มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 70 : บทที่ 70 มุมมืดในเมืองใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,743
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 388 ครั้ง
    14 ต.ค. 61

บทที่ 70 มุมมืดในเมืองใหญ่

 

หลังจากเลิกประชุมก็เป็นเวลาตอนเย็นมากแล้ว ชายหนุ่มผู้ว่างงานและพยายามทำให้ตัวเองว่างให้ได้ จากที่ได้มอบหมายงานต่างๆ มากมายที่ควรจะเป็นของตนเอง ให้กับเหล่าผู้ติดตามหัวหน้าการค้าคนทั้งสิบสอง และ AI เทพเจ้าทั้งสองแล้วอย่างสบายใจ

 

มากเมฆจึงพอจะมีเวลาออกมาเดินเล่นไปเรื่อยๆ เพื่อผ่อนคลายจิตใจสบายอารมณ์ และออกสืบหาข้อมูลและการกระทำอันไม่ชอบมาพากลของชาวดาวเคออส ที่ได้กระจายกำลังกันออกไปทั่วเมือง และยังมีกองกำลังสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และพวกพรรคมารที่อยู่ๆ ก็หายตัวไปเฉยๆ ทั้งที่ในตอนแรก พวกมันมีจุดมุ่งหมายมาที่โลกเวทมนตร์แห่งนี้โดยเฉพาะ ก็เพื่อที่จะเข้าร่วมงานประมูลเมืองเมฆเคลิ้มให้กลายเป็นฐานของพวกมัน แต่ในเวลานี้พวกมันทั้งหมดได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

 

ณ ย่านการค้าทรุดโทรมแห่งหนึ่งของเมืองเมฆเคลิ้ม ที่อยู่ไกลออกไปจากความเจริญของใจกลางเมืองแบบเทียบไม่ติด สถานที่เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นจุดที่ไม่ค่อยจะมีผู้เล่นคนไหนสนใจออกมาเดิน หรือเข้ามาเยี่ยมชมมากนัก

 

ยกเว้นก็แต่พวกโจร ขโมย เหล่านักฆ่า พวกมิจฉาชีพทำงานใต้ดินทั้งหลาย และพวกโลกมืดผู้ชั่วร้ายที่ชอบมาหาของแปลกๆ ในย่านการค้าแถวนี้ หรือพวกผู้เล่นฆาตกรที่โดนระบบหลักลงโทษไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็มักจะมีออร่าพลังสีเลือดแจ้งเตือนคนรอบข้างเสนออย่างเบาบางว่าเป็นฆาตกรโหดร้ายและมีค่าหัว และสถานที่เหล่านี้เองก็เป็นสถานที่แห่งเดียวที่พวกมันสามารถมาพักผ่อนหย่อนใจได้ และได้กลายมาเป็นย่านการค้าที่ไร้กฎเกณฑ์ใดๆ มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่เป็นคำตอบของทั้งหมด

 

แน่นอนว่าออร่าสีเลือดโหดร้ายเหล่านี้มากเมฆเองก็มีเช่นกัน แถมมีมากจนหนาแน่นและรุนแรงแบบสุดๆ อีกด้วย แต่หากเขาไม่ได้มีจิตสังหารฆ่าฟัน หรือกำลังต่อสู้อยู่กับใคร ปกติออร่าสีเลือดเหล่านี้ก็จะไม่ปรากฏออกมาให้เห็นหรือสัมผัสได้แม้แต่น้อย เพราะตั้งแต่มีค่าหัวในระดับสูงและสังหารผู้คนไปมากมาย อยู่ๆ เขาก็ได้รับระบบพิเศษในการควบคุมออร่าพลังเหล่านี้มา และช่วยเหลือในการปกปิดเอาไว้ได้เกือบทั้งหมดมากกว่า 70%

 

