มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 291 : บทที่ 291 ขอให้ช่วยไม่ใช่มายืมเงิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    5 ก.ย. 62

บทที่ 291 ขอให้ช่วยไม่ใช่มายืมเงิน

 

         [ ติ๊ง !! ยินดีด้วยผู้เล่นมากเมฆ ได้เรียนรู้ทักษะวิชา “การต้มยาด้วยพลังลมปราณแบบรวดเร็ว” สำเร็จ ]

[ ติ๊ง !! ยินดีด้วยผู้เล่นมากเมฆ ได้เรียนรู้ทักษะวิชา “เฮงเฮงเฮงโชคดีทุกที่ทุกเวลา” สำเร็จ ]

[ ติ๊ง !! ยินดีด้วยผู้เล่นมากเมฆ ได้เรียนรู้ทักษะวิชา “การทําคลอดมือใหม่” สำเร็จ ]

[ ติ๊ง !! ยินดีด้วยผู้เล่นมากเมฆ ได้เรียนรู้ทักษะวิชา “เกล็ดหนังหน้าของใครสักคน” สำเร็จ ]

[ ติ๊ง !! ยินดีด้วยผู้เล่นมากเมฆ ได้เรียนรู้ทักษะวิชา “เพลิงเจ็ดสีร่ายรำในงานเลี้ยง” สำเร็จ ]

[ ติ๊ง !! ยินดีด้วยผู้เล่นมากเมฆ ได้เรียนรู้ทักษะวิชา “แปลงร่าง 72 ร่างมายาแค่การแสดง” สำเร็จ ]

[ ติ๊ง !! ยินดีด้วยผู้เล่นมากเมฆ ได้เรียนรู้ทักษะวิชา “ฝ่ามือองค์ยูไรพิโรธวันล่ะครั้ง” สำเร็จ ]

[ ติ๊ง !! ยินดีด้วยผู้เล่นมากเมฆ ได้เรียนรู้ทักษะวิชา “การตัดแต่งทรงผมระดับจอมยุทธ์” สำเร็จ ]

 

มากกว่าสามร้อยล้านทักษะวิชาที่ได้เรียนรู้ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดเลยตลอด 30 นาทีที่ผ่านมาจนปวดหัวนิด ๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะจากตำรามิรู้ความเฉพาะของเหล่าผู้เล่น หรือแม้แต่ตำราทักษะวิชาต่าง ๆ ของเหล่า NPC ชนดั้งเดิมของโลกแห่งเทพเซียนโดยเฉพาะ

 

มากเมฆได้เรียนรู้และทำความเข้าใจได้ทั้งหมดแล้ว

 

เพราะหากนำไปเปรียบเทียบกับบทเวทมนตร์ของทุกระดับชั้นตั้งแต่ต่ำไปสูง และองค์ความรู้จำนวนมากมายมหาศาลของโลกเวทมนตร์ที่มี ของทั้งสัตว์อสูรและในทุก ๆ ศาสตร์สาขาอาชีพทั้งที่ลับและไม่ลับที่มีอยู่ อันที่เขาเคยได้รับมาในครานั้นในอดีต

 

ต้องบอกเลยว่าครั้งนี้กับสามร้อยล้านทักษะวิชาเทพเซียนเทพยุทธ์ที่ได้มา

 

มันยังห่างไกลเอามาก ๆ กับครั้งนั้นที่ได้รับแบบ 100% เต็มของทั้งหมดทั้งมวลที่มีอยู่ของโลกเวทมนตร์ และของสรรพชีวิตที่เป็นองค์ความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์ในทุก ๆ อย่างของจักรวาลสามพิภพ เพราะถึงแม้ในครั้งนี้ เขาจะได้เรียนรู้ไปแล้วเป็นร้อยล้านทักษะวิชาก็ตาม แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วยังไม่ถึง 0.01% ที่มีอยู่อย่างมากมายขององค์ความรู้เดิมของโลกแห่งเทพเซียนดวงนี้เลยด้วยซ้ำ

 

เพราะที่โลกแห่งเทพเซียนดวงนี้นั้น ได้เชื่อมต่อกับสวรรค์ชั้นฟ้า ใกล้ชิดมากยิ่งกว่าอีกทั้งสองโลกเสียอีก

