มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 276 : บทที่ 276 หวังว่าจะได้ร่วมโต๊ะกับเจ้าอีก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    15 ส.ค. 62

บทที่ 276 หวังว่าจะได้ร่วมโต๊ะกับเจ้าอีก

 

          ภายหลังที่มากเมฆแลกเงิน ในร้านรับแลกซื้อของทางธนาคารกลาง ของระบบที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกิเลนทองจนแล้วเสร็จ พร้อมกับโดนหักทั้งภาษีบ้า ๆ ระหว่างดวงดาวอะไรไปบ้างก็ไม่รู้ เหมือนจะเป็นกฎใหม่ที่ตั้งขึ้นมาภายหลังที่มีการอัพเดทครั้งใหญ่เมื่อเร็ว ๆ นี้ และเสียค่าบริการพิเศษไปอย่างมหาโหดแบบงง ๆ แถมยังถูกบังคับให้สมัครเป็นสมาชิก VIP ระดับสูงสุดนอกจากเงินที่ฝากเข้ามีจำนวนมหาศาลจนเวอร์ แบบเดียวกับระบบธนาคารของโลกเวทมนตร์อีกด้วย

         

          แต่ที่แปลกก็คือตอนที่มากเมฆได้เป็น VIP ของธนาคารกลางโลกเวทมนตร์

 

ชายหนุ่มได้การ์ดเงินสดที่สามารถใช้ได้ทุกที่ของโลกเวทมนตร์มา

 

พร้อมกับส่วนลดและสารพัดผลประโยชน์ที่จะได้รับ เมื่อใช้บริการกับร้านค้าหรือสถานบริการของระบบ

 

แต่พอเป็นโลกแห่งเทพเซียนแล้วนั้น มากเมฆกับได้รับถุงเงินแบบผูกมัดเจ้าของมา และมีวงเงินสูงสุดที่ฝากไว้ในธนาครเท่านั้น แต่กับไม่ได้รับผลประโยชน์ใด ๆ เลยจากทางระบบหลักของโลกแห่งเทพเซียน นอกจากดอกเบี้ยเงินฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง ช่างสมกับเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนจริง ๆ ไม่แปลกใจเลย แถมในภายหลังที่มากเมฆได้ถามพนักงานการเงินที่รับผิดชอบแลกเงินให้กับเขาระหว่างรอไปว่า

 

".. ปัจจุบันอัตราส่วนระหว่างผู้เล่นและผู้คนของดินแดนเดิมหรือ NPC มีมากน้อยเท่าไหร่ .."

 

เขากับได้รับคำตอบที่ทำให้เป็นงงไปพักนึกเลยทีเดียว

 

เนื่องจากพนักงานสาวตอบกลับมาว่า ".. ปัจจุบันมีผู้เล่นเพียง 3% ต่ออัตราส่วน NPC AI ประดิษฐ์ชั้นสูง 97% ผู้เล่นมีน้อยมาก ๆ เลยค่ะ จนดาวทั้งดวงเกือบจะตกเป็นของ NPC ไปหมดแล้ว แถมหลัง ๆ กลุ่มอำนาจกลุ่มตระกูลใหญ่ ๆ ของ NPC ยังก่อตั้งธนาคารเลียนแบบระบบหลักอย่างพวกเราและอีกหลาย ๆ อย่าง จำพวกร้านค้าแหล่งบริการ จนพวกเราเจ้าหน้าที่ของระบบหลัก ทำงานได้ยากขึ้นและมีผลประกอบการน้อยลง .."

 

ไม่แปลกเลยที่กลุ่มอิทธิพลในปัจจุบัน กลุ่มอำนาจระดับสูงของโลกแห่งเทพเซียน

 

ต่างก็เป็นของ NPC ไปทั้งหมดมากกว่า 97% สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จึงไปตกอยู่กับ NPC มากกว่าที่จะเป็นของผู้เล่นอย่างเรา ๆ และด้วยกฎแห่งป่าที่มีมาตั้งแต่แรก ที่เอาความแข็งแกร่งเป็นที่ตั้งนำหน้าเหตุและผล

 

ผู้มีอำนาจมีพลังความแข็งแกร่งจึงสามารถตั้งกฎต่าง ๆ ได้ตามใจ

 