แต่ในภายหลังออร่าสีเลือดเหล่านี้มันได้ถูกควบคุมเอาไว้โดยไอเทมกำไลเวทพระเจ้าของเซเลเน่อย่างสมบูรณ์แบบ จนมากเมฆสามารถเปิดปิดออร่าพลังต่างๆ ของเขาที่มีอยู่ได้อย่างใจ ผ่านทางกำไลเวทพระเจ้าอันนี้ และคงต้องใช้ระยะเวลาเป็นสิบๆ ปีเลยทีเดียว กว่าออร่าสีเลือดเหล่านี้จะหมดไป เพราะเหล่าผู้เล่นที่ได้ถูกหายนะสีเงินสังหารโหดทั้งแบบตั้งใจ และไม่ตั้งใจนั้นมันมีมากมายเหลือเกิน

 

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไม่มีออร่าพลังอันน่าหวาดหวั่นเหล่านี้ หลุดออกมาแม้แต่น้อย ยกเว้นก็แต่เวลาแสดงตัวเป็นหายนะสีเงิน มากเมฆจะปลดปล่อยออร่าพลังด้านลบที่มีออกมาทั้งหมด เพื่อข่มขวัญอีกฝ่ายให้หวาดกลัว และหลีกหนีหายไปเอง

 

แต่ทว่าในระหว่างนั้นเองชายหนุ่มได้เกิดสนใจเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา เนื่องจากระหว่างที่เดินเล่นและออกสืบหาข้อมูลอยู่นั้น บังเอิญได้พบเข้ากับร้านเหล้าแห่งหนึ่งเข้า แน่นอนว่ามากเมฆไม่ใช่สายเมาเลยสักนิด และเห็นว่ามันก็เป็นแค่ระบบเกมอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

 

แต่ที่น่าสนใจก็เพราะภายในร้านเหล้าแห่งนี้ กับเต็มไปด้วยข้อมูลวงมากมาย ในข่าวสารที่หาไม่ได้จากแหล่งข่าวปกติทั่วไปนั่นเอง หลังจากที่รู้สถานที่แล้วมากเมฆก็ได้ปลอมตัว และปลดปล่อยออร่าของฆาตกรออกมา ก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในร้านเหล้าที่ดูสกปรกและเก่าแก่อย่างมาก ชายหนุ่มในชุดคลุมเวทโบราณทั้งตัว มองหาโต๊ะที่ยังว่างอยู่จากประตูทางเข้าร้าน และเดินไปนั่งยังโต๊ะที่ว่าง ก่อนที่จะมีเด็กเสิร์ฟเผ่ามนุษย์เพศหญิงที่ถูกสวมปลอกคอทาส เข้ามาถามว่าต้องการรับเครื่องดื่มอะไร ด้วยสีหน้าท่าทางราวกับไร้ชีวิตจิตใจ

 

ชายหนุ่มผมสีดำหน้าตาเต็มไปด้วยรอยสักแปลกประหลาด ไม่ชวนให้มองเลยสักนิด ได้สั่งเครื่องดื่มเป็นเบียร์เย็นๆ แก้วใหญ่มานั่งดื่ม และแอบฟังบทสนทนาของทุกคนภายในร้านอย่างใจเย็น พร้อมกับพยายามทำตัวกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมอย่างเต็มที่ด้วยความอดทน

 

ภายในร้านเหล้าเต็มไปด้วยผู้เล่นโรคจิต และ NPC ปกติที่เลวร้ายมากมาย ทั้งหมดเป็นบุคคลที่มีค่าหัวทั้งสิ้น และพวกมันกำลังพูดคุยถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เพื่อเตรียมตัวรับมือจากผลกระทบที่จะตามมา

 

