มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 279 : บทที่ 279 สนุกในแบบที่จำกัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    19 ส.ค. 62

บทที่ 279 สนุกในแบบที่จำกัด

 

          หากคิดจะมาเหนือกว่า ด้วยลูกไม้วางยากับแผนการระดับบ้าน ๆ ที่คิดจะทำให้เขาต้องเสียเวลาโดยใช่เหตุ ไปกับพวกเด็ก ๆ ที่ติดพิษไม่ทราบแหล่งที่มาแล้วล่ะก็ ต้องบอกเลยว่าอีกฝ่ายคิดผิด แถมยังเป็นการรนหาที่ตายให้กับตัวเองอีกด้วย ที่ใจกล้าไม่น้อยมาลงมือกับพวกเด็ก ๆ ที่เขาว่าจ้างมาในครั้งนี้

         

          เนื่องจากพวกเด็ก ๆ เพิ่งจะถูกพิษได้ไม่นานนัก มากเมฆจึงใช้พลังปราณทมิฬเฉพาะตัวของเขา

 

ก่อร่างสร้างรูปจนกลายเป็นหมอกเมฆาทมิฬบาง ๆ ลอยไปยังบริเวณที่พวกเด็ก ๆ หมดสติกันอยู่ พร้อมกับบังคับควบคุมให้พลังปราณมีชีวิตเหล่านี้ของเขา ไหลผ่านเข้าไปในร่างกายและจุดชีพจรต่าง ๆ ของพวกเด็ก ๆ ที่ถูกพิษอบ่างช้า ๆ

 

ก่อนที่จะสำแดงเดชความไม่ธรรมดาของ หมื่นลมปราณดาราทมิฬ” ออกไป

 

ทำการกัดกินและทำลายพิษที่อยู่ในร่างของพวกเด็ก ๆ ไปจนหมดไม่มีเหลือ โดยใช้เวลาไปเพียง 5 ลมหายใจเท่านั้น

 

          สิ่งที่เกิดขึ้น !!!

 

          เล่นทำเอาบรรดาหมอ ๆ ผู้จัดการร้านที่ตามมาส่ง พนักงานขายที่ถูกมนตร์เสน่ห์และยังไม่รู้ตัว ผู้คนของดินแดนจำนวนมาก NPC ที่มามุมดูเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นหน้าร้านยา ถึงกับมองมายังชายหนุ่มรูปงามอย่างไม่วางตา เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ประหลาดใจและความคิดเห็นที่เหมือน ๆ กันว่า

 

ชนชั้นนภา !! ยอดฝีมือแถมยังเป็นสุดยอดของสุดยอดฝีมืออีกด้วย

 

สมควรมีพลังอยู่ในขอบเขตยอดยุทธ์นภาเป็นอย่างน้อย สามารถใช้พลังลมปราณบริสุทธิ์ออกมา จากร่างได้อย่างง่ายดาย ราวกับแขนขาที่มีอยู่ก็ไม่ปาน จนคนอื่น ๆ ธรรมดาทั่วไปถึงกับสามารถมองเห็นได้เต็มสองตา และยังสามารถควบคุมพลังลมปราณที่ปลดปล่อยออกมา ให้เข้าไปยังร่างกายของผู้อื่น ได้โดยไม่ทำให้บาดเจ็บหรือเกิดอาการต่อต้านใด ๆ

 

ช่างเป็นพลังปราณที่บริสุทธิ์อะไรถึงเพียงนี้

 

แต่ทว่ากับมีสีดำมืดมนน่ากลัวไม่น่าไว้ใจ ผิดกับหน้าตาเสียจริง ๆ แต่กระนั้นกับยังสามารถ ใช้พลังปราณในการสลายพิษร้ายที่ไม่ทราบชนิดหรือแหล่งที่มาได้อีก ชายหนุ่มรูปงามผู้นี้เป็นใครกันแน่ !? เหตุใดเมืองกิเลนทองอันห่างไกลความเจริญของทวีปบัลลังก์เมฆ ถึงได้มียอดฝีมือเช่นนี้เดินทางมาท่องเที่ยวได้ หรือข่าวลือเกี่ยวกับกระบี่ธาราสวรรค์จะเป็นความจริง

 

มากเมฆไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาเลยสักนิด แต่ก็ยังแอบฟังชาวบ้านเค้าคุยกัน จดจำข้อมูลจำนวนหนึ่งที่หลาย ๆ คนพูดคุยกันให้ได้ยิน เกี่ยวสถานการณ์ของวันนี้และข่าวลือแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นภายในเมือง ก่อนที่เจ้าตัวจะหมดความสนใจและหันไปพูดคุยสั่งงานกับพวกเด็ก ๆ ที่ได้สติ และถามถึงบ้านที่อยู่ของเพลิงขจรน้อย จากเจ้าอ้วนทัพพีสวรรค์ใกล้ ๆ แทน

 

".. เอาล่ะ วันนี้พวกเจ้าเลิกงานได้แล้ว กลับไปพักผ่อนให้ดี ส่วนงานของวันพรุ่งนี้ ก็เที่ยง ๆ ของวัน เจอกันที่หน้าประตูเมืองเหมือนเดิม อ้ออีกอย่างเจ้าอ้วนไปหาข้อมูลเกี่ยวกับตำราทักษะและเคล็ดวิชาที่มีขายของตลาดประตูเมืองทิศบูรพาและทุก ๆ ประตูมาหน่อย เจอกันพรุ่งนี้หลังเที่ยงเราจะได้ไปหาของอร่อย ๆ กินกัน กลับไปพักได้แล้ว .." มากเมฆพูดบอกพวกเด็ก ๆ อย่างห่วงใย

 

ก่อนที่อยู่ ๆ เจ้าตัวจะหายไป หายไปจากสายตาของคนอื่น ๆ ที่มองมา

 

แม้ว่าในบริเวณนั้น จะมียอดฝีมือชนชั้นเหนือมนุษย์กับพสุธาอยู่ไม่น้อยกว่าสิบกว่าคนก็ตาม

 

แต่ทว่ากับไม่มีใครเลยที่สามารถสังเกตการณ์เคลื่อนไหว หรือการจากไปของชายหนุ่มรูปงามได้แม้แต่น้อย

 

ช่างเป็นบุรุษเพศรูปงามที่ให้ความรู้สึกเร้นลับจนยากจะจับต้องจริง ๆ

 

ในขณะเดียวกันพวกเด็ก ๆ รับคำสั่งของมากเมฆ โดยมีเจ้าอ้วนเป็นหัวหน้าคอยจัดการส่วนที่เหลือให้ ก่อนจะพากันแยกย้ายกลับบ้านของใครของมัน หลังจากที่บรรดาหมอ ๆ มาตรวจดูอาการให้อีกครั้ง และไม่พบเจอความผิดปกติแต่อย่างใด

 

".. คุณชายมากเมฆท่านนี้ พวกเราจะต้องผูกมิตรเอาไว้ให้ได้  ทักษะวิชาลมปราณช่างร้ายกาจยิ่งนัก วิชาตัวเบาเองก็รวดเร็วจนสัมผัสไม่ได้ คนผู้นี้จะต้องมาจากตระกูลใหญ่ที่ทรงอำนาจเป็นแน่ หรือไม่ก็นิกายระดับจ้าวราชันย์เป็นอย่างน้อย ดูเหมือนเจ้าเฒ่าไร้มารยาทนั่นหากจำไม่ผิดน่าจะมีนามเรียกว่า พิษหรรษา สมควรจะโดนดีไม่ใช่น้อยแล้ววันนี้ .." ผู้จัดการร้านยาได้กล่าวพูดขึ้น ก่อนจะมองไปบนฟ้าและมองเห็นผู้ฝึกตนจำนวนมาก ได้เข้ามาที่เมืองกิเลนทองมากขึ้นและพุ่งตรงไปยังใจกลางเมือง

 

 ".. ข้าเห็นด้วยท่านผู้จัดการ คนผู้นี้สามารถจ่ายเงินเป็นสิบ ๆ ล้านตำลึงทองได้โดยง่าย จำต้องมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดาเป็นแน่ และที่สำคัญ ช่างเป็นคนที่มีรูปโฉมงดงามดุจเทพเซียนสวรรค์อย่างแท้จริงอีกด้วย ขนาดตัวข้าเป็นชายแท้ ๆ แต่ทำไมหัวใจของข้า ถึงได้หวั่นไหวถึงเพียงนี้กันนะ .." พนักงานขายพูดทิ้งท้ายอย่างเศร้า ๆ

