มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 316 : บทที่ 316 โหมโรงก่อนประลองโลกวิเศษ จบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    14 ต.ค. 62

บทที่ 316 โหมโรงก่อนประลองโลกวิเศษ จบ

 

        กระบี่ไม้ในมือที่วาดผ่านไปมาราวกับไร้เรื่องราวใด ๆ ให้ต้องคิด ไม่ว่าจะผ่านไปทิศทางใดก็ตาม ล้วนก่อให้เกิดหายนะและความสิ้นหวังอันเป็นที่สุด แก่เหล่าชายชุดดำที่ปกปิดใบหน้าและตัวตนอยู่รอบ ๆ บริเวณได้ในพริบตา พวกมันทั้งหมดถูกฆ่า ถูกล้างบางจนไม่เหลืออะไรไว้ให้เห็น

 

พวกมันทั้งหมดยังมิทันได้คิดหรือรู้สึกตัวใด ๆ เลยด้วยซ้ำ หลังจากที่ได้ยินเสียงพูดอันเย็นชาลอยมา

 

แต่พวกมันทั้งหมดกับต้องตกตาย และใช้ลมหายใจสุดท้ายไปกับความคิดที่ว่า พวกมันเองเสียชีวิตได้อย่างไรกันแน่ และดวงจิตวิญญาณของพวกมันกำลังเดินทางไปที่ไหน ถูกพลังอันจับต้องไม่ได้และไม่ธรรมดา ดึงดวงจิตวิญญาณแท้จริงของพวกมันทุกคนออกไป ลงไปยังมหานรกยมโลกจริง ๆ น่ะหรือ ให้ต้องรับกรรมและถูกทรมานไปจนกว่าดวงวิญญาณจะแตกสลายไปในที่สุดตามคำเล่าลือหรืออย่างไร

 

แน่นอนว่าคำตอบที่ได้ เหล่าคนที่ตายได้รู้ซึ้งในทันทีเมื่อไปถึง

 

หลังจากรอบ ๆ บริเวณไม่เหลือชายชุดดำ เหล่าบริวารข้ารับใช้ของตระกูลเย่โบราณอีกต่อไปให้เห็น

 

          มากเมฆจึงได้เข้าไปประคองเด็กสาวทั้งสองให้ลุกยืนขึ้นจากพื้น

 

พร้อมกับปลุกอีกคนที่หมดสติให้ฟื้นกลับคืนมา มอบเสื้อผ้าสตรีชุดใหม่ที่เรียบร้อยให้สวมใส

 

ก่อนที่จะมอบโอสถรักษาและยาฟื้นฟูให้กับเด็กทั้งสามได้ดื่มกินจนหายดี

 

พวกเด็กสาวทั้งสามคน หลังจากที่ถูกช่วยเอาไว้โดยชายหนุ่มรูปงามแปลกหน้า เนื่องจากพวกนางไม่เคยพบเจอกับมากเมฆมาก่อน เด็กสาวทั้งสามหลังจากที่มีพละกำลังมากขึ้นและหยุดร้องไห้ได้แล้ว

 

อยู่ ๆ ทั้งสามคนก็ทำการคุกเข่าลงไปที่พื้น พร้อมกับกล่าวพูดขึ้นมาว่า ".. ขอบคุณ ท่านจอมยุทธ์ที่ช่วยเหลือ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมาก ๆ .." เด็กสาวทั้งสามคนที่อาการดีขึ้นมากแล้ว กล่าวพูดขอบคุณออกมาพร้อม ๆ กัน แม้ว่าดวงตาทั้งสองจะยังแดงก่ำและหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย

 

แต่ทั้งหมดก็ยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้นไม่ยอมลุก ตัวสั่นเล็กน้อยราวกับลูกนกแรกเกิดผู้อ่อนแอ เพราะยังคงตกใจและหวาดกลัวไม่หายกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ยังไงเสีย เด็กทั้งสามอายุอย่างมากก็แค่ 12-14 ปีเท่ากันเอง ต้องมาพบเจอกับอะไรแบบนี้ มันคงจะยากที่จะทำใจได้โดยเร็ววัน

 

ชั่วเวลาต่อมา

 

เด็กสาวทั้งสามได้มองหน้ากันไปมาอยู่หลายครั้ง ด้วยความลังเลกลัวว่าจะผิดหวังอยู่นั้น

 

ก่อนที่จะตัดสินใจกล่าวคำขอร้องออกไปแบบตรง ๆ ขอให้คนแปลกหน้ารูปงาม เข้ามาช่วยเหลือทุก ๆ คนในสำนักที่กำลังลำบากกันอยู่ในขณะนี้ ".. ท่านจอมยุทธ์ได้โปรดช่วยพวกเรา ช่วยสำนักกระบี่หยกขาวด้วย พวกเราถูกปิดล้อมและบางคนก็ถูกจับตัวมาตั้งแต่หลายวันก่อน ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยนะเจ้าคะ .."

