มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 286 : บทที่ 286 หายนะผู้อยู่เฉยไม่เป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 168 ครั้ง
    29 ส.ค. 62

บทที่ 286 หายนะผู้อยู่เฉยไม่เป็น

 

          ในตอนแรก มากเมฆเองก็คิดว่าเจ้าอ้วนจะแนะนำให้ตนเองไปขโมย ไปปล้นคนอื่น ๆ เอาเสียอีก

 

แต่ที่ไหนได้

 

เหตุที่เจ้าอ้วนแสดงสีหน้าออกมาแบบนั้น เป็นเพราะวิธีที่สามมันเป็นอะไรที่คนปกติเขาไม่ทำกัน มันเหมือนกับเป็นการกรีดเลือดเฉือนเนื้อสด ๆ ของตัวเองออกมากิน ออกมาดื่มเลยก็ว่าได้ เป็นวิธีการของคนบ้าที่ใกล้จะตาย เป็นวิธีสำหรับพวกที่หมดหนทางแล้วจริง ๆ ถึงจะทำนั่นเอง

 

".. วิธีที่สาม เป็นวิชากลั่นศิลาเซียนสวรรค์ออกมาจากพลังฝึกตนที่มีอยู่ โดยจะลดพลังขอบเขตขั้นที่ได้ฝึกตนและการบำเพ็ญลงเรื่อย ๆ ตามจำนวนที่กลั่นออกมาได้ หากกลั่นศิลาเซียนสวรรค์ในระดับสูงก็ยิ่งลดพลังที่มีเยอะมาก .."

 

".. แถมเป็นการลดพลังลงมาเป็นการถาวรอีกด้วย และทำให้การฝึกฝนใหม่ เพื่อที่จะให้กลับไปยังจุดพลังเดิมที่เคยมี ทำได้ยากขึ้นเป็น 3-5 เท่าจากแต่ก่อน วิธีที่สามนี้ เป็นวิธีการที่ไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะลดพลังของตนเองลงไปมากจริง ๆ แถมยังส่งผลเสีย ผลกระทบหลายอย่างต่อร่างกาย รวมไปถึงพรสวรรค์ศักยภาพที่มีอีกด้วย แต่หากจะกลั่นศิลาเซียนให้ได้จริง ๆ แบบว่าจำเป็นต้องใช้อย่างเร่งด่วน พี่ชายมากเมฆก็จำจะต้องเรียนรู้วิชาการกลั่นศิลาเซียนสวรรค์เสียก่อน .."

 

          เจ้าอ้วนทัพพี่สวรรค์รู้สึกว่าวิธีที่สาม มันเป็นอะไรที่ไม่ดีเสียเลยจริง ๆ แต่กระนั้นมันก็เป็นสามวิธีที่เจ้าอ้วนรู้

 

และด้วยความเป็นเด็กอายุยังน้อย บวกกับมีประสบการณ์อยู่ก็จริง แต่ก็เฉพาะในเมืองและการเอาตัวรอดไปวัน ๆ อย่างสงบในแบบของเด็ก ๆ มันเองก็ไม่กล้าที่จะแนะนำให้พี่ชายมากเมฆ ออกไปขโมยออกไปปล้นคนอื่นเขาไปทั่วเหมือนกัน เพราะดูจากรูปลักษณ์อันงดงามหล่อเหลา ราวเทพสวรรค์ของพี่ชายมากเมฆแล้ว หากให้ไปทำเรื่องแย่ ๆ แบบนั้นตัวมันเองก็คงทำใจไม่ได้เหมือนกัน

 

หลังจากที่ได้รับฟังเจ้าอ้วนพูดอยู่นานสองนาน มากเมฆก็เก็บเอามาคิดอยู่นิดหน่อยของการเป็นผู้รับฟังที่ดี และรู้สึกว่าวิธีการที่เจ้าอ้วนแนะนำมาก็ไม่เลวอยู่เหมือนกัน ตนเองมีของล้ำค่าอยู่มากมายในมิติเก็บของ หากเอาไปแลกคงได้กลับมาไม่น้อย หรือจะออกไปล่าสัตว์อสูรอันนี้ก็ง่ายดีเหมือนกัน แต่ก็ต้องวัดดวงล้วน ๆ ด้วยเช่นกัน ว่าจะได้หรือไม่ได้ตามแต่บุญแต่กรรมที่ทำมา แต่ทว่ามากเมฆก็ไม่อาจจะออกไปไหนนอกเมืองได้ ในสองหรือสามวันจากนี้ เพราะอีก 1 วันจากนี้

 

