มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 304 : บทที่ 304 พรสวรรค์ปีศาจ 5 ปรมาจารย์สวรรค์ค่ายกลและอักขระ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    17 ต.ค. 62

บทที่ 304 พรสวรรค์ปีศาจ 5 ปรมาจารย์สวรรค์ค่ายกลและอักขระ

 

        ปู่กับหลานตระกูลเพลิงวายุโบราณได้ประสบกับสถานการณ์เดียวกันอย่างไม่คาดคิด

 

หลังจากที่อีกฝ่ายพยายามจะฟันดาบลงมาที่แขนขวาของมากเมฆอย่างไร้ปราณี มากเมฆในเวลานั้นกับอาศัยจังหวะและความได้เปรียบของอาวุธในมือที่ยาวกว่ามาก บรรจงตัดพวงสวรรค์และอวัยวัยวะสืบพันธุ์ของเซียนสวรรค์หอกทองจนขาดสะบั้นออกจากกัน ก่อนจะใช้ง้าวกรีดนภาโลหะเทพแทงสวนกลับเข้าไปในจุดยุทธศาสตร์ที่ขาด ระหว่างขาของเฒ่าชราอย่างรุนแรง พร้อมกับกระโดดถอยห่างออกมาเว้นระยะมองดูอีกฝ่ายล้มลงไปอย่างช้า ๆ

 

เป็นผลให้อีกฝ่ายเซียนสวรรค์หอกทองกลายเป็นขันที เป็นคนพิการและพ่ายแพ้อย่างหมดสภาพในเวลาอันรวดเร็วอย่างไม่คาดคิด ทำให้มากเมฆชนะจากการฉวยจังหวะที่อีกฝ่ายไม่ทันระวังตัว คิดว่าจะต้องชนะแน่ ๆ แล้ว จึงลดการป้องกันลงไป ทำให้เขามีโอกาสในการเผด็จศึกจบภารกิจที่ได้รับมาในที่สุด

 

เสียงในหัวแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง

 

[ ติ๊ง !! ยินดีด้วยค่ะ ผู้เล่นมากเมฆ สามารถเอาชนะเซียนสวรรค์หอกทองได้สำเร็จ บนเวทีประลองชี้แนะนภาที่ 888 ทำให้ได้รับค่าชื่อเสียงเฉพาะภายทวีปบัลลังก์เมฆ ไปทั้งหมด 90% ค่ะ หรือคิดเป็นค่าชื่อเสียงสูงสุดที่ผู้เล่นสามารถจะมีได้แล้ว และหลังจากนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหน เหล่า NPC ผู้ฝึกตนทุกคนของทวีปเริ่มต้นบัลลังก์เมฆ จะรู้จักผู้เล่นในทันทีไม่มากก็น้อยแตกต่างกันไป และผู้เล่นจะได้รับสิทธิประโยชน์จำนวนมาก อย่างเช่นการซื้อสินค้าหรือใช้บริการในราคาถูกค่ะ ]

 

[ ติ๊ง !!! ยินดีด้วยค่ะ ผู้เล่นมากเมฆ สามารถเอาชนะเซียนสวรรค์หอกทอง ผู้มีฉายานามปรมาจารย์ได้สำเร็จ แต่ด้วยระดับพลังปราณวิญญาณ ในอาณาจักรที่สองโลกบำเพ็ญที่แตกต่างกันมากหลายระดับอย่างแท้จริง ทำให้ผู้เล่นมากเมฆ ได้รับคะแนนพิเศษจำนวนทั้งสิ้น 11 คะแนนค่ะ เท่ากับว่าผู้เล่นได้สะสมคะแนนสำหรับการได้รับฉายานาม <ปรมาจารย์สวรรค์> แล้วทั้งหมด <14/16> หลังจากที่ครบ 16 คะแนนเต็ม ผู้เล่นจะได้รับฉายานามที่ต้องการ และได้สิทธิ์ในการก่อตั้งนิกายในทันที พร้อมด้วยชื่อเสียงในระดับทวีป 100 แต้มค่ะ ]

 