".. ไอเวนเกอร์ ข้าได้ยินมาว่าพรุ่งนี้ไอ้พวกชั่วจากดาวเคออส มันจะยึดเมืองเมฆเคลิ้มนี่จริงเหรอวะ ไหนในข่าวบอกว่าพวกมันจะมาประมูลเมืองแบบปกติไง หรือพวกห่ารากนี้มันคิดเล่นไม่ซื่อวะ .." NPC ปกติเผ่ามนุษย์ที่ดูเหมือนผู้เล่นอาชีพโจรสลัดกากๆ พูดถามขึ้นเสียงดังแบบข้ามโต๊ะ ไร้มารยาทแบบสุดๆ สำหรับสังคมผู้ดีทั่วไป

 

".. ข้าก็ไม่แน่ใจว่ะ โรเจอร์ แต่จากที่ข้าได้ยินไอ้พวกทหารเลวของพวกมันหลายคน ได้โม้ให้ฟังตอนเมาไม่รู้เรื่องเมื่อวานนี้ที่ย่านโลกีย์ ตอนที่ข้ากำลังหลอกเงินจากพวกมันในร้านเหล้า ระหว่างที่กำลังเลือกผู้หญิงมนุษย์ที่เป็นทาสสาวสวยของข้าไปหลับนอนด้วย มันก็อาจจะเป็นไปได้ แถมนังทาสผู้หญิงคนนี้ มันยังได้ทำตามที่ข้าสั่งเอาไว้ ให้พยายามหลอกถามข้อมูลระหว่างที่กำลังมีอะไรกันจนแน่ใจ ยังไงคืนนี้พวกเราออกจากเมืองกันไปก่อน เข้าไปหลบในป่าใกล้ๆ ที่รังโจรเก่าของไอ้สามหมาดำสหายข้า เพราะยังไงข้าก็เคยช่วยเหลือมันมาครั้งหนึ่งยังไงมันคงไม่ขับไล่พวกเราแน่ๆ .." ไอเวนเกอร์พูดตอบ ชายวัยกลางคนที่เป็น NPC ปกติเผ่ามนุษย์ ดูภายนอกเหมือนพวก 18 มงกุฎที่ได้หลอกลวงผู้คนมาแล้วมากมาย แถมด้านหลังของมันยังเต็มไปด้วยทาสหญิงสาวน่าตาดีถึง 5 คน ที่แต่งกายด้วยชุดที่วาบหวิวอย่างมาก

 

".. แต่ข้าเพิ่งได้ข่าวมาใหม่ว่ะ สดๆ ร้อนๆ เลย ยังจำกันได้มั้ยวะ ไอเทมประหลาดที่พวกมันแอบขนเข้ามาทีละชิ้นทีละชิ้นอย่างลับๆ แล้วเอามาประกอบในเมืองเมื่อเร็วๆ นี้ หากอยากรู้ว่าอุปกรณ์พวกนั้นคืออะไร พวกเอ็งต้องเลี้ยงเหล้าข้าซะแล้ว ของถูกไม่เอาต้องของมีราคาเท่านั้นนะโว้ย .." ชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ที่เป็น NPC ปกติดั้งเดิมของเมืองเมฆเคลิ้ม แต่งกายคล้ายกับพ่อค้าเร่ทั่วไป กล่าวบอกด้วยท่าทางมั่นใจเต็มร้อยว่ายังไงงานนี้ก็ได้กินของฟรีแน่ๆ

 

ระหว่างนั้นเองชายหนุ่มผมสีดำชุดคลุมเวทโบราณก็ได้ลุกขึ้น และเดินเข้าไปร่วมวงสนทนากับอีกโต๊ะอย่างไม่เกรงใจใครหน้าไหน ในขณะเดียวกันก็ปลดปล่อยออร่าพลังของตัวเองออกมา จนคนในร้านหายใจแทบไม่ออกหลายคน หวาดกลัวและหมดสติไปเลยก็มีก่อนที่จะหยุดปลดปล่อยออร่าพลังสีเลือด พร้อมกับเลี้ยงเหล้าชั้นดีทุกคนในร้านเป็นการขอโทษ และแสดงตัวให้เห็นว่านี่ละคนรวย มาสิ เข้ามาเอา ?

