มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 62 : บทที่ 62 เส้นทางแห่งอำนาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 377 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62

บทที่ 62 เส้นทางแห่งอำนาจ

 





          ภาพที่ทุกคนได้เห็น มันคือยานอวกาศขนาดใหญ่ยักษ์ที่เต็มไปด้วยอาวุธสุดไฮเทค สุดแสนจะอันตรายร้ายแรงที่มักจะเห็นแต่ในหนัง ในภาพยนตร์ระดับโลก ที่มักจะเป็นหนังเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามล้างจักรวาลกันทั้งนั้น

 

อาวุธอนุภาคสูงจำนวนมากถูกติดตั้งอยู่รอบๆ ตัวยานเต็มไปหมด แถมภาพภายในยานอวกาศลำนั้น ยังมีกองกำลังทหารจักรกลไฮเทคและยานบินรบขนาดใหญ่ไร้คนบังคับ หุ่นยนต์เทพสงครามพร้อมอาวุธปืนโตขนาดใหญ่ และโรบอทสงครามในรูปแบบต่างๆ มากมาย ที่ต่างก็เข้าแถวและจัดเรียงเป็นกองกำลังอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

ทั้งหมดนี้ยังไม่ได้นับรวมกับพวกยานบินรบประเภทต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก นับพันนับหมื่น รถถังไฮเทคเกราะพลังบาเรียที่สามารถตะลุยไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นผิวของดวงอาทิตย์หรือที่ไหนก็ตาม

 

และยังมีหุ่นยนต์ซ่อมบำรุงอีกนับแสนตัว ที่กำลังทำงานกันอยู่ภายในโรงเก็บคลังอาวุธสงครามแห่งนี้ เพื่อทำให้กองกำลังที่ว่าพร้อมเสมอสำหรับทุกภารกิจที่ต้องการความสำเร็จ

 

".. อย่างที่ทุกคนได้เห็น นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในกำลังรบของทางเราในอนาคต ที่ผมให้พวกคุณได้เห็นก็เพราะอยากให้พวกคุณวางใจและไม่ต้องเป็นกังวลใดๆ และทำหน้าที่ของพวกคุณต่อไป เพียงแต่ว่า .."

 

".. บทบาทหน้าที่ของพวกคุณในอนาคตวันข้างหน้า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง ก็ขอให้เตรียมตัวเอาไว้ด้วย หรือหากพวกคุณคิดว่าไม่ไหวและไม่มีความสามารถพอ ก็ให้ส่งเรื่องขอลาออกหรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้ตลอดเวลา .."

 

".. และสำหรับแผนการที่สองจะเป็นแผนธุรกิจ แบบเร่งด่วน ผมต้องการให้พวกคุณทั้งหมดรวมไปถึงคนของพวกคุณกลับมายังทวีปเริ่มต้นกันก่อน และทำการเปิดสาขาและทำการซื้อตึกการค้าในแต่ละเมืองอย่างน้อย 1 เมือง 5 ตึกการค้า ประจำทิศทางเข้าออกให้ครบในเวลาไม่เกิน 4 วันนับจากวันนี้ไป ให้แล้วเสร็จก่อน 1 วันที่จะเริ่มงานประมูลเมืองเมฆเคลิ้ม .."

 

 

".. ผมจะส่งมอบอุปกรณ์การสั่งซื้อและกล่องรับส่งไอเทมข้ามมิติรูปแบบใหม่ไปให้ รวมไปถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นไปให้และเงินทุนในการซื้อตึกให้ด้วย 80% ให้พวกคุณไปขยายกิจการสาขาของพวกคุณเอง ผมอนุญาตให้พวกคุณไปตกลงกันเอาเอง หรือจะแข่งขันกันยังไงก็ได้ จะแบ่งเมืองแบ่งเขตหรือจะขยายฐานลูกค้าไปยังหมู่บ้านหรือหมู่เกาะต่างๆ ก็แล้วแต่พวกคุณ แต่ราคาขายของสินค้ายังคงเดิมเสมอ กฎกติกายังเหมือนเดิม .."

 

หลังจากนั้นมากเมฆก็ยังคงอธิบายถึงสิ่งที่จะต้องทำในแผนการที่สองอย่างละเอียด และความจำเป็นในการเปิดตึกการค้าในเมืองต่างๆ ของทวีปเริ่มต้นให้ทุกคนได้รับฟัง

 

ประกอบกับเหตุผลสำคัญที่จำเป็นจะต้องรีบเร่ง ขยายกิจการออกไปมากขนาดนี้ และเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้เขาเองต้องรีบเร่งแบบนี้ก็เพราะ !!??