สถานการณ์ภาพรวมในปัจจุบันของโลกเทพเซียน จึงเป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถของผู้เล่นเอามาก ๆ จนถึงขนาดที่ว่า หากอยากจะออนไลน์และเอาตัวให้รอดในโลกแห่งนี้ อย่างเป็นสุขจนเหมือนผู้เล่นปกติในดาวดวงอื่น ๆ แล้วล่ะก็ผู้เล่นคนนั้น ๆ จำต้องมีทักษะการเอาตัวรอดในระดับสูง ทักษะศิลปะการต่อสู้แท้จริงที่เข้าขั้น หากมาแบบปู ๆ ปลา ๆ ไก่กาที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ร้อยทั้งร้อยล้วนแล้วแต่จำต้องลบตัวทิ้ง และย้ายไปเริ่มใหม่ยังดาวดวงอื่นกันทั้งนั้น

 

หลังจากที่ออกจากร้านแลกเงิน

 

มากเมฆก็ตรงไปยังโรงเตี๊ยมใกล้ ๆ ใจกลางเมืองในทันที แต่กับพบว่าที่นี่ทั้งที่เป็นของระบบหลักแท้ ๆ

 

แต่กับมีลูกค้าน้อยมาก ๆ นับรายหัวได้เลย แถมมีพนักงาน NPC บริการแค่ไม่กี่คน สภาพของโรงเตี๊ยมดูเก่าและมีร่องรอยการต่อสู้อยู่เต็มไปหมด เกาอี้ไม้ก็หักก็พัง โต๊ะก็แลดูจะผ่านสงครามมาแล้วหลายหน มองยังไงก็เหมือนโรงเตี๊ยมระดับล่าง ไม่เหมือนโรงเตี๊ยมโรงแรมหรู ๆ แบบโลกเวทมนตร์เลยสักนิด นี่ใช่สถานบริการของระบบหลักจริง ๆ หรอเนี่ย

 

มากเมฆได้เข้าพักและเลือกห้องที่ดีที่สุด จ่ายเงินแบบอยู่ยาวเป็นเดือน ๆ แน่นอนว่าชายหนุ่มติดนิสัยอยู่สบายจนเคยตัว ยังดีที่นี่เป็นของระบบหลัก ขอเพียงมีเงินจ่ายทุก ๆ สิ่งก็ดลบันดาลให้ตามต้องการ

 

ภายในห้องพักของเขาที่ต้องจ่ายวันล่ะไม่ต่ำกว่า 1 แสนตำลึงทองพร้อมกับบริการพิเศษเท่าที่อยากจะเรียกใช้ ทั่วทั้งห้องตกแต่งไว้อย่างหรูหรามีระดับ ราวกับพระราชวังมังกรที่ทำมาจากทองและหยกล้ำค่า ด้านในมีห้องนั่งเล่นห้องพักและห้องอื่น ๆ อีกมาก รวมไปถึงสวนดอกไม้และบ่ออาบน้ำร้อนกลางแจ้ง และสาวใช้ตัวเล็ก ๆ ที่น่าจะอายุไม่ถึง 16 ปีอยู่ด้วยอีก 8 คน

 

".. มีเงินก็เป็นราชาได้ คำพูดนี้ ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็คงใช้ได้ทุกที่แต่ก็ไม่เสมอไป อาบน้ำก่อนดีกว่า .."

 

มากเมฆให้หญิงรับใช้ที่ทางโรงเตี๊ยมส่งมากลับออกไป

 

พร้อมกับมอบเงินรางวัลติดไม้ติดมือไปจำนวนหนึ่งคนละหลาย ๆ แสน

 

เพราะเขาไม่เคยชินกับการถูกใครมาบริการอย่างใกล้ชิด พูดให้ถูก ต้องบอกว่าเคยชินกับการอยู่คนเดียวมากกว่า เพราะขนาดเมดสาวสงครามทั้งสี่ ยังไม่เคยได้ติดตามใกล้ชิดกับมากเมฆเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้แต่ทำงานและคอยบริการอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น เป็นลูกมือเป็นผู้ช่วยของรากไม้มาตลอดเวลาอยู่ที่คฤหาสน์ลอยฟ้า

 

หลังเสร็จกิจเปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าผมใหม่อีกรอบ หลังจากอาบน้ำและพักผ่อนจนพอใจ

