มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 23 : บทที่ 23 ช่วยเพื่อนตัวน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 754 ครั้ง
    2 มิ.ย. 62

บทที่ 23 ช่วยเพื่อนตัวน้อย

 

          สำหรับมากเมฆหนุ่มใสวัยละอ่อนในค่ำคืนนี้ ช่างเป็นอะไรที่แปลกประหลาดและเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายหลากหลายสำหรับตัวเขา ที่ได้ประสบการณ์แปลกใหม่ที่หาจากที่ไหนไม่ได้เลย นอกจากได้เจอกับตนเองเท่านั้นถึงจะรู้ได้

 

หากเป็นผู้ชายปกติคนอื่นๆ ที่มีสัตว์ร้ายหื่นกระหายอยู่ภายใน และได้นอนใกล้ชิดกับหญิงสาวผู้งดงามสุดเพอร์เฟค และไม่ได้มีความเกี่ยวพันทางสายเลือด สุภาพบุรุษเหล่านั้นคงแปลงกายเป็นสัตว์ป่าหื่นกระหายไปแล้วแน่แน่

 

แต่ทว่าสำหรับมากเมฆตัวเขาเองก็แค่จะเอาผ้าห่มของเขา ไปห่มให้กับคุณพี่สาวมาเรียเท่านั้น เพราะรู้สึกว่าคุณเธอจะหนาวเอามากๆ เพราะใส่เสื้อผ้าที่บางจนเกินไป และตัวเขาเองก็ไม่อยากให้คุณมาเรียเป็นไข้ไม่สบายอีกด้วย ถึงแม้ไม่รู้ว่าในเกมสามพิภพ NPC จะเป็นไข้ไม่สบายด้วยได้รึเปล่าแต่ระวังไว้ก่อนก็ดี

 

หลังจากห่มผ้าให้คุณพี่สาวมาเรียเรียบร้อยแล้ว มากเมฆก็เดินออกมาที่ระเบียงห้องนอนของโรงแรมสุดหรูอันดับหนึ่งของเมืองต้นไม้สีทอง เพื่อรับลมและอากาศเย็นสบายของธรรมชาติยามค่ำคืน เพื่อลดความร้อนรนแปลกๆ ภายในร่างกายของเขา

 

แววตาสีเงินเป็นประกายในความมืด ดูเย็นชาไร้ราวกับม่านพลังน้ำแข็งหมื่นปี เส้นผมสีเงินเงางามสะท้อนแสงของดวงดาวนับพันนับหมื่นยามราตรี จนเป็นประกายแสงที่ให้ความรู้สึกลึกลับและยากที่จะสัมผัสถึงอารมณ์ ความนึกคิดของมากเมฆได้ในตอนนี้

 

ไม่รู้ว่าในเวลาแบบนี้ ชายหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้งถูกใช้ราวกับสิ่งของ และไม่เคยได้รับความรักจากคนในครอบครัว กำลังคิดถึงอะไรอยู่กันแน่ ทำไมอยู่ๆ ในแววตาคู่นั้น จึงได้แปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยโศกเศร้า ความโดดเดี่ยวความเหงา และอ้างว้างอะไรแบบนั้น

 

ตลอดช่วงเวลามากมายที่ได้ผ่านมา จริงอยู่มากเมฆมีเพื่อนแสนดีอย่างรากไม้ที่คนคอยเอาใจใส่ดูแล แต่มันก็ยังเหมือนกับขาดบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไป และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่สิ่งที่ขาดหายไปในครั้งนั้น จะได้ถูกเติมเต็ม

 

หรือว่าวันนั้นจะไม่มีวันมาถึงเลยตลอดชีวิตของเขา ความทรงจำที่แสนเจ็บปวด ความทรงจำที่ถูกใช้แล้วทิ้ง ความทรงจำที่โหดร้ายมากมายที่ยากจะลืมเลือน คอยเป็นเงามืดกัดกินหัวใจของเขาอยู่ทุกวันจนชาด้าน

 

แต่ทำไมกัน!? ทำไมกลับมีความทรงจำบางอย่าง ที่ตัวเขาเองรู้สึกว่า ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วเคยสัมผัสและชิดใกล้กับความรู้สึกเหล่านั้นอย่างมาก แต่กลับนึกอะไรไม่ออก คล้ายกับถูกลบความทรงจำเหล่านั้นจนหายไปทั้งหมด

 

ยิ่งมากเมฆพยายามคิดถึงความรู้สึกที่หายไปมากเท่าไหร่ ตัวเขาเองก็ยิ่งรู้สึกเศร้า ปวดหัวมากขึ้นเท่านั้น

 

แต่แล้วด้วยความพยายาม การไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ของมากเมฆ ตลอดระยะเวลาหลายชั่วโมงที่ยืนรับลมและทนกับอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ก็ทำให้เขานึกถึงบางเรื่องบางอย่างเมื่อครั้งยังเป็นเด็กออกมาได้ในที่สุด

 

ในเวลานั้นก่อนที่มากเมฆจะถูกพาไปยังห้องทดลอง เมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก ก่อนหน้านั้นตัวเขาเองยังได้อยู่อาศัยในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลหลัก และเต็มไปด้วยคนรับใช้ดูแลมากมาย

 

แต่หลังจากเหตุการณ์ทดลองประหลาดนั่นแล้ว ตนเองก็ถูกย้ายไปยังสถานที่ต่างๆ และเหมือนบางสิ่งเริ่มที่จะขาดหายไปจากความทรงจำของเขา ถึงแม้ช่วงเวลาก่อนหน้านั้น ก่อนที่มากเมฆจะถูกจับและบังคับให้ไปร่วมการทดลองประหลาดนั่นของตระกูลเมฆาเทพ

 

ท่านพ่อก็ไม่เคยเข้าใกล้ หรือมาสนใจใยดีอะไรเขาเลย ทำราวกับว่าตนเองนั้นไม่ใช่บุตรชายแท้ๆ ของเขา แต่เป็นเพียงสัตว์ทดลองไร้ค่าตัวหนึ่งเท่านั้น ผิดกับท่านแม่ท่านนั้นแตกต่าง ท่านมักจะดูแล และเอาใจใส่มากเมฆอยู่เสมอ ทั้งรักและกอดเขาไว้ในอ้อมแขนอบอุ่น เวลาร้องไห้หวาดกลัวท่านแม่ก็มักจะปลอบใจและอยู่เคียงข้างเสมอ

 

ท่านยังเคยแอบมาหามากเมฆที่อยู่ในหลอดแก้วทดลองอยู่บ้างนานๆ ครั้ง เมื่อตอนยังเด็กด้วยใบหน้าที่โศกเศร้าและเต็มไปด้วยน้ำตา โดยไม่ให้คนในตระกูลรู้ แต่หลังจากนั้นได้ไม่นานก็เหมือนกับว่าท่านแม่ได้หลงลืมการมีอยู่ของเขาไปด้วยไม่รู้ว่าเพราะอะไร

 

หลังจากมากเมฆพยายามจะนึกถึง จะนึกให้ออกในสิ่งที่ตนเองได้หลงลืมไป ก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งหัวใจดวงน้อยๆ ของเขาที่เป็นแผลใจที่ยากจะรักษา

 

พร้อมกับปวดหัวอย่างรุนแรงอยู่ตลอดเวลา จนน้ำตาที่ไม่ได้ไหลมานาน ก็ไหลออกมาราวกับพยายามปลอบใจเขาไม่ให้เจ็บปวดไปมากกว่านี้

 

ที่แท้ตัวเขา มากเมฆคนที่เคยถูกทิ้งอย่างไร้ค่า ถูกส่งให้ไปอยู่ในสถานที่ต่างๆ ราวกับไร้ญาติขาดมิตร ถูกปล่อยให้ตายอย่างช้าๆ ไร้คนเหลียวแล อย่างน้อยๆ ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ผ่านมา มากเมฆก็ยังเคยถูกท่านแม่สวมกอด เคยได้รับความรักความอบอุ่นจากแม่เมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก

 

แล้วทำไมเขาถึงได้ลืมเรื่องพวกนี้ไปได้!!??

 

มากเมฆพยายามหาสาเหตุ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวเจ็บปวดไปทั้งร่ายกายอย่างรุนแรง ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างในร่างกายของเขาพยายามป้องกันและต่อต้านอย่างโหดร้าย เพื่อไม่ให้มากเมฆนึกออกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ถึงแม้จะนึกออกได้บ้างอย่างเลือนรางมากๆ แต่มากเมฆก็ยังคงจำความรู้สึกเหล่านั้นได้ดี ความรักของแม่

 

เหมือนกับมากเมฆถูกใครบางคนควบคุม ลบและทำลายความจำทรงของเขาไป แล้วคนคนนั้นจะทำไปเพื่ออะไร!?

 

....................................................................

 

ในเมื่อหาคำตอบมารองรับไม่ได้ และยังมีอีกมากที่มากเมฆไม่เข้าใจ และความทรงจำต่างๆ มากมายก็ดูมีความสับสนเต็มไปหมด ทั้งที่อยู่ในช่วงที่มากเมฆกลายเป็นหนูทดลองให้กับตระกูลของตนเองนั้นด้วย

 

มากเมฆยังจำได้ดีถึงความรู้สึกที่เจ็บปวดทรมาน ร่างกายถูกตัดและแยกส่วน และการโดนดูถูกรังเกียจจากคนรอบข้างมากมาย แถมคนเหล่านั้นยังเป็นคนในตระกูลเดียวกันอีกด้วย  แต่กลับจำอะไรในระหว่างนั้นไม่ได้มากนัก และก่อนหน้านั้นทำไมเขาถึงจำได้บ้างไม่ได้บ้าง มันเกิดอะไรขึ้น..

