มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 281 : บทที่ 281 นักเดินทางข้ามฟากฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    22 ส.ค. 62

บทที่ 281 นักเดินทางข้ามฟากฟ้า

 

          เช้าวันใหม่

 

เมืองกิเลนทองกลับคืนสู่ความปกติสุขอีกครั้ง

 

หลังจากที่กองกำลังทหารกว่า 4 แสนนายของท่านเจ้าเมือง ได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆ เอาไว้ได้ทั้งหมด โดยได้กระจายกองกำลังทหารฝีมือดีกันออกไปตามพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่าง ๆ อย่างรู้งาน ป้องกันพวกฉวยโอกาสที่คิดไม่ซื่อทั้งหลาย เอาไว้ได้อย่างอยู่หมัดเด็ดขาด พร้อมกับควบคุมข่าวสารภายในเมืองเอาไว้เป็นอย่างดี ลบข่าวลือเกี่ยวกับหมอกดอกไม้ปีศาจสีม่วงที่กำลังลือกันอยู่ จนหายไปหมดไม่มีเหลือภายในคืนเดียว

 

แต่กระนั้นก็ยังไม่สามารถปกปิดเรื่องที่ภูเขาสมุนไพรโบราณ ถูกทำลายจนหายไปได้ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากหลายหมื่นคนที่ไม่ได้หลบอยู่แต่ภายในบ้าน ต่างก็ได้เห็นการระเบิด พร้อมกับการหายไปของภูเขาสมุนไพรเก่าแก่ ที่อยู่คู่กับเมืองกิเลนทองมายาวนานนับหมื่น ๆ ปี

 

ตลาดนัดยามเช้า ของถนนหลักสายหนึ่งภายในเมือง

 

".. นี่ ๆ เจ้ารู้หรือเปล่าเมื่อคืนเกิดเรื่องขึ้นตั้งมากมาย ว่ากันว่าภายในเมืองมีสมบัติสวรรค์มาจุติด้วย .."

 

".. พูดเป็นเล่นไป เมื่อวานหากไม่ได้ท่านเจ้าเมืองพวกเราอาจจะตายกันไปหมดแล้ว ยังจำสายฟ้าลงทัณฑ์ได้อยู่เลย .."

 

".. ทหารอยู่เต็มไปหมด จะพูดจะคุยอะไรดูให้ดี ๆ ก่อน วันนี้ตอนเช้าป้าแก่ ๆ บ้านข้าปากไม่ดีพูดมาก ถูกจับตัวไปเฉยเลย .."

 

".. จริงหรือนี่ เทพเซียนองค์ใดกันถึงกับสามารถรักษาพิษธาตุหยิน จากดอกไม้ปีศาจสีม่วงได้ .."

 

".. อย่าพูดดังไป พี่ชายขายหมู พวกทหารยังอยู่แถว ๆ นี้นะ หากพวกมันได้ยินพวกเราจะถูกจับไปขังลืม .."

 

".. เรื่องหมอกพิษจบไป แต่ทำไมภูเขาสมุนไพรต้องถูกทำลายด้วย ยังดีที่เมื่อวานเป็นวันที่ทางการห้ามขึ้นเขา .."

 

".. การอนุรักษ์สมุนไพร 7 วันขึ้นเขาได้ครั้งหนึ่งของท่านเจ้าเมือง ช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้แท้ ๆ  .."

 

".. เช้านี้เห็นว่าพวกตระกูลใหญ่ ๆ เดินทางมาถึงเมืองกิเลนทองแล้วด้วย พวกเราจะโดนลูกหลงไหมเนี่ย .."

 

".. เถ้าแก่ร้านบะหมี่ไก่ตุ๋น เรื่องของพวกชาวยุทธ์ผู้ฝึกตน พวกนั้นไม่น่าจะมายุ่งกับพวกเราคนธรรมดานะ เว้นก็แต่พวกนักเดินทางข้ามฟากฟ้าที่มีชีวิตอมตะพวกนั้น น่าจะถูกจับไปตัดหัวเล่นระบายอารมณ์แค้น เพราะ 2 วันมานี้ไม่เห็นเจ้าพวกนั้นอยู่ในเมืองเลย แต่หากถูกจับได้ น่าจะถูกจับมาฆ่าทิ้งเอาสนุกแน่ ๆ .."

