มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 53 : บทที่ 53 มารกระบี่อันดับหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 391 ครั้ง
    30 ก.ย. 61

บทที่ 53 มารกระบี่อันดับหนึ่ง

 

          มากเมฆหาเมนูติดต่อพูดคุยผ่านระบบที่ต้องการอยู่นานกว่าจะเจอ และได้ทำการติดต่อ Video call ไปหาอาจารย์ไป่หลงที่อยู่ต่างดวงดาวในทันที โดยไม่รู้หรอกว่าในตอนนี้ที่อีกโลกจะเป็นเวลาอะไรก็ตาม และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่มากเมฆได้รู้ว่าการติดต่อพูดคุยระหว่างดวงดาวนั้น จำเป็นจะต้องเสียเงินค่าบริการที่แสนจะแพงเอามากๆ คิดเป็นวินาทีอีกต่างหาก

 

หากติดต่อพูดคุยกันเฉพาะเสียง จะต้องจ่ายให้กับทางระบบ 1 วินาทีต่อ 10 เหรียญทอง แต่หากติดต่อพูดคุยกันแบบ Video call จะต้องจ่ายให้ทางระบบ 1 วินาทีต่อ 100 เหรียญทองเลยทีเดียว

 

ถือได้ว่าเป็นค่าบริการที่แพงอย่างมากสำหรับคนทั่วไป แต่จะฟรีก็แต่เวลาอยู่ในดวงดาวเดียวกันเท่านั้น ที่จะสามารถติดต่อพูดคุยกันยังไงก็ได้ฟรีทั้งหมด ยกเว้นก็แต่บริการส่งของพิเศษของทางระบบเท่านั้นที่เสียเงิน ช่างเป็นระบบเกมที่หาทางดูดเงินผู้เล่นไว้ทุกทางจริงๆ

 

มากเมฆรออยู่ไม่นานนักก็ได้รับการตอบรับจากอาจารย์ไป่หลง และดูเหมือนอาจารย์กำลังฝึกฝนวรยุทธ์อยู่กับชายชราอีกคนที่หน้าตาน่ากลัวดุดันอย่างมาก ชายคนนั้นมีผมยาวสีขาวทั้งศีรษะ ในแววตาเต็มไปด้วยแสงประกายของพลังที่คาดไม่ถึงอยู่ภายใน

 

หลังจากที่ได้พูดคุยกับอาจารย์ไป่หลง ถามสารทุกข์สุขดิบไปแล้วพอเป็นพิธี มากเมฆก็ได้เริ่มเล่าเรื่องราวต่างๆ และปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมกับแนวความคิดอยากจะลองเปลี่ยนแนวทางวิชา และเลือกใช้อาวุธอย่างอื่นให้อาจารย์ไป่หลงได้รับฟังพร้อมกับช่วยตัดสินใจ อยู่เกือบราวๆ 20 นาที จนอาจารย์ไป่หลงเข้าใจในความต้องการของลูกศิษย์อัจฉริยะผู้บ้าและเหนือโลกคนนี้อย่างใจเย็น

 

และในระหว่างนั้นเองที่มากเมฆกับอาจารย์ไป่หลงกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ชายชราผมขาวด้านหลังที่เป็นเพื่อนสนิทของท่านอาจารย์ไป่หลงก็พูดแทรกขึ้นมาว่า

 

".. จะเลือกใช้อาวุธทำไมไม่ถามใจตัวเองดู จะมาถามคนอื่นให้ได้อะไร นี่เจ้าเป็นลาโง่ หรือตัวอะไรกันแน่ แต่ช่างมันเถอะบางครั้งคนเราก็ไม่แน่นอนในวิถีทางของตนเอง เพราะขาดประสบการณ์และชีวิตของแต่ละคนก็แตกต่างกัน งั้นเจ้าหนู เจ้าจงฝึกใช้กระบี่ซะ ข้าจะเป็นคนสอนให้เจ้าเอง วิชากระบี่ของข้าเป็นหนึ่งในใต้หล้าเหนือสรรพสิ่ง ข้าจะให้เจ้าเป็นศิษย์สืบทอดของข้า แต่เพียงผู้เดียว .." ชายชราพูดขึ้นเสียงเบาเย็นชา และขาดอารมณ์ร่วมเป็นอย่างมาก แต่ทุกคำพูดของเขา มันกับสะกดจิตใจมากเมฆเหลือเกิน คล้ายกับมีมนตร์เสน่ห์บางอย่างทำให้มากเมฆต้องเชื่อฟังคนคนนี้

 

แต่ทว่าในเวลาเดียวกันอาจารย์ไป่หลงถึงกับตกใจอย่างมาก พร้อมกับมีเหงื่อไหลออกมาทั้งตัวด้วยสิ่งที่รู้ได้ยินจากน้ำเสียงของสหายผู้นี้อย่างไม่คาดฝัน เพราะโดยปกติแล้วสหายของเขาผู้นี้ เป็นทั้งเพื่อนแท้และคู่แข่งของตนเองมาตลอดกว่า 150 ปี แถมทั้งคู่ยังแข่งขันกันอีกว่าใครจะมีอายุได้ยืนยาวมากกว่ากัน จนเมื่อเร็วๆ นี้

 

อาจารย์ไป่หลงได้กลับมาชื่อเสียงอีกครั้ง จากการเป็นผู้ทดสอบเคลื่อนย้ายจิตสำนึกเข้ามาอยู่ในโลกสามพิภพสำเร็จได้เป็นคนแรกของจักรวาล ทำให้สหายชราของท่าน ต้องออกจากที่เก็บตัวอันสันโดษของโลกมืด และได้ติดต่อขอย้ายจิตสำนึกเข้ามาในโลกสามพิภพด้วยเช่นกัน และด้วยอำนาจบารมีของสหายชราผู้นี้ที่มีอยู่อย่างมากมายมหาศาล

 

ทำให้แม้แต่ผู้นำและบริหารระดับสูงของนานาประเทศทั่วโลก หรือแม้แต่องค์กรใต้ดินต่างๆ มากมายไม่กล้าผิดใจแถมยังแสดงตัวเข้าช่วยเหลือชายชราอย่างเต็มที่ในทุกๆ ด้าน ทำให้สามารถลัดคิวและเคลื่อนย้ายจิตสำนึกเข้ามาในโลกสามพิภพได้สำเร็จเป็นอันดับที่สอง และได้กลับมาประลองปะมือ กับอาจารย์ไป่หลงผู้เป็นสหายกันอีกครั้งอย่างสาแก่ใจที่รอคอยมาตลอดร้อยกว่าปี

