มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 280 : บทที่ 280 บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์แรกเริ่มของเผ่าพันธุ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    2 ต.ค. 62

บทที่ 280 บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์แรกเริ่มของเผ่าพันธุ์

 

          ดูเหมือนข่าวสารและข่าวลือต่าง ๆ ของโลกแห่งเทพเซียน จะรวดเร็วและรับรู้กันได้โดยง่าย

 

ราวกับมีศูนย์กระจายข่าวของเมืองยังไงอย่างงั้น ในตอนแรกก่อนที่มากเมฆจะออกมาจากภายในบ้านไม้ เขาสัมผัสได้ว่ามีอยู่สองคนที่เป็นยอดฝีมือเพิ่งจะมาถึงสด ๆ ร้อน ๆ หนึ่งในนั้นคือเฒ่าชราพิษหรรษาที่เขาได้หมายหัวเอาไว้ แต่ว่า เพียงระยะเวลาไม่ถึง 30 วินาทีเลยด้วยซ้ำ ระหว่างที่เขาเดินออกมาจากภายในห้องนอน ของมารดาเพลิงขจรน้อยที่กำลังนอนพักผ่อนกันอยู่

 

          รอบด้านทุกทิศทางของบ้านไม้ผุ ๆ หลังนี้ รวมไปถึงบริเวณโดยรอบ กับเต็มไปด้วยยอดฝีมือจำนวนมากนับสิบ ๆ คน และต่างก็ยืนอยู่บนหลังคาของบ้านไม้รอบ ๆ อย่างเปิดเผยดุดัน เป็นภาพที่ชวนให้มองและให้อารมณ์แบบเทพยุทธ์จริง ๆ สมกับเป็นเกมแนวจอมยุทธ์เทพเซียนเอามาก ๆ ยกเว้นก็แต่คนบางจำพวกที่พยายามจะจับปลาตอนน้ำขุ่น ที่ยังคงหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทำตัวหน้าไม่อายอยู่เช่นเดิม และดูเหมือนจะมีพวกนิสัยแย่ ๆ หลายคนเหมือนกับเฒ่าชราพิษหรรษาเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

 

          หลังจากที่มากเมฆปิดประตูบ้านจนเรียบร้อย และเดินมายืนอยู่กลางวงล้อมของเหล่าจอมยุทธ์

 

          สายตาของเหล่าชาวยุทธ์ NPC และผู้ฝึกตนมากมายนับสิบ ๆ คน ต่างก็มองมายังมากเมฆอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ มองอีกฝ่ายเป็นคนผิดที่คิดจะปกป้องคนร้าย ปกป้องหายนะที่หมายจะคร่าชีวิตของผู้คนนับหมื่น ๆ ของเมืองแห่งนี้

 

แต่กระนั้น แต่ล่ะคนต่างก็พยายามจะตรวจสอบขอบเขตพลัง และพยายามจะสืบค้นให้รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้มาจากไหน หรือจะเป็นนักเดินทางข้ามฟากฟ้าที่เรียกกันว่า เพลเยอร์ ผู้ที่ได้รับพรจากสวรรค์ ให้มีชีวิตนิรันดร์อันน่ารังเกียจนั้นหรือไม่

 

และด้วยความไม่รู้นี่เองเป็นเหตุให้ผู้คนจำนวนมาก ไม่กล้าที่จะลงมือโดยพลการ และต่างก็สัมผัสได้ถึงอันตรายที่ยากจะอธิบายได้จากชายหนุ่มรูปงามตรงหน้า แถมสภาพอากาศในปัจจุบันของเมืองกิเลนทอง ยังมืดมนผิดปกติเอามาก ๆ อีก ไหนจะฟ้าฝ่าไหนจะฟ้าร้อง บางพื้นที่ฝนตกอย่างหนัก บางพื้นที่เกิดเพลิงไหม้ บางพื้นที่หิมะตกและไม่รู้ว่าอากาศหนาวเย็นแบบสุดขั้วมาจากไหน สภาพรอบ ๆ ตัวเมืองในเวลานี้ ยังเต็มไปด้วยพายุคลั่งและเพลิงสายฟ้าลงลงทัณฑ์อีกจำนวนมาก

 

