มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 310 : บทที่ 310 4 ราชวงศ์โบราณ กับกลุ่มโลกทมิฬที่เริ่มเคลื่อนไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 149 ครั้ง
    5 ต.ค. 62

บทที่ 310 4 ราชวงศ์โบราณ กับกลุ่มโลกทมิฬที่เริ่มเคลื่อนไหว

 

        สิ่งที่มา หาใช่ความหวัง แต่ทั้งหมดคือความสิ้นหวังและความตายของทุก ๆ ชีวิตภายในเมืองกิเลนทอง

 

ตั้งแต่โบราณทุกผู้ทุกคนต่างก็รู้ว่า ตระกูลบัลลังก์เมฆ ตระกูลระดับ 10 เมฆาของทวีปแห่งนี้ และเป็นตระกูลมหาอำนาจหนึ่งเดียวในปัจจุบัน ที่ก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาจักรพรรดิผู้ครองทั้งทวีป มายาวนานตลอดหลายพันปี

 

          แต่ทว่าก่อนหน้านั้น .. เหล่าวงศ์ตระกูลระดับสูงมากมายในกาลก่อน ต่างก็เคยเป็นตระกูลระดับ 10 เมฆา แต่ทว่าด้วยวันเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ได้ผ่านไป ทำให้มหาตระกูลเหล่านั้นหายไปตามกาลเวลา บางก็ถูกฆ่าถูกล้างแค้นจากสิ่งที่เคยกระทำมาเมื่อในอดีต

 

          ในวันนี้ เหล่ามหาตระกูลที่เคยเป็นตระกูลระดับ 10 เมฆาในอดีต ตระกูลของเหล่ามหาจักรพรรดิในวันวาน

 

          ทั้ง 4 ตระกูล 4 ราชวงศ์เก่าก่อน ได้ยกพลเคลื่อนทัพมายังเมืองกิเลนทองแห่งนี้พร้อมกันทั้งหมด

 

          ตระกูลมังกรเมฆ ราชวงศ์โบราณที่ครั้งหนึ่งมีอำนาจมากที่สุด มีสุดยอด เคล็ดวิชากายาเมฆอมตะ และ เคล็ดเพลงดาบมังกรเมฆสายฟ้า ในการครอบครองและสืบทอดกันมาตลอดหลายพันปี เคยมีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ยาวนานถึง 8 พันกว่าปีก่อนที่จะอ่อนแอลง นับตั้งแต่ยุคสิ้นสุดมหาสงครามของเหล่าทวยเทพเลยก็ว่าได้ ปัจจุบันแม้จะถูกลดระดับลงเป็น 8 เมฆาของทวีปแห่งนี้ แต่ด้วยทักษะวิชาและความแข็งแกร่งในอดีตที่บรรพบุรุษเหลือทิ้งไว้ให้ ก็ยังทำให้ตระกูลมังกรเมฆ แข็งแกร่งและไม่ถูกลบหายไปจากทวีปแห่งนี้ และเป็นตระกูลโบราณที่จะดูถูกหรือประมาทไม่ได้อย่างเด็ดขาด

 

          ตระกูลเมฆคลั่ง ราชวงศ์โบราณผู้สืบสายเลือดมาจากเทพอสูรคลั่ง ภายในโลหิตของคนตระกูลเมฆคลั่งจะมีพลังลับอยู่สายหนึ่ง ทำให้สามารถระเบิดพลังต่อสู้ข้ามระดับได้ แม้ว่าจะไม่ต้องฝึกฝนวิชาใด ๆ เป็นพิเศษก็ตาม คนของตระกูลจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งและทรงพลังอย่างกับอสูรโบราณตั้งแต่เกิด แต่ด้วยความป่าเถื่อนโดยนิสัยในอดีต หลังจากที่รุ่งโรจน์ได้ราว 3 พันปี แทนที่ตระกูลมังกรเมฆที่ล่มสหายไปในกาลนั้น ตระกูลเมฆคลั่งก็อ่อนแอลงและเงียบหายไปอย่างลับ ๆ กลายเป็นตระกูลระดับ 8 เมฆา แต่ด้วยสายเลือดจากเทพอสูรที่แข็งแกร่งบ้าคลั่งเป็นที่สุด จึงทำให้มิอาจมีใครสามารถทำลาย หรือฆ่าล้างตระกูลโบราณนี้ได้เลยตลอดเวลาที่ผ่านมา

 