 

แถมสหายชราของท่านอาจารย์ไป่หลงก็คือ ทันฮยองอู ผู้เป็นคู่แข่งและสหายผู้รู้ใจของท่านอาจารย์ไป่หลงมากว่าร้อยแปดสิบปี และเป็นจอมมารปีศาจของโลกภายนอกอย่างแท้จริง จึงแม้ความดำมืดที่สุดของโลกยังต้องหวาดกลัวต่อชายชราผู้นี้

 

ทันฮยองอูเป็นผู้อยู่เบื้องหลังองค์กรชั่วร้ายทั่วโลกและระบบสุริยะจักรวาล เป็นผู้ที่ทรงอิทธิพลมากมายมหาศาล จนสามมหาอำนาจและตระกูลเมฆาเทพยังไม่กล้าผิดใจด้วยแม้แต่น้อย และยังเป็นถึง มารกระบี่อันดับหนึ่ง ที่เก่งกาจราวกับเทพปีศาจจากขุมนรกมืดสุดน่ากลัวเกินจินตนาการ และได้เคยสังหารยอดฝีมือผู้ไร้พ่ายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคนจากทั่วทุกมุมโลกอย่างโหดร้าย เป็นมารปีศาจของจริงและหนึ่งเดียว

 

ผู้เฒ่าผมขาวทันฮยองอูก้าวเดินออกมาโดยไร้เสียงไร้สัมผัสพลังใดๆ ให้ตรวจสอบได้ พูดคุยกับมากเมฆผ่านทางหน้าต่างระบบ Video call ของอาจารย์ไป่หลงอย่างไม่เกรงใจสหายชราแม้แต่น้อย เพราะทั้งสองถือได้ว่าสนิทสนมกันมาก ถึงแม้จะเคยผิดใจกันมาก่อนในอดีตก็ตามเป็นสิบๆ ปี

 

".. เจ้าหนูลาโง่ เจ้าเป็นศิษย์ผู้สืบทอดคนสุดท้ายของเจ้าเฒ่าไป่หลง ใช่หรือไม่ .." ผู้เฒ่าทันฮยองอูถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบเย็นชาจนกระดูกหนาวสั่นได้ สร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลให้ผู้ที่ได้รับฟังต้องสั่นสะท้านอย่างไม่รู้ตัว แถมยังมีรูปหน้า ที่น่ากลัวต่างอย่างมาก แตกต่างจากอาจารย์ไป่หลงแบบสุดขั้ว ที่ดูอ่อนโยนจริงใจและเป็นกันเอง

 

".. ครับ ผมได้รับการสืบทอดวิชาหลายอย่างของท่านอาจารย์ไป่หลง .." มากเมฆตอบออกไปตรงๆ พูดเสียงดังฟังชัดเป็นปกติ และไม่ได้หวั่นเกรงชายชราผมขาวตรงหน้ามากนัก เพราะสุดท้ายแล้วหากไม่หวาดกลัวและหลงไปกับอารมณ์ต่างๆ ที่สัมผัสได้ มากเมฆก็รู้สึกแค่ว่าชายชราตรงหน้าเป็นแค่คุณตาหน้าดุคนหนึ่งเท่านั้น

 

".. ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม จริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าหนูต่อแต่นี้ไป เจ้าจะต้องมาเป็นศิษย์สืบทอดของข้าด้วยเช่นกัน ข้าผู้เฒ่าเคยได้ยินเรื่องราวของเจ้ามามากมาย จากเจ้าเฒ่าไป่หลงบ้างแล้ว เราผู้เฒ่าจะส่งคัมภีร์ยุทธ์วิชาประจำตัวของข้าไปให้เจ้าได้ฝึกฝน หลังจากที่เจ้าฝึกสำเร็จแล้วให้เจ้าเดินทางมายังที่นี่ ให้ผู้เฒ่าได้ทดสอบหน่อยว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะผู้บ้าคลั่งจนเหนือโลกแท้จริงหรือไม่ .." ผู้เฒ่าทันฮยองอูกล่าวบอกเด็กหนุ่มตรงหน้า และหัวเราะออกมาอย่างชอบใจก่อนที่จะเดินหายไปจากสายตา

 

เพื่อไปเอาคัมภีร์ยุทธ์ที่ตนเองได้คิดค้นขึ้นจากประสบการณ์นับร้อยปี จากที่แห่งหนึ่งภายในสำนักที่สร้างใหม่ในพริบตา และได้นำไปส่งมอบให้ อาจารย์ไป่หลงผู้เป็นสหายทำการส่งมอบมาให้มากเมฆที่อยู่อีกดวงดาวในทันที ก่อนที่ตนเองจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยอยู่ ณ ที่ตรงนี้มาก่อน

 

อาจารย์ไป่หลงเองก็ไม่คาดคิดเช่นกัน ว่าสหายชราของเขาผู้นี้ จะทำอะไรแปลกประหลาดได้ถึงเพียงนี้ทั้งที่อายุก็พอๆ กับตนเองแท้ๆ แถมเจ้าหนูมากเมฆเองก็เป็นลูกศิษย์สืบทอดคนสุดท้ายของตนอยู่ก่อนแล้ว ทำไมเจ้าเฒ่ามารกระบี่ จึงได้เลือกลูกศิษย์ของตนเองเป็นศิษย์สืบทอดด้วยเหมือนกัน ไม่มีเหตุผลเอาซะเลยจริงๆ

 

หลังจากที่ได้พูดคุยและได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ไป่หลงมาแล้ว ในหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ผ่านๆ มา รวมไปถึงเรื่องที่มากเมฆได้รับลูกศิษย์อีกด้วย ถึง 4 คนก่อนหน้านี้ได้อาจารย์ได้รับฟัง

 

ไม่นานนักหลังจากมากเมฆได้รับคัมภีร์ยุทธ์โบราณเก่าๆ ที่ทางอาจารย์ไป่หลงส่งมาให้แล้วนั้น ก็ทำให้ตัวเขาต้องลำบากใจอีกครั้งเล็กน้อย เพราะยังไม่ได้จัดเตรียมอาวุธที่เป็นกระบี่ไว้เลย แม้แต่เล่มเดียว

 

