มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 277 : บทที่ 277 ดอกไม้ปีศาจสีม่วง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    16 ส.ค. 62

บทที่ 277 ดอกไม้ปีศาจสีม่วง

 

          หากไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายรับประทานอาหารและดื่มกินอย่างสุภาพ มีมารยาทบนโต๊ะอาหารอยู่ไม่น้อยจากที่เห็น ๆ มากเมฆก็คงเปิดเผยและบอกให้ชายขี้เมา รับรู้ว่าตูก็มองเห็นนะโว้ยว่าทำอะไร แต่กระนั้นเขากับไม่ทำและเลือกที่จะตามน้ำไปเรื่อย ๆ แทน เพราะไม่เสียหายอะไรที่จะเลี้ยงข้าวสักมื้อให้กับชายแปลกหน้า

 

          หลังจากทานอาหารจนอิ่ม บวกกับวันเวลาที่ว่างเอามาก ๆ จากนี้

 

เขาจึงไปเดินเล่นในเมืองตั้งแต่ใจกลางเมือง จนไปถึงกำแพงเมืองเลยทีเดียว มองดูสิ่งปลูกสร้างที่หาดูได้ยากแล้วในยุคสมัยปัจจุบันของดาวโลก ที่เป็นยุคแห่งอวกาศไปแล้วโดยสมบูรณ์ การได้มาเห็นอะไรแบบนี้ ศิลปะแบบจีนโบราณอันเก่าแก่ ทั้งอาคารและบ้านเรือนที่สวยงามในแบบที่ทรงพลัง เร้นลับ และชวนให้จิตใจสงบผ่อนคลาย

 

ทำให้ชายหนุ่มผู้ว่างจัด ถึงกับหลงใหลไปกับศิลปะการออกแบบ ของโลกแห่งเทพเซียนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ในระหว่างช่วงใกล้ 6 โมงเย็นและพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน

 

มากเมฆผู้เดินเล่นไปเรื่อย ๆ จนมาถึงตลาดแผงลอยทางประตูเมืองทิศตะวันออก ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย แต่เท่าที่สัมผัสได้ทั้งหมด 99% มีแต่ NPC ล้วน ๆ จะมีผู้เล่นก็เพียงแต่มากเมฆคนเดียวเท่านั้น เหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะผู้เล่นในเมืองได้หลบออกจากเมืองไปหมดแล้วนั่นเอง

 

พอเดินมาถึงปากทางเข้าของ ตลาดประตูเมืองทิศตะวันออก ก็ได้มีเด็กชายคนนึงที่มีร่างกายผอมแห้งและเหมือนจะเป็นโรคร้ายบางอย่าง อายุน่าจะยังไม่ถึง 13 ปีเลยด้วยซ้ำ รีบวิ่งเข้ามาหามากเมฆเป็นคนแรก ๆ ก่อนที่จะมีเด็กคนอื่น ๆ วิ่งตามมาและเสนอตัวเป็นผู้นำทางให้กับเขาจำนวนมาก พร้อมกับกล่าวพูดแนะนำตัวเองสารพัด จนมากเมฆแทบจะฟังไม่ได้ความ ว่าพวกตนนั้นรู้จักถนนหนทางทั้งหมดในเมืองกิเลนทอง ไม่ใช่แค่ตลาดการค้าทิศตะวันออกเท่านั้น แต่ทั้งเมืองกิเลนทองเด็กชายกลุ่มนี้รู้ทั้งหมด

 

จากนั้นไม่นานพวกเด็ก ๆ แต่ละคนก็เสนอราคาค่าจ้างให้มากเมฆเลือก ซึ่งแต่ละคนเสนอมาเป็นตำลึงทองกันทั้งนั้น 1-2 ตำลึงทองเท่านั้นเองต่อการทำงานจนกว่าอีกฝ่ายจะพอใจ แต่มีเพียงคนเดียวที่มากเมฆสะดุดตา มาตั้งแต่แรกที่มาถึงและเป็นคนแรก ๆ เลยที่พยายามวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอผอมแห้งยังกับไม้เสียบผี แลดูไม่มีแรงเลยสักนิดทั้ง ๆ ที่วิ่งเต็มกำลัง