          แต่ไม่ว่าเหล่าชาวยุทธ์ หรือผู้ฝึกตนจะใช้ศาสตร์ลับหรือทักษะวิชาใด ๆ หรือแม้แต่ของวิเศษที่มีก็ตาม ต่างก็ไม่สามารถตรวจสอบหรือมองหาความจริงใด ๆ ได้จากชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าได้เลย ต่างก็เต็มไปด้วยคำถาม และความสงสัยที่ไม่เข้าใจเลยสักนิด ต่อให้อีกฝ่ายมีของดีหรือมีทักษะวิชาปกปิดไว้ดีเลิศแค่ไหน แต่ก็ไม่น่าจะมีผลปกปิดป้องกันการตรวจสอบได้ถึงขนาดนี้

 

          แน่นอนว่ามากเมฆสวมกำไลข้อมือ สำหรับปกปิดข้อมูลเอาไว้ ซึ่งเป็นไอเทมที่ได้รับมาจากเซเลเน่เมื่อนานมาแล้วทำให้ใครต่อใครก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเขาเป็นใคร ยกเว้นก้แต่พวกเจ้าหน้าฝ่ายตรวจสอบผู้มีอำนาจขึ้นไปเท่านั้น

 

          มากเมฆรู้ตัวว่ากำลังถูกตรวจสอบจาก NPC ปัญญาประดิษฐ์ชั้นสูงเหล่านี้อยู่

 

แต่เจ้าตัวก็หาได้สนใจ เพราะเขามั่นใจในไอเท็มที่ศรีภรรยามอบให้แบบสุดใจ

 

ชายหนุ่มยังคงเดินไปข้างหน้า ก่อนที่จะหยุดยืน อยู่ในจุดที่สามารถป้องกันและโจมตีทุก ๆ คนได้อย่างพอดิบพอดี

 

แต่ทันใดนั้นเอง!! ชายวัยกลางคนที่มาถึงพร้อม ๆ กับเฒ่าชราพิษหรรษา

 

ได้กระโดดลงมาจากหลังคาบ้านไม้หลังใกล้ ๆ และมายืนอยู่ตรงหน้าของมากเมฆ ชายวัยกลางคนผู้นี้แต่งกายคล้ายกับพวกแม่ทัพนายกองระดับสูง ใส่เกราะเหล็กสำหรับออกรบอยู่ตลอดเวลา หน้าตาดุดันอย่างกับเสือ

 

แถมยังตัวสูงและมีร่างกายที่ใหญ่โตเอามาก ๆ สูงไม่ต่ำกว่า 240 เซนติเมตรเห็นจะได้ กล้ามใหญ่เป็นมัด ๆ ยังกับพวกชอบเล่นกล้าม อาวุธในมือก็เป็นดาวเหล็กยาวสีแดงที่มีเปลวเพลิงลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา เพียงแค่ยืนอยู่ใกล้ ๆ มากเมฆ เขาก็ดูเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ไปในทันที

 

".. ข้าคือเจ้าเมืองกิเลนทอง นามว่า ดาบแดนเดือด จากตระกูล กิเลนโบราณ ข้าในนามของเจ้าเมืองแห่งนี้ ขอสั่งให้เจ้าถอยออกไป ข้าต้องกำจัดภัยที่อาจจะเป็นอันตรายต่อเมืองของข้า .." ชายวัยกลางคนร่างใหญ่กล่าวพูดกับมากเมฆอยางดุดัน เสียงที่ได้ฟังไม่แตกต่างอะไรไปจากเสียงฟ้าร้องเลยสักนิด

 

".. ไอ้หน้าหล่อ แม้ว่าข้าจะตรวจสอบไม่ได้ ว่าเจ้ามีพลังในขอบเขตใดก็ตาม แต่คนคนเดียวไม่อาจจะสู้กับคนนับสิบ ๆ ได้ ข้าดูเจ้าเองก็ไม่น่าจะโง่จนสิ้นคิด หากเจ้าปล่อยให้พิษดอกไม้ปีศาจสีม่วง แปรเปลี่ยนไปเป็นหมอกปีศาจได้สำเร็จแล้วล่ะก็ เมืองของพวกข้าจะต้องเผชิญกับหายนะ ทุก ๆ คนจะต้องตาย เจ้าคงไม่ขัดขวางเส้นทางแห่งความถูกต้องดีงามหลอกใช่มั้ย .." ผู้ฝึกตนร่างอ้วนแต่งกายคล้ายนักพรตเต๋าคนหนึ่งกล่าวพูดขึ้น ก่อนที่ทุก ๆ คนจะพยักหน้าเห็นด้วย

