มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 347 : บทที่ 347 พื้นฐานในพื้นฐาน สัมผัสวิญญาณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 669
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    18 ม.ค. 63

 

ในคราแรกที่องค์จักรพรรดิพยัคฆ์ทมิฬและทุกคนในตระกูลเย่ ได้มาถึงโลกวิเศษใหม่ ๆ ในวันแรก 

 

ทั้งกลุ่มได้ค้นพบกล่องหัวใจอมตะได้ด้วยความบังเอิญเหลือเชื่อ ภายในถ้ำสมบัติแห่งฟ้าสวรรค์แห่งหนึ่งด้านในส่วนลึก ราวกับถูกจัดฉากเอาไว้โดยสวรรค์ที่ทรงมีเมตตา ในทีแรกองค์มหาจักรพรรดิผู้นี้ดีใจเป็นอย่างมาก ด้วยสิ่งประดิษฐ์ท้าทายสวรรค์และโลกเช่นนี้มาไว้ในครอบครอง ซึ่งมีพลังพิเศษทำให้ผู้เป็นเจ้าของหัวใจ เกือบจะเป็นอมตะอย่างแท้จริง มีพลังในการรักษาและฟื้นฟูพลังชีวิตสูงอย่างไม่น่าเชื่อ

 

แต่ทว่าหลังจากที่ได้เห็นรายละเอียดต่าง ๆ ในด้านคำเตือนโดยเฉพาะเงื่อนไขที่จะต้องยินยอม และบทลงโทษของเจ้าหัวใจอมตะดวงนี้แล้ว ผ่านการตรวจสอบของสัมผัสวิญญาณอยู่หลายครั้งจนแน่ใจ

 

องค์มหาจักพรรดิพยัคฆ์ทมิฬจึงได้ใช้ความคิดอยู่นาน

 

ก่อนที่จะตัดสินใจเด็ดขาด หลังจากที่ได้ไตร่ตรองดูผลได้ผลเสีย 

 

รวมไปถึงโอกาสต่าง ๆ อีกมากมายภายในโลกวิเศษดวงนี้หากเกิดขึ้น รวมไปถึงเหล่าตัวแปรอื่น ๆ ที่คาดไม่ถึงอีกเป็นจำนวนมาก เช่น พวกยอดฝีมือลึกลับที่ตนเองและทุกคนในตระกูลเย่ ไม่มีวันจะชนะและต้องพ่ายแพ้ หรือเหล่าทวยเทพสวรรค์ที่ร้ายกาจเอกอุ อาจจะเข้าร่วมในการประลองก็เป็นได้ และแน่นอนว่าชีวิตขององค์จักพรรดินั้นสำคัญที่สุดเสมอไม่ว่าจะสถานการณ์ใด ๆ 

 

หากการหลอมรวมเข้ากับหัวใจอมตะดวงนี้แล้ว ทำให้มีชีวิตได้เพียงครั้งเดียวหากตายลง หรือถูกแย่งชิงหัวใจอมตะที่ว่าออกจากร่างกาย ไปเป็นเวลา 5 ลมหายใจเข้าออกอย่างไม่ยินยอม มันจะกลายเป็นการตายแบบแตกดับถาวร แบบมิได้ผุดได้เกิดอีกเลยหลังจากนี้ แถมยังต้องตกลงสู่มหานรกยมโลก ไปชั่วกัปชั่วกัลป์อีกด้วย ซึ่งหากเป็นแบบนั้นจริง ๆ จักรพรรดิพยัคฆ์ทมิฬมิคิดเอาชีวิตแสนสำคัญของตัวเอง ไปล้อเล่นโดยเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็แล้วแต่

 

แต่กระนั้นด้วยความเสียดาย ..

 

          หลังจากที่จัดตั้งกลุ่มพันธมิตรได้ในระดับหนึ่งแล้ว และภายในกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นยังมีผู้ภักดีที่หลอกใช้ได้ง่ายจากทวีปพยัคฆ์ทมิฬของตนเอง แถมยังโง่และโลภมากแบบสุด ๆ เป็นพวกช่างพูดช่างประจบสอพลอ ดังนั้นองค์จักรพรรดิพยัคฆ์ทมิฬจึงได้จัดฉากและวางแผนกับบรรดาคนสนิทของตนเอง เพื่อให้คนคนนั้นเข้าไปภายในถ้ำสมบัติแห่งฟ้าสวรรค์ และพบเจอเข้ากับสมบัติที่ว่าโดยบังเอิญ

 

และแน่นอนว่าคนโลภมากจนเป็นสันดาน แถมยังโง่ขนาดนั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง 

 