 

และแล้วเวลาก็ผ่านไปจนเกือบจะเช้า มากเมฆได้นอนพักผ่อนน้อยมาก เพราะตลอดทั้งคืนมากเมฆพยายามนึกให้ออกถึงความทรงจำที่ขาดหายไป แต่สุดท้ายมันก็ไร้ผลอยู่ดีราวกับมีอะไรบางอย่างมาปิดกั้นมันเอาไว้

 

ภายในห้องพิเศษสุดหรูของโรงแรม

 

".. มากเมฆรังเกียจพี่สาวคนนี้มากใช่มั้ย ถึงไม่ยอมนอนด้วยกันเลย แถมปล่อยให้พี่สาวนอนคนเดียวได้ยังไง ใจร้ายมากๆ ใจร้ายที่สุด วันนี้จะต้องทำเควสแล้ว แต่จะให้เควสระดับ SSSSSSS ระดับพระเจ้าไปเลยคอยดูเถอะ  .."

 

มาเรียตื่นนอนขึ้นมาและเห็นว่าตนเองนอนอยู่คนเดียวบนเตียง ก็เลยแกล้งทำเป็น บ่นๆ ไปเรื่อย แกล้งทำเป็นร้องไห้เล็กน้อยให้ดูเหมือนไม่พอใจ แต่จริงๆ แล้ว มาเรียรู้สึกดีมากๆ ที่มากเมฆเป็นสุภาพบุรุษแท้จริง และไม่คิดเอาเปรียบเธอในตอนที่เธอหลับและไม่รู้ตัว เพราะหากน้องชายจำเป็นทำอะไรกับเธอแม้แต่นิดเดียว ระบบสุดยอดป้องกันความบริสุทธิ์ของเธอก็จะทำงานในทันที และอาจจะทำลายเมืองๆ นี้ให้หายไปเลยก็ได้

 

".. เปล่านะครับ แต่เมื่อคืนผมมีอะไรให้คิดนิดหน่อย ไว้พรุ่งนี้มานอนด้วยกันใหม่ก็ได้นะครับ .." มากเมฆตอบออกไปแบบซื่อๆ และไม่ได้คิดหลอกด้วยว่าคำพูดพวกนี้ อาจจะทำให้คนที่ได้ฟังได้ยิน อาจจะเข้าใจผิดก็ได้

 

ระหว่างที่มากเมฆกำลังพูดตอบด้วยท่าทายเขินอายตามปกติของเขา มาเรียสังเกตเห็นว่าที่ใบหน้าของน้องชายจำเป็นของเธอมีร่องรอยน้ำตา แสดงว่าเมื่อคืนนี้ระหว่างที่ตัวเธอเองนอนหลับไปนั้น มากเมฆได้ร้องไห้และพอมองดูใบหน้าที่ขาวซีดของน้องชายเธอแล้ว ก็รู้สึกเห็นใจและสงสารอย่างบอกไม่ถูก

 

มาเรียลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปหามากเมฆพร้อมกับกอดชายหนุ่มเอาไว้อย่างอบอุ่น ลูบหลังของเขาไปมาและพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ปลอบโยน น้องชายจำเป็นของเธอให้ดีขึ้นด้วยความอบอุ่นจริงใจ ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามากเมฆร้องไห้ด้วยเรื่องอะไร แต่การที่ผู้ชายคนหนึ่งเจ็บปวดถึงขนาดร้องไห้ออกมาได้นั้น มันจะต้องเป็นเรื่องที่เจ็บปวดอย่างมากอย่างแน่นอน

 

พอเห็นว่ามากเมฆดูมั่นใจและยิ้มได้มากขึ้นแล้ว ไม่เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าของเขาอีก มาเรียก็เลิกกอด แต่ทำการหอมแก้มชายหนุ่มสักฟอดใหญ่ๆ จนมากเมฆทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่เคยโดนผู้หญิงที่ไหนหอมแก้มมาก่อน

 

".. ดีขึ้นนะ อย่าคิดมากเรื่องบางอย่างมันผ่านมาแล้ว ก็ให้มันผ่านไป อยู่กับปัจจุบันและมีความสุขให้มากเข้าไว้รู้มั้ย แล้วก็วันนี้จะเริ่มเควสวันแรก  ไปอาบน้ำเตรียมตัวให้พร้อมได้แล้ว ไปเจอกันที่นอกเมืองทางประตูตะวันออกนะ แต่งตัวให้หล่อๆ ด้วย แล้วก็จำไว้ให้ดีด้วยนะ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ พี่สาวคนนี้ก็ยังเป็นห่วงมากเมฆเสมอนะ  ส่วนพี่สาวขอตัวก่อน ไปละ อีก 1 ชั่วโมงเจอกัน  .." พอพูดจบอยู่ๆ คุณพี่สาวมาเรียก็หายตัวไปเฉยๆ จากในห้องของโรงแรมด้วยเวทมนตร์ ที่คล้ายกับพลังพิเศษอย่างเทเลพอร์ต

 

".. แปลกดีจัง แต่ก็ขอบคุณนะครับพี่สาว ผมรู้สึกดีขึ้นมากเลย .." มากเมฆก็ยังไม่เข้าใจและไม่รู้ว่าทำไมคุณมาเรียถึงต้องหายตัวไปเฉยๆ ไม่เดินออกไปทางประตูแบบคนปกติเขาทำกัน แถมไปในชุดคลุมบางๆ แบบนั้น ไม่อายคนอื่นเลยรึไงแม่คุณ แต่ถึงมาเรียจะทำตัวแปลกประหลาด แต่สำหรับมากเมฆแล้ว มาเรียเป็นคนที่ทำให้เขารู้สึกดีด้วย อยากอยู่ใกล้ๆ เพราะแค่ได้อยู่ใกล้ๆ มาเรียมากเมฆสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

 

มากเมฆอาบน้ำและทานอาหารเช้าที่โรงแรม พร้อมๆ กับจ่ายเงินถึง 5 แสนเหรียญทองสำหรับหนึ่งคืนของห้องพิเศษเลยทีเดียว ก่อนจะออกไปตามนัดที่ได้คุยกันไว้ กับคุณพี่สาวมาเรียก่อนหน้านี้

 

 

พอเดินมาได้สักพักก็ต้องพบเข้ากับกลุ่มคนหลายร้อยคน ที่กำลังมุงดูการต่อสู้ระหว่างชายหญิงกลุ่มหนึ่งอยู่

 

ผู้ชายท่าทางสูงใหญ่แข็งแรงดุดันจนหน้ากลัวคนคนนั้นมากเมฆไม่รู้จัก

 

แต่กับอีกคนนั้นมากเมฆรู้จักดีเลย เพราะเธอคือพี่สาวจำเป็นของเขานั่นเอง แต่สภาพการณ์ในเวลานี้เป็นการต่อสู้กันแบบน่าทุเรศอย่างมาก ผู้ชาย 8 คน VS 1 ผู้หญิงคนเดียว

 

".. นี่น้องสาวเป็นผู้หญิงก็ควรพูดง่ายๆ หน่อย บอกให้ไปเที่ยวกับพวกพี่ชายแค่วันสองวันจะเป็นไรไป เดี๋ยวให้ตังไปกินขนมน่า ฮ่าฮ่า ถึงจะเป็น NPC ไม่ใช่คนจริงๆ แต่พวกพี่ชายไม่รังเกียจหลอกนะ รับได้ เอาหมด ใหญ่ๆ แบบน้องพี่ชอบมากเลย มามะ แล้วน้องสาวจะติดใจ .." ชายร่างใหญ่แต่งกายคล้ายนักสู้ด้วยชุดเกราะหนัง แต่มีอาวุธเป็นขวานขนาดใหญ่ยักษ์พูดขึ้นด้วยท่าทางน่ารังเกียจและไม่ให้เกียรติผู้หญิงแม้แต่น้อย  พร้อมๆ กับจู่โจมหมายจะจับหญิงสาวให้ได้เพื่อที่จะได้ลวนลามให้หายอยาก

 

".. สาวสวย หน้าอกใหญ่ๆ แบบนี้ ผมยาวสีดำ สวยขนาดนี้ หากคืนนี้ยอมตามใจพวกพี่ชาย เดี๋ยวจะพาไปเก็บเวลก็ได้นะ ได้ของอะไรยกให้หมดเลย เป็นไงสนใจมั้ย ฮ่าๆ แถมเป็น NPC ด้วยสนใจมีลูกกันมั้ย ฮ่าฮ่า .." ผู้เล่นชายในกลุ่มพูดจาแทะโลมมาเรียแบบหน้าด้านๆ ไร้ยางอายแบบสุดๆ พร้อมๆ กับร่วมมือกันอีกหลายคนเล่นงานเธอ

 

".. น้องสาวเป็น NPC คนของดินแดนนี้ สนใจมีลูกกับพวกพี่มั้ยจ๊ะ จะจัดให้หนักๆ เลย สวยๆ แบบนี้โคตรได้อารมณ์ มีใครมาตามจีบรึยัง หากเข้าป่าไปถูกฆ่าตายเสียดายแย่ มาเป็นเมียๆ ให้พวกพี่เล่นสนุกดีกว่า หากว่าง่ายๆ ละนะ แต่หากพูดดีๆ แล้วไม่ฟังพวกพี่จะจับ NPC อย่างหนูไปขายเป็นทาสหลังจากจบศึกค่ำคืนอันดุเดือดแล้ว .." ผู้เล่นชายในกลุ่มอีกคนพูดขึ้นเสียงดัง เพราะพวกมันกลุ่มนี้ครั้งหนึ่งก็เคยกระทำเรื่องเลวๆ แบบนี้กับ NPC ผู้หญิงที่เป็นเอไอสาวสวยที่เป็นชาวบ้านธรรมดามาแล้ว แถมยังจับคนในหมู่บ้านของหญิงสาวที่ถูกกระทำไปขายเป็นทาสอีก เป็นกลุ่มปาร์ตี้ที่เลวแบบสุดๆ