          ตระกูลเมฆโอสถ ราชวงศ์โบราณของเหล่าปรมาจารย์ ผู้หลอมโอสถสวรรค์ที่เก่งกาจที่สุดในทวีปตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นตระกูลมหาจักรพรรดิโอสถที่ได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งตลอดกาล ของศาสตร์แห่งการหลอมปรุงยาอันแตกต่างของสวรรค์และโลก เป็นราชวงศ์ที่ได้ขึ้นมาแทนที่ราชวงศ์ก่อนอย่างเมฆคลั่ง และอยู่ในช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ยาวนานนับ 1 หมื่นปีเลยทีเดียว็น โอสถนิรันดร์มากมายของทวีปบัลลังก์เมฆและส่งออกไปยังทวีปต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานของตระกูลเมฆโอสถเกือบทั้งสิ้น

 

แต่ด้วยกาลก่อนลูกหลานไม่ได้ความ อาศัยความมั่งคั่งถือดีของบรรพบุรุษเหลือทิ้งไว้ให้มากเกินไป จนเป็นเหตุให้ตระกูลอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา กลายเป็นตัวตลกและถูกรุมโจมตีจากบรรดานิกายต่าง ๆ สุดท้ายก็ล่มสลายล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก กลายเป็นตระกูลระดับ 8 เมฆา และจำต้องหลบหนีซ่อนตัวอยู่นานหลายร้อยปี แถมยังสูญเสียตำราลับของการหลอมปรุงยาทิพย์ต่าง ๆ ไปเป็นจำนวนมาก แต่กระนั้นตระกูลเมฆโอสถก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุด ในการใช้โอสถนรกและศาสตร์ลับในการต่อสู้ ทำให้ภายในระยะเวลากว่า 2 พันปีที่ผ่านมา จากที่ตกต่ำราวกับขอทานข้างถนน กลายเป็นมหาตระกูลที่ใครต่อใครก็ไม่อาจจะดูถูกได้อีกต่อไป

 

          ตระกูลเมฆาสังหาร มหาตระกูลที่บุกเข้ามายึดครองทวีปแห่งนี้เอาไว้ได้ไร้ผู้ต้าน ยาวนานกว่า 3 พันปีอย่างเผด็จการเป็นที่สุด แต่เดิมเป็นเพียงตระกูลระดับ 9 เมฆาจากทวีปอื่น แต่ด้วยในขณะนั้น ทวีปบัลลังก์เมฆอยู่ในช่วงที่อ่อนแอเป็นอย่างมาก และไร้การปกครองใด ๆ มายาวนานถึง 2 พันกว่าปีอีกด้วย ถือได้ว่าเป็นยุคสมัยแห่งการปกครองกันเอง ระหว่างมหานิกายและสำนักยุทธ เหล่าพรรคจำนวนมากที่ทรงอำนาจในเวลานั้น ก่อนที่จะถูกราชวงศ์บัลลังก์เมฆในปัจจุบัน ทำการโค้นล้มเหล่ามหาอำนาจทั้งหมดลงได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นตระกูลเมฆาสังหาร จึงมีความแค้นกับตระกูลบัลลังก์เมฆมากที่สุด เพราะเป็นผู้ที่ทำให้อำนาจและสิ่งต่าง ๆ ที่เคยมี จำต้องสลายหายไป และกลายเป็นเพียงตระกูลระดับ 8 เมฆา ตกต่ำยิ่งกว่าครั้งที่ก้าวเข้ามาในทวีปแห่งนี้เสียอีก

 

          การมาของทั้ง 4 ตระกูลมหาอำนาจระดับ 8 เมฆาของทวีป .. พร้อมกับเหล่ากองทัพที่กำลังเคลื่อนพล มาด้วยความเร็วกลางท้องนภาจากทั้ง 4 ทิศทาง ไม่ว่าจะมองไปยังทิศทางไหนบนท้องฟ้าในยามนี้ ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยอำนาจพลังสะกดขมอันรุนแรง และจิตสังหารที่สัมผัสได้อย่างชัดเจน

 

          ดูเหมือนสมบัติที่ปรากฏขึ้น .. เป็นทั้งโชคและคราวเคราะห์อย่างแท้จริง

 

".. เปิดการทำงานของค่ายกลผู้พิทักษ์เต็มอัตรา และสั่งให้กองกำลังที่เหลือ พาประชาชนเข้ามาในเขตชั้นในของเมืองให้หมด .." ท่านเจ้าเมืองกิเลนทองกล่าวออกคำสั่งเสียงดัง

 

