มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 165 : บทที่ 165 สู่โลกมืด ตอน ก่อนจะหมดเรื่องของโลกมืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 319 ครั้ง
    21 ก.พ. 62

บทที่ 165 สู่โลกมืด ตอน ก่อนจะหมดเรื่องของโลกมืด

 

            ร่างแยกพลังในโหมดพระเจ้าของ เนรมิตหมื่นจิตเมฆอสูร ทั้งสามร่างพลังได้พุ่งทะยานหายออกไปคนละทิศล่ะทาง ในท้องนภากว้างไกลด้วยความเร็วสูงสุดยอด ที่ยากจะมองเห็นได้ด้วตาเปล่า ก่อนที่จะทำการวาร์ปหายตัวอีกหลายต่อหลายครั้ง ออกไปยังสถานที่ที่ต้องการในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา ก่อนที่ดวงเนตร เนตรทฤษฎี และ เนตรทรราชย์ จะหลุดออกจากการหลอมรวม จนกลายเป็นดวงเนตรพิเศษที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม มากเมฆต้องการจะใช้สิ่งที่ได้รับมาในขณะนี้ ได้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะทำได้

 

            ส่วนร่างจริงของมากเมฆนั้นยังคงอยู่ที่ลานกว้างเช่นเดิม พร้อมกับความคิดแปลกใหม่อีกไม่น้อยเลยทีเดียว กับสิ่งที่เพิ่งมองเห็นและสัมผัสได้ จากระยะไกลลึกลงไปในดินที่ลึกเอามากๆ แห่งหนึ่ง

 

มันเป็นขุนเขาโบราณของจีน ที่ยากจะเข้าถึงและเต็มไปด้วยคลื่นพลังงานแปลกๆ มีการรบกวนของคลื่นสนามพลังอยู่ตลอดเวลา และมากเมฆได้สั่งให้หนึ่งในร่างแยกพลังของเขา ทำการพุ่งทะยานออกไป ณ สถานที่แห่งนี้ด้วยความเร็วสูง

 

ส่วนอีกสองร่างพลังนั้น หนึ่งในนั้นได้มุ่งหน้าและทำการวาร์ประยะทางไกล ถึง 10 ครั้งต่อเนื่องด้วยโหมดพลังสูงสุด เพื่อกลับไปยังเกาะลอยฟ้า ณ เขตปกครองพิเศษที่ประเทศญี่ปุ่นในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา ส่วนอีกร่างพลัง ที่ได้ทำการปกปิดใบหน้าและสวมใส่เสื้อคลุมเวทแห่งความตาย ได้บินกลับไปยังฐานลับจุดนัดหมาย อันเป็นตึกสูงใหญ่ไฮเทคหลายร้อยชั้นของโลกมืด ที่มีธุรกิจทางด้านแสงสว่างบังหน้าเอาไว้หลากหลายประเภทที่ลงทุนเอาไว้ แต่ถึงจะเป็นแค่ธุรกิจบังหน้าก็ตาม มันก็ยังเป็นถึงสหพันธ์การค้าขนาดใหญ่ที่ติดหนึ่งใน 10 ของโลกที่ทรงอำนาจอย่างมากเช่นกัน

 

            กลับมายังร่างจริงของมากเมฆ ก่อนที่สองสามีภรรยา บิดามารดาแท้ๆ ของลั่วเอ๋อร์จะกลับไปพักผ่อน และคอยดูแลลั่วเอ๋อร์ที่กำลังหลับลึกอย่างใกล้ชิดอยู่นั้น

 

มากเมฆได้ขอหนึ่งหยดเลือดจากลั่วเอ๋อร์ที่กำลังหลับอยู่ และแน่นอนว่าทั้งสองคนยินดีจะมอบให้ แต่ก็กลัวว่าบุตรชายตัวน้อยของตนเอง จะเจ็บจนร้องไห้อยู่เหมือนกัน

 

แต่จากการลงมืออันรวดเร็วของมากเมฆ ทำให้ได้หยดเลือดสดๆ บริสุทธิ์ได้โดยง่าย และไม่ทำให้ลั่วเอ๋อร์รู้สึกตัวเลยสักนิด พร้อมกับทำการรักษารอยแผลเล็กๆ ให้หายไปในพริบตา

 

ก่อนที่ทั้งสองสามีภรรยาจะก้าวเท้าออกไปจากลานกว้าง ของเรือนรับรองพิเศษ เหล่าบรรดาอาวุโสภายในตระกูล เหล่าอาจารย์ยอดยุทธของมากเมฆ และท่านเจ้าบ้านลั่วเทียนฉินก็ได้ปรากฏตัวออกมา

 

คนทั้งหมดภายในตระกูลลั่วมิได้พูดคุยอะไรกันมากนัก โดยเฉพาะท่าเจ้าบ้านลั่วเทียนฉินและหลานชายแท้ๆ ของตนเองที่เพิ่งจะฟื้นจากความตาย เพราะละอายแก่ใจอย่างแท้จริง ในความผิดที่ละเลยลั่วเอ๋อร์มาโดยตลอด จนเด็กน้อยถูกกลั่นแกล้งรังแกอย่างทารุณถึงเพียงนี้

 

เนื่องจากมันเป็นเรื่องภายในครอบครัวตระกูลลั่ว มากเมฆจึงไม่ได้อยู่ที่ลานกว้างอีกต่อไป

