มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 197 : บทที่ 197 รายการ “ทำไมต้องสามพิภพ” 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,568
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 301 ครั้ง
    18 เม.ย. 62

บทที่ 197 รายการ ทำไมต้องสามพิภพ” 1

 

            คำตอบที่ได้เล่นทำเอามากเมฆมีน้ำโหขึ้นมาอยู่ไม่น้อย

 

เพราะเจ้าวิญญาณร้ายนอกพิภพนั่น เมื่อครั้งที่ยังสิงร่างของคุณพ่อไพศาลเอาไว้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน

 

มันได้ใช้ร่างกายในวัยเด็กของพวกน้องๆ ของเขา ให้เป็นหนึ่งในงานทดลองฆ่าเวลาของมันนั่นเอง

 

เส้นพลังปราณของกายเมฆและอารียาไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ถูกทำลายแต่อย่างใด เพียงแต่ถูกนำไปหลอมรวมเข้ากับแหล่งกำเนิดพลังพิเศษที่มีมาแต่เกิด อย่างผิดที่ผิดทาง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ๆ โดยใช้พลังวิญญาณโบราณเป็นสื่อกลาง แต่ทว่าผลที่ได้กับล้มเหลวไม่เป็นท่า และคงเป็นสาเหตุให้เจ้าวิญญาณร้ายนอกพิภพนั่น เลิกสนใจในตัวของน้องทั้งสองของเขาในเวลาต่อมา

 

เส้นพลังปราณที่ถูกนำไปหลอมรวมไว้ผิดที่ผิดทาง ไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียใดๆ ต่อร่างกายเท่าใดนัก แต่กับทำให้พลังพิเศษที่มีใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องมากขึ้น เพียงเล็กน้อยเท่านั้นในแต่ละครั้ง และไม่สามารถพัฒนาพลังพิเศษที่มีได้ให้สูงขึ้นเช่นคนอื่นๆ กลายเป็นโซ่ตรวนที่ทำให้น้องทั้งสองของเขา พัฒนาพลังพิเศษที่มีได้ช้าเอามากๆ จนแทบจะเรียกว่าหาความก้าวหน้าใดๆ ไม่มีเลยก็ได้ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

 

มากเมฆทำการตรวจสอบน้องทั้งสองซ้ำอีกหลายๆ ครั้ง ก่อนที่จะสรุปผลที่ได้อย่างมั่นใจ ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า

 

".. กายเมฆ อารียา น้องทั้งสองคน อยากจะฝึกฝนพลังลมปราณจริงๆ ใช่มั้ย .." มากเมฆถามเพื่อให้แน่ใจ ก่อนที่จะลอยตัวขึ้นไปบนฟ้า เพื่อสะสมพลังบางอย่างจากในอากาศของโลกเมฆา จนร่างกายของตนเองเกิดเป็นม่านพลังสีเงินประกายแสงสีทองออกมา ไม่ว่าจะมองดูยังไงมันก็เหมือนกับการจุติของเทพที่ลงมาจากสวรรค์ชัดๆ

 

น้องทั้งสองกายเมฆและอารียาไม่ได้พูดตอบในทันที

 

แต่ได้พยักหน้าหลายครั้ง เป็นคำตอบที่มั่นใจแทนการพูดออกมาตรงๆ  

 

            ".. ดี อาจจะเจ็บนิดๆ นะ แต่พี่บอกได้เลยว่าหลังจากนี้ เรื่องที่ทั้งสองคนห่วงจะไม่เกิดขึ้น และจะไม่ทำให้คุณแม่ต้องเป็นกังวลอีก หากได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในภายหลัง และก็อย่าได้โทษหรือโกรธคุณพ่อเลย พี่เชื่อว่าคุณพ่อไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น เอาล่ะยืนนิ่งๆ หลับตาเอาไว้ .." มากเมฆไม่ได้พูดความจริงเกี่ยวกับวิญญาณร้ายนอกพิภพออกไป เพราะมันไม่จำเป็นจะต้องให้น้องทั้งสองเป็นกังวลถึงสิ่งที่ไกลตัว และไม่อยากให้น้องทั้งสองต้องคิดมาก ว่าที่ตนเองไม่เหมือนคนปกติทั่วไป เป็นเพราะการทดลองบ้าๆ ของคุณพ่อ