 

ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในร้านยา ด้วยอารมณ์ห่วงหาตัวผู้นิดหน่อย

 

พร้อมกับแสดงอาการแบบสาวน้อยที่กำลังตกหลุมรักให้ทุกคนได้เห็น จนใครก็ต่อใครต่างก็ขนลุกไปตาม ๆ กัน

 

คนอื่น ๆ มักจะเข้าใจว่ามากเมฆใช้วิชาตัวเบาในการเคลื่อนไหวจนหายตัวไป แต่แท้จริงแล้ว

 

มากเมฆได้ใช้มหาพลังสะพานหมื่นภพแบบเล็ก ๆ วาร์ปตัวเองกับเพลิงขจร มายังหน้าบ้านของอีกฝ่ายในทันทีต่างหาก

 

พอมาถึงเขตชานเมืองกิเลนทองพื้นที่สร้างบ้านสำหรับผู้ยากไร้

 

มากเมฆสัมผัสได้ว่าภายในบ้านไม้ตรงหน้าของเขา มีหญิงสาวนางหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่

 

แถมยังมีพลังชีวิตที่อ่อนแอและกำลังลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ อีกต่างหาก ทุกลมหายใจที่เข้าและออกในแต่ละครั้ง เต็มไปด้วยความพยายามที่จะไม่ตาย เป็นแรงใจที่ถูกนำมาเป็นพลังงานที่เหลือ ในการมีชีวิตต่อไปอย่างเต็มกำลัง

 

แต่ทว่าดูเหมือนวันนี้

 

หากไม่รีบรักษาหรือหาหนทางในการช่วยเหลือที่ถูกต้อง มารดาแท้ ๆ ของเพลิงขจรน้อย คงจะต้องจากโลกนี้ไปอย่างแน่นอน

 

ในขณะเดียวกันนั้นเอง

 

เด็กน้อยเพลิงขจรที่หมดสติมาตลอด อยู่ ๆ ก็ตื่นขึ้น พร้อมกับอาการปวดหัวนิดหน่อย

 

แต่ทว่าพอเห็นว่าตนเองมาอยู่ที่หน้าบ้าน ที่อาศัยหลับนอนมาตลอดหลายปีหลังจากตื่น เด็กน้อยมองไปรอบ ๆ ว่าตนเองกลับมาได้อย่างไร หลังจากเห็นใบหน้างดงามและรอยยิ้มของผู้ช่วยเหลือ เด็กน้อยก็ดูเหมือนจะมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ จึงรีบขยับตัวและลงไปยังพื้นดิน เพื่อวิ่งเข้าไปในบ้านดูอาการของท่านแม่ของตน พร้อมกับขอร้องให้พี่ชายใจดีตามไปด้วย

 

มากเมฆเดินตามเพลิงขจรเข้าไปในบ้านไม้ผุ ๆ ตรงหน้า

 

เด็กน้อยพยายามจะวิ่ง แต่ก็เดินโซเซไปมาเกือบจะทุกครั้งที่พยายาม ก่อนที่จะไปถึงห้องนอนของผู้เป็นมารดาได้สำเร็จ เพลิงขจรเด็กน้อยถึงกับหกล้มไปแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ครั้ง จนได้แผลและมีเลือดออกที่หัวเข่า

 

ภายในห้องนอนเก่า ๆ ที่ถูกทำความสะอาดเป็นอย่างดี

 

บนใบหน้าของมารดาอายุน้อยของเพลิงขจรที่นอนหลับอยู่ ได้มีกลีบดอกไม้สีม่วง ปรากฏออกมาให้เห็นแล้วถึง 6 กลีบด้วยกัน เท่ากับว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายในชีวิตของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง หากคนที่มาไม่ใช่เขามากเมฆ คนคนนั้นคงจะหมดปัญญาที่จะช่วยรักษาเป็นแน่ เพราะทั่วทั้งร่างกายของหญิงผู้นี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงไปแล้วทั้งตัว หมดสติจนรับประทานยาหรือดื่มน้ำก็ยังไม่ได้ มีอาการแข็งค้างและกล้ามเนื้อเกร็งไปแล้วครึ่งตัว หากมองดูแบบผ่าน ๆ ไม่ใส่ใจ ก็เหมือนกับศพที่ยังพยายามจะหายใจนั่นหล่ะ