 

ระหว่างโลกเวทมนตร์กับดาวเคออสนั้น

 

หาก NPC ชนดั้งเดิมอยากจะกลายเป็นเทพสวรรค์ และอยู่เหนือผู้คนมีชีวิตอมตะ มีจิตวิญญาณเป็นนิรันดร์ไปเรื่อย ๆ แน่นอนว่ามีหนทางที่สามารถกระทำได้อยู่มากมาย แต่ก็แตกต่างไปจากโลกแห่งเทพเซียนอยู่มากพอสมควร เพราะแต่ล่ะดวงดาว ต่างก็มีตำนานและความเป็นมาและเป็นไปในทิศทางที่แตกต่างกัน

 

// - - เป็นเทพใช่ว่าเป็นนิรันดร์เป็นอมตะอย่างแท้จริง สามารถตายได้หากถูกฆ่าหรือถูกทำลายโดยผู้ที่ทรงพลังกว่า แต่สามารถมีชีวิตและกลับมาเกิดใหม่ได้ พร้อมกับองค์ความรู้เดิมความทรงจำเดิมได้ ถึงได้เรียกว่าวิญญาณนิรันดร์ แต่โดยปกติก็อยู่ได้ยาว ๆ เป็นล้านสิบล้านหรือมากกว่านั้น อยู่ที่ความแข็งแกร่งและทรงพลังของเทพองค์นั้น ๆ - -//

 

อย่างโลกแห่งเวทมนตร์ ผู้ที่จะขึ้นเป็นเทพสวรรค์ได้สำเร็จ ก็มักจะเป็นผู้ที่ศึกษาเรียนรู้และเข้าถึงพลังอันเป็นความลับของสวรรค์และโลกได้อย่างแท้จริง ได้ในระดับหนึ่งและเป็นที่ยอมรับจากสวรรค์ เป็นผู้ที่สร้างคุณงานความดีเอาไว้มากมาย แก่ดวงดาวที่ให้กำเนิดและได้รับความรักความเมตตาจากทวยเทพนับหมื่นพันจากใจจริง

 

ก่อนที่จะก้าวผ่านม่านพลังแห่งบททดสอบสุดท้าย และแปรเปลี่ยนตัวเองเป็นเทพสวรรค์ชั้นฟ้าที่ 1 ได้สำเร็จ

 

แต่โอกาสนั้นมีน้อยมาก ๆ แต่ทว่ามากเมฆก่อนที่จะจากมาเมื่อไม่กี่วันก่อนจากโลกเวทมนตร์

 

เขาเองก็สัมผัสได้ว่ามี NPC สองคนที่ใกล้จะบรรลุความเป็นเทพแล้วอยู่เหมือนกัน

 

รู้สึกจะชื่อ จอมปราชญ์เมอร์ลิน ดอร์เลอร์ เลเวเอล ที่ 13 และภรรยาสาวสวยที่ชื่อ เอเทน่า เลเวเอล ทั้งสองคนได้ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยถาวรที่มิติเฟยอวี่ เมืองหลวงศูนย์ใหญ่ของสหพันธ์พาณิชย์เมฆมายาได้สักพักแล้ว และได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ติดตามใกล้ชิดของเทพลิโป้อีกด้วย

 

และสำหรับผู้เล่นเองก็สามารถพัฒนาตัวเอง จนเข้าสู่ความเป็นเทพได้เช่นกัน

 

แต่คงจะต้องใช้เวลาสักแสนปีเป็นอย่างน้อยกว่าจะสำเร็จได้สักคน

 

แน่นอนว่าหากทำได้ ทางทีมผู้สร้างคงจะยินดีและมอบคะแนนความสำเร็จให้อย่างมหาศาล

 

กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน

 