มากเมฆยังไม่ลงจากเวทีประลองนภาที่ 888 แม้ว่าจะชนะอีกฝ่ายได้แล้วก็ตาม เพราะภารกิจต่อเนื่องพิเศษจำนวนมากยังคงอยู่ แต่เพื่อให้ทุก ๆ อย่างเป็นไปตามที่ต้องการ เขาจึงได้แกล้งทรุดตัวลงนั่งปรับสมดุลพลัง และรักษาตัวเองเป็นการเร่งด่วนในทันทีต่อหน้าทุก ๆ คน

 

เพียงแค่รอไม่ถึง 30 ลมหายใจเข้าออกเลยด้วยซ้ำ .. ชายวัยกลางคนสองสามคนก็ได้กระโดดขึ้นมาบนเวทีประลองนภาอย่างดุดันพร้อมกัน พร้อม ๆ กันนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบหลักในหัวของมากเมฆก็ดังขั้น บอกให้รู้ว่าภารกิจพิเศษต่อเนื่องได้เริ่มขึ้นแล้ว

 

ชายวัยกลางคนสองคนที่เหลือ ได้ช่วยกันพาร่างที่หมดสติ ของเซียนสวรรค์หอกทองที่บาดเจ็บสาหัส และเก็บเศษชิ้นเนื้อที่ขาดออกจากร่าง ลงไปจากเวทีประลองอย่างรวดเร็วและหายเข้าไปในฝูงชน ผิดกับชายวัยกลางคนอีกคนในชุดนักรบโบราณที่ยืนอยู่บนเวทีประลอง ดุจเดียวกับเสาค้ำสวรรค์อย่างไงอย่างงั้น อีกฝ่ายปลดปล่อยพลังที่บ่มเพาะออกมาอย่างไม่ปิดบังใด ๆ ก่อนที่จะมองไปยังมากเมฆที่กำลังนั่งปรับสมดุลพลังและรักษาตัวอยู่ที่พื้นบนเวทีประลองอย่างเย็นชา

 

".. อะไรกัน ผู้อาวุโสเซียนสวรรค์อีกคนงั้นหรือนี่ ทำไมงานประลองชี้แนะเล็ก ๆ ของที่นี่ ถึงได้มีเซียนสวรรค์ผู้เก่งกาจ ถึงได้มาปรากฏตัวถึงสองคนในเวลาไล่เลี่ยกัน แปลกแต่มันก็คือความจริง การมาเที่ยวชมงานประลองในครั้งนี้ ช่างเปิดหูเปิดตาเสียจริง ๆ .."

 

".. หากข้าจำไม่ผิดอีกฝ่ายเป็นประมุขน้อยของนิกายมารจันทรา สาขาบัลลังก์เมฆ นามว่า ปีศาจแดง เป็นผู้ฝึกตนในขอบเขตพลังเซียนสวรรค์ ขั้นย่อยที่ 1 แรกก่อตั้ง แต่ด้วยวิชามารของนิกาย แม้ว่าจะเป็นขั้นย่อยที่หนึ่ง แต่กับแข็งแกร่งและทรงพลังพอ ๆ กับขั้นย่อยที่ 2 หรือ 3 ของเซียนสวรรค์ทั่ว ๆ ไปเลยทีเดียว .."

 

".. ทุกคนดูนั่นเวทีประลองถูกปรับเปลี่ยนแล้ว ดูเหมือนหลังจากนี้ การประลองจะไม่ถูกจำกัดเอาไว้อีก และจะถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นโลกใบเล็กแห่งนึง สำหรับการประลองเช่นเดียวกับการประลองชี้แนะกับเหล่าปรมาจารย์สวรรค์อย่างแท้จริง หาใช่การประลองบนเวทีเฉย ๆ อย่างที่ผ่านมา ทำให้ผลลัพธ์ของทักษะวิชาถูกลดระดับลงทุกครั้งที่ใช้ออก เพื่อไม่ให้สร้างความเสียหายแก่เวทีประลองนัก ดูเหมือน เซียนสวรรค์ปีศาจแดง ตั้งใจจะต่อสู้อย่างเต็มที่และมิได้ประมาทเช่นเดียวกับอาวุโสก่อนหน้านี้ .."