 

ชายหนุ่มได้กลับเข้าไปภายในห้องรับรองของเขาเอง พร้อมกับเหล่าอาจารย์ทั้ง 8 คนที่เต็มไปด้วยคำถามสงสัย ถึงการนำหยดเลือดบริสุทธิ์ของลั่วเอ๋อร์มา

 

มากเมฆที่ยังอยู่ในโหมดพระเจ้า และดวงเนตรสีทองประกาย มันได้สร้างแรงกดดันให้กับเหล่าอาจารย์เป็นอย่างมาก แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะออกจากโหลดพระเจ้าได้ในตอนนี้ จนกว่าร่างแยกทั้งสามจะกระทำในภารกิจที่ต้องทำจนสำเร็จสมบูรณ์แล้วทั้งหมดก่อน

 

".. มากเมฆเจ้าคงกำลังสนใจ ในร่างกายาพิเศษของลั่วเอ๋อร์ใช่หรือไม่ .." ผู้อาวุโสสูงสุดและยังเป็นผู้ที่มีประสบการณ์มากที่สุด รู้เรื่องราวมากมายที่ใครหลายๆ คนไม่รู้ ท่านอาจารย์จิ่วถันหลงกล่าวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ คล้ายกับมันเป็นเรื่องปกติของโลกหล้า หลังจากที่ได้นั่งพักสบายอารมณ์อยู่ข้างๆ ลูกศิษย์ของตนเอง

 

มากเมฆมองไปยังท่านอาจารย์จิ่วถันหลง เทพยุทธ์ราชันย์เก้ามังกรผู้ไร้พ่าย เขาอดไม่ได้จริงๆ ที่จะไม่นับถืออาจารย์ของเขาผู้นี้ เพราะในบรรดาอาจารย์ทั้งหมดที่รับเขาเป็นศิษย์ มีเพียงท่านอาจารย์จิ่วถันหลงเท่านั้น ที่สามารถรู้ทันความคิดและความต้องการของเขาได้

 

".. ใช่ครับ ศิษย์สนใจมันมากจริงๆ ในระหว่างที่รักษาอาการผิดปกติต่างๆ ให้ลั่วเอ๋อร์ ศิษย์ได้ทำการตรวจสอบกายาและคุณสมบัติของลั่วเอ๋อร์ทั้งหมดแล้ว บวกกับได้รับคำตอบจากทักษะพิเศษของบรรพบุรุษ ทำให้ศิษย์รู้ว่ากายาพิเศษที่เด็กน้อยลั่วเอ๋อร์ได้รับมานั้นคืออะไร .."

 

".. มันคือกายาที่ชื่อว่า เทพพิสุทธิ์ เป็นกายาแห่งการฝึกฝนพลังลมปราณทุกประเภทที่สามารถยกระดับได้เรื่อยๆ โดยไม่ติดคอขวดใดๆ และสำหรับพลังธาตุที่ฝึกปรือหรือบ่มเพาะของผู้มีกายาประเภทนี้ จะมีความบริสุทธิ์สูงสุดในระดับเดียวใกล้เคียงกับพลังธาตุแรกกำเนิดอย่างมาก เป็นกายาแห่งการพัฒนาไม่สิ้นสุด เป็นเอกเทศ ด้วยเหตุนี้ศิษย์จึงสนใจมันมาก และอาจจะนำมาต่อยอดได้อีกเยอะตามความต้องการ แต่คงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ เช่นกัน .." มากเมฆกล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ปิดบังในสิ่งที่ตนเองกำลังสนใจ

 

".. มิใส่ว่าหากต้องการจะครอบครองกายาพิเศษนี้ เจ้าจะต้องทำตามสูตรยาลับแต่โบราณ ที่เฒ่าแมลงพิษรู้หรอกหรือ แต่อาจารย์เชื่อว่าเจ้าคงไม่กระทำอะไรที่เลวร้ายเป็นแน่ ดูจากการกระทำทั้งหมดของเจ้าที่มีต่อเด็กน้อยลั่วเอ๋อร์ จนแม้แต่อาจารย์ยังหลงคิดไปว่า ตัวเองกำลังจะมีศิษย์หลานเสียอีก .." อาจารย์จิ่วถันหลงกล่าวพูดอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะนั่งจิบน้ำชาต่อไปอย่างสบายอารมณ์

 

".. ตลอดหลายวันที่ผ่านมา มากเมฆเจ้าฝึกฝนวิชาไปถึงไหนแล้ว .." เพื่อความก้าวหน้าของลูกศิษย์ และเพื่อตรวจสอบให้รู้ถึงขีดสุดความเข้าใจของชายหนุ่ม เทพยุทธ์หาน หนึ่งในอาจารย์ของมากเมฆจึงได้ถามขึ้น

 

มากเมฆยิ้มอย่างเขินอายเล็กน้อย ก่อนที่จะบอกกล่าวถึงความสำเร็จของเขาเอง ที่มันไม่น่าจะเชื่อเอามากๆ หากเป็นบุคคลอื่นเป็นคนพูดให้ได้ยิน ว่าในปัจจุบันเขาได้สำเร็จขั้นสุดยอดของเคล็ดวิชาทั้งหมดแล้วโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาของฝ่ายธรรมะและของฝ่ายโลกมืดก็ตามที่ได้มา เหลือแต่เพียงขั้นตอนในการหลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น โดยมากเมฆจะหลอมผสานวิชาทั้งหมดของเขาเข้าด้วยกันในวันนี้