 

แม้พวกเด็ก ๆ เหล่านี้จะไม่พูดบอก หรือขอให้ช่วยอันใดเลย แต่การที่มากเมฆมาอยู่ที่นี่มันก็แน่นอนอยู่แล้ว

 

".. ได้สิ เอาล่ะทั้งสามคนนำโอสถเหล่านี้และอาหารกับผลไม้ที่อยู่ในถุงสมบัติ นำไปให้ทุกคนในสำนักได้ทานและรักษาอาการบาดเจ็บกันก่อน แล้วก็ฝากคำขอโทษ ไปยังอาจารย์ของพวกเจ้า นภาหยกใสด้วย ว่าเราคุณชายมากเมฆทำให้ทั้งสำนักต้องลำบากแล้ว ส่วนชายชุดดำกับทุก ๆ คนที่ทำร้ายพวกเจ้า พวกมันจะได้รับการตอบแทนที่สาสมที่สุด .."

 

มากเมฆได้มอบโอสถวิเศษ ผลไม้สวรรค์และยาฟื้นฟูรักษาจำนวนมาก มอบให้กับพวกเด็ก ๆ ทั้งสามคน

 

พร้อมกับออกคำสั่งทางกระแสจิตโดยตรง ให้โลหะเทพแปรเปลี่ยนสภาพเป็นกระบี่เทพเล่มหนึ่ง

 

คอยปกป้องดูแลพวกเด็ก ๆ ทั้งสามคนเดินทางกลับ และอยู่ช่วยดูแลทุก ๆ คนในสำนักกระบี่หยกขาวชั่วคราวหลังจากนี้

 

ฝากเจ้าด้วยล่ะอบราซัส มากเมฆพูดบอก ผ่านทางกระแสจิตอันรับรู้ได้เฉพาะตนเองและโลหะเทพเท่านั้น

 

รับคำสั่ง สังหารทุก ๆ คนที่คิดร้าย ป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้น ปกป้องชีวิตมาเป็นอันดับแรก โลหะเทพตอบกลับก่อนที่จะเข้าสู่โหมดล่องหนและบินลอยตามพวกเด็ก ๆ ทั้งสามคนไปอย่างเชื่อฟัง

 

ในขณะที่พวกเด็ก ๆ เดินหายเข้าไปภายในป่าลึก ได้ไม่นานนัก

 

อยู่ ๆ สภาพอากาศไม่ว่าจะบนหรือล่าง หรือแม้แต่บริเวณโดยรอบที่มากเมฆเคยยืนอยู่

 

ทันใดนั้นเอง กับเต็มไปด้วยเมฆหมอกสีขาวหนาแน่นจำนวนมากปรากฏขึ้นมา จนทำให้ไม่อาจจะมองเห็นได้ไกลนัก ด้วยสายตาการมองเห็นปกติของมนุษย์ทั่ว ๆ ไป พร้อมกันนั้น กับมีเสียงร้องคำรามของเหล่าสัตว์อสูรนานาชนิดจำนวนหลายพัน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มไปหมดในอากาศ จนรู้สึกแย่เมื่อได้กลิ่น

 

".. รู้ตัวกันแล้วสินะ .." มากเมฆยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากอย่างพอใจ

 

เพราะตั้งแต่แรกที่ตนเองสังหารชายชุดดำไปเป็นจำนวนมากในบริเวณนี้

 

มากเมฆก็สัมผัสได้ว่าแต่ละคนที่ตายไป ล้วนแล้วแต่มีเส้นสายกระแสพลังบางอย่างอยู่ ผูกมัดไว้กับตัวเสมอก่อนจะตายหรือสิ้นใจ

 

ทว่าหลังจากที่ตายไปแล้ว เส้นสายที่ว่าก็จะหลุดออกและหายไปอย่างรวดเร็ว คล้ายกับเส้นด้ายที่ถูกดึงกลับด้วยความเร็วสูงจนยากจะมองเห็น เจ้าสิ่งนั้นน่าจะเป็นวิชาลับสำหรับตรวจสอบ ติดตาม สังเกตการณ์ หรือเฝ้าระวังเป็นแน่  

 

แต่เพราะตั้งใจจะมาเอาเรื่องอย่างที่สุดอยู่ก่อนแล้ว

 

ดังนั้นมากเมฆจึงปล่อยให้เส้นสายกระแสพลังเหล่านั้น สามารถหลุดรอดลอยกลับไปแจ้งข่าวได้ทั้งหมด

 

และในตอนนี้เอง ดูเหมือนคนจำนวนมากหลายหมื่นคนได้มาถึงกันแล้ว

 

