หล่อร้ายนายวิศวะ Bad Engineer

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 การกลับมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    26 มี.ค. 63

บทที่4 การกลับมา

Tiger

หลายวันมานี่นอกจากจะไปมหาลัย คอนโด ก็มีแค่สนามนี่แหละที่ผมมา บางวันผมก็นอนที่สนามเลย ส่วนพวกเพื่อน ๆ ของผมมันก็มาหาผมบ้าง แต่เพราะพวกมันรู้จักนิสัยผมดีว่าเวลาที่ผมเก็บตัวอยู่ที่สนามก็เพราะผมต้องการอยู่คนเดียว พวกมันจะมีแวะมาดูผมแค่เป็นครั้งคราวเพราะความเป็นห่วง ช่วงนี้ผมไม่ได้ไปหาโมน่าเลย เธอเองก็ไม่ได้งี่เง่าที่จะเซ้าซี้ว่าผมไปไหนให้ผมรำคาญ แต่เราก็คุยกันทุกวัน ผมบอกโมน่าว่าช่วงนี้ผมต้องเก็บตัวเพื่อเตรียมลงแข่ง เธอเองก็รับรู้ แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับการแข่งของผมในแต่ละครั้ง เธอเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เราคบกัน แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะผมไม่บังคับเธอให้ชอบในสิ่งที่ผมชอบ โมน่าเป็นคนรักสวยรักงาม เธอจะคอยดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลา ยิ่งถ้าให้ออกมายืนเชียร์ผมข้างสนามยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย แต่สำหรับผมมันไม่ใช่ปัญหาหรอกกับเรื่องแค่นี้ ผมว่ามันดีซะอีกที่เธอไม่ต้องมาอยู่ข้างสนามเพื่อตกเป็นเป้าสายตาให้ใครต่อใครมอง เพราะผมหวง และที่ผมมาขลุกอยู่ที่สนามทั้งวันทั้งคืน ก็เพราะการแข่งขันที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี่แหละ ไม่ใช่เพราะผมกังวลหรอกนะเรื่องผลแพ้ชนะหรือแม้กระทั่งกับเงินเดิมพันที่วางกันไว้ แต่ผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้แม็กซ์มันถึงทำในสิ่งที่พวกเราทุกคนคาดไม่ถึง พวกเราทุกคนรู้ว่าไอ้แม็กซ์มันมีสองด้านเสมอ ตลอดเวลาที่พวกเราคบกันมามันจะแสดงแต่ด้านบวกออกมาให้พวกเราเห็นเท่านั้น ตั้งแต่มันหายไปโดยที่ไม่บอกไม่กล่าวพวกเรามันทำให้พวกเรายิ่งสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น การกลับมาของไอ้แม็กซ์ครั้งนี้พวกเราทุกคนดีใจรวมถึงผมเองด้วย ผมบอกไอ้วินซ์และไอ้นอร์ทเรื่องแข่งรถระหว่างผมกับไอ้แม็กซ์ แต่สิ่งที่ผมยังไม่กล้าจะบอกกับพวกมันก็คือ ไอ้แม็กซ์กลับมา แต่มันมาพร้อมกับด้านมืดที่พวกเรารู้ดีว่ามันน่ากลัวแค่ไหน แต่ถึงมันจะร้ายแค่ไหนผมก็ไม่ได้กลัวมัน เพราะผมรู้จักมันดีกว่าคนอื่น ๆ มันเป็นคนมีเหตุผล แต่ที่ผมจะต้องรู้ให้ได้ก็คือ มันกำลังปิดบังอะไรพวกเราอยู่เท่านั้นเอง

 

 

แม็กซ์

บ้านมาลิน

“สวัสดีครับคุณน้า” ผมไหว้พ่อและแม่ของมาลิน

“อ้าวตาแม็กซ์ มาพอดี มาทานข้าวเช้าด้วยกันก่อน” คุณน้าแม่ของมาลินเอ่ยชวนผม

“ขอบคุณครับ ผมเองก็ตั้งใจจะมาฝากท้องกับคุณน้าเหมือนกัน คิดถึงฝีมือคุณน้าจะแย่” ผมพูดออกไปตามความจริง เพราะคุณน้าทำอาหารอร่อยมาก ขนาดคุณแม่ผมที่ว่าเป็นคนช่างเลือกอาหาร ยังติดใจ