 

เด็กคนนั้นกับเสนอราคาค่าบริการนำทางของตัวเอง ในราคาที่ถูกกว่าเพื่อน ๆ เป็นอย่างมาก

 

".. พี่ชายจ้างข้าสิ ข้าคิดแค่ 70 ตำลึงเงินเท่านั้น ข้าจะนำทางท่านไม่ว่าท่านต้องการอะไร หาซื้อสินค้าแบบไหน ข้าช่วยท่านได้แน่นอน .." เด็กชายผอมแห้งขี้โรคเสนอราคาต่ำมาก ๆ ออกมา ค่าบริการรายชั่วโมงของตัวเองในราคาที่ถูกแบบสุด ๆ จนกลุ่มเพื่อนที่ทำอาชีพเดียวกันมองหน้า ก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาอย่างเห็นใจและพูดบ่นอีกนิดหน่อยพอเป็นพิธี

 

// - - 100 ตำลึงเงิน เท่ากับ 1 ตำลึงทอง- - //

// - - ค่าเงินภายในโลกแห่งเทพเซียน แบ่งออกเป็น ตำลึงเงิน ตำลึงทอง และ ศิลาเซียนสวรรค์ - - //

// - - ค่าบริการนำทางมักคิดเป็นครั้ง ๆ ไปจนหมดวันหรือจนพระอาทิตย์ตกดิน แต่ก็มีบางพวกที่รับงานนำทางตอนกลางคืนด้วย- - //

 

".. สหายน้อย เพลิงขจร เจ้าตัดราคาพวกเราวันนี้ได้ พวกเราเข้าใจว่าเจ้าต้องการเงินไปรักษาแม่เจ้าที่ป่วย ได้!! วันนี้พวกเราจะไม่แข่งกับเจ้า แต่วันหลังหากเจ้ารับราคาต่ำ ๆ แบบนี้อีก ข้าจะไม่นับเจ้าเป็นสหาย กลุ่มชายราตรี อีกต่อไป .." หลังจากที่กลุ่มเด็ก ๆ หันหน้าไปปรึกษากันอยู่พักหนึ่ง เด็กชายอ้วนตัวใหญ่ที่ดูมีอำนาจมากที่สุด ก็เป็นคนกล่าวพูดออกมาเสียงดัง เพื่อบอกให้เด็กชายผอมแห้งเข้าใจ ว่าการทำแบบนี้มันไม่ดี ตัดหนทางหากินของเพื่อน ๆ ร่วมอาชีพมันไม่ดี ก่อนที่จะแสดงน้ำใจเป็นห่วงเป็นใยอย่างแท้จริง ในฐานะพี่ใหญ่คนหนึ่งที่ทำอาชีพนี้มานานและต้องช่วยเหลือกันและกันเมื่อจำเป็น

 

พอเห็นแบบนี้แล้ว มากเมฆกับชอบใจและเห็นว่าเด็ก ๆ กลุ่มนี้ไม่เลวเลย

 

แถมพลังแห่งการรู้แจ้งของเขา ยังบอกให้รู้ด้วยว่า เด็ก ๆ กลุ่มนี้สักวันหนึ่งหากเติบใหญ่เติบโตขึ้นมา

 

จะกลายเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ในระดับทวีป ประสบความสำเร็จและมีครอบครัวที่อบอุ่น พร้อมกับมีมิตรสหายที่รักใคร่ใจเดียวกัน ร่วมเป็น ร่วมตาย สุขทุกข์ช่วยกันฟันฝ่า ด้วยน้ำใจที่งดงามและความเป็นห่วงเป็นใย ที่มีให้กันตั้งแต่วัยเยาวน์ แต่กระนั้นพลังพระเจ้าแห่งการรู้แจ้งยังได้บอกอีกว่า พวกเด็ก ๆ จะต้องรอดให้ได้และโตเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น เด็ก ๆ กลุ่มนี้ถึงจะมีอนาคตและโชคชะตาที่ดีแบบนั้นรออยู่

