มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 162 : บทที่ 162 สู่โลกมืด ตอน กราบอาจารย์ และเอ็นดูเด็กน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,002
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 338 ครั้ง
    17 ก.พ. 62

บทที่ 162 สู่โลกมืด ตอน กราบอาจารย์ และเอ็นดูเด็กน้อย

 

            มากเมฆหลังจากนอนหลับไปเต็มตื่น และได้ซอนย่าสาวสวยมาปลุกตั้งแต่เช้ามืด

 

ในเช้าวันนี้เฒ่าชราอย่างเทพยุทธ์หาน และเทพยุทธ์จิ่วถันหลง ร่วมกับหกเทพเสรีทั้ง 6 คน ได้นัดให้มากเมฆมาที่ลานกว้างหินอ่อนตั้งแต่เช้า ของเรือนรับรองด้านในเฉพาะแขกคนสำคัญ เพื่อที่จะขอให้ชายหนุ่มรับเหล่าอาวุโสทั้งหมดเป็นอาจารย์ และเป็นหนึ่งในวิธีการผูกสัมพันธ์ให้มากขึ้น กับมากเมฆเอาไว้ในรูปแบบหนึ่ง

 

เพื่อให้ฝ่ายธรรมะไม่สูญเสียมากเมฆไปในภายหลัง หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

 

และที่สำคัญกว่านั้นคนทั้งหมด อยากจะรับมากเมฆเป็นลูกศิษย์สืบทอดอยู่แล้ว ตั้งแต่แรก ด้วยพรสวรรค์อันหาใดเปรียบของชายหนุ่มคนนี้ ที่สามารถเรียนรู้ได้เร็วราวกับติดสูตรโกง Lv MAX ในทุกๆ ทักษะสกิล

 

เนื่องจากมากเมฆรู้จุดประสงค์ของเฒ่าชราทั้งหมดก่อนอยู่แล้ว

 

เขาเองก็ยินดีอยู่ไม่น้อย เพราะทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นคนดีที่จริงใจกับเขา แถมยังมีโอกาสได้รับทักษะวิชาที่แปลกใหม่อีกด้วย และเพื่อให้เป็นการเป็นงานสักเล็กน้อย ตามคำแนะนำของเทพยุทธ์หาน ตามทำเนียบปฏิบัติแต่โบราณเก่าๆ เหล่าว่าที่อาจารย์ของมากเมฆ จึงได้ขอให้ท่านเจ้าบ้านคฤหาสน์สามราชวงศ์ ช่วยมาเป็นสักขีพยานในการคำนับอาจารย์ของเขาในครั้งนี้ พร้อมกับช่วยปล่อยข่าวที่เกิดขึ้นเหล่านี้ออกไปในภายหลัง ในวันที่มีการชุมนุมหมื่นมารพันอสูร เพื่อให้เกิดกระแสข่าวเด่นดังหลายทิศทาง กลมกระแสของเหตุการณ์ของโลกมืดที่กำลังจะผสมโรงปล่อยข่าวลือด้วยอีกทอดหนึ่ง

 

ท่านเจ้าบ้านได้มาพร้อมกับหลานชายหน้าตาน่ารัก ชื่อลั่วเอ๋อร์ และเหล่าอาวุโสปราณเบิกนภาระดับสูงในตระกูล

 

 โดยพิธีการต่างๆ ได้เริ่มขึ้น พร้อมกับผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีเหตุการณ์ติดขัดอะไร

 

เพราะมากเมฆในอดีต เขาเคยทำแบบนี้มาก่อนกับท่านอาจารย์ไป๋หลง และรู้สึกว่าจะมีเพียงมารกระบี่เท่านั้น ที่มากเมฆยังไม่ได้คำนับอาจารย์อย่างเป็นทางการ

 

แต่เขาก็นับถืออีกฝ่ายเป็นอาจารย์ผู้ให้ไปแล้วโดยสมบูรณ์เช่นกัน จากการส่งเสริมและหาเรื่องหาราวมาให้ จนเขาได้เผชิญกับโลกใบใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม กลายเป็นจักรพรรดิโลกมืด

 

            ".. มากเมฆรับสิ่งนี้ไว้ มันคือเคล็ดวิชาโบราณที่ได้มาจากดินแดนลับแห่งหนึ่งในสมัยโบราณ เหล่าบรรพชนในสมัยก่อนเคยเล่าลือกันว่า วิชาชุดนี้เป็นสุดยอดวิชาแห่งการควบคุมอย่างแท้จริง และมันไม่ได้มาจากองค์ความรู้ของโลกใบนี้ ส่วนที่มาแท้จริงของมันนั้น ไม่มีใครรู้และเลิกสนใจไปนานแล้ว การได้พบเจอกับเคล็ดวิชาชุดนี้ มันก็คล้ายๆ กับเหตุการณ์ที่อาจารย์ของเจ้าไป๋หลง ได้ไปค้นพบแสงคลื่นหมื่นกระทบอันฝึกฝนได้ยาก และมอบมันให้กับอาจารย์หานของเจ้านั่นหล่ะ .." อาจารย์คนใหม่ที่ถือได้ว่าอาวุโสที่สุดในอาจารย์ทั้งหมด เพราะแม้แต่อาจารย์ไป๋หลงยังต้องเรียกอีกฝ่ายว่าพี่เก้า ดังนั้นมากเมฆจึงยกตำแหน่งอาจารย์ใหญ่สุดให้กับ เทพยุทธ์ราชันย์เก้ามังกรจิ่วถันหลงเป็นกรณีพิเศษ