 

          ".. โรงเตี๊ยมใกล้ ๆ ประตูทิศประจินตอนนี้ถูกจองเต็มหมดแล้ว พวกตระกูลระดับ 3-5 เมฆากว่า 10 ตระกูลที่เป็นพันธมิตรกับ ตระกูลกระบี่สายน้ำที่ถูกทำลายล้างตระกูลไป ได้เดินทางมาถึงเมืองกิเลนทองกันแล้ว เห็นว่าจะมาสืบหาให้รู้ว่ากลุ่มใดตระกูลใดกันแน่ เป็นคนทำลายตระกูลพันธมิตรของพวกมัน .."       

 

          ".. คำพูดสวยหรูจริง ๆ มาสืบหาความจริงบ้าอะไร ข้าว่าจะมาสืบหาที่ซ่อนคลังสมบัติของ ตระกูลกระบี่สายน้ำ มากกว่า ข้าจำได้วันนั้นเมื่อสามวันก่อน ตอนที่เกิดเรื่องตระกูลกระบี่สายน้ำได้ยิงสัญญาณขอความช่วยเหลือออกไป แต่ไม่มีตระกูลหรือพันธมิตรใด ๆ เลยมาช่วยเหลือ ยกเว้นก็แต่มิตรสหายของผู้นำที่เป็นนักเดินทางข้ามฟากฟ้า แต่ไม่รู้ทำไม เพียงคืนเดียว แม้แต่ผู้ที่ได้รับพรจากสวรรค์ให้มีชีวิตอมตะยังถูกฆ่าตายไปด้วย พร้อมกับมิตรสหายในวันนั้น อาจจะเพราะเรื่องนี้ด้วยตระกูลน้อยใหญ่จำนวนมากถึงให้ความสนใจ หากพวกมันสามารถสืบจนรู้วิธีทำการชีวิตวิญญาณนิรันดร์ของพวกนักเดินทางได้ อะไรจะเกิดขึ้น .."

 

          ".. จริงอย่างที่เจ้าว่ามา ทำไมข้าถึงนึกไม่ออก ได้ทั้งคลังสมบัติของตระกูลกระบี่สายน้ำ ได้ทั้งชื่อเสียงดีงามที่แก้แค้นให้กับพันธมิตร ได้ทั้งเบาะแสวิธีสังหารให้ตายจริง ๆ กับพวกนักเดินทางข้ามฟากฟ้า ยิงธนูดอกเดียวได้นกมาถึง 3 ตัวง่าย ๆ เลย พวกชายยุทธ์ผู้ฝึกตนมีแต่จิ้งจอกเฒ่าจริง ๆ .."

 

          ผู้คนในเมืองมากมายต่างก็พูดคุยถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างออกรส บางคนไม่ทันระวังปาก ถูกจับเข้าคุกไปเลยก็มีหลายร้อยคนตั้งแต่เช้ามืด แต่ส่วนใหญ่ที่พูดคุยกัน มักจะเป็นข่าวลือเกี่ยวกับการมาถึงของกลุ่มตระกูลใหญ่ ๆ และเหล่าชาวยุทธ์จำนวนมากในวันนี้

 

          ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งภายในเมือง

 

          กลุ่มชาวยุทธ์และผู้ฝึกตนจำนวนมาก ที่ต่างก็กำลังรับประทานอาหารกันอยู่ที่ชั้นล่าง

 

          ".. ตั้งแต่เมื่อไรกัน ทำไมเมืองกิเลนทองถึงได้รักษาความปลอดภัยแน่นหนามากถึงเพียงนี้ ใช้กองกำลังทหารมากกว่า 4 แสนนายเข้าประจำการ ตามจุดต่าง ๆ ของเมือง แถมยังมีเวรยามรักษาความปลอดภัยแม้แต่เส้นทางถนนหลักและรองในทุก ๆ ที่ของเมือง หรือว่าข่าวลือเกี่ยวกับสมบัติสวรรค์ที่มาพร้อมกับสายฟ้าลงทัณฑ์จะเป็นความจริง .."

 

          ".. ไม่เหตุก็ไม่มีมูล ที่เจ้าพูดมามันก็ถูก ข้าว่าพวกเราควรจะสืบให้รู้แน่ชัดก่อนจะลงมือ บางทีมันอาจจะเป็นสมบัติที่ฟ้าประทานให้กับพวกเราก็เป็นได้ ข้อมูลที่เจ้าได้มา คนของตระกูลอื่น ๆ ก็คงจะรับรู้แล้วเช่นกัน เอาเป็นว่าใครเร็วใครได้ พวกเราแยกกลุ่มกันออกไปสืบหา ได้ความยังไงก่อนเที่ยงของวันนี้เจอกันที่ห้องของท่านผู้นำตระกูล .."

 

          ".. ตกลงตามนี้ .."