แม้ว่ามากเมฆจะได้เรียนรู้ไปมาก แถมหลาย ๆ วิชาที่เรียนรู้จาก 377 ล้านเล่มที่ได้รับมากว่า 70% กับเป็นวิชาขยะอันไร้ประโยชน์ แถมบางตำรายังเป็นอะไรที่เป็นหลักปรัชญาแปลก ๆ อยู่มากอีกด้วย หรือก็คือตีความไม่ได้ ไม่เข้าใจเลยก็มีอยู่ไม่น้อยในช่วงแรก ๆ ดังนั้นมากเมฆจึงจำต้องเสียเวลา ทำการเรียนรู้และทำความเข้าใจใหม่อยู่หลายครั้งกว่าจะสำเร็จได้

 

          มากเมฆลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่ทุก ๆ อย่างสำเร็จเรียบร้อยด้วยดี พร้อมกับมองดูเวลาที่ระบบเกมอีกเล็กน้อย ก่อนจะพบว่ามันเพิ่งจะเที่ยงวันเท่านั้น ทว่าก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นยืน เขากับสัมผัสได้ว่าเจ้าหนูน้อยเพลิงขจรและมารดายังสาวได้ตื่นขึ้นมาแล้ว     

 

          พอเข้าไปในห้องที่แบ่งแยกไว้เป็นพิเศษสำหรับสองแม่ลูก

 

มากเมฆก็เห็นสองแม่ลูกผู้อาภัพต่างก็กำลังร้องไห้และกอดกันอยู่ด้วยความดีใจ โดยมีเพลิงขจรน้อยบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ให้มารดาของตัวเองรับฟังโดยละเอียด พอคนทั้งสองเห็นผู้มีคุณก้าวเดินเข้ามาภายในห้อง

 

เจ้าหนูน้อยเพลิงขจรก็วิ่งเข้ามาหาเขา พร้อมกับคุกเข่าลงไปที่พื้นคำนับขอบคุณอีกฝ่ายอย่างสุดกำลัง และจริงใจเป็นที่สุดเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะแสดงออกมาได้ แต่ล่ะคำที่เด็กน้อยได้กล่าวบอกออกมา ไม่ว่าจะขอบคุณ หรือยอมเป็นทาสรับใช้เป็นวัวเป็นม้า หรืออะไรก็ตาม

 

มากเมฆสัมผัสได้ถึงความจริงใจและไม่มีคำโกหกใด ๆ เลยภายในนั้นให้ได้ยิน

 

          มากเมฆยิ้มรับบาง ๆ ก่อนที่จะกล่าวพูดขึ้นมาว่า ".. ลุกขึ้นเถอะ บอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง ว่าที่ช่วยเนี่ยไม่ได้จะให้มาเป็นทาสเป็นข้ารับใช้ หรืออะไรจำพวกนั้น เป็นเด็กที่บอกไม่ฟังไม่จำเลยหรือไง .." เขากล่าวพูดแบบดุ ๆ เล็กน้อย แต่ทว่าใบหน้ากับประดับไปด้วยรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับตรวจอาการป่วยของสองแม่ลูกไปด้วยผ่านทางสัมผัสพลังพิเศษของเขา

 

          เพลิงขจรน้อยรู้ดีว่าคุณชายมากเมฆเป็นผู้วิเศษ เป็นผู้ไม่ธรรมดาของโลกหล้า จะหาใครเสมอเหมือนนั้นไม่มี ย่อมไม่ต้องการอะไรจากตนเองที่ยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ไม่ประสาและอ่อนแอยิ่งกว่าสัตว์ป่าอย่างแน่นอน

 

แต่ทว่าด้วยความเป็นคน ที่รู้คุณคนของผู้ช่วยเหลือชีวิต ดังคำที่ว่า บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ ดังนั้นในสักวันหนึ่งจากนี้จนชั่วชีวิตจะหาไม่ เพลิงขจรน้อยจึงตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตไว้ว่า สักวันหนึ่งตนเองจะต้องตอบแทนบุญคุณ ของคุณชายมากเมฆให้ได้ในสักวันแม้จะตายก็ยอม

 

ระหว่างนั้นเองมารดาของเพลิงขจรน้อยก็คุกเข่าลงไปที่พื้นด้วยอีกคน

 

ขณะที่มากเมฆกำลังประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้น มารดาของเพลิงขจรก็กล่าวพูดออกทั้งน้ำตาว่า  ".. ขอบคุณผู้มีคุณหากไม่ได้คุณชายช่วยเหลือ ข้าก็คงตายไปแล้วและไม่มีวันได้พบหน้าบุตรชายที่รักอีกครั้ง ไม่มีโอกาสได้เห็นเด็กคนนี้เติบใหญ่ ขอบคุณ ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือ ไม่ว่าจะให้ข้าเป็นวัวเป็นม้า ข้าก็ยินดี .."