 

".. เรียกนายท่าน ข้าสืบความมาแล้ว หญิงสาวที่ถูกพิษนางนี้ ไม่ได้ออกไปเก็บสมุนไพรบนภูเขาใกล้ ๆ หรือออกไปไหนเลยมากว่า 10-13 วันเข้าไปแล้ว หากข้าเดาไม่ผิด พิษปีศาจสีม่วงจะต้องกระจายไปทั้งร่างกายของนางแล้วเป็นแน่ กลีบดอกไม้บนหน้าผากของนาง สมควรจะมีไม่ต่ำกว่า 5-6 กลีบแล้ว หากปล่อยไว้นานกว่านี้ อาจจะ.. .." นายทหารคนหนึ่งในสังกัดของเมืองกิเลนทองที่เพิ่งจะมาถึง ได้คุกเข่าคำนับท่านเจ้าเมืองดาบแดนเดือด ก่อนที่จะพูดขึ้นเสียงดังตามคำกล่าวรายงานที่ได้รับมา และทิ้งทายประโยคคำพูดของตนเอาไว้ เพื่อให้หลาย ๆ คนได้คิดตาม

 

          มากเมฆไม่คิดเลยว่า NPC ของโลกแห่งเทพเซียน

 

จะฉลาดและดูเป็นมนุษย์เอามาก ๆ ขนาดนี้ ไม่ใช่พวกบ้าตรรกะวิบัติที่ชอบใช้กำลังเสียทีเดียว ทั้งหมดกับใช้ความคิด หาเหตุหาผลพูดเจรจาก่อนจะใช้กำลัง จะกระทำการใด ๆ ยังคงมีหลักการความเป็นมนุษย์ให้เห็น

 

ไม่เหมือนกับพวกตัวร้าย หรือตัวประกอบราคาถูกที่เคยอ่านในนิยาย หรือในละครเลยสักนิด แต่พอคิดไปว่า อาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายตรวจสอบพลังของตนเองไม่ได้ จึงได้ใช้วิธีพูดจาด้วยเหตุและผล การที่คนเราทำตัวลึกลับซ่อนเร้นมันก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน

 

แต่กระนั้นมากเมฆกับไม่ขยับหลบ และไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว

 

แม้ว่าเหตุผลของคนอื่น ๆ จะดีมากและเป็นธรรมแก่คนส่วนใหญ่ก็ตาม

 

ในระหว่างที่คนอื่น ๆ กำลังพูดสารพัดเหตุผล เพื่อให้มากเมฆหลบออกไป หรือถอยห่างจากเรื่องนี้กันอยู่

 

พวกกลุ่มคนสารเลวอย่าง เฒ่าพิษหรรษา และกลุ่มคนสามสี่คนที่มาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองโดยเฉพาะ กับกล้าลงมือก่อนใครพวก แอบลอบเข้าทางหลังบ้านอย่างลับ ๆ หมายจะสังหารมารดาของเพลิงขจร และดูดเอาเลือดสด ๆ ที่ติดพิษสีม่วงอันล้ำค่า ออกจากร่างไปให้หมดไม่มีเหลืออย่างรวดเร็ว

 

ก่อนที่จะหลบหนีออกไป แต่ทว่า หากพวกมันถูกจับได้จากท่านเจ้าเมือง มากเมฆก็เชื่อเหลือเกินว่า พวกมันก็ยังสามารถใช้เหตุการณ์ตรงหน้า และคำอธิบายสารพัดเหตุผลที่ฟังขึ้น เพื่อส่วนรวมในครั้งนี้และที่ทำลงไปบลา ๆ สร้างชื่อเสียงและแกล้งทำตัวเป็นคนดีได้อย่างหน้าด้าน ๆ แน่นอน

 

ทุก ๆ การเคลื่อนไหวของทุกคน ต่างอยู่ในสัมผัสระยะการตรวจสอบของมากเมฆทั้งหมด

 