“งั้นนั่ง ๆ ก่อน เดี๋ยวยัยลินก็คงลงมาแล้วล่ะ” คุณน้าพูดแล้วเดินเข้าไปในครัว

“มาแล้วค่า......ขอโทษทุกคนนะคะที่ให้รอนาน.....อ้าวพี่แม็กซ์มาแต่เช้าเลย” พอยัยตัวแสบลงมาถึงก็ทำเสียงดังเอะอะไปลั่นบ้าน

“ก็เพิ่งจะมานี่แหละ แล้วเราล่ะ ทำไมลงมาช้านักล่ะ คุณน้ารอทานข้าวอยู่” ผมบ่นยัยตัวแสบที่ลงมาช้าให้ผู้ใหญ่ต้องรอ โตแล้วจะทำตัวเป็นเด็กอีกไม่ได้แล้ว ต้องคอยเตือนซะบ้าง

“ก็เค้าตื่นสาย.......เค้าขอโทษษษษษษษษ” มาลินพูดพร้อมทำหน้าสำนักผิด

“เอาเถอะ ๆ ทานข้าวกันเด็ก ๆ เดี๋ยวจะเย็นกันซะหมด” คุณน้าพ่อของมาลินเห็นว่ายัยตัวแสบกำลังจะดราม่าก็เลยรีบตัดบท เพราะถ้ายัยแสบร้องไห้ทีไร พวกเราทั้งบ้านจะต้องปวดหัวกันใหญ่ เพราะพวกเราต้องคอยปลอบจนกว่าจะหยุดนั่นแหละ

หลังจากทานข้าวเสร็จผมก็ขออนุญาติคุณน้าทั้งสองพามาลินไปเที่ยวข้างนอกตามสัญญา

“ไปข้างนอกก็อย่ากลับให้มันมืดค่ำนักนะ” คุณน้าพ่อของมาลินกำชับก่อนที่พวกเราจะออกจากบ้าน

“ครับคุณน้า ไม่ค่ำครับ” ผมตอบ

"เราก็อย่าซนจนเกินไป โตจนจะเรียนจบอยู่แล้วไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ” คุณน้าแม่ของมาลินเอ่ยบอกผมและหันไปตักเตือนมาลิน

“ครับ/ค่า” เราสองคนตอบรับพร้อมกัน

“ผมไปก่อนนะครับ” ผมบอกลาอีกครั้ง

“หนูไปก่อนนะคะ เดี๋ยวจะซื้อขนมมาฝาก” ยัยตัวแสบหันไปบอกผู้ใหญ่ทั้งสองก่อนจะเดินไปขึ้นรถพร้อมกัน

“เราไปไหนกันก่อนดีล่ะ” ผมถาม

“ขึ้นดอยไปไหว้พระกันก่อน พอตอนเที่ยงก็ไปหาอะไรทานที่ห้าง หลังจากนั้นก็ไปเดินกาดหลวงกันนะ” ยัยตัวแสบบอกหมายกำหนดการที่จะไปวันนี้อย่างละเอียด นี่คงวางแผนมาแล้วละซิ

“งั้นไปกันเลยนะ” ผมตอบรับและออกรถทันที

 

มาลิน

วันนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขอีกวันที่ได้ออกมาเที่ยวสมใจอยาก ฉันเตรียมแผนการไว้ตั้งแต่เมื่อคืนว่าวันนี้จะไปไหนบ้างเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาคิด เพราะไม่ว่าจะไปไหน พี่แมกซ์ก็จะตามใจฉันอยู่เสมอ พี่ชายฉันน่ารักตลอดแหละ เช้านี้ฉันกับพี่แม็กซ์ขึ้นไปไห้วพระบนดอยกัน จากนั้นก็พากันไปเดินห้างและดูหนัง ตลอดทางที่ฉันเดินมากับพี่แมกซ์ มีแต่คนหันมอง ก็พี่ชายฉันหล่ออย่างกับโอปป้าเกาหลีซะขนาดนั้น ผู้หญิงคนไหนที่เห็นก็ต้องน้ำลายไหนทั้งนั้น ส่วนฉันก็ทำหน้าที่น้องสาวที่คอยหวงพี่ชายได้อย่างออกนอกหน้า เพราะตลอดทางที่เราเดินด้วยกัน ฉันจะจับแขนพี่แม็กซ์ตลอด และด้วยความที่เราห่างกันแค่สองปี ก็อาจจะทำให้ใครต่อใครมองว่าเราเป็นคู่รักกันไปซะมากกว่า