แถมในโลกเวทมนตร์แบบนี้ จะให้ตัวเขาไปหากระบี่ดีๆ ได้จากที่ไหน แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ แถมมากเมฆเคยเห็นกระบี่ก็จริง แต่ก็จากในหนังในละครจีนโบราณในทีวีโทรทัศน์เท่านั้น ไม่เคยได้จับของจริงๆ เลยสักครั้ง แล้วแบบนี้จะสร้างออกมาได้ยังไง ส่วนวิชาความรู้ไก่กาที่เคยได้รับมาจากรากไม้ ก็เป็นความรู้พื้นฐานของวิชาการต่างๆ ตั้งแต่อนุบาลจนถึงปริญญาตรีแบบบ้านๆ เท่านั้น และข้อมูลไร้สาระอีกเป็นหมื่นๆ ไฟล์ แถมเวลานี้เจ้ารากไม้ก็ไม่อยู่ใกล้ๆ จะไปให้เจ้าตัวโหลดไฟล์ข้อมูลในการสร้างอาวุธกระบี่จากโลกภายนอกก็ไม่ได้อีก จบกัน จบตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลย

 

หลังจากคิดจนเลิกคิดแล้ว แถมวันนี้ยังมีเรื่องที่ต้องให้ทำมากเกินไปจริงๆ ในแต่ละวัน จึงได้เข้าไปในห้องนอนของตนเอง และได้วาปหายกลับเข้าไปในมิติลับเมฆมายาเมื่อมีโอกาสทันที

 

มากเมฆได้เรียกหาลุงโลเวอร์ เพื่อให้ลุงแกชายผู้มากประสบการณ์ ช่วยเหลือในการสร้างอาวุธกระบี่ให้หน่อย โชคยังดีของเขาที่ลุงโลเวอร์เป็นถึงช่างตีอาวุธ ช่างเหล็กระดับตำนาน ทำให้สามารถสร้างกระบี่เหล็กที่ต้องการให้กับมากเมฆได้ไม่ยากเย็นอะไร ทำให้ปัญหานี้จบไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้สมบูรณ์มากนัก เพราะลุงแกก็ไม่เคยเห็นกระบี่แบบจีนโบราณเหมือนกัน ทำได้ก็แต่ออกแบบไปตามแนวความคิดของผู้เป็นนายท่านเท่านั้น

 

----------------------------------------------

 

หลังจากที่ฝากงานให้ลุงโลเวอร์ช่วยสร้างอาวุธ และไปตรวจสอบโรงงานนรกเรียบร้อยแล้ว

 

มากเมฆจึงได้มีเวลาทำการตรวจสอบ และนำยานอวกาศที่ถูกย่อส่วนเอาไว้ออกมา และโยนมันออกไปในพื้นที่ว่างเปล่าของมิติลับเมฆมายาในทันที พร้อมกับออกคำสั่งด้วยความคิด อย่างง่ายๆ ต่อยานอวกาศลำนั้น

 

เพื่อให้ยานอวกาศที่ได้รับมา กลับไปเป็นขนาดเท่าเดิมในพริบตา และตัวยานเองมันก็มีขนาดพอๆ กับดวงจันทร์ในมิติลับเมฆมายาหรือของโลกเลยก็ว่าได้ ถือได้ว่ามีขนาดที่ใหญ่อย่างมาก และคงสามารถบรรจุคนได้มากกว่าพันล้านคนได้อย่างสบายๆ กับขนาดที่ใหญ่อย่างมากของมัน

 

 

หลังจากที่ตรวจสอบไปได้สักระยะแล้วที่ภายนอกของตัวยาน มากเมฆก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าตนเอง ยังไม่ได้ตั้งชื่อและกำหนดขอบเขตการใช้งานให้เหมาะสมถูกต้องเลย เพราะเอาเข้าจริงยานอวกาศลำนี้ ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนสำคัญใหญ่ๆ นั่นก็คือ

 

หนึ่ง ส่วนที่เป็นยานอวกาศที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยจำนวนมาก และมีอาวุธสงครามทำลายล้างของโลกอนาคต พร้อมกับกำลังทางการทหารนับล้านๆ รูปแบบภายใน ที่ถูกเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี

 

สอง ส่วนที่เป็นลูกแก้วมิติขนาดใหญ่ที่มีทวีปเขตแดนขนาดเล็ก แต่ก็ถือได้ว่าใหญ่พอๆ กับทวีปจิตมายาก่อนที่จะปลดผนึกเล็กน้อยอยู่พอควร และยังเต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม สัตว์ป่าสัตว์อสูรนานาพันธุ์ ราวกับสรวงสวรรค์ของพระเจ้าก็ไม่ปาน และยังมีตึกสูงขนาดใหญ่ที่มากเมฆตั้งใจออกแบบ พร้อมกับเมืองขนาดใหญ่โดยรอบ และจะใช้ที่นี่เป็นศูนย์ใหญ่ของสหพันธ์การค้าเมฆมายาอีกด้วย

 

มากเมฆตั้งชื่อให้ยานอวกาศลำนี้ ให้เป็นชื่อภาษาจีนว่า เฟยอวี่ แปลได้ว่า ทะยานสู่ห้วงเอกภพ

 

และกำหนดให้ผู้ที่ได้รับกำไลเวทหรือตราสัญลักษณ์เมฆมายา และมีรายชื่ออนุญาตเท่านั้น ถึงจะวาปหายตัวเข้ามาที่ตึกของศูนย์ใหญ่สหพันธ์การค้าเมฆมายาได้อย่างอิสระ

 

แต่จะเข้าออกอยู่แต่ภายในลูกแก้วมิติขนาดใหญ่เท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปในส่วนของยานอวกาศเฟยอวี่ได้หากมากเมฆไม่ได้อนุญาตก่อน และคงไม่อนุญาตให้ใครๆ เข้าไปได้อย่างแน่นอน และหากมีสมาชิกหรือแขกพิเศษท่านใดคิดลองดีหลงเดินเข้าไป ในส่วนของยานหรือบริเวณต้องห้ามเหล่านั้น ก็จะถูกสังหารลดระดับเลเวลในทันที พร้อมกับจับไปคุมขังไว้ในที่แห่งหนึ่งภายในลูกแก้วมิติสักระยะหลังจากกลับมาเกิดใหม่แล้ว ด้วยระบบพิเศษที่ได้รับมอบมาจาก ZERO

 