 

หลับไปตื่นหนึ่งอย่างไม่รู้ตัวเพราะลมเย็น ๆ กับบรรยากาศที่เงียบสงบชวนให้นอน

 

พอมองดูเวลาว่าตอนนี้บ่ายกว่า ๆ เข้าไปแล้วนอนยาวจนลืมกินข้าวเที่ยว มากเมฆจึงออกจากห้องพักและเลือกลงไปรับประทานอาหารที่ชั้นล่างของโรงเตี๊ยม ลองทำตัวเหมือนชาวยุทธทั่ว ๆ ไปที่เคยดูในหนังกับเขาบ้าง บางทีอาจจะมีอะไรสนุก ๆ ให้ทำระหว่างรอพวกเด็ก ๆ ก็เป็นได้

 

แต่หากจะให้เขาไปทำภารกิจปิดผนึกเทพปีศาจอะไรนั่นเลยตอนนี้ บอกตรง ๆ มากเมฆยังไม่อยากจะทำ เพราะหากมันหลุดออกมาจริง ๆ แค่มากเมฆไปยืนสบตากับพวกมันเล่น ๆ พร้อมกับเปิดเผยตัวตนออกมา แน่นอนว่าเจ้าพวกนั้นคงจะรีบกลับภพมหายมโลกในทันทีแน่นอน

 

ดังนั้นเรื่องพวกนี้มากเมฆจึงไม่สนใจ

 

ช่วงบ่ายของวัน

 

ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยเข้ามารับประทานอาหารกันที่นี่ เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและราคาถูก แต่บ่อยครั้งก็มักจะมีเรื่องหากไม่ใช่ผู้เล่นตีกันเอง ก็เป็น NPC เจ้าถิ่นผู้มีอำนาจเข้ามาหาเรื่องคนในร้านที่กำลังทานอาหารกันอยู่

 

".. ได้ยินหรือเปล่า เมื่อคืนตระกูลกระบี่สายน้ำ ตระกูลระดับ 3 เมฆา ถูกทำลายจนไม่เหลือ สมบัติในตระกูลทั้งหมดถูกปล้น ฆ่าล้างทั้งโคตร แม้แต่เด็กก็ยังไม่เว้น เห็นว่าหลังจากที่เปลี่ยนผู้นำตระกูลมาเป็นฝั่งผู้เล่นอย่างเรา ๆ ตระกูลระดับเดียวกันและสูงกว่ารอบ ๆ เมืองกิเลนทองต่างก็ไม่พอใจ ข้าว่าเมื่อคืนนี้อาจจะเป็นฝีมือของพวกตระกูลใหญ่ ๆ ที่อยากจะเชือดไก่ให้ลิงดู ช่วงนี้พวกเราทำตัวเงียบ ๆ กันไปก่อนอย่าเพิ่งไปรับภารกิจหรือทำงาน .." ผู้เล่นที่พกดาบเหล็กยาวกว่า 2 เมตร ได้กล่าวพูดขึ้นเพื่อให้พรรคพวกที่ร่วมโต๊ะอาหารกันอยู่รับฟัง

 

".. ไม่จริงมั้ย แต่แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ที่ข้าได้ยินมา บอกว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้เล่นด้วยกัน และกลุ่มผู้เล่นจำนวนมากในคืนนั้น อยู่ ๆ ก็ลบตัวลบไอดีและหายไปจากโลกแห่งเทพเซียน ไม่คิดว่ามันแปลก ๆ หรือไง แต่เอาเถอะช่วงนี้พวกเราอยู่เงียบ ๆ ไปก่อน รอให้สถานการณ์สงบลง พวกเราจะออกเดินทางไปยังทวีปหลัก เห็นว่าที่นั่นเคล็ดวิชาและสำนักยุทธ์รวมไปถึงนิกายใหญ่ ๆ กำลังถึงช่วงเปิดรับศิษย์ พวกเรามีโอกาสที่จะก้าวหน้าที่นั่น แต่ที่นี่ทวีปเริ่มต้น พวกเราหมดสิทธิ์แล้ว หลังจากที่ไอ้สารเลวเนตรสามตา ร่วมมือกับตระกูลใหญ่ ๆ บีบให้ผู้เล่นด้วยกันเข้าเป็นพวก ไม่อย่างงั้นก็ตามฆ่าไม่เว้นแต่ละวัน .." ชายวัยกลางคนที่แลผ่านโลกมาเยอะ กล่าวพูดขึ้นอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะรีบตักขาหมูชิ้นใหญ่ตัดหน้ามิตรสหายร่วมโต๊ะอย่างหน้าด้าน ๆ