เจ้านั่นหรือที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อตนเองเป็น “เจ้าอ้วนอมตะ” ได้ทำการหลอมรวมเข้ากับสมบัติประดิษฐ์ท้าทายสวรรค์ที่ว่าได้สำเร็จ พร้อมกับได้รับพลังในการรักษาฟื้นฟู จนเกือบจะกลายเป็นอมตะจนทำให้ใครต่อใครต่างก็ต้องอิจฉา มาเป็นข้ารับใช้และกลายมาเป็นโล่เนื้อมนุษย์ให้กับองค์จักรพรรดิพยัคฆ์ทมิฬในเวลาต่อมา

 

โดยที่หารู้ไม่ว่า .. สิ่งที่ตนเองได้รับ ล้วนเป็นการจัดฉากแทบทั้งหมด และเหตุที่องค์จักรพรรดิเลือกเจ้าอ้วนอมตะเป็นหนูทดลอง เป็นผู้ได้รับสิ่งประดิษฐ์ที่ว่าไป เป็นเพราะความมั่นใจว่าจะสามารถฆ่าอีกฝ่ายและแย่งชิงหัวใจอมตะที่ว่ากลับมาได้แน่ ๆ ในอนาคตนั่นเอง

 

มนุษย์เราล้วนแต่ใช้ชีวิตโดยไม่เบื่อหน่ายกลอุบายจริง ๆ ...

 

หลังจากที่องค์จักรพรรดิพยัคฆ์ทมิฬ ได้เห็นเกรย์หลอมรวมกับหัวใจอมตะตรงหน้า แล้วด้วยที่ตนเองและคนตระกูลเย่ที่ได้รับบาดเจ็บ ต่างก็รู้จักเจ้าสิ่งนั้นเป็นอย่างดีหลังจากสังเกตเห็น มันจึงอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะหัวเราะออกมาดัง ๆ และดูถูกอีกฝ่ายเอามาก ๆ ในความโง่อันไร้เทียมทานของอีกฝ่าย

 

เพราะหากหลอมรวมในขณะที่ร่างกายยังสมบูรณ์พร้อม

 

โอกาสสำเร็จยังมีมากถึง 50% แต่เจ้าโง่เด็กหนุ่มนี่กับเลือกที่จะหลอมรวม ในขณะที่ตนเองอ่อนแอที่สุดแทน

 

หากไม่ให้หัวเราะออกมาดัง ๆ หรือไม่ให้องค์จักรพรรดิผู้นี้ได้ดูถูกเหยียดหยามเจ้าโง่นั่น ตัวมันเองยังคิดว่าตนมีจิตใจเป็นพระโพธิสัตว์ไปแล้วเป็นแน่

 

".. เมื่อครั้งที่เจ้าอ้วนอมตะ กว่าเจ้านั่นจะหลอมรวมได้สำเร็จ ก็ยังต้องใช้เวลาไปนานถึง 3 วัน .."

 

".. และต่อให้เจ้าจะหลอมรวมได้สำเร็จ กว่าจะถึงเวลานั้น ข้าและคนที่เหลือก็รักษาตัวจนสามารถใช้พลังต่อสู้ได้อีกครั้ง .."

 

".. ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้ามหาจักรพรรดิพยัคฆ์ทมิฬแห่งตระกูลเย่ มิเคยเห็นใครโง่ขนาดนี้มาก่อนเลยจริง ๆ ตอนนี้ก็ใกล้จะได้รับการทดสอบจากสวรรค์แล้ว แถมยังเป็นการทดสอบในขณะที่เจ้าลอยตัวอยู่กลางอากาศแบบนี้อีก ฮ่า ฮ่า ฮ่า .." องค์จักพรรดิพยัคฆ์ทมิฬและคนอื่น ๆ มิได้รีบเร่งเข้าโจมตีอยู่แล้วตั้งแต่แรก เพราะหากฝืนใช้พลังปราณวิญญาณในสภาพร่างกายในปัจจุบัน อาการบาดเจ็บภายในก็จะรุนแรงขึ้นเป็นอย่างมาก

 

แถมหมอเทวะของราชวงศ์ที่ติดตามมาด้วย ได้ตายไปแล้วแบบไม่เหลือเศษซาก ดังนั้นด้วยนิสัยระแวดระวังของคนเป็นผู้นำมาช้านาน องค์จักรพรรดิพยัคฆ์ทมิฬจึงได้ออกคำสั่งผ่านเสียงลมปราณมิให้คนอื่น ๆ เข้าโจมตี ก่อนที่จะเว้นระยะห่าง นั่งขัดสมาธิกลางอากาศกันทั้งหมด เร่งฟื้นฟูพลังและรักษาตนเองกันเป็นการด่วน

 

พอได้ยินคำพูดประโยคแล้วประโยคเล่าขององค์จักรพรรดิพยัคฆ์ทมิฬ ไหนจะหลอมรวม ไหนจะโง่เง่า ไหนจะทดสอบจากสวรรค์ ...