 

 

 

".. พวกผู้ชายเลวๆ นิสัยแย่ ไม่ให้เกียรติผู้หญิง แถมยังพูดจาหมาๆ อีก ชาตินี้ทั้งชาติก็คงได้แต่ใช้กำลังบังคับ และคงไม่มีผู้หญิงคนไหนมาสนใจแน่ๆ พวกทุเรศ!!!! ไปตายให้หมด พวกน่ารังเกียจ หนอนแมลงยังดูดีกว่าซะอีก .." มาเรียพูดตอบเสียงดัง ทั้งๆ ที่เธอกำลังโดนรุมล้อมจากผู้ชายทั้ง 8 คนจากทุกทิศทาง และในเวลานี้เองเธอโกรธมากๆ แล้วด้วย แต่คนอะไรก็ไม่รู้ยิ่งโกรธก็ยิ่งสวย ยิ่งทำหน้าดุก็ยิ่งทรงเสน่ห์

 

ถึงแม้จะดูว่ามาเรียเสียเปรียบ ที่จำนวนคนของอีกฝ่ายมากกว่าถึง 8 คน แต่กลุ่มผู้ชายเหล่านั้นกับทำอะไรเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่ารอบๆ ตัวของมาเรียมีม่านพลังพิเศษที่มองไม่เห็นคอยปกป้องอยู่

 

แต่ทว่าหากสังเกตให้ดีๆ ก็จะรู้อีกว่าคุณพี่สาวจำเป็นมาเรียไม่มีสกิลเวทโจมตีรุนแรงอะไรเลยแม้แต่น้อย

 

แต่ละสกิลทักษะเวทที่เธอใช้ ดูธรรมดาอย่างมาก คงอาจจะเพราะว่าเธอเลเวลต่ำด้วยก็เป็นได้ แต่มากเมฆก็ตรวจสอบไม่ได้ว่าเลเวลของมาเรียอยู่ที่เท่าไหร่ เห็นเพียงแค่เครื่องใหม่คำถามหนึ่งตัวเท่านั้น “ ? ” มันน่าแปลกใจมากๆ

 

มากเมฆมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ถึงแม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ตั้งแต่แรก แต่การที่ใจกล้ามาทำร้ายพี่สาวจำเป็นของเขาได้ ปาร์ตี้กลุ่มนั้นวันนี้คงต้องดวงซวยเสียแล้ว

 

ทันใดนั้นเมื่ออยู่ๆ มากเมฆก็ไปปรากฏตัวอยู่ข้างกายมาเรียในทันที พร้อมกับพลังเวทมนตร์ทรงพลังที่มีแรงกดดันอันมหาศาลจากท้องฟ้า กดทับพวกผู้ชายสารเลวทั้ง 8 คนจนหน้าทิ่มดิน

 

พร้อมกับโอบเอวบางของหญิงสาวเอาไว้อย่างพอดีมือ ก่อนที่จะพาเธอเคลื่อนไหวด้วยความเร็วแสงออกมาข้างนอกอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล และด้วยความเร็วอันหน้าเหลือเชื่อของมากเมฆ ที่ได้ใช้วิชาตัวเบาระดับสุดยอด บวกกับการใช้เวทมนตร์แบบไร้คำร่าย อยู่ ๆ ก็ปรากฏวงแหวนเวทสายฟ้าขนาดใหญ่อยู่ที่พื้นบริเวณที่กลุ่มชายชั่วหน้าทิ่มดินอยู่ ได้ทำการปลดปล่อยพลังมังกรสายฟ้าจากดินพุ่งขึ้นฟ้า และวิ่งเข้าใส่ชายชั่วทั้งแปดคนที่รุมทำร้ายมาเรียก่อนหน้านี้ในทันที

 

พร้อมๆ กับบทเวทคำสาปเพลิงชีวิต จะก่อให้เกิดเปลวเพลิงขนาดใหญ่ทำการเผาไหม้ร่างกายอย่างช้าๆ และไม่สามารถดับได้ด้วยน้ำปกติ เป็นคำสาปที่มีผลทั้งเผาไหม้รุนแรงและรักษาสภาพร่างกายไปพร้อมๆ กัน และจะคงสภาพไม่ให้ผู้ที่ถูกคำสาปเสียชีวิตเป็นระยะเวเลานานกว่า 2 ชั่วโมง

 

// - - บทเวทคำสาปเพลิงชีวิต มีผลให้ผู้ได้รับถูกเปลวเพลิงสีขาวเผาไหม้ทำลายร่างกายให้เจ็บปวด เผาไหม้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างรุนแรง และในขณะที่ใกล้จะตาย เพลิงสีทองแห่งชีวิตก็จะทำการรักษาบาดแผลให้หาย วนเวียนไปมาหลายรอบก่อนที่จะครบกำหนดเวลา ทำให้ผู้ที่ได้รับคำสาปทรมานอย่างแสนสาหัส - - //

 

แถมมากเมฆยังไม่ชอบวิธีการที่พวกมันพูดและกระทำ มากเมฆจึงได้จัดเวทมนตร์คำสาประดับตำนานไปอีกหลายสิบบทเวทแบบทำงานเป็นลูกโซ่ ชนิดที่ว่าต่อให้พวกมันทรมานจนตายไปแล้ว เกิดขึ้นมาใหม่ก็ยังต้องทรมานต่อไปอีกเรื่อยๆ ถึง 9 วันในเกมเลยทีเดียว ไม่ว่าจะหัวเราะจนตาย เข็มทิ่มแทง หนาวจนไข่แข็ง และอื่นๆ อีกมาก แน่นอนว่าเวทคำสาปของมากเมฆสามารถแก้ได้ แต่คนที่จะช่วยคนพวกนี้ได้จะต้องมีระดับทักษะเวทมนตร์บทเวทที่สูงกว่าระดับตำนานของมากเมฆขึ้นไปเท่านั้น

 

คนทั้งแปดได้แต่ร้องโหยหวน ร้องยังกับหมาโดนน้ำร้อนที่กลางหลัง ด้วยความเจ็บปวดและทรมานสุดแสน พวกมันทนอยู่ได้นานกว่า 15 นาที ก่อนจะทนไม่ไหวและใกล้จะตายด้วยสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ร้ายแรง

 

แต่ทว่าอยู่ๆ ก่อนที่ร่างกายจะถูกเผาไหม้จนสลายหายไป จากเปลวเพลิงเผาไหม้สีขาวของคำสาป คนทั้งแปดกับได้รับการรักษาจนร่างกายหายดีจนสมบูรณ์ จากเปลวเพลิงที่เปลี่ยนเป็นสีทอง หลังจากที่หายดีได้ไม่ถึง 1 นาทีเปลวเพลิงสีขาวก็กลับมาเผาไหม้อีกครั้ง วนเวียนกันไปมาระหว่างเผาไหม้ให้ทรมานและรักษาจนหายดีเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

 

จนร่างกายและสภาพจิตใจของพวกคนเลวระยำทั้ง 8 ทนไม่ไหว ถูกเผาไหม้จนตายพอเวลาผ่านไปสักระยะก็กลับมาวังวนเดิมอีกครั้งไปเรื่องๆ สุดท้ายคนทั้งแปดก็หนีออกจากเกมแล้วหายไปเลย แถมยังโดนหมายศาลและเจ้าหน้าที่พิเศษระดับสูงของทางสามพิภพออนไลน์ เดินทางไปถึงที่บ้านด้วยเรื่องการกระทำที่เลวร้ายต่อปัญญาประดิษฐ์ที่มีชีวิตจิตใจไม่ต่างจากมนุษย์ในระดับที่เกินขอบเขตจะรับได้

 

และยังมีหลักฐานทั้งหมดเป็นคำพูดสารภาพความชั่ว ความผิดที่เคยกระทำออกมาเอง แถมยังมีพยานรู้เห็นในที่เกิดเหตุเยอะมาก ระหว่างการต่อสู้กับมาเรียอีกด้วย พวกเลวทั้งแปดคนจึงได้เสียค่าปรับมหาโหด พร้อมกับถูกแบนเป็นเวลานานหลายปี

 

จนกลายเป็นคดีตัวอย่างสำคัญ จนผู้เล่นคนอื่นๆ ที่เล่นในระดับทั่วไปไม่กล้ากระทำการใดๆ ที่เกินกว่าเหตุแบบเปิดเผยอีก เพราะในยุคสมัยใหม่ เสรีภาพ อิสรภาพ ความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชนนั้นสำคัญมาก เพราะภายในโลกเสมือนจริงของสามพิภพเองออนไลน์ ก็มีกฎหมายคุ้มครองและปกป้องเหล่าเอไอระดับสูงอยู่เช่นกัน ไม่ต่างจากโลกจริงสักเท่าไหร่ที่คอยดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่เสมอ

 

แต่หากมีผู้เล่นบางกลุ่มได้กระทำเรื่องที่น่าละอายชาติชั่วเลวร้ายเกินอภัยหลายต่อหลายครั้ง

 

พวกมันก็จะต้องพยายามปกปิดเรื่องราววีรกรรมเอาไว้เป็นความลับดำมืดให้มากที่สุดทั้งหมดเท่านั้น