 

".. เอาน่า ๆ กินให้อิ่มวันนี้พวกเราจะออกจากเมือง ผู้เล่นหลาย ๆ คนคงจะทำเหมือน ๆ กับพวกเรา ออกจากเมืองและไปอยู่ตามหมู่บ้านหรือไม่ก็ป่าไปก่อนในช่วงนี้ พันธมิตรเก่าแก่ของตระกูลกระบี่สายน้ำ คงจะส่งกำลังพลและยอดฝีมือออกมาตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นแน่ ๆ หากไม่อยากให้เป็นแบบเดือนก่อน ๆ ที่ไล่จับผู้เล่นอย่างเรา ๆ ไปให้รับคำสารภาพแล้วก็ฆ่าทิ้งเล่นไปเรื่อยอีก พวกเราควรจะหลบออกไปก่อนที่สถานการณ์จะหนักข้อไปมากกว่านี้ รีบกินรีบไป กว่าจะได้กินดี ๆ แบบนี้อีกคงใช้เวลาอีกเป็นอาทิตย์ .." เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น และทำให้หลาย ๆ คนที่กำลังแอบฟังและนั่งฟันกันอยู่ต่างก็ได้สติ ทำให้นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่าน ๆ มา เวลามีเรื่องกับตระกูล NPC หรือพวกระดับ 3 เมฆาขึ้นไปทีไร มักจะมีเหตุการณ์แปลก ๆ ตามมาเสมอ

 

มากเมฆที่นั่งอยู่ห่างออกไปราว 5 เมตรที่โต๊ะอาหารใกล้ ๆ แต่ชายหนุ่มกับได้ยินทุก ๆ อย่างที่พูดคุยกันอย่างชัดเจน จนเริ่มสนใจในสถานการณ์ที่ว่าที่กำลังจะเกิดขึ้นเอามาก ๆ ดูเหมือนโลกแห่งนี้ จะมีอะไรสนุก ๆ มากกว่าโลกเวทมนตร์เสียอีก

 

ระหว่างที่มากเมฆกำลังทานอาหารไปเรื่อย

 

อยู่ ๆ ก็มี ชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งกายดี หน้าตาหล่อเหลาพอควร

 

แต่กลิ่นเหล้าแรงไปสักนิด แถมยังเดินโซเซไปมาเหมือนจะล้มแต่ก็ไม่ล้ม ก่อนที่จะมานั่งร่วมโต๊ะอาหารกับมากเมฆเสียอย่างงั้น แถมเจ้าตัวยังถือถ้วยและตะเกียบมาด้วยในมือ คีบน่องไก่ทอดกระเทียม ตักกระเพาะปลาทรงเครื่องใส่ถ้วยอย่างสบายอารมณ์ และตักไปเยอะมาก ๆ ทำราวกับว่ามากเมฆมองไม่เห็นเจ้าตัวเสียอย่างงั้น ก่อนที่จะลุกเดินไปยังโต๊ะอื่น ๆ และขโมยอาหารของชาวบ้านเขาไปทั่ว

 

แน่นอนว่าคนอื่น ๆ มองไม่เห็นและสัมผัสไม่ได้เลยสักนิดว่ามีชายหนุ่มขี้เมาคนนี้เข้ามาขโมยอาหาร

 

แต่มากเมฆกับมองเห็นเต็มสองตา แถมชายขี้เมาก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าถูกมองเห็นตั้งแต่แรกที่เข้ามาขโมย

 

ด้วยความหน้าด้านระดับสูงสุดของชายขี้เมา หลังจากตักอาหารคนอื่น ๆ มาเต็มถ้วยจนเกินพอสำหรับคนคนเดียว เจ้าตัวยังได้กลับมานั่งกับมากเมฆตามเดิมอีก แถมรินเหล้าในกาใส่ถ้วยเหล้าของตัวเองอย่างสบายอารมณ์ ดื่มกินยังกับเป็นคนที่จ่ายเงิน พอเห็นแบบนี้แล้ว มากเมฆถึงกับยิ้มไม่ออกบอกไม่ถูก หัวเราะไม่ได้เลยทีเดียว