ก่อนหน้านี้ที่จะออกมาจากภายในบ้าน เขาได้วางกลกับดักเวทมนตร์เอาไว้ ... แต่ว่า หลังจากเห็นภาพและบทสรุปของคนทั้ง 5 ที่ได้กระทำลงไป มากเมฆได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนที่กลิ่นอายรอบ ๆ ตัวจะเปลี่ยนไปราวกับคนละคน กลายเป็นเย็นชาไร้อารมณ์จนน่ากลัว

 

".. คนที่ควรตายก็สมควรตายจริง ๆ .." เสียงที่พูดแบบกัดฟัน ห้ามไม่ให้ตนเองทำอะไรเกินกว่าเหตุ

 

มากเมฆยิ้มเย็นสายตาเย็นชาจับใจ ก่อนที่จะยกมือขึ้นไม่พูดไม่จา กระโดดลอยตัวขึ้นไปยืนอยู่บนบ้านไม้ของเพลิงขจรน้อย

 

ก่อนที่จะปรากฏกระบี่ลมปราณทมิฬนับล้าน ๆ เล่มในอากาศ

 

สร้างสภาวะกดดันจนแม้แต่ก้อนเมฆและสายฟ้าลงทัณฑ์ยังต้องหลบหนี

 

เมืองทั้งเมืองที่เคยมืดมน อยู่ ๆ ถึงกับสว่างขึ้น และเต็มไปด้วยแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ชั่วขณะนึง

 

ก่อนที่จะถูกบดบังด้วยมหาพลังคลื่นกระบี่ทมิฬนับล้าน ๆ เล่มที่ลอยอยู่เหนือเมืองกิเลนทองเต็มไปหมด

 

สร้างความหวาดกลัวและแตกตื่นให้กับทุก ๆ คนเป็นอย่างมาก


จนแม้แต่ก้อนเมฆสายฟ้าจำนวนมาก และสารพัดทัณฑ์สวรรค์ที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้

 

พวกมันทั้งหมดเหล่านั้น ต่างก็วิ่งหนีหายไปให้ไกลจากกระบี่นับล้าน ๆ เล่มจนไม่มีเหลือ

 

ชาวเมืองที่มองเห็นกระบี่บนท้องฟ้า

 

".. แม่จ๋าหนูกลัว .."

 

".. ฝนหยุดตก แต่ไอ้ที่จะตกต่อจากฝนดันเป็นกระบี่ ตายแน่ ๆ ตูยังโสดยังไม่มีภรรยาเลยสวรรค์ .."

 

".. อะไรวะเนี่ย ให้ตูหนีออกจากเมืองก่อนไม่ได้หรือไง ไหนว่าหมอกปีศาจ นี่มันหายนะฝนกระบี่ชัด ๆ .."

 

".. นั่นอะไร ไม่ใช่ตะกี้แดดออกแล้ว พายุหยุดแล้ว ซวยแล้วไง กระบี่มากมายขนาดนั้นลอยอยู่เต็มท้องฟ้าเลย .."

 

".. เฒ่าแก่ปิดร้านเร็ว พวกเราต้องเปิดม่านพลังคุ้มกันร้านแล้ว ส่งข่าวให้ร้านในระบบหลักของเมืองด้วย .."

 

".. หายนะสีเงินมาถึง หวยคงไม่ออกที่เมืองของพวกเราจริง ๆ ใช่มั้ย ตูเพิ่งมาทำงานวันแรกเองนะ .."

 

แรงกดดันที่ปรากฏช่างมหาศาลอย่างที่สุด

 

จนชาวยุทธ์ที่เคยยืนหล่อ ๆ อยู่บนหลังคามองดูเรื่องสนุกจำนวนมาก หรือบางพวกที่มาเพราะอย่างจะดำรงไว้ซึ่งความดีงามและคุณธรรมอย่างที่มีของแต่ละคน และชาวเมืองจำนวนมาก ถึงกับกระอักเลือดออกมาเป็นแถบ ๆ บางคนทนสภาวะแรงกดดันเหล่านี้ไม่ไหว

 

ถึงกับเป็นลมหมดสติไปเลยก็มีนับแสน ๆ คน ก่อนที่จำนวนของผู้โชคร้ายจะมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