 

".. แต่มันก็แปลกอยู่ดี ทำไมอยู่ ๆ เจตจํานงสวรรค์ถึงได้ตามใจพวกเรานัก ทั้งที่ปกติมักจะเข้าข้างและช่วยเหลือเหล่านักเดินทางข้ามฟากฟ้ามิใช่หรือไง ดูนั่นดูเหมือนทั้งสองจะตกลงกันได้แล้ว .."

 

ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ บนเวทีประลองนภาที่ 888 ได้ถูกแปรเปลี่ยนกลายเป็นมิติขนาดเล็ก คล้ายกับโลกใบหนึ่งเลยก็ว่าได้ ที่ด้านในนั้นกับเต็มไปด้วยภูเขาและแม่น้ำ ป่าไม้และธรรมชาติสวยงาม ผู้ชมที่อยู่โดยรอบสามารถใช้พลังปราณวิญญาณที่มี โคจรหมุนเวียนไปที่ดวงตาทั้งสองและหู เพื่อรับชมการประลองและรับฟังได้อย่างกับเป็นหนึ่ง ในผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์เลยทีเดียว

 

".. ดูเหมือนตั้งแต่แรก การประลองที่ผ่าน ๆ มา จะเป็นการประลองแบบเด็ก ๆ เลยสินะ .." มากเมฆลุกขึ้นยืนหลังจากที่ปรับสมดุลพลังได้แล้ว และแลดูเหมือนอาการบาดเจ็บจะดีขึ้นมาก พร้อมกับการรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของเวทีประลอง รวมไปถึงกฎแห่งพลังและหลาย ๆ อย่างที่เปลี่ยนไปอย่างกับสวรรค์และโลกเลยทีเดียว

 

".. การประลองชี้แนะบนเวทีประลองหิน ไม่ว่าจะบนยอดเขาหรือบนนภา ล้วนแล้วแต่เป็นการประลองแบบลดผลกระทบจากพลังที่มีอยู่ของผู้เหนือกว่าทั้งสิ้น การที่เจ้าสามารถเอาชนะเหล่าผู้บ่มเพาะที่เหนือกว่าได้มาตลอด เป็นเพราะข้อได้เปรียบจากกฎที่มองไม่เห็น แต่เข้าใจได้จากสวรรค์ผู้เมตตา แต่ว่า หลังจากนี้ข้าเซียนสวรรค์ปีศาจแดง จะให้เจ้าได้รู้ว่าขอบเขตพลังเซียนสวรรค์นั้นเป็นอย่างไร .." เซียนสวรรค์ปีศาจแดงก่อนจะเริ่มต้นการประลอง ตัวมันเองได้ร้องขอให้กรรมการหุ่นไม้ไผ่ปรับเปลี่ยนเวทีประลอง และละเว้นกฎที่ไม่ได้ระบุแต่รู้ ๆ กันอยู่ออกไปทั้งหมด

 

ทำให้ในเวลานี้

 

เวทีประลองนภาสำหรับมากเมฆและเซียนสวรรค์ปีศาจแดง ได้กลายเป็นโลกจริง ๆ ใบหนึ่งขึ้นมา ที่สามารถใช้ออกโดยทักษะและพลังได้อย่างเต็มที่ไร้ขอบเขต

 

เซียนสวรรค์ปีศาจแดงจากนิกายมารจันทราหลังจากที่กล่าวจบ ตัวมันเองหาได้แสดงความเมตตาหรือปราณีใด ๆ ให้เห็น สายตาของมันมองไปยังแขนขวาของมากเมฆอย่างไม่วางตา ก่อนที่จะนำเอาดาบโบราณที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสายฟ้าและน้ำแข็งออกมา ฟาดฟันอย่างดุดันป่าเถื่อน ด้วยพลังอำนาจจากพลังเซียนสวรรค์ เพียงแค่ฟันออกไปไม่กี่ครั้ง กับทำให้ภูเขาและแม่น้ำอันงดงามตามธรรมขาติโดยรอบ กลายสภาพเป็นเศษซากในพริบตา ด้วยพลังทำลายของคมดาบที่เต็มไปด้วยสายฟ้าและน้ำแข็งจำนวนมาก

 