 

ดูเหมือนพลังแห่งการรู้แจ้งของเขา จะยกระดับตัวมันเองได้เรื่อย ๆ เช่นกัน

 

มากเมฆยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะพูดตอบพวกเด็ก ๆ ออกไปว่า ".. พวกเจ้าอยากทำงานเป็นผู้นำทางให้เราพี่ชายคนนี้จริง ๆ ใช่มั้ย แต่พี่ชายยังอยู่เมืองนี้อีกหลายวัน และต้องการคนนำทางจริง ๆ เอางี้เป็นไง ให้พี่ชายว่าจ้างพวกเจ้าทุกคน การเดินทางไปไหนมาไหน มันก็ต้องมีเด็กยกของ เด็กรินน้ำชาจริงมั้ย นายน้อยอย่างพี่ชายที่อยู่ดีมีสุขมาตลอด จะให้ไปถือของมันก็ลำบาก พวกเจ้าทั้ง 8 คนพี่ชายจะเสนอเงินเป็นรายวันให้พวกเจ้า วันล่ะ 10 ตำลึงทองเป็นอย่างไง ในทุกครั้งที่พี่ชายคนนี้อยากจะเที่ยวเล่นและเลือกดูสินค้า .."

 

ในขณะที่มากเมฆพูดคุยกับพวกเด็ก ๆ ได้มีเจ้าหน้าที่ชายชราอายุราว 90 ปีคนหนึ่ง ของทางการเดินเข้ามาหากลุ่มของพวกเขา พร้อมกับถือสมุดพู่กันไว้ในมือ และเอกสารบางอย่างที่นำมาด้วยหลายใบ และที่ด้านหลังของเจ้าหน้าที่ทางการชราคนนี้ ยังได้มีทหารติดตามมาด้วยสองนาย ทำหน้าที่เป็นผู้อารักขารักษาความปลอดภัย

 

".. คารวะคุณชาย ไม่ทราบข้าจะเรียกนามของท่านว่าอย่างไร ข้าไม่เคยพบท่านมาก่อนเลย คุณชายสมควรจะเป็นนักท่องเที่ยวกระมัง ตัวข้าผู้เฒ่า ทองแดง จาก ตระกูลแมวทอง เป็นเจ้าหน้าที่การเงินและทำเอกสารว่าจ้างของที่นี่ รวมไปถึงสัญญาซื้อขายที่มีมูลค่าของทางตลาดและต้องการได้รับการรับรองจากทางการ และยังรับผิดชอบออกเอกสารและกำหนดภาษีที่ต้องจ่าย ในการว่าจ้างพวกเด็ก ๆ ในแต่ละครั้ง ปกติหลังจากว่าจ้างตกลงกันแล้ว พวกเด็ก ๆ จะต้องนำทางคุณชายไปพบกับข้าผู้เฒ่า ที่นั่งอยู่ในศาลาไม้ใกล้กับประตูทางเข้าตลาดอย่างที่ท่านเห็น แต่พอดีข้าเห็นเด็ก ๆ พวกนี้ พูดคุยและตกลงการค้ากับท่านอยู่นานสองนานก็ยังไม่เป็นผล ข้าจึงเป็นห่วง ดังนั้นข้ากลัวว่าพวกเด็ก ๆ ที่ไม่ภาษาพวกนี้จะเสียมารยาทไป จึงได้เดินออกมาทักทายคุณชายเป็นการส่วนตัว เพื่อไม่ให้ท่านลงโทษหรือด่าว่าพวกเด็ก ๆ เลย เด็กพวกนี้เป็นเด็กดีของเมืองกิเลนทองของเรา และขยันทำงานช่วยเหลือทางบ้านมาตลอด .." เจ้าหน้าที่ชราพูดบอกอย่างมีมารยาท แม้จะพูดจาช้ามากและยาวไปสักนิด แต่มากเมฆก็เข้าใจดี บางทีคนแก่ ๆ ก็มักจะคิดเยอะและวุ่นวายมากกว่าคนหนุ่ม ๆ แบบเขาเสียอีก