เพื่อเป็นการป้องกันพวกที่คิดจะแอบลักลอบขโมยข้อมูลเข้ามา และเป็นการป้องกันสองชั้นอย่างง่ายๆ แต่ทว่าในครั้งนี้มากเมฆกับไม่สามารถลบรายชื่อของเจ้า ZERO ออกไปจากยานอวกาศได้และลูกแก้วมิติได้ ทำให้เจ้าบ้า ZERO มันสามารถวาปเข้ามาในยานอวกาศเฟยอวี่ได้ตลอดเวลา เหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่าเขาจะต้องลบรายชื่อของตัวมันเองออกแน่ๆ เลยทำการตั้งค่าบางอย่างมากันเอาไว้ตั้งแต่แรกนั่นเอง

 

เมื่อตั้งค่าและกำหนดขอบเขตทุกอย่างเสร็จแล้ว มากเมฆก็ทำการวาปหายตัว เข้าไปในเฟยอวี่ในส่วนของลูกแก้วมิติตรงกลางในทันที เพื่อทำการสำรวจให้ทั่วบริเวณ และได้ไปปรากฏตัวที่ลานกว้างใจกลางเมืองที่ออกแบบเอาไว้ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด และดอกไม้สวยงามแฟนตาซีเวทมนตร์จำนวนมาก

 

ภายในนี้มากเมฆได้พบกับหุ่นยนต์ทำความสะอาด และหุ่นยนต์ดูแลสวนดอกไม้จำนวนมากไม่ต่ำกว่า 300 ตัวที่ต่างก็กำลังทำงานกันอยู่ และพอมองออกไปไกลๆ ก็จะพบเข้ากับตึกสูงขนาดใหญ่ยักษ์จำนวนมากหลายร้อยตึกตรงหน้า ที่ต่างก็สูงเด่นเป็นสง่าอลังการงานสร้างอย่างแท้จริง ที่ถูกออกแบบมาให้ล้ำสมัยและเข้ากับธรรมชาติของที่นี่อย่างมาก และที่ไกลออกไปอีกหน่อย

 

จะพบกับตึกสูงสีฟ้าขาวที่สูงที่สุด มองไม่เห็นยอดสูงสุดเลยด้วยซ้ำว่ามันสูงแค่ไหน เพราะในเวลานี้ได้มีกลุ่มเมฆสีขาวจำนวนมาก ลอยมาปิดบังเอาไว้ทำให้มองไม่เห็นยอดตึกได้ และที่ตึกสูงตึกนั้นก็คือศูนย์ใหญ่ตึกทำการของสหพันธ์การค้าเมฆมายานั่นเอง

 

ส่วนตึกสูงและอาคารต่างๆ โดยรอบมากมาย มากเมฆยังไม่ได้กำหนดและไม่อนุญาตให้เข้าไปใช้งานได้ ยกเว้นแต่เจ้าของสถานที่เท่านั้นที่มีสิทธิ์ ทำให้เขาไม่จำเป็นจะต้องไปกังวลอะไรแม้แต่น้อยเกี่ยวกับพวกมัน และค่อยเปิดใช้งานแต่ละตึกทีหลังตามความต้องการในอนาคตของตัวเอง และการขยายตัวของสหพันธ์การค้าเมฆมายาได้ตามความต้องการของตนเองได้ทุกเมื่อ

 

แต่หลังจากที่มากเมฆได้บินสำรวจไปทั่วบริเวณเมืองที่ออกแบบไว้แล้ว ก็ได้ไอเดียดีๆ เพิ่มเติมออกมามากมายราวกับดอกเห็ดตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดศูนย์การค้าขนาดใหญ่ยักษ์ที่นี่ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติระดับผู้มีอันจะกิน โรงแรมหรูหราและเปิดรับลูกค้าระดับ VIP จนไปถึงระดับรากหญ้ากะลาแลนด์

 

โดยจะกำหนดขอบเขตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาได้อย่างอิสระ และกำหนดเวลาให้ชัดเจนในการเข้าและออกที่นี่แบบเก็บเงิน อยู่ต่อเสียเงิน จะออกเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะภายในลูกแก้วมิติแห่งนี้ ยังเต็มไปด้วยดันเจี้ยนจำนวนมาก แหล่งเก็บเลเวลชั้นดี และมีสัตว์อสูรตั้งแต่ธรรมดาไปจนถึงสัตว์อสูรเทพโบราณนั่นเอง ที่นี่มันคือขุมทรัพย์ในฝันของหลายๆ คนเลยก็ว่าได้

 

มากเมฆยังคิดที่จะจัดงานให้มีประมูลสุดยอดไอเทมในแต่ละเดือน หรือสร้างไอเทมออกมาและเอามาวางขายที่นี่โดยเฉพาะ และเปิดโรงประมูลขนาดใหญ่ที่อนุญาตให้ลูกค้านำสินค้าต่างๆ เข้าร่วมประมูลได้

 

และตนเองก็หักเปอร์เซ็นต์กินกำไรในระยะยาวแทน และเอาอาคารที่ไม่ได้ใช้งานมาเปิดเป็น โรงรับจำนำ ร้านค้าประเภทต่างๆ ให้เหมาะสมกับเป็นไปในรูปแบบต่างๆ ของสังคมที่จะเกิดขึ้น

 

โดยใช้เหล่าหุ่นยนต์ทำงานอยู่หลังฉากทั้งหมด และดูแลความเรียบร้อย ยกเว้นพวกหุ่นยนต์ดั่งเดิมของมิติแห่งนี้ และทำการว่าจ้างผู้เล่นที่เป็นสมาชิก หรือเหล่า NPC ปกติเข้ามาทำงานหน้าร้านแทน คอยให้บริการลูกค้า แทนที่จะให้หุ่นยนต์ช่างฝีมือต่างๆ ของมากเมฆปรากฏตัวออกมา เพราะอาจจะถูกขโมยไปลอกเลียนแบบได้หากไม่ระวังให้ดี

 

มากเมฆได้บินไปบินมาสำรวจสิ่งต่างๆ จนพอใจ ถึงแม้จะยังสำรวจไปได้แค่ 2% เท่านั้นจากทั้งหมด เพราะพื้นที่และดินแดนของมิติแห่งนี้มันกว้างใหญ่เอามากๆ มากเกินไปด้วยซ้ำ มันเป็นทวีปมิติขนาดใหญ่ ดีไม่ดีมันอาจจะมีทะเล และหมู่เกาะต่างๆ อยู่ก็เป็นได้ เพราะขนาดเขาเองเปิดใช้ระบบให้ทำการโหลดแผนที่ของมิติและทวีปภายใน จนถึงเดี๋ยวนี้ยังโหลดและอ่านข้อมูลไปได้แค่ 10% จาก 100% เท่านั้น บ่งบอกได้ว่ามิติลูกแก้วแห่งนี้มีความกว้างและใหญ่โตอย่างมาก