พร้อมกับบริเวณรอบ ๆ แถวนี้ บริเวณใกล้ชายป่าทิศประจินอันห่างไกลมิมากจากเมืองกิเลนทอง ต่างก็ได้ถูกติดตั้งค่ายกลลวงตามิติและปกปิดสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายใน และคนภายนอกไม่อาจจะมองเห็นหรือตรวจสอบใด ๆ ได้เลย แม้แต่เทพสวรรค์ 1-6 วงแหวนก็ตาม เป็นค่ายกลพื้นที่มิติลับที่ทรงพลังเป็นอย่างมากและมาพร้อมกับพลังพิเศษ ในการบิดเบือนรับรู้ความเป็นจริงทั้งหมดอีกด้วย

 

เสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งสะใจดังขึ้นมาแต่ไกล พร้อม ๆ กับจิตสังหารอันบ้าคลั่งป่าเถื่อน ที่ทำให้แม้แต่เมฆหมอกสีขาวจำนวนมากรอบ ๆ บริเวณกว้าง เป็นอันต้องสลายและหายไปในทันทีที่อยู่ใกล้ ๆ คนผู้นี้

 

ชายวัยกลางคนที่ครั้งนึง เคยได้มองดูมากเมฆยังกับจะกินเลือดกินเนื้อให้ได้ ผู้เป็นบิดาแท้ ๆ ของเย่เทียนหลงเจ้าอ๋องน้อยสายหื่น หนึ่งในท่านอ๋องทั้งแปดผู้ทรงอำนาจจากทวีปพยัคฆ์ทมิฬนั่นเอง

 

แถมที่ด้านหลังของอีกฝ่ายยังได้มีชายชราอายุหลายร้อยปีผมขาวหน้าใส สามคนเดินติดตามมาด้วยอย่างเงียบ ๆ ซึ่งแต่ละคนนั้น ต่างก็มีพลังบ่มเพาะ ในระดับที่สูงล้ำเทียมฟ้าเช่นเดียวกัน เป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้นำสูงสุดของตระกูลโจวโบราณ ผู้ควบคุมสัตว์อสูร นิกายมารจันทรา และสำนักมารเยือกแข็งผู้ใช้พิษร้าย และเป็นสำนักมารปีศาจที่ผู้คนต่างก็รังเกียจและหวาดกลัวไม่อยากเข้าใกล้

 

ทั้งสามชายชราต่างก็เป็นอดีตประมุข อดีตเจ้าสำนัก อดีตผู้นำตระกูลผู้เก็บตัวและทรงอำนาจมากในสถานที่ของตน

 

แต่ด้วยคำสั่งโดยตรงจากองค์มหาจักรพรรดิพยัคฆ์ทมิฬจากตระกูลเย่โบราณ ทั้งสามที่มีพลังในระดับขอบเขต เซียนปราชญ์เทวะ จำต้องออกโรงด้วยตัวเอง ออกสู่โลกหล้าด้วยตัวเองอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ หากในบริเวณนี้ได้มีอาวุโสสักคนที่อายุสัก 5-9 ร้อยปีอยู่ด้วยล่ะก็ ต่างก็จะต้องจำได้แน่ ๆ ว่าเหล่าเซียนปราชญ์เทวะทั้งสามที่เป็นอดีตผู้นำในสังกัดของตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ล้วนแล้วแต่เก่งกาจและสร้างชื่อเสียงไว้มากมายแค่ไหน ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาอย่างยาวนานของพวกมัน

 

".. ท่านอ๋องแปด เด็กหนุ่มคนนี้ใช่หรือไม่ที่สังหารบุตรชายของท่าน .." เซียนปราชญ์เทวะอดีตผู้นำตระกูลโจว กล่าวถามขึ้น ก่อนจะมองไปยังแขนขวาของมากเมฆด้วยความสนใจ

 

".. อายุยังน้อย แต่กับสำเร็จถึงระดับขอบเขตเซียนสวรรค์แล้ว หายากจริง ๆ แต่ก็น่าเสียดายนัก .." เซียนปราชญ์เทวะอดีตประมุขนิกายมารจันทรา กล่าวพูดขึ้นเช่นกัน ก่อนที่จะแสดงท่าทีเป็นผู้อาวุโส ผู้อารีที่เสียดายเหล่าผู้มีพรสวรรค์ปีศาจออกมาอย่างเมตตา

 

".. แม้จะมีพรสวรรค์สูงล้ำไปกว่านี้ และเป็นนักเดินทางข้ามฟากฟ้า แต่เจ้ารู้หรือไม่ ว่าพวกเราคนใดก็ตามที่อยู่ที่นี่ ต่างก็สามารถขังดวงวิญญาณนิรันดร์ของเจ้าไว้ และทรมานให้เหมือนกับตายทั้งเป็นได้ ยาวนานนับพันปีหมื่นปี เจ้าหนูน้อย เจ้ามันสิ้นคิดเกินไปจริง ๆ เรื่องบางเรื่องเจ้าไม่ควรกระทำ หรือไปล่วงเกินใครที่ไม่สมควร ยอมให้ถูกผนึกและมอบทุก ๆ อย่างของเจ้ามาเสีย บางทีพวกข้าอาจจะเมตตาเจ้า ทำแค่ขังเจ้าไว้ชั่วนิรันดร์และไม่ทรมานแต่อย่างใด .." เซียนปราชญ์เทวะอดีตเจ้าสำนักมารเยือกแข็ง กล่าวบอกอย่างอ่อนโยนด้วยน้ำเสียงที่เห็นใจ ราวกับปู่ที่กำลังสั่งสอนลูกหลานเวลาทำความผิดภายในบ้าน แต่เห็นได้ชัดว่าสายตาของมัน จับจ้องไปที่แขนขวาของมากเมฆอยู่ตลอดเวลาด้วยความโลภ