 

เพลิงขจรพอได้เห็นพี่ชายใจดีมากเมฆ ส่ายหน้าไปมา เหมือนจะหมดหนทางในการรักษามารดา เด็กน้อยผู้สิ้นหวังจึงคุกเข่าทิ้งตัวลงไปที่พื้นอย่างแรง ไม่สนใจบาดแผลของตัวเองเลยสักนิด กอดขาของมากเมฆเอาไว้ พยายามขอร้องให้ช่วยท่านแม่ของตน ทั้งน้ำตาทั้งร้องไห้จนเกือบจะฟังมิรู้ความ

 

".. พี่ชายมากเมฆได้โปรด ได้โปรดช่วยท่านแม่ด้วย จะให้เพลิงน้อยเป็นทาส เป็นหมูเป็นหมาก็ยอม .."

 

          ".. ขอเพียงท่านแม่ปลอดภัย ท่านแม่มีชีวิตอยู่ต่อไป เพลิงน้อยจะไม่ขออะไรอีกเลย พี่ชาย ได้โปรดช่วยท่านแม่ด้วย .."

 

          มากเมฆยังคงส่ายหน้าไปมา ยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากให้เห็น ใช้มือข้างหนึ่งลูบหัวน้อย ๆ ของเด็กชายก่อนที่จะพูดตอบออกไปว่า ".. ไม่ต้องเป็นหมูเป็นหมา ไม่ต้องมาเป็นทาสหรืออะไรทั้งนั้น หากเป็นคนอื่น แม่ของเพลิงขจรคงจะไม่รอด แต่วันนี้โชคดีมากที่พี่ชายอยู่ด้วย เม็ดยาก็ซื้อมาแล้ว สมุนไพรเองก็มี สมุนไพรอื่น ๆ พี่ชายคนนี้ก็มีอยู่ไม่น้อย ลองเอามาปรุงและปรับแก้สักหน่อย น่าจะเป็นยาที่สามารถช่วยเหลือ หรือไม่ก็บรรเทาอาการได้ จำไว้นะคนเราต้องมีความหวังเสมอแม้ว่ากำลังจะตายก็ตาม .."

 

          พูดจบมากเมฆก็นำเอาเม็ดยาที่ชื่อ สองบรรเทาจันทรา ทั้ง 30 เม็ดออกมาจากขวดหยก

 

เพื่อให้พวกมันลอยอยู่ในอากาศรอบ ๆ ตัวของเขา

 

พร้อมกับทำการแยกส่วนเม็ดยาที่มี เพื่อให้เห็นส่วนประกอบภายในทั้งหมดโดยละเอียด ก่อนที่จะผสานและหลอมรวมให้เป็นเม็ดเดียว หลังจากวิเคราะห์จนแล้วเสร็จตามหลักสูตรที่คิดเอง แต่ทว่าเนื่องจากมากเมฆใช้หลักการทำยาแบบสมัยใหม่ แบบโลกเวทมนตร์ที่เรียนรู้มาโดยเฉพาะ ยาเม็ดที่ว่าสุดท้ายจึงถูกแปรสภาพจนเปลี่ยนไป ให้กลายเป็นยาน้ำสีแดงเข้มที่ลอยอยู่ในอากาศแทน

 

เขาได้ทำการยกระดับของประสิทธิภาพโอสถชนิดเม็ด ให้กลายเป็นชนิดน้ำได้สำเร็จ และเพิ่มคุณสมบัติพิเศษของตัวยาที่มีให้สูงขึ้นไปเป็นสิบ ๆ เท่าจากเดิม ด้วยการจัดเรียงและลำดับปฏิกิริยาสสารของพวกมันใหม่ทั้งหมด

 

พร้อมกันนั้น เจ้าตัวยังได้แยกส่วน หญ้าเซียนห้าตะวัน เอาเฉพาะส่วนที่มีประโยชน์ ซึ่งมันเป็นสมุนไพรวิเศษที่ซื้อมาในราคาแสนจะแพง ก่อนที่เจ้าตัวจะพยายามแปรเปลี่ยนให้มัน กลายเป็นของเหลวบริสุทธิ์ตามความเคยชินที่มี