 

หลังจากที่อาจารย์ทุกคนและคุณซายูริเลขาสาว ได้ยินที่อีกฝ่ายบอกกล่าว

 

ทั้งหมดล้วนแล้วแต่มองมาที่มากเมฆ ราวกับกำลังมองดูตัวประหลาดผู้หลุดโลกยังไงอย่างงั้น

 

จากที่เขินอายอยู่แล้ว เพราะคิดว่าทุกๆ คนคงไม่เชื่อแน่ๆ มันยิ่งทำให้มากเมฆอายหนักไปมากกว่าเดิมอีก

 

แต่ในบรรดาทั้งหมดที่มองกลับมาที่เขา มีเพียงซอนย่าเท่านั้นที่มองมากเมฆด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความรักใคร่ มั่นใจเกินล้านว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นเป็นความจริงทุกประการ จนมากเมฆเองอดที่จะใจสั่นเต้นแรงและผิดจังหวะอยู่บ่อยๆ จากความรู้สึกที่ขัดแย้งและคุ้นเคยในเวลาเดียวกัน

 

มากเมฆทำการเก็บหยดเลือดบริสุทธิ์ของลั่วเอ๋อร์ เข้าไปภายในมิติโลกใบเล็กภายในดวงจิตวิญญาณของเขา และส่งมันไปเก็บไว้ในพระราชวังมังกรทอง ในส่วนของท้องพระคลังส่วนตัวขององค์จักรพรรดิ ในเขตพื้นที่ที่สามารถหยุดเวลาของวัตถุดิบได้ ป้องกันการสูญสลายไปตามกาลเวลาของวัตถุดิบล้ำค่าที่ต้องการได้เพียงแค่คิด

 

หลังจากที่เตรียมพร้อมเล็กน้อย และเหลือเวลาอีกราว 11 ชั่วโมงก่อนที่จะถึงงานชุมนุมหมื่นมารพันอสูรในค่ำคืนนี้

 

มากเมฆได้ขอให้เหล่าอาจารย์ และทุกๆ คนที่วางใจได้ ซึ่งประกอบไปด้วยอาจารย์ทั้งแปดของเขา และทหารสาวสวยซอนย่าที่ดูเหมือนจะตกหลุมรักมากเมฆจนหมดหัวใจ ให้มาคอยช่วยปกป้องเขาจากการรบกวน จากสิ่งต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากภายนอกเป็นระยะเวลาสัก 10 ชั่วโมงจากนี้

 

เพื่อที่เขาจะได้เข้าไปยังมิติความคิดไร้สิ้นสุด ผ่านทางหน้ากากเทพสีเงินอบราซัส แต่เดิมมากเมฆมีแผนที่จะแบ่งจิตเข้าไปในสามพิภพออนไลน์เช่นกัน เพื่อใช้พลังไร้ขีดจำกัดของคลื่นสมองให้เต็มที่มากกว่านี้ แต่เขาก็กลัวผลกระทบจากอาการปวดหัวอย่างรุนแรงเช่นกัน และไม่รู้ว่ามันจะคงสภาพเหนื่อยล้าสำหรับตัวเขาไปนานแค่ไหน เพราะมันเป็นการฝืนใช้ที่มากเกินไป และยิ่งในสถานการณ์อย่างปัจจุบัน ที่มากเมฆแบ่งร่างแยกพลังออกไปถึง 3 ร่างพลังอยู่ก่อนแล้ว ทำให้สมองของเขาต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา ในโหมดพระเจ้าและการเปิดใช้พลังพิเศษต่างๆ ถึงขีดสุด

 

ด้วยเหตุนี้เองชายหนุ่มจึงไม่คิดจะโลภมาก มากจนเกินไปกว่านี้แล้ว และเลือกใช้เวลาให้มันนามมากขึ้นแทนจะดีกว่า แต่ยังสามารถรักษาระดับพลังสูงสุดของการสู้รบเอาไว้ได้ ให้ถึงขีดสุดอยู่ตลอดเวลา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่ไม่นอนในค่ำคืนนี้ จากสายลับและหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาล เพื่อให้แผนการปล่อยข่าวลือ และการปกปิดของมากเมฆเป็นไปได้ และสำเร็จในระดับที่ดีที่สุด

 

รอบเรือนรับรองของมากเมฆ เหล่าอาจารย์ทั้งแปดและซอนย่าต่างก็เฝ้าระวังในระดับสูงสุด

 

ส่วนมากเมฆนั่งขัดสมาธิ และเข้าสู่มิติความคิดไร้สิ้นสุดไปแล้วโดยสมบูรณ์

 

*******

 

ร่างแยกพลังร่างหนึ่งของมากเมฆได้ไปถึงจุดหมายแล้ว อันเป็นขุนเขาสูงใหญ่โบราณที่เต็มไปด้วยคลื่นพลังประหลาดมากมาย ชายหนุ่มไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ หากอยู่ๆ เนตรที่ผสานกันเกิดหลุดออก จนทำให้มองไม่เห็นถึงสิ่งที่ต้องการ มากเมฆมีแววได้สติแตกแน่ๆ จากอาการที่คล้ายๆ กับแมวที่เห็นปลาย่างน่าอร่อยแต่กับกินไม่ได้