 

มันใกล้จะถึงกิจกรรมสงครามระหว่างดวงดาวครั้งที่ 2 แล้วนั่นเอง!!! เหลือเวลาเตรียมพร้อมอีก 1 ปีกว่าๆ เท่านั้น

 

".. เอาล่ะครับ ต่อไปจะเป็นแผนธุรกิจที่ 3 หลังจากที่ทางเราสามารถขยายกิจการและมีตึกการค้าทุกๆ เมืองของทวีปเริ่มต้นจิตมายาได้แล้ว ผมจะให้พวกคุณรับซื้อไอเทมที่เสียหายหรือซ่อมแซมไม่ได้มา หรือไอเทมที่ยังไม่ได้ปลดผนึกมาทั้งหมดในราคาที่ถูกมากๆ ไว้ก่อน .."

 

".. แน่นอนว่าผมจะมีตัวช่วยเป็นเครื่องมือในการประเมินราคาไอเทม ให้ไปด้วยจำนวนมาก และผู้ที่สามารถใช้มันได้ก็จะมีแต่สมาชิกของทางเราเท่านั้น เพราะไอเทมประเมินเหล่านั้นแต่ละอันจะมีระบบยืนยันตัวตนก่อนใช้งานเสมอ และเครื่องมือที่ว่ายังสามารถช่วยในการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อได้อีกด้วย แต่ยังไงก็ตามไอเทมขยะที่ถูกทิ้งหรือมองข้ามเหล่านั้น ทางเราจะซื้อมาในราคาถูกอยู่แล้ว โดยผมจะแบ่ง % ให้กับกลุ่มการค้านั้นๆ ที่สามารถรับซื้อมาได้มากน้อยในแต่ละวัน .."

 

".. แผนธุรกิจที่ 4 ขายอาวุธและเครื่องป้องกันระดับสูงที่ได้รับการอัพเกรดแล้ว หลังจากที่แผนธุรกิจที่ 3 ดำเนินการไปได้สัก 1 เดือนกว่าๆ ผมจะให้ทั้งหมดเข้าสู่แผนการที่ 4 ในทันที และทางเราจะเป็นผู้ส่งออกจัดจำหน่ายอาวุธระดับสูงและเครื่องป้องกันชั้นเลิศให้กับผู้เล่นทุกๆ คนที่สนใจไอเทมของทางเรา ในราคาขายที่สูงพอสมควร แต่คาดว่าเป็นราคาที่ทุกคนยอมรับได้ และผมอนุญาตให้ขายแพงกว่าราคาต้นทุนที่ผมตั้งเอาไว้ได้ตามใจพวกคุณ แต่กำไรทุกๆ 50% จะต้องแบ่งจ่ายให้กับทางผมด้วยเช่นกัน สินค้าทั้งหมดของทางเราคุณภาพเกินราคาแน่นอน กลุ่มการค้าต่างๆ จะได้กำไรจากการขายสินค้าเหล่านี้โดยแบ่งเป็น % สรุปยอดในแต่ละวันที่ขายได้ ในส่วนนี้ผมให้พวกคุณบริหารทีมงานเฉพาะกิจกันเอาเอง แต่ผมแนะนำให้พวกคุณเลือกเฉพาะคนที่ไว้วางใจได้เท่านั้นเป็นสำคัญ .."

 

".. ในแผนธุรกิจที่ 3 กับ 4 เป็นแผนธุรกิจระยะยาว ที่จะทำให้สหพันธ์ของพวกเราทำกำไรได้อย่างมหาศาล จะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อแผนการที่ 2 สำเร็จแล้วเท่านั้น .."

 

มากเมฆแสดงให้เห็นถึงแผนการและความต้องการของเขาเองอย่างเด่นชัด ในเรื่องของการทำธุรกิจและแนวทางที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าของสหพันธ์การค้าเมฆมายา อย่างมั่นคงและมั่นใจในผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

ส่งผลให้หัวหน้ากลุ่มการค้าทั้งสิบสองคน ถึงกับตามไม่ทันและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจมากมายในตอนแรก

 

แต่ทั้งหมดก็รู้ดีว่ามากเมฆคนนี้ เป็นผู้ให้โอกาสพวกตนได้มีเงินมีทอง ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างมาก และทั้งหมดต่างก็ตื่นเต้นดีใจกับแผนธุรกิจของท่านประธานในครั้งนี้

 

สมาชิกจำนวนมากหลังจากที่ได้เข้าร่วมกับทางสหพันธ์ ก็สามารถแลกเปลี่ยนเงินในเกมออกไปยังโลกภายนอกได้ โดยใช้ระยะเวลาทำงานให้กับทางสหพันธ์ไม่นานนัก ทำให้ฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก หลายครอบครัวมีรายได้มากขึ้น และส่วนใหญ่ต่างก็เคารพในการตัดสินใจของผู้นำสูงสุดของพวกเขาด้วยกันทั้งนั้น และยินดีปฏิบัติตามไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน

 

ส่วนกลุ่มสมาชิกระดับหัวหน้าหลายๆ คน ได้เลือกและขอแค่ได้ติดตามบุรุษผมเงินคนนี้ไปเรื่อยๆ และในสักวันหนึ่งอาจจะได้คำตอบที่ค้างคาใจของแต่ละคนก็เป็นได้ในสักวัน

 

ไม่ว่าจะเป็นลูน่าและยุนอา หรือแม้แต่กลุ่มหัวหน้าสาวสวยคนอื่นๆ  ก็ต่างสงสัยว่าชายหนุ่มลึกลับคนนี้เป็นใคร ใช่หายนะสีเงินจริงๆ หรือเปล่า แต่ทั้งหมดก็เชื่อว่าต้องใช่คนคนนั้นแน่ๆ เพราะลางสังหรณ์ของผู้หญิงของพวกเธอ ไม่เคยผิดพลาดมาก่อน นี่คือความเชื่อมั่นของพวกเธอที่เก็บเอาไว้ในใจอย่างเงียบๆ แต่ก็คอยแอบหลอกถามอยู่เรื่อยๆ เหมือนกันเมื่อมีโอกาส ไม่เว้นแม้แต่คุณวันชัยก็ยังสงสัยในความเป็นมาของมากเมฆ ว่าเป็นใครมาจากไหนกันแน่ และทำไมถึงได้มีทักษะความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ออกมาได้มากมายขนาดนี้

 

แถมยังเป็นผู้ที่สามารถครอบครองเมืองไฮเทค มิติพิเศษขนาดใหญ่ โดยที่ไม่เคยเป็นข่าวโด่งดังใดๆ มาก่อนเลย

 

เป็นบุคคลลึกลับที่อยู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมา และสร้างความเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างให้เกิดขึ้น อย่างต่อเนื่องและเหนือความคาดหมายอยู่ตลอดเวลาที่ได้พบเจอ

 

ไม่ว่าชายหนุ่มคนนี้จะให้ทำอะไร หรือออกคำสั่งอะไรมาก็ตาม คนจำนวนมากมักจะเห็นดีเห็นงามไปด้วยเกือบทั้งหมดอยู่เสมอ ราวกับมีพลังพิเศษที่ทำให้ผู้คนจำนวนมาก ยอมรับที่จะคล้อยตามได้ไปด้วยอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ทั้งที่แผนการต่างๆ และหนทางที่กำลังจะก้าวเดินไปข้างหน้า มันไม่มีอะไรแน่นอนเลยสักอย่าง ถึงแม้มันจะดูดีก็เถอะ แต่ทั้งหมดเหล่านั้นกับเต็มไปด้วยอันตรายมากมายรออยู่

 

หลังจากที่ทั้งหมดในห้องประชุมเข้าใจในแผนการที่สอง สาม และสี่แล้ว อยู่ๆ มิราหัวหน้ากลุ่มการค้าที่ 8 ก็ทนไม่ไหวถามในสิ่งที่เธอสงสัยออกมา

 

".. คุณมากเมฆคะ ทำไมเราไม่ขยายกิจการในทวีปหลักไปพร้อมๆ กันเลยละคะ ดิฉันคิดว่าเราไม่ควรมาเจาะจงขยายกิจการแค่ในทวีปเริ่มต้นและหมู่เกาะรอบๆ เท่านั้น เพราะเมืองและหมู่บ้านในทวีปเริ่มต้นไม่ได้มีเยอะมากมายอะไรเลย แถมผู้เล่นกว่า 80% ก็อยู่ที่ทวีปหลักด้วย ทำไมถึงให้ความสำคัญกับทวีปจิตมายามากกว่าล่ะคะ .." มิราถามขึ้นด้วยความสงสัยของเธอ พร้อมส่งยิ้มหวามชวนให้ยิ้มตามมาด้วยอยู่เรื่อยๆ จนมากเมฆเองเผลอยิ้มตามไปอย่างไม่รู้ตัวก่อนที่จะตอบคำถามของเธอ

 