 

".. ท่านผู้เฒ่าทองแดง .." มากเมฆประสานมือคำนับอีกฝ่าย ตามมารยาทที่เพิ่งจะมี เพิ่งจะมีจริง ๆ ไม่ใช่คำว่าพึ่งมีแต่อย่างใด แน่นอนว่ามากเมฆเลียนแบบหนังจีนกำลังภายในมาล้วน ๆ ทั้งท่าทางและกริยาที่แสดงออกไป เหมือนกับคุณชายใหญ่บ้านรวยที่ถูกสอนสั่งมารยาทมาเป็นอย่างดีนั่นเอง

 

".. ข้ามีนามว่า มากเมฆ ตระกูลของข้ามิอาจจะเปิดเผยได้ แต่ก็จัดว่าเป็นตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจพอควร ส่วนเรื่องที่ข้าได้พูดคุยและตกลงว่าจ้างพวกเด็ก ๆ ข้าได้เสนอไปแล้ว ว่าจะว่าจ้างทั้ง 8 คน คนล่ะ 10 ตำลึงทองต่อวัน ให้ติดตามและนำทางข้าในช่วงนี้ เวลาที่อยู่ในเมืองกิเลนทอง ไม่ทราบว่าท่านผู้เฒ่าเห็นเป็นเช่นไร .." มากเมฆพูดไปยิ้มไปตามประสาคนหล่อที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล บวกกับรวยมาก ๆ คนหนึ่ง

 

".. หากจำไม่ผิดพวกเด็ก ๆ มักจะเรียกเงินแค่ 1-3 ตำลึงทองต่อระยะเวลา 2-4 ชั่วยามที่ต้องทำงาน ดูเหมือนคุณชายมากเมฆจะเมตตาพวกเด็ก ๆ กลุ่มนี้ไม่น้อยเลย ถึงกับเสนอให้เงินมากถึงเพียงนี้ตั้งแต่แรกพบ วันนี้โชคของพวกเจ้าดีมากยังไม่รีบขอบคุณคุณชายมากเมฆอีก .."

 

จากนั้นเฒ่าชราก็พามากเมฆไปยังศาลาไม้ทำการใกล้ ๆ พร้อมกับพวกเด็ก ๆ ทั้ง 8 คน เพื่อทำเอกสารว่าจ้างและจ่ายเงินค่าจ้างในวันนี้เต็มจำนวน และแน่นอนว่าคุณชายมากเมฆใจดี เสนอตัวเป็นคนออกภาษีให้พวกเด็ก ๆ อีกต่างหาก เป็นที่ชอบอบชอบใจของเฒ่าชาทองแดงอยู่ไม่น้อย เพราะนาน ๆ ครั้งจะมีนักท่องเที่ยวที่ร่ำรวยและจิตใจดีถึงเพียงนี้มาเที่ยวที่เมืองของตนเอง

 

พวกเด็ก ๆ รับเงินคนล่ะสิบตำลึงทองเจ้ากระเป๋าอย่างมีความสุข และมากเมฆเองก็เห็นได้ชัดถึงประกายแสงแห่งความหวังจากแววตาของเด็กชายที่ผอมเป็นไม้เสียบผี ที่มีนามว่า เพลิงขจรดูเหมือนเงินที่หาได้ในวันนี้ จะทำให้เด็กชายมีความหวังอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

".. นี่เด็กน้อย พี่ชายได้ยินว่าแม่ของเจ้าป่วยหนัก นางเป็นโรคอะไรพอจะบอกได้มั้ย .." มากเมฆกล่าวถามออกไปอย่างอ่อนโยน และอยากจะช่วยให้มารดาของเด็กคนนี้ หลุดพ้นจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วยที่เป็นอยู่

 

เด็กชายดูเหมือนจะกังวลนิด ๆ แต่สุดท้ายก็พูดตอบออกมาว่า ".. ท่านแม่เจ็บป่วยเพราะถูกพิษร้ายจาก ดอกไม้ปีศาจสีม่วง นางเป็นหมออยู่แล้ว นางถูกพิษก็เพราะต้องออกไปเก็บสมุนไพรมารักษาข้าที่ไม่ได้ความ .."