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โดยเฉพาะทั้ง 5 สาวที่เป็นผู้เล่น พวกเธอล้วนแล้วแต่ไม่เข้าใจอะไรเลยจริง ๆ

 

".. อะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนพวกนั่นถึงไม่โจมตี ทำไมเกรย์ถึงมีสภาพแบบนี้ แล้วอะไรที่ว่าหลอมรวม แล้วอะไรที่ว่าบททดสอบจากสวรรค์นั่นอีก ยืนอยู่กลางท้องฟ้ามันแตกต่างไปจากบนดินยังไง !? .." ถังเยียนกล่าวถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง และไม่เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้าในชั่วพริบตาที่ผ่านไปเลยแม้แต่น้อย

 

".. จริงด้วย ทำไมสถานการณ์ตอนนี้มันแปลก ๆ มันเกิดอะไรขึ้นแน่ ท้องฟ้าทำไมถึงได้มีเมฆสายฟ้าสีดำเต็มไปหมด เกรย์หลอมรวมอะไรเข้าไปกันแน่ ทำไมเกรย์ถึงได้มีสภาพน่ากลัวแบบนี้ อีตาบ้านี้จะตายมั้ย ทำไมพวกเราถึงมองไม่เห็น มองไม่ทันอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่มีพลังบ่มเพาะในระดับเดียวกันกับคนอื่น ๆ .." เฉินเย่ว์กล่าวถามด้วยอีกคน พร้อมกับมองสลับไปมาระหว่างเกรย์ที่กำลังยืนอยู่กลางอากาศ รอคอยบททดสอบที่กำลังจะเกิดขึ้น ในสภาพเลือดท่วมตัวร่างกายสั่นสะท้านไปมา กับอีกกลุ่มตระกูลเย่ที่ดูเหมือนจะเร่งฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็วจากระยะไกล

 

พอเห็นเพื่อน ๆ ของตัวเองไม่เข้าใจ และมองไม่เห็นไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดาวไพลินซึ่งเป็นคนดั้งเดิมของโลกทางนี้จึงได้กล่าวพูดอธิบายให้ทุก ๆ คนได้ฟังอย่างใจเย็น และเข้าใจไปพร้อม ๆ กันโดยละเอียด 

 

".. ที่คนกลุ่มนั้นไม่โจมตีเข้ามาเลยทั้งที่มีโอกาส เป็นเพราะทั้งหมดได้รับบาดเจ็บภายในอย่างรุนแรง จากพลังประหลาดของเกรย์ที่ใช้ออกไปเมื่อครู่ ก่อนหน้านี้ ซึ่งพลังที่ว่าได้เข้าไปภายในร่างกายของพวกเขาเป็นอันมาก ทำให้ไม่อาจจะใช้พลังหรือทักษะเคล็ดวิชาโจมตีใด ๆ ออกมาได้ .." ดาวกล่าวบอกพวกเพื่อน ๆ แต่สายตาทั้งหมดก็เอาแต่มองไปยังชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่จะกล่าวพูดต่อไปอีกว่า

 

".. และสำหรับสิ่งที่เกรย์ได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายไปนั้น มันมีชื่อว่า “กล่องหัวใจอมตะมหาเทพ” เป็นสิ่งประดิษฐ์วิเศษท้าทายสวรรค์ของโลกแห่งการประลองใบนี้ เป็นสมบัติวิเศษที่เกือบจะทำให้ผู้ครอบครอง มีร่างกายเป็นอมตะ แต่การที่จะหลอมรวมให้สำเร็จได้ จำจะต้องผ่านการทดสอบจากสวรรค์เสียก่อน .."

 

".. เกรย์เขาได้เริ่มหลอมรวมเข้ากับร่างกาย ในขณะที่ตัวเขายืนอยู่กลางอากาศ ในระดับลอยตัวที่สูงจากพื้นดินมาก แถมยังอยู่ใจกลางทะเลอีกด้วย ดังนั้นบททดสอบที่จะได้รับจะมาจากท้องฟ้า เหล่าเมฆนภาทดสอบในรูปแบบต่าง ๆ และมหาสมุทรอันบ้าคลั่งแห่งการทดสอบด้วยเช่นกัน .." ดาวยิ่งได้พูดอธิบายในสิ่งที่รู้ เธอก็ยิ่งเจ็บปวดและหวาดกลัวต่อผลลัพธ์ที่ไม่อาจจะคาดเดาได้

 