 

แม่กับลูกช่างเหมือนกันจริง ๆ หรือมันเป็นบทพูดที่โปรแกรมไว้แล้วกันนะ .. น่าปวดหัวจริง ๆ

 

มากเมฆบอกให้คนทั้งสองลุกขึ้นยืนอยู่หลายครั้ง

 

ก่อนที่จะพูดคุยกันได้อย่างคนปกติก็เล่นเอาเหนื่อยพอสมควร

 

เพราะอีกฝ่ายอยากจะตอบแทน อยากจะช่วยเหลือสารพัดสารพันเหตุผล

 

แต่ตัวเขาในเวลานี้ก็หาได้ขาดเหลืออะไร

 

สุดท้ายมากเมฆก็จำต้องยอมถอยหนึ่งก้าวและว่าจ้างให้มารดาของเพลิงขจรน้อย นามว่า เริงเกสร ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในแพทย์หญิงติดตามรับใช้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีทักษะแพทย์และการปรุงยาในระดับธรรมดา แต่ทว่าคนเรานั้นพัฒนากันได้ พร้อมกับในเวลานี้ เขาจำต้องมองไปยังอนาคตอันใกล้ที่จะถึง มากเมฆก็คิดว่าเขาสมควรมีหน่วยงานหลาย ๆ อย่างคอยช่วยเหลืออยู่เช่นกัน

 

และตลอดวันที่ผ่านมานับจากเมื่อวาน หลังจากที่ได้ตระกูลหยางโบราณมาเป็นกองกำลังส่วนตัว

 

บวกกับแผนการของเหล่าภรรยารัก เขาก็คิดที่จะสร้างนิกายของตัวเองขึ้นมาอยู่เช่นกัน แน่นอนว่ามากเมฆจะแยกส่วนออกไป และไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับระบบศิษย์อาจารย์ ระบบโรงเรียนเมฆทะยานของเขาที่โลกเวทมนตร์

 

เนื่องจากพอเขามาที่โลกแห่งเทพเซียนได้สักระยะแล้ว หากมากเมฆอยากจะตั้งสำนักหรือนิกายอะไรพวกนี้แล้วล่ะก็ จำจะต้องไปทำภารกิจเฉพาะของดาวดวงนี้ให้สำเร็จเสียก่อน เริ่มต้นจากภารกิจการเป็นอาจารย์ เลื่อนขั้นตนเองให้เป็นอาจารย์หรือปรมาจารย์ที่สามารถถ่ายทอดวิชาให้ได้เสียก่อน ตามด้วยภารกิจการก่อตั้งสำนักและนิกายที่ออกจะยากลำบากเอามาก ๆ ให้สำเร็จ

 

เหตุที่ว่าทำไมต้องแยกส่วนกัน !?

 

นั่นก็เพราะทักษะวิชาบางอย่างระหว่างดวงดาวทั้งสาม NPC ชนดั้งเดิมของดวงดาวหลักนั้น ๆ ไม่สามารถเรียนรู้แบบข้ามข้อจำกัดเช่นเดียวกับผู้เล่นได้กันทุกคนทุกตัวตน ทำให้ระบบศิษย์อาจารย์ของมากเมฆ ไม่สามารถนำมาใช้กับโลกทางนี้ได้เต็มที่ 100% เหมือนที่ผ่านมา และก็เต็มไปด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ จำนวนมากเต็มไปหมดจนน่าปวดหัว ยกเว้นก็แต่มากเมฆจะไปเจอเข้ากับลูกหลานเทพเจ้า แบบเดียวกับที่เคยได้รับไว้ในอดีต ข้อจำกัดนั้น ๆ ก็จะไม่มีอีกต่อไปนั่นเอง

 

แต่กระนั้นมากเมฆก็หาได้ลำบากอะไร ..