 

พวกเด็ก ๆ คนอื่นได้ยินก็เข้ามาจับไหล่ของสหายน้อยเพลิงขจรเอาไว้ ปลอบใจและให้กำลังใจกันในกลุ่มเพื่อนวัยเด็กของตน เพราะแต่เดิมเด็ก ๆ กลุ่มนี้ก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ อยู่แล้ว แต่ภายหลังเพลิงขจรล้มป่วยด้วยโรคประหลาดได้แต่นอนพักอยู่ในบ้านหลายปี พลังชีวิตภายในร่างรวมไปถึงพลังปราณ มักจะไหลออกจากร่างกายมากกว่าคนอื่น ๆ ทำให้ผอมแห้งและไร้เรี่ยวแรงอยู่ตลอดเวลา และหากเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่เกิน 1-2 ปี เพลิงขจรจะต้องตาย

 

ส่วนเด็ก ๆ คนอื่นเมื่อครั้งที่ล้มป่วยก็มักจะได้ท่านแม่ของเพลิงขจร คอยช่วยเหลือมาตลอดตั้งแต่เด็ก ๆ อยู่ก่อนแล้ว ด้วยความที่เป็นทั้งเพื่อนบ้านและสนิทกันมากมาตลอด พวกเด็ก ๆ กลุ่มนี้มักจะช่วยเหลือกันและกันมาตลอด บ่อยครั้งก็ยอมขาดรายได้และให้เพลิงขจรได้ทำงาน แม้ว่าร่างกายจะอ่อนแออยู่มากก็ตาม แถมบ่อยครั้งยังทำให้ลูกค้าไม่พอใจจนถูกต้องว่า ดังนั้นเวลาที่เพลิงขจรได้งานนำทาง จะต้องมีกลุ่มเพื่อนอย่างน้อย 2 คนตามไปด้วยเสมอ เผื่ออาจจะช่วยอะไรอีกฝ่ายได้บ้างอย่างลับ ๆ เสมอ

 

เด็กกตัญญูและมิตรสหายที่จริงใจ .. มากเมฆชอบเด็กกลุ่มนี้เอามาก ๆ รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก

 

".. ป่ะเจ้าอ้วนใหญ่นำทาง ไปร้านขายยาที่มียารักษาหรือยาถอนพิษ ดอกไม้ปีศาจสีม่วง อะไรนั่นกัน ราคาแพงไม่ว่าขอให้มีขายก็พอ ไปเร็วรู้สึกยิ่งมืดคนก็ยิ่งเยอะเหมือนกันนะเนี่ย .." มากเมฆกล่าวพูดในขณะที่พวกเด็ก ๆ รายล้อมอยู่ข้างกายเขา

 

การที่ชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาดีมาก ๆ เดินเล่นในตลาดพร้อมกับเด็กชายกลุ่มใหญ่ ก็ชวนให้ใครต่อใครมองมาที่เขาราวกับเป็นตัวประหลาดเสียอย่างงั้น ยกเว้นก็แต่หลังจากที่ไม่ว่าจะเด็กหรือคนแก่ จะผู้ชายหรือผู้หญิง หลังจากที่มองเห็นมากเมฆเวลายิ้มหรือหัวเราะแล้ว ต่างคนต่างก็จะเขินอายและหน้าแดงแบบไม่รู้ตัว บางคนหนักหน่อยก็หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกที แต่ก็มีบางคนตกหลุมรักเข้าให้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ช่างเป็นเสน่ห์น่าหลงใหลอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นออร่าที่มองเห็นได้และสัมผัสกับจิตใจของผู้ที่พบเห็นจริง ๆ

 