ตระกูลโบราณ ยอดใบชาสามสี ท่านผู้เฒ่า ใบชาหอม น่าจะหาตำรามิรู้ความและวิชาทักษะต่าง ๆ มามอบให้เขาที่โรงเตี๊ยมใจกลางเมืองนั่นเอง หากเขาไม่อยู่รับมีหวังตระกูลโบราณที่ว่าคงอยู่ไม่สุขเป็นวัน ๆ เป็นแน่และตัวเขาเองยังต้องดูอาการป่วยของสองแม่ลูก ต่ออีกสักหน่อยอย่างน้อย ๆ ก็อีก 1-2 วัน เพื่อให้แน่ใจ 100% ว่าจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ แทรกแซงเกิดขึ้นมา

 

แม้จะมั่นใจว่าหายขาด .. แต่ด้วยการผสมศาสตร์การรักษาแบบแปลก ๆ ที่คิดขึ้นมาสด ๆ ในเวลานั้น

 

มากเมฆจึงอย่างจะดูให้แน่ใจเสียก่อน ก่อนที่จะให้คนทั้งสองได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติที่ต้องการ

 

ตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา

 

คุณพ่อมือใหม่แบบเขา ได้พยายามใช้ชีวิตแบบคนปกติธรรมดาในทุกวัน ใช้ทุก ๆ สิ่งที่มีที่เรียนรู้มา ไม่พึ่งพาพลังพระเจ้าและเหล่าวงแหวนพลังพระเจ้าปาฏิหาริย์มหัศจรรย์ ที่มีให้มากเกินไป เหตุที่ทำแบบนี้ จริง ๆ มันก็มีหลายเหตุผลอยู่ในการกระทำที่มากกว่าคำพูดจะอธิบาย

 

หนึ่งในนั้นก็คือการเป็นแบบอย่างให้กับลูก ๆ ของตัวเอง เป็นการสื่อให้รู้ว่าพลังมันก็เป็นแค่พลัง มันหาใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของคนคนนั้นไม่ แต่เป็นจิตใจที่ตั้งมั่นเป็นตัวของตัวเองต่างหาก ที่เป็นแก่นแท้ของการดำรงอยู่ในทุกสถานะและเป็นไปในมหาจักรวาลของการเป็นตัวเองอย่างแท้จริง

 

มันคือการฝึกตนในอีกแบบหนึ่งที่ต้องใช้ใจนำพลัง หาใช่ ใช้พลังนำทางจิตใจ …

 

มากเมฆเชื่อว่าการกระทำของเขา

 

แม้จะไม่พูดออกมาเป็นประโยคที่ฟังดูสวยหรูอะไรให้ใครได้ยิน แต่พวกเด็ก ๆ จะต้องเข้าใจได้แน่นอน

 

แน่นอนว่าเพื่อบุตรสาวตัวน้อยที่น่ารักทั้งสามคน มากเมฆเองก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองหลาย ๆ อย่างให้เหมาะสม

 

เพื่อให้สมกับคำว่าพ่อที่ลูก ๆ เรียกขาน คำว่าบิดาที่ควรค่าแก่ความรัก ความเคารพจากบุตรสาวยของตนเอง

 

หลังจากหยุดคิดและรับฟังคำพูดของเจ้าอ้วนไปนิดหน่อย

 

มากเมฆก็บอกให้เจ้าอ้วนบังคับรถม้าไปยังร้านขายตำราที่ใหญ่ที่สุดในเมือง

 

".. พี่ชายมากเมฆต้องการใช้ศิลาเซียนสวรรค์มากขนาดนี้เลยเหรอครับ วิธีที่สามผมไม่อยากให้พี่กลั่นศิลาและลดระดับพลังของตัวเองเลย มันส่งผลเสียมากกว่าผลดีอีกนะ วิธีนี้พวกคนแก่ ๆ ใกล้ตาย มักจะกลั่นศิลาออกมามอบให้กับตระกูลในไม่กี่ลมหายใจสุดท้ายก่อนจะลาโลก พี่ชายมากเมฆอย่าใช้วิธีนี้เลยนะ .." เจ้าอ้วนรู้สึกผิดและแย่มากกว่าเดิม รู้งี้ไม่แนะนำวิธีที่สามน่าจะดีกว่า การทำให้ผู้มีคุณ พลังฝึกตนลดลงมาไปเพราะร้อนเงิน มันทำให้เจ้าอ้วนรู้สีกผิดอย่างมากจริง ๆ

 

มากเมฆมองดูสีหน้าเจ้าอ้วนแบบยิ้ม ๆ ก่อนที่จะพูดตอบออกไปว่า

 