 

".. พวกท่านจะพูดมากไปทำไม คำสั่งและข้อตกลงยังเหมือนเดิม ลงมือได้แล้ว ดวงวิญญาณนิรันดร์ของมันจะต้องเป็นของข้าเท่านั้น ส่วนที่เหลือ พวกท่านก็ตัดสินกันเอาเองไม่ว่าจะอยากได้อะไร ใครเร็วใครได้ คนนั้นก็เอาไปตามที่ตกลง .."

 

".. ข้าทนเห็นเจ้าสารเลวนี่ มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว ข้าจะทรมานดวงวิญญาณของมัน ให้สาสมกับสิ่งที่มันทำกับหลงเอ๋อลูกข้า ให้เหมือนกับตกตกมหานรกไปชั่วนิรันดร์ .."

 

หากตัวมันเองไม่ได้รับคำสั่งเด็ดขาด จากจ้าวพี่ผู้เป็นมหาจักรพรรดิพยัคฆ์ทมิฬตระกูลเย่ ห้ามไม่ให้ลงมือใด ๆ ก่อนเวลาอันสมควร เพราะต้องประหยัดแรงเอาไว้ในการประลองที่ใกล้จะเริ่มขึ้น ปานนี้ ตัวมันเองนี่ล่ะ คงจะพุ่งเข้าไปสังหารอีกฝ่ายให้ตาย และผนึกดวงวิญญาณมันเอาไว้เองกับมือแล้ว

 

เซียนปราชญ์เทวะทั้งสามพยักหน้ารับคำตามที่ได้ตกลงและพูดคุยกันไว้

 

ก่อนที่จะส่งสัญญาณมือให้คนของตัวเองทั้งสามกลุ่มที่หลบซ่อนตัวอยู่ และไม่ได้รับผลจากค่ายกลพื้นที่มิติลับและเมฆหมอกบิดเบือน การรับรู้ความเป็นจริงเหล่านี้เล่นงานด้วยแผ่นยันต์พิเศษที่สร้างขึ้น ให้ออกไปจัดการกับอีกฝ่ายได้ในทันที พร้อม ๆ กับเป้าหมายที่เหมือน ๆ กันว่าจะต้องตัดแขนขวาของอีกฝ่ายมาให้ได้โดยเร็วที่สุด

 

ทันใดนั้นเอง สัตว์อสูรตะขาบไฟยักษ์เกร็ดเลือดม่วง สัตว์อสูรระดับราชา ได้พุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้ดิน ในจุดที่มากเมฆยืนอยู่อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เจ้าตะขาบไฟยักษ์ที่ยาวมากกว่า 5 ร้อยเมตรตัวนี้ มีขนาดลำตัวที่ใหญ่และยากแก่การโจมตีเป็นที่สุด เกร็ดที่แข็งของมันดูเหมือนไม่มีวันจะถูกทำลายได้

 

// - - สัตว์อสูรถูกแบ่งระดับชั้นออกเป็น 9 ระดับด้วยกัน ไม่นับพลังบ่มเพาะของพวกมันที่เรียกแยกออกไปอีก - - //

// - - ระดับ 1 ทหาร // ระดับ 2 ขุนพล // ระดับ 3 จอมพล // ระดับ 4 ราชา // ระดับ 5 ราชันย์ - - //

// - - ระดับ 6 เหนือราชันย์ // ระดับ 7 จักรพรรดิ // ระดับ 8 มหาจักรพรรดิ // ระดับ 9 เทพอสูร - - //

// - - สัตว์อสูรยังถูกแบ่งเป็น อสูรเวท อสูรวิญญาณ อสูรโบราณ อสูรกาย และอื่น ๆ อีกมาก ไม่นับรวมกับเผ่าปีศาจ - - //

 

ทว่าถึงแม้มากเมฆจะโยกหลบมาได้โดยง่าย และเว้นระยะห่างออกมาเพียงเล็กน้อย จากการแอบโจมตีทีเผลอของตะขาบยักษ์ตามกลยุทธ์ของมัน กระนั้นที่ด้านหลังของเขา กับต้องเผชิญกับแรงกดดันครั้งใหม่ดุจสายฟ้าทรงพลัง กบยักษ์สายฟ้าอัคคีระดับราชาอีกตัว ที่มีความสามารถในการล่องหนและซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ

 