ชายอ้วนหน้าแดงเล็กน้อยหลังจากมองหน้ามากเมฆแบบตรง ๆ คิดในใจอยู่ว่า ผู้ชายอะไรจะดูดีแบบนี้ หากข้าเป็นหญิงสาววัยสดใสคงตกหลุมรักไปแล้วและยากจะถอนตัว ก่อนที่เจ้าตัวจะพูดตอบมากเมฆออกไปว่า ".. พี่ชายนายจ้าง ข้าไม่ได้ชื่อเจ้าอ้วนใหญ่สักหน่อย ข้าชื่อ ทัพพีสวรรค์ ต่างหาก ตระกูลของข้าเป็นตระกูลเล็ก ๆ พูดไปท่านก็ไม่รู้จักหรอก พี่ชายจะซื้อยาถอนพิษดอกไม้ปีศาจสีม่วง แต่เท่าที่ข้ารู้และเดินดูตลาดมาทุกทิศของประตูเมือง มันไม่มียาถอนพิษเฉพาะเลยที่ขาย แต่มีร้ายยา เทพโอสถประทานพร ที่ขายเม็ดยาล้างพิษอยู่ รู้สึกจะชื่อ เม็ดยาล้างพิษสวรรค์ แต่มันมีราคาสูงมาก สูงถึง 7 แสนตำลึงทอง และภายในเมืองก็มีแค่เม็ดเดียวเท่านั้น .." เจ้าอ้วนหรือทัพพีสวรรค์กล่าวพูดตอบ

 

ก่อนที่จะเดินนำทางมากเมฆเข้าไปในตลาด พร้อมหมู่คณะสหายวัยเยาวน์ จนเดินไปถึงเขตการค้าหรูหราด้านในของประตูทิศบูรพา ที่ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยังพบเห็นผู้คนมาเลือกซื้อสินค้าน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากเขตย่างนี้ มักจะขายแต่สินค้าแพง ๆ หรูหรามีระดับเท่านั้น คนจน ๆ หรือพวกที่มีฐานะปานกลางจึงมักจะไม่เดินมาที่นี่

 

มากเมฆมองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจอีกครั้ง ที่นี่ตกแต่งและสร้างขึ้นมาได้สวยงามหรูหรามีระดับจริง ๆ ถนนคนเดินและสถานที่สวย ๆ แบบนี้ ระดับเดียวกับพระราชวังเทพเลยก็ว่าได้ สักวันหนึ่งต้องพาพวกลูก ๆ มาเที่ยวเล่นด้วยสักหน่อยแล้ว

 

เด็ก ๆ ที่เหลือยืนรออยู่ด้านนอก จะมีก็แต่เจ้าอ้วน ทัพพีสวรรค์ กับ เพลิงขจร เท่านั้น ที่เดินตามมากเมฆเข้าไปด้านในของร้านเทพโอสถประทานพร เพลิงขจรรู้ดีว่านายจ้างผู้ใจดีกำลังจะหาซื้อยามารักษามารดาของตน

 

หากเป็นแต่ก่อนเมื่อครั้งที่เจ้าตัวยังไม่เริ่มป่วย ด้วยนิสัยที่มีและความมั่นใจแบบโง่ ๆ เพลิงขจรคงไม่รับไว้และปฏิเสธไปตรง ๆ แต่ภายหลังอาการของท่านแม่แย่ลงทุกวัน พอเห็นแบบนั้นแล้ว ศักดิ์ศรีหรือความคิดที่จะบอกปัดจะมีประโยชน์อันใด ขอเพียงรักษาท่านแม่ได้ เพลิงขจรยินดีแม้จะกลายเป็นทาสในเรือนชั้นต่ำ เป็นขอทานไปตลอดชีวิตก็ยอม ด้วยเหตุนี้ตลอดทางที่เดินมาถึงที่นี่ แม้ว่าจะเหนื่อยเป็นอย่างมาก เพลิงขจรก็เอาแต่พูดขอบคุณและพยายามใช้เงินที่ได้รับว่าจ้างในวันนี้ หาซื้อน้ำผลไม้เย็น ๆ หรือของกินข้างทางที่น่าจะทำให้ผู้ว่าจ้างพึ่งพอใจอยู่เรื่อย ๆ

 

พร้อมกับคำสาบานว่าจะต้องตอบแทนให้ได้ในสักวันจากใจจริง

 