 

เหล่าทหารหาญของท่านเจ้าเมืองกิเลนทองเองที่เพิ่มจะมาถึง หมายจะเข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบให้อยู่ในความสงบทั่วทั้งเมือง ต่างก็ไม่อาจจะเคลื่อนไหวได้อีกต่อไป ราวกับเจอแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลจากสวรรค์ จนสุดท้ายก็กระอักเลือดออกมากันหมด หมดสติไปเหมือน ๆ กับคนอื่นอย่างหมดสภาพ

 

ไม่ว่าจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ รวยหรือจน ต่างก็ซวยและโชคร้ายพอ ๆ กันในวันเดียว คนในเมืองกว่า 90% กระอับเลือดและหมดสติ ส่วนพวกที่ลอบเข้าไปภายในบ้านไม้ของเพลิงขจร แน่นอนว่าทั้งหมดต่างก็ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกันคนอื่น ๆ ที่ภายนอกทุกประการ แต่ทว่าจะหนักหนาสาหัสกว่ากันเป็นพัน ๆ เท่าเห็นจะได้จากผลสรุปในสิ่งที่พวกมันได้ทำ เนื่องจากทั้ง 5 คนที่แอบเข้าไป รวมถึงไปถึงเฒ่าพิษหรรษาด้วย ต่างก็ถูกกระบี่บินของมากเมฆที่ราวกับรวมตัวกันเป็นมังกรกระบี่ทมิฬผู้กระหายเลือดตัวใหญ่ยักษ์

 

ได้ลากพวกมันทั้งห้าออกมาจากภายในบ้าน ในสภาพที่ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเลือดสด ๆ ไหลเป็นทาง

 

ถูกแทงถูกปักกระบี่ไว้ทั้งตัวจนมองไม่เห็นสภาพความเป็นมนุษย์เลย ส่วนบ้านไม้เก่า ๆ ทั้งหลังเองก็ถูกทำลายเป็นชิ้น ๆ ไม่มีเหลือ ก่อนที่จะปรากฏม่านพลังทรงลูกบาศก์มิติ และมีเมฆสีทองรวมทั้งสองแม่ลูกนอนหลับพักผ่อนกันอยู่ภายใน ปลอดภัยจากแรงกดดันและการโจมตีของทั้งห้าคนก่อนหน้านี้ โดยคนทั้งคู่ไม่ได้รับรู้อะไรเลย ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกของม่านพลังมิติลูกบาศก์แม้แต่น้อย ทั้งสองคนยังคงนอนหลับและกำลังฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็ว

 

ทั้ง 5 คนที่ถูกมากเมฆลากออกมา 4 คนถูกเขาตัดเป็นชิ้น ๆ สับเละยิ่งกว่าอ้วกสุนัข

 

ถูกฆ่าตายแบบสิ้นชื่อ หาสภาพร่างที่สมบูรณ์ยังไม่มีแม้แต่เส้นผม

 

ส่วนท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เป็นคนเดียวที่ไม่ล้มลงไป แต่กระนั้นก็ยังกระอับเลือดออกมาจำนวนมาก เนื่องจากเจ้าตัวยังจะพอทนรับไหวกับแรงกดดันที่ปรากฏอยู่นี้ บวกกับมีของวิเศษไว้ปกป้องร่างกายสำหรับการเป็นเจ้าเมืองโดยเฉพาะอยู่ และเป็นคนเดียวที่มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่กระนั้นก็ไม่สามารถพูดจา พูดห้ามหรือต่อว่าอะไรได้ เพียงแค่ไม่ล้มลงไปก็สุดกำลังแล้วอย่างที่เห็น

 

".. ไง เจอกันอีกแล้ว กล้าลงมือวางยาพิษพวกเด็ก ๆ ที่เรามากเมฆว่าจ้างไว้ แถมยังคิดที่จะฆ่าคนที่ยังมีหวัง คนที่อยู่ในการปกครองของเรา .."