".. รากฐานสำคัญกว่ายอดตึกนะครับคุณมิรา หากทางเราเร่งไปขยายกิจการต่างๆ ที่ทวีปหลักในเวลานี้ที่ยังไม่แน่นอนเลยว่าใครเป็นผู้มีอำนาจปกครองสูงสุดของแต่ละทวีป แถมแต่ละกิลด์ต่างก็ยังทำสงครามกันอยู่เลยในทุกๆ วัน ทั้งศึกในศึกนอกที่กำลังใกล้เข้ามา ถึงแม้ไอเทมและโพชั่นของเราจะขายดีเป็นแทน้ำเทท่า เมื่อไปถึงทวีปหลักก็ตาม แต่มันก็เป็นแค่ผลกำไรเล็กน้อยเท่านั้นจากระยะทางที่ขนส่งสินค้าออกไป และที่ทวีปหลักก็เป็นจุดที่มักจะเกิดความเสียหายจากสงครามดวงดาวมากที่สุด ผมจึงเห็นว่าพวกเราไม่ควรไปเสียเวลาและขาดทุนที่ทวีปหลักในเวลานี้อย่างไม่จำเป็น จนกว่ากิจกรรมสงครามระหว่างดวงดาวจะผ่านไปก่อน หรือไม่ก็มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นจนสถานการณ์เปลี่ยนไป ผมจะลองพิจารณาอีกทีครับ แล้วก็ข้อเสียอีกอย่างที่กล่องส่งสินค้าผ่านมิติ ไม่สามารถนำไปใช้ในทวีปหลักได้ นี่ก็เป็นปัญหาใหญ่ และผมคงจะต้องใช้เวลาอีกมากในการแก้ไขครับ .."

 

// - - ในความเป็นจริงกล่องรับส่งสินค้าผ่านมิติของมากเมฆ สามารถใช้ได้ทวีปหลักได้ไม่จำกัดระยะทาง หรือปัญหาใดๆ แม้แต่น้อย แต่เหตุผลที่ว่ามากเมฆยังมีเลเวลแค่ 30 และยังไม่เคยไปทวีปหลักมาก่อนเลยสักครั้ง ระบบหลักของเกมสามพิภพ ที่เจ้า ZERO เป็นผู้ดูแลอยู่ก็เลยไม่อนุญาตให้ส่งสินค้าผ่านไปได้นั่นเอง - - //

 

".. อ้อ  และเมื่อไหร่ที่เกิดสงครามระหว่างดวงดาวขึ้นมา ทวีปที่ปลอดภัยที่สุดก็คือทวีปเริ่มต้นจิตมายา ถึงแม้จะเกิดสงครามอยู่บ้างก็จริง แต่อีกฝ่ายก็ถูกลดระดับเลเวลเอาไว้เช่นกัน ตึกการค้าของทางเราก็จะปลอดภัยในระดับหนึ่งทำให้พวกเราไม่ต้องมาเสียเงินเสียเวลาซ่อมแซมอยู่เรื่อยๆ และสามารถขายสินค้าได้ทุกวัน และน่าจะขายดีกว่าปกติหลายร้อยเท่าในช่วงเวลาสงครามด้วย และการที่ผมให้บุกเบิกและขยายกิจการที่ทวีปจิตมายาเป็นหลักก่อน ก็เพราะพวกเราจะได้เป็นกำลังสำคัญให้กับทุกคนบนโลกเวทมนตร์ และช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นมีกำลังในการสู้รบมากขึ้น และมีโอกาสชนะมากยิ่งขึ้นไปอีก หรือต่อให้ไม่ชนะ พวกเราก็จะไม่แพ้ยังไงละครับ .." มากเมฆอธิบายให้มิราเข้าใจ พร้อมยกตัวอย่างง่ายๆ ประกอบคำพูดของเขาออกมา

 

การลงทุนในทวีปหลักนั้นแน่นอนว่าได้ผลกำไรมหาศาลแน่ๆ แต่มันยังไม่ถึงเวลาเท่านั้นเอง และควรที่จะเริ่มทำสิ่งที่ควรทำจากง่ายไปยากก่อนเสมอ เพราะจุดเปลี่ยนของสงครามในครั้งนี้ มีปัจจัยหลายๆ อย่างที่สำคัญที่หลายๆ คนมักจะมองข้าม และที่เห็นได้อย่างเด่นชัดก็คือน้ำยาโพชั่นต่างๆ ของทางสหพันธ์นั่นเอง

 

แต่ทั้งหมดที่กล่าวและอธิบายไปนั้น แท้ที่จริงแล้วก็เป็นแค่แผนซ้อนแผนของมากเมฆเองเท่านั้น เพราะเขาไม่สามารถไปทวีปหลักได้ในตอนนี้ เพราะเลเวลต้องมากกกว่า 30 ขึ้นไปเสียก่อน

 

และแผนการที่ตัวเขาได้วางเอาไว้ก็คือ การชักนำศึกสงครามตัดสินระหว่างดวงดาวของโลกเวทมนตร์ ให้มาตัดสินผลแพ้ชนะกันที่ทวีปเริ่มต้นจิตมายา