          ".. ท่านผู้เฒ่าทองแดง คนในตระกูลแมวทองของท่าน ในเวลานี้ได้จัดเตรียมเสบียงอาหารไปถึงไหนแล้ว หากทั้งเมืองถูกปิดล้อมเป็นระยะเวลานานหลายวัน ก่อนที่กองทัพหลวงจะมาถึง พวกเราจะพ่ายแพ้ไปเสียก่อนและไม่อาจจะรักษาเมืองเอาไว้ได้ และอาจจะทำให้ภายในเมืองวุ่นวายจนเกิดการแย่งชิงอาหารขั้น หากเป็นอย่างนั้น พวกเราจะกลายเป็นชิ้นเนื้อปลามันให้พวกที่เห็นแก่ได้ฉวยโอกาส .." ท่านเจ้าเมืองกิเลนทอง ได้หันไปสอบถามกับข้าราชการมากประสบการณ์ของเมืองที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ

 

          ".. เรียนท่านเจ้าเมือง ข้าได้จัดเตรียมไว้ทั้งหมดแล้ว ใช้อำนาจขององค์จักรพรรดิและตราประทับเจ้าเมืองของท่านในทุกครั้ง ทำการเข้ายึดเสบียงอาหารทั้งหมดภายในเมือง จากเหล่าพ่อค้าและคลังต่าง ๆ ของผู้ร่ำรวย เอามาจนหมดไว้ที่ส่วนกลางและมีการป้องกันเป็นอย่างดี แต่ว่า การจะเลี้ยงดูชาวเมืองกว่า 170 ล้านคนของเมืองกิเลนทอง รวมไปถึงกองกำลังทหารของท่านและกองกำลังส่วนพระองค์ที่ต้องออกไปทำงานตลอดทั้งวัน ด้วยเสบียงอาหารที่มี หากกินประหยัดหน่อยก็อาจจะอยู่ได้ราว 5 วันเท่านั้น ซึ่งมันไม่เพียงพอในระยะยาวจริง ๆ .."

 

          ".. แต่เดิมพวกเราควรจะมีอาหารที่มากกว่านี้ และใช้ได้เป็นเดือน ๆ แต่ทว่าเหล่านักเดินทางข้ามฟากฟ้า ที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มโลกทมิฬ ได้เข้ามาหาเรื่องบ่อยครั้ง นับตั้งแต่ภูเขาเทียบฟ้าไร้นามปรากฏขึ้น พวกมันได้แบ่งกลุ่มกันทำงานหลายหมื่นคน ทำการกวาดซื้อเสบียงอาหารกว่า 80% ของทั้งเมืองไปหมดเสียก่อน .."

 

".. ทำให้ข้าและเหล่าทหารที่รับผิดชอบ ไม่สามารถทำอะไรได้ แถมพวกมันยังได้ใช้วิธีการพิเศษที่แม้แต่พวกเราก็ไม่อาจจะรู้ ทำการเก็บซ่อนเสบียงอาหารเอาไว้ และต่อให้พวกเราจับตาย เพื่อที่จะได้เอาถุงสมบัติหรือแหวนมิติเก็บของของพวกมันมา แต่ผลที่ได้กับว่างเปล่า สุดท้ายพวกเราจึงได้เสบียงอาหารมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น .." ผู้เฒ่าทองแดงจากตระกูลแมวทอง ได้กล่าวพูดอย่างเหนื่อยล้ายาวนานพอควร เพราะชราภาพมากแล้วจริง ๆ แถมยังต้องทำงานอย่างหนักมาตั้งแต่เช้า จนถึงบ่ายวันนี้ก็ยังไม่ได้หยุดพักเลย

 

          ท่านเจ้าเมืองกิเลนทองรู้สึกได้ถึงแผนร้าย และการคาดเดาของกลุ่มนักเดินทางข้ามฟากฟ้า จึงได้ออกคำสั่งให้ทำการคุ้มกันเสบียงอาหารที่มีให้หนาแน่นขึ้นเป็น 10 เท่า เพราะการที่กลุ่มโลกทมิฬเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพทางด้านข้อมูลข่าวสาร และการคาดเดาที่เหนือชั้นอย่างมากของผู้นำหรือไม่ก็ที่ปรึกษาของกลุ่มคนเหล่านั้น

 

          ทันใดนั้นเองเสียงของชายหนุ่มอายุราว 20 ต้น ๆ คนหนึ่งก็ดังขึ้น ..

         

".. ท่านเจ้าเมือง ข้อเสนอให้ท่านลองเจรจาต่อรองกับกลุ่มโลกทมิฬดูก่อนสักครั้ง อย่างน้อยเราเองก็จะได้ข้อมูลมากขึ้นจากพวกมัน การที่พวกมันพยายามจะแย่งชิงเสบียงอาหารอาหารไป นั่นก็แสดงให้เห็นว่าพวกมันต้องการจะใช้สิ่งที่หามาได้ในการต่อลองเช่นกัน .."