 

            ".. นี่คือชื่อเคล็ดวิชา ราชันย์เก้ามังกร ศิษย์จะรับไว้และดูแลมันอย่างดี .." มากเมฆรับเอาตำราโบราณมาเก็บไว้กับตัว แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มอ่านในทันที เพราะเขายังต้องใช้เวลาอีกมากไปกับเคล็ดวิชาต่างๆ ที่ได้รับมาจากโลกมืด เพื่อทำการเรียนรู้ให้เข้าใจอย่างแท้จริง เช่น ว่าวลมเทพดรรชนี หมัดโลกทมิฬ กรงเล็บมังกรมาร และอื่นๆ

 

            เนื่องจากมากเมฆเคยได้รับทักษะวิชาสืบทอดต่างๆ มาจากหกเทพเสรีอยู่ก่อนแล้ว

 

ทั้งหมดจึงมิได้ให้อะไรมากเมฆเพิ่มเติมอีก เพียงแต่บอกกล่าวเสนอแนะแนวทางการฝึกฝน ในรูปแบบใหม่ๆ ให้เท่านั้น ซึ่งมันก็มีค่ามากๆ เช่นกัน เพราะแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีแนวทางเฉพาะเป็นของตัวเอง

 

            สองวันต่อมา ในค่ำคืนนี้จะมีงานชุมนุมหมื่นมารพันอสูร ถูกจัดขึ้นแบบหลอกๆ พร้อมกับปล่อยข่าวลือที่มากเมฆต้องการออกไปทั้งสองทาง ทั้งจริงและเท็จ รวมไปถึงการปกปิดไม่ให้โลกภายนอก รับรู้ถึงการดำรงอยู่ของจักรพรรดิองค์ใหม่ของโลกมืด ว่าเป็นเขาในปัจจุบันออกไป จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น หรือถ้าจะให้ดีก็ปิดมันไปตลอดกาลก็ได้หากสามารถ

 

และตั้งแต่เมื่อวันก่อนที่แล้ว คุณซายูริเลขาสาวสวยจากโลกมืดสาขาญี่ปุ่น ผู้รับผิดชอบดูแลเฉพาะกิจเกี่ยวกับโลกมืดของมากเมฆ ก็ได้เดินทางมาถึง พร้อมคณะของเธอ ตามคำสั่งของมากเมฆ

 

ตัวซายูริก็พักอยู่ที่นี่กับเขาแต่คนล่ะห้อง เพื่อช่วยเหลือในการติดต่อสื่อสาร ประสานงานเป็นคนกลางระหว่างมากเมฆกับหมื่นมารพันอสูร และมากเมฆได้ออกคำสั่งไม่ให้เหล่าชนชั้นสูงระดับผู้นำของโลกมืด ทำการเปิดเผยถึงการมีอยู่ของจักรพรรดิโลกมืดออกไปโดยเด็ดขาด หากใครทรยศ หรือทำการเปิดเผยออกไป อนุญาตให้ฆ่าล้างโคตรได้ทันที

 

และส่วนใหญ่ต่างก็ยอมรับมากเมฆทั้งกายใจอยู่ก่อนแล้ว และยิ่งเหล่าพันอสูรกับหมื่นมารสายเลือดโบราณ ที่ถูกมากเมฆประทับอักขระมารไว้ที่จิตวิญญาณ ยิ่งเห็นคำสั่งของมากเมฆเป็นดั่งประกาศิตจากสวรรค์

 

ดังนั้นจึงไม่มีใครเลยสักคนที่กล้าเปิดเผยเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในโลกมืดออกไป แม้แต่คนเดียวก็ไม่มี และสำหรับในเช้าของวันนี้ มากเมฆได้ออกมาฝึกกายบริหารอย่างง่ายๆ ตรงลานกว้างหินอ่อน

 

ในระหว่างที่เขากำลังรำมวยเมฆเก้ามายาไปมาอย่างช้าๆ สลับกับเร็วดุจแสงอยู่นั้นเอง ได้มีเด็กน้อยคนหนึ่งหน้าตาน่ารักสมวัย อ้วนกลมผิวขาวสมบูรณ์น่ากอด และมีแก้มกลมคล้ายกับซาลาเปาร้อนๆ ที่ดูแล้วอายุน่าจะเพิ่ง 4-6 ขวบเท่านั้นเอง

 