".. เกิดอะไรขึ้นก็ตั้งมากมายในช่วงพริบตาเดียว ดาว ดาวรู้ทั้งหมดและมองเห็นได้ยังไง ทำไมถึงรู้ว่าเป็นหัวใจอมตะอะไรนั่นด้วยล่ะ แถมยังรู้ว่าคนกลุ่มนั้นตระกูลเย่บาดเจ็บภายในอีก มองดูจากตรงนี้ก็เห็นคนพวกนั้นปกติดี ไม่ได้บาดเจ็บหรือมีบาดแผลตรงไหนสักหน่อยนี่นา .." จางซินอวี่กล่าวถามด้วยความสงสัย เหมือนจะเข้าใจแต่ก็เหมือนขาดอะไรไป ช่างเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายจริง ๆ ในเวลานี้ 

 

เพราะมันเหมือนจะได้คำตอบ แต่ก็ไม่ทั้งหมด เหมือนจะมีบางอย่างที่เหมือนจะตกหล่นหายไป และมันคาใจมานานแล้วกับหลาย ๆ เรื่องที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่เล่นเกมมาจนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะพลังบ่มเพาะที่พอ ๆ กัน แต่ทำไมดาวกับมองเห็นและสังเกตได้ทัน และรู้ว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บอาการเป็นอย่างไร และรู้ถึงชื่อของสิ่งประดิษฐ์อะไรนั่นได้อีกด้วย 

 

ดาวไพลินถึงกับหันหน้ามามองเพื่อน ๆ ทั้งห้าคนด้วยความประหลาดใจ ... ทำไมแม้แต่เรื่องพื้นฐานแบบสุด ๆ แบบนี้ เพื่อน ๆ ของเธอที่ออกจะเก่งกับไม่รู้ได้อย่างไร ต่อสู้ได้เก่งกาจขนาดนั้นแท้ ๆ หรือว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เพื่อน ๆ ทั้งห้าของเธอมิได้ใช้สิ่งนั้นในการต่อสู้ หรือในการดำเนินชีวิตตลอดมาบนโลกแห่งเทพเซียนเลยใช่มั้ย ซึ่งมันแปลกเอามาก ๆ

 

ด้วยเหตุนี้ดาวจึงได้ลองถามเพื่อหาคำตอบในบางสิ่งเสียหน่อย

 

".. ทุกคนเข้าใจว่า ปราณวิญญาณ เป็นเช่นไร .." ดาวถาม

 

".. เป็นชื่อเรียกของพลังงานรูปแบบหนึ่งของโลกทางนี้ ปราณ เปรียบได้กับชีวิต วิญญาณก็เช่นกัน .." องค์หญิงเซ่อเซ่อเป็นผู้ตอบ

 

แต่ทว่าดาวกับส่ายหน้าไปมา พร้อมกับได้รับคำตอบแล้ว .. มิน่าเพื่อน ๆ ของเธอถึงสังเกตไม่เห็นและมองไม่ทัน ไม่รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

 

".. ปราณวิญญาณ แน่นอนว่าเป็นพลังในรูปแบบหนึ่งตามที่เข้าใจ เป็นตัวแทนของชีวิตและลมหายใจของทุก ๆ สรรพชีวิตทั้งหลายในจักรวาลแห่งนี้ แต่มันไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่นั้น แต่เดิมในอาณาจักรแรกวิถียุทธ์ ทุก ๆ คนจะได้ฝึกฝนพลังเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือพลัง “ลมปราณ” แต่หลังจากที่พัฒนาขอบเขตของอาณาจักรพลังให้สูงขึ้น มาจนถึงอาณาจักรที่สองโลกบำเพ็ญ พลังที่พวกเราใช้กันจะถูกเรียกว่า “ปราณวิญญาณ” พลังที่ว่าเป็นการหลอมรวมเข้าด้วยกันของสองสิ่งแรกกำเนิดอันหน้าอัศจรรย์ คนเรามีชีวิตไม่ได้หากขาดดวงวิญญาณ และก็เช่นเดียวกัน คนเรามีวิญญาณไม่ได้หากขาดพลังชีวิตช่วยเติมเต็ม .."

 

".. และในอาณาจักรที่สองโลกบำเพ็ญนี้เอง ที่พวกเราได้ค้นพบความลับของสวรรค์ชั้นฟ้าแห่งนิรันดร์ ในการใช้พลังวิญญาณในการทำสิ่งต่าง ๆ มากมาย แทนสัมผัสการรับรู้ต่าง ๆ ดั้งเดิมของมนุษย์ ใช้ในการเรียนรู้ ใช้ในการตรวจสอบ ของทุก ๆ สรรพชีวิตทั้งหมดที่ริเริ่มพัฒนาหรือเข้าถึงได้ อย่างเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ดาวได้ใช้สิ่งที่เรียกกันว่า “สัมผัสวิญญาณศักดิ์สิทธิ์”หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่าสัมผัสวิญญาณ ในการตรวจสอบและรับรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเกรย์ และกลุ่มคนตระกูลเย่นั่นที่คิดจะทำร้ายพวกเรา .."