 

แน่นอนว่ายังมีกลุ่มผู้เล่นที่ทำตัวโคตรชั่วโคตรเลวอีกมาก อาศัยอยู่ในโลกสามพิภพทั้งสามดวงดาว แต่คดีที่ชอบจับ NPC ไปขายเป็นทาสมักจะมีเฉพาะโลกที่ล้าหลังเท่านั้น โดยเฉพาะโลกแห่งเทพเซียนที่มีการค้ามนุษย์อย่างเด่นชัด แต่ทางระบบยังมองว่าพอรับได้ แต่ทว่ากับพวกผู้เล่นที่ชอบการข่มขืนเป็นชีวิตจิตใจ ทรมานทารุณเด็กและอิสตรีคนชราเพื่อความสนุกบันเทิงและสาแก่ใจ คนพวกนี้หากถูกจับได้พร้อมกับมีหลักฐาน จะถูกตรวจสอบและหากพบว่าทำความผิดจริงก็จะถูกลงโทษอย่างหนักตามกฎหมาย

 

แต่หากเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการสังหาร การฆ่าและถูกทำลาย ในทางใดทางหนึ่ง จนถึงแก่ความตาย ยังถูกมองว่าเป็นเหตุแห่งผลของการกระทำที่ยอมรับได้อยู่ เช่น สงคราม ศึกชิงเมือง ปล้นหมู่บ้าน กวาดล้าง ภารกิจสังหาร ภัยพิบัติ และอื่นๆ โดยไม่ขัดต่อการกระทำที่เลวร้ายเกินไป จะถูกนับว่ายังพอรับได้อยู่เสมอ แต่เมื่อใดที่เรื่องราวและการกระทำของผู้เล่นเกี่ยวข้องกับการ ข่มขืน NPC ไม่ว่าจะเพศชายและหญิงที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ระดับสูงที่มีสำนึกรับรู้ไม่ต่างจากมนุษย์จริงๆ หรือเหตุการณ์ใดๆ ที่ใกล้เคียง เพื่อความสนุกสาแก่ใจด้วยหัวใจอันดำมืดและตั้งใจ 100% ทั้งหมดจะถูกระบบแจ้งเตือน และถูกลงโทษในเวลาต่อมา

 

// - - การข่มขืนถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงอย่างมากต่อโลกเสมือนจริง - - //

// - - ปัญญาประดิษฐ์ของโลกสามพิภพมีจิตใจไม่ต่างจากมนุษย์ สมควรปฏิบัติและให้เกียรติอย่างเท่าเทียม - - //

// - - การทารุณ NPC เป็นเหตุให้กระทำได้ แต่จะดูที่หลักของเหตุและผลของการกระทำของผู้เล่นด้วย - - //

 

การที่ได้มาเห็นคนทั้งแปดถูกเผาไหม้ให้ตายอย่างช้าๆ ทั้งเป็น เจ็บปวดทรมานสุดจะบรรยายเป็นคำพูด และยังถูกรักษากลับไปกลับมาเรื่อยอยู่ ๆ จนบรรดาเหล่าผู้เล่นที่มุงดูอยู่ต่างก็ตกใจ หวาดกลัว เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก พร้อมๆ กับการหายไปของหญิงสาวแสนสวยคนนั้นอีกด้วย

 

มากเมฆแท้จริงแล้วไม่อยากจะฆ่าและทรมานคนพวกนั้นเลย หากพวกมันไม่ได้กระทำชั่วมากเกินให้อภัยแถมยังกล้าประกาศความชั่วที่ทำออกมาอย่างหน้าไม่อาย ด้วยเหตุนี้มากเมฆจึงได้จัดให้อย่างสาสม

 

".. มาช้านะคะ!!! เห็นมั้ยโดนคนอื่นมารังแกเลย ไม่ปกป้องพี่สาวให้ดีต้องถูกลงโทษ .." มาเรียทำหน้างอน้อยใจ และดูเหมือนจะโกรธที่มากเมฆใช้เวลานานมากกว่าจะมาถึง แถมยังปล่อยให้เธอถูกกลุ่มผู้ขายเหล่านั้นมาทำนิสัยเสียใส่อีก สรุปง่ายๆ อะไรไม่ดีโทษมากเมฆหมด ตามประสาหญิงสาวที่กำลังโกรธ หาที่ลงเท่านั้นล่ะ

 

".. ง่ะ ขอโทษนะครับ แต่คุณพี่สาวไม่ได้กำหนดเวลาไว้ก่อนนี่นา ผมเองก็ไม่รู้ว่าต้องให้รีบมานี่  .." มากเมฆตอบตามความจริงแต่ก็จำได้รางๆ ว่ากำหนดเวลาไว้หรือเปล่าหว่า 1 หรือ 2 ชั่วโมง ช่างเถอะ แถมเจ้าตัวยังไม่รู้อีกว่าคุณพี่สาวจำเป็นกำลังงอนตนเองอยู่นิดหน่อย

 

".. ไม่รู้ละวันนี้เควสที่ทำยากมากๆ แน่ ๆ มีกำหนดเวลาคือ 90 วันในเกมเท่านั้น  .."  ทั้งสองคนเดินไปคุยไปตลอดทาง พร้อมๆ กับมาเรียบอกเล่าถึงรายละเอียดของเควสขั้นแรกที่ต้องทำให้มากเมฆได้รู้

 

มาเรียถามมากเมฆเกี่ยวกับการปลดผนึกทวีปหลักทั้งสองที่สำเร็จไปแล้ว ว่าน้องชายจำเป็นของเธอรู้อะไรเกี่ยวกับการปลดทวีปมาบ้างหรือเปล่า แต่มากเมฆก็ตอบไปอย่างซื่อๆ ว่าไม่รู้อะไรเลย

 

".. น้องชายสุดที่รักคะ เควสแรกที่ต้องทำน่ะ จริงๆ แล้วก็คล้ายๆ กับที่ได้คุยๆ กันมานั่นละ แต่ที่นี่จะยากกว่าหรือง่ายกว่าก็ต้องลองดูเอาเองเท่านั้นนะ แต่คิดว่าน่าจะง่ายสำหรับมากเมฆเยอะเลย .." มาเรียแอบยิ้มและเอากระดาษเวทมนตร์โบราณเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดของเควสออกมา ให้มากเมฆได้ดูอย่างช้าๆ

 

เควสการสร้างอาชีพ

เควสขั้นที่ 1 ที่ต้องทำให้สำเร็จเสียก่อน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถทำเควสในลำดับต่อๆ ไปได้

ถูกเลือกให้รับเควสขั้นที่ 1 เควสปลดผนึกทวีปเริ่มต้นจิตมายา มีระยะเวลา 90 วัน

รายละเอียดดังนี้

1.เอาชนะเหล่าราชาอสูรทั้งหมดในทวีปแห่งนี้ หรือไม่ก็ต้องทำให้ราชาอสูรเหล่านั้นยอมรับ

2.ห้ามเสียชีวิตในขณะที่ทำเควสโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นต้องนับ 1 ใหม่

3.อสูรระดับราชามีทั้งหมด 13 ตน ทรงพลังและแข็งแกร่งมาก

4.เมื่อเอาชนะทั้งหมดได้แล้ว จะต้องตามหาเทพอสูรผู้หลับใหลอยู่ในทวีปจิตมายาให้พบ

5.เอาชนะเทพอสูร หรือไม่ก็ห้ามตายในระหว่างที่ต่อสู้เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยจะถือว่าชนะ

6.เมื่อชนะได้แล้ว จะได้รับลูกแก้วดวงตาเทพเจ้าโบราณจิตมายา นำลูกแก้วไปยังใจกลางทวีปและทำลาย

 

ของรางวัลที่จะได้รับและเหตุการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นหากทำสำเร็จได้ในระดับสูงสุด

ปลดผนึกทวีปเริ่มต้นทำให้ผู้เล่นใหม่สามารถเลือกเผ่าพันธุ์ที่ไม่ใช่มนุษย์ได้ และได้รับบัพพิเศษบางอย่าง

ปลดผนึกอาชีพลับต่างๆทั้งหมดบนทวีปจิตมายา  และทักษะเวทพิเศษต่างๆ มากมายระดับสูงและโบราณ

ปลดผนึกเทคโนโลยีโบราณที่หลงลืมออกมาเล็กน้อยเฉพาะทวีปจิตมายา และสามารถรับเควสมาทำเพื่อเรียนรู้ได้

ทวีปเริ่มต้นจิตมายาจะมีขนาดใหญ่ขึ้น 150% และมีหมู่เกาะน้อยใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 1,111 เกาะ

เพิ่มสัตว์อสูรหายากและสัตว์โบราณมากมาย และพื้นที่ในการเก็บระดับเลเวลเพิ่มมากขึ้น

NPC มนุษย์และเผ่าพันธุ์ที่มีอารยธรรม จะมีเลเวลสูงขึ้นมาจากเดิม 5-10 เท่าเพื่อให้เหมาะสมกับการปลดผนึก

เพิ่มโบราณสถานที่ถูกหลงลืมของพระเจ้า และยังปรากฏดันเจี้ยนลึกลับมากมายเพิ่มขึ้นอีกนับร้อยๆ แห่งทั่วทั้งทวีป

กำเนิดราชันย์จักรพรรดิอสูรและปีศาจแห่งทวีปจิตมายาขึ้นมา และจำเป็นจะต้องเอาชนะให้ได้ 10 ปีต่อหนึ่งครั้ง