ได้พุ่งชมมากเมฆเข้าอย่างจังอย่างรุนแรงที่ด้านหลัง ราวกับตัวเอกในการ์ตูนที่ถูกรถบรรทุกพุ่งมาชม และได้เดินทางไปต่างโลกยังไงอย่างงั้น จนเป็นเหตุให้มากเมฆต้องกระเด็นกลับไปยังจุดเดิมที่หลบหนีออกมาอีกครั้ง

 

ราวกับว่าทุก ๆ  การเคลื่อนไหวที่ใช้ในการตอบโต้ หรือหลบหนีของมากเมฆในทุก ๆ จังหวะ ล้วนอยู่ในการควบคุมของอีกฝ่าย เพียงแต่ การโจมตีที่สอดประสานกันเป็นอย่างดีถึงเพียงนี้จากเหล่าสัตว์อสูรที่ถูกควบคุมนั้น ไหนเลยจะมีเพียงแค่ 2 ตัวให้ขำ ๆ ได้

 

ทว่าเพียงเศษเสี้ยวพริบตาแห่งความรู้สึก หากเป็นมนุษย์ปกติต้องเผชิญเองกับตัว

 

มากเมฆกับถูกกระแทกจนร่างปลิดปลิวไปยังกับใบไม้แห้ง ๆ อีกครั้ง จากพละกำลังอันมหาศาลของเจ้าตะขาบยักษ์ระดับราชา ทันใดนั้นเองฝูงแมลงพิษขนาดเล็กอยู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน

 

พวกมันบินตรงมายังมากเมฆด้วยความเร็ว ดุจเคลื่อนผ่านมิติอวกาศเลยก็ว่าได้ หลุดออกมาจากเมฆหมอกอันหนาทึบสีขาว หมายจะกลืนกินเป้าหมายแบบทั้งเป็นตามคำสั่งของผู้เป็นเจ้านาย

 

ในจังหวะนี้เอง อีกสองกลุ่มที่เคลื่อนไหวช้ากว่าปกติแบบมีนัยยะซ่อนเร้นตั้งแต่แรก ต่างก็พุ่งออกมาจากที่ซ่อน ใช้ทักษะและวิชาของสำนักและนิกายที่ฝึกฝนออกมาตลอดหลายร้อยปี พวกมันพยายามจะดับลมหายใจของมากเมฆให้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อม ๆ กับพยายามจะตัดแขนขวาของอีกฝ่ายให้ขาดจากจังหวะที่เหล่าสัตว์อสูรได้สร้างขึ้น

 

ทุก ๆ คนที่เฝ้าดูอยู่อย่างก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ

 

แต่ทว่า ..!!

 

".. ค่ายกลผสานร้อยอสูรของตระกูลโจว ไม่ว่าจะมองดูอีกสักกี่ครั้ง มันก็ช่างตื่นตาตื่นใจเสียจริง ๆ .." เซียนปราชญ์เทวะอดีตประมุขนิกายมารจันทรา กล่าวชมเชยเพราะที่มันกำลังเห็นอยู่นี้ คือพายุหะสัตว์อสูรที่กำลังปิดล้อมอีกฝ่ายให้ต้องตกตายอย่างช้า ๆ ทุกจังหวะการโจมตีปิดล้อม ล้วนแล้วแต่สมบูรณ์แบบและยากจะตอบโต้ได้

 

".. สหายเจ้าก็พูดชมเกินไป หากไม่ได้ค่ายกลพื้นที่มิติลับและเมฆหมอกวิเศษของนิกายเจ้า ไหนเลยค่ายกลอานุภาพเล็ก ๆ ของตระกูลข้า จะสําแดงฤทธิ์เดชออกมาได้มากถึงเพียงนี้ .." เซียนปราชญ์เทวะอดีตผู้นำตระกูลโจว กล่าวชมเชยอีกฝ่ายเช่นกัน เนื่องจากทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรต่อกันมาอย่างยาวนาน

 

".. ชมกันไปชมกันมา พวกเจ้าไม่เห็นหรือไง ขนาดถูกรุม ถูกโจมตีรุนแรงปานนั้น แต่เจ้ามากเมฆอะไรนั่นกับไม่เป็นอะไรเลย พวกเจ้าไม่คิดว่ามันผิดปกติหรือยังไง แถมทุกครั้งที่อีกฝ่ายเสียท่า เหมือนเจ้านักเดินทางนั่นกำลังมองไปรอบ ๆ และเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เคล็ดวิชาใด ๆ ที่นิกายเจ้าและสำนักของข้าใช้ออก ล้วนถูกเจ้าบ้านั่นสยบลงได้ และสวนกลับมาได้เสมอ .."