 

          ".. และอีกอย่าง เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย สำหรับ 4 ตระกูลใหญ่มหาอำนาจระดับ 8 เมฆาของทวีปบัลลังก์เมฆที่กำลังใกล้จะมาถึง ทำไมถึงได้เตรียมกองกำลังเต็มอัตรารบ และเคลื่อนพลมาถึงเมืองของเราเร็วนัก นี่เป็นจุดที่ข้าสงสัยแต่ก็ไม่มาก และหากให้ข้าต้องคาดเดาจริง ๆ ข้าคิดว่าตำนานโบราณแห่งคำทำนายบรรพกาล ได้เริ่มที่จะขยับเดินแล้วเป็นแน่ เพราะข่าวลือตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาคือการหายไปของอ๋องน้อยเย่ผู้มากด้วยพรสวรรค์ การประกาศว่าจะล้างแค้นให้ได้จากทวีปพยัคฆ์ทมิฬ และเหล่านักเล่านิทานข้างถนนที่อยู่ ๆ ก็เสียสติเป็นบ้า พูดจาฟังไม่ได้ความ แต่กับบอกถึงที่ตั้งและตำแหน่งของขุมสมบัติที่อาจจะปรากฏขึ้นได้อย่างถูกต้องมาตลอด 1 เดือน ข้าคิดว่าสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกัน .."

 

          ".. หากนำความทั้งหมดมาเรียงต่อเข้าด้วยกัน .. ข้าคิดว่าขุนเขาเทียบฟ้าไร้นามที่ยังมิได้แม้แต่จะตั้งชื่อ ก็เหมือนกับการที่เป็นสถานที่ที่ไม่มีเจ้าของ คือก้าวแรกของการปรากฏขึ้น ตามคำทำนายของมหาจักรพรรดิที่มีเนื้อหาคลุมเครือไม่แน่นอน และผลประโยชน์ที่ได้อันมากมายกับมาตกอยู่ที่คนของเมืองกิเลนทอง นี่เป็นข้อได้เปรียบพวกเราทุก ๆ คนมีค่ามีราคาในการต่อรอง .."

 

".. ข้าคิดว่าสิ่งที่กลุ่มโลกทมิฬเหล่านักเดินทางต้องการจริง ๆ คือการค้าทาสอย่างถูกกฎหมายสำหรับพวกมัน ส่วนการมาถึงของเหล่าสำนักน้อยใหญ่และมหานิกายระดับสูง รวมไปถึง 4 ตระกูลใหญ่ระดับ 8 เมฆา ข้าสรุปได้ว่าทั้งหมดต้องการสิทธิ์ขาด ในการครอบครองเมืองกิเลนทองและภูเขาเทียบฟ้าไร้นาม ไม่เว้นแม้แต่พวกเราประชาชนทั้ง 170 ล้านคน หากเป็นอย่างที่ข้าคิด สมควรที่ทั้ง 4 ตระกูลและเหล่านิกายพรรคและสำนึกต่าง ๆ อาจจะต่อสู้กันเองก่อนที่จะหมายหัวพวกเราก็เป็นได้ .."

 

          ".. ดังนั้นข้าเสนอให้ท่านทำทุกอย่างทุกทาง เพื่อให้พวกโลภมากที่มา ตีกันเองให้ตายไปข้างเสียก่อน และทางเราก็พยายามเจรจาต่อรองเพื่อเสบียงอาหารส่วนหนึ่งจากกลุ่มโลกทมิฬ พยายามประวิงเวลาออกไปให้ได้นานที่สุด กว่ากองทัพหลวงและเหล่าพันธมิตรของราชวงศ์จะมาถึง .." ที่ปรึกษามากความสามารถกล่าวพูด

 

          ".. ช่างสมกับเป็นคนของ ตระกูลบัณฑิตนภา จริง ๆ จูเกอหลาน ความคิดเห็นของเจ้าทำให้ข้านึกอะไรได้หลาย ๆ อย่าง ท่านที่ปรึกษาจูเกอตี้ช่างมีหลานชายที่มากความสามารถจริง ๆ .." ท่านเจ้าเมืองเหมือนจะคิดอะไรได้ ก่อนจะกล่าวพูดชมเชยที่ปรึกษาทั้งสองของตน แม้ผู้ชราจู่เกอตี้จะไม่ได้พูดอะไร แต่กับยิ้มและเห็นดีเห็นงามด้วยกับหลานชายที่เก่งกาจขึ้นเรื่อย ๆ จนเผยยิ้มออกมาให้เห็น

 