 

          ".. ตกลงตามนี้ .."

 

          หลายสิบตระกูลใหญ่ที่เข้ามาภายในเมืองกิเลนทองของเช้าวันนี้ ต่างก็ได้รับข้อมูลแบบผิด ๆ ถูก ๆ คาดเดากันไปสารพัดเรื่องราว อันไม่น่าจะเชื่อและต่างก็ส่งยอดฝีมือของตระกูลที่มี ออกไปสืบค้นหาข้อมูลกันเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่เช้าที่มาถึง แถมภายหลังพอมารู้ว่าทางการราชสำนักของราชวงศ์ บัลลังก์เมฆ เจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองอย่างท่านเจ้าเมือง ดาบแดนเดือด ของตระกูล กิเลนโบราณ ก็มีส่วนร่วมรู้เห็นอยู่ด้วย ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวผิด ๆ ถูก ๆ คาดเดากันไปในครั้งนี้เกี่ยวกับสมบัติสวรรค์ มันน่าสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีกหลายร้อยเท่า จนในตอนแรกมีเพียงกลุ่มตระกูลระดับ 3-5 เมฆาเข้าร่วม แต่ทว่าก่อนเที่ยงของบ่ายวันนี้ กลุ่มตระกูลใหญ่ระดับ 6-7 เมฆา ที่เป็นกลุ่มตระกูลเรือนอำนาจของทวีป ต่างก็เดินทางมาถึงเมืองกิเลนทองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

          ดูเหมือนว่า NPC ของโลกแห่งเทพเซียน

 

จะมีสกิลมโนร้ายกาจ กว่าเหล่าผู้เล่นที่เอาแต่หนีออกจากเมืองเสียอีก

 

กลุ่มผู้เล่นจำนวนมากที่หลบอยู่ตามป่าเขา หมู่บ้านลับที่สร้างขึ้น และบางส่วนที่กลับมาเกิดใหม่สด ๆ ร้อน ๆ หลังจากถูกฆ่าตายยกกลุ่ม โดยฝีมือของมากเมฆที่ระเบิดภูเขาสมุนไพรทิ้งไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพราะมีกลุ่มผู้เล่นจำนวนหลายพันคน ได้ขึ้นไปแอบหลบซ่อนอยู่บนภูเขาสมุนไพร และต่างก็กลับมาเกิดที่เมืองกันเป็นจำนวนมาก และแน่นอนว่าเหล่าผู้เล่นพวกนี้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ว่าทำไมอยู่ ๆ ถึงถูกฆ่าตาย แถมพอมาเกิดในเมือง ยังซวยถูก NPC ชาวยุทธ์ผู้ฝึกตนจับขังอีกต่างหาก ถูกตัดขาดจากภายนอกในทันที พอจะดูว่าถูกฆ่าได้ยังไง ระบบเอไอก็แจ้งบอกมาว่าถูกผู้เล่นคนหนึ่งสังหาร แต่เนื่องจากเป็นการโจมตีระยะไกลจึงไม่สามารถระบุตัวตนได้ ได้แต่ทราบชื่อของคนร้ายที่ลงมือโหดเหี้ยมในครั้งนี้นามว่า มากเมฆแล้วคนผู้นี้คือใครกัน ผู้เล่นจำนวนมากต่างก็ไม่รู้จัก เพราะชื่อมากเมฆนั้นมีผู้เล่นใช้ซื้อที่เหมือน ๆ กันเป็นหมื่นเป็นแสนคน ดูเหมือนกว่าพันคนจะต้องตายเปล่าเสียแล้ว

 

และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ระบบค่าหัวของโลกแห่งเทพเซียนสำหรับผู้เล่นนั้น ประหลาดกว่าเพื่อนเอามาก ๆ หากเป็นโลกเวทมนตร์ ตั้งค่าหัวของคนร้ายไปตามจำนวนเงินที่มีหากผิดจริง คนร้ายคนนั้นก็จะถูกตามล่า ถูกฆ่าเพื่อเงินรางวัลเป็นอันจบ

 

แต่ทว่า

 

พอเป็นโลกแห่งเทพเซียน หากผู้เล่นตั้งค่าหัวให้กับบุคคลที่สังหารตน จะก่อให้เกิด หนังสือแค้นสะสม เป็นหนังสือที่จะค่อยบอกถึงตำแหน่งที่อยู่ ของผู้เล่นที่ได้ตั้งค่าหัวให้กับผู้เล่นด้วยกันให้รับรู้ แทนที่จะได้ล้างแค้นกับเป็นการเรียกให้หายนะเข้ามาหาตัวเองมากกว่า สุดท้ายระบบค่าหัวสุดแปลกประหลาดของโลกแห่งเทพเซียน จึงไม่เป็นที่นิยมไปในที่สุด เนื่องจากมันบ้าและป่าเถื่อนเกินไป