 

จนเหลือเพียงหยดน้ำเล็ก ๆ 10 กว่าหยดลอยไปลอยมาในอากาศ ซึ่งหยดน้ำสีทองเหล่านี้ แต่ล่ะหยดที่ว่าเหล่านั้นกับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังธาตุหยางร้อนแรงบริสุทธิ์ อันเป็นคุณสมบัติพิเศษสุดยอดทางยา ที่มีผลทำให้พิษธาตุหยินหรือพิษเย็นทุก ๆ ชนิด ถูกทำลายและสลายหายไปได้ในทันที

 

มากเมฆยังคงทำทุก ๆ สิ่งผ่านทักษะวิชาที่เรียนรู้มาของระบบ และความสามารถที่มีในแบบคนปกติธรรมดา

 

ก่อนจะใช้พลังเวทมนตร์ของตัวเองที่มีผ่านปลายนิ้ว ยกร่างที่หมดสติของมารดาแท้ ๆ ของเพลิงขจรให้ลอยขึ้นออกจากเตียงนอน ปล่อยให้ลอยเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ กับจุดที่มากเมฆกำลังจัดเตรียมและสร้างสิ่งต่าง ๆ เอาไว้แล้ว

 

มากเมฆเริ่มใช้ปลายนิ้วชี้ที่มีแสงสีทองสว่าง วาดวงแหวนเวทมนตร์พร้อมกับอักขระเวทโบราณ ระดับมหาเวทในตำนานออกมาถึง 3 บทเวทด้วยกัน อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ แต่ด้วยพลังเวทมนตร์บริสุทธิ์ ในโลกแห่งเทพเซียนใบนี้นั้น ไม่ได้มีเหมือนกับโลกเวทมนตร์ของมากเมฆ จึงทำให้ประสิทธิภาพผลสำเร็จโดยรวมของเวทมนตร์ที่ได้ ลดลงไปถึง 30-40% เลยทีเดียว แม้ว่าจะเป็นบทเวทมนตร์มหาเวทก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรนักในตอนนี้

 

มากเมฆได้เริ่มเล่นแร่แปรธาตุที่นาน ๆ ครั้งจะได้ใช้สักทีของเขาอย่างสนุกมือ

 

หลังจากที่เตรียมพร้อมทุก ๆ อย่างจนแล้วเสร็จ แม้จะยุ่งยากไปสักหน่อย แต่มันกับสนุกที่ได้ใช้ทักษะกับความสามารถที่มี ในขอบเขตจำกัด สร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ออกมา

 

ในขณะเดียวกันมากเมฆได้ใช้เข็มเงินน้ำแข็งขนาดเล็ก ๆ จำนวนหนึ่ง สำหรับเก็บตัวอย่างเลือดที่ติดพิษ ทำการเจาะเข้าไปที่แขนของมารดาเพลิงขจรนับสิบ ๆ ครั้งอย่างเบามือ เพื่อนำหยดเลือดสีม่วงที่ติดพิษร้าย ออกมาทดสอบและวิเคราะห์แนวทางในการรักษา

 

 

เด็กน้อยเพลิงขจรมองดูสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในห้อง

 

ไหนจะวงกลมแสงสว่างอะไรก็ไม่รู้ ไหนจะตัวอักษรแปลก ๆ สีทอง สีขาว สีแดง และยังสารพัดวงกลมดาวห้าแฉกแปลก ๆ ที่ให้ความรู้สึกถึงพลังงานของธาตุพลังธรรมชาติต่าง ๆ อีกด้วย เด็กน้อยไม่รู้ไม่เข้าใจเลยสักนิด อะไรกันละเนี่ย ทำไมมันไม่เหมือนกับวิธีหลอมปรุงยา หรือวิธีการรักษาแบบหมอยาที่เคยเห็นในเมือง หรือการใช้อักขระเซียนที่เคยเห็นอย่างที่ผ่าน ๆ มาของท่านเจ้าเมืองกิเลนทองเลย ทั้งหมดนี่มันคืออะไร เพลิงขจรน้อยได้แต่มองและยืนนิ่งตกใจอยู่แบบนั้น