 

            มากเมฆลอยตัวอยู่บนฟ้า ดูดกลืนพลังแห่งธรรมชาติของโลกเมฆามาใช้ ซึ่งกายาของเขาในปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเติบโตดังนั้นจึงไม่สามารถระบุได้ว่า พลังแห่งกายาที่กำลังจะตื่นขึ้นมาคืออะไร แต่ทว่ามากเมฆก็พอคาดเดาได้อยู่เล็กน้อย จากความทรงจำเลือนลางในอดีตของเขา

 

หลังจากที่สะสมพลังแห่งฟ้าและสวรรค์ สวรรค์และโลกหล้าได้แล้วในระดับหนึ่ง เขาจึงใช้ออกด้วยเปลวเพลิงอมตะสีเงินอันบริสุทธิ์หาใดเปรียบ ซึ่งประกอบไปด้วยประกายแสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์เรืองฤทธิ์ขนาดใหญ่

 

เข้าห่อหุ้มร่างกายของน้องทั้งสองเอาไว้ก่อนที่จะยกขึ้นให้ลอยสู้ขึ้นจากพื้น หล่อหลอมเปลวเพลิงแห่งชีวิต จนกลายเป็นรูปทรงกลมของคลื่นพลังบริสุทธิ์ ที่คล้ายกับไข่ของมังกรทองบรรพกาลห้ากรงเล็บ

 

ก่อนที่จะบังคับควบคุมให้พลังเพลิงหาใดเปรียบของตนเอง ค่อยๆ ไหลผ่านเข้าไปในส่วนลึกของจิตวิญญาณ พลังพิเศษแต่กำเนิด และช่องว่างเร้นลับที่หายไปของพลังปราณ ของน้องทั้งสองอย่างช้าๆ ทุกๆ ขั้นตอนของมากเมฆที่ได้กระทำอย่างตั้งใจและได้ใช้สมาธิในระดับสูงทุกๆ วินาที มันไม่ได้ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ เลยแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ว่าน้องทั้งสองทนกับความเจ็บปวดสูญเสียที่ไม่อาจจะฝึกฝนพลังลมปราณได้แต่เด็ก และคงจะโดนดูถูกมาตลอดเป็นแน่ เพราะในครั้งที่มากเมฆได้เอ่ยถามถึงเรื่องราวเหล่านี้ สีหน้าของน้องทั้งสองเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ความเศร้าและอารมณ์ด้านลบอย่างเห็นได้ชัด

 

            มากเมฆทำการคัดลอกเส้นพลังของเดิม ที่มีอยู่ในห้วงพลังพิเศษแต่กำเนิดของน้องทั้งสองออกมา

 

ก่อนที่จะสร้างอันใหม่ขึ้นมาให้อยู่ถูกที่ถูกเวลา พร้อมกับเชื่อมผสานระหว่างเส้นพลังทั้งสองเอาไว้เข้าด้วยกัน

 

แถมยังได้สร้างเส้นพลังอีกหนึ่งเส้นขึ้นมาแบบพิเศษ เรียกว่าเส้นพลังวิญญาณ กระแสแห่งวิญญาณ เพื่อเชื่อมต่อไปยังห้วงแห่งจิตวิญญาณแท้จริงอีกด้วย เพราะมากเมฆอยากจะสอนให้พวกน้องๆ ใช้พลังวิญญาณพื้นฐานและระดับพลังที่สูงขึ้นตามลำดับในวันข้างหน้า

 