 

พิษหรรษามองมายังชายหนุ่มรูปงาม ผู้มีสีหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ ด้วยแววตาหวาดกลัวอย่างที่สุดจนแทบจะบ้า สั่นกลัวจนเยี่ยวแตกขี้แตกออกมาอย่างไม่รู้จักอับอายในตัวเอง ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว แถมยังอยู่ใกล้ ๆ กับจุดที่ท่านเจ้าเมืองกิเลนทองยืนอยู่อีกด้วย เฒ่าพิษหรรษาถึงกับร้องไห้ ขอร้องชีวิตอย่างกับคนเสียสติ ราวกับได้พบเจออสูรกายหายนะวันสิ้นโลกยังไงอย่างงั้น

 

ก่อนหน้านี้ภายใต้เวทมนตร์ภาพมายาของทั้ง 5 คน ที่กำลังจะลงมือกับสองแม่ลูกที่นอนหลับอยู่บนเตียง

 

เฒ่าพิษหรรษาและคนอื่น ๆ อีก 4 คนผู้สารเลว

 

ต่างก็ถูกภาพมายาหลอกให้เผยธาตุแท้ออกมาให้เห็นด้วยกันทั้งนั้น จนมากเมฆที่แต่เดิมยังหวังว่าคนพวกนี้ที่ลอบเข้าไปอย่างลับ ๆ อาจจะทำเพื่อส่วนรวมจริง ๆ ก็เป็นได้ แต่ที่ไหนได้ ทั้งหมดทั้ง 5 คนต่างก็ทำเหมือน ๆ กัน ทั้งดูดเลือดเอาไปเก็บ เก็บชิ้นส่วนร่างกายที่ใช้เป็นวัตถุดิบได้ และที่สำคัญในทุก ๆ ภาพมายาของคนทั้ง 5

 

พวกมันกับฆ่าทั้งแม่และลูกอย่างเลือดเย็น ไม่มีใครเลยที่ละเว้นเด็กน้อยให้มีชีวิตอยู่ต่อไป หลังจากที่ฆ่ามารดาของอีกฝ่ายไปแล้วอย่างโหดร้ายก็ตาม โดยเฉพาะเจ้าเฒ่าพิษหรรษา มันทำถึงขนาดวางยาพิษไร้สีไร้กลิ่น ทรมานเพลิงขจรน้อยให้ตายอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะตัดลิ้นและควักลูกตาของเด็กน้อยออกไป ทำลายหลักฐานมิให้อีกฝ่ายพูดได้ หรือบอกได้ว่าเป็นฝีมือของใคร และดูเหมือนว่าเฒ่าพิษหรรษาจะนิยมเก็บสะสมลูกตาของมนุษย์ ไว้เป็นของสะสมอีกต่างหาก

 

ด้วยเหตุนี้ ..

 

คนทั้ง 4 ก่อนหน้าถึงได้ตายกลายเป็นชิ้นเนื้อที่หาดีไม่ได้เลย

 

แม้แต่ดวงวิญญาณของพวกมัน มากเมฆเองก็ยังบีบจนแตกสลาย หมดสิทธิ์ไม่ได้กลับไปเกิดใหม่อีกต่อไป

 

ส่วนพิษหรรษาเจ้าเฒ่าชั่วสารเลว ได้ถูกกระบี่อมตะแทงเข้าที่หัวใจห้ามไม่ให้ตาย และถูกภาพมายาสมจริงเกินจริงแบบสุด ๆ ของมากเมฆที่สร้างขึ้นมาเป็นพิศษ จับมันทรมานในห้วงแห่งมิติเวลาของภาพมายาเป็นแสน ๆ ปี ด้วยสารพัดความโรคจิตชอบทรมานคนของมากเมฆเป็นการส่วนตัว

 

จนในเวลานี้พิษหรรษาได้สติแตกและเป็นบ้าไปแล้ว

 

แต่กระนั้นก็ยังถูกมากเมฆรักษา และให้มันกลับมารับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ด้วยตัวมันเองอีกครั้ง

 

เฒ่าชราพิษหรรษาไม่เคยคิดเลยว่า วันนี้ วันที่คิดว่าสวรรค์เป็นใจ ช่างเป็นใจจริง ๆ

 