 

ดีเสียอีกจะได้เล่นเกมและใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาปกติที่โหยหามานานเสียที

 

มากเมฆออกมาจากโรงเตี๊ยมโดยมีสองแม่ลูกเดินตามหลังมาติด ๆ มุ่งหน้าไปทางตลาดของประตูเมืองทิศตะวันออก เขาได้มอบเงินให้กับมารดาของเพลิงขจรน้อย ไปหลายพันตำลังทองเป็นค่าจ้างล่วงหน้า แน่นอนว่าอีกฝ่ายคิดจะไม่รับไว้ แต่พอมากเมฆขู่และดุออกไปนิด ๆ สุดท้ายก็ต้องรับไว้แต่โดยดี เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายและซื้อของต้องใช้ที่จำเป็นสำหรับตัวเธอเองและบุตรชายที่กำลังโต

 

พอมาถึงประตูทางเข้าตลาดมากเมฆก็พบกับพวกเด็ก ๆ ที่มารอเขาอยู่ก่อนแล้ว

 

พวกเด็ก ๆ ดีใจกันมาก ๆ ที่เห็นสหายเพลิงขจรกลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม และยังเห็นท่านป้าผู้ใจดีหายป่วยด้วยเช่นกัน พวกเด็ก ๆ เข้าไปทักทายถามตอบพูดคุยกับเพลิงขจรและท่านป้าผู้ใจดีอยู่นาน

 

ก่อนที่ทั้งหมดจะกลับมาทำงานเป็นผู้นำทางให้กับมากเมฆเช่นเดิม และในวันนี้เพลิงขจรน้อยก็มาทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ ด้วยเช่นกันเป็นครั้งแรก หลังจากที่หมดสติไปนานถึง 2-3 วันเต็ม ๆ เพียงเวลาไม่นานนักเจ้าอ้วนทัพพีสวรรค์พี่ใหญ่ประจำกลุ่มชายราตรีก็ไปนำรถม้าที่เช่าไว้มาถึง

 

 ".. วันนี้จะไปไหนดีครับ .." เจ้าอ้วนกล่าวถาม

 

ในขณะที่พวกเด็ก ๆ คนอื่น ๆ เตรียมอุปกรณ์สารพัดอย่างขึ้นไปบริการบนรถม้า

 

ไม่ว่าจะที่นั่งที่นอนและเครื่องชงชาและอื่น ๆ อีกมากมาย

 

รอบนี้เจ้าอ้วนเหมือนจะหน้าใหญ่ไม่น้อย เพราะลงทุนเช่ารถม้าอย่างหรูมาเลยทีเดียว

 

แต่ภายหลังที่มองดี ๆ แล้วพลังแห่งการรู้แจ้งก็บอกให้มากเมฆรู้ว่า เจ้าอ้วนมันไม่ได้เช่าหรือเสียเงินแต่อย่างใด แต่องค์จักรพรรดิบัลลังก์เมฆได้เตรียมไว้ให้กับพวกเด็ก ๆ ต่างหาก เพราะรู้นัดหมายเวลาที่พวกเด็กกลุ่มนี้จะมาบริการรับใช้และคอยนำทางให้กับตนเอง เป็นการตอบแทนที่ให้ทานผลไม้สวรรค์ไปเมื่อช่วงเวลาก่อนเที่ยงแบบเนียน ๆ

 

มากเมฆรู้สึกได้ว่า NPC ชนดั้งเดิมของโลกแห่งเทพเซียน

 

ส่วนใหญ่เป็นพวกที่ตรงไปตรงมาเสียจริง มีนิสัยที่น่าคบหาอยู่ไม่น้อย .. แต่สำหรับพวกที่เลวก็เลวระยำเกินไปเช่นกัน

 

เขาได้ยิ้มบาง ๆ จนเห็นฟันขาว ก่อนที่จะบอกที่หมายที่จะไปในครั้งนี้ให้กับพวกเด็ก ๆ รับฟัง

 

พร้อมกับแยกกับมารดาของเพลิงขจร เพราะอีกฝ่ายจำจะต้องไปซื้อของใช้ส่วนตัว ไม่อาจจะติดตามไปด้วยได้

 

".. ร้านเมล็ดพันธุ์เซียนสวรรค์ ก่อนไปถึง ให้แวะร้านเหล้าที่ดังที่สุดของเมืองก่อน แล้วก็ร้านอาหารที่อร่อยที่สุดด้วย .."