เพื่อป้องกันและรับมือกับศัตรูที่มีพลังพิเศษในด้านนี้เป็นการเฉพาะ พวกสารเลวที่คิดจะล้มล้างตระกูลเมฆาเทพที่มาจากนอกพิภพ แถมในอนาคตพลังวิญญาณในระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ยังจะทำให้น้องทั้งสองแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก ในระดับที่ห่างไกลจากขอบเขตของมนุษย์ ที่มีพลังลมปราณและมีพลังพิเศษทั้งสองไปไกลโข

 

และหากน้องทั้งสองของเขาสามารถ ทำให้พลังทั้งสามหลอมรวมเข้าด้วยกันได้และไม่เกิดผลเสียใดๆ กับร่ายกายที่วิวัฒแล้ว ก็จะกลายเป็นก้าวเล็กๆ ของมนุษยชาติยุคใหม่หลังจากนี้ ที่จะทำให้เกิดการฝึกฝนที่เรียกกันว่า

 

พลังบ่มเพาะสามมหาวิถี ขึ้นมา และมันคงจะเป็นอะไรที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ไปจากเดิมทั้งหมด จากผู้ที่เอาแต่ฝึกปรือพลังลมปราณ เพื่อให้มีความแข็งแกร่งและอายุที่ยืนยาว รวมไปถึงให้มีพลังพิเศษในระดับสูง ที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ และให้เกิดความคล่องตัวจากพลังพิเศษที่มี ได้กลายเป็นผู้ที่สามารถก้าวเดินไปในอวกาศแท้จริงได้ โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือเทคโนโลยีใดๆ เข้ามาช่วยเหลืออีก กลายเป็นตำนานของเทพเจ้า เทพเซียนที่เป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ ของโลกใบนี้นั่นเอง

           

            มากเมฆใช้เวลาไปไม่น้อย เพื่อที่จะสร้างเส้นพลังที่วิเศษและแตกต่างกันของน้องทั้งสองขึ้นมา แต่เดิมพลังวิญญาณไม่ต้องมีเส้นพลังเข้าไปร่วมด้วยหรือช่วยเหลือก็ได้ เพราะมันสามารถฝึกฝนได้อยู่แล้ว หากบุคคลนั้นๆ มีพลังวิญญาณที่สูงกว่าปกติเป็นพื้นฐาน แต่ทว่ามนุษย์ในปัจจุบันกับมีพลังวิญญาณที่อ่อนแอ จึงทำให้ไม่สามารถที่จะฝึกฝนเพิ่มพูนพลังวิญญาณได้ ด้วยเหตุนี้มากเมฆจึงได้สร้างหนทางพิเศษสำหรับน้องทั้งสองขึ้นมานั่นเอง

 

            ในขณะเดียวกันด้วยนิสัยของพี่ชายใหญ่มากเมฆ ที่มักจะโอ๋คุณน้องๆ ทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว มากเมฆจึงได้ช่วยเปิดจุดชีพจรภายในร่างของพวกน้องๆ ไว้เกือบทั้งหมด เพียงแต่จะเป็นในรูปแบบกึ่งเปิดและปิดเอาไว้ รอคอยวันเวลาที่น้องทั้งสองมีพลังปราณบริสุทธิ์มากพอ ที่จะสามารถทะลวงจุดเหล่านั้นด้วยตัวเอง เพียงแต่จะใช้ความพยายามเพียง 50% เท่านั้นในแต่ละจุด เพราะพี่ชายมากเมฆได้ช่วยเปิดเอาไว้ให้แล้วในระดับหนึ่ง

 

            เหตุที่ทำไมไม่เปิดจุดชีพจรไปให้หมดๆ เลย นั่นก็เพราะในจุดชีพจรของมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยความเร้นลับที่ยากจะเข้าใจได้ของตัวบุคคล แต่ละคนมีจุดพลังและจุดชีพจรที่แตกต่างกันไป มีเพียงแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่สามารถรับรู้ได้ ถึงพลังอำนาจคุณสมบัติทั้งหมดของชีพจรต่างๆ ที่ถูกเปิดออก มันคือโลกลี้ลับอีกใบที่ต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง ดังนั้นมากเมฆจึงเพียงแค่ช่วยเหลือให้ง่ายขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนที่เหลือพวกน้องๆ จะต้องพยายามด้วยตัวเอง