วิชาลับระดับชั้นตำนานโบราณ < จอมมารจันทราพิโรธสวรรค์ >

 

< วิชาลับเคล็ดวิชาสังหารลำดับที่ 10 มารดาบสังหารเทพ สายฟ้าสังหารวสันต์สูญสิ้น !! >

 

เซียนสวรรค์ปีศาจแดงเป็นบุคคลที่ไร้ความปราณีอย่างแท้จริง เป็นประมุขน้อยผู้มากด้วยพรสวรรค์ หากมิใช่ว่าในอดีต เคยไปทำให้หนึ่งในตระกูลทรงอำนาจของนิกายมารจันทราสาขาหลักต้องผิดใจ จนตัวเองถูกขับไล่และตกที่นั่งลำบากอยู่นานหลายร้อยปี ปานนี้คงได้ขึ้นเป็นประมุขนิกายสาขา หรือไม่ก็ได้กลายเป็นอาวุโสหลักผู้มีอำนาจของนิกายหลักไปแล้วจากพรสวรรค์และศักยภาพอัจฉริยะปีศาจที่มี

 

เพื่อให้สามารถกลับไปล้างแค้นได้อีกครั้งในสักวันหนึ่ง

 

เซียนสวรรค์ปีศาจแดง จึงได้เข้าร่วมเป็นผู้ติดตามรับใช้แนวหน้าเป็นขุนพล ของท่านอ๋องน้อย เย่เทียนหลง ผู้มากด้วยความสามารถหาใดเปรียบ และมีพรสวรรค์ปีศาจที่เหนือกว่าผู้ใดในโลกหล้าจะเทียบเท่า

 

ผู้ที่สักวันหนึ่งจะต้องกลายเป็น “เทพนิรันดร์” อย่างแน่นอน 100% และก้าวเข้าสู่อาณาจักรที่สามเทวะนิรันดร์ได้โดยไม่ยากเย็นอะไร และมีโอกาสที่จะก้าวข้ามบรรพบุรุษจนกลายเป็น จักรพรรดิเซียน 8 วงแหวน มากที่สุดคนนึงในรุ่นของท่านอ๋องน้อยที่อายุไล่เลี่ยกัน

 

และด้วยอำนาจอันไพศาลของตระกูลเย่โบราณ แห่งทวีปพยัคฆ์ทมิฬที่กว้างใหญ่และทรงอำนาจมากที่สุด มหาตระกูลโบราณของเหล่ามหาจักรพรรดิในอดีตจนถึงปัจจุบัน การได้รับใช้และติดตาม ถือได้ว่าเป็นเกียรติยศและเต็มไปด้วยศักดิ์ศรีอย่างที่สุดจนถึงปัจจุบัน

 

หลังจากที่เซียนสวรรค์ปีศาจแดงได้รับคำสั่งโดยตรง ให้มาตัดแขนขวาของอีกฝ่ายให้ขาดและชิงกลับมาให้ได้ไม่ว่าจะใช้ลูกไม้แบบไหน รวมไปถึงคำสั่งให้สังหารอีกฝ่ายให้ตายให้ได้ เพื่อดูขีดจำกัดของพลังและพรสวรรค์ที่มีอยู่ของนักเดินทางข้ามฟากฟ้าผู้นี้อีกด้วย

 

ด้วยเหตุนี้เซียนสวรรค์ปีศาจแดงจึงได้รุกเข้าใส่อย่างหนัก รุนแรงตั้งแต่ต้นแบบไม่มีเก็บอ้อนไม้ตายใด ๆ และหมายจะตัดแขนขวาของมากเมฆให้ขาดอยู่ตลอดเวลาให้ได้ ในทุก ๆ ทักษะกระบวนเพลงดาบที่ใช้ออก และด้วยเซียนสวรรค์ปีศาจแดงได้ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่อยู่ตลอดเวลา แม้ว่ามากเมฆจะมีกายเนื้อที่ทรงพลังที่มากกว่า ก็ยังต้องถอยหนีและหลบไปตามภูมิศาสตร์แวดล้อมที่ได้เปรียบ

 