".. ทำหน้าอะไรแบบนั้น แค่ไปซื้อตำรามาดู ไม่ได้จะกลั่นพลังของตัวเองออกมาเสียหน่อย เห็นพี่ชายคนนี้เป็นพวกสิ้นคิดหรือยังไง อนาคตยังอีกยาวไกล ใครมันจะไปกลั่นพลังของตัวเองออกมาใช้จ่ายซื้อของให้ลำบากวันข้างหน้าได้หล่ะ กลับไปบังคับรถม้าและไปร้านขายตำรา กลับไปทำงานได้แล้ว .." มากเมฆลูปหัวกลม ๆ ของเจ้าอ้วนก่อนจะดีดหน้าผากให้อีกฝ่ายรู้ตัว พูดบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังและเหตุผลที่ฟังขึ้นสุด ๆ เจ้าอ้วนพอรู้ว่าตัวเองจะไม่ใช่สาเหตุให้พี่ชายมากเมฆพลังฝึกตนลดลง ก็กลับมาร่าเริงปกติโดยเร็วในไม่กี่ลมหายใจต่อมา

 

เพียงเวลาไม่นาน รถม้าก็มาถึงอาคารเรือนไม้โบราณหลังใหญ่ ที่เขียนขึ้นป้ายหน้าร้านไว้ว่า หมื่นตำราอมตะ แน่นอนว่ามันเป็นแค่ชื่อที่ตั้งเอาเท่ห์ เพราะหากมีตำราที่ว่าอยู่จริง ๆ ร้านค้าแห่งนี้คงถูกทำลายและชิงของล้ำค่าไปนานแล้วแบบไม่ต้องสืบ

 

มากเมฆให้พวกเด็ก ๆ รออยู่ที่ด้านนอนเช่นเดิม ส่วนตัวเขาเองและเจ้าอ้วนเดินเข้าไปในร้านที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายเดินเข้าออก ภายในร้ายหรูหรามีระดับเอามาก ๆ ด้านในเต็มไปด้วยชาวยุทธ์หน้าใหม่ และผู้ฝึกตนยาจกจำนวนนึงที่นำตำราบ่มเพาะออกมาขาย

 

หลังจากเข้ามาในร้ายได้ไม่นาน ด้วยรูปลักษณ์งดงามหล่อเหลาเกินกว่ามนุษย์ของมากเมฆ ก็ทำให้เขาต้องกลายเป็นเป้าสายตาและเป็นที่จับตามองของผู้คนโดยรอบอีกครั้ง และการที่อยู่ ๆ ผู้ชายด้วยกันหลายสิบคนมองหน้าและสบตากับเขาโดยบังเอิญ แต่กับเกิดอาการหน้าแดงเขินอายอย่างกับสาวน้อย มันเป็นอะไรที่ทำดาเมจรุนแรงต่อจิตใจของมากเมฆจริง ๆ

 

พอมีพนักงานขายเข้ามาทักทายและถามถึงสิ่งที่ต้องการ

 

อย่างแรกเลยมากเมฆต้องการห้องรับรองพิเศษและความเป็นส่วนตัวในทันที

 

พนักงานขายหญิงสาวอายุน้อยของทางร้าน “หมื่นตำราอมตะ” เองก็เหมือนจะรู้งาน และจัดห้องรับรองแขกพิเศษให้ทันทีตามคำขอของอีกฝ่าย เพราะแม้แต่เธอเองก็ยังหลงเสน่ห์ของคุณลูกค้าเอามาก ๆ จนเหม่อลอยไปหลายสิบลมหายใจเข้าออกเลยทีเดียว

 

ภายในห้องรับรอง

 

พนักงานขายหญิงสาวมาพร้อมกับพนักงานขายอาวุโสของทางร้าน

 

หนึ่งชายชราแต่งกายดูดีกับอีกหนึ่งหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ที่เข้ามาต้อนรับทักทายมากเมฆในตอนแรก ทั้งสองได้เดินเข้ามาภายในห้องรับรอง พร้อมกับนำหยกวิเศษสีม่วงชิ้นหนึ่งมาถือไว้ในมือ หยกลูกบาศก์นี่เองที่ทำหน้าที่เป็นหน้าจอภาพขนาดใหญ่ แสดงรายการสินค้าทั้งหมดของทางร้านให้ได้เห็น ทำให้ไม่ต้องไปเลือกซื้อหรือเดินหาเองให้ลำบากอีกต่อไป เป็นบริการพิเศษเฉพาะลูกค้าผู้ทรงเกียรติระดับสูงเท่านั้น

 

แต่ดูเหมือนด้วยความหล่อเจ้าเสน่ห์อันไม่ธรรมดา จะทำให้มากเมฆได้รับบริการพิเศษชะงั้น

 

แต่เดิมพนักงานสาวถูกดุถูกต่อว่ามาไม่น้อย จากผู้จัดการร้านสาขาแห่งนี้ที่ด้านนอก เนื่องจากอีกฝ่ายเปิดห้องรับรองพิเศษ ให้บริการโดยไม่ขออนุญาตจากผู้จัดการเสียก่อน เป็นการกระทำที่ข้ามหน้าข้ามตาในหน้าที่ แต่โชคยังดีที่พนักงานสาวเป็นหลานแท้ ๆ ของพนักงานขายอาวุโสมากความสามารถของทางร้าน และเป็นศิษย์รับใช้ระดับสูงที่ทางนิกายส่งมา และเป็นร้านตำราแห่งนี้เองได้สังกัดอยู่ หญิงสาวจึงถูกทำโทษแค่สถานเบาเท่านั้นด้วยการหักเงินนิดหน่อย