 

            ในที่สุดมากเมฆก็สำเร็จทุกๆ ขั้นตอนทั้งหมดด้วยดีไม่มีปัญหาอะไร

 

จะมีเจ็บปวดเล็กน้อยก็ตอนที่สร้างเส้นพลัง ลงไปในห้วงจิตวิญญาณเท่านั้น

 

ก่อนที่จะออกจากสภาวะแห่งเทพ มากเมฆได้คัดเลือกทักษะวิชาลมปราณจำนวนหนึ่ง อันเป็นวิชาที่เขาได้ศึกษาค้นคว้าและปรับปรุงใหม่ จนสมบูรณ์แบบแล้วจำนวนมาก รวมไปถึงเหล่าเคล็ดวิชาวิญญาณพื้นฐานนับสิบๆ

 

ส่งให้กับน้องๆ ของเขาผ่านทางปลายนิ้วชี้ ซึ่งปรากฏขึ้นมาเป็นก้อนพลังแสงสีเงินทรงกลมอันงดงาม พุ่งบินเข้าไปยังระหว่างคิ้วของคนทั้งสอง มากเมฆได้ส่งมอบองค์ความรู้ที่ต้องการจะให้ เข้าไปในห้วงแห่งจิตวิญญาณของน้องๆ เพื่อเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ และเป็นรากฐานให้กับตระกูลเมฆาเทพต่อไปในอนาคต

 

***********

 

มากเมฆกับพวกน้องๆ พูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อย ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและถามตอบข้อสงสัยต่างๆ จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ โดยเด็กทั้งสองเริ่มที่จะมองพี่ชายใหญ่มากเมฆเป็นอาจารย์ไปแล้ว จากความเก่งเวอร์วังระดับติดลมบนลงไม่ได้ของเขา ก่อนที่จะพากันกลับไปที่บ้าน เพื่อเปิดดูรายการทีวีพิเศษที่กำลังฮิตเอามากๆ ในปัจจุบัน

 

รายการพิเศษ ทำไมต้องสามพิภพ รายกายดังที่โหมกระแสของสามพิภพออนไลน์อย่างหนัก ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ด้วยการจัดโปรโมชั่นและโปรแกรมนำเสนอต่างๆ ไว้มากมาย

 

และในช่วงเวลาที่ทั้งสามพี่น้องกลับมาถึงบ้านพอดี และกำลังจะเปิดทีวีดูอยู่นั้น

 

คุณพ่อไพศาลและคุณแม่พิมนภาได้ออกไปดินเนอร์ ใต้แสงดาวกันแล้วที่ภัตตาคารในเมืองใกล้ๆ กันสองต่อสอง

 

แต่ยังดีที่พวกลูกๆ ไม่ถูกลืม เพราะเพียงเวลาไม่นานอาหารหลายอย่าง จากภัตตาคารที่ว่าก็มาส่งถึงที่บ้าน ทำให้มากเมฆไม่ต้องเข้าครัวไปทำอาหารให้น้องๆ อีก เพราะวันนี้เขารู้สึกเหนื่อยอยู่ไม่น้อย

 

ก่อนที่จะมานั่งดูทีวีเป็นเพื่อนน้องๆ และรายกายพิเศษที่ว่ามันก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

โดยในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ผ่อนคลายเอามากๆ ของรายการที่ดำเนินมาตลอดหลายวัน ของเหล่าพิธีกรดังที่ได้เชิญมาเป็นพิเศษ รวมไปถึงแขกรับเชิญที่เป็นผู้เล่นระดับสูงจำนวนมาก ที่ได้มาออกรายการอยู่เรื่อยๆ สัมภาษณ์ถามตอบ ถึงแนวทางและวิธีการเล่นแบบไม่ธรรมดาของแต่ละคน และถามตอบถึงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ ของแต่ละคน