 

หลังจากที่บินดูจนพอใจแล้วรอบๆ เมืองที่ออกแบบไว้ จึงได้ลองไปสำรวจภายในยานอวกาศเฟยอวี่ดูบ้าง ก็ต้องตกตะลึงพอสมควรกับสิ่งที่เห็น เพราะภายในตัวยานกับเต็มไปด้วยหุ่นกลเทพสงครามล้างโลกระดับสูงทั้งนั้น

 

แต่ละตัวมีอาวุธที่สามารถยิงถล่มดาวเคราะห์ได้อย่างสบายๆ เช่น หัวรบนิวเคลียร์ ปืนลำแสงทำลายล้าง และยังมีระบบการรักษาความปลอดภัยระดับเทพหลายต่อหลายชั้น ที่แม้แต่ไวรัสแบคทีเรียในอากาศ หรือตามองไม่เห็น ผิดสังเกตนิดหน่อยยังถูกทำลายในพริบตา แถมหุ่นแต่ละตัวยังมีระดับเลเวลหลักหลายหมื่นเป็นอย่างน้อยอีกต่างหาก

 

ภายในห้องควบคุมมีขนาดที่กว้างอย่างมาก และที่ใจกลางของห้องควบคุม ก็มีที่นั่งคล้ายบัลลังก์สำหรับสั่งการขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และรอบๆ ก็เต็มไปด้วยหน้าจอและอุปกรณ์คำสั่งควบคุมเต็มไปหมด และไม่เคยเห็นมาก่อน

 

เมื่อมากเมฆผู้เป็นเจ้าของได้ลองนั่งลงไปที่บัลลังก์ควบคุม พร้อมกับเรียกให้มันทำงาน ก็ปรากฏว่าตนเองสามารถควบคุมทุกๆ อย่างด้วยความคิดได้ทั้งหมด ควบคุมการทำงานของยานลำนี้ได้ทุกอย่าง ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของตนเอง โดยจะมีข้อมูลจำนวนมากต่างๆ ที่ดูเหมือนจะส่งตรงเข้ามาในสมองความนึกคิดได้โดยตรงตลอดเวลา ช่างเป็นเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตอย่างแท้จริง

 

ทำให้เขาสามารถควบคุมยานอวกาศลำนี้ ได้อย่างใจคิดทุกอย่าง ต้องบอกเลยว่ามันสุดยอดและชิปหายในเวลาเดียวกัน เพราะแค่อาวุธที่เล็กที่สุด เบาที่สุดของยานอวกาศลำนี้ มันก็ยังสามารถทำลายล้างเมืองขนาดกลางที่มี NPC พิเศษเลเวลหลักพันปกป้อง ของทวีปหลักได้อย่างสบายๆ นั่นเอง และก่อนที่มากเมฆจะออกจากยานอวกาศเฟยอวี่

 

เขายังได้ทำการตรวจสอบครั้งสุดท้ายโดยละเอียดเกี่ยวกับมิติเวลาภายใน ก็พบว่ามันจะเดินไปพร้อมๆ กับมิติเวลาในเกมปกติทุกอย่าง ไม่ช้าหรือเร็วอะไรเป็นพิเศษ แถมมากเมฆยังปรับแก้ความเร็วของเวลาภายในมิติลูกแก้วไม่ได้อีกด้วย เหมือนจะถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนี้อย่างถาวร

 

แต่ที่พิเศษแบบสุดๆ คงจะมีเฉพาะเหล่าธรรมชาติที่ใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมดภายในมิติลูกแก้วเท่านั้น ที่สามารถเร่งการเจริญเติบโตได้เร็วกว่าปกติเป็น 100 เท่าจากปกติของเกม ไม่ว่าจะปลุกสมุนไพร หรือทำไร่ทำสวนอะไรก็ตาม ที่นี่จะให้ผลผลิตที่สูงมาก เร็วมากเป็น 100 เท่าเสมอ

 

พร้อมๆ กับการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตอย่างสัตว์ป่าและสัตว์อสูรทั้งหมดด้วยเช่นกัน และดูเหมือนว่าแต่ละสายพันธุ์ทุกตัวภายในมิติลูกแก้วนี้ จะระดับชั้นที่เรียกว่ากลายพันธุ์ติดมาด้วยเสมอ เช่น อสูรระดับราชา กลายพันธุ์ นั่นเอง

 

ส่วนสัตว์ป่าปกติหลากหลายสายพันธุ์ ภายในมิติลูกแก้วแห่งนี้ ทั้งหมดก็เช่นเดียวกันที่ได้รับคุณสมบัติพิเศษบางอย่าง ทำให้พวกมันสามารถขยายเผ่าพันธุ์ได้เร็วอย่างหน้าเหลือเชื่อ แต่ก็ถูกควบคุมได้อย่างสมเหตุสมผลจากระบบควบคุมของระบบหลัก จึงทำให้ห่วงโซ่อาหารภายในมิติแห่งนี้ เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้าน

 

แน่นอนว่ามากเมฆได้จับเหล่าสัตว์ป่าและสมุนไพรภายในมิติแห่งนี้จำนวนมาก นำออกไปปล่อยเลี้ยงและปลูกไว้ในเกาะสวรรค์รังสรรค์ของตนเองด้วยเช่นกัน ในเมื่อมีตัวอย่างและผลสำเร็จให้เห็นแล้ว เขาก็แค่ทำตามอย่างว่าง่ายเท่านั้น

 

เพื่อที่จะทำให้ลูกแก้วมิติสามารถเกิดประโยชน์ได้มากกว่านี้ มากเมฆจึงได้เรียกให้เหล่าผู้ติดตามทั้งหมด เหล่าชาวบ้านจำนวนมากหลายร้อยคน พร้อมกับอธิบายถึงมิติแห่งใหม่ให้ทั้งหมดได้รับรู้ร่วมกัน จนไปถึงคุณสมบัติและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ รวมไปถึงแผนการต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นให้ทุกคนได้รับฟัง

 