 

โดยจะทำทีให้การสนับสนุนกลุ่มกิลด์ต่างๆ แบบทั้งขายทั้งแจกอย่างกับพ่อพระ จนเป็นเหตุให้กลุ่มอำนาจจากดาวอื่นๆ ไม่พอใจและจะพุ่งเป้ามาโจมตีสหพันธ์ของตนเองเป็นอันดับแรก และมากเมฆจะใช้โอกาสนี้สร้างชื่อให้กับทางสหพันธ์การค้า และเปิดตัวพันธมิตรที่ทุกคนต้องหวั่นเกรง

 

จนทำให้ตัวเขาเองสามารถมีอำนาจต่อรองกับกลุ่มมหาอำนาจอื่นๆ ได้มากขึ้น และไม่จำเป็นจะต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกไป เล่นละครสองฉากแบบสลับไปสลับมาให้สบายใจไปเลย

 

มากเมฆยังคงต้องการรักษาสถานะทั้งสองด้านของตัวเองเอาไว้ ทั้งด้านสว่างโดยแสดงตัวเป็นพ่อค้าหนุ่มมากเมฆผู้มีอำนาจเงินทอง และด้านมืดเป็นหายนะสีเงินผู้เต็มไปด้วยความกระหายแห่งการทำลายล้างอย่างไม่สิ้นสุด

 

และสำหรับกฎกติกามหาสงครามที่ผ่านมา ทุกทวีปที่เปิดผนึกแล้ว จะมีประตูมิติขนาดใหญ่ไปมาระหว่างดวงดาวอย่างน้อย 1-3 ประตูมิติแบบสุ่มสถานที่เกิดขึ้นเสมอ จะสุ่มที่ตั้งเฉพาะช่วงเวลากิจกรรมสงครามเท่านั้น

 

ผลการแพ้ชนะจะตัดสินกันโดยการยึดครองพื้นที่ หรือไม่ก็ทำลายประตูมิติเหล่านั้นให้หมดไป เพื่อตัดหนทางในการเดินทางของแต่ละดวงดาว หรือไม่ก็ผู้นำสูงสุดของดวงดาวในขณะนั้นประกาศยอมแพ้ อย่างสงครามครั้งที่แล้วก็เป็นการประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ของผู้นำที่ได้รับการโหวต แต่งตั้งขึ้นมาของแต่ละดวงดาวแบบเฉพาะกิจ

 

แต่สำหรับกิจกรรมสงครามระหว่างดวงดาวในครั้งนี้ จะเป็นอะไรที่หนักหนามากกว่าเดิม หลังจากที่เหล่า NPC มนุษย์เผ่าพันธุ์ดั้งเดิมของแต่ละดวงดาวได้รับการอัพเกรด และเก่งกาจมากขึ้นชนิดที่ว่าไม่ได้อ่อนแอไปกว่าผู้เล่นแม้แต่น้อย มหาสงครามระหว่างดวงดาวในครั้งนี้ อาจจะกลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่ทำให้ผู้เล่นราวแสนล้านคน ได้จดจำไปจนวันตายแน่นอนหากเกินพ่ายแพ้ให้กับเหล่า NPC ขึ้นมา

 

หลังจากที่มิราได้ฟังคำตอบแล้วก็พอยอมรับได้ และยินดีทำตามคำสั่งทุกอย่าง แต่ในระหว่างนั้นเองหัวหน้ากลุ่มการค้าที่ 11 หลิ่งหลินหญิงสาวผู้เย็นชาแต่มีความงดงามเป็นดั่งอาวุธ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับถามมากเมฆในคำถามที่คาใจเธออยู่และคิดหาเหตุผลที่เข้าท่าไม่ได้สักที

 

".. คุณมากเมฆคะ ฉันหลิ่งหลินหัวหน้ากลุ่มการค้าที่ 11 คุณพอจะทราบบ้างมั้ยคะ ทำไมกลุ่มกิลด์จากดวงดาวอื่นๆ ถึงได้มาร่วมประมูลเมืองเมฆเคลิ้มที่ยากจะป้องกัน และอยู่ในพื้นที่ของดาวดวงอื่นแบบนี้ได้ แถมยังอยู่ในทวีปเริ่มต้นที่จำเป็นจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะลดระดับเลเวลเหลือ 75 หากตายหรือเสียชีวิตไม่ว่าจากสัตว์อสูรหรือผู้เล่นต่างได้รับโทษหนักกว่าปกติหลายเท่าตัว มองยังไงก็ไม่เห็นว่ามันจะคุ้มเลยนะคะ .." หลิ่งหลินถามมากเมฆด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ของเธออย่างทุกที แต่แววตากับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผิดกับใบหน้าอันงดงามที่ชวนให้มองได้ทั้งวันยังไงก็ไม่เบื่อ และอาจจะตกหลุมรักเธอเข้าให้อย่างไม่รู้ตัวอีกด้วย หากเป็นคนที่หวั่นไหวไปกับอะไรง่ายๆ