 

".. สัมผัสวิญญาณสามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้ตรวจสอบสิ่งของ ตรวจสอบร่างกาย หรือใช้เป็นตัวแทนของเราในการทำสิ่งต่าง ๆ ใช้เป็นสื่อกลาง ใช้เป็นสัมผัสพิเศษในการระวังภัย ใช้ในการต่อสู้ควบคู่ไปกับคุณสมบัติพิเศษเฉพาะของแต่ละคน และสัมผัสวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในระดับสูง ยังเปรียบได้กับร่างกาย แขนขา และดวงตาของเราที่ไร้รูปลักษณ์อีกด้วย .."

 

".. เป็นทักษะชีวิตพื้นฐานของทุก ๆ คนของโลกเทพเซียนแห่งนี้ ช่วยให้สามารถใช้ชีวิตได้สะดวกสบายขึ้น ต่อสู้กับศัตรูเก่ง ๆ ได้ง่ายขึ้น แถมตลอดเวลานาวนานที่ผ่านมา ยังก่อให้เกิดผลลัพธ์ของทักษะวิชาเฉพาะอย่าง พลังปราณ พลังวิญญาณ และพลังทั้งสองที่หลอมรวมกัน เกิดขึ้นมาอย่างมากมายตลอดหลายหมื่นปีที่ผ่านมา .."

 

ดาวกล่าวตอบอธิบายเพื่อน ๆ ของเธออย่างใจเย็นโดยละเอียด แม้จะประหลาดใจว่าทุก ๆ คนเอาตัวรอดและอยู่มาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร แต่ก็ไม่คิดพูดถามออกไปให้เสียกำลังใจ เพราะบางทีเรื่องง่าย ๆ พื้นฐานแบบนี้ เหล่านักเดินทางข้ามฟากฟ้าอาจจะยังไม่รู้กันจริง ๆ ก็เป็นได้ ดีไม่ดีอาจจะใช้พลังวิญญาณที่มีไปในเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบสิ่งของอย่างเดียวเท่านั้น เหมือนอย่างที่ดาวเคยเห็นเพื่อนสาวทั้งห้าทำนาน ๆ ครั้งในเวลาที่ผ่านมา

 

จริง ๆ แล้วทั้ง เฉินเย่ว์ จางซินอวี่ ถังเยียน องค์หญิงเซ่อเซ่อ และหลิ่งหลิน ทั้งห้าคนรู้จักพลังวิญญาณมาก่อนแน่ ๆ จากคำแนะนำของระบบของเกม และในหน้าต่างระบบแสดงสเตตัสข้อมูลตัวละคร

 

แต่ทั้งหมดกับไม่เคยได้ยินหรือได้เห็นคำว่า “สัมผัสวิญญาณศักดิ์สิทธิ์” อะไรนี่มาก่อนแต่อย่างใด 

 

แถมตลอดเวลาที่ผ่านมาของทั้งห้าคน ล้วนแต่ใช้พลังวิญญาณก็ต่อเมื่อจะต้องตรวจสอบไอเท็มหายาก หรือเหล่าวัตถุดิบที่หามาได้ก็เท่านั้นนาน ๆ ครั้งอีกต่างหาก แถมในระยะหลังๆ มานี่ หลังจากที่ได้รับพลังบ่มเพาะระดับสูง 

 

ในระดับเซียนอสูรนับตั้งแต่เข้ามายังโลกทางนี้ ทุก ๆ คนก็เหมือนจะได้รับสารานุกรมแห่งความรอบรู้ จึงทำให้การใช้สัมผัสพลังวิญญาณในการตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ เริ่มที่จะใช้น้อยลง เพราะแค่เพียงมองแบบผ่าน ๆ ก็รู้ได้ในใจทันทีว่าสิ่งนั้น ๆ คืออะไร แม้จะไม่ทุกอย่างก็ตาม แต่ก็สะดวกมาก ๆ แล้วในปัจจุบัน

 

// - - สารารุกรมแห่งความรอบรู้ ขั้นที่ 1 จะได้รับมาก็ต่อเมื่อผู้บ่มเพาะพลังกลายเป็น “เซียนสวรรค์” ขั้นที่ 10 จักรพรรดิ ซึ่งภายในสารานุกรมจะมีข้อมูลพื้นฐานของสรรพสิ่งต่าง ๆ ของโลกแห่งเทพเซียนตกผลึกเอาไว้ เป็นคลังความรู้จำนวนมาก คล้ายกับเหล่าเทพเทวดาที่รอบรู้ไปในทุก ๆ สิ่งหากกล่าวถาม หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเป็น Google อัตโนมัติก็ได้เช่นกัน - - //

 

// - - แต่เดิมไรท์เรียกมันว่า “คลังปัญญาแห่งทวยเทพ” แบบของเทพลิโป้ แต่ขอเปลี่ยนหลังจากนี้นะครับ - - //

 

หลังจากที่เห็นทุก ๆ คนเหมือนจะเข้าใจแล้ว ... 