เนื่องจากเพลงดาบของเซียนสวรรค์ปีศาจแดงนั้น เป็นการโจมตีใกล้ที่เหมือนระยะไกล และพอเป็นระยะไกลก็เหมือนกับการโจมตีที่เหมือนในระยะใกล้ มันทรงพลังและให้ผลกระทบทั้งสองอย่างในเวลาพร้อม ๆ กัน ทำให้มากเมฆต้องกระเด็นและกระเด็นอีก พ่ายแพ้จากพลังปราณวิญญาณที่ต้องปะทะอยู่แบบนั้น แม้จะชนะในกระบวนเพลงที่ใช้แก้ไขและโจมตีในจุดที่ได้เปรียบ แต่มันก็ยังยากเอามาก ๆ ที่จะมีชัยเหนือว่าอีกฝ่ายในระดับพลังขอบเขตนภาแบบนี้

 

หลังจากที่มากเมฆมองดูเวลาคูลดาวน์สะกดข่มพลังที่ใกล้หมดลงไปเรื่อย ๆ  เจ้าตัวจึงเผยรอยยิ้มออกมาให้เห็นบาง ๆ อย่างมีนัยยะ ไปพร้อม ๆ กับการวิ่งหนีไปรอบ ๆ ตัวของเซียนสวรรค์ปีศาจแดง และทำการวิเคราะห์เรียนรู้ทักษะวิชาลับของอีกฝ่ายไปเรื่อย ๆ จนเข้าใจ

 

อะไรกัน ทำไมยิ่งข้าใช้ทักษะวิชาดาบไปมากเท่าใด และยิ่งใช้ซ้ำในกระบวนเพลงเดิม เจ้าสารเลวนักเดินทางนี่กับสามารถคาดเดา และหลบหนีไปจากกระบวนเพลงนั้น ๆ ได้ราวกับมองเห็นอนาคต แถมบ่อยครั้งเจ้าบ้านั่นยังสามารถแปรเปลี่ยนพลังที่ตัวข้าผู้นี้ปลดปล่อยออกไป ย้อนศรคืนกลับมาที่ข้าได้เซียนสวรรค์ปีศาจแดงเริ่มกระวนกระวายใจ และคาดเดาไม่ได้ในสิ่งที่เกิดขึ้น

 

ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายมิได้ใช้ทักษะวิชาที่ราวกับดวงอาทิตย์ก่อนหน้า แต่กับสามารถสร้างความสับสนและความไม่ใจสบายให้กับเซียนสวรรค์ได้อยู่เรื่อย ๆ จากที่ไม่บาดเจ็บหรือไร้รอยแผลใด ๆ บัดนี้ ร่างกายของเซียนสวรรค์ปีศาจแดง กับเต็มไปด้วยรอยคมดาบจากทักษะของตัวเองหลายสิบแผลเสียแล้ว

 

มากเมฆที่เอาแต่วิ่งไปวิ่งมาจนดูเหมือนพวกขี้แพ้ไปแล้ว หากมองจากภายนอก เขาคงจะเหมือนกับแมวน้อยน่ารักที่กำลังวิ่งหมาป่าที่กัดไม่เลิก แต่ในความเป็นจริง มากเมฆกับวิ่งไปมาพร้อมกับแอบวางกับดักเอาไว้ทั่ว โดยเฉพาะเหล่าทักษะวิชาค่ายกลและอักขระที่ได้เรียนรู้มาจากทักษะวิชาจำนวนมาก เมื่อเร็ว ๆ นี้จากเมืองกิเลนทอง

 

เขาถึงกับสร้างค่ายกลอักขระแบบง่าย ๆ ที่สามารถสะท้อนความเสียหายกลับไปได้

 

บวกกับแก้กระบวนเพลงดาบและลำดับผลกระทบ ของพลังวิชาลับของอีกฝ่ายได้ และทำการย้อนศรกลับไปแบบเต็ม ๆ จนมีพลังรุนแรงมากขึ้นถึง 2-3 เท่าอยู่บ่อยครั้ง แม่นยำขึ้นเร็วขึ้นอยู่เสมอจนน่ากลัว โดยใช้วิธีการต่อสู้สวนกลับแบบผู้ชํานาญจำเป็น ในเรื่องค่ายกลอักขระโบราณ ราวกับเป็นปรมาจารย์สวรรค์ค่ายกลอักขระก็ไม่ปานอยู่ในตอนนี้

 

อย่างที่รู้มากเมฆนั้นเป็นไอ้บ้า !!