 

".. ผมไม่รู้เหตุผลแท้จริงหรอกครับ แต่หากให้ผมคาดเดาน่าจะเป็นเพราะเทคโนโลยีพิเศษบางอย่างหรือไม่ก็กฎบังคับพิเศษบางอย่างของเขตแดนก็เป็นได้ เพราะเท่าที่ผมรู้มาเมื่อสงครามครั้งที่แล้ว ได้มีกิลด์การทหารสามารถยึดเมืองภายในทวีปเริ่มต้นของโลกแห่งเทพเซียนได้หลายเมือง และทำให้กฎข้อบังคับในการลดระดับเลเวลหายไป ภายในอาณาเขตของเมืองนั้นๆ ที่ได้ครอบครองทั้งหมด จึงส่งผลให้กำลังพลของดาวเคออสแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก .."

 

".. ผมจึงคิดว่ากลุ่มมหาอำนาจเหล่านั้น คงกำลังอยากจะทดสอบเงื่อนไขอะไรบางอย่างที่นี่ก็เป็นได้ และหากสามารถยกเลิกกฎในการลดระดับเลเวลได้จริงๆ แม้ไม่ใช่ช่วงเวลาสงครามหลังจากนี้ ผมคิดว่ามันน่ากลัวมากเลยทีเดียว และมันจะกลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ ให้กลุ่มมหาอำนาจเหล่านั้นเล่นงานพวกเราได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงเวลาสงครามระหว่างดวงดาวก็ตาม .."

 

มากเมฆยังคงอธิบายและยกตัวอย่างหลายต่อหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเวลาปกติคนจากดาวดวงอื่น ไม่สามารถยึดเมืองหรือตีเมืองยึดพื้นที่ได้เลย แต่จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในช่วงเวลากิจกรรมสงครามระหว่างดวงดาวเท่านั้น

 

แต่ในครั้งนี้มันแตกต่างออกไป เพราะเป็นการประกาศให้สามารถประมูลเมืองทั้งเมืองได้ ผ่านทางระบบหลักและอนุญาตให้บุคคลทั่วไปที่ผ่านเงื่อนไขเข้าร่วมได้หมด ทำให้กลุ่มมหาอำนาจอื่นๆ มีโอกาสในการเข้ามายึดครองพื้นที่ได้ แม้จะไม่ใช่ช่วงเวลาสงครามก็ตาม

 

ด้วยเหตุนี้หากมีคนของดาวดวงนั้นๆ ตั้งแต่แรก คิดทรยศขายเมืองบุกยึดเมืองต่างๆ เพื่อนำไปขายหรือเข้าระบบประมูลเมืองแบบตั้งเงื่อนไข ให้กับกลุ่มหาอำนาจจากดาวดวงอื่นแล้วละก็ มันจะกลายเป็นสงครามภายในดาวดวงอันไม่รู้จักจบจักสิ้นแน่นอน

 

และมีความเป็นไปได้ก็สูงมากที่จะมีคนทรยศจำนวนมากอีกครั้ง และเห็นแก่เงินมากขึ้นเรื่อยๆ และหากการพิสูจน์เงื่อนไขปลดล็อคระดับเลเวลสามารถทำได้ ในพื้นที่ที่ได้ครอบครองแล้วละก็ ได้เกิดสงครามระหว่างเมืองยาวนานไปจนถึงกิจกรรมสงครามระหว่างดวงดาวแน่ๆ 100%

 

ทุกคนในห้องประชุมได้รับฟังความคิดเห็นของมากเมฆแล้ว ต่างก็หน้าเสียและไม่สบอารมณ์อย่างมาก บางคนถึงกับเกิดโมโหทุบโต๊ะเสียงดังกันเลยทีเดียว เพราะในสงครามครั้งที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญที่ทำให้พวกตนพ่ายแพ้ก็เพราะมีผู้ทรยศอยู่ในกลุ่มนั่นเอง

 

หากครั้งนี้ยังมีคนที่คิดจะทรยศเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนอีกละก็ ไม่ต้องไปคิดเลยว่าจะมีวันที่ได้รับชัยชนะในสงครามที่กำลังใกล้เข้ามาหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่คนที่เข้ามาเล่นเกมกว่า 40% เป็นพวกที่เข้ามาทำงานและหาผลประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้น