 

โดยส่วนใหญ่แขกรับเชิญที่ได้มาออกรายการ ล้วนแล้วแต่เป็นพวกที่อยากจะแสดงออก อยากโปรโมทกิลด์ อยากจะเปิดตัวให้โลกรู้จักทั้งนั้น มันจึงง่ายที่ผู้เข้าร่วมรายการในครั้งนี้ จะให้ความร่วมมือกับทางทีมงานเป็นอย่างดี

 

แต่ทว่าที่ในวันนี้มันน่าสนใจจนถึงที่ขนาดพวกน้องๆ ของเขาต้องรีบกลับมาดู ก็เพราะแขกรับเชิญในวันนี้ เป็นถึงหนึ่งในผู้เล่นชั้นยอดที่แข็งแกร่งเอามากๆ ของดาวเคออส นั่นเอง จะบอกว่าเป็นหนึ่งในศัตรูที่ต้องล้มให้ได้ ในสักวันหนึ่งก็ไม่เกินเลยนัก

 

และยังเป็นหนึ่งในสิบของผู้เล่นที่ได้รับฉายานาม จักรพรรดิเคออส ผู้แข็งแกร่งติดอับดับ 7 อีกด้วย เป็นบุคคลที่เรียกได้ว่ามีทั้งอำนาจและพลังในการรบทำลายล้าง ในระดับสูงคนหนึ่งเลยทีเดียว

 

พิธีกรสาวในวันนี้ของรายกาย เธอเป็นดารานางแบบมากความสามารถ ที่คุ้นเคยกันดีคนหนึ่ง อิซาเบล เทียร่า หญิงสาวผู้มีหน้าตางดงามสมบูรณ์แบบ ในระดับที่ทำให้มนุษย์เพศชายมากมายต่างก็หลงใหล และเป็นนางในฝันของใครหลายๆ คนมาตลอดหลายปี

 

เทียร่าได้ปรากฏตัวบนโซฟาที่นั่งในท่ากอดตุ๊กตาหมีสีขาว และเธอยังแต่งกายด้วยชุดเดรสกระโปรงสั้น สีชมพูอ่อนน่ารัก ถึงจะดูเรียบง่ายไปหน่อย แต่กับได้ใจชายโสดไปเต็มๆ จนแม้แต่แขกรับเชิญในวันนี้ที่เป็นถึงผู้เล่นชั้นยอด ถึงกับหน้าแดงออกมาตลอดเวลาอย่างเขินอาย เพราะหลงไปกับความน่ารักสดใสของอีกฝ่ายไปเต็มๆ

 

".. สวัสดีค่ะคุณ ไรดีน จักรพรรดิเคออส ลำดับที่ 7 พบกันอีกแล้วนะคะ เทียร่าจำได้ครั้งล่าสุดที่เราเจอกัน คืองานประมูลประจำปีที่ถูกจัดขึ้นที่ดาวเคออส เมื่อไม่นานมานี้เอง วันนี้ได้เจอกันอีกแล้วจะต้องเป็นโชคชะตาแน่ๆ เลย วันนี้เทียร่าต้องรบกวนคุณไรดีนอีกครั้ง เกี่ยวกับคำถามมากมายจากทางบ้าน หวังว่าคุณไรดีนจะให้ความร่วมมือด้วยนะคะ .." เทียร่ากล่าวทักทายแขกรับเชิญด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับมองมุมกล้องที่ด้านหลังแขกรับเชิญไปด้วยอย่างมืออาชีพ

 

ไรดีนที่เป็นแขกรับเชิญพิเศษ ในตอนแรกๆ ก็เขินอายอยู่ไม่น้อย เพราะได้มาอยู่ใกล้ๆ กับหญิงสาวที่ตนเองชื่นชอบ