 

// -- ใน บทที่ 31 สิ่งที่ควรรู้ มาคุยกันหน่อย มีรายละเอียดของระบบค่าหัวอยู่ -- //

 

         

ช่วงเวลาก่อนเที่ยง

 

ภายในห้องประชุมที่ว่าการหลัก ของท่านเจ้าเมืองและคณะขุนนางคนสนิท

 

".. นายท่าน ที่พูดมาเป็นความจริง มิใช่ภาพมายา หรือทักษะลวงตาใช่มั้ยขอรับ สิ่งที่ท่านสัมผัสได้เป็นความจริงแท้ทั้งหมดจริง ๆ น่ะหรอ ตัวข้าทำใจเชื่อไม่ลงจริง ๆ .." ที่ปรึกษาคนหนึ่งพูดขึ้น พร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

 

".. ท่านที่ปรึกษา จู่เกอหลาน ท่านเห็นข้าเป็นพวกชอบพูดเล่นตั้งแต่เมื่อไรกัน คุณชายท่านนั้น ระดับขอบเขตของพลัง หาใช่ชาวยุทธ์หรือผู้ฝึกตนในวิถีใด ๆ แต่คนผู้นี้ เท่าที่ข้าได้สัมผัสและแน่ใจเป็นที่สุด คุณชายท่านนี้สมควรก้าวเท้าเข้าสู่ขอบเขตพลังเทวะไปแล้ว เป็นเทพเซียนดี ๆ นี่เอง .."

 

".. อย่างที่พวกท่านรู้ ขอบเขตพลังของการฝึกฝนของพวกเรา จะถูกแบ่งออกเป็น .... .."

 

ขอบเขตพลังถูกแบ่งออกเป็น 3 อาณาจักรพลังใหญ่ ๆ ดังนี้

 

อาณาจักรแรกวิถียุทธ์ หรือที่เรียกกันว่า จอมยุทธ์

ถูกแบ่งออกเป็น 6 ขอบเขตพลังใหญ่

พื้นฐานแรกเริ่ม à แรกเริ่มมหาสมุทร à หลอมกายา à เปิดชีพจรฟ้า à รากฐานสมบูรณ์ à จอมยุทธ์

มี 5 ขั้นย่อยด้วยกันในแต่ล่ะขอบเขต : แรกก่อตั้ง à รวมศูนย์ à บรรจบโลกา à วิญญาณตื่นรู้

à ฟ้าสวรรค์ใจเดียว

 

อาณาจักรที่สองโลกบำเพ็ญ เรียกกันว่า ผู้ฝึกตน เป็นขอบเขตพลังที่อยู่เหนือกว่าจอมยุทธ์

ถูกแบ่งออกเป็น 12 ขอบเขตพลังใหญ่

ยอดจอมยุทธ à เหนือมนุษย์ à ปฐพีบำเพ็ญ à ขอบเขตนภา à เหนือนภา à ราชานภา

à จ้าวราชันย์ à จอมปราชญ์นภา à ครึ่งก้าวเทวะ à บรรลุเทวะ à เทวะจุติ à เซียนสวรรค์

          มี 10 ขั้นย่อยด้วยกันในแต่ล่ะขอบเขต : ขั้น 1 แรกก่อตั้ง à ขั้น 2 รวมศูนย์ à ขั้น 3 บรรจบโลกา à

ขั้น 4 วิญญาณตื่นรู้ à ขั้น 5 ฟ้าสวรรค์ใจเดียว à ขั้น 6 พลังวิญญาณ 5 ธาตุ à ขั้น 7 หัวใจวรีชน à

ขั้น 8 ยอดขุนพล à ขั้น 9 เหนือราชันย์ à ขั้น 10 จักรพรรดิ

 

อาณาจักรที่สามเทวะนิรันดร์ เรียกกันว่า เทพนิรันดร์ เป็นขอบเขตพลังที่สูงที่สุดเหนือกว่าผู้ฝึกตน

ถูกแบ่งออกเป็น 8 ขอบเขตพลังใหญ่

เซียนฟ้าเร้นลับ à เซียนปราชญ์เทวะ à เซียนอสูรมังกรฟ้า à เซียนดาราเก้าสวรรค์ 1 วงแหวน