 

มากเมฆกล่าวบอก พวกเด็ก ๆ ก็รู้งานรู้หน้าที่ที่ต้องทำ ต่างก็ขึ้นรถม้าและให้เจ้าอ้วนพี่ใหญ่บังคับรถม้าวิ่งออกไปตามทางในทันที

 

เขาได้แวะซื้อเหล้าและสุราราคาแพงมาจำนวนมาก แม้แต่เหล้าสูตรพิเศษที่ขายแค่ปีล่ะครั้งของทางร้าน ยังถูกมากเมฆเหมามาจนหมด หากจะบอกว่าซื้อหมดทั้งร้านเลยก็ไม่เกินจริงนัก ก่อนที่จะไปสั่งให้ร้านอาหารที่อร่อยที่สุดของเมืองกิเลนทอง จัดเตรียมอาหารไว้เป็นจำนวนมาก ใส่กล่องอาหารไม้อย่างหรูก่อนจะนำขึ้นรถม้า และแบ่งบางส่วนให้กับพวกเด็ก ๆ ไว้ทานกันระหว่างรอ

 

พอมาถึงร้านเมล็ดพันธุ์เซียนสวรรค์

 

ชายขี้เมานามว่า “ชีวิตสุรา” จากตระกูล “เก้าสุราสวรรค์โบราณ” ผู้เป็นหนึ่งในผู้ฝึกตนพเนจร ก็ได้ออกมารอมากเมฆที่หน้าร้านอยู่ก่อนแล้ว เหมือนเรื่องที่เขาได้เหมาสุรามาหมดร้านดังประจำเมือง และยังได้เหล้าดี ๆ มาไม่น้อย จะได้ยินมาถึงหูของชายขี้เมาอย่างรวดเร็ว

 

แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ชายขี้เมากำลังล่องหน แอบไปขโมยเหล้าขโมยกินฟรีดื่มฟรีอยู่นั่นเอง

 

แต่พอได้ยินว่าอีกฝ่ายกำลังจะมาหาที่ร้านก็รีบกลับมาอย่างไว

 

".. น้องชายมากเมฆ ไม่พบเพียงหนึ่งวันเหมือนจากกันเป็นปี ๆ เลย เชิญ ๆ ด้านในเดินระวัง มามะเด็ก ๆ ค่อย ๆ ยกนะ ระวังทำหกล่ะ เอา ๆ ยกเข้ามาเร็ว .." ชีวิตสุรากล่าวต้อนรับอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับมองสำรวจไปกล่องอาหารและสุราเลิศรสจำนวนมาก และรถม้าอีกนับสิบที่กำลังเดินทางมายังร้านค้าของตน

 

มากเมฆอดขำไม่ได้จริง ๆ ชายวัยกลางคนที่ยังไม่แก่นัก แต่จะเรียกตาเฒ่าก็คงได้เพราะผู้ฝึกตนนั้นมองได้ยากมาก ๆ ว่าแท้จริงแล้วอายุเท่าไร แถมยังรูปงามพอควรคนหนึ่ง หากไม่นับกลิ่นเหล้าที่ติดตัวแรงไปหน่อย เป็นถึงตัวตนระดับเซียนสวรรค์ผู้แข็งแกร่งอันร้ายกาจของทวีปแห่งนี้แท้ ๆ

 

ทำไมพอเป็นเรื่องเหล้าเรื่องกินของคนอื่นแบบฟรี ๆ ไม่ต้องจ่ายตัง กับทำตัวเหมือนคนปกติได้เนียนอะไรจะขนาดนี้ ไม่แสดงตัวเป็นชนชั้นสูงผู้ฝึกตนบ่มเพาะผู้ทรงพลังหน่อยหรือไง

 

