยยย!

          “จะพูดอีกไหม” 

          “ไอ้สั....อื้อ!!” บดปากกูอีก เท่านั้นไม่พอแม่งยังเลื่อนหน้ามาคลอเคลียอยู่ที่หูกูอีก

          “จะกลับไม่กลับ” มันกระซิบอยู่ที่ริมหู กระซิบเฉยๆทำไมต้องทำเสียงกระเส่าด้วยวะ อารมณ์ดราม่าเมื่อกี้กูหายไปเลย

          “........

          “ไม่ตอบ แสดงว่าไม่กลับ งั้นกูจับมึงแดกตรงนี้แล้วนะ

          “อะ...ไอ้เหี้ย...เดี๋ยว” โกยอากาศเข้าปอดอยู่โว้ย! พูดไม่ได้ไง ปากกับขานี่สั่นไปหมดจนมันต้องใช้แขนข้างหนึ่งประคองผมเอาไว้ มาสูบแรงผมไปแล้วยังจะมาบังคับให้ผมพูดอีกไอ้คนใจหมา 

          เมื่อเห็นว่าผมไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับไป มันก็ก้มลงกระซิบอีกครั้ง

          คราวนี้ทั้งขบหู ทั้งเป่าลมใส่ด้วย

          กลับเถอะ ทนไม่ไหวแล้ว

          เออ กลับก็ได้วะ!!

               

 

               




TBC.

มาลงแล้วจ้า หายไปนานเลย ขอโทษนะคะ 

เป็นตอนที่ยาวมากกก 21 หน้า จะตัดก็เดี๋ยวค้างกันอีก 

แบบเขียนไปก็คิดว่า มันเร็วไปปะวะ พึ่งตอนหกเอง 55555

แก้หลายรอบมากๆ อาจจะมีคำผิดหรือพิมพ์ตกยังไงจะกลับมาแก้นะคะ

หลังจากนี้ก็อาจจะหายไปสอบไฟเน่าสักพัก

ความรู้ในสมองไม่มีเลย รู้สึกเน่าจริงๆ แล้วเจอกันตอนต่อไปเด้อ 

ฝากคอมเมนต์และติดแท็ก #มนุษย์นิติสังคมและคนรัก กันด้วยนะคะ


เอาเสื้อช็อปปีหนึ่งมาให้ดูด้วย เป็นช็อปบางที่ต้องล็อคใน แบบเห็นทีไรต้องใจเต้นตลอด แพ้ 5555555







               

               

                

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.422K ครั้ง

5,729 ความคิดเห็น

  1. #5724 Mejung-Muji (@Mejung-Muji) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 18:20
    โอ้ยคุณนิติกรทำมัยเละเทะอย่างนี้
    #5724
    0
  2. #5686 monsita5655 (@monsita5655) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 18:18
    ย้ากกกก ฟินนนนนน
    #5686
    0
  3. #5679 Icedly (@Icedly) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 22:19
    เกร้ดดดเดดเ
    #5679
    0
  4. #5667 preem77 (@preem77) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 12:02
    พิ่มันร้าย€€€€€
    #5667
    0
  5. #5635 Mah_che_mimi_ku (@Mah_che_mimi_ku) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 21:54
    ฮาร์ดคอร์มากแม่!!! แต่งื้อออออ แพ้เลยยย เขินนน
    #5635
    0
  6. #5615 howwwto (@howwwto) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 22:04
    กูแพ้หนุ่มนิติ ฮรุก
    #5615
    0
  7. #5614 howwwto (@howwwto) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 22:04
    กูแพ้หนุ่มนิติ ฮรุก
    #5614
    0
  8. #5588 wilawansaefong (@wilawansaefong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 00:07
    มันดีจริงๆt_t
    #5588
    0
  9. #5480 sichul (@hanjaheebum) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 23:37
    โอยย จะม่าก็ไม่สุด มีแฟนเก่าเข้ามาอี๊กกก
    #5480
    0
  10. #5467 Scintillating (@Thelasista) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 03:23
    บีบอมต้องใจเย็นๆนะ 5555555555 เขินจูบมาก อยากวิ่งไปกี้ด
    #5467
    0
  11. #5466 คยองซู_lovelove (@aimmydek-d) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 03:14
    แต่แบบเค้าจูบกันละแม่&#8203; ตายไปเลยจ้าาาาา><กรีดร้อง
    #5466
    0
  12. #5465 คยองซู_lovelove (@aimmydek-d) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 03:14
    ชอบความแจ็คชอบชง555ละที่เศร้านี่เพราะลืมอิมไม่ได้หรือเพราะรู้ว่าบอมเคยมีแฟนละคิดว่าเค้าโกหกจ้ะ
    #5465
    0
  13. #5416 iam921 (@iam921) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 16:34
    ทนไม่ไหวแล้วววววววว&#8203; วี้ดดดดด
    #5416
    0
  14. #5397 IPINOCKIO (@sawasdeebutter) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 20:47
    ไปซื้อไอติมให้หมา, รอเซเว่นปิด กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ใจเหลวไปหมดแล้วค่าาาา ทำไมอิฉันจะต้องมาเขินกับประโยคสั้นๆแบบนี้ด้วยย คือประสั้นสั้นแต่โดนทุกดอกเอาจริง บีบอมคนจริง!!!!
    #5397
    0
  15. วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 18:45
    นายวิศวกร!!!! ใจเย็น!!!! กี้ดดดดด >< เป็นไงล่ะจิน ดื้อดีนัก หึหึ
    #5386
    0
  16. #5348 wiyadasama (@wiyadasama) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 10:27
    กรี๊ดดดดดดดดจะได้กันไหม555555
    #5348
    0
  17. #5297 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 08:40
    บอมใจเย็นๆก่อนนนนนนนนน จ้องแต่จะจับจินกินอ่ะคนเรา 5555555555
    #5297
    0
  18. #5280 19981010 (@19981010) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 14:20
    ชั้นจะเม้นว่าเขินทุกตอนไม่ได้ บ้าจริง!
    #5280
    0
  19. #5272 Ppandada (@ppandada) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 15:58
    เขินไม่ไหวแล้ว ยัยน้องน้อยยแงงงงงชอบสุดๆไปเลย
    #5272
    0
  20. #5243 bobbikim (@bob-ruttana) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 13:15
    ฉันนั่งยิ้มลำพังหัวเราะลำพังเลยจ้าาาาา &#9786;
    #5243
    0
  21. #5238 Dollyjija77 (@Dollyjija77) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 21:26
    โ้วย้ย้ย้ย้ย เขินนนตัวบิดตัวเบือนฮือบอมมมมมม ลุนแลงมาแม่อึ้ง จินนี้หงอยเลยฮือออออออ
    #5238
    0
  22. #5213 Bee Pee Wee (@soohot) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 15:36
    พอเขาบอกทนไม่ไหวนี่รีบกลับเลยนะลูก
    #5213
    0
  23. #5200 The-ChaBae (@The-ChaBae) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 02:16
    ใจเย็นๆนะบอมนะะะะ
    #5200
    0
  24. #5173 แม่ม๑น้oe (@kunlanid_far) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 21:02
    บอม เบาหน่อยลูก เบาหน่อย
    #5173
    0
  25. #5099 Sweet_Memory (@sweet_memory) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:02
    โอ๊ยยยยยย ไปจับเค้ากินได้หรอออ
    #5099
    0