หากไม่สามารถเอาชนะราชันย์จักรพรรดิอสูรและปีศาจได้ จะก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างร้ายแรงขึ้น

ปลดปล่อยเผ่าลับต่างๆ ในดินแดนแห่งนี้ทั้งหมด ผู้ทำเควสสำเร็จจะได้รับพลังบางส่วนของแต่ละเผ่าพันธุ์

ผู้ที่ทำเควสสำเร็จจะรับได้สิทธิ์พิเศษซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ถูกลง 20% จากร้านค้าทั้งหมดบนดาวดวงนี้     

ผู้ที่ทำเควสสำเร็จจะได้รับฉายาผู้ยิ่งใหญ่แห่งจิตมายา เมื่อใดก็ตามที่ใช้พลังเวทมนตร์ หรือบทเวทอันทรงพลัง

จะทำให้ได้รับประสิทธิภาพและความรุนแรงของผลลัพธ์ทั้งหมดมากขึ้น 200% เฉพาะบนทวีปจิตมายาเท่านั้น

หากสามารถทำเควสได้สำเร็จในระดับสูงสุด 200% จะได้รับกุญแจแห่งการสร้างอาชีพ 1 ดอก และไม่จำเป็นจะต้อง

ทำเควสในขั้นต่อๆ ไปอีกเลย หากบรรลุผลขั้นที่หนึ่งได้ในระดับสูงสุดแล้ว และผู้เล่นยังจะได้รับเซตไอเท็มชุดคลุม

เวทอมตะจิตมายา แบบผูกมัดและแปรเปลี่ยนรูปร่างได้ไม่จำกัดแบบครบชุด และสามารถอัพระดับวิวัฒนาการได้

 

มากเมฆอ่านรายละเอียดทั้งหมดของกระดาษเวทมนตร์เก่าๆ ก็เห็นว่าเควสที่ต้องทำไม่น่าจะยากเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ยากลำบากคือการไปตามหาราชาอสูรทั้งหมดที่ไม่รู้ว่าอยู่ไหนกันบ้างนี่สิ และยังต้องเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้อีกด้วย มันคงไม่ยากหากมากเมฆจะใช้ไม้เท้าระดับ SSS ในการต่อสู้ แต่ในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสอันหายากอีกเช่นกันที่จะได้ทดสอบพลังของตนเองอีกด้วยหากไม่ใช้ไอเทมระดับ SSS ที่มีอยู่

 

".. เป็นไงบ้าง พอจะทำได้มั้ย หากไม่ได้ก็บอกนะจ๊ะ จะได้ยกเลิกเควสและมากเมฆจะได้ถูกลงโทษ .." มาเรียยังคงยิ้มอย่างร่าเริง หลังจากที่ได้เห็นสีหน้าหนักใจของชายหนุ่มเล็กน้อย

 

".. คิดว่าน่าจะไหวนะครับ แต่ผมสงสัยอยู่อย่าง ในดาวดวงนี้ไม่ใช่มีแต่เผ่ามนุษย์เหรอครับ .." มากเมฆถามออกไปตรงๆ เพราะตั้งแต่เข้าเกมมายังไม่เคยรู้เลยว่าในเกมนี้ มีเผ่าอื่นๆ อยู่ด้วย ทั้งๆ ที่อาจารย์สอนวิชาช่างส่วนใหญ่เป็นคนแคระแต่สงสัยพี่แกจะมองไม่เห็นความแตกต่าง

 

".. มีสิ ที่นี่เกมสามพิภพก็เหมือนเกมทั่วๆ ไปนั่นละ มีทั้งสิ่งที่แปลกใหม่ สิ่งที่ไม่มีอยู่จริง และก็ของเดิมๆ เก่าๆ อย่างระบบเผ่าพันธุ์ก็มีมาตั้งนานแล้ว แต่ถูกปิดไว้เฉยๆ พวกเอลฟ์ พวกมนุษย์ปีศาจ เยอะมากเลย .." มาเรียตอบมากเมฆและอธิบายถึงรูปแบบเผ่าต่างๆ ในเกมนี้ให้มากเมฆได้ฟัง แถมยังแอบบอกด้วยว่าราชาอสูรตัวแรกที่จะให้ไปสู้อยู่ที่ไหน สมกับเป็นพี่สาวจำเป็นผู้แสนดีจริงๆ

 

ระบบเผ่าในโลกเวทมนตร์นี้ จะอยู่ในรูปแบบผสมผสานกันไป เช่น มนุษย์เทพ มนุษย์มังกร มนุษย์อสูร มนุษย์ปีศาจ แต่ก็มีบางเผ่าพันธุ์เช่นกันที่ต้องสร้างตัวละครเล่นใหม่ หากได้คำเชื้อเชิญจากเผ่าพันธุ์นั้นๆ มา เช่นพวกเผ่าลับโบราณต่างๆ เผ่าปีศาจมายา เผ่าเทพเจ้าบรรพกาลต่างๆ เผ่าคนแคระ เผ่าเอลฟ์ เผ่าดาร์คเอลฟ์ เผ่าภูติ และอื่นๆ อีกมากที่มีรูปร่างหน้าตาของตัวเองเป็นลักษณะเฉพาะอย่างโดดเด่น

 

แต่ก็มีบางกรณีพิเศษอีกมากที่ทำให้ผู้เล่นคนนั้นๆ ได้รับเผ่าลับที่หายากมาก มาโดยไม่ต้องเริ่มเล่นใหม่ก็มีแต่ก็อาศัยโชคอยู่เยอะสมควร

 

".. เป็นไงสนใจเผ่าไหนเป็นพิเศษรึเปล่า แอบบอกข้อมูลได้อยู่นะ .." มาเรียถามเล่นๆ เพราะคิดว่ามากเมฆคงไม่สนใจเท่าไหร่ เพราะพูดไปตั้งเยอะสุดท้ายก็ฟังเฉพาะว่าสัตว์อสูรระดับราชาอยู่ที่ไหนเท่านั้น

 

".. ตอนนี้ยังไม่มีหรอกครับ เพราะยังไม่รู้เลยว่าจะปลดผนึกทวีปเริ่มต้นได้มั้ย แต่ผมเองก็เพิ่งรู้นะครับเนี่ย ทวีปแห่งนี้ยังไม่ได้รับการปลดผนึกอีกเหรอทั้งที่เป็นทวีปเริ่มต้นแบบนี้  .." มากเมฆตอบกลับและถามในสิ่งที่สนใจ

 

".. ทุกคนที่เข้าเกมมา แต่ละคนก็ห่วงแต่ระดับเลเวล กับเควสกับของรางวัลดีๆ ไอเทมหายากเท่านั้นละ ไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวมากนักหรอก ยกเว้นแต่ว่ามันมีผลประโยชน์หน่อยเท่านั้น ถึงจะหันมาสนใจกันอยู่บ้าง .." มาเรียพูดอย่างเบื่อๆ เวลาคิดไปถึงความโลภความเห็นแก่ตัว ของมนุษย์ผู้มาจากดินแดนอันแสนไกล

 

".. รู้รึเปล่าบนดาวดวงนี้ มีคนมาทำเควสการสร้างอาชีพกี่คนแล้ว  .." มาเรียลองถามเล่นๆ ระหว่างเดินทางไปยังเมืองหิมะทางทิศเหนือแบบเดินอ้อมมากๆ ไม่รีบร้อนอะไร

 

// - - จุดหมายปลายทางเมืองหิมะ - - //

 

".. ผมว่ามีเป็นพันๆ คนเลยใช่มั้ยครับ .." มากเมฆไม่รู้คำตอบที่ถูกต้องเดามั่วตอบกลับไป 

 

".. ยังไม่มีถึงหนึ่งร้อยคนด้วยซ้ำ เพราะแต่ละคนพอทำไม่สำเร็จก็จะไปบ่นไปบอกต่อๆ กัน ไปว่าเป็นเควสที่ยากมากและเป็นไปไม่ได้ ทั้งๆที่หากตั้งใจจริงๆ ก็ทำได้แท้ๆ จนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่มีสักคนที่ทำเควสนี้ได้สำเร็จ สมบูรณ์เลยสักคน.." มาเรียบ่นๆ พร้อมกับอธิบายกับมากเมฆเพิ่มเติมว่า

 

เควสของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เพราะทุกครั้งที่จะให้เควส จะต้องทดสอบและตรวจสอบก่อนว่าคนคนนั้นมีสิทธิ์ที่จะทำสำเร็จมั้ย โดยจะให้เควสเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดก่อนเสมอ โดยการสุ่ม เช่นของกลุ่มคนล่าสุดที่เคยมาทำก็เป็นเควสให้ไปหาสิ่งของง่ายๆ จากถ้ำอสูรโบราณ

 

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กลับมาส่งเควสกันเลยจนหมดเวลา และถูกลงโทษในเวลาต่อมาอย่างสาสม

 

แต่สำหรับมากเมฆนั้น เพราะได้ตรวจสอบมาก่อนแล้วเมื่อวานนี้ จึงได้ให้เควสปลดผนึกทวีป เพราะมีโอกาสทำสำเร็จถึง 80% เลยทีเดียว จากความสามารถทั้งหมดที่มี และหากมากเมฆตั้งใจจริงๆ คงเพิ่มโอกาสเป็น 100% ได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน

 

ระหว่างที่คุยเล่นกันไปเรื่อยๆ คุณพี่สาวจำเป็นมาเรียก็ขอขี่หลังมากเมฆซะอย่างงั้น

 

แถมบ่นๆ ว่าปวดขาแล้ว ไม่อยากเดินแล้วขอขี่หลังหน่อยน๊าาาอีกต่างหาก หาเรื่องใช้บริการคุณน้องชายได้ตลอดเวลาจริงๆ