พอเข้ามาในร้านใครจะคิดล่ะว่าอีกฝ่าย ชายขี้เมาจะเตรียมสถานที่ไว้พร้อมเสร็จ โต๊ะและเก้าอี้เตรียมไว้พร้อม แถมรอบ ๆ ห้องครั้งก่อนที่เต็มไปด้วยตู้และชั้นเก็บของเก่า ๆ มาในเวลานี้มันโล่งมาก ๆ พอให้วางไหเหล้าและขวดเหล้าได้เป็นพัน ๆ เต็มพื้นที่เลยทีเดียว

 

หรือหลักการแห่งเต๋าสวรรค์ กินฟรี ดื่มฟรี หมื่นปีเป็นนิรันดร์จะต้องหน้าหนาขนาดนี้ ... เลย น่าสนใจจริง ๆ

 

".. พี่ชายชีวิตสุรานั่งลงก่อน เดี๋ยวพวกเด็ก ๆ ก็ยกเข้ามากันเอง ท่านไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก วันนี้ที่มาแน่นอนว่ามากินมาดื่มกันท่านให้สะใจ และยังมาเป็นลูกค้าซื้อเมล็ดพันธุ์ภายในร้านของท่านด้วย และก็ ข้ามีเรื่องรบกวนอีกอย่างให้ท่านช่วย .." มากเมฆโบกมือทีหนึ่งไปข้างหน้า บนโต๊ะอาหารอันว่างเปล่า ก็เต็มไปด้วยอาหารเลิศรสและสุราหอม ๆ ที่ถูกจัดเตรียมไว้ปรากฏออกมาให้เห็น

 

".. เจ้าเก่งกาจปานนี้มีอะไรให้ข้าช่วยเจ้าได้อีก หากจะมายืมเงินข้าบอกไว้ก่อนเลยนะ ข้าไม่มี .." ชายขี้เมาเริ่มเป็นกังวลหน่อย ๆ แม้ว่าตนเองจะรู้หลักการของโลก ว่าไม่ทำงานไม่มีอาหารให้กินฟรี ๆ นั้นมันไม่มี มันเป็นสิ่งที่จริงแท้แน่นอนมาตลอดหลายล้านปีที่ผ่านมา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะอ่อนข้อลงเล็กน้อย และมือเจ้ากรรมก็หยิบเอากาสุราหอม ๆ ใกล้ตัวมารินใส่ถ้วยและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งชีวิตอย่างช้า ๆ

 

".. ข้าไม่ได้มายืมเงินของท่าน ท่านเห็นข้าเป็นคนไม่มีจะกินหรือยังไง ข้าก็แค่อยากจะตรวจสอบอะไรนิดหน่อย ก็แค่ขอความร่วมมือเท่านั้น ทำที่นี่และเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ ไม่ใช่เรื่องยากอะไร .." มากเมฆบอกกล่าว ก่อนที่จะหยิบตะเกียบเงินขึ้นมาคีบอาหารเข้าปากบ้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4310 joelamtan (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 18:17
    ขอบคุณ​ครับ​
    #4,310
    0
  2. #4308 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 14:42

    ตอนนี้สั้นจังเลยยยยยยยยยย

    #4,308
    1
    • #4308-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 291)
      5 กันยายน 2562 / 14:59
      3100 คำ ไม่น่าจะสั้นแล้วนะครับ ปกติก่อน ๆ เมื่อนานมาแล้วไรท์แต่ง 1 บทแค่ 2500 คำเอง
      นับเป็นคำนะครับ แต่พอดีช่วงนี้ไฟสูงไปนิด เลยลากยาวไป 1 บท 3800 - 4800 เลยก็มีหุหุ..
      เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน
      #4308-1
  3. #4307 Nazzga2 (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 14:19
    ชื่อทักษะอย่างอย่างกับชื่อศิคคอมเรื่องหนึ่ง
    #4,307
    4
    • #4307-2 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 291)
      5 กันยายน 2562 / 14:20
      เรื่องอะไรเอ๋ย
      #4307-2
    • #4307-4 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 291)
      5 กันยายน 2562 / 14:57
      อ้อ ขอบคุณที่บอกผมเองก็ลืมไปแล้ว นานมาก ๆ เลยเรื่องนี้
      #4307-4