 

มากเมฆเห็นทุกคนมีอารมณ์ร่วมกับความคิดเห็นของเขาอย่างมาก ก็พอจะเข้าใจได้และมีโอกาสที่จะเป็นอย่างที่คาดเดาเอาไว้ก็สูงมากๆ เช่นกัน และเพื่อไม่ให้ทุกคนรู้สึกกดดันตรึงเครียดเกินไป มากเมฆจึงได้รีบเอ๋ยถึงแผนธุรกิจที่ 5 ต่อในทันที

 

".. เรื่องต่อไปเลยนะครับ วันนี้พวกคุณได้เห็นแล้วว่าเมืองแห่งนี้ ที่นี่ได้เป็นศูนย์ใหญ่สหพันธ์การค้าของพวกเรา และรอบๆ ตึกศูนย์ใหญ่แห่งนี้ ยังมีตึกสูงที่ไม่ได้ใช้งานอยู่อีกเป็นจำนวนมาก .."

 

".. และในแผนธุรกิจที่ 5 ก็คือ ผมต้องการให้พวกคุณตั้งกลุ่มการค้าหลักที่ตึกเหล่านั้น ทั้งหมด 12 ตึกรอบๆ ศูนย์ใหญ่ และผมจะให้พวกคุณบริหารงานและจัดการกับตึกเหล่านั้นและอาคารใกล้เคียงได้ทั้งหมด ลองดูที่เอกสารที่ผมส่งไปให้แล้วลองพิจารณาดูครับ ขอบเขตและสิทธิพิเศษและเงื่อนไขต่างๆ อยู่ภายในนี้หมดแล้ว แต่ละตึกรอบๆ นี้ผมให้พวกคุณไปเลือกกันเอาเองและอย่าลืมปฏิบัติตามกฎที่กำหนดเอาไว้ด้วย บ้านมีกฎบ้านเมืองมีกฎเมืองนะครับ .."

 

".. ส่วนร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในเมืองแห่งนี้ หากเป็นโรงแรมหรือสวนสนุกผู้ที่เป็นสมาชิกจะได้รับส่วนลด 50% ในทันที ส่วนพวกร้านค้าและอื่นๆ จะได้รับส่วนลดแตกต่างกันไปตามประเภทนั้นๆ และทั้งหมดบริหารงานด้วยผมเองโดยตรง และหากว่าพวกคุณสมใจอาคารหรือตึกที่ไม่ได้ใช้งาน ที่ยังว่างอยู่และอยากจะทำธุรกิจกิจการอะไรสักอย่างเป็นขอตัวเอง ก็ให้ติดต่อผมมาได้ตลอดเวลาที่ผมออนไลน์ .."

 

".. และสำหรับผู้คนมนุษย์ดั้งเดิม NPC หรือพนักงานที่เดินไปมาทั้งหมดเป็นคนของผม หวังว่าพวกคุณจะปฏิบัติกับพวกเขาด้วยดีเช่นเดียวกับผู้เล่นปกติทั่วไป  .."

 

".. หลังจากที่ทุกอย่างเข้าทีเข้าทางแล้ว ผมจะเปิดเมืองตั้งกฎกติกาเงื่อนไข และอนุญาตให้ผู้เล่นและ NPC อิสระทั่วไปเข้าออกเมืองแห่งนี้ได้ แผนธุรกิจที่ 5 นั้นขอบเขตคือความคิดริเริ่มของพวกคุณส่วนหนึ่ง ผมหวังว่าจะได้เห็นอะไรที่แตกต่างแปลกใหม่นะครับ .."

 

มากเมฆทำการส่งเอกสารและรายละเอียดเกี่ยวกับตึกอาคารสูงไฮเทครอบๆ ให้กับหัวหน้ากลุ่มการค้า และเหล่าที่ปรึกษาได้อ่านและศึกษาข้อมูลโดยละเอียด ทั้งหมดใช้เวลาอยู่ไม่นานก็เข้าใจได้ เพราะต่างคนต่างก็มี AI ช่วยเหลืออยู่ก่อนแล้ว ทำให้สามารถจัดการกับข้อมูลจำนวนมากได้อย่างง่ายดาย

 

และทั้งหมดก็ตัดสินใจเลือกตึกสูงไฮเทคขนาดใหญ่ทั้ง 12 ตึก ที่ตั้งอยู่รอบๆ เป็นวงกลมรอบตึกศูนย์ใหญ่นั่นเอง มากเมฆใช้เวลาไม่นานมอบสิทธิ์ให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ไปบริหารจัดการ และอำนาจเบ็ดเสร็จ 100% ยังคงอยู่ที่เขาเองเหมือนเดิม