 

สุดท้ายมากเมฆก็ต้องใจอ่อนตามใจคุณพี่สาวอยู่ดี ให้ขี่หลังอย่างว่าง่าย แถมยังได้สัมผัสกับพลังงานลึกลับที่นุ่มนิ่มจากหน้าอกของคุณเธอโดยไม่ตั้งใจอีกด้วยเป็นรางวัล ถึงจะเสียสมาธิไปบางในช่วงแรกๆ แต่ในเวลาแบบนี้มากเมฆก็เริ่มรู้สึกถึงความฟินสุดๆ ได้บ้างแล้วในแบบของลูกผู้ชายตัวจริง

 

เพราะระยะทางมันไกลพอสมควร มากเมฆจึงต้องเร่งความเร็วขึ้นอีก และใช้วิชาตัวเบาที่ได้ร่ำเรียนมาให้เป็นประโยชน์อย่างที่สุด "วิชาก้าวเท้าดาวเคลื่อน" หนึ่งในวิชาแรกเริ่มที่มากเมฆได้เรียนรู้จากอาจารย์ไป่หลง 


มันเป็นวิชาการก้าวเท้าที่นำมาใช้งานได้หลากหลาย และใครจะไปรู้ละว่าเจ้าวิชาชุดนี้เอง ก็จัดได้ว่าเป็นสุดยอดวิชาโบราณอีกด้วยเช่นกัน กับวิชาอื่นๆ ที่ได้เรียนรู้มามากเมฆเมื่อครั้งยังฝึกวิชาไม้เท้าเงาลม ตอนที่ฝึกจังหวะและกระบวนท่าให้ต่อเนื่อง ก็ได้เจ้าวิชาท่าร่างพื้นฐานของวิชาก้าวเท้าดาวเคลื่อนเข้ามาเสริม 


จึงทำให้สามารถแสดงอานุภาพของวิชาไม้เท้าเงาลมได้มากขึ้น หลายร้อยเท่าจากความพยายามที่จะแตกต่างของตนเองแบบหลุดๆ และจากการที่ได้ศึกษาและพัฒนาอยู่เสมอของมากเมฆ

 

วิชาตัวเบาชุดนี้ จึงได้เกิดใหม่และกลายเป็นหนึ่งในวิชาเฉพาะตัวของมากเมฆไปแล้ว และยิ่งนำมาใช้ผสานหลอมรวมกับ สุดยอดวิชาลมปราณจักรวาลลึกล้ำ ก็ส่งเสริมให้วิชาตัวเบานี้ร้ายกาจและเพิ่มพลังในการก้าวกระโดดได้สูงมากๆ และวิ่งได้เร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย

 

ย่างก้าวเซียนสวรรค์ งดงามลื่นไหว ว่องไวดุจสายฟ้า บาทาเบาบางดุจขนนก

 

 

คนทั้งสองใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงเมืองทางทิศเหนือสุดของทวีปจิตมายา เมืองหิมะโปรย ด้วยความเร็วระดับสุดยอดปลายหญ้าของมากเมฆ แน่นอนว่ามากเมฆใช้ทั้งวิชาตัวเบา และเวทมนตร์เทเลพอร์ต จึงได้เดินทางมาถึงที่เมืองเหนือสุดของทวีปได้อย่างรวดเร็ว

 

//- - เมืองหิมะโปรยเป็นเมืองที่เงียบสงบและหนาวเย็นอยู่ตลอดทั้งปี และบริเวณเขตรอบเมืองทั้งหมดเหล่านี้ก็เต็มไปด้วยหิมะสีขาวงดงามมากมาย ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์อย่างมากต่อจิตใจและจิตวิญญาณสำหรับทุกคนที่ได้พบเห็น มีกำแพงสีขาวสูงใหญ่ปิดล้อมตัวเมืองถึงสามทิศทาง เพราะจำเป็นจะต้องเปิดกว้างทางทะเลสาบของเมืองให้ทอดยาวเข้าไปยังป่าไม้โบราณและภูเขาสูงใหญ่ต่างๆ ที่อยู่โดยรอบ จนคล้ายกับปราการทางธรรมชาติ เป็นดินแดนแห่งชีวิตและความตายอันหนาวเหน็บของทุกๆ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่มาอยู่อาศัย ภูมิประเทศรอบข้างเต็มไปด้วยป่าไม้น้ำแข็งโบราณ ทิวเขาสูงชันมากมาย สัตว์อสูรระดับสูงและทรงพลัง แต่ที่น่าแปลกใจ ณ จุดที่ตั้งของใจกลางเมืองของเมืองหิมะโปรยแห่งนี้กับมีทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่อบอุ่นอยู่ตลอดทั้งปี เป็นแหล่งน้ำสำคัญทางธรรมชาติของทุกๆ ชีวิตภายในเมืองและเหล่าสัตว์อสูรจำนวนมากที่อยู่โดยรอบ เพราะทะเลสาบมีขนาดพื้นที่ที่ใหญ่อย่างมาก กินพื้นที่เข้าไปยังป่าเขาและทิศทางต่างๆ ขยายออกไปยังนอกตัวเมืองจนไปชนเขากับภูเขารอบด้านกลายเป็นแหล่งธรรมชาติท่องเที่ยวที่งดงามราวกับสรวงสวรรค์ เป็นหนึ่งในเมืองหลักที่สำคัญอย่างมากของทวีปจิตมายาแห่งนี้ - - //

 

การที่ต้องออกจากประตูทางทิศตะวันออก แล้วจึงเดินทางขึ้นเหนือมานั้น เป็นการเดินทางที่ดูไม่ฉลาดนัก

 

แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้น !!?? เพราะประตูทางทิศเหนือและตลอดเส้นทางสายหลักมายังเมืองหิมะโปรย ได้ถูกกลุ่มกิลด์ทหารรับจ้างจากดาวเคออส ได้มาปิดกั้นเส้นทางเอาไว้เกือบทั้งหมดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถึงแม้บัพพลังสงครามที่ช่วยเพิ่มพลังให้พวกมันจะหมดลงไปแล้ว แต่การที่พวกมันทำแบบนี้และปิดกั้นตลอดเส้นทาง คงกำลังออกตามหาและค้นหาอะไรกันอยู่แน่ๆ

 

หลังจากที่มากเมฆและมาเรียได้เข้าไปในเมืองหิมะโปรยแล้ว ก็พบกับผู้เล่นของดาวเคออสจำนวนมาก ได้มาอยู่ที่นี่เต็มไปหมด เกือบๆ ราวสองพันคนเห็นจะได้ การที่ผู้เล่นจากดาวดวงอื่นจะมายังทวีปเริ่มต้นของอีกดวงดาวนั้น

 

สามารถทำได้ขอแค่ระดับเลเวลไม่สูงถึง 100 และผ่านเควสเนื้อเรื่องบางอย่าง ก็สามารถเข้าประตูวาร์ประหว่างดวงดาวมายังทวีปเริ่มต้นของอีกดวงดาวได้ ด้วยเงื่อนไขพิเศษบางอย่าง เช่น การถูกลดพลังโจมตีป้องกันต้านทานและความสามารถต่างๆ ลงไปไม่ต่ำกว่า 30% เป็นอย่างน้อย ขึ้นอยู่กับระดับเลเวลของบุคคลนั้นๆ และการที่พวกผู้เล่นชาวดาวเคออสมาอยู่ที่นี่กว่าสองพันคน มันจะต้องมีจุดประสงค์อะไรที่สำคัญมากอยู่แน่ๆ และการที่มากเมฆมายังเมืองหิมะโปรยนั้น ก็เพราะคุณพี่สาวมาเรียอยากจะมาเที่ยวและบอกว่าใกล้ๆ เมืองหิมะแห่งนี้ มีอสูรระดับราชาอยู่ด้วยนั่นเอง

 

มากเมฆมาเพื่อตบบอสโดยเฉพาะ

 

            มาเรียมาเพื่อเที่ยวเล่นโดยเฉพาะเช่นกัน

 

เพราะเหตุนั้นมากเมฆจึงได้เดินทางมาที่เมืองหิมะโปรยแห่งนี้ เขาเดินเข้าเมืองไปอย่างสบายๆ ทั้งที่มีสาวสวยขี่หลังนอนหลับอยู่ตลอดการเดินทาง โดยไม่แคร์สายตาของใครต่อใครที่มองมาอย่างอิจฉาตาร้อนเลยแม้แม้แต่น้อย แน่นอนว่ามากเมฆเริ่มจะชินแล้วกับสายตาร้อนแรงจากผู้เล่นที่มองมายังเขาและมาเรีย

 

แต่ระหว่างที่มากเมฆกำลังเดินไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะหาโรงแรมสำหรับพักคืนนี้อยู่นั้น กับได้ยินข่าวลือหนาหูของที่นี่เข้าให้อย่างจัง เกี่ยวกับสาเหตุหลักของกลุ่มกิลด์ทหารผู้เล่นจากดาวเคออส ว่าทั้งหมดทำไมถึงมาอยู่ที่นี่กันมากมายนัก จากชายหนุ่มผู้เล่นปากมากคนหนึ่ง ที่กำลังพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนของเขา จนเสียงดังออกมาจากภายในร้านเหล้าข้างทาง

 