 

คนบ้าที่มีทักษะและวิชามากมายเต็มไปหมด แต่ด้วยพลังและความคิดจากมันสมองที่เร็วจนวัดไม่ได้ ทำให้บ่อย ๆ ครั้งเจ้าตัวมักจะเลือกผลลัพธ์ 100% มากกว่าวิธีการเพื่อให้บรรลุผล และมักจะเลือกทางที่ง่ายโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง มากกว่าหนทางที่ยากและดีด้วยกันทุกฝ่ายยกเว้นศัตรู มากกว่าตัวละครเอก เหล่าพระเอกของนิยายหรือในการตูนสนุก ๆ หลาย ๆ เรื่องควรจะเป็น

 

ดังนั้นด้วยประสบการณ์ที่มากขึ้น บวกกับภายหลังที่คิดเพื่อคนอื่น ๆ เป็นแล้ว ทำให้เจ้าตัวไม่พยายามจะโชว์เทพให้มาก แต่กระนั้นกับทำให้คนอื่น ๆ มองมาที่เขา ราวกับเห็นผีอยู่ดี เพราะคนปกติที่ไหนเขาจะสามารถวาดอักขระและสร้างค่ายกลกับดักจากเศษหินเศษไม้ตามธรรมชาติได้

 

 ".. นี่ สหายผู้บ่มเพาะมากเมฆ เป็นปรมาจารย์ค่ายกลอักขระด้วยหรือนี่ ปกติผู้ที่จะได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านค่ายกลหรืออักขระโบราณ จะต้องเป็นพวกตาเฒ่าอายุหลายพันปีไม่ใช่หรือไง .."

 

".. ถึงได้มีคำว่าอัจฉริยะกับคนธรรมดา สหายผู้บ่มเพาะมากเมฆ สมควรเป็นนักเดินทางที่ควรจะผูกมิตรด้วย ผู้ที่เก่งกาจในด้านค่ายกลและอักขระโบราณแบบนี้ หากเป็นศัตรูด้วย วันหลังคงอยู่ไม่สุขเป็นแน่ หากวัน ๆ ต้องตื่นขึ้นมาแล้วต้องเผชิญกับกับดักค่ายกลอยู่รอบ ๆ บ้านรอบนิกายเต็มไปหมด .."

 

".. มีไม่กี่ทักษะวิชาชีพโบราณ ที่สามารถต่อกรกับระดับขอบเขตพลัง บ่มเพาะที่เหนือกว่ามาก ๆ ได้ หนึ่งในนั้นก็คือ ผู้ใช้อาคม ผู้ใช้ค่ายกลอักขระ ผู้ใช้พิษ และผู้ใช้หุ่นเชิด จริงอยู่ว่ามีทักษะวิชาชีพที่มากกว่านี้ แต่ภายหลังได้สูญหายไปมากแล้ว แต่วันนี้พวกเราได้เห็นแล้ว ผู้ใช้ค่ายกลอักขระนั้นร้ายกาจแค่ไหน พลังนภาสามารถต่อกรกับพลังเซียนสวรรค์ได้ อัจฉริยะปีศาจชัด ๆ .."

 

เสียงพูดคุยจำนวนมากของเหล่าผู้ชมรอบ ๆ เวทีประลองนภาที่ 888 หากเป็นคนของทวีปเริ่มต้นบัลลังก์เมฆ ส่วนมากกว่า 90% จะเป็นมิตรกับมากเมฆ และมักจะเรียกอีกฝ่ายว่าสหายผู้บ่มเพาะในทันที การที่ทุก ๆ คนในที่นี้ได้มาเห็นศาสตร์โบราณที่ฝึกฝนได้ยากกับตา กับทำให้คนจำนวนมากใคร่สนใจอยากจะเป็นมิตรกับมากเมหมากขึ้น

 