à เซียนนิรันดร์ 3 วงแหวน à เซียนสงคราม 6 วงแหวน à จักรพรรดิเซียน 8 วงแหวน

à มหาจักรพรรดิเทวะนิรันดร์ 10 วงแหวน

 

ท่านเจ้าเมืองอธิบายถึงอาณาจักรพลัง ขอบเขตขั้น และรวมไปถึงขั้นพลังย่อยให้ทุก ๆ คนในห้องประชุมรับฟังอย่างใจเย็น เพราะมีบางคนเป็นนักการศึกวัยเยาว์ มิใช่ผู้ฝึกตนอย่างท่านเจ้าเมืองและเจ้าหน้าที่ราชสำนักอาวุโส อยู่ภายในห้องประชุมด้วยหลายสิบคน

 

".. ท่านกำลังบอกว่า คุณชายมากเมฆ มีพลังอยู่ในขอบเขตเซียนสวรรค์เป็นอย่างน้อย และอาจจะก้าวไปยังอาณาจักรเทพนิรันดร์ที่สามารถใช้ชีวิตอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้าได้ .." ที่ปรึกษาชรา จู่เกอตี้ พูดขึ้นอีกคน ก่อนจะหันไปมองหลานชาย จู่เกอหลาน ที่เป็นที่ปรึกษาของเจ้าเมืองด้วยเช่นกัน พยายามส่งสายตาบอกหลานชายให้สงบจิตสงบใจ เพราะเรื่องที่ว่าเซียนสวรรค์มายังเมืองกิเลนทองนั้น มีผลกับหลานชายของตนอยู่มากเลยทีเดียว กับเรื่องที่ ..?

 

".. ใช่ กระบี่ปราณทมิฬจำนวนมากเหล่านั้น ประกอบไปด้วยพลังปราณ พลังวิญญาณ พลังเทวะ และพลังธาตุจักรวาลจำนวนมาก ก่อให้เกิดแรงกดดันอันมหาศาล ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นพลังเทพสวรรค์ชั้นสูงทั้งสิ้น ดังนั้นข้าจึงได้เสนอให้พวกเรา ปฏิบัติและเคารพต่ออีกฝ่าย เช่นเดียวกับบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์แรกเริ่มของเผ่าพันธุ์มนุษย์ อย่างที่พวกท่านรู้ว่า คนคนหนึ่งกว่าจะบรรลุการฝึกตนกลายเป็นเทพสวรรค์ได้สำเร็จ ล้วนแล้วแต่มีอายุเป็นหมื่นปีแสนปีด้วยกันทั้งนั้น และการไม่ทำให้เทพสวรรค์โกรธก็เป็นหนทางที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ควรกระทำ .." ท่านเจ้าเมืองกล่าวบอก ถึงข้อสรุปภายในใจของตัวเองให้ทุก ๆ คนภายในห้องประชุมรับรู้ ก่อนที่จะสั่งการออกไปว่า

 

".. ประกาศออกไป ให้ทุก ๆ คนในเมืองปฏิบัติต่อคุณชายมากเมฆ เช่นเดียวกับบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์แรกเริ่มของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการมิบังควรโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งส่งทหารฝีมือดี ไปคุ้มกันเหล่าเด็ก ๆ ที่คุณชายมากเมฆให้การว่าจ้างและปกครองในช่วงนี้ด้วย .." ท่านเจ้าเมืองออกคำสั่งเสียงดัง

 

ก่อนที่จะมีเสียงของที่ปรึกษานายหนึ่งดังขึ้น ขัดไม่ให้ทหารที่รับคำสั่งออกจากห้องไปก่อน..

 

".. ช้าก่อน เรียกนายท่าน การที่ท่านออกคำสั่งโดยให้สาธารณะชนรับรู้เช่นนี้ อาจจะทำให้คุณชายมากเมฆไม่พอใจได้ เท่าที่ข้าสืบความมาและที่ข้ารู้ คุณชายมากเมฆเพียงแค่มาเที่ยวเล่นที่เมืองแห่งนี้เท่านั้น และการที่คุณชายได้ทำลายภูเขาไป แท้จริงคงคิดที่จะทำลายเพียงดอกไม้ปีศาจสีม่วง แต่ด้วยพลังของเทพเซียนผู้ไม่ธรรมดา การลงมือเพียงครั้งเดียว ก็มากพอให้ภูเขาทั้งลูกหายไปตลอดกาล .."