".. เฮพวกกก พี่ชายคนนี้รู้แล้วละว่าทำไมพวกนั้น ไอพวกเคออสถึงมาอยู่ที่นี่เยอะนัก ที่แท้พวกมันมาตามจับสัตว์ทดลองที่หนีออกมา เห็นว่าเป็นลูกมังกรผสมตัวสีดำแดงตัวหนึ่ง และอีกสองตัวเป็นสีขาวและสีทอง เห็นว่าหากใครสามารถให้เบาะแสที่อยู่ลูกมังกรทั้งสามได้จะจ่ายให้ 10 ล้านทองเลย และหากสามารถจับมาให้ได้แบบเป็นๆ จะจ่ายเงินให้ตัวละ 100 ล้านเหรียญทองอีกด้วย เป็นไงสนใจมาปาร์ตี้กันเปล่า ฮ่าฮ่าฮ่า .." ชายหนุ่มแต่งกายคล้ายนักบวชเล่าเรื่องราวที่ได้ยินออกมาเสียงดัง และดูเหมือนตั้งใจจะมาปล่อยข่าวที่นี่มากกว่า พร้อมๆ กับดื่มเหล้าอุ่นแก้หนาวนิดหน่อย

 

เพราะเสียงที่ดังของผู้เล่นชายคนนี้ มากเมฆจึงได้ยินทุกอย่าง ทำให้เขาในเวลานี้ก็มีจุดหมายใหม่ที่ต้องทำก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะไปไล่ล่าหาอสูรระดับราชาเสียอีก

 

 

".. ตามหาน้องๆ ของเจ้าจนเจอได้แล้วสินะ .." มากเมฆนึกไปถึงตอนที่ได้พบกันครั้งแรก ของเขากับเจ้ามังกรลูกผสมตัวสีดำแดงและการที่ทั้งสองต้องจากกัน โดยมากเมฆได้เคยช่วยเหลือลูกมังกรตนนั้นไว้และมอบอิสระให้กับมันด้วยความจริงใจ

 

เพราะจากแววตาของเจ้ามังกรลูกผสมดำแดงที่มากเมฆได้มองเห็น มันยังคงต้องการอิสระและมากเมฆก็เข้าใจและได้ช่วยเหลือมันเอาไว้ โดยการปล่อยมันออกจากรงเหล็กสีขาวที่ปิดผนึกพลังของมันไว้ เพื่อที่ตัวมันเองจะได้ไปตามหาน้องๆ ของมันที่หลบหนีได้พบหน้ากันอีกครั้ง แต่ดูเหมือนในเวลานี้ ตัวมันเองจะเดือดร้อนและตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอีกครั้งแล้ว

 

ทำไมคนพวกนี้ถึงชอบรังแก พวกมันนักนะ และบทสนทนาก่อนหน้าก็ไม่ใช่แค่มากเมฆคนเดียวที่ได้ยิน คุณพี่สาวมาเรียเองก็ได้ยินด้วยเช่นกัน และกำลังสงสัยว่าทำไมมากเมฆถึงหยุดเดินและรอที่จะฟังจนจบ

 

".. ตื่นแล้วเหรอครับ คุณพี่สาว หากผมอยากจะไปช่วยเพื่อนตัวน้อยของผมตอนนี้เลยได้มั้ย พอดีไม่อยากให้พวกมันโดนทำร้ายนะครับ เจ้ามังกรดำแดงตัวนั้นเป็นเพื่อนของผม .." มากเมฆลองถามดู เพราะตัวเขาเองในเวลานี้ก็ยังต้องดูแลคุณพี่สาวอยู่เหมือนกัน ถึงจะไม่ใช่หน้าที่แต่มากเมฆก็รู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่ใกล้ๆ กับมาเรียเสมอ และไม่อยากให้เธอไปพบกับอันตรายที่ไม่คาดฝัน

 

".. ได้สิ ไปด้วยกันเลย อยากจะเห็นเหมือนกันว่าลูกมังกรผสมตัวนั้นหน้าตาเป็นยังไง น่ารักหรือเปล่า แต่ก่อนจะไปไปจองโรงแรมไว้ก่อน เดี๋ยวหมดก่อนละแย่เลย ไม่งั้นคืนนี้ได้นอนกอดกันกลมแน่ๆ .." มาเรียพูดเสียงเบา พร้อมๆ กับกอดมากเมฆเอาไออุ่นนิดหน่อย เพราะที่นี่มันหนาวมากนั่นเอง แถมอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะมืดแล้วด้วย

 

สุดท้ายมากเมฆก็จัดการหาโรงแรมหรูอย่างดีที่สุดตกคืนละ 2 ล้านเหรียญทองกว่าๆ  เหตุที่มันแพงกว่าปกติก็เพราะที่เมืองหิมะโปรยเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ความต้องการในอาหารและที่พักจึงสูงกว่าปกติมาก

 

หลังจากที่ได้ห้องพิเศษจากทางโรงแรมแล้ว มากเมฆก็ขอตัวออกไปข้างนอกสักครู่ เพื่อไปหาซื้อเสื้อกันหนาวและของจำเป็นต่างๆ มาให้คุณมาเรียและตัวเขาเองได้สวมใส่ แน่นอนว่ามากเมฆที่มีเงินเยอะอยู่แล้ว จึงได้ซื้อแต่ของดีๆ มาใช้ พอพี่สาวมาเรียได้เห็นถึงความเอาใจใส่จากน้องชายจำเป็นของเธอก็เอาแต่ยิ้มจนตาหวาน สวมกอดมากเมฆอย่างอบอุ่นเป็นการตอบแทนในน้ำใจของชายหนุ่ม และถึงแม้มากเมฆจะไม่หนาวเท่าไหร่ แต่หากไม่ใส่เสื้อกันหนาวเลยก็คงจะดูผิดปกติจากคนอื่นๆ มากเกินไป

 

".. คงต้องใช้บทเวทมนตร์ระดับสูงในการค้นหา เอาเป็น มหาเวทแห่งดวงตาเทพเจ้าแล้วกัน .." มากเมฆใช้พลังเวทมนตร์จำหน่วยมหาศาลถึง 20% ที่มีอยู่ และต้องใช้สมาธิอย่างมาก ในการในบทเวทบทนี้ เพราะเป็นการใช้ครั้งแรกแถมยังเป็นบทเวทที่มีระยะเวลาคูลดาวน์นานมาก หากพลาดขึ้นมาละแย่แน่ๆ

 

// - - มหาเวทแห่งดวงตาเทพเจ้า เป็นบทเวทมนตร์ที่มีผลให้สามารถมองเห็นสรรพสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ทั้งหมดเป็นระยะทางกว้างถึง 500 ตารางกิโลเมตรรอบตัวผู้ใช้ เป็นหนึ่งในทักษะเวทมนตร์ของเทพเจ้าที่ใช้ในการค้นหา และสามารถระบุสิ่งที่ต้องการได้อย่างชัดเจน และไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นหรือบุคคลนั้นๆ จะใช้ทักษะใดๆ ปกปิดการมีอยู่ของตัวตน มหาเวทเวทมนตร์ดวงตาเทพเจ้าก็จะมองเห็นได้เสมอ 100% ไม่มีอะไรสามารถหลบหนีไปจากสายตาของเทพเจ้าได้ - - //

 

แถมมากเมฆยังได้ออกมาใช้เวทมนตร์บนดาดฟ้าของโรงแรมหรูอีกด้วย ทั้งสูงทั้งหนาวและดูโดดเด่นเป็นอย่างมาก เมื่อบนท้องฟ้าในเวลาแบบนี้ ได้ปรากฏวงแหวนเวทโบราณเก่าแก่ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ให้กลิ่นอายและความรู้สึกของเทพเจ้าโบราณจากยุคอดีตกาลที่ทรงพลังอำนาจเหนือจิตนาการออกมาไม่รู้จบ และยังมีแสงสีทองสว่างส่องประกายออกมามากมายเป็นวงกว้าง ทอแสงประกายสีทองอร่ามงดงามราวกับเทพเจ้ากำลังจะมาจุติ

 

สร้างความประหลาดใจและตื่นตกใจให้กับเหล่า NPC และผู้เล่นที่ได้พบเห็นอย่างมาก กับวงแหวนเวทระดับสูงแบบนี้ที่ได้มาปรากฏตัวตรงหน้าเหนือท้องฟ้ายามค่ำคืนกลางหิมะที่กำลังโปรยลงมาอย่างช้าๆ  กลายเป็นภาพที่งดงามจนน่าเหลือเชื่อ ดูยิ่งใหญ่และทรงพลัง จนผู้เล่นและเหล่า NPC ภายในเมือง เริ่มรู้สึกสั่นกลัวกับบางสิ่งที่กำลังจะออกมาจากวงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่ยักษ์นั่น

 

ในเวลาเดียวกันพลังงานแสงสีทองกระจายออกไปทั่วบริเวณ เป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วกว่า 500 ตารางกิโลเมตรรอบๆ ตัวจากจุดศูนย์กลางของวงแหวนเวทโบราณนี้ และปรากฏดวงตาสีทองขนาดใหญ่ยักษ์ที่ดูหน้ากลัวอย่างมากขึ้นมามองไปยังสิ่งต่างๆ รอบตัวราวกับมองดูหนอนแมลงไร้ค่า และภายในแววตาก็เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองถือดีอย่างที่สุด เป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจที่มนุษย์ไม่อาจจะครอบครองได้

 

".. เป็นยังไง เจอมั้ย .." มาเรียที่อยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจมากเมฆ ลองถามดูเพราะในเวลานี้มากเมฆทำหน้าตาน่ากลัวอย่างมาก และดูเหมือนกำลังโกรธและโมโหอย่างสุดๆ อีกต่างหาก แต่เจ้าตัวก็เก็บอาการได้เร็ว และไม่ได้เอาอารมณ์โกรธมาลงกับหญิงสาวข้างกายแม้แต่น้อย