 

".. โทษที โทษที พอดีน้องชายคนนี้ยังเป็นมือใหม่ในการสังหาร เลยควบคุมออร่าสีเลือดที่ว่าไม่ค่อยเก่ง ขอโทษพวกพี่ๆ ด้วยแล้วกัน เด็กเสิร์ฟเอาเหล้าอย่างดีออกมาเสิร์ฟให้ทุกคนในร้าน อยากจะกินอะไร ก็จัดเต็มไปเลย วันนี้ผมเลี้ยงเอง เอาเงินรับไป ไม่พอมาเอาเพิ่มได้  .." ชายหนุ่มผมสีดำหน้าตาเต็มไปด้วยรอยสักไร้ราคา ตะโกนบอกให้ทุกคนในร้านเหล้าได้ยิน พร้อมกับโยนถุงผ้าขาดๆ ที่เต็มไปด้วยเงินเหรียญทองจำนวนมาก ไปยังทางบาร์เทนเดอร์เจ้าของร้าน จนเหรียญทองในถุงถึงกับแตกกระจายเต็มโต๊ะของอีกฝ่ายไปหมด

 

แน่นอนว่าทุกคนในร้านไม่ได้ถือสาอะไร เพราะคนที่จะมาในสถานที่แบบนี้ได้ ก็เป็นพวกไม่สนใจอะไรและเลวระยำทั้งนั้นอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดภายในร้านกับกำลังตกใจและหวาดกลัวต่อออร่าสีเลือด และจิตสังหารที่เพิ่งจะปลดปล่อยออกมาตะกี้นี้ต่างหาก

 

มันรุนแรงบ้าคลั่งและเต็มไปด้วยพลังงานที่เรียกได้ว่าเลวร้าย สัมผัสใหม่แห่งความตายชัดๆ ระดับหายนะเลยก็ว่าได้ ด้วยเหตุนี้ทุกคนในร้านเหล้าจึงได้แต่แกล้งยิ้มและหัวเราะร่วมไปด้วยเท่านั้น แกล้งทำเป็นไม่สนใจและญาติดีกับชายหนุ่มในทันที เพราะหากไปทำให้ไอ้หน้ารอยสักประหลาดไม่พอใจ พวกมันทั้งหมดภายในร้านอาจจะตายแบบโง่ๆ ก็เป็นได้ แต่ก็มีบางส่วนสนใจเงินทองของอีกฝ่ายมากกว่า และพยายามเข้ามาผูกมิตรกันเอาไว้ และแต่ละคนก็มีจุดหมายที่อ่านง่าย และมองออกอย่างชัดเจนจริงๆ

 

".. ตะกี้ได้ยินที่พวกพี่ชายคุยกัน ผมว่าคนรอบๆ ข้างก็สนใจนะ เอางี้ผมเลี้ยงเหล้าพี่เองจะแพงแค่ไหนก็ไม่ว่า แต่ช่วยบอกให้รู้ทีว่าไอ้ที่เอามาประกอบอะไรนั่นมันคืออะไร หากเลวร้ายผมจะได้รีบหนีออกจากเมืองไปด้วย .." ชายหน้ารอยสักถามขึ้นด้วยสีน่าท่าทางอันเป็นมิตร

 

พ่อค้าเร่ได้ยินคำถามและได้เห็นอาวุธปืนที่อีกฝ่ายกำลังถืออยู่ ก็เกิดกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพราะเท่าที่ตนเองสัมผัสและสามารถตรวจสอบได้ ชายหนุ่มตรงหน้าอันตรายอย่างมาก หากพูดโกหกออกไปมีหวังได้ตายแน่ๆ จึงได้ตัดสินใจเลือกตอบคำถามของอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา

 