          ".. แม้วิธีของจู่เกอหลานจะดีกับสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ท่านเจ้าเมือง ท่านลืมใครไปหรือเปล่า ท่านผู้นั้นจนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ปรากฏตัวออกมา ภายในเมืองเองก็มีญาติและคนรู้จักของพวกเด็ก ๆ กลุ่มนั้นที่ติดตามท่านผู้นั้นอยู่ และจากข่าวลือตลอด 1 เดือน รวมไปถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ข้าได้รับมาจากสายข่าวตามที่ต่าง ๆ  ดูเหมือนท่านอ๋องน้อยเย่อะไรนั่นที่หายไป สมควรเป็นฝีมือของคนผู้นั้นจริงแท้ และการที่ขุนเขาเทียบฟ้าอันไรเทียนทานนี้ปรากฏขึ้น ข้าคิดว่าคนผู้นั้นคงไม่นั่งมองเฉย ๆ ให้พวกเราตกที่นั่งลำบากจนกลายเป็นทาส หลังจากนี้ท่านจะกระทำการใด ๆ ให้คิดไปถึงแง่มุมแห่งความใจดีมีเมตตา และความเด็ดขาดของคุณชายมากเมฆด้วย .." ที่ปรึกษาอาวุโสกล่าวพูดให้ท่านเจ้าเมืองต้องคิด เพราะหากใช้แผนการที่สกปรกไม่เห็นแก่ชีวิตของคนในเมือง อาจจะไปทำให้เทพองค์นี้พิโรธจากร้ายกายเป็นหายนะได้เลยทีเดียว

 

          ภายในห้องลับของคฤหาสน์ที่ถูกซื้อไว้ด้วยจำนวนเงินมหาศาล และตั้งอยู่ภายในเขตเมืองชั้นในของกิเลนทอง

 

          ".. สถานการณ์ภายนอกเป็นอย่างไรแล้ว .." เสียงอันน่าขนลุกกล่าวถามขึ้นจากในเงามืด

 

          ".. เรียกองค์จักรพรรดิโลกทมิฬ ด้านนอกเมืองกิเลนทองได้ถูกปิดล้อมไว้ทุกทิศทุกทาง แม้แต่บนท้องฟ้าก็ไม่มีที่ให้หนี นกสักตัวยังไม่กล้าบินออกไป แถมในตอนนี้อีกราว 1 วันจากนี้ กองกำลังเต็มอัตราระดับตระกูล 8 เมฆาจะเดินทางมาถึง คาดว่าจะต้องเกิดการต่อสู้แบบมืดฟ้ามั่วดินแน่ ๆ ครับ .."

 

          ".. ในส่วนของเสบียงอาหารของทั้งเมือง เราได้ใช้เงินทุนที่มีและจัดโอนมาได้เป็นตำลึงทองหลานหมื่นล้าน ทำการกวาดซื้อมาทั้งหมดตามคำสั่ง เหลือแค่รอเวลาให้ทางเจ้าเมืองกิเลนทอง เข้ามาติดต่อเจรจาต่อรองด้วยตัวเองเท่านั้นครับ .."

 

          เสียงรายงานจบลง ..

 

          เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นอย่างชอบใจอยู่นานอย่างจิต ๆ

 

          ".. ดีมาก .. จำเอาไว้ แผนการที่วางไว้ห้ามผิดพลาดโดยเด็ดขาด ไปได้แล้ว ... .."

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 149 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4441 loliz (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 09:38
    สัิั้นกุด​แถมตัวก่อเรื่องหายหัว​ ไม่โผล่มาดูอีกตังหาก
    #4,441
    1
  2. #4440 นักอ่านสายขาว (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 16:10
    มากเมฆเทขายเสบียงตัดราคาให้พวกมันขาดทุนเล่น 5555555
    #4,440
    3
    • #4440-2 RazeLosT(จากตอนที่ 310)
      6 ตุลาคม 2562 / 16:54
      ขอคารวะ1จอก
      #4440-2
    • #4440-3 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 310)
      6 ตุลาคม 2562 / 17:01
      555+ ไรท์นั่งแก้ใหม่แล้ว
      #4440-3
  3. #4439 นานๆมาที (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 16:02
    โลกทมิฬ​

    เดี่ยวเจอโลกมืด
    #4,439
    0
  4. #4438 pnipni1999 (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 13:19
    ใครคือคนในเงามืด
    #4,438
    0
  5. #4437 joelamtan (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 12:22
    ขอบคุณครับ ..... จบตอนไวจนิง คิคิ
    #4,437
    0
  6. #4436 หนุ่มยาคู้ (จากตอนที่ 310)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 12:01
    สั้นจังวุ้ย
    #4,436
    0