 

".. เห็นแล้วครับ พวกมันทั้งสามตัวกำลังโดนทรมานอยู่ภายในถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่ง ออกมาข้างนอกก็โดนกับดับไฟฟ้าแรงสูงทำร้าย เข้าไปในถ้ำก็เจอกับกลุ่มควันที่ถูกพัดเข้าไปด้านในรบกวน แถมเป็นควันพิษอีก ทำให้หายใจไม่ออก และต้องออกมาโดนกระแสไฟฟ้าเล่นงาน เพื่อที่พวกมันจะได้หายใจได้ พวกเราไปกันเถอะครับหากช้ามากกว่านี้ ลูกมังกรทั้งสามพวกมันอาจจะไม่รอดก็ได้ .." มากเมฆจับแขนบางของพี่สาวมาเรียไว้แน่น และใช้บทเวทเคลื่อนย้ายทางไกลอันทรงพลัง มุ่งหน้าไปยังบริเวณใกล้ถ้ำขนาดเล็ก ของทั้งสามสัตว์ทดลองในทันที พร้อมๆ กับทำลายกับดักไฟฟ้า และกับดักทั้งหมดในพริบตาเมื่อทั้งสองได้ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับสวมหน้ากากแก้ว และมาเรียเองก็ปกปิดใบหน้าไว้แล้ว

 

".. พวกแกเป็นใคร!!!!  ทำไมมาขัดขวางพวกข้า รู้มั้ยพวกข้าเป็นใคร อยากตายนักใช่มั้ย .." ชายหนุ่มแต่งกายด้วยชุดทหารจักรกลสมัยใหม่ของเคออส พูดยังไม่ทันจบหรือขาดคำ ก็หายไปจากสายตาของมากเมฆในทันที พร้อมๆ กับกลุ่มคนกว่าอีกแปดร้อยคนโดยรอบในพริบตา

 

เงาลม เหนือเงาลม!!! กระบวนท่าเรียบง่ายของมากเมฆ ได้ฟาดออกไปยังกลุ่มคนทั้งหมดกว่าแปดร้อยคนก่อนหน้านี้ อย่างรวดเร็วและดุดัน เกิดเสียงระเบิดของพลังลมปราณเวทจากคลื่นพลังทรงกลมที่ใช้ผ่านไม้เท้าเวทมายาระดับ SSS ส่งผลให้แรงอัดอากาศรอบๆ บริเวณถึงกับแตกกระจาย สร้างความเสียหายถึงชีวิต กินระยะทางทำลายล้างเป็นวงกว้าง และมันเข้ากับนิยามใหม่ของวิชาไม้เท้าของมากเมฆเป็นอย่างมาก

 

วาตภัยเก้าวชิระ หนึ่งกระบวนท่าตายเป็นพัน แต่ตอนนี้ส่งไปเกิดใหม่แค่ 800 เท่านั้น !!!

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 754 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4287 charip2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 22:50
    งงนะ มาเรียนางตามมาทำไมอ่ะ นางเป็นnpcให้เควสไม่ใช่หรอ ถ้าเป็นแบบนั้นนางไม่ต้องตามทุกคนที่ทำเควสไปแล้วหรอ? เอิ่มม? แล้วก็ทั้งเรื่องค่าอาหาร ค่าที่พักอ่ะ ที่ให้พระเอกจ่ายอ่ะ เเล้วบอกว่าถ้าทำให้ไม่พอใจจะเพิ่มความยากให้ เอิ่มม ถ้าคนไม่ตังไม่มากแล้วต้องมาจ่ายค่าห้องำกหลักแสนอ่ะ คิดดู หลายคนอาจใองดูแล้วก็ มันทำไมหรอก็ไม่เป็นไรหนิพระเอกเต็มใจ แต่เเบบ... ขัดนิดๆอ่ะ - -*
    #4,287
    1
    • #4287-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 23)
      2 กันยายน 2562 / 13:29
      มีอธิบายอยู่นะในบทต่อ ๆ ไป
      เป็นเอไอพิเศษที่แตกต่างไปจาก NPC แบบปกติ
      หลัง ๆ มักจะมีเอไอที่เหมือนคนมากขึ้น จนสุดท้ายเหมือนคนแบบ 100%
      มาเรียเป็นเพียงตัวตนที่แปลกแยกกว่าปกติเท่านั้นครับในช่วงนี้
      และที่สำคัญมันมีบางอย่างระหว่างมาเรียกับมากเมฆ ที่ไรท์สปอยไม่ได้ต้องอ่านเอาเองน่ะครับ
      #4287-1
  2. #3908 ไป่หู (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 01:51
    แสดง"อานุภาพ"รึปล่าวครับ เห็นใช้อนุภาคตลอดเลย
    #3,908
    1
    • #3908-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 23)
      2 มิถุนายน 2562 / 10:47
      ผมใช้ผิดจริงๆ ด้วย T^T
      อานุภาพ กับ อนุภาค ขอบคุณที่บอกนะครับ
      #3908-1
  3. #3781 lills (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 09:37
    นี่ชอบมาเรียอยู่นะ55555
    #3,781
    0
  4. #2338 kimurakung (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 23:24
    สุดท้ายก็เป็นคนที่จ่าย ถ้าไม่มีตังทำไงวะเนี่ยะ # เวลาสู้ไมดูเก่ง แต่พอเรื่องใช้ชีวิตทำไมง่อย .. หวังว่าอาการนี้จะหายไปในไม่ช้า
    #2,338
    0
  5. #2307 จิ้งจอกวารี (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 07:54
    หายนะที่เราตามหามานานอยู่นี่แล้ว!
    #2,307
    0
  6. #2305 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 07:16

    หายนะมาแล้ววววว

    #2,305
    0
  7. #1552 Arm Be Euphoric (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:08
    น่าจะเป็น "ไม้เท้าเงาลม มหาวาตภัย" จะดูดีกว่านะครับ ... หรือจะมีการอัพวิชาในอนาคตป่าวน้า
    #1,552
    0
  8. #1379 โอมิเล็ต สไมล์ตี้ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 19:54
    เราชอบมาเรียค่ะ 555+ นางน่ารัก ไม่น่าลำคาญด้วย ให้อยู่อีกนานๆน้า
    #1,379
    0
  9. #1202 อิป้าใจคอไม่ดีเลยลูก (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 17:36
    เท่าที่อิป้าอ่านมานิยายแนวนี้รีดจะไม่ค่อยชอบผู้หญิงกันสักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าถ้าอิป้ามีโอกาสได้เขียนนิยายแนวนี้เอง อิป้าจะให้พระเอกคู่ผู้ชายแทนนะคะ ละจะไม่มีตัวละครผู้หญิงในเรื่องแม้สักคนเดียว...ขอบคุณค่ะ
    #1,202
    1
  10. #988 Poom Raweewan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 21:34
    ไม่ชอบมาเรียอ่ะ นางแลดูเยอะไป รำคาญนางมากกก555
    #988
    0
  11. #893 Mr. Queen (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 12:56
    พอคิดภาพตามง่ามีดวงตาอยู่บนท้องฟ้าก็รู้สึกขนลุกๆยังไงไม่รู้ 555555
    #893
    0
  12. #769 EchizenRyoma (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 20:04
    น่ารำคาญเจอ1
    #769
    0
  13. #617 MiNlaRNiE (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 19:02
    ทำไมนางต้องตามมาด้วยล่ะเนี่ย
    #617
    0
  14. #574 นักอ่านสุดขี้เกียจ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 20:59
    อาเจ๊แกจะตามไปทำไมเนี่ย เกะกะ ถ้าพวกร้ายจำพระเอกได้เพราะเจ๊แกก็ซ วยพอดี
    #574
    0
  15. #552 SasIZaA (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 14:12
    ตัวถ่วงเบอร์1 น่ารำคานจริง
    #552
    0
  16. #519 Fayrious (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 13:57
    มาเรียเหมือนพี่สาวจอมเอาแต่ใจจริง ๆ อยู่ด้วยกันแล้วก็น่ารักดีนะ
    #519
    0
  17. #476 #DESTINY# (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 13:35
    สนุกมากครับ ชอบๆ
    #476
    0
  18. #447 Martive (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 04:09
    ติงชื่อวิชานิดนึงนะครับ ไหนๆมันก็คือลมเหมือนกัน น่าจะเอาแค่ "เงาวาตภัย" ก็พอนะครับ
    #447
    1
    • #447-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 23)
      1 ธันวาคม 2560 / 02:02
      อยากให้ช่วยคิดชื่อวิชาอ่ะครับเงาวาตภัยมันดูเหมือนขาดอะไรไปยังไงไม่รู้

      แต่ขอบคุณที่แนะนำนะครับ หรืออนาคตอาจจะใช้ชื่อนี้ก็ได้
      #447-1
  19. #280 Windjukks (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 11:13
    ต่อๆๆๆ
    #280
    0
  20. #250 gean7777 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 22:04
    มาเร็วๆนะครับ
    #250
    0
  21. #249 aonkiki (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 21:44
    ค้าง!!
    #249
    0
  22. #248 LaLan_D.O. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 20:32
    รออออค่ะ
    #248
    0
  23. #247 jamesmaimini (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 20:10
    ค่อยๆ ไปที่ละ800-900 ก่อน ถถถถถถ~
    #247
    0
  24. #246 Minaon (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 19:51
    สกิลเทพ ต้องสู้ระดับทวีป ระดับกองทัพ...ถูกแล้ว
    #ตบบอสเป็นของหวาน
    #246
    0
  25. #244 MewThanayot (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 17:33
    800 ก่อน555
    #244
    0