และได้อนุญาตให้ผู้ติดตามทั้งหมดเข้าออกไปมาระหว่างสองมิติได้เสมอตลอดเวลา โดยมากเมฆได้สร้างประตูมิติเชื่อมทั้งสองมิติเอาไว้ให้แล้ว และกำหนดให้เฉพาะผู้ติดตามของตนเองเท่านั้นที่สามารถใช้งานมันได้

 

ทำให้ในผู้ติดตามที่เป็นผู้หญิงและเหล่าเด็กๆ รวมไปถึงลูกมังกรทั้งสามดีใจอย่างมาก โดยเหล่าหญิงสาวหลายคนต้องการหางานทำ และยินดีช่วยเหลือทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลต้อนรับลูกค้าให้กับนายท่านของตนเอง

 

ส่วนเหล่าเด็กๆ และลูกมังกรหายนะทั้งสาม ต่างก็ดีใจที่จะได้มีที่ให้เที่ยวเล่นมากขึ้น ถึงแม้จะยังเที่ยวสำรวจเกาะสวรรค์รังสรรค์ทั้งห้ายังไม่ครบเลยก็ตาม แต่พอมีอะไรแปลกใหม่ ต่างก็ดีใจตามประสานิสัยของเด็กๆ ด้วยกันทั้งนั้นที่อยากจะออกผจญภัยไปเรื่อยๆ ตามความฝันวัยเด็กของแต่ละคน

 

แถมมิติแห่งใหม่ยังเป็นมิติลูกแก้วที่สามารถเก็บเลเวลได้ไม่จำกัด หาวัตถุดิบได้ไม่จำกัด และยังมีดันเจี้ยนขนาดแตกต่างกันไปอีกนับพันนับหมื่นที่ยังไม่ถูกค้นพบ เขาวงกตอีกเป็นจำนวนมากให้ออกค้นหา และผจญภัยได้ไม่สิ้นสุด และได้กลายมาเป็นแหล่งเก็บเลเวลฝึกฝนชั้นดีให้กับลูกหลานผู้ต่อต้านพระเจ้าอีกด้วย

 

และในตอนที่มากเมฆกำลังจะแยกตัวออกไปนั้นหลังจากที่จัดการในส่วนต่างๆ หมดแล้ว ผู้เฒ่าวอเตอร์ก็ได้ขอพูดคุยกับผู้เป็นนายเหนือหัวเป็นการส่วนตัวอีกครั้ง โดยท่านผู้เฒ่ายังคงนั่งและลอยไปลอยมาบนเมฆสีทองเหมือนเดิมอย่างมีความสุข

 

".. นายท่านกระผมมีเรื่องอยากขอร้องครับ .." ผู้เฒ่าวอเตอร์พูดขึ้นหลังจากที่ได้อยู่กันตามลำพัง

 

".. ว่ามาเลยครับ หากผมทำให้ได้จะทำให้แน่นอน .." มากเมฆตอบกลับอย่างง่ายๆ เพราะตั้งแต่รับกลุ่มคนเหล่านี้มา ตนเองก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลและช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้อย่างถึงที่สุดอยู่แล้ว ถึงแม้ตนเองจะเป็นนายเหนือหัวของคนเหล่านี้ก็ตาม และไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดๆ จากพวกเขาเลย

 

จากนั้นไม่นานท่านผู้เฒ่าวอเตอร์ก็ได้บอกเล่าถึงกลุ่มคนที่เหมือนๆ กับพวกเขา ที่เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่เหลือรอด

 

แต่คนกลุ่มนี้ไม่มีไอเทมพิเศษอะไรมากนัก และทั้งหมดได้พักอาศัยอยู่ในป่าลึกลับแห่งหนึ่ง ทางทิศเหนือของทวีปจิตมายาที่แสนจะห่างไกล และอยากจะขอร้องให้นายท่านมากเมฆ ช่วยพากลุ่มสายเลือดแท้ของจอมเทพมนตราเหล่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ได้มาอาศัยอยู่ที่นี่ด้วยกัน

 

โดยท่านผู้เฒ่าวอเตอร์เองจะขอติดตามออกไปด้วย เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้พูดคุยและอธิบายให้กับกลุ่มคนเหล่านั้นได้เข้าใจ และยินยอมติดตามรับใช้นายท่านมากเมฆให้จงได้อย่างสมบูรณ์

 

มากเมฆรับปากผู้เฒ่าชราโดยไม่ได้ถามอะไรมากนัก เพราะยังไงตนเองในอนาคตก็ยังต้องการกำลังคนอีกมาก แต่ก็ขอเวลาอีกราวๆ 30 วันในมิติลับเมฆมายาแห่งนี้ หรือราว 6 วันของเวลาเกมปกติ เพื่อที่จะไปจัดการกับปัญหาต่างๆ และธุระปะปังทั้งหมดให้แล้วเสร็จเสียก่อน

 

--------------------------------------------------------

 

เมื่อตกลงและรับปากท่านผู้เฒ่าวอเตอร์แล้ว เขาก็บินหายไปยังเกาะสวรรค์รังสรรค์แห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยน้ำตกสูงใหญ่ และเต็มไปด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

 

พร้อมกับนำกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาในระหว่างที่กำลังนั่งบนโขดหิน กล่องไม้ที่ว่านี้คือกล่องส่งของทางไกลระหว่างดวงดาวที่อาจารย์ไป่หลงได้ส่งมาให้นั่นเอง แน่นอนว่าภายในกล่องใบนี้จะต้องเป็นคัมภีร์วรยุทธ์สายกระบี่อยู่แล้วและยังเป็นสุดยอดวรยุทธ์อีกด้วย

 

เพราะมากเมฆสัมผัสได้ถึงพลังเร้นลับบางอย่างที่หลุดลอยออกมาจากกล่องใบนี้ได้ ด้วยสัมผัสประหลาดของตนเองที่ได้รับมาเมื่อเร็วๆ นี้หลังจากที่ปวดหัวอย่างรุนแรง ตอนที่ต่อสู้กับพวกกิลด์ราชันย์หายนะ

 

 

ภายในกล่องไม้ใบนี้ ทั้งหมดเป็นสุดยอดวิชากระบี่ ของมารเฒ่าทันฮยองอูผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น มารกระบี่อันดับหนึ่งในใต้หล้านั่นเอง

 

          มากเมฆเปิดกล่องออกมาอย่างช้าๆ ก็พบเข้ากับตำราโบราณ 4 เล่มที่ไม่หนามากนัก

 

[: ผู้เล่นมากเมฆได้รับ : คัมภีร์กระบี่พื้นฐานไร้พ่าย และ คัมภีร์ลมปราณเคลื่อนพิภพ  :]