 

ระหว่างที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ร่างแยกพลังของมากเมฆได้สร้างหัตถ์เทวะพระเจ้าทมิฬขนาดใหญ่ยักษ์ขึ้นมา จำนวนมากนับสิบๆ ฝ่ามือ อันเป็นหัตถ์พระเจ้าที่เขามักจะใช้อยู่บ่อยครั้ง ในสถานการณ์ต่างๆ

 

โดยสร้างมาจากพลังพิเศษมิติรังสรรค์อันไม่ธรรมดาของเจ้าตัว และมากเมฆได้ออกคำสั่งให้หัตถ์พระเจ้าทมิฬขนาดมหึมาทำการขุดลึกลงไปในดิน ลึกลงไปถึงชั้นใต้ดินของขุนเขาไม่ต่ำกว่าร้อยๆ เมตร จนเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาเล็กน้อยไปรอบบริเวณกว้าง

 

ก่อนที่จะพบเข้ากับถ้ำโบราณแห่งหนึ่งที่ถูกฝังเอาไว้ใต้ดิน มันถูกสร้างขึ้นมาอย่างงดงาม และไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ในยุคโบราณที่จะสร้างได้ และมันก็อยู่ลึกมากลึกเกินกว่าที่มนุษย์จะไปถึง และถ้ำโบราณอายุประมาณไม่ได้แห่งนี้นี่เอง ที่เป็นผู้ปลดปล่อยคลื่นสนามพลัง อันแปลกประหลาดออกมาอยู่ตลอดเวลา

 

ภายในถ้ำเต็มไปด้วยตู้เก็บตำราโบราณที่ถูกสร้างขึ้นด้วยโลหะที่ไม่มีอยู่บนโลก และภายในตู้เก็บเหล่านั้นกับเต็มไปด้วยตำราโบราณมากมาย ที่เขียนด้วยอักษรอักขระไม่รู้ความ มากเมฆสันนิษฐานว่าทุกสิ่งที่เขากำลังเห็นอยู่นี้

 

สมควรมาจากต่างมิติจากยุคบรรพกาลที่แตกต่าง หรือไม่ก็มาจากโลกคู่ขนานที่มีคู่ของมหาเอกภพมาบรรจบไม่สิ้นสุด ที่เชื่อมต่อและแยกออกไปมา มันมีความเป็นไปได้ไม่จำกัด

 

มันเป็นอะไรที่เกินกว่าชายหนุ่มจะสามารถเข้าใจได้ โดยละเอียดในปัจจุบัน

 

มากเมฆเริ่มรู้สึกว่าดาวโลก ดวงดาวแห่งมารดาผู้ให้กำเนิดของสิ่งมีชีวิต ทั้งหมดในระบบสุริยะจักรวาลแห่งนี้ ดาวโลก มารดาผู้นี้กับเต็มไปด้วยความลับที่ยากจะเข้าใจได้อยู่มากมาย และทำไมถึงต้องมามีมิติแปลกประหลาดเชื่อมต่อ และการมาถึงของเทพนิรนาม ผู้ที่สร้างมิติโลกใบเล็กทิ้งไว้บนดาวดวงนี้อีกด้วย มันแปลกจริงๆ ..

 

มากเมฆรู้ดีว่าต่อให้คิดหาคำตอบต่อไป มันก็ไร้สิ่งที่จะเชื่อมโยนได้ในขณะนี้ เขาจึงได้เก็บเอาสิ่งต่างๆ ทั้งหมดภายในถ้ำโบราณ รวมไปถึงถ้ำแห่งนี้ไปด้วยแบบไม่ให้เหลืออะไรไว้เลย เข้าไปเก็บไว้ในมิติโลกใบเล็กในทันที ส่งพวกมันไปยังท้องพระคลังส่วนตัว เพื่อรอเวลาที่ว่างหาโอกาสมาตรวจสอบพวกมันต่อไป ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนพื้นที่ของขุนเขาที่ถูกขุดขึ้นมา ให้กลับเป็นสภาพดังเดิมให้มากที่สุด ก่อนที่จะสลายร่างพลังหายไปในอากาศ ลดภาระในการควบคุมลง

 

หนึ่งในร่างแยกพลังได้เดินทางไปถึงเกาะลอยฟ้าแล้วเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับติดต่อไปหารากไม้ไว้แล้วก่อนจะมาถึง การมาถึงของมากเมฆจึงยังคงเป็นความลับ คนอื่นๆ ของบริษัทเมฆมายาจึงไม่สามารถจะมารบกวนการทำงานของเขาได้ และมันก็เป็นสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการในเวลานี้

 

ภายในห้องทดลอบพิเศษที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ล้ำสมัยจำนวนมาก ที่รากไม้ได้จัดเตรียมไว้ให้ตามคำขอ พร้อมกับพิมพ์เขียวต่างๆ ของวิทยาการที่ไม่สมบูรณ์จำนวนมาก ที่ถูกซื้อมาไว้ก่อนหน้านี้ และยังมีอันที่เพิ่งจะได้รับมาใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ด้วย ตามแหล่งข่าวที่ได้รับมาของพวกโลกมืดสาขาญี่ปุ่น แน่นอนว่ามันรวมไปถึงพิมพ์เขียวของประตูมิติซูร่าดอร์ด้วย อันเป็นหนึ่งในวิทยาการที่มากเมฆสนใจมันมากที่สุด