 

ดาวก็ไม่อยากให้เพื่อน ๆ ของเธอเสียโอกาส ดังนั้นเจ้าตัวจึงได้หยิบเอาบางสิ่งในแหวนเก็บสมบัติออกมามอบให้กับทุก ๆ คน 

 

".. เอานี่รับตำราเล่นนี้ไป ไม่ต้องคิดมาก ดาวจำได้ว่าพวกอาวุโสของตระกูลหลัก ได้เคยบอกไว้ว่าตำราเล่มนี้ สามารถฝึกฝนได้แม้จะเป็นนักเดินทางข้ามฟากฟ้า แม้ทุกคนจะพลาดการฝึกฝนไปบ้างจากที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ แต่หลังจากออกจากโลกวิเศษแห่งการประลองไป หรือในระหว่างที่พวกเรายังอยู่ภายในโลกวิเศษทางนี้ ทุกคนลองอ่านและลองฝึกฝนตามที่เข้าใจ ตามเคล็ดวิชาลับ “สัมผัสวิญญาณพันลี้” นี่ก่อนก็ได้ แม้จะมิใช่ทักษะวิชาลับระดับสูงที่เป็นความลับอะไร แต่ก็เป็นเคล็ดวิชาที่ครอบคลุมเกือบจะทุก ๆ ด้านของการใช้สัมผัสพลังวิญญาณในระดับสูงเช่นกัน .." สิ่งที่ดาวนำออกมานั้น แท้จริงแล้วเป็นเคล็ดวิชาระดับสูงที่หาได้ยากเอามาก ๆ ของศาสตร์แห่งสัมผัสพลังวิญญาณ แต่ด้วยความจริงใจที่ได้รับ และความเป็นเพื่อนระหว่างกัน ดาวจึงยินดีมอบทักษะวิชาระดับสูงเช่นนี้ให้กับทุก ๆ คนโดยไม่นึกเสียดายใด ๆ แม้ว่าตัวเธอเองจะต้องได้รับโทษอย่างหนักจากตระกูลของเธอเองก็ตาม หากเหล่าผู้อาวุโสรู้เรื่องที่เกิดขึ้นว่าเคล็ดวิชาลับของตระกูลหลุดรอดออกไปเช่นนี้

 

แน่นอนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เหล่าผู้เล่นจำนวนมากไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลย และเหล่า NPC ผู้คนดั้งเดิมของโลกทางนี้ก็ไม่คิดจะบอก เพราะเข้าใจไปว่าน่าจะรู้ ๆ กันอยู่แล้ว แล้วจะไปสอนจระเข้ว่ายน้ำอีกทำไม เช่นเดียวกับโลกเวทมนตร์ที่มีสิ่งที่เรียกคล้าย ๆ กัน อย่างสัมผัสวิเศษ สัมผัสเวทมนตร์ อะไรแบบนี้

 

และด้วยเหตุนี่เองนี่จึงเป็นคำตอบที่ว่า แม้ผู้เล่นจะต่อสู้ 1 ต่อ 1 กับ NPC ทั้ง ๆ ที่มีพลังบ่มเพาะพอ ๆ กัน แต่กับพ่ายแพ้ให้กับอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย เพราะหากมิใช้สัมผัสวิญญาณในการต่อสู้ร่วมด้วย ก็จะทำให้พลังสู้รบโดยรวมลดน้อยลงไปมาก และไม่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวในหลาย ๆ อย่างของกระบวนเพลง ที่เร็วเกินกว่าสายตาและประสาทสัมผัสโดยธรรมชาติของมนุษย์ที่จะมองเห็นได้เล่นงานนั่นเอง

 

 

ในขณะที่ทุก ๆ คนกำลังขอบใจที่ดาวมอบทักษะวิชาดี ๆ ให้ และกำลังดีใจที่จะได้เรียนรู้เคล็ดวิชาดี ๆ อยู่นั่นเอง ...

 

บททดสอบจากสวรรค์ก็เริ่มขึ้น !!