 

แต่ด้วยสถานะที่เป็นจักรพรรดิเคออส ลำดับที่ 7 ผู้เก่งกาจ จะให้ไปทำตัวไก่อ่อนให้ทุกคนได้เห็นออกสื่อ มันก็ดูจะทุเรศเกินไปหน่อย หลังจากที่ตั้งสติได้แล้ว ชายหนุ่มก็กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว ด้วยลักษณะที่ดูดุดันทรงพลัง แตกต่างไปจากเดิมราวกับคนล่ะคน จนแม้แต่เทียร่ายังรู้สึกเกร็งอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

 

".. สวัสดีครับคุณเทียร่า ผมดีใจจริงๆ ที่ได้พบคุณอีกครั้ง วันนี้ที่ผมตอบรับคำเชิญของกลุ่มสามมหาอำนาจ เพราะอยากจะแชร์ข้อมูล และพูดถึงจุดมุ่งหมายต่อไปของผม รวมไปถึงตอบในทุกๆ คำถามที่พอจะตอบได้ครับ .." ไรดีน กล่าวตอบในมาดของราชันย์ที่ไม่ธรรมดา

 

".. ค่ะ งั้นมาเริ่มคำถามแรกเลยนะคะ .." เทียร่าชะงักไปเล็กน้อย เพราะอยู่ๆ คำถามที่เลือกเอาไว้ในหน้าจอ ได้ถูกเปลี่ยนไปแล้ว ก่อนที่จะพูดต่อเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดไปมากกว่านี้ ".. คุณคิดยังไงกับภาพเหตุการณ์วีรกรรมล่าสุดของหายนะสีเงินคะ .." เทียร่าถามไปตามที่อ่านได้ ก่อนที่จะแจ้งให้ทีมงานรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

 

ไรดีนนั้นแต่เดิมคิดว่าจะเป็นคำถามที่เกี่ยวกับตัวเขาเสียอีก จะได้โม้โฆษณาให้เต็มที่แต่ที่ไหนได้กับไม่ใช่ จึงทำให้เจ้าตัวอารมณ์เสียนิดๆ ก่อนที่จะตอบกลับไปว่า ".. งั้นๆ ครับ หากผมได้สู้กับหายนะสีเงินแบบ 1 ต่อ 1 ผมมั่นใจว่า สามารถเอาชนะเขาได้แน่ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปยังสามดาวแม่ เพื่อเก็บภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ จนในปัจจุบันความแข็งแกร่งของผม รวมไปถึงนามแห่งเทพที่ได้รับ ทำให้ผมมั่นใจเกินร้อยเลยว่า หายนะสีเงินไม่ใช่คู่มือของผมครับ .."

 

คำตอบของไรดีนที่มั่นใจเกินร้อย ได้สร้างกระแสคนอยากตาย ท้าทายหายนะแบบโง่ๆ ออกไปแบบไม่เกรงกลัว

 

จนประชาชนหลักร้อยล้านคนที่กำลังรับชมรายการทีวีอยู่นั้น ต่างก็เริ่มที่จะแชร์ข้อมูลที่กำลังถ่ายทอดสดกันรัวๆ ออกไปในสื่ออินเตอร์เน็ตต่างๆ จำนวนมากอย่างรวดเร็ว จนยอดผู้ชมที่เคยลดน้อยลงไป กลับมามีจำนวนมากกว่าวันแรกๆ ที่เปิดตัวรายการเสียอีก

 

เพราะจากคลิปเหตุการณ์ล่าสุด ของหายนะสีเงินที่ตบกับบรรดาตัวตนในตำนานอย่าง ไกอาริอุสดราก้อนนั้น

มันยังเป็นอะไรที่คาใจและหาคำตอบไม่ได้ของทุกๆ คนอยู่นั่นเอง

 