ความทรมานที่ถูกกระทำนับแสน ๆ ปีในห้วงมิตินรกบ้า ๆ นั่น พิษหรรษาขอให้จบลงที่ตรงนี้ มันอยากจะตายทั้ง ๆ ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา พิษหรรษากลัวตายเป็นที่สุด แต่วันนี้มันอยากจะตาย อยากจะตาย อยากจะตัดจบทุก ๆ สิ่ง ของทุก ๆ ความเจ็บปวดทรมานที่ตัวมันเองต้องเผชิญ ทั้งทางกาย ทางจิตใจและทางความรู้สึกรวมไปถึงจิตวิญญาณ มันไม่เคยคิดเลยว่า ชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าจะโหดร้ายป่าเถื่อนและซาดิสท์ผิดมนุษย์ได้ถึงขนาดนี้ สารพัดวิธีการที่มันถูกกระทำในห้วงมิตินรกบ้า ๆ นั่น ขอตายยังจะดีกว่า

 

          ".. นายน้อย คุณชาย ปล่อยข้าไป ข้าผิดไปแล้ว ยกโทษให้ข้า ฆ่าข้าเถอะ ฆ่าข้า .." เสียงพูดของพิษหรรษาที่เบาราวกับกระซิบดังขั้น

 

แต่ก็อย่างว่า โลกใบนี้ไม่มียาสำหรับรักษาความเสียใจ ..

 

ดังนั้นพิษหรรษาจึงได้แต่ยอมรับผลกรรมและความโลภมากของตัวเองในครั้งนี้แล้ว

 

มากเมฆส่ายหน้าไปมา ก่อนที่จะพูดตอบออกไปว่า ".. เจ้าจะตายง่าย ๆ ได้อย่างไร .."

 

ดวงตาทั้งสองของมากเมฆสว่างขึ้นเป็นแสงสีแดงเลือด ก่อนที่เสียงกรีดร้องเจ็บปวดทรมานของพิษหรรษาจะดังขึ้นอีกครั้ง ลากยาวกรีดร้องไปอีกนานหลายนาที มันถูกทรมานอีกครั้งยาวนานนับแสน ๆ ปี ก่อนที่จิตวิญญาณแท้จริงของมัน จะแตกสลายหายไปเองในที่สุด สรุปผลง่าย ๆ ก็คือมากเมฆทรมานอีกฝ่ายจนแตกดับไปเอง

 

มากเมฆยิ้มออกมาอย่างพอใจ หลังจากที่เห็นว่าดวงจิตวิญญาณของอีกฝ่ายแตกดับไปด้วยวิธีนี้ ก่อนที่จะวาดมือไปมาในอากาศ บังคับกระบี่ทมิฬที่ปรากฏขึ้นจากเคล็ดวิชา หมื่นศาสตราดาราทมิฬ ทำลายซากศพและชั้นส่วนต่าง ๆ ของพวกสารเลวทั้งห้าคนจนหมดไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นให้เห็น ก่อนที่จะสลายกระบี่ทมิฬนับล้าน ๆ เล่มออกไป และเดินไปคุยกับท่านเจ้าเมืองว่า

 

".. ท่านเจ้าเมือง เรามีนามว่า มากเมฆ อย่างที่ท่านเห็นมารดาของเพลิงขจรน้อย มิได้ติดพิษดอกไม้ปีศาจสีม่วง หรือเป็นภัยต่อเมืองของท่านอีกต่อไป รวมถึงตัวเราด้วย แต่หากท่านอยากจะสร้างปัญหายุ่งยากให้กับเรา เรามากเมฆก็ยินดีนะที่จะลบทั้งเมืองของท่านให้หายไป เราเชื่อว่าท่านเจ้าเมืองได้เห็นแล้วและสัมผัสแล้ว หวังว่าจะเข้าใจ เรามากเมฆมาที่เมืองแห่งนี้ เพียงเพื่อท่องเที่ยวในยามว่างก็เท่านั้น .."