 

".. ข้ารู้สึกไม่ดีเลยจริง ๆ เจ้าเฒ่าตระกูลโจว ข้าว่าเจ้าสั่งให้คนของเจ้าและเหล่าสัตว์อสูร ระวังตัวกว่านี้เถอะ ข้าคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะตอบโต้แล้ว .." เซียนปราชญ์เทวะอดีตเจ้าสำนักมารเยือกแข็ง กล่าวพูดยังไม่ทันจบเลยด้วยซ้ำ กับสิ่งต่าง ๆ ที่ได้คาดคิดเอาไว้

 

แต่ภาพที่เห็นกับเป็นเหล่าสัตว์อสูรระดับราชาจำนวนมาก

 

ได้ถูกนิ้วพลังดรรชนีที่คล้ายกับคลื่นแสงของอีกฝ่าย ทำการสังหารโหดอย่างป่าเถื่อน

 

ราวกับเมฆหมอกบิดเบือนแห่งการรับรู้ความเป็นจริงในเวลานี้ ไม่ได้มีผลใด ๆ กับอีกฝ่ายอีกต่อไป

 

แม้แต่คนของนิกายมารจันทราเองที่เก่งกาจในการต่อสู้และการลอบสังหาร ยังถูกคลื่นแสงจากปลายนิ้วชี้ที่ว่าสัมผัสตัว ต่างก็ดับดิ้นไร้ลมหายใจสืบไปตลอดกาล

 

แถมคนจากสำนักมารเยือกแข็งที่เก่งกาจในการใช้พิษและลอบทำร้ายลับหลัง ยังถูกฆ่ามากเป็นที่สุดอีกด้วย

 

แสงคลื่นที่ว่าต่างก็เจาะทะลุศีรษะของแต่ละคน ยังกับถูกยิงด้วยอาวุธร้าย อันไม่ธรรมดาจนถึงแก่ความตายในพริบตา

 

และเพียงเวลาไม่ถึง 1 นาทีนับตั้งแต่เปิดฉากโจมตีแรกเริ่ม กว่าหนึ่งหมื่นชีวิตได้ถูกสังหารและตกตายไปทั้งหมด

 

ซากศพจำนวนมากกระจัดกระจายไปทั่ว ..

 

".. ทักษะวิชาอะไร ทำไมถึงร้ายกาจมากถึงเพียงนี้ได้ .." เซียนปราชญ์เทวะอดีตผู้นำตระกูลโจวถึงกับตื่นตะลึงเป็นที่สุด เพราะคนของตัวเองและเหล่าสัตว์อสูรที่ชุบเลี้ยงมา อย่างยากลำบากต่างก็ตายสิ้นไม่มีเหลือ

 

".. เพียงชี้นิ้วเข้าใส่ อีกฝ่ายก็ตกตายไร้ชีวิต วิชามารอันใดของมัน .." เซียนปราชญ์เทวะอดีตเจ้าสำนักมารเยือกแข็ง มองดูคนของตัวเองที่ถูกพลังที่ว่า เจาะศีรษะจนถึงแก่ความตายในทันทีอย่างน่าสะพรึงกลัว

 

".. เจ้าชั่ว ฆ่าคนไม่มีละเว้น วันนี้ข้าจะเป็นคนฆ่าเจ้าเอง .." เซียนปราชญ์เทวะอดีตประมุขนิกายมารจันทรา โกรธจนบ้าคลั่งไปแล้ว เพราะในภารกิจครั้งนี้คนจากนิกายของมัน เข้าร่วมมากที่สุด ดังนั้นทุก ๆ คนที่ตายไปกว่า 60% จึงเป็นคนของนิกายตนเองแทบทั้งหมด ความสูญเสียมากมายมหาศาลถึงเพียงนี้ ไหนเลยตัวมันเองจะรับได้ไหว

 

".. บอกไว้เอาบุญแล้วกัน วิชาที่เราใช้ มันมีชื่อว่า “แสงคลื่นหมื่นกระทบ” กับ “ว่าวลมเทพดรรชนี” เวลาตายไปแล้วจะได้ไปบอกคนอื่น ๆ ถูก เวลาอยู่ในมหานรกยมโลกแล้วกันนะ .." มากเมฆกล่าวพูดเสียงเย็น ก่อนที่อยู่ ๆ เมฆหมอกที่ด้านหลังของเจ้าตัวจะจางหายไป ปรากฏเป็นประตูมหานรกขนาดมหึมา ดูดกลืนร่างไร้วิญญาณและดวงจิตของทุก ๆ ชีวิตที่ถูกมากเมฆสังหาร ลงไปชดใช้กรรมในมหานรกยมโลกทั้งหมด

 

การปรากฏขึ้นของประตูมหานรกยมโลก ทำให้ทั้งสามเซียนปราชญ์เทวะรับรู้ได้ในทันทีเลยว่า ตัวตนที่ตนเองกำลังเผชิญหน้าอยู่นี้ หาใช่เซียนสวรรค์อย่างที่เห็นกับตาไม่ ตัวตนที่สามารถควบคุมประตูมหานรกยมโลกได้ จะเป็นเพียงมดหรือหนอนแมลงได้อย่างไร อย่างน้อย ๆ ชายหนุ่มตรงหน้า สมควรมีพลังในระดับมหาเทพนิรันดร์ 16 วงแหวนแล้วถึงจะทำได้