 

[: ผู้เล่นมากเมฆได้รับ : คัมภีร์มารกระบี่พื้นฐานไร้สิ้นสุด และ คัมภีร์เทพกระบี่พื้นฐานไร้จำกัด :]

 

มากเมฆเคยดูหนังจีนกำลังภายในโบราณมาก่อน แน่นอนว่ารู้จักอาวุธที่เรียกว่ากระบี่อยู่ก่อนแล้ว และส่วนใหญ่ในเรื่องราวต่างๆ ของหนังจีนโบราณเก่าๆ ที่เคยดู กระบี่มักจะเป็นอาวุธของพระเอกเกือบจะทุกเรื่อง และยังคงเป็นยอดศาสตราแบบไม่มีเหตุผลเท่าไหร่อีกด้วย ในหลายๆ ความหมาย แต่ก็เป็นจ้าวศัสตราวุธทั้งปวงอยู่ดี

 

แต่พอเขาเองจะได้ฝึกวิชายุทธ์กระบี่ของจริง วิชาลมปราณเคลื่อนพิภพของคนโบราณ ที่ไม่ใช่ของทางเกมที่เป็นผู้สร้างและออกแบบโดยใส่ Effect แสงสีและท่าทางประกอบเข้าไปอย่างที่แล้วๆ มา

 

ตัวเขาเองก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี เพราะทุกครั้งที่ได้ฝึกฝนวิชายุทธ์ของจริงของคนโบราณ ก็มักจะก่อให้เกิดผลประโยชน์มากมายกับร่างกายของมากเมฆอย่างมหาศาลอย่างคาดไม่ถึง

 

แค่ตัวเขาเองได้ฝึกฝนกำลังภายใน วิชาลมปราณจักรวาลลึกล้ำ ของท่านอาจารย์ไป่หลง ไม่นานนักก็ทำให้เขามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นเป็นอย่างมาก นับร้อยๆ เท่าจากที่เคยเป็นอยู่ในสภาพอ่อนแอไร้กำลัง และในทุกวันนี้เขากับเต็มไปด้วยพลังชีวิตมากมายในแต่ละวัน

 

พร้อมที่จะทำอะไรต่อมิอะไรได้อยู่ตลอดเวลา ทั้งในเกมและโลกแห่งความเป็นจริง และหากได้ฝึกลมปราณเคลื่อนพิภพ เพิ่มเติมเข้าไปอีกก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างกับตัวเขาในตอนนี้และอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

".. ผู้เฒ่าคนนั้น ไม่ได้บอกหรือเขียนจดหมายอธิบายอะไรมาเลยสักอย่าง งั้นคงต้องเริ่มฝึกที่วิชาลมปราณก่อนเป็นอันดับแรกแล้วกัน แล้วค่อยศึกษาพวกกระบี่พื้นฐานและวิชากระบี่ที่เหลือ .." มากเมฆยังคงมีเวลาเหลืออยู่ในมิติลับเมฆมายา สำหรับฝึกฝนวิชาลมปราณและเพลงกระบี่อยู่อีกราวๆ 10 วัน ภายในมิติแห่งนี้หากต้องการ

 

แต่มากเมฆก็ยังไม่ได้รีบร้อนที่จะฝึกฝนมากนัก เพราะยังต้องออกไปดูแลน้องๆ ลูกศิษย์ตัวน้อยทั้งสี่คนก่อน

 

โดยเมื่อเช้าแล้ว เขาจะลองให้ทั้งหมดได้ออกไปผจญภัยและเคลียร์เงื่อนไขต่างๆ ในการรับเอาทักษะระดับตำนานไปใช้ให้ได้เสียก่อนกันทุกคน และจะได้ปล่อยให้พวกเด็กๆ ได้ผจญภัยและฝึกฝนในแบบของตัวเองต่อไป

 

ไม่อย่างงั้นระบบศิษย์อาจารย์ จะไร้ค่าอย่างมาก หากทั้งหมดไม่สามารถเรียนรู้ทักษะอะไรได้เลย จากที่ตนเองได้กำหนดเอาไว้ให้ง่ายที่สุดแล้ว และมันคงจะเป็นการไม่บังควร หากผู้เป็นอาจารย์ปกป้องลูกศิษย์ของตนเองมากเกินไปเช่นกัน และสมควรจะปล่อยให้ทุกๆ คนได้มีโอกาสเติบโตและก้าวหน้าเองอย่างเป็นธรรมชาติของใครของมัน และช่วยเหลือเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น

 

          โดยมากเมฆตั้งใจให้วันพรุ่งนี้ตอนเช้าจนถึงเย็น ลูกศิษย์ทั้งหมดจะต้องผ่านเงื่อนไข ในการรับทักษะอย่างน้อยๆ คนละ 4 ทักษะเป็นอย่างต่ำ ไม่อย่างงั้นเขาก็ยังไม่สามารถปล่อยให้ทั้งหมด ออกไปผจญภัยด้วยตัวเองได้ และการที่ในวันนี้ก่อนที่จะกลับมายังโรงแรม ระหว่างทางมากเมฆได้ซื้ออุปกรณ์ชุดสวมใส่ อาวุธเวทมนตร์หลายชนิดให้กับทั้งหมดนั้น

 

นั่นก็เพราะมากเมฆต้องการจะให้ทั้งหมด ได้เรียนรู้ในคุณค่าของไอเทมธรรมดาเหล่านั้นเสียก่อน หากในเวลานี้เขาได้ส่งมอบสุดยอดอาวุธอย่างดี คุณภาพสูง ให้กับลูกศิษย์ทั้งสี่คนไปแล้วอย่างง่ายๆ

 

ทั้งหมดคงได้แต่หวังพึ่งพาอาวุธชุดเกราะระดับสูง หรือคุณสมบัติพิเศษจากอาวุธกันอย่างเดียวเท่านั้น และทั้งหมดก็จะละเลยข้อสำคัญหลายอย่างในการคิดวิเคราะห์เอาตัวรอดไป และหลงลืมที่จะฝึกฝนตัวเองให้เก่งกาจ และเอาแต่พึ่งพาคนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง

 

คนเราเมื่อได้เคยใช้ชีวิตที่สุขสบายเอามากๆ และไม่ได้ทำอะไรจริงจังเป็นเวลานานๆ ก็มักจะเคยตัวหลงลืมในสิ่งที่ควรกระทำไปในที่สุด ในไม่ช้าก็เร็วของคนคนนั้น พัฒนาการความก้าวหน้าต่างๆ ก็จะหยุดลง

 

มากเมฆไม่อยากให้ลูกศิษย์ ตัวน้อยๆ ของตนเองต้องเป็นแบบนั้น

 

จึงได้ให้แต่อาวุธธรรมดาทั่วไปที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้า และในวันพรุ่งนี้ เขาจะพาทั้งหมดเข้าไปฝึกฝนในป่าลึกที่อันตราย เพื่อให้ทุกคนได้รับทักษะในตำนาน และแน่นอนว่างานนี้ มากเมฆจะส่งมอบประสบการณ์ชีวิตสุดโหดร้ายบ้าคลั่ง ให้กับเหล่าลูกศิษย์อย่างเต็มที่...