หลังเข้ามาในร้านพนักงานก็ออกมาต้อนรับ 


กล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร ".. คารวะคุณชาย ไม่ทราบว่าคุณชายต้องการสิ่งใดจากร้านยา “เทพโอสถประทานพร” ของเรา หรือมีสิ่งใดให้รับใช้ โปรดบอกมาได้เลย ข้าน้อยยินดีรับใช้ .." พนักงานวัยกลางคนกล่าวพูดถาม

 

".. ข้าต้องการโอสถล้างพิษสวรรค์ ไปนำมาให้ข้าและจัดหาหมอฝีมือดี มาตรวจอาการเด็กคนนี้ให้ด้วย .." มากเมฆพูดตอบ พร้อมกับก้าวเดินไปนั่งยังเกาอี้รับรองแขกของทางร้าน

 

ทันใดนั้นเอง พนักงานขายก็หน้าเสีย ก่อนที่จะพูดตอบออกมาว่า ".. คุณชายได้โปรดรอสักครู่ ข้าจะไปเรียกหมอของทางร้านออกมาตรวจอาการ แต่เรื่องเม็ดยาที่ท่านต้องการ ข้าจะไปเรียกผู้จัดการออกมารับรองท่านด้วยตัวเอง .."

 

หลังจากมีหมอมาตรวจอาการก่อนที่จะหายไป และปล่อยให้มากเมฆกับพวกเด็ก ๆ รออยู่นานเกือบ 10 นาที ในที่สุดผู้จัดการร้านก็มาถึง พร้อมกับพนักงานที่เข้ามาต้อนรับมากเมฆในต้อนแรกที่มาถึง

 

".. ขออภัยที่ให้คุณชายต้องรอนาน ข้าติดลูกค้าอยู่เลยมาช้าอภัยจริง ๆ ไม่ทราบว่านามมังกรของคุณชาย มีนามว่ากระไร .."


".. ตัวข้ามีนามว่า ปัญจขันธ์ จากตระกูล ตังเซียมโบราณ หรือชื่อความหมายว่าโสมคนจน ยาอายุวัฒนะอะไรทำนองนั้น ข้าเป็นผู้จัดการของร้านยาสาขาแห่งนี้ .." ผู้จัดการเข้ามาทักทาย พร้อมกับรินน้ำชาหอม ๆ ที่นำมาด้วยเป็นการขออภัยที่ทำให้รอนาน

 

มากเมฆที่ว่างอยู่แล้วไม่ได้ติดใจอะไร จึงยืนขึ้นและคารวะทักทายแบบจีน

 

พร้อมกับเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงก่อนจะพูดคุยกัน ".. ข้ามีนามว่า มากเมฆ ตระกูลไม่อาจจะเปิดเผยได้ ไม่ว่าทราบว่าเรื่องที่ข้าต้องการจะซื้อเม็ดยาล้างพิษ และอาการป่วยของเด็กคนนี้ ได้ความว่าอย่างไรบ้าง .." มากเมฆพูดจบก็หยิบถ้วยชาที่ถูกรินโดยผู้จัดการขึ้นมาดื่ม แสดงออกว่าไม่เอาความและไม่ได้คิดอะไร และถึงแม้เขาจะไม่ชอบดื่มชานัก แต่ชาที่ดื่มอยู่ในเวลานี้ ทำให้จิตใจสงบดีจริง ๆ แถมยังหอมมาก ๆ อีกด้วย ก่อนจะหลุดปากออกไปว่า ".. ชาดี ! .."

 

ผู้จัดการเห็นลูกค้าหน้าใหม่ที่มาพอใจ ก็นับว่าการนำชาราคาแสนจะแพงมาชงให้กับลูกค้าหน้าหล่อคนนี้ ประสบความสำเร็จแล้ว จึงได้พูดตอบออกไปตามที่ได้รับรายงานมา จากหมอที่ตรวจอาการก่อนหน้านี้

 

".. เรียนคุณชายมากเมฆ อาการป่วยของเด็กคนนี้เป็นโรคที่แปลกประหลาดมาก แม้แต่หมอมากประสบการณ์ของทางเรา ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้เลย น่าจะเป็นผลมาจากการฝึกวิชายุทธ์สายพลังวิญญาณที่ผิดพลาดและเป็นความลับกระมัง ส่วนเม็ดยาที่ท่านต้องการ คุณชาย ท่านมาช้าไปเพียง 2 เค่อเท่านั้น หากท่านมาเร็วกว่านี้สักหน่อย เม็ดยาก็พร้อมที่จะขายให้กับท่าน .."