 

".. ข้าว่าการที่คุณชายมากเมฆมาเที่ยวเล่น หรือจะมาพักผ่อน พวกเราสมควรไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของคุณชายมากเมฆมากเกินไป และปฏิบัติด้วยความเคารพในทางลับก็ได้ ด้วยพลังสัมผัสของเทพเซียน จะต้องรับรู้ได้ถึงความหวังดีและเป็นมิตรของพวกเราเป็นแน่ .."

 

".. แต่หากท่านเจ้าเมืองประกาศเรื่องที่เทพเซียนสวรรค์ เดินทางมาพักผ่อนอยู่เมืองกิเลนทองที่นี่ออกไป อาจจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดีก็เป็นได้ ใครบ้างไม่อยากพบเห็นเทพเซียนตัวเป็น ๆ ใครบ้างไม่อยากได้ของวิเศษ หรือสุดยอดเคล็ดวิชาล้ำค่าบรรพกาล ดังนั้นข้า จูเก่อหลาน ที่ปรึกษาจากตระกูล บัณฑิตนภา ขอร้องให้ท่านทบทวนคำสั่งใหม่อีกครั้ง .." แม้จะตกใจที่ว่าเทพเซียนมาเยือน แต่ที่ปรึกษาจูเก่อหลานก็ยังคงสามารถแสดงให้เห็นถึง ความคิดวิเคราะห์ที่แตกต่างไปจากคนอื่น ๆ มองเห็นในสิ่งที่มากเมฆต้องการ อย่างความเป็นส่วนตัวได้โดยง่าย

 

ไม่ทันไรเสียงตบมือก็ดังขึ้นหลายครั้ง

 

ก่อนที่ชายวัยกลางคนรูปงามนายหนึ่ง จะปรากฏตัวออกมาให้ทุกคนได้เห็น

 

สร้างความตื่นตะลึงตกใจให้กับทุก ๆ คนในห้องประชุมเป็นอย่างมาก ก่อนที่ท่านเจ้าเมืองกิเลนทองจะคุกเข่าคำนับลงไปที่พื้น แสดงความเคารพอย่างนอบน้อมถึงที่สุด ก่อนที่ทุก ๆ คนภายในห้องจะคุกเข่าลงเช่นเดียวกัน และพูดออกมาพร้อม ๆ กันเป็นเสียงเดียวว่า

 

".. ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี .."

 

ชายวัยกลางคนในชุดมังกรทองห้ากรงเล็บงดงาม มองไปยังทุก ๆ คนภายในห้องประชุมอย่างใจเย็น และเต็มไปด้วยอำนาจบารมีของจักรพรรดิบัลลังก์เมฆ กระจายออกไปรอบ ๆ บริเวณอย่างดุดัน ก่อนที่จะเอยปากให้ทุก ๆ ขึ้นยืนขึ้นและมีผู้ติดตามอีก 3 คนปรากฏตัวขึ้นมาอีกในภายหลัง เป็นหญิง 1 ชายสอง ชายสองคนเป็นองครักษ์ ส่วนหญิงสาวยังดูเด็กมากอายุน่าจะเพิ่ง 12-13 ปีเท่านั้น น่าตาน่ารักและมีส่วนคล้ายกับชายในชุดมังกรทองหลายส่วนทีเดียว

 

".. ไม่ต้องมากพิธี ข้าออกมาตรวจราชการเป็นการลับ จริง ๆ ก็หนีเที่ยวนั่นล่ะ อย่างที่พวกเจ้าน่าจะเดากันได้ .."

 

".. แต่ไม่คิดเลยข้าเพิ่งจะมาถึงเมืองนี้ก่อนเช้ามืดแท้ ๆ ก็ได้ยินเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นราวกับเทพนิยาย และการมาเยือนของเทพเซียนสวรรค์ ดูเหมือนการหนีมาเที่ยวของข้าในครั้งนี้ จะมีโชคอยู่ไม่น้อย แต่โชคที่ว่าอาจจะกลายเป็นเลวร้ายก็ได้เช่นกัน ตอนแรกข้าก็ตกใจในคำสั่งของเจ้านะ ดาบแดนเดือน สหายข้า เจ้านี่ไม่เจอกันแค่ไม่กี่ปีแต่ร่างกายของเจ้ากับใหญ่โตขึ้นกว่าแต่ก่อนอีก .."