 

เมฆสายฟ้าสังหารทมิฬจำนวนมาได้ก่อเกิด จนสภาพในปัจจุบันราวกับจะกลายเป็นวันโลกาวินาศ อสรพิษสายฟ้าหลากสีสันนับหมื่น ๆ ได้ปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้าอย่างน่ากลัว ก่อนที่จะกระหน่ำโจมตีลงมายังเกรย์ในครั้งแรกอย่างรุนแรง นับสิบ ๆ ครั้งต่อเนื่องไม่ขาดสาย จนพวกสาว ๆ ถึงกับมีสีหน้าซีดเผือดกรีดร้องด้วยความตกใจ และหวาดกลัวต่อพลังอำนาจจากสวรรค์เอามาก ๆ จากสิ่งที่เห็น

 

เปรี้ยง! 

 

เปรี้ยง!

 

เปรี้ยง! มากมายจนไม่รู้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ..

 

เกรย์หลังจากที่รับเอาการทดสอบครั้งแรกเข้าไปเต็ม ๆ และด้วยความรุนแรงอย่างมหาศาลจากพลังสายฟ้านี่เอง ถึงกับทำให้แขนทั้งสองข้างของเขาถึงกับลุกไหม้และขาดออกจากร่างกายในที่สุด ตกลงไปในทะเลอย่างช้า ๆ พร้อมกับกลิ่นเหม็นไหม้ของกายเนื้อมนุษย์ ที่ลอยหายไปพร้อม ๆ กับลมพายุที่พัดผ่านไปมา ตัวดาบทั้งเก้าที่เคยหลอมรวมยังต้องแตกออก แยกออกเป็นเก้าเล่มเหมือนก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะกลับมาลอยอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่างไปไหน แต่ทว่าดาบทั้งเก้ากับได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงด้วยเช่นเดียวกัน

 

แน่นอนว่ามิใช่มีแค่พวกสาว ๆ เท่านั้นที่ตกใจและหวาดกลัว 

 

เพราะในขณะเดียวกันคนตระกูลเย่ที่เหลือ ไม่เว้นแม้แต่องค์จักรพรรดิพยัคฆ์ทมิฬยังต้องตกใจ เมื่อครั้งที่มีการทดสอบจากสวรรค์ในครานั้นที่หลอมรวม เจ้าอ้วนอมตะยังมิได้รับการทดสอบรุนแรงเอาปานนี้เลยแท้ ๆ เสี้ยวเดียวของการทดสอบก็ยังไม่ถึงความรุนแรงของสายฟ้าเหล่านี้แม้แต่น้อย

 

แต่ทำไม !! ไอ้เด็กหนุ่มนี่ถึงได้รับการทดสอบรุนแรงนัก รุนแรงจนหน้ากลัวเอามาก ๆ 

 

เพราะขนาดอยู่ไกลเอามาก ๆ จากอีกฝ่ายแล้วแท้ ๆ พวกมันทั้งหมดคนตระกูลเย่ยังได้รับผลกระทบไปด้วย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และทั้ง ๆ ที่ได้รับการทดสอบจากสวรรค์รุนแรงมากขนาดนี้แล้วโดยตรง มากยิ่งกว่าการทดสอบข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ชั้นฟ้า เพื่อยกระดับยกขอบเขตอาณาจักรพลังเสียอีก นี่มันอะไรกัน !?

 

และที่น่าหวาดกลัวไปกว่านั้น ทำไมมันยังไม่ตาย ... 

 

เกรย์ที่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ภายในดวงตาทั้งสองของเขา ที่ส่องสว่างสีชาดและมีสายฟ้าสีเงินจำนวนมากเคลื่อนไหวไปมาอยู่ภายใน ภาพที่เห็นเหล่านี้มันช่างน่าสะพรึงกลัวเสียเหลือเกิน ยิ่งเป็นสิ่งใด ๆ ที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ไม่เข้าใจ มันยิ่งก่อให้เกิดความหวาดกลัวอย่างไม่รู้จบแก่ผู้พบเห็น แก่ผู้ที่เป็นศัตรูอย่างสุดขั้วหัวใจจริง ๆ ในเวลาแบบนี้

 

ในบรรยากาศที่น่าหวาดกลัวอย่างที่สุดในตอนนี้นี่เอง ... อยู่ ๆ กับมีเสียงร้องเล็ก ๆ เสียงใสดังขึ้นทำลายบรรยากาศขึ้นมาว่า

 

".. ดาว พวกเราถูกหลอกอีกแล้วอ่ะ พวกผู้ชายไว้ใจไม่ได้สักคนเลยจริง ๆ ทำมาเป็นเท่ห์อยู่ตั้งนานที่แท้ก็มีไอ้นั่นอยู่กับตัว ขี้โกงอ่ะ ที่บ้านมีบ่อน้ำมันธรรมชาติขายหรือไง .." องค์หญิงเซ่อเซ่อพูดบ่นเสียงใส แม้ว่าจะยิ้มไปด้วยในระหว่างพูดอย่างโล่งใจ และดีใจอยู่เหมือนกันที่เพื่อนคนนี้ไม่เป็นอะไร แต่ก็อดไม่ได้ที่จะประชดอีกฝ่ายสักเล็กน้อยจากสิ่งที่เห็น