 

มากเมฆร่างแยกนำเอาพิมพ์เขียวทั้งหมดโหลดเข้าไปภายในหน้ากากสีเงินอบราซัส ก่อนที่จะนำเอาข้อมูลทั้งหมดที่ซับซ้อนเข้าไปภายในหัวสมองของเขาอีกที เพื่อทำการศึกษาวิจัยสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ผ่านทางมิติความคิดไร้สิ้นสุด ที่สร้างแยกออกไปของร่างต้น และด้วยการที่สามารถมองผ่านทุกๆ ข้อมูลที่มี

 

ผ่านเนตรพิเศษที่หลอมรวมเข้าด้วยกันของ เนตรทฤษฎีและ เนตรทรราชย์ ทำให้มากเมฆสามารถเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วเป็นหมื่นเท่าจากปกติ และมีไอเดียความคิดดีๆ จำนวนมาก ในการต่อยอดวิทยาการเหล่านี้ให้สมบูรณ์พร้อม และสามารถนำไปใช้งานได้จริงอย่างปลอดภัย

 

1.มากเมฆใช้เวลาหลายปี ในมิติความคิดไปกับการพัฒนา แร่โลหะชนิดใหม่ ไทโอเรจ B1 จนประสบความสำเร็จในที่สุด และตั้งชื่อให้มันใหม่ว่า ไทโอเรจ และ ไทโอเรียมแร่ทั้งสองมีหน้าที่ในการควบคุมกันและกัน ในระดับอนุภาคที่เล็กเอามากๆ คล้ายกับแร่ที่มีกึ่งชีวิตแต่ไร้ความนึกคิด สามารถแปรเปลี่ยนเป็นสารเหลว สสารและเป็นสื่อนำได้ เป็นโลหะที่แข็งแกร่งทนทาน ที่อยู่เหนือกว่าทังสเตนและอิริเดียม แต่มีน้ำหนักที่เบาเอามากๆ ยิ่งกว่าขนนกเสียอีก และมันยังสามารถแปรสภาพเป็นสารระเหยได้ในหลากหลายรูปแบบ ตามการควบคุมของเครื่องมือเฉพาะ ก่อนที่จะกลับมาเป็นโลหะที่จับต้องได้อีกด้วย มากเมฆไม่กล้าคิดถึงมูลค่าของมันเลยจริงๆ เพราะเพียงแค่โลหะชนิดนี้หลุดออกไป มันสามารถปฏิวัติอุตสาหกรรมทั้งหมดของระบบสุริยะได้ในทันที และจะกลายเป็นแร่ชนิดใหม่ที่ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด เท่าที่มนุษย์เคยค้นพบ

 

2.แหล่งพลังงานต้นกำเนิด เลือดมายา มันเป็นหนึ่งในการทดลองลับอันชั่วร้าย ที่ใช้โลหิตของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากของสัตว์ทดลองลับๆ อันแปลกประหลาดของเจ้าวิญญาณร้ายนอกพิภพที่หลงเหลือเอาไว้ และดูแล้วน่าจะมีประโยชน์ที่สุด มากเมฆจึงได้ทำการจดจำคัดลอกสูตรต่างๆ รวมไปถึงวิทยาการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเอาไว้ พร้อมกับนำมาทดลองต่อยอดกับวิทยาการนี้อย่างระมัดระวัง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด มากเมฆใช้เวลาต่อยอดพัฒนาและการทดลองต่างๆ เกี่ยวกับแหล่งต้นกำเนิดของพลังงานอนุภาคใหม่ที่ชื่อว่า เลือดมายา อยู่นานหลายปีในมิติความคิดไร้สิ้นสุด จนสุดท้ายประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และเกิดการหลอมรวมมันเข้ากับแร่ ไทโอเรจ และ ไทโอเรียม ได้แบบ 100% จนมากเมฆสามารถสร้างแท่งโลหะพลังงานบริสุทธิ์ขึ้นมาได้ ในรูปแบบคริสตัลเรือนแสงสีแดงเลือด มันมีพลังงานมากพอๆ กับดวงอาทิตย์เลยก็ยังได้หากต้องการ ในขนาดของน้ำหนักโลหะแค่ 10 กิโลกรัมเท่านั้น การค้นพบต่อยอดในครั้งนี้ ทำให้มากเมฆเกือบจะเป็นบ้าจากความดีใจของเขาเอง ปัญหาด้านพลังงานได้รับการแก้ไขโดยสมบูรณ์ และยิ่งเครื่องต้นกำเนิดพลังงานได้รับการต่อยอดถึงขีดสุดแล้ว เขาสามารถมีแหล่งพลังงานใช้ได้โดยไม่จำกัดอีกต่อไปในอนาคต แถมยังเก็บพลังงานสำรองเอาไว้ภายในแท่งโลหะคริสตัลไทโอได้เรื่อยๆ อีกด้วย และมากเมฆตั้งชื่อให้กับเครื่องต้นกำเนิดพลังงานใหม่ ที่ต้องใช้ร่วมกับแร่ไทโอว่า บ่อเลือด และแท่งโลหะพลังงานที่ได้รับการสร้างและแปรเปลี่ยนคุณสมบัติโดยสมบูรณ์เพื่อให้มีพลังงานในตัวมันเอง และสามารถใช้งานได้นานเป็นล้านๆ ปี ให้มีชื่อว่า คริสตัลไทโอไลฟ์