 

พลังสภาวะเอกกะอันไม่ธรรมดาของประตูมหานรก เล่นทำเอาเซียนปราชญ์เทวะที่สามารถสัมผัสกับพลังสวรรค์ชั้นสูงได้แล้วตั้งแต่เมื่อก้าวเข้าสู่อาณาจักรที่สามเทวะนิรันดร์ ถึงกับสั่นกลัวและไร้เรี่ยวแรงต่อต้านใด ๆ ไม่เว้นแม้แต่ท่านอ๋องที่เคยเต็มไปด้วยจิตสังหารบ้าคลั่งก่อนหน้านี้ แต่ทว่าในเวลานี้ ตัวมันเองยังสั่นและหวาดกลัวจนแทบจะเป็นบ้า เพราะเวลาที่มองเข้าไปในประตูมหานรก มันได้เห็นบุตรชายอันเป็นที่รักถูกทรมานอย่างหนัก ยิ่งมองก็ยิ่งเห็นถึงความโหดร้ายและป่าเถื่อนอย่างแท้จริง

 

อะไรที่เรียกว่านรกในเวลานี้ทั้ง 4 คนเหมือนจะรู้แจ้งเห็นจริงกับตาตัวเองแล้ว

 

ในเวลานี้คนทั้ง 4 ตัวแข็งค้าง ก่อนที่จะค่อย ๆ คุกเข่าลงมาที่พื้นอย่างช้า ๆ เสียแล้ว ..

 

เพียงพริบตาเท่านั้น หนึ่งนิ้วที่ชี้มาอย่างไร้เรื่องราวของมากเมฆ กับทำลายพลังบ่มเพาะของพวกมันไปจนหมดสิ้น

 

".. อย่างน้อยพวกเจ้าก็รู้อะไรควรไม่ควร เอาล่ะเรามีคำถาม .."

 

".. เหล่าศิษย์หญิงของสำนักกระบี่หยกขาวในเวลานี้ อยู่ที่ไหน โดยเฉพาะคนที่พวกเจ้าจับตัวไปก่อนหน้านี้ทั้งหมดตั้งแต่แรก .." มากเมฆกล่าวถามด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยือก ไปถึงแก่นแท้วิญญาณของพวกมัน

 

ทั้ง 4 คนต่างรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาวเหล่านั้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา เพราะการทำภารกิจในครั้งนี้กินเวลาอยู่พอควรนับตั้งแต่ทั้ง 3 เซียนปราชญ์เทวะได้รับคำสั่งลับ ดังนั้นหญิงสาวอายุน้อยเหล่านั้น จึงถูกคนของพวกมันเล่นสนุกจนขาดใจตาย และใช้ให้เป็นอาหารสำหรับสัตว์อสูรอยู่เรื่อย ๆ สรุปก็คือทุก ๆ คนที่ถูกจับมากว่า 200 ชีวิตก่อนหน้านี้ ล้วนตายไปทั้งหมดแล้วไม่มีเหลือ แถมยังถูกกระทำอย่างหนักก่อนที่จะถูกใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์อสูรอีกด้วย

 

".. พวกเจ้าไม่ตอบก็ดี เพราะข้านั้นรู้อยู่ก่อนแล้ว รับกรรมของพวกเจ้าไปเถอะ .."

 

ดวงตาทั้งสองของมากเมฆเป็นประกายแสงสีทอง พลังแห่งการรู้แจ้งได้บอกทุก ๆ สิ่งที่อยากจะรู้

 

ทันใดนั้นเองมากเมฆได้ใช้พลังเพลิงอมตะแห่งการแปรเปลี่ยน และเปลี่ยนให้พวกมันกลายเป็นผู้หญิง ก่อนที่จะตัดสินใจไว้แล้วว่า หลังจากนี้จะจับโยนพวกมันทั้ง 4 คนลงไปในมหานรกหลังจากที่ทรมานพวกมันเสร็จ ให้พวกมันได้ชดใช้กรรมและถูกกระทำเช่นเดียวกับหญิงสาวที่โชคร้าย โดยเหล่าอสูรกายโบราณในมหานรก ไปจนกว่าดวงจิตวิญญาณแท้จริงของพวกมันจะสลายหายไปจนหมดสิ้น

 

          แต่ไหนเลยจะง่ายแบบนั้น หากจะโยนพวกมันไปให้พ้น ๆ

 

มากเมฆได้ใช้พลังพระเจ้าจากบรรดาวงแหวนพลังที่มี สร้างภาพมายาแห่งความเป็นจริงขึ้นมาจำนวนมาก สร้างความเจ็บปวดต่อการกระทำ ต่อทุก ๆ สิ่งที่พวกมันรัก ทุก ๆ อย่างที่พวกมันคิดและรู้สึกถึงได้ ให้กลายเป็นภาพมายาที่พวกมันทั้ง 4 คนคิดว่าคือความจริง ฉายเป็นภาพซ้ำ ๆ วนไปวนมา อยู่ภายในห้วงคิดของพวกมันยาวนานนับล้าน ๆ ปีอย่างต่อเนื่อง

 

".. ม่ายยยยยย พอแล้ววว!!!! .."