 

// - - 2 เค่อเท่ากับ 30 นาที - - //

 

".. แต่ทว่าได้มีลูกค้าหญิงท่านหนึ่ง ได้มาซื้อเม็ดยาที่ว่าไปแล้ว พร้อมกับใช้ของล้ำค่าอย่างมาก ค้ำประกันกับทางร้านเอาไว้ ว่าอีก 3 วันจากนี้ จะนำเงินมาจ่ายและรับของล้ำค่ากลับคืนไป ซึ่งนางก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงอย่างมากในทวีปบัลลังก์เมฆ ทางเราก็เกรงใจและหวาดกลัวในอิทธิพลบิดาของนาง ลูกค้าหญิงท่านนั้นได้รับเม็ดยาไปแล้ว แม้ว่าท่านจะมีเงิน 1 ล้าน 3 แสนตำลึงทองมาซื้อเลยในเวลานี้ ข้าก็ไม่อาจจะขายมันให้กับท่านได้ ขออภัยคุณชายจริง ๆ ที่ต้องทำให้ท่านเสียเวลา .."

 

ผู้จัดการเองก็จนใจเหมือนกัน ของที่ไม่เคยจะขายออกเลยตลอด 3 ปี อยู่ ๆ วันเดียวกับมีคนมาถามซื้อถึง 2 รอบ

 

มากเมฆได้ฟังก็ไม่คิดอะไรมากนัก เพราะเอาจริง ๆ แม้ว่าอีกฝ่ายจะตายเขาก็ชุบชีวิตให้ได้ เพียงแต่อยากจะเล่นเกมและออนไลน์แบบปกติ ปกติแบบคนธรรมดาเหมือนคนอื่น ๆ ที่ใช้ตัวช่วย ใช้ระบบและความเป็นไปที่มีจัดการ แก้ไขสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็เท่านั้น

 

หลังจากที่เงียบไม่พูดตอบอะไรออกไปเลยราว 10 ลมหายใจ

 

มากเมฆก็พูดถามขึ้นมาว่า ".. เอาล่ะในเมื่อไม่มีแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ไม่รู้ว่าในร้านยาของท่าน มีเม็ดยาหรือสมุนไพรอะไร ที่สามารถรักษาหรือสลายพิษของ ดอกไม้ปีศาจสีม่วง ได้หรือไม่ .."

 

เพียงคำว่าดอกไม้ปีศาจสีม่วงหลุดออกจากปากของมากเมฆ ผู้จัดการร้านที่มากประสบการณ์และพนักงานขายวัยกลางคน ถึงกับตัวสั่นหวาดกลัวราวกับเห็นผีกลางวันแสก ๆ อาการแข็งค้างตื่นตกใจ จนมีเหงื่อกาฬปรากฏขึ้นเต็มใบหน้าและร่างกาย อย่างกับทั้งสองกำลังจะได้เผชิญกับหายนะ วันสูญสิ้นอย่างไงอย่างงั้น .. แค่ชื่อดอกไม้ทำให้คนถึงตายเลยหรือไง

 

หรือจริง ๆ แล้ว ดอกไม้ปีศาจสีม่วง ที่ว่านี้ มันเป็น ....


***************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4197 loliz (จากตอนที่ 277)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 19:36
    สรุปว่า​ตูค้างบนยอดล่ะ
    #4,197
    0
  2. #4196 joelamtan (จากตอนที่ 277)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 18:39
    ขอบคุณ​ครับ​ที่ทำค้างงงง
    #4,196
    0
  3. #4195 วรุฒ (จากตอนที่ 277)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 18:00

    ค้างงง

    #4,195
    0