 

3.กล่องมิติเก็บของ อุปกรณ์เก็บของในฝันของมนุษยชาติ แต่เดิมมันถูกพัฒนาให้สามารถเก็บสิ่งของต่างๆ ได้อยู่ก่อนแล้วในระดับหนึ่ง ในขนาดของพื้นที่มิติภายในที่ถูกออกแบบไว้อย่างจำกัด แต่มันขาดความเสถียรเอามากๆ และมันยังมีความต้องการของพลังงานที่ต้องใช้มากจนเกินไป จนบ่อยครั้งมันเกิดความล้มเหลวในระบบของมันเอง และเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงออกมา จนผู้สร้างและผู้ทดลองเสียชีวิตไปแล้วหลายสิบคน แต่ภายในมิติความคิดไร้สุดสิ้นนี่เอง มากเมฆใช้เวลาไปเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น โดยการนำเอาแร่ ไทโอเรจ และ ไทโอเรียม อันเป็นแร่ที่ต้องมาเป็นคู่ดุจผัวเมีย มาเป็นวัตถุดิบหลักของการประดิษฐ์กล่องมิติเอาใหม่ตั้งแต่ต้น และด้วยความพิเศษของแร่ทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว ราวกับโลหะของเทพเจ้าที่สามารถแปรเปลี่ยนคุณสมบัติเป็นอนุภาคใดๆ ก็ได้ตามที่ต้องการของความเข้าใจของคนนั้นๆ ปัญหาความไม่เสถียรภาพของกล่องมิติจึงหมดไป พร้อมกับการที่มากเมฆนำเอา คริสตัลไทโอไลฟ์ ที่มีขนาดเล็กยิ่งกว่าเม็ดงาดำมาเป็นแหล่งพลังงานไว้แล้ว ปัญหาต่างๆ ที่เคยเกิดมา จึงหมดไปอย่างสมบูรณ์ แถมชายหนุ่มยังได้พัฒนาระบบออกแบบและการควบคุมของการสร้างมิติพลังงาน และคงสภาพมันใหม่ตั้งแต่ต้น มากเมฆจึงสามารถสร้างอุปกรณ์เก็บของออกมาได้ในหลากหลายรูปแบบจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นกล่องขนาดเล็กหรือใหญ่ กระเป๋าผ้ากระเป๋าหนัง สายรัดข้อมือที่นิยมใช้ หรือแหวนมิติเก็บของแบบโลกเทพเซียนในเทพนิยาย ความสำเร็จในครั้งนี้ได้มาโดยง่าย เป็นผลมาจากการลำดับความสำคัญของผลลัพธ์การทดลองสิ่งต่างๆ ของการต่อยอดปรับปรุงให้สำเร็จตั้งแต่แรกอยู่แล้วของมากเมฆ ด้วยเหตุนี้มันจึงง่ายสำหรับไอ้บ้าการประดิษฐ์ที่อยู่คนเดียวในมิติความคิดได้เป็นสิบๆ ปี โดยไม่เป็นบ้าไปเสียก่อน

 

ร่างแยกอีกร่างในขณะเดียวกันที่ร่างอื่นๆ ไปถึงเป้าหมายอย่างช้าๆ

 

อีกหนึ่งร่างแยกเองก็ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการเช่นกัน ชั้นบนสุดของฐานลับห้องประชุมขนาดใหญ่

 

เหล่าพันอสูรและหมื่นมารจำนวนมากที่ยังไม่ได้ไปไหนไกล เนื่องจากคำสั่งของมากเมฆเรียกให้มารวมตัวกันที่นี่

 

มากเมฆเปิดเผยถึงโอกาสสำคัญที่จะให้ทุกๆ คนมีสิทธิ์เข้าไปภายในโลกใบเล็ก เพื่อฝึกฝนได้เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน หนึ่งพันคนหลังงานชุมนุมจบลงไปแล้ว โดยจะมอบหมายให้ราชันย์พันอสูรเป็นผู้ไปคัดสรร และในระหว่างนั้นมากเมฆได้เรียกให้ มารแมลงพิษออกมา ด้วยคำสั่งขององค์จักรพรรดิการที่เรียกหาแล้วไม่ไปพบเท่ากับความตาย

 

ด้วยเหตุนี้มารแมลงพิษที่ถึงแม้จะอยู่ไกลออกไปหลายสิบกิโลเมตร ยังต้องรีบมาแต่โดยดี และเนื่องจากมันเป็นหมื่นมารระดับต่ำที่ใกล้จะตาย การที่มันไม่มาปรากฏตัวที่งานประชุมก่อนหน้านี้ จึงไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติอะไร

 

".. ไม่ทราบว่าองค์จักรพรรดิมีอะไรให้เฒ่าชรารับใช้ .." เฒ่ามารแมลงเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ไม่น่าพิสมัย แถมยังแต่งกายได้อุบาดสุดๆ หญิงก็ไม่ใช่ชายก็ยิ่งไม่เหมือน ราวกับว่ามันผู้นี้ฝึกวิชาจนบ้าไปแล้ว แต่กระนั้นจากแววตาของมันที่ยังมั่นคง มากเมฆจึงรู้ได้ว่าเฒ่าชราน่าตายนี่ ยังสติดีอยู่แต่อาจจะมีช่วงวันหรือบางเวลาที่เป็นบ้าแน่ๆ

 

".. เราต้องการสูตรยาลับโบราณ สำหรับใช้กับทารกของบุตรที่เกิดจากวิชา บุปผารักรัญจวน ส่งมอบมันมาให้เรา ไม่อย่างงั้นเราจะทำทุกๆ ทางให้แน่ใจว่าองค์กรลับ และผลการทดลองต่างๆ ของเจ้าต้องพบกับความสูญเสียไปตลอดกาล เลือกให้ดีเราผู้นี้รู้เรื่องของเจ้ามามากมายนัก .."