ผิดกับผู้ชักใยในเงามืดอย่างท่านอ๋องน้อยเย่เทียนหลง ที่ในเวลานี้ กำลังเป็นเดือดเป็นแค้นไม่พอใจกับความสามารถอันน่าทึ่ง และความสำเร็จทางด้านค่ายกลอักขระโบราณ ของมากเมฆที่ได้แสดงให้เห็น อ๋องน้อยเย่เต็มไปด้วยความอิจฉาอย่างที่สุดจากหัวใจ มากกว่าที่เคยเป็นมาตลอดชีวิต ตามบทบาทของหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่จะทำทุก ๆ วิถีทางที่จะทำลายมากเมฆให้จนได้ ตามภารกิจแห่งคำทำนายบรรพกาลที่ได้เริ่มต้นขึ้น ... รวมไปถึงภารกิจฆ่าเวลาอย่างการกำจัด สายเลือดตระกูลหยางให้หมดไปจากโลกแห่งเทพเซียนตลอดกาลจากตระกูลหลัก

 

 ".. ถ่ายทอดคำสั่งออกไป รอเวลาอีกราวหนึ่งเค่อ 4 สัตว์อสูรโบราณ 1 ภูติวิญญาณในตำนานแห่งความแค้น และเหล่าขุนพลผู้ภักดีทั้ง 12 คนของข้าเย่เทียนหลง ให้ขึ้นไปบนเวทีประลองนภาที่ 888 ในทันทีหลังจากถูกอัญเชิญ .."

 

".. ตั้งแต่แรกที่เจตจํานงสวรรค์ ได้เปลี่ยนเวทีประลองเป็นโลกใบเล็ก ๆ ใบหนึ่งและอยู่ในกฎแห่งความเป็นจริงทุกอย่าง ก็เท่ากับว่าได้ยอมรับเงื่อนไข หนึ่งในข้อตกลงที่ข้าได้บอกให้เซียนสวรรค์ปีศาจแดง ไปแจ้งบอกกับหุ่นไม้กรรมการนั่นแล้ว พวกเจ้าทั้งหมดสามารถเข้าร่วมได้และห้ามผิดพลาดโดยเด็ดขาด ในฐานะร่างอัญเชิญของทักษะลับของเซียนสวรรค์ปีศาจแดง ส่วนม้วนคัมภีร์อัญเชิญลับทั้ง 17 ม้วน ข้าได้เตรียมไว้แล้ว พวกเจ้าหยดเลือดลงไปแล้วก็รอเวลาเท่านั้น ไปได้ .." อ๋องน้อยเย่เทียนหลงกล่าวออกคำสั่งในที่ลับ ก่อนจะมีพ่อบ้านและเหล่าขุนพลรวมไปถึงผู้ติดตามคนอื่น ๆ คุกเข่าลงกับพื้นรับคำสั่ง ก่อนจะหายไปพร้อมกับม้วนคัมภีร์อัญเชิญที่ได้ถูกเตรียมเอาไว้

 

เย่เทียนหลงมองดูมากเมฆจากระยะไกล บนเรือเหาะสําราญล่องหน ที่เต็มไปด้วยข้าทาสและบริวารมากมาย ด้วยสายตาที่ราวกับมองมดปลวกตัวเล็ก ๆ ที่จะบีบก็ตายจะคายก็รอด จะเหยียบหรือบดขยี้ยังไงก็ได้ .. จนเหล่าทาสมนุษย์ที่เป็นผู้เล่นอย่างเล้งเปาชาน และพรรคพวกอีกว่าสิบคน ถึงกับสั่นกลัวในอำนาจและจิตสังหารของอีกฝ่าย จนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ อีกเลย

 

 **********



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4396 zaalah5931 (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 22:20

    ขอบคุณค่ะ..รอๆๆ
    #4,396
    0
  2. #4395 joelamtan (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 21:52
    ขอบคุงงับ
    #4,395
    0
  3. #4394 Nazzga2 (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 21:29
    เชื่อว่าหลังจากนี้พวกนักตั้งฉายาในดาวสายปราน คงได้เปลียนฉายาของปู่หลานคู่นี้ ไปเป็นขันทีสีทอง(ปู่) กับขันทีสีเลือด(หลาน) เป็นแน่แท้
    #4,394
    0