".. ได้ๆ ทำไมจะไม่ได้ ส่วนเหล้าขอบใจจริงๆ  ฮ่า ฮ่า ฮ่า .." พ่อค้าเร่ดื่มเหล้าราคาแพงที่เพิ่งถูกเอามาเสิร์ฟในทันทีให้หมดในทีเดียว เพื่อปลุกใจและปรับสภาพอารมณ์ของตัวเองอย่างช้าๆ จากความหวาดกลัว

 

".. คืองี้น้องชาย เมื่อวันก่อนได้มีคนรู้จักกันที่เป็นขโมยมือดีของเมืองนี้ ได้ผ่านไปเห็นอุปกรณ์ที่ว่าเข้าให้ บริเวณหอคอยสูงแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของกำแพงเมืองที่ยังแข็งแรงดี และได้ใช้สกิลตรวจสอบอุปกรณ์ที่ว่า บังเอิญคนรู้จักมีหลายอาชีพ อาชีพของนักประเมินราคาและนักตรวจสอบไอเทมก็เป็นหนึ่งในนั้น จึงสามารถรู้ว่าได้อุปกรณ์ไอเทมพวกนั้นคืออะไร .."

 

".. พวกมันเป็นอุปกรณ์จำพวกกระจายคลื่นอนุภาคบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไรเหมือนกัน พอดีว่าต้องรีบหนีออกมา เพราะมีทหารยามเดินเข้ามาพอดี คนรู้จักเลยต้องรีบหนีออกมาก่อน เรื่องที่รู้ก็มีเท่านี้ หวังว่าน้องชายจะพอใจกับคำตอบนะ .." พ่อค้าเร่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ ตลอดเวลา และไม่กล้าโกหกเลยสักคำเดียว และแน่นอนแล้วว่าไอหมอนี้พ่อค้าเร่ มันกะจะมาหลอกแดกฟรีตั้งแต่แรกแล้วนั่นเอง

 

แต่ข้อมูลที่ได้ก็ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อย เพราะยังไงก็ได้รู้ถึงสถานที่ตั้งมาด้วย หมดไปหมื่นเหรียญทองก็ถือว่าธรรมดา

 

หลังจากนั้นมากเมฆยังได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร กับทุกคนภายในร้านเหล้าต่ออีกเกือบ 30 นาที และได้ข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่าของทางชะตาไทยเสียอีก ทำให้มากเมฆสรุปข้อมูลได้ดังนี้ แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด 100% เพราะข้อมูลที่ได้รับมายังไม่ได้รับการยืนยันใดๆ

 

1.ชาวดาวเคออสไม่ได้ตั้งใจมาแค่ร่วมงานประมูลเพียงอย่างเดียว แต่มาเพื่อทดสอบอุปกรณ์บางอย่าง ที่อาจจะมีมากกว่าไอเทมลดระดับเลเวล หลังจากที่เอาชนะการประมูลได้แล้วอย่างถูกต้อง

 

เพราะโดยปกติแล้ว หากไม่ใช่ช่วงเวลากิจกรรมสงคราม กลุ่มกิลด์จากดาวดวงอื่นจะไม่สามารถใช้กำลังเข้ายึดเมืองได้ ต่อให้ทำลายตราสัญลักษณ์ประจำเมืองก็ตาม แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเพราะท่านเจ้าเมืองได้ทำเรื่องเปิดประมูลเมืองผ่านทางระบบหลัก

ทำให้กลุ่มอำนาจจากดาวดวงอื่น สามารถเข้าร่วมประมูลได้เป็นกรณีพิเศษและกลายมาเป็นช่องโหว่ให้ในอนาคตจะต้องมีเมืองอีกมาก ที่ถูกนำเอามาประมูลขายแบบนี้จากพวกทรยศดาวแม่ของตัวเองอีกเป็นจำนวนมาก

 