 

ในตอนแรกทั้งหมดคิดว่าการประชุมได้จบลงแล้ว เพราะแค่ข้อมูลและแผนการต่างๆ ที่ได้รับมามันก็มากมายเกินจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว จนแต่ละคนอยากจะแยกร่างสักสิบร่างกันเลยทีเดียว เพราะมีสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้อยู่เยอะมากและมากเกินไปด้วยซ้ำ จนหลายๆ คนเริ่มคิดแล้วว่านี่มันเวลาแห่งการเป็นทาส หรือเวลาแห่งการลงโทษหรือเปล่าเนี่ย

 

แต่ถึงจะเห็นว่าหลายๆ คนเริ่มเหนื่อย และกังวลในสิ่งที่จะต้องทำหลังจากนี้มากขึ้น แต่มากเมฆก็ยังไม่ได้บอกให้เลิกประชุมแต่อย่างใด และกำลังนำเอาบางสิ่งออกมา... วางลงบนโต๊ะต่อหน้าต่อตาทุกๆ คน

 

สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องหันมามอง..

 

เอาจริงดิ.. !?

 

          ขอพักก่อนได้มั้ย.... !?

 

          ไม่จริงใช่มั้ยยย ... !!!??

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 377 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3935 ไป่หู (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 00:38

    หลอก-หรอกใช้ผิดครับบทนี้
    #3,935
    1
    • #3935-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 62)
      6 มิถุนายน 2562 / 10:32
      แก้ไขแล้วนะครับ ทำการส่งเรื่องไปแล้ว แอบหรอกถาม เป็น แอบหลอกถามแล้ว
      #3935-1
  2. #2439 joelamtan (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 09:42
    ขอบคุณครับ
    #2,439
    0
  3. #2438 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 05:23

    ใช้แรงงานเยียงธาตเลย 5555555​

    #2,438
    0
  4. #1317 Hana no namida (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 11:11
    มากเมฆจะครองโลกกกกกกกกกกก 555
    #1,317
    0
  5. #1316 Thai Leo Sora (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 10:46
    สนุกมาก อ่านจนตาทัน สกิลค้างมารอเลย เป็นกำลังใจให้ไรต์นะครับ แต่แอบคิดถึงมาเรียครับหุหุ
    #1,316
    0
  6. #1312 Kn_nann (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 23:49
    รีดเดอร์ตาดำๆรออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #1,312
    1
    • #1312-1 gean7777(จากตอนที่ 62)
      24 มกราคม 2561 / 07:09
      พูดโดนใจ555+
      #1312-1
  7. #1311 Phatranooch Piyanirun (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 22:55
    ขอบคุณค่ะ
    #1,311
    0
  8. #1310 boat489 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 21:55
    ขอบคุณคับ
    #1,310
    0
  9. #1307 xวาuxวาu (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 20:34
    ขอบคุณค่ะ
    #1,307
    0
  10. #1306 Worada Ray (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 20:20
    ขอบคุณค๊า ^^ ครองทั้งสามโลก ไปเลย
    #1,306
    0
  11. #1305 kamol1122 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 20:15
    สนุกดีครับ
    #1,305
    0
  12. #1304 KnightN00 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:54
    สายเลือดนี่แรงเนอะ
    #1,304
    0
  13. #1303 KurouNeko (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:50
    ขนาดไม่หลงตัวเองมากยังเกือบจะครองโลก

    ถ้าหลงตัวเองนี่คงยึดครองจักรวาลข้างนอกเลยไหม
    #1,303
    0
  14. #1302 NessZero (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:49
    ทำไมผมเห็นฉากสตาร์วอลอยขึ้นมาแต่พระเอกเป็นซิทลอร์ดแทนละนั้น
    #1,302
    0
  15. #1301 joelamtan (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:46
    ขอบคุณครับ นี่ถ้าออกทะเลด้วยครบสูตร
    #1,301
    0
  16. #1300 ปูโพธาราม (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:43
    สโแกนของมากเมฆ เล็กๆไม่ใหญ่ทำสินะ
    #1,300
    0
  17. #1299 N T P (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:43
    OMG!!!
    #1,299
    0
  18. #1298 Nottefa (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:42
    มากเมฆไม่ครองโลก แต่จะครองเกมแล้ว ~~~~~~~~~
    #1,298
    0
  19. #1297 22710 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:30
    ขอบคุณมากครับ
    #1,297
    0
  20. #1296 ????????????????????????? (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:30
    สุดยอดเรือรบแน่ๆ ที่ได้จาก ZERO ผู้กลับมาจากนรก หมื่นล้านปี
    #1,296
    1