“แกะแขนพี่ขนาดนี้ แล้วจะมีสาวที่ไหนเข้ามาหาพี่ล่ะ” พี่แม็กซ์เอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน ที่เห็นฉันออกอาการหวงพี่ชาย

“ก็ดูพวกผู้หญิงพวกนั้นมองพี่ซิ ถ้ากลืนได้เขาคงกลืนไปแล้วน่ะ” ฉันพูดทั้งที่ทำปากยื่น ๆ

“555555.........พี่ขายไม่ออกพอดี” แล้วพี่แม็กซ์ก็ยกมือมาลูบหัวฉันแบบที่ชอบทำ แต่ฉันรู้ดีว่าพี่แมกซ์ไม่ได้โกรธที่ฉันคอยหวงเขา เพราะถ้าฉันไม่จับเขาซิ เขาจะโกรธฉันมากกว่า เพราะอะไรนั่นหรอ

“หรือว่าพี่จะให้หนูปล่อยก็ได้นะ หนูจะได้มีผู้ชายหันมามองบ้าง......หนูก็อยากขายออกเหมือนกัน” ฉันพูดพร้อมปล่อยมือออกจากแขนพี่แม็กซ์พร้อมกับเดินนำไปโดยไม่สนใจพี่แม็กซ์อีก

“กลับมานี่เลยยัยตัวแสบ” พี่แม็กซ์ทำเสียงดุใส่ฉันทันทีที่ฉันปล่อยแขนและเดินไปอย่างไม่รอ

“เค้าล้อเล่นหรอกน่า........รู้แล้วว่าเป็นห่วง” ฉันรีบหันไปจับแขนพี่แม็กไว้เหมือนเดิมเพราะตอนนี้พี่แม็กซ์ทำหน้าแบบที่ฉันไม่ชอบอีกแล้ว ไม่บ่อยนักที่เขาจะแสดงอาการแบบนี้ออกมาให้ฉันได้เห็น พี่แม็กซ์จะคอยห่วงฉันทุกครั้งกลัวว่าจะมีใครมาหลอกไปง่าย ๆ เพราะฉันเป็นคนมองโลกในแง่ดี นี่แหละเป็นสาเหตุที่ฉันต้องคอยเกาะแขนพี่แม็กซ์ทุกครั้งที่ไปไหนมาไหน จนใคร ๆ ที่เห็นเข้าใจว่าเราสองคนเป็นแฟนกันไปแล้ว

“แล้วนี่เรากลับไปเรียนวันไหน” พี่แม็กซ์ถามฉัน

“กลับวันจันทร์ตอนเย็นค่ะ” ฉันตอบกลับไป

“งั้นพี่กลับพร้อมเราเลยละกัน เราจะได้มีเพื่อนกลับด้วย จองตั๋วหรือยัง” พี่แม็กซ์จัดการเสร็จสรรพ

“ยังเลยค่ะ ว่าจะจองเย็นนี้” ฉันตอบ

“งั้นเดี๋ยวพี่จัดการเอง กลับพร้อมพี่นั่นแหละดีแล้ว พี่จะได้ไปดูด้วยว่าเรากินอยู่ยังไงเวลาอยู่คนเดียว” พี่แม็กซ์พูดซะยาวเหยีด ทำเหมือนอย่างกับฉันอายุสิบกว่าขวบอย่างงั้นแหละ

“ก็ได้ค่ะ” ฉันตอบรับไปเพราะไม่ได้ติดอะไร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น