 

หลังจากภาพรายการสินค้าและคำอธิบายจำนวนมากปรากฏให้เห็น  เฒ่าชราพนักงานขายอาวุโสก็แนะนำอย่างตั้งใจ ในรูปแบบและวิธีการใช้งานจอภาพที่ปรากฏให้เห็น ก่อนที่เจ้าตัวจะพูดถามออกมาตรง ๆ เลยว่า ".. ดูเหมือนคุณชายจะคุ้นชินกับการใช้งานจอภาพและคำสั่งค้นหาเอามาก ๆ ไม่ทราบว่าคุณชายเป็นนักเดินทางข้ามฟากฟ้าใช่หรือไม่ .."

 

เจ้าอ้วนตกใจหนักมาก ..

 

หญิงสาวพนักงานสาวเองก็เช่นกัน แต่กระนั้นเธอก็สัมผัสไม่ได้ถึงความแตกต่างอะไรเลย

 

ผิดกับพนักงานขายอาวุโสที่เป็นคุณตาของเธอ ที่ยังคงยิ้มและกล่าวถามต่ออย่างผ่อนคราย

 

".. ทางร้านของเราเองก็มีตำรามิรู้ความจำหน่าย หากคุณชายต้องการสามารถกดไปดูในรายการสินค้าทางด้านนี้ได้เลย การที่คุณชายเป็นนักเดินทางข้ามฟากฟ้า จะให้มาฝึกทักษะของพวกเราเหล่าผู้คนของดินแดนดั้งเดิมก็คงไม่เหมาะ และอาจจะทำให้เสียเวลาไปมากในการพัฒนา .." ในเวลานี้แม้มากเมฆจะยังไม่พูดตอบอะไร แต่ชายชราก็เชื่อไปแล้วว่ามากเมฆเป็นนักเดินทางข้ามฟากฟ้า

 

มากเมฆเองก็ไม่คิดจะตอบเอาแต่ยิ้มเฉย ๆ ก่อนที่จะพูดตอบไปว่า ".. ท่านผู้เฒ่า ข้ามิได้มาหาตำรามิรู้ความ ข้ามาที่ร้านของพวกท่านในวันนี้ ก็เพราะต้องการจะซื้อตำรากลั่นศิลาเซียนสวรรค์เท่านั้น ไม่ทราบว่าทางร้านของพวกท่านมีขายหรือไม่ .."

 

พนักงานขายอาวุโสชะงัดไปเล็กน้อย หรือตนเองจะคิดผิด เพราะหากเป็นนักเดินทางข้ามฟากฟ้าจริง ๆ คงไม่มีใครมาขอซื้อตำรากลั่นศิลาแน่ ๆ เพราะคนพวกนั้นสมควรใช้วิธีการอย่างขโมยหรือปล้นจากกลุ่มพ่อค้า ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ เลยน่าจะง่ายกว่า หรือว่าเราจะชรามากแล้วและคิดผิดไปจริง ๆ หากผิดจริงเราก็เสียมารยาทแล้ว

 

เฒ่าชรากล่าวขอโทษขอโพย

 

ก่อนที่จะควบคุมก้อนหยกในมือ ให้แสดงรายการสินค้าที่มากเมฆถามออกไปก่อนหน้านี้

 

".. เรียนคุณชาย เนื่องจากมันเป็นตำราทักษะโบราณที่ทางร้านของเรารับซื้ออยู่เรื่อย ๆ ในราคาถูก มาตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา แต่กับขายออกได้น้อยมาก ๆ ในแต่ล่ะปีที่ผ่านมาเช่นกัน ปัจจุบันทางร้านมีสะสมไว้มากกว่า 498,752 เล่ม แต่ล่ะเล่มหาใช่วิชากลั่นศิลาที่ซ้ำกันไม่ ทั้งหมดแตกต่างกันมาก .."

 

".. เนื่องจากทางร้านมี ตราหยกคัดสรรสวรรค์ ที่สามารถตรวจสอบเนื้อหาในตำรากับคลังเก็บของของเราได้ตลอดเวลา ทำให้ทางเราไม่รับซื้อฉบับคัดลอกหรือพวกที่คิดจะมาขายซ้ำโดยเด็ดขาด แต่ทว่าเนื่องจากมันไม่ใช่ตำราวิชาที่เป็นที่นิยมนัก ดังนั้นทางร้าน “หมื่นตำราอมตะ” ของเราจึงไม่ได้ทำสรุปย่อของบทนำ และบทความแนะนำคุณสมบัติเด่น ๆ ของวิชากลั่นศิลาเหล่านี้เอาไว้เลย .."