 

มากเมฆยิ้มเย็นผ่านหน้ากากสีเงิน ร้องขอในสิ่งที่หลายๆ คนคาดไม่ถึงออกไป

 

หรือมากเมฆคิดจะจับลั่วเอ๋อร์มาปรุงเป็นยาแล้วกิน


-----

ยังมิได้ตรวจคำผิดแม้แต่ 1 คำ T^T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 319 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3286 L3esrer (จากตอนที่ 165)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:10

    ขอบคุณครับ. เป็นไม่กี่เรื่องที่ติดตาม สนุกสุดๆ
    #3,286
    0
  2. #3284 เพื่อรักเธอ (จากตอนที่ 165)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:59
    ขอบคุณครับ
    #3,284
    0
  3. #3282 นิค&NIck (จากตอนที่ 165)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:50
    ย้อนกลับมาดูอีกครั้งเมื่อเห็นว่าแจ้งเตือน การกำลังหานิยายอ่านคิดว่าตอนใหม่มาแบบเงียบๆ

    ขอออกความเห็นครับให้มากๆก่อนที่จะไปยังภพอื่น ให้ทำการปลดผนึกความทรงจำวิญญาณทั้งหมด ทำให้สามารถเพิ่มระดับความรู้ที่มีไปอีกหลายขั้น รวมถึงวิชาลมปราณต่างๆมากมายในชาติก่อนก็นำมาหลอมรวมด้วยอีกครั้งเทคนิคต่างๆ ทำการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกเพิ่มอีก และทำการเพิ่มสิ่งที่จำเป็นเข้าไป ด้วยความรู้อันมหาศาลในชาติก่อนรวมถึงเทคนิคการต่อสู้ของภรรยาในชาติก่อนก็ด้วยนำมาดัดแปลงแล้วนำมาใช้เพิ่ม

    พูดถึงเรื่องกายา ผมอยากให้พระเอกของเราปลุกร่างเซลล์หรือก็คือทำการวิวัฒนาการร่างกายให้มันสามารถพูดกับเราได้

    ถ้าให้พูดกันตามตรงแล้วก็คือร่างกายของเราประกอบไปด้วยเซลล์ต่างๆหลายแสนล้านล้านล้านล้านล้าน และพวกมันทุกตัวพูดได้เมื่อพวกมันพูดได้สิ่งต่างๆมากมายไอเดียต่างๆมากมายก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

    รวมถึงทำการขัดเกลาจิตสุดของร่างกายที่แท้จริงที่เรียกในชื่อของสงครามแห่งเซลล์ ซึ่งทำการคัดเลือกให้เหลือเพียงเซลล์เดียวแล้วทำการเพิ่มจำนวนเซลล์เดียวที่เหลืออยู่จากการกลืนกินกันและกันทำซ้ำไปเรื่อยๆจนไปสู่เซลล์ต้นกำเนิดหรือเรียกอีกชื่อว่าร่างกายของมหาพระเจ้าลี้ลับบรรพกาล และเป็นการต่อสู้ของเราเซลล์ตลอดกาลเพื่อพัฒนาร่างกายให้มีขีดจำกัดที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ

    ผมกล้าบอกเลยว่าหลังจากที่พระเอกของเราปลุกเซลล์ขึ้นมา ผมว่าตัวเขาจะเห็นสสารที่ลอยเข้ามาในร่างและออกไปเห็นในระดับลึกสุด

    หรือมีชื่อเอกภพของเซลล์ ที่เปรียบว่าเซลล์ต่างๆคือดวงดาวและตัวเขาเป็นจักรวาลที่สร้างและทำลายใหม่ไปเรื่อยๆๆ

    รับประกันเลยว่าถ้าเข้าถึงขั้นนี้ ถึงจะเพียงพอ

    อ้างอิงจากนิยายมหาประลัยจักรวาล ซึ่งผมก็จำชื่อถูกหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจแต่คิดว่าน่าจะประมาณนี้แหละ

    ถึงเล่าเซลล์จะสู้กันจนตายเป็นไปไม่ได้หรอกมันจะต้องเหลืออยู่ 1 เซลล์เสมอแล้วทำการเพิ่มจำนวนด้วยพลังของเปลวเพลิงอมตะ ทำการขัดเกลาซ้ำไปซ้ำมาจนแล้วเสร็จ

    หลังจากนี้ไม่ว่ามากเมฆจะกินอะไรร่างกายจะทำการกลั่นสกัดทุกส่วนไม่มีส่วนไม่ดีเป็นการเผาไหม้สมบูรณ์จะปกติที่ต้องเอาของเสียออกจากร่าง

    เมื่อจบเรื่องร่างกายแล้วก็จะเปลี่ยนเป็นการเข้าถึงของพลัง ที่ตั้งให้พระเอกของเรามากเมฆ ทำการเชื่อมต่อกับคลังข้อมูลมิติกาลเวลา