2.การหายไปของพรรคมารพิษสวรรค์ จากที่ได้รับฟังข้อมูลข่าวสารและหาข้อสรุปได้เล็กน้อย ดูเหมือนพรรคมารได้เดินทางมายังเมืองเมฆเคลิ้มเป็นจำนวนมาก และมาพร้อมๆ กับชาวเคออส มีความเป็นไปได้ว่าพวกมันเป็นพันธมิตรกันตั้งแต่แรก และทั้งหมดได้กระจายกำลังกันออกไป ตามสถานที่ต่างๆ และปกปิดตัวตนเอาไว้ จนไม่สามารถจะตรวจสอบได้ คล้ายกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่างอยู่

 

3.ไอเทมอุปกรณ์ที่ถูกนำเข้ามาประกอบ มีขนาดใหญ่โตมาก และไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้โดยง่าย คล้ายตัวกระจายคลื่นสัญญาณอะไรบางอย่าง ถูกติดตั้งและกระจายตัวไปรอบๆ กำแพงเมืองและสถานที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก แถมยังมีทหารรับจ้างของดาวเคออสอยู่เฝ้ารักษาการณ์อยู่ตลอด 24 ชั่วโมงและไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าใกล้ได้เลย และในระหว่างที่กำลังพูดคุยกัน มากเมฆยังได้ข้อมูลใหม่มาด้วยว่า กองกำลังสนับสนุนจากดาวเคออสเพิ่งได้นำเอาอาวุธปืนแบบใหม่ที่มีขนาดใหญ่เข้ามาด้วยเป็นจำนวนมาก และถูกจัดส่งไปยังกองกำลังทั้งหมดทุกคนเมื่อไม่ถึง 1 ชั่วโมงที่แล้วนี้เอง

 

ไม่นานนักหลังจากที่ได้จ่ายเงินและเหมาร้านเหล้าไว้ทั้งวันแล้ว เป็นการตอบแทนสำหรับข่าวสารมากมาย ชายหนุ่มหน้ารอย จึงได้เอ่ยบอกลาทุกคน และขอตัวไปดูให้เห็นกับตาสักหน่อยว่าไอ้เจ้าเครื่องอุปกรณ์กระจายคลื่นที่ว่าหน้าตามันเป็นยังไง

 

หลังจากที่มากเมฆออกมาแล้ว ผู้คนภายในร้านเหล้าถึงกับดีอกดีใจ ร้องไห้ที่รอดมาได้ ไม่ถูกฆ่าทิ้งแบบโง่ๆ และขอบคุณกันและกันที่ที่ร่วมมือ ไม่สร้างปัญหาและยินดีบอกข้อมูลข่าวสารที่รู้ ให้กับอีกฝ่ายอย่างไม่ปิดบัง เพราะยังไงวันนี้ก็ได้กินฟรีและไม่ตาย ทั้งหมดจึงจัดหนักก่อนที่จะออกจากเมืองในค่ำคืนนี้อย่างเปรมปรีดิ์

 

เพราะทั้งหมดสังหรณ์ใจว่าจะต้องมีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นแน่นอน นั่นก็เพราะ NPC ปกติทุกคนจะมีสัมผัสพิเศษในเรื่องของการเอาตัวรอด และจะสัมผัสได้ถึงหายนะอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ทำให้สามารถเอาตัวรอดและหนีจากความตายได้อยู่เสมอ

 

มากเมฆเคลื่อนไหวไปมาด้วยความรวดเร็วราวกับลำแสงสีดำที่พุ่งผ่านท้องฟ้ายามราตรี พร้อมกับใช้บทเวทมนตร์ปกปิดการมองเห็นร่างกายหลากหลายบทเวท และยังมีบทเวทมนตร์ร่างวิญญาณที่ทำให้คนอื่นๆ ไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนได้แม้จะอยู่ใกล้ๆ ก็ตาม

 