 

".. และเนื่องจากมันเป็นสินค้าขายยากถึงยากที่สุด ทางร้านเองก็ไม่คิดจะทำฉบับคัดลอกออกขายเช่นกัน ดังนั้นทางเราจึงจะขายฉบับเดิมตั้งต้นของมันออกไปแทน แน่นอนว่ามันมีราคาสูงกว่าฉบับคัดลอกมาก ไม่ทราบว่าคุณชายจะยังสนใจที่จะซื้อมันอีกหรือไม่ .." ชายชรากล่าวพูดอย่างตรงไปตรงมา และไม่คิดว่าชายหนุ่มตรงหน้า จะกล้าซื้อฉบับจริงกลับไปแต่อย่างใด เพราะมันเป็นอะไรที่สิ้นคิดและใช้จ่ายเงินทองอย่างไม่คุ้มค่าเลย กับวิชาขยะพวกนี้ที่มีแต่เสียกับเสีย

 

".. งั้นเอาทั้งหมด แต่ผมขอจ่ายเป็นตำลึงทองนะครับ หากให้จ่ายเป็นศิลาเซียนคงจะไม่ไหว .." มากเมฆกล่าวตอบแบบผ่าน ๆ หาได้ใช่ใจถึงราคาที่ต้องจ่ายแม้แต่น้อย

 

ชายชราถึงกับนิ่งไปสักพัก มันคิดผิดอีกแล้ว กล้าซื้อแบบไม่ถามราคาสักคำ

 

วันนี้ทำไมกัน ทั้งที่มีประสบการณ์ดูคนมาก็เยอะ แต่วันนี้กับคิดสรุปผลใด ๆ เป็นอันผิดพลาดไปหมดเลย

 

พนักงานขายอาวุโสเริ่มสงบจิตใจของตัวเองลงได้

 

ก่อนที่จะพูดตอบออกไปว่า ".. แต่ละตำราวิชา มันมีราคาไม่เท่ากันมีถูกมีแพง และอีกอย่างคุณชายต้องการจะจ่ายเป็นตำลึงทองด้วยแล้ว ดังนั้นข้าขอเวลาทางร้านไปสรุปราคาทั้งหมดที่ต้องจ่ายสัก 1 เค่อ  .."

 

".. จากนั้นจะรีบกลับมาแจ้งบอกราคาที่ต้องจ่ายในทันที ในเวลานี้คุณชายต้องการสิ่งใด สามารถบอกหลานสาวของข้าผู้เฒ่าได้เลย ขอตัว .." ชายชราก้าวเดินออกไปจากห้องรับรองอย่างไว รีบไปปรึกษาและสรุปราคาขายกับท่านผู้จัดการเป็นการส่วนตัวในทันที เพราะหากขายได้จริง ๆ ยอดขายของเดือนนี้คงจะสูงกว่าตลอด 50 ปีที่ทำงานมาแน่ ๆ

 

เวลาผ่านไปราว 15 นาที

 

ชายชรากลับมาพร้อมกับผู้จัดการร้าน แน่นอนว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามจะแนะนำตัวเอง แต่มากเมฆไม่อยากเสียเวลา จึงได้ตัดบทพูดของอีกฝ่าย และให้ทางผู้เฒ่ารีบบอกราคาในทันที ".. พอก่อน ๆ ไว้วันหลังข้าจะมาอีก พวกท่านรีบบอกราคาที่ข้าต้องจ่าย นี่ก็ใกล้จะมืดแล้วข้าไม่อยากให้พวกเด็ก ๆ ที่ติดตามมากลับบ้านมืดค่ำโดยไม่จำเป็น .."

 

เหตุผลพอฟังขึ้นผู้จัดการที่เสียหน้าไปเมื่อครู่ จึงไม่ได้กล่าวอะไรและปล่อยให้พนักงานขายอาวุโสทำหน้าที่แทน

 

".. เรียนคุณชาย ทางร้านยินดีจะขายให้ท่านทั้งหมดทุกเล่ม และสามารถส่งมอบให้ได้ในทันที .."

 

".. ทั้งหมดเป็นเงินเจ็ดร้อยห้าสิบล้านตำลึงทองขอรับ ทางร้านค้าขายอย่างเป็นธรรมและไม่เอาเปรียบลูกค้าอย่างแน่นอน แต่เนื่องจากตำรามีจำนวนมากอย่างยิ่ง บางเล่มก็เก่าแก่อายุหลายหมื่นปีควรค่าแก่การสะสม ทางเราจึงต้องจัดหาอุปกรณ์สำหรับเก็บตำราแบบพิเศษที่ว่าให้ด้วย จึงมีราคาเพิ่มขึ้นมาราว 40 ล้านตำลึงทอง สำหรับแหวนมิติเก็บหนังสือและเอกสารจำนวน 1 วงรวมมาอยู่ด้วย ไม่ทราบคุณชายจะสะดวกจ่ายเงินตอนนี้เลยหรือไม่ .." ชายชรากล่าวตอบอย่างมืออาชีพแลดูใจเย็นกว่าผู้จัดการเยอะ สมควรให้ชายชราเป็นผู้จัดการมากกว่าเสียอีก