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เจ้าตัวหยุดร้องไห้และเริ่มเห็นความหวัง ก็หลังจากที่เห็นท่านแม่ของตน ได้ไปนอนอยู่บนก้อนเมฆสีทองแปลก ๆ นั่น สีหน้าที่เคยเจ็บปวดจนต้องขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา มาตลอดหลายวัน ในตอนนี้คิ้วทั้งสองได้คายออก แลดูผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ สีหน้าดูดีขึ้นมากหายใจเข้าออกได้อย่างเป็นปกติ เพลิงขจรน้อยไม่รู้หลอกว่าในตอนนี้ มารดาของตนได้นอนอยู่บนก้อนเมฆวิเศษ ที่ถูกบรรจุบทเวทที่ชื่อ ลมหายใจมหาเทพ อยู่นั่นเอง ซึ่งมีผลทำให้เกิดการรักษาและเยียวยาอยู่ตลอดเวลา และแน่นอนว่าผู้ที่ได้รับการรักษาผ่านลมหายใจมหาเทพ จะไม่มีวันตายจนกว่าผลของเวทมนตร์จะถูกยกเลิกไป

 

          หลังจากที่ได้วิเคราะห์และทดสอบสลายพิษดอกไม้ปีศาจสีม่วง ในหยดเลือดอยู่หลายครั้งจนพอใจ

 

ในที่สุดมากเมฆก็ได้อัตราส่วนที่สมบูรณ์และสามารถรักษาให้หายได้ถึง 100% สำหรับวัตถุดิบสมุนไพรอะไรที่ขาดไป เขาเองก็แอบเอาสมุนไพรวิเศษจากโลกเวทมนตร์ที่ใช้ได้มาเป็นตัวยา แน่นอนว่าในมิติคลังเก็บของของมากเมฆและรากไม้ มันไม่ต่างอะไรจากคลังสมบูรณ์ดี ๆ นี่เอง

 

เพียงเวลาไม่นานส่วนประกอบต่าง ๆ ก็ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันจนสำเร็จ

 

แต่ทว่าการปรุงยาในครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดทัณฑ์สวรรค์สายฟ้าโอสถขึ้นมาอย่างรุนแรง

 

เป็นความรุนแรงในระดับที่สามารถลบล้างเมืองกิเลนทอง ให้หายไปได้เลยทีเดียว

 

แต่ภายหลังที่มากเมฆกำลังปรุงยาอยู่ เจ้าตัวเองก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่กำลังจะมาเพื่อขัดขวางไม่ให้ตนเองทำสำเร็จ

 

เขาจึงได้ส่งสายตาอํามหิตมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เลยขึ้นไปยังมิติสวรรค์ชั้นฟ้าที่ 1 เพื่อสบตากับทวยเทพที่กำลังทำหน้าที่อยู่ เพื่อปลดปล่อยทัณฑ์สวรรค์โอสถที่กำลังจะลงมา หยุดการปรุงยาที่ขัดต่อหลักการของสวรรค์ในครั้งนี้ ของโลกแห่งเทพเซียน แต่ทว่าด้วยพลังพระเจ้าของมากเมฆที่มี กับแรงกดดันที่เขาได้ปลดปล่อยออกไปผ่านทางสายตา ทำให้เหล่าทวยเทพรับรู้ได้ว่าตัวตนแท้จริง แต่กระนั้นด้วยหน้าที่ที่ต้องทำ เหล่าทวยเทพแม้จะสั่นกลัวจนเกือบจะหมดสติ

 

แต่จนสุดท้ายแล้ว เหล่าเทพก็ได้สร้างแต่บรรยากาศมืดมน และแรงกดดันพอเป็นพิธีเท่านั้นออกมา

 

ก่อนจะปลดปล่อยทัณฑ์สายฟ้าไปยังรอบ ๆ ตัวเมืองกิเลนทองแทน จนป่าไม้และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ภายในเมืองและบริเวณโดยรอบ ต่างก็ถูกทำลายไปจนหมดไม่มีเหลือ ก่อให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรงในทุก ๆ ที่ จนกลายเป็นภาพเหตุการณ์แสนประหลาดอันแปลกตา สร้างความไม่เข้าใจและก่อให้เกิดข่าวลือแปลก ๆ ออกไปนับสิบ ๆ เรื่องอย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นก็คือ เมืองกิเลนทองได้ปรากฏสมบัติวิเศษ