 

พอได้ฟัง ท่านเจ้าเมืองร่างยักษ์ใหญ่รู้สึกอายจนหน้าแดงนิด ๆ เช่นกัน

 

ใครมันจะอยากตัวโตขึ้นไปกว่านี้ แต่ข้าโชคดีปลุกพลังสายเลือดโบราณได้ต่างหาก ท่านเจ้าเมืองพูดบ่น ๆ ในใจ

 

".. แต่เจ้าโชคดีจริง ๆ นะ ที่มีทีปรึกษามากความสามารถ กล้าพูดกล้าแสดงออก เช่นหนุ่มน้อยคนนี้ในสังกัดของเจ้า ไม่เลวเลย รู้สึกนามของเจ้าจะชื่อ จูเก่อหลาน สินะ ความคิดเห็นของเจ้าถูกใจข้ามาก ข้าแอบฟังพวกเจ้าประชุมกันตั้งแต่ต้น ได้ยินทุกเรื่องที่พูดคุย เจ้าเป็นที่ปรึกษาที่เก่งมากคนหนึ่งจริง ๆ .."

 

".. การแก้ปัญหาความไม่สงบเมื่อคืนเองก็ร้ายกาจมาก ขนาดข้าและผู้ติดตามที่เป็นถึงองครักษ์เสื้อทองมากฝีมือ ยังลำบากไม่น้อย กว่าจะเข้ามาถึงที่ว่าการของเจ้าเมืองได้ การวางแผน การทหารรูปแบบการเดินตรวจตรา เจ้าทำได้ดีมาก อ้อ ไม่ต้องถามว่าข้ารู้ได้ยังไง พอดี ระหว่างทางมานี่ ข้าได้พบกับท่านผู้เฒ่าคนหนึ่งนามว่า ทองแดง และคนผู้นี้เหมือนจะเป็นข้าราชการเก่าแก่ แถมยังรู้ว่าข้าเป็นใครตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพราะแบบนั้น ผู้เฒ่าทองแดงจึงได้ตอบคำถามทุก ๆ อย่างมาจนหมด .."

 

".. สหาย ดาบแดนเดือด หากเป็นข้า ข้าจะเลือกวิธีของที่ปรึกษาหนุ่มคนนี้ เพราะการที่เจ้าประกาศให้ทุก ๆ คนรู้ จะเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของคุณชายเทพเซียนท่านนั้นได้ และข้าเองก็อยากจะพบกับเทพเซียนท่านนี้เช่นกัน การที่เจ้าไปรับปากอีกฝ่ายเอาไว้โดยไม่ปรึกษา และที่สำคัญเจ้าหนีออกมาก่อนที่จะรับฟังความเห็นของอีกฝ่าย ข้ากับเจ้าควรจะไปพบคุณชายเทพเซียนท่านนั้นด้วยกันเย็นนี้ .." องค์จักรพรรดิกล่าวบอก

 

แถมยังตําหนิสหายร่วมศึกอยู่เล็กน้อย ในเรื่องที่ใจร้อนเกินไป  

 

ณ โรงเตี๊ยมของระบบ

 

มากเมฆพาสองแม่ลูกมาพักที่โรงเตี๊ยมและจัดห้องพิเศษให้เข้าพัก แต่ดูเหมือนทั้งสองคนจะยังอ่อนแออยู่มาก บวกกับบทเวทมนตร์อย่างลมหายใจมหาเทพเอง ก็ทำงานได้ไม่ดีนักอย่างที่ควรจะเป็น

 

จึงทำให้ทั้งสองต้องนอนพักไปอีกนานอย่างน้อย ๆ ก็ 2 วันกว่าจะหายดีเป็นปกติ แถมโลกแห่งเทพเซียนยังมีอณูเวทมนตร์ และพลังเวทมนตร์บริสุทธิ์อยู่น้อยมากอีกด้วย ทำให้อะไรอะไรไม่เป็นอย่างใจเลยสักนิด

 

แต่กระนั้นมากเมฆก็เหมือนจะได้ฝึกนิด ๆ ปรับปรุงนิสัยของตัวเองให้มีความอดทนมากขึ้นกว่าแต่ก่อน .. และพอว่างไม่มีอะไรทำในบ่ายวันนี้ แถมเจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจเลย ว่าท่านเจ้าเมืองกิเลนทองจะเอาจริงหรือไม่

 

เรื่องบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์แรกเริ่มของเผ่าพันธุ์อะไรนั่น เพราะหากมันยุ่งยากขึ้นมาจริง ๆ เขาก็คิดที่จะจับคนทั้งเมืองมาลบความทรงจำทิ้งอยู่ดี แต่ทว่าตลอดเวลาที่มีการประชุมในที่ว่าการ มากเมฆได้แอบฟังคนพวกนั้นคุยกันมาตลอดจากระยะไกล ดังนั้นพอสรุปผลได้ว่าจะเคารพเป็นการลับ และรู้กันแค่ไม่กี่คน เขาจึงสบายใจและเดินออกจากโรงเตี๊ยม ออกไปเดินเล่นที่ลานกว้างของเมืองแบบสบายอารมณ์