 

มากเมฆโบกมือเบา ๆ หนึ่งครั้งไปด้านหน้าบริเวณพื้นที่ว่างภายในห้องรับรอง ก้อนตำลึงทองบริสุทธิ์มากกว่าเจ็ดร้อยห้าสิบล้านก็ปรากฏออกมาให้เห็นเต็มพื้นห้องไปหมด ทั้งหมดเป็นทองคำบริสุทธิ์ของแท้ที่ชวนให้ใครต่อใคร ที่มองเห็นเกิดความโลภได้อย่างไม่สิ้นสุดจริง ๆ

 

รอไม่ถึง 10 นาที แหวนมิติสวยงามวงหนึ่งก็ส่งมาถึงทางร้าน มันมาจากสาขาใหญ่จากนิกายเก่าแก่โบราณที่ร้านตำราแห่งนี้สังกัดอยู่ ส่งผ่านมาทางค่ายกลส่งของระยะไกลที่สามารถส่งได้แต่ของชิ้นเล็ก ๆ และต้องใช้ศิลาเซียนสวรรค์เป็นพลังงานในการขนส่งแต่ละรอบ พอได้รับแหวนมิติมาแล้ว มากเมฆก็เริ่มทำการตรวจสอบในทันที พอเห็นว่าจำนวนครบตามที่ว่ามา บวกกับภายในแหวนมีป้ายหยกพิเศษ สำหรับลูกค้าผู้ทรงเกียรติเพิ่มมาให้ด้วย มากเมฆก็ยิ้มบาง ๆ ออกมานิดหน่อย ก่อนที่จะขอตัวและออกจากร้านไป

 

แน่นอนว่ามากเมฆไม่ลืมพาพวกเด็ก ๆ ไปซื้อบะหมี่หหมูกรอบไก่ตุ๋นคนละหลายสิบชุด ก่อนที่จะให้พวกเด็ก ๆ แยกย้ายกันกลับบ้านเลิกงานของวันนี้ได้อย่างงดงาม พร้อมกับจ่ายเงินค่าจ้างแบบวันนี้พร้อมโบนัสพิเศษอีกด้วย

 

พวกเด็ก ๆ ทำงานมาทั้งวัน ต่างก็ได้รับผลตอบแทนที่ทำให้ยิ้มบานไปได้ทั้งคืน

 

ก่อนจะกลับมากเมฆได้นัดพวกเด็ก ๆ ไว้เจอกันตอนเย็นของพรุ่งนี้ ไม่ใช่หลังเที่ยงอีกแล้ว

 

เพราะพรุ่งนี้ ชายหนุ่มมีเรื่องให้ต้องจัดการอยู่นิดหน่อยในช่วงเช้าจนไปถึงเที่ยง

 

มากเมฆหลังจากกลับมาที่ห้องพักพิเศษของเขา ชายหนุ่มได้แวะไปดูสองแม่ลูกก่อน พอเห็นว่าทั้งสองคนยังหลับอยู่และกำลังฟื้นฟูอย่างช้า ๆ เขาจึงได้กลับมาที่ห้องฝึกวิชาภายในห้องพิเศษของตัวเองที่ได้เช่าเอาไว้ ก่อนที่จะนำเอาตำรากลั่นศิลากว่าสีแสนเล่มออกมาอ่าน

 

ด้วยพลังคลื่นสมองของมากเมฆ บวกกับพลังเพลิงแห่งการแปรเปลี่ยน เขาจึงได้แปรสภาพหนังสือทั้งหมดให้กลายเป็นคลังข้อมูลเข้าสู่สมองโดยตรง พร้อมกับนั่งสมาธิเข้าสู่มิติเวลาความคิดไร้สิ้นสุดในทันที ..

 

ได้เวลาทำให้วิชากลั่นศิลาเซียนสวรรค์ กลายพันธุ์แล้ว !!!!

 

800 ปีผ่านไป

 

1700 ปีผ่านไป

 

125,800 ปีผ่านไปในมิติเวลาความคิดไร้สิ้นสุด ..