 

ในขณะเดียวกันนั้น ยาน้ำวิเศษสีทองและเต็มไปด้วยคลื่นพลังแห่งสุริยัน

 

ได้ลอยเข้าไปในปากและถูกกลืนลงท้องไปอย่างง่าย ๆ ตามการควบคุมของมากเมฆ

 

ส่งผลให้มารดาแท้ ๆ ของเพลิงขจรหายดีอย่างรวดเร็ว ราวกับปาฏิหาริย์ จนทำให้ร่างกายที่เคยเป็นสีม่วงน่ากลัวเหมือนปีศาจก่อนหน้านี้ ได้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง แม้แต่บาดแผลที่เคยมี แผลเป็นที่เคยปรากฏให้เห็น ล้วนแล้วแต่ได้รับการรักษาจนหายไปทั้งหมด ก่อนที่มารดาของเพลิงขจรจะคอย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ มองดูสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

 

".. ท่านแม่ ท่านฟื้นแล้ว ดีจังเลย ขอบคุณพี่ชายมากเมฆ ขอบคุณ ขอบคุณ .." เพลิงขจรกล่าวพูดด้วยความดีใจ ก่อนที่จะกอดท่านแม่ของตัวเองเอาไว้ และขึ้นไปนอนบนก้อนเมฆสีทองอย่างไม่รู้ตัว และได้รับผลจากลมหายใจมหาเทพไปด้วย

 

มากเมฆรู้ว่ามารดาของเพลิงขจรอยากจะถามและพูดอะไร

 

แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแออยู่มากของคนทั้งคู่ ทั้งแม่ทั้งลูก เขาจึงบอกให้ทั้งสองนอนหลับพักผ่อนไปก่อน

 

เพราะในเวลานี้ที่ด้านนอกของบ้านไม้ ได้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญสองคนได้มาถึงแล้ว 1 เปิดเผย 1 หลบซ่อน

 

เพื่อความปลอดภัยของสองแม่ลูก มากเมฆได้ใช้เวทมนตร์สร้างม่านพลังป้องกันเอาไว้ภายในห้องนอนแห่งนี้ ก่อนจะใช้เวทมนตร์ที่ไม่ได้ใช้มานาน อย่าง โล่อักขระกลืนมายา ไว้บนร่างกายของคนทั้งสอง ก่อนที่จะปล่อยให้นอนหลับไปบนก้อนเมฆอย่างสบายใจ

 

ส่วนตัวมากเมฆเองนั้น เขาได้เดินออกไปรับแขกที่มาถึงอย่างใจเย็น แน่นอนว่าจะต้องมี 1 คนที่โชคร้ายสุด ๆ ในวันนี้ แต่ทว่าหากอีกคนอยากจะมีเรื่องไปด้วย เขาเองก็ไม่รังเกียจที่จะเล่นด้วยให้ถึงที่สุดเช่นกัน

 

         **********

          ตอบคอมเม้นแบบรวม ๆ กันมา

          นิยายที่ไรท์แต่งอาจจะไม่ตอบโจทย์ของทุก ๆ คนได้ หรือเป็นไปตามที่คิดไว้ของรีดทุก ๆ อย่าง

          ไรท์พยายามแต่งนิยายในแบบของตัวเอง รับฟังความเห็นจากผู้อ่าน แต่ก็อย่างว่า ไรท์ฝีมือไม่พอต้องขออภัยจริง ๆ

          ส่วนเนื้อเรื่องในช่วงนี้ มันเป็นช่วงที่มากเมฆกำลังปูพื้นฐาน ทำความเข้าใจใหม่ ๆ ของโลกเทพเซียน เหมือนคนที่เริ่มหัดเล่น

          ดังนั้นช่วงแรก ๆ ไรท์จะต้องดำเนินเนื้อเรื่องไปแบบนี้ โลกเทพเซียนเขาไม่ได้สนใจเลเวล ไม่สนนามแห่งเทพ แต่เน้นไปที่การฝึกฝนพลัง

          สู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย สรุปคือมีความจริงจังมากกว่าโลกเวทมนตร์ ที่ทุก ๆ คนเล่นเกมแบบสนุก ๆ ได้ แต่ที่นี่ทำไม่ได้ จึงมีผู้เล่นอยู่น้อย