 

".. ปล่อยพวกเราไป ปล่อยข้า ข้าไม่อยากถูกกระทำแบบนั้นอีกแล้ว !!! .."

 

".. ข้าไม่ใช่ผู้หญิง อย่าทำข้า ปล่อยข้าไป ม่ายยยยย ลูกชายข้า เจ้าทำแบบนั้นไม่ได้ !!! .."

 

".. ท่านแม่ ท่านทิ้งข้าไปไม่ได้ ม่ายยยยย ภาพมายาพวกนี้หยุดสักที หยุดดดด !!! .."

 

คนทั้ง 4 เป็นบ้าและเสียสติไปในที่สุดจากภาพมายาและทุก ๆ อย่างที่ได้สัมผัสผ่านความเป็นจริงที่สร้างขึ้น

 

พร้อมกันนั้น มากเมฆยังได้รักษาสติของพวกมัน เพื่อให้กลับมาเป็นปกติทุก ๆ อย่างอยู่หลายครั้ง

 

ก่อนที่จะทำซ้ำไปเรื่อย ๆ อีกหลายสิบรอบ ทรมานและให้พวกมันเห็นภาพอันเลวร้าย ต่อครอบครัวที่พวกมันรัก ให้พวกมันได้เห็นตระกูลอันเป็นที่รักล่มสลาย มองเห็นภาพภรรยาที่รักนอกใจ มองเห็นภาพมายาของเหล่าบุตรที่กระทำตัวให้ผิดหวังและยากจะให้อภัย

 

อะไรก็ตามที่เป็นผลด้านลบต่ออารมณ์ความรู้สึกของจิตใจอีกฝ่าย มากเมฆได้ใช้พลังที่มีสร้างภาพมายาขึ้นมานับหมื่นนับแสน สิ่งไหนที่พวกมันหวาดกลัวจะได้กลัว สิ่งไหนที่พวกมันรักจะได้รักและถูกพรากไปจนหมดสิ้น

 

สุดท้ายพวกมันก็กลายเป็นร่างไร้วิญญาณ หัวใจแตกสลายและขาดใจตายไปเองจากความผิดหวังและความรู้สึกต่าง ๆ นานาที่ต้องเผชิญและมองเห็นมาตลอด แม้ว่าจะไร้บาดแผลทางกายภาพก็ตาม แถมดวงวิญญาณของพวกมันยังแตกร้าวไม่มีชิ้นดี ก่อนที่จะถูกประตูมหานรกดูดกลืนเข้าไปรับกรรมที่ก่อต่อไปตามลำดับ

 

แม้ครั้งนี้มากเมฆจะไม่ได้ต่อสู้อย่างอลังการงานพันล้าน .. แต่หากเป็นเรื่องการทรมาน .. เจ้าตัวก็จัดเต็มไม่เปลี่ยนแปลง

 

         

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4484 dohuna7x (จากตอนที่ 316)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:07
    สนุกมากมากครับ
    รออยู่นะครับ
    #4,484
    1
  2. #4483 zaalah5931 (จากตอนที่ 316)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 18:12

    ขอบคุณค่ะ
    #4,483
    1
    • #4483-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 316)
      17 ตุลาคม 2562 / 12:42
      เช่นกัน ตอนล่าสุดอัพแล้วนะครับ ลงทุนมาเรียกถึงในคอมเมนเลย อิอิ
      #4483-1
  3. #4482 RazeLosT (จากตอนที่ 316)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 15:24
    จะโชว์ปาฏิหารย์คืนชีพให้ดูอีกมั้ยเนี่ย...//คืนชีพเสร็จลากเข้ามาเป็นลูกศิษย์นิกายซะเลย
    #4,482
    1
    • #4482-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 316)
      17 ตุลาคม 2562 / 12:43
      ไม่สปอยดีกว่า อ่านได้ในบทที่ 317 เลยครับ
      #4482-1
  4. #4481 joelamtan (จากตอนที่ 316)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 14:28
    ขอบคุงวับ จัดหนัก จัดเต็ม เรื่องงานทรมาน
    #4,481
    1
    • #4481-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 316)
      17 ตุลาคม 2562 / 12:43
      ฆ่าให้ตายเฉย ๆ ดูสบายเกินสำหรับพวกตัวร้าย ผมเชื่อหลาย ๆ คนต้องคิดเหมือน ๆ กัน อิอิ
      #4481-1
  5. #4480 หนุ่มยาคู้ (จากตอนที่ 316)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 14:26
    จัดเต็มไมเปลี่ยนแปลง
    #4,480
    1