เทียร่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำตอบของไรดีนนัก เพราะเธอไม่ได้รู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ จึงได้ถามต่อไปตามหน้าที่ของเธอ  

 

".. หากทางรายการสามารถเชิญหายนะสีเงินมาได้ในเวลานี้ คุณไรดีนมั่นใจมั้ยคะ ว่าจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ เนื่องจากที่เทียร่ารู้ คือหายนะสีเงินเป็นผู้เล่นที่มีค่าหัวมากที่สุด และเป็นผู้เล่นที่เป็นปริศนามากที่สุดอีกด้วย .." เทียร่าถามไปตามหน้าที่และคำสั่งที่เด้งขึ้นมาให้เห็น

 

".. หากหายนะอะไรนั่นเก่งจริง ทำไมถึงไม่ได้รับฉายานามจักรพรรดิล่ะครับ เท่าที่ผมรู้ผู้เล่นจากโลกเวทมนตร์ที่ได้เป็น จักรพรรดิมนตราทั้ง 10 คน ไม่มีหายนะสีเงินอะไรนั่นอยู่เลย เพียงแค่นี้ก็น่าจะบอกถึงระดับความต่างได้แล้ว .." ไรดีนยังคงมั่นใจ เพราะในปัจจุบันตัวมันเองเลเวล 3 พันอัพไปแล้ว แถมยังสามารถใช้พลังของโลกเวทมนตร์ และโลกแห่งเทพเซียนได้แล้วด้วย จากภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ จนในปัจจุบันแม้แต่อันดับหนึ่งของโลกเคออส มันเองยังไม่เห็นอยู่ในสายตา

 

".. ผมมั่นใจว่าผมเอาชนะได้แน่ๆ ครับ กระจอกแบบนั้นผมเจอมาเยอะแล้ว .." ไรดีนกล่าวตอบอีกครั้ง

 

ยอดผู้ชมจากทางบ้านได้สูงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะต่างก็ลุ้นอย่างหนัก ว่าจะได้เห็นมวยนอกรอบนี้สักครั้ง

 

จนในปัจจุบันยอดแชร์และคอมเมนต์ในเว็บหลัก ของสามพิภพออนไลน์ได้เด้งรัวๆ ยิ่งกว่าปืนกลไปแล้ว ...

 

ต่างก็ออกมาเรียกร้องให้มีการจัดกิจกรรมพิเศษ ประกบคู่ต่อสู้ตัวต่อตัวของผู้เล่นชั้นยอด และผู้ที่มีชื่อเสียงให้ได้


-----------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 301 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3569 เพื่อรักเธอ (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 12:22
    ไก่มั้งคำพูดเยอะ
    #3,569
    0
  2. #3566 ball~bally (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 00:05

    รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

    #3,566
    0
  3. #3563 RazeLosT (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 06:40
    งานนี้ศพไม่สวยแน่ๆ
    //พักผ่อนเยอะๆนะครับ
    #3,563
    0
  4. #3562 KurouNeko (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 23:00

    ป่านนี้ พี่น้อง นั่งขำกันกลิ้งแล้วมั้ง

    #3,562
    0
  5. #3561 joelamtan (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:47
    ขอบคุณครับ ค่อยๆคิดครับ เครียดนักมาสูบสมุนไพรกันมะ
    #3,561
    0
  6. #3560 loliz (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:41
    รักษาตัวก่อนครับ นิยายยังไงมาเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อนครับ ร่างกายสำคัญกว่า
    #3,560
    0
  7. #3559 พู่กันลี้ลับ (จากตอนที่ 197)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:40

    หมดสภาพแล้ว มีตรงไหนแปลกๆ อ่านไม่ลื่น

    หรือคำผิดบอกด้วยนะครับ วันนี้สมองช้ามากๆ

    อยากแต่งให้ดีกว่านี้ มีแววว่าจะได้รีไรท์บทนี้อีกรอบ ..

    #3,559
    0