          โลกแห่งเทพเซียนมีค่าหัว แน่นอนว่ามากเมฆมาที่นี่ก็ต้องมีค่าหัวของโลกเดิมมาด้วย แต่ไม่มีใครตรวจสอบมากเมฆได้ เพราะไอเท็มบางอย่าง

          ช่วงนี้เป็นภาคของ 3 ดาวแม่ นี่ยังไม่ได้ไปดาวเคออสเลย ยังไม่ได้ลุยอวกาศเลย ต้องบอกว่านิยายยังอีกยาวไกล 

          ไรท์มีวิธีเล่าเรื่อง วิธีนำเสนอในแบบของตัวเอง คงไม่สามารถบังคับให้ตัดจบแบบที่บางคอมเม้นเสนอมาได้ อันนี้ก็ขออภัยจริง ๆ 


             ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ติดตามนะครับ จะพยายามเขียนให้ดีที่สุด แม้ว่าจะไร้ฝีมือก็ตาม

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4218 นักอ่านสายขาว (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 09:39
    แต่งดีแล้วครับ แค่ไม่ทิ้งเรื่อง ก็พอใจแล้วครับ ใครที่ไม่แต่งนิยายไม่รู้หรอกว่ามันยากแค่ไหน
    #4,218
    0
  2. #4217 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 21:33

    ผมว่าไรต์แต่งแบบที่ไรต์ถนัดจะดีกว่านะครับ เอาแบบที่แต่งแล้วไรต์สบายใจที่สุดอะครับ

    เป็นกำลังใจให้นะครับ สู้ๆครับไรต์

    #4,217
    0
  3. #4216 pnipni1999 (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 20:55
    ในที่สุดเกาะก็มาหลังจากว่ายน้ำมานานขึ้นเกาะรัวๆเลยจ้าา
    #4,216
    0
  4. #4215 จ่ะจ๋า (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 20:53
    ตามๆๆค่ะสู้ๆน่ะค่ะ
    #4,215
    0
  5. #4214 ขจรศักดิ์ (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 20:49

    ตามสบายเท่าที่ใจต้องการเลย ขอเพียงลงทุกวันอย่าให้ขาดก็พอ เพราะชื่นชอบมาก ถึงพระเอกจะเก่งเกินไปก็เถอะ(จริงๆชอบแบบค่อยๆพัฒนา แต่ก็เป็นเรื่องที่ตามอยู่เพียงไม่กี่เรื่อง แต่ว่าอันดับหนึ่งยังคงเป็น monster soul คือชอบดูการพัฒนาของตัวละคร) น่าจะมีสำนักพิมพ์ติดต่อขอลิขสิทธิ์พิมพ์เป็นหนังสือนะ ชอบเก็บเป็นหนังสือ แบบว่าเป็นนักสะสม

    #4,214
    0
  6. #4213 zaalah5931 (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 19:36

    ขอบคุณค่ะ
    #4,213
    0
  7. #4212 marw359 (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 19:26

    แต่งแบบที่สบายใจเลย ไรท์

    #4,212
    0
  8. #4211 หนุ่มยาคู้ (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 16:53
    พวกที่บอกให้ตัดจบคุณก้ตัดจบด้วยการไม่ต้องอ่านก้จบละผมรอเป็นเดือนๆที่ไรท์หยุดลงก้รอมาแล้ว
    #4,211
    0
  9. #4210 joelamtan (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 16:42

    บอกเลย อย่าค้างเยอะะ เดี้ยวลงม่ายได้
    #4,210
    0
  10. #4209 Lucky_777 (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 16:42
    สนุกมากครับ
    #4,209
    0
  11. #4208 oPSTo (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 16:04
    ใจเย็นๆนะครับ สู้ๆสนุกอยู่แล้วครับ
    #4,208
    0
  12. #4207 ConDrug (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 16:00
    อาร์มค้าง อยากให้ลงทุกวัน
    #4,207
    0
  13. #4206 FFluke16 (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 15:56
    สู้ๆครับผม
    #4,206
    0
  14. #4205 loliz (จากตอนที่ 279)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 15:56
    ลองมันส่งสายฟ้ามาดิ​ คงได้ไปอยู่นรกแทนแน่
    #4,205
    0