 

มากเมฆลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากนั่งสมาธินิ่ง ๆ มาได้ราว 3 ชั่วโมงภายในห้อง พร้อมกับปรากฏรอยยิ้มที่แลดูชั่วร้ายแบบสุด ๆ .. แบบเดียวกับเวลาที่หายนะสีเงินกำลังจะมีเรื่องยังไงก็ไม่รู้ออกมาให้เห็น ก่อนที่ชายหนุ่มจะกล่าวพูดออกมาเบา ๆ ว่า

 

".. นับรวมได้ 128,300 ปี ในห้วงมิติเวลาความคิดไร้สิ้นสุด วิชากลั่นศิลาที่แลดูมีแต่ผลเสียไม่ได้ความ ทักษะวิชาที่นิยมใช้ก่อนจะตายจาก ทิ้งเงินทองเอาไว้ให้ลูกให้หลานมากมายอย่างสิ้นหวัง ได้กลายเป็นวิชามารปีศาจไปแล้วโดยสมบูรณ์ กลั่นโลกา กลั่นสวรรค์ และ กลั่นวิญญาณนิรันดร์ แถมยังเอามาใช้เป็นเคล็ดลับพลังในการกลั่นยาน้ำประเภทต่าง ๆ ได้อีกด้วย .."

 

มากเมฆยนิ่งเงียบไปเล็กน้อยก่อนที่จะติดสินใจไว้ว่า จะไม่ถ่ายทอดวิชานี้ให้แก่ใครง่าย ๆ

 

เพราะมันอันตรายมากจริง ๆ มันเป็นเคล็ดวิชาที่ทำลายสมดุลธรรมชาติของจักรวาลแบบสุด ๆ เลยก็ว่าได้

 

หากเป็นวิทยาศาสตร์ การกลั่นคือการทำให้เป็นไอและจับตัวกันเป็นของเหลวอย่างน้ำ !!

 

แต่ว่าหลักการที่ดูไม่เป็นไปตามตรรกะปกติอยู่แล้ว ตั้งแต่แรกของโลกแห่งเทพเซียนใบนี้ กับกลั่นออกมาเป็นผลึกหรือของแข็งได้ชะงั้น หลังจากที่ถูกมากเมฆปรับแก้และพัฒนาเคล็ดวิชาอย่างต่อเนื่องราวกับคนบ้า ด้วยความคิดที่ออกจะหลุดโลก หลุดออกไปไกลพอสมควรตามแบบฉบับของเจ้าตัว

 

ร่วมกับพลังพระเจ้าอย่างเปลวเพลิงแห่งการแปรเปลี่ยนเข้าไปอีก แถมยังได้นำวิชากลั่นศิลาเซียนสวรรค์ที่มีอยู่นับแสน ๆ วิชามาหลอมรวมกันให้เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ ผลเสียที่มีก็หายไปไม่มีเหลือ เหลือทิ้งไว้แต่ลูกเล่นสารพัดนับหมื่น ๆ วิธี และเคล็ดวิชาที่สมบูรณ์แบบเกินธรรมดาไปไกลโข ที่จะทำให้ใครต่อใครหลาดกลัวไปอีกนานนับล้านล้านปีเลยทีเดียว

 

กลั่นโลกา ...

ดูกลืนพลังจากภายนอก มากลั่นได้ตามใจอยาก จะให้เป็นของแข็งของเหลวก็สามารถ หลอมปรุงยาสำเร็จเห็นผล

 

กลั่นสวรรค์ ...

ดูดกลืนพลังบริสุทธิ์ที่เหนือกว่าไปอีกขั้นอย่างไร้กฎ หลอมรวมแปรเปลี่ยนหมื่นพัน เป็นทักษะสังหารให้ตายและกลายเป็นสมบัติ สังหารและป้องกันใน 1 ขั้นตอน แปรเปลี่ยนขจรให้กลายเป็นของเหลวได้ในพริบตา

 

กลั่นวิญญาณนิรันดร์ ...

หมื่นทวยเทพยังต้องหลบหนีให้ไกล กลั่นได้แม้แต่ชีวิตอมตะ กลั่นได้แม้แต่วิญญาณนิรันดร์ กลั่นได้แม้แต่พลังจากสวรรค์ทุกชั้นฟ้า แปรเปลี่ยนให้เป็นศิลาอันเป็นที่สุดของสวรรค์และโลก ศิลานิรันดร์อมตะ ศิลาพลังอันไม่ธรรมดาของจักรวาลสามพิภพ

 

".. ต่อไปนี้เราจะเรียกวิชานี้ว่า กลั่นสรรพสิ่งไร้สิ้นสูญ สบายใจได้วิธีโกง ๆ ได้เวลาผลิตศิลาเซียนแล้วสิ .."

 

พอสัมผัสได้ว่าภายในห้องฝึกฝน มันมีพลังลมปราณและพลังวิญญาณไม่มากพอ มากเมฆจึงได้ออกจากห้องพิเศษของตัวเองไปในเวลาค่ำคืน บินไปบนท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าไปยังยอดเขาแห่งหนึ่งที่เขาเองสัมผัสได้ ว่าที่นั่นมีพลังปราณวิญญาณหนาแน่นอย่างมากในบริเวณรอบ ๆ แห่งนั้น

 

".. ได้เวลาเอาเปรียบธรรมชาติสวรรค์และโลก .. .."