    ที่จะทำให้มากเมฆนั้นสามารถรู้ได้ทุกเรื่องโดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอะไรแค่ทำการค้นหาจากคลังข้อมูลกาลเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในนั้นหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลอะไรรูปร่างแบบไหนสสารยังไงมีหมด

    เรียกได้ว่าเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ตายจากการกดทับของข้อมูลสิ่งที่ต่อให้เก่งแค่ไหนแม้แต่เชื่อมต่อได้แต่ก็ได้ไม่นานเพราะว่าข้อมูลนั้นมีเยอะเกินไปมันรวมทุกๆสิ่งเอาไว้ตั้งแต่อดีตยันอนาคตอันไร้ที่สิ้นสุดมีไว้ทั้งหมด

    สำหรับมากเมฆแล้วต้องเรียกว่าไม่ตายเพราะพลังพิเศษเพลิงอมตะ เพราะคนอื่นถึงเชื่อมต่อก็จะแค่เพียงแค่เสี้ยวของเสี้ยววิตัวก็จะระเบิดออกวิญญาณก็พังเสียหาย สำหรับพระเจ้าลี้ลับบรรพกาลนั้นสามารถเชื่อมต่อได้เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น นั่นคือขีดจำกัดของเจ้าตัวอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะไม่อยากทนเจ็บด้วยแหละนะ

    ส่วนมากเมฆคงยัดข้อมูลเข้าไปได้ตามสบายนั่นแหละเพราะมันมีขนาดที่เท่ากันเพียงแต่ว่าเลือกข้อมูลอันไหนมาใช้

    เมื่อเชื่อมต่อคลังข้อมูลกาลเวลาทุกสิ่งเป็นเรื่องง่ายอะไรที่ไม่เข้าใจก็จะรู้รู้ไปจนถึงแก่นแท้ของมัน นั่นจึงสามารถมิติอื่นได้ รวมถึงหยุดเวลาก็ได้อะไรก็ได้เพราะมีข้อมูลที่สามารถทำได้

    ส่วนคนอื่นนั้นผลลัพธ์ข้อมูลไม่ได้

    ตอบกลับด้วยนะรออ่านอยู่นะ
    #3,282
    3
    • #3282-2 Lucky_777(จากตอนที่ 165)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:32
      เม้นเป็นกิโลเลยทีเดียว
      #3282-2
    • #3282-3 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 165)
      22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:00
      ยาวมาก เอาเป็นว่ามากเมฆก็มีพลังในแบบมากเมฆแล้วกันนะครับ
      #3282-3
  4. #3281 KurouNeko (จากตอนที่ 165)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:42

    อาจารย์ปวดหัว ช่วงที่กำลังจะใช้มิติ จะปรับสูตรยาเรอะท่านเทพ

    #3,281
    3
    • #3281-2 นิค&NIck(จากตอนที่ 165)
      20 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:52
      ต้องการให้ writer มาอีกครับรู้สึกว่าตอนเดียวมันจะไม่ค่อยพอ ต้องการให้มากเมฆมันพัฒนามากกว่านี้ ที่สำคัญเลยก็คือหน้ากากที่เชื่อมต่อสมองอยู่ตอนนี้ต้องการให้เอาแร่ตัวใหม่มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อเป็น100%~??? หรือมากกว่านั้น ผมต้องการให้มากเมฆนั้นเอาไปใช้ในการเสริมของต่างๆ

      หรือบางทีก็สร้างเครื่องเทพฝันของตัวเองขึ้นมาเลยโดยพัฒนาต่อโดยใช้โลหะที่ตัวเองคิดขึ้น รวมถึงแหล่งพลังงานอันไม่จำกัดนี้ ให้ตอบสนองและมีลูกเล่นมากถึงมากที่สุดมากกว่าเดิมเรียกได้ว่าอุปกรณ์ช่วยชีวิตสำหรับการฝึกอีกครั้งแบบมากมาย และรองรับพลังลมปราณต่างๆของมากเมฆได้โดยจะดูดซับ ส่วนเกินที่ปล่อยออกมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งยิ่งยิ่งขึ้นไปอีก

      ตอบกลับด้วยครับรอคำตอบอยู่
      #3281-2
    • #3281-3 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 165)
      20 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:12
      มีส่วนที่เดาได้ถูกอยู่นะ อิอิ
      แต่บทเดียวบทนี้ก็เกือบจะ 2 ตอนอยู่แล้วครับ ดูได้จากจำนวนคำที่ใกล้จะเกิน 4 พันคำไปแล้ว
      ปกติไรท์เขียนแค่ 2000+ เท่านั้น แต่บางทีก็ 3000+ ก็มี
      ส่วนในเนื้อหาอื่นๆ ที่กล่าวมา มีส่วนที่ตรงกับตอนย่อๆ ที่แต่งไว้แล้วอยู่นะ
      แต่ไม่ขอสปอยนะครับ กลัวโดนนักอ่านท่านอื่นๆ ต่อว่า
      #3281-3
  5. #3279 joelamtan (จากตอนที่ 165)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:36
    ขอบคุณครับ
    #3,279
    1
    • #3279-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 165)
      20 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:16
      เช่นกันครับ มาอ่านทุกวันเลย
      #3279-1