พร้อมกับกระโดดพุ่งไปพุ่งมาระหว่างหลังคาบ้านเรือนต่างๆ และระหว่างอาคารสูงใหญ่ภายในเมืองเมฆเคลิ้มที่กำลังก่อสร้าง โดยไร้เสียงและไม่มีใครสามารถมองเห็น ชายหนุ่มยังคงใช้ใบหน้ารอยสักผมสีดำและชุดคลุมเวทโบราณและพุ่งตรงไปยังกำแพงเมืองใกล้กับยอดหอคอยสูงอย่างรวดเร็ว ตามที่พ่อค้าเร่ได้บอกสถานที่เอาไว้ก่อนหน้านี้

 

ระหว่างทางมากเมฆสังเกตเห็นว่าทั่วทั้งเมืองเมฆเคลิ้ม เต็มไปด้วยเหล่าผู้เล่นและ NPC พิเศษ และปกติจำนวนมาก มากกว่าตอนที่เมืองทั้งเมืองถูกคลื่นสึนามิทำลายเสียอีก พ่อค้าแม่ค้าจำนวนมาก นำสินค้าต่าง ๆ ที่หายากออกมาขายเต็มไปหมด ทั้งที่สภาพของเมืองในปัจจุบันยังคงเต็มไปด้วยเศษซากจำนวนมาก และไม่เหมาะที่จะค้าขายแม้แต่น้อย

 

แต่ที่ผิดสังเกตมากที่สุดก็คือ เหล่าทหารรับจ้างและชาวดาวเคออสจำนวนมาก ไม่มีใครสักคนออกมาเดินเที่ยวชมเมืองหรือเลือกดูสินค้าแม้แต่น้อย แต่จะเห็นได้ตามจุดต่างๆ ที่เป็นบ้านเรือน และอาคารให้เช่าเท่านั้น และดูเหมือนจะปิดกั้นไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปได้แม้แต่คนเดียว ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่มาจากดาวดวงเดียวกัน

 

มากเมฆใช้เวลาไม่ถึง 3 นาทีก็มาถึงบนยอดหอคอยสูง และได้สังเกตเห็นเหล่าทหารรับจ้างอาวุธครบมือจำนวนมาก ทั้งหมดสวมชุดเกราะไฮเทคมากกว่า 150 คนกำลังรักษาการณ์อยู่โดยรอบ ทั้งบนกำแพงและที่ระเบียงใกล้หน้าต่าง รวมไปถึงบนยอดหอคอยสูงอีกด้วย

 

และที่ใจกลางนั้นเอง กับปรากฏเครื่องกลไฮเทคขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และดูเหมือนว่าเจ้าเครื่องที่ว่านี้กำลังทำงานอยู่ด้วยแต่ก็ไม่ได้ทำงานเต็มกำลังมากนัก

 

มากเมฆอาศัยจังหวะที่เหล่าทหารยามกลุ่มหนึ่ง เดินออกจากยอดหอคอยไปยังห้องพักใกล้ๆ เพื่อพูดคุยและพักผ่อนระหว่างปฏิบัติหน้าที่เล็กน้อย โดยทหารเหล่านั้นดูเหมือนจะเบื่อหน่ายและแอบอู้เป็นระยะๆ ทำให้ตนเองมีโอกาสเข้าไปตรวจสอบเครื่องที่ว่านั้นได้

 

ระหว่างนั้นเองมากเมฆได้แอบเข้าไปภายในห้องผ่านทางหน้าต่างของยอดหอคอย ที่ไม่มีทหารยามคอยเฝ้าระวังอยู่ และค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ๆ อย่างช้าๆ แต่ทว่าสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น

 

พลังเวทมนตร์ที่ใช้สำหรับปกปิดร่างกายและปลอมแปลงใบหน้า รวมไปถึงบัพพลังบทเวทมนตร์ต่างๆ อยู่ๆ ก็ถูกยกเลิกหายไปหมด และไม่สามารถคงสภาพเอาไว้ได้ ทำให้มากเมฆมองเห็นรูปร่างหน้าตาของตัวเอง ผ่านทางกระจกขนาดใหญ่ภายในห้องอย่างชัดเจน ทั้งที่ก่อนหน้านี้แม้แต่เงาของตัวเองก็ไม่มีให้เห็นแท้ๆ