 

มากเมฆยืนอยู่บนยอดเขางดงามที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและบรรยากาศดุจแดนสวรรค์ 


พร้อมกับเริ่มต้นโคจรหมุนเวียนเคล็ดพลังวิชา “กลั่นสรรพสิ่งไร้สิ้นสูญ” เคล็ดวิชาส่วนแรกอย่าง กลั่นโลกา ในทันที 


ทันใดนั้นเอง !!


ก่อนที่ทั้งทวีปบัลลังก์เมฆจะเริ่มสั่นไหวไปมาอย่างรุนแรง 


ท้องฟ้าในยามราตรีกับไร้หมู่เมฆและแสงสว่างจากดวงดาวนับหมื่นพัน ดาวทั้งดวงเหมือนตกอยู่ในอำนาจของม่านพลังมิติบางอย่าง


หมู่เมฆและแสงสว่างยามราตรีกาล เหมือนกับว่าพวกมันทั้งหมดได้ถูกทำลายหายไปเสียอย่างงั้น แม้แต่แสงสว่างจากดวงจันทรายังต้องลาลับ


แสงดาวที่เคยสว่างสดใสในยามค่ำคืนอยู่ ๆ ก็หายไป ก่อนที่ท้องฟ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาจะปรากฏรอยแตก รอยแยกของมิติอวกาศขยายใหญ่ขึ้นไปทั่วทุก ๆ ทีบนท้องฟ้า เกิดสภาพดินฟ้าแปรป่วนบ้าคลั่งอย่างที่สุด 


ลมพายุหายนะอย่างลมสุริยะก็หลุดรอดเข้ามาในชั้นบรรยากาศของโลกเทพเซียน ได้นำพาหายนะทำลายล้างไปในทุก ๆ ที่เป็นวงกว้าง จนเกือบที่เผ่าพันธุ์มนุษย์และทุก ๆ เผ่าพันธุ์ของดาวดวงนี้ ใกล้จะเผชิญกับหายนะวันสูญสิ้นก็ไม่ปานเข้าไปทุกที 


ในขณะเดียวกันมวลคลื่นมหาพลังปราณวิญญาณบริสุทธิ์ที่มีอยู่อย่างมากมายไร้จำกัด ของสวรรค์และโลกลบนดาวดวงนี้ 


อยู่ ๆ ต่างก็ถูกดึงดูดถูกบังคับ ให้มายังยอดเขาที่มากเมฆยืนอยู่ 


ราวกับสถานที่แห่งนี้ขุนเขาที่สูงและงดงาม ได้ปรากฏหลุมดำที่สามารถดูดกลืนพลังงานบริสุทธิ์ทั้งหมดทั้งมวลได้อย่างเผด็จการ อย่างไงอย่างงั้น

 

ทั่วทั้งโลกแห่งเทพเซียนและทุก ๆ ทวีปในเวลานี้ ไม่ว่ากับใครหน้าไหน ตัวตนชนชั้นใด ๆ ก็ตาม ต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง 


เพราะอยู่ ๆ พลังปราณวิญญาณบริสุทธิ์ที่เคยมีอยู่อย่างมากมาย อยู่ ๆ ทั้งหมดก็เบาบางลงอย่างรวดเร็ว .. 


ราวกับว่าพวกมันกำลังจะหายไป .. หายไปแบบตลอดกาล หรือนี่จะเป็นจุดสิ้นสุดของโลกแห่งการฝึกตน ..

 

หายนะผู้อยู่เฉยไม่เป็น เริ่ม .. สร้างวีรกรรมอีกครั้ง

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4267 CrAzy_Se@L (จากตอนที่ 286)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 17:45

    โลกนี้จะเรียกหายนะสีเงินว่าอะไรดี

    #4,267
    0
  2. #4264 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 286)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 06:07

    หายนะกลับมาแล้วววววววววว

    #4,264
    0
  3. #4263 ConDrug (จากตอนที่ 286)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 02:41
    ส่วนแรก โลกดับสูญ
    ส่วนที่สอง สวรรค์ดับสูญ
    ส่วนที่สาม จักรวาลดับสูญ
    กลั่นคริสตัลสโตน แห่งมาเวล
    #4,263
    0
  4. #4262 นักอ่านสายขาว (จากตอนที่ 286)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 01:55
    พี่แกเล่นใหญ่อีกแล้ว ดูดมานิดเดียวไม่เป็น
    #4,262
    0
  5. #4261 loliz (จากตอนที่ 286)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 00:01
    โอ้วมันต้องงี้ หายนะรำไรแค่บทแรก​
    #4,261
    0
  6. #4258 pnipni1999 (จากตอนที่ 286)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 20:27
    อู้ยแค่ส่วนแรกโลกยังพิโรธ
    #4,258
    0
  7. #4257 joelamtan (จากตอนที่ 286)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 19:05
    ขอบคุณ​ครับ​ มีสูตรด้วยย
    #4,257
    0