 

ก่อนที่จะเจอเข้ากับกลุ่ม NPC บ้าเลือดโรคจิต 30 กว่าคนที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือด และกลุ่มผู้เล่นที่ถูกตัดหัวเป็นสิบ ๆ คนนอนอยู่ที่พื้น หากเป็นการต่อสู้ปกติก็แล้วไป แต่ทว่าเหล่าผู้เล่นกับถูกมัดด้วยเชือกและถูกตัดหัวอย่างไม่มีเหตุผล เพียงเพราะพวกมันสืบหาข้อมูลใด ๆ ไม่ได้เลยเกี่ยวกับตระกูลกระบี่สายน้ำ

 

".. นี่สินะ สถานการณ์ที่ทำให้กลุ่มผู้เล่น ต้องรีบหนีออกจากเมืองตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อน .." มากเมฆพูดด้วยน้ำเสียงปกติจนคนรอบข้างได้ยิน และการกล่าวถึงคำว่า ผู้เล่น นี่เอง ที่ทำให้เหล่า NPC บ้าเลือดพวกนี้สรุปผลได้ในทันทีว่ามากเมฆเองก็เป็นผู้เล่นด้วยเช่นกัน

 

เพราะอะไรน่ะหรอ ???

 

นั่นก็เพราะเหล่า NPC เอไอประดิษฐ์ชั้นสูงทั้งหลาย มากกว่าแสนล้านตัวตนที่มีอยู่ ของโลกแห่งเทพเซียนแห่งนี้หรือแม้แต่ดวงดาวอื่น ๆ มักจะเรียกกลุ่มผู้เล่นว่า นักเดินทางข้ามฟากฟ้า เสมอ และจะไม่มี NPC AI คนไหนเลยแม้แต่พวกปัญญาอ่อนที่ใช้คำเรียกว่าผู้เล่นโดยเด็ดขาด

 

กลุ่มชาวยุทธ์จากตระกูลใหญ่ ๆ หมายหัวมากเมฆเข้าให้แล้ว ...

 

 ----------

พบคำผิดหรือประโยคแปลก ๆ บอกไรท์ด้วยนะครับ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4227 นักอ่านสายขาว (จากตอนที่ 281)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 01:43
    เป็นแต่พระเจ้าผู้ใจดีสายS
    #4,227
    0
  2. #4226 joelamtan (จากตอนที่ 281)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 23:14
    ขอบคุณ​ครับ​ งง ตรงระดับขั้น ของมากเมฆ เป็นเซียนสวรรค์ แต่... ด้านบนม่ายมีกล่าวถึง ถ้าผมเข้าใจผิดกะขออภัยด้วยคร้าบ
    #4,226
    2
    • #4226-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 281)
      22 สิงหาคม 2562 / 23:27
      พวกเจ้าเมืองและขุนนางทั้งหลายเข้าใจไปเองน่ะครับ
      คิดสรุปว่ามากเมฆมีพลังต่ำสุด ก็น่าจะอยู่ที่ขอบเขตพลังเซียนสวรรค์
      หรือเป็นขั้นสูงสุดของอาณาจักรที่ 2 ผู้ฝึกตนโลกบำเพ็ญ
      แต่บางคนที่ปรึกษาชรา ก็คิดว่าเลยจุดนั้นไปแล้ว เป็นเทพที่อยู่ในสวรรค์ชั้นฟ้า
      แต่ในความเป็นจริงมากเมฆไม่ได้อยู่ใน 3 อาณาจักรพลังพวกนี้เลย ..
      ก็อย่างที่รู้กันมากเมฆเขาเป็น .... นั่นละครับ

      ที่ไม่เห็นมีบอกในช่วงพูดคุย คือมันเป็นบทสนทนาแบบชวนให้คิดสรุปเองนะครับ
      ไรท์อธิบายจะยิ่งงงหรือเปล่าเนี่ย

      #4226-1
  3. #4225 pnipni1999 (จากตอนที่ 281)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 22:49
    เอ่อบางทีเนื้อก็เยอะมากนะ
    เยอะจนคิดถึงตอนว่ายน้ำทะเลเลย
    #4,225
    0
  4. #4224 zaalah5931 (จากตอนที่ 281)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 22:38

    ขอบคุณค่ะ
    #4,224
    0
  5. #4223 loliz (จากตอนที่ 281)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 22:12
    อยากโดนล้างบางตระกูลกันเรอะ​
    #4,223
    0