 

".. อ้อนับจากนี้ สองแม่ลูกนี่อยู่ในการปกครองของเรา ฝากท่านเจ้าเมืองช่วยหารถม้าดี ๆ มาให้หน่อยได้หรือไม่ .." มากเมฆยิ้มและพูดคุยอย่างเป็นมิตรกับท่านเจ้าเมือง ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ เขาไม่ได้ใช้น้ำเสียงกดดันแม้แต่น้อย เพียงแต่ยกตัวอย่างให้เห็นก็เท่านั้น

 

ตูมมมมมม !!!   แผ่นดินสั่นไหวไปมาตามแรงระเบิดที่ปรากฏให้เห็น เสียงดังจนทำให้ผู้คนในเมืองที่หมดสติไปก่อนหน้าถึงกับตื่นขึ้นมากันหมด ภูเขาขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิดอายุหลายร้อย หลายพันปีของเมืองกิเลนทอง สถานที่ที่มีดอกไม้ปีศาจสีม่วงดำรงอยู่ ในเวลานี้มันได้หายไปแล้วทั้งภูเขา จากพลังทำลายล้างหายนะของกระบี่ทมิฬเพียงเล่มเดียว ที่บินไปชนเข้ากับภูเขาสมุนไพรเมื่อครู่

 

ท่านเจ้าเมืองมองดูทิวทัศน์ธรรมชาติที่แปลกตาไปจากเดิมจากระยะไกล

 

ชายวัยกลางคนร่างใหญ่สั่นกลัวนิด ๆ ด้วยความไม่ยากจะเชื่อ

 

ก่อนที่จะคำนับคารวะอีกฝ่ายอย่างจำยอมหมดใจ และไม่คิดจะต่อต้านใด ๆ อีกต่อไป 


".. ได้ขอรับ ข้า “ดาบแดนเดือด” จากตระกูล “กิเลนโบราณ” ยินดีรับใช้คุณชายมากเมฆ พวกเราเจ้าหน้าที่ของเมืองและประชาชนทุกคน จะปฏิบัติต่อท่านเช่นบรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์แรกเริ่มของเผ่าพันธุ์ ข้าจะประกาศให้ทุก ๆ คนในเมืองกิเลนทองรับรู้ในทันที .." กล่าวจบท่านเจ้าเมืองร่างใหญ่ก็หายไปทันที

 

ซวยแล้วไง .... บรรพบุรุษศักดิ์สิทธิ์แรกเริ่มของเผ่าพันธุ์

 

          แม้ว่ามากเมฆจะทำลายภูเขาสมุนไพรไปแล้ว

 

แต่กะว่าวันพรุ่งนี้ เขาจะไปสร้างอะไรดี ๆ ไว้ให้ชาวเมืองกิเลนทองหน่อยแล้วกัน

 

 

 -----------------

ปกติไรท์จะหยุดวัน อังคารกับวันพุธ สองวันบางทีก็อัพบางทีก็ไม่ได้อัพนะครับ ขออภัยด้วย


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4424 ball~bally (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 05:20

    ผิดหวัง ไม่คิดว่าจะบ้าการเมือง ทวิตเตอ เฟคบุ๊ค ยังมาเจอในนิยายที่อ่านอีก ก

    ารเป็นแบ่งแยก วัยรุ่นเป็นคนรุ่นใหม่ ด่าคนแก่เป็นไดโนเสาร์ ขอบายละกัน เสียดายจริงๆ

    #4,424
    1
    • #4424-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 280)
      2 ตุลาคม 2562 / 06:00
      ขอบใจมากที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ แต่เรื่องบางเรื่อง มันนานาจิตตัง ไรท์เองก็ไม่ได้จะไปว่าใครเป็นไดโนเสา ไปเสียทั้งหมดทุกคน แต่ก็มีบ้าง เอาเป็นว่าในบทนี้ไรท์แก้ไขแล้ว บายเช่นกันครับ
      #4424-1
  2. #4222 zaalah5931 (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 07:05

    ขอบคุณค่ะ
    #4,222
    0
  3. #4221 หนุ่มยาคู้ (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 00:29

    แต่งได้อินมาก

    #4,221
    0
  4. #4220 loliz (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 23:04
    เอิ่มเสียวบิน​

    ช่วงนี้เพลาๆหน่อยก็ดีนะรุสึกของกำลังขึ้นกัน​

    แต่อิมากเมฆแกระเบิดภูเขาเค้าแล้วเค้าจะเอาสมุนไพรไหนมาขาย
    #4,220
    0
  5. #4219 joelamtan (จากตอนที่ 280)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 22:43
    ขอบคุณ​ครับ​อ่านๆไปบอกตรงๆ บางประโยคกลัว บินจริงงง
    #4,219
    0