 

ก้าวหน้า

 

หรือหวาดกลัวจนเลิกเล่นเกมไป

 

หรือจะกลายเป็นหายนะตัวน้อยๆ

 

ทั้งหมดก็อยู่ที่ ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 391 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4556 Thiti Sasanawin (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 06:41
    บางทีตัวเลขมันก็เกินไปหน่อยนะครับ555 เคยฆ่าคนไปแล้วกว่า10ล้านคน อายุประมาณ200ปี ตกๆวันนึงต้องฆ่าคนเป็น100ทุกวันๆเลยนะคับ
    #4,556
    1
    • #4556-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 53)
      11 พฤศจิกายน 2562 / 12:38
      ประวัติที่ดูเหมือนตำนาน มันจะดูเหมือนโม้ ๆ หน่อยนะครับ
      แต่หากติดตามยาว ๆ อ่านไปจนถึงบทหลัง ๆ จะเห็นว่ามารกระบี่นั้น
      ฆ่าคนเหมือน .... จริง ๆ
      #4556-1
  2. #3934 ไป่หู (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 16:16
    เอะ ทันฮยองอู คุ้นๆนา ดาบเดียวตายปะนิ5555
    #3,934
    0
  3. #2405 joelamtan (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 17:30
    ขอบคุณครับ
    #2,405
    0
  4. #2404 loliz (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 08:44
    บันเทิง จะสร้างตัวป่วนแบบแกรึไงมากเมฆ
    #2,404
    0
  5. #2403 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 06:41

    จะกำเนิด4หายนะน้อยแล้วววววว

    #2,403
    0
  6. #1699 Tanz Giroro (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:21
    อย่าดราม่าแบบตายเกลื่อนอีกนะคะ กลัวใจอ่ะ
    #1,699
    0
  7. #1371 chefzapvp1234567 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 00:43
    รู้สึกถึงความร้อนรนแปลกๆแฮะ
    เพราะ!! ใกล้อ่านถึงตอนล่าสุดแล้วววว~
    ม่ายยยยย~~~ ไม่อยากลงแดง ฮรืออออ~~~
    #1,371
    0
  8. #1077 phonphimon0123 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 11:16
    ต่ออออ
    #1,077
    0
  9. #1074 prapat91 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 09:40
    ขอบคุณ
    #1,074
    1
    • #1074-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 53)
      8 มกราคม 2561 / 21:03
      กลับมาอ่านบ่อยๆ นะครับ
      #1074-1
  10. #1073 นิค&NIck (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 09:14
    ช่วยไม่ได้ถ้าเอาออกรบตอนนี้ไม่ได้ก็สร้างแบบกอปปี้และอัพเกรดขึ้นไปอีก(จากพลังของมากเมฆเอง) เพราะยังไงยานลำนี้ก็เป็นฐานหลัก สร้างเองก็ได้โดยกอปปี้ข้อมูลไว้แล้วอัพเกรดไปอีกถือเป็นไม้ตายของการค้าเมฆมายาแล้วค่อยไปปลดผนึกเอาไง
    #1,073
    1
    • #1073-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 53)
      8 มกราคม 2561 / 21:04
      มากเมฆกับมหาเทพแห่งสงคราม เร็วๆ นี้
      #1073-1
  11. #1072 SoCis (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 07:44
    ลาสบอสตัวสุดท้ายของเกมส์น่ไม่ต้องหาไกลเลยนะ เป็นหมอนี่แน่นอน
    #1,072
    0
  12. #1071 MewThanayot (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 06:38
    ขอบคุณครับ
    #1,071
    0
  13. #1070 SolloS (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 05:56
    ขอบคุณมากคับ
    #1,070
    0
  14. #1069 Worada Ray (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 00:10
    ขอบคุณค๊า
    #1,069
    0
  15. #1068 kthongkanya (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 23:46
    สนุกขนาดนี้ อยากได้เป็นเล่มเด็บไว้จัง อิอิ
    #1,068
    0
  16. #1067 KurouNeko (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 23:44
    คุณพี่สาวคงบอกว่าก็ดีแล้วที่ได้พวกนี้มาเป็นผู้ติดตาม

    ดัดหลัง Zero ไปในตัว
    #1,067
    1
  17. #1066 Lover (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:54
    รออยู่ครับ
    #1,066
    0
  18. #1065 zaalah5931 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:45
    ขอบคุณคะ
    #1,065
    0
  19. #1064 Nottefa (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:45
    ขอบคุณค่ะ
    #1,064
    0
  20. #1063 Ujbh (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:40
    จอมปีศาจปะครับ
    #1,063
    1
    • #1063-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 53)
      7 มกราคม 2561 / 22:51
      ขอบคุณครับ ผมพลาดเยอะมากเลย T^T
      #1063-1
  21. #1062 เลซี่เคซี่ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:35
    รอค่ะ สนุกมากเลยค่ะ สู้ๆนะคะ
    #1,062
    0
  22. #1061 เจ้ากิ้งก่าสีฟ้า (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:32
    ต้องเป็น'ดวง'จันทร์บริวารรึป่าวคะ?
    #1,061
    1
    • #1061-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 53)
      7 มกราคม 2561 / 22:38
      แก้ไขแล้วขอบคุณมากที่บอกครับ
      #1061-1
  23. #1060 kamol1122 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:18
    สนุกดีครับ
    #1,060
    0
  24. #1059 fhenix2 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:08
    ยังไงก็รอ ขอบคุณครับ
    #1,059
    0
  25. #1058 Black Diamonds - [ NACҚ ] (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:07
    รออยู่นะครับ มาต่อเร็วๆนะครับ
    #1,058
    0