 

แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น มากเมฆจึงระงับพลังของดวงตาทั้งสอง ให้กลับไปเป็นปกติเหมือนคนทั่ว ๆ ไป เขากับพบว่าไม่สามารถมองเห็น หรือสัมผัสถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้ และเวลาที่อีกฝ่ายหยิบจับหรือสัมผัสสิ่งใด ๆ ของสิ่งนั้นจะหลุดหายไปจากการรับรู้ของผู้ที่อยู่รอบ ๆ เสมอ ช่างเป็นพลังที่แปลกและร้ายกาจเสียจริง ดูเหมือนมากเมฆจะได้พบกับยอดฝีมือที่เร้นกายเข้าให้แล้ว

 

มากเมฆปรับให้พลังของดวงเนตรทั้งสอง และสัมผัสพลังกลับมาเป็นอย่างเดิม มองดูชายขี้เมาดื่มกินอย่างสบายใจสบายอารมณ์ เหมือนสหายเก่าแก่ที่คบหากันมานานนับสิบ ๆ ปี แถมอีกฝ่ายยังแอบเก็บอาหารและกับข้าวที่ตนเองชอบ ใส่กล่องอาหารที่เตรียมมา กลับไปกินที่อื่นอีกต่างหาก เป็นเหตุให้มากเมฆต้องสั่งเพิ่มกับข้าวอยู่เรื่อย ๆ ส่วนเหล้าในกาที่ดูเหมือนจะหอมอร่อยและถูกใจอีกฝ่ายเอามาก ๆ ก็แอบเทใส่ขวดน้ำเต้าที่พกมาด้วยไปจนหมดอย่างไม่เกรงใจ ดู ๆ ไปแล้วเหมือนอีกฝ่ายจะเป็นนักกินนักเที่ยวตัวฉกาจ ที่กินดื่มฟรีในทุก ๆ ทีดุจเทพเซียนที่อิสระไร้กังวล

 

จนมากเมฆต้องสั่งเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายพอใจ จนเปลี่ยนจากกาเหล้าขนาดเล็ก ๆ กลายเป็นไหเหล้าขนาดใหญ่ไปแล้วอย่างที่เห็น แน่นอนว่าของที่มากเมฆสั่งมาแต่ล่ะอย่าง ล้วนแล้วแต่เป็นของที่แพงและมีคุณภาพเอามาก ๆ ตามจำนวนเงินที่จ่ายไป

 

มากเมฆเห็นชายขี้เมามองมาที่เขาหลายครั้ง ด้วยท่าทางแปลกใจ พร้อมกับยิ้มและขยับปากขอบคุณอยู่หลายครั้งแต่ไม่มีเสียง สุดท้ายหลังจากอีกฝ่ายกินดื่มจนพอก็ลุกจากไปไม่ช่วยจ่ายแม้แต่แดงเดียว แต่ก่อนที่จะจากไป อีกฝ่ายกับส่งเสียงลมปราณมาพูดกับมากเมฆว่า

 

".. สุราและอาหารของเจ้า อร่อยจริง ๆ หวังว่าจะได้ร่วมโต๊ะกับเจ้าอีก .." พูดจบอีกฝ่ายก็ทะยานร่างหายไปในอากาศ

 

มากเมฆยิ้มและมองไปตามทิศทางที่อีกฝ่ายจากไป ..

 

".. ข้าเองก็เช่นกัน แต่รอบหน้าเจ้ากับข้าต้องออกคนล่ะครึ่ง .."


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4194 Lucky_777 (จากตอนที่ 276)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 07:13
    ครั้งต่อไปต้องหารนะเว้ย
    #4,194
    0
  2. #4193 loliz (จากตอนที่ 276)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 21:32
    เหอะ​มาหรอยฟรีทำเรียน​ตบให้กลิ้งดีม่ะ
    #4,193
    0
  3. #4192 joelamtan (จากตอนที่ 276)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 20:27
    ขอบคุณ​ครับ​
    #4,192
    0