 

โชคยังดีที่เหล่าทหารยามพวกนั้นยังคงอยู่อีกห้องข้างๆ และไม่ได้ยินเสียงหรือผิดสังเกตใดๆ ไม่อย่างงั้น

 

มากเมฆคงต้องพลาดโอกาสที่จะเข้าไปตรวจสอบไอเจ้าเครื่องประหลาดนี้แน่ๆ

 

แต่ทว่าในขณะที่มากเมฆกำลังจะตรวจสอบนั้นเอง อยู่ๆ ก็มีทหารยามคนหนึ่งที่ดูจะขยันมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มได้เข้ามาภายในห้อง ทำให้มากเมฆต้องเลือกระหว่างตรวจสอบหรือหลบหนีออกไป

 

หรือตัวเลือกที่สาม.. เอางั้นก็ได้ ..

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 388 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1573 xวาuxวาu (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:22
    แถวนี้หนาวมากกกก เมื่อเช้า12องศา รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    #1,573
    0
  2. #1572 Pongza Eiei (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:09
    ไม่เป็นแปลกละครับอาทิตย์ 3ฤดูขนาดนี้
    หายไวๆนะครับ
    #1,572
    0
  3. #1570 บอย หรรษา (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:55
    ขอให้หายป่วยเร็วๆนะครับ
    #1,570
    0
  4. #1567 Phiny_NC (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:46
    หายป่วยเร็วๆน่ะ
    #1,567
    0
  5. #1566 สายลมที่โดนทิ้ง (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:27
    หายปวยไวๆนะคะ
    #1,566
    0
  6. #1565 joelamtan (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:46
    ขอบคุงคร้าบ
    #1,565
    0
  7. #1563 godkubpom (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:52
    ยังได้เสริฟ > เสิร์ฟ
    AI ผู้ติดตา > ตาม
    ลอกเรียน > ลอกเลียน
    #1,563
    1
    • #1563-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 70)
      5 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:01
      แก้ไขแล้วครับ ขอบคุณที่ช่วยเหลือครับผม
      #1563-1
  8. #1562 KurouNeko (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:17
    มาดักตีหัวหายนะสีเงินแน่ๆเลย
    #1,562
    0
  9. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:03
    แล้วมาต่ออีกนะ
    #1,561
    0
  10. #1560 phonphimon0123 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:57
    ต่อออออ
    #1,560
    0
  11. #1559 xwy2500z (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:55
    สนุกดีครับ
    #1,559
    0
  12. #1558 kamol1122 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:51
    สนุกดีครับ
    #1,558
    0
  13. #1557 เงาสีแดง (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:50
    พักผ่อนครับเดี๋ยวได้หนุดเขียนแล้วรีดต้องรออีก
    #1,557
    0
  14. #1556 Black Diamonds - [ NACҚ ] (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:41
    เอ๊ะ ทำไมตอนนี้มันสั้นแปลกๆครับ แล้วไรท์เปลี่ยนชื่อตอนที่แล้วหรอครับ
    #1,556
    1
    • #1556-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 70)
      5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:48
      เปลี่ยนครับ กับแก้ไขเนื้อหานิดหน่อย ที่สั้นก็เพราะปวดหัวไม่สบายเลยหยุดไว้แค่นี้ก่อนนะครับ
      #1556-1
  15. #1555 นิค&NIck (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:41
    ผมมีความรู้สึกว่าทำไมวันนี้มันๆน้อยจังไม่จุใจเลยอ่ะครับ writer
    #1,555
    1
    • #1555-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 70)
      5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:49
      พอดีปวดหัว เลยแต่งไว้เท่านี้ก่อนนะครับ
      #1555-1
  16. #1554 chefzapvp1234567 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:40
    ขอบคุณครับ
    #1,554
    0