 

".. สัมผัสวิญญาณนี่มันสุดยอดเลยเนอะ ทำตามที่เขียนไว้ในตำราก็สามารถทำได้แล้ว มองเห็นและมองได้ทันด้วย แถมยังเห็นทุก ๆ รายละเอียดเกือบหมด แต่หากไม่รู้จักเจ้าสิ่งนั้นมาก่อน ก็อาจจะงงหน่อย ๆ เหมือนกัน แต่ไม่คิดเลยว่าเกรย์จะมีมันอยู่กับตัวแบบนี้ แถมยังใช้ออกไปแล้วอีกด้วย .." เฉินเย่ว์พูดบอกด้วยอีกคน ภาพติดตาเลยทีเดียวนะนั่น หลังจากที่เห็นสิ่งที่เกรย์ใช้ไปในเสี้ยวพริบตา มันเป็นอะไรที่สมาชิกใหม่อย่างเฉินเย่ว์ต้องการเอามาก ๆ และมันเป็นของที่แรร์สุด ๆ แม้จะเป็นคนของสหพันธ์พาณิชย์เมฆมายาด้วยกันก็ตาม

 

".. อีตานี่แกล้งจนแน่ ๆ ก่อนหน้านี้ก็น้ำทิพย์ดาราขวดล่ะเป็นล้าน โพชั่นที่เป็นที่ต้องการแบบสุด ๆ แต่นี่อะไร นี่ยังมีเจ้าสิ่งนั้นอยู่กับตัวอีก อย่ามาบอกอีกนะว่าได้รับมาฟรี ๆ แบบนี้มันต้องมีประท้วง เรียกร้องสวัสดิการครั้งใหญ่แล้วกับบอสมากเมฆคนใจดำ .." ในบรรดาผู้เล่นหญิงทั้ง 5 คนในที่นี้ หลิ่งหลินเป็นคนที่รู้จักเจ้าสิ่งนั้นที่ถูกใช้ไปมากที่สุด และรู้ถึงมูลค่าของเจ้าสิ่งนั้นเอามาก ๆ แล้วด้วยสถานะที่เธอเป็นถึงหัวหน้ากลุ่มการค้า ไพ่ตายที่อีกฝ่ายใช้ไป มันเป็นอะไรที่เรียกได้ว่าสุดยอด ... จนน่าหมั่นไส้เลยทีเดียว

 

ดาวสงสัยเพื่อน ๆ ของเธอเป็นอะไรไปกันนะ 

 

ทำไมแต่ละคนถึงเป็นเดือดเป็นแค้นกันนัก อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนถูกทำร้ายจิตใจ แต่ก็ยังยิ้มออกมาได้แปลกคนจริง ๆ

 

หลิ่งหลินเห็นดาวมองมาที่ตนอย่างงง ๆ จึงรู้ว่าสหายรัก NPC ผู้งดงามคนนี้ไม่รู้สินะว่าเกิดอะไรขึ้น และไอ้บ้าเกรย์ได้ใช้อะไรออกไปเมื่อครู่จึงรอดมาได้

 

".. ดาวเห็นใช่มั้ยว่าในระหว่างที่มีสายฟ้าจำนวนมากได้ผ่าลงมายังเกรย์ก่อนหน้านี้ เจ้าหมอนี่ได้เรียกใช้การ์ด ไม่สิที่นี่ควรจะเรียกว่า “แผ่นไพ่” ใบหนึ่งจากกำไลเวทมิติเมฆมายาให้ออกมา และให้เจ้าสิ่งนั้นทำงานในทันที .." หลิ่งหลินกล่าวตอบ ก่อนที่จะเห็นดาวพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ตนพูด

 

".. ดาวเห็นแผ่นไพ่ออกมาและหายไป พร้อมกับวงกลมแสงประหลาด และอักขระจำนวนมากที่ไม่เคยเห็น .." ดาวตอบ

 

".. สิ่งนั้นน่ะ มันถูกเรียกว่า ..... .." 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4723 pnipni1999 (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 14:20
    ไปเผาคอมไรท์กันค้างงงง่ะ
    #4,723
    0
  2. #4722 zaalah5931 (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 22:04

    ค้างๆๆๆๆ
    #4,722
    0
  3. #4721 joelamtan (จากตอนที่ 347)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 20:12
    ขอบคุงงับ
    #4,721
    0