แอบเดินเข้ามาเลียนแบบท่าทาง การรำมวยเมฆเก้ามายาของเขาใกล้ๆ อย่างสนุกสนาน เพราะคงคิดว่าพี่ชายที่กำลังทำอะไรแปลกๆ อยู่ที่นี่ กำลังเล่นอะไรสนุกๆ อยู่เป็นแน่ ตามประสาของเด็กที่พึ่งจะคิดได้

 

และถึงแม้เด็กน้อยคนนี้จะยังอายุน้อย อยู่มากก็ตาม แต่ในภายหลังที่ได้ลองรำมวยแบบผิดๆ ถูกๆ ตามมากเมฆอยู่หลายครั้งนานเกือบ 30 นาที ทั้งแบบเร็วและช้า เด็กชายตัวน้อยกับสามารถร่ายรำเพลงมวยช้าๆ ได้ถูกต้องเกือบ 6 ส่วน แต่กับเพลงมวยแบบเร็วดุจแสง กับไม่สามารถทำได้แต่มันก็ไม่แปลกอะไร บ่งบอกได้เลยว่าเจ้าเด็กน้อยคนนี้ มีพรสวรรค์ทางยุทธ์และการจดจำที่ดีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

มวยเมฆเก้ามายาของมากเมฆนั้น แต่เดิมเป็นวิชาของท่านอาจารย์ไป๋หลง แต่ชายหนุ่มได้นำมาแปรเปลี่ยนกระบวนเพลงและแก้ไข จนแตกต่างไปจากของเดิมราวกับคนล่ะวิชา

 

แถมยังยากเอามากๆ สำหรับใครก็ตามที่ไร้พื้นฐานของฉบับดั่งเดิม หากคิดที่จะมาเรียนรู้ เคล็ดพิสดารแบบเขาได้ แต่ทว่ากับเด็กน้อยคนนี้ กับสามารถเลียนแบบท่าทางช้าๆ อันไม่ซ้ำรูปแบบ และยังเคลื่อนกายขยับท่าทาง จังหวะการหายใจโคจรพลังลมปราณชีวิตรอบกาย ไปมาได้แบบเดียวกับมากเมฆได้อย่างช้าๆ แค่นี้ก็น่าพอใจแล้ว

 

            เด็กชายตัวน้อยคนนี้ มีชื่อว่า ลั่วเอ๋อร์ ชื่อจริงๆ ของเด็กคนนี้ เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน

 

เพราะมิได้สนิทอะไรกับท่านเจ้าของบ้าน ผู้เป็นปู่ทวดแท้ๆ ของเด็กคนนี้ บวกกับมากเมฆเองก็ไม่เคยถาม

 

และเนื่องจากเมื่อหลายวันก่อน มากเมฆมาถึงคฤหาสน์สามราชวงศ์ ในยามราตรีช่วงเวลาที่ทุกๆ คนหลับนอนกันไปหมดแล้ว จึงมีคนรู้ถึงการมาของเขาน้อยมาก แต่หลักๆ อย่างเจ้าของบ้าน และเหล่าอาวุโสยอดฝีมือภายในคฤหาสน์ ต่างรับรู้ได้ถึงการมาของเขา เนื่องจากซอนย่าได้แจ้งบอกกับทางเจ้าบ้านไว้แล้วล่วงหน้า จึงไม่มีปัญหาอะไรที่เขาจะเข้าพักในสองคืนก่อนที่ผ่านมา

 

            ส่วนทางท่านเจ้าบ้าน ลั่วเทียนฉิน เดิมก็เป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายของท่านอาวุโสเทพยุทธ์หาน และเหล่าหกเทพเสรีอยู่ก่อนแล้ว จึงได้ปฏิบัติด้วยดีกับมากเมฆตั้งแต่แรกเห็น เช่นเดียวกับลูกหลานที่เดินทางกลับมาบ้านในเทศกาลสำคัญของจีน และพอได้กลายมาเป็นสักขีพยาน ในการรับศิษย์ของเหล่าสหายเก่าด้วยแล้ว เฒ่าชราลั่วเทียนฉินยิ่งปฏิบัติดีกับมากเมฆมากขึ้นไปอีกหลายระดับ จนชายหนุ่มรู้สึกเกรงใจเอามากๆ ตลอดสองวันที่ผ่านมา

 

และด้วยการต้อนรับที่เป็นกันเองอย่างอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่ราวกับเป็นญาติสนิทคนหนึ่งต่อเขา และสิ่งต่างๆ ที่เขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเฒ่าชราลั่วเทียนฉิน มากเมฆจึงอยากจะตอบแทนอีกฝ่ายสักเล็กน้อย ในการรักษาลั่วเอ๋อร์ให้กลับมาเป็นเด็กปกติ

 

            ลั่วเอ๋อร์ดูๆ ไปแล้วเหมือนจะเป็นเด็กฉลาดมากพรสวรรค์คนหนึ่ง

 

แต่ในความเป็นจริงเด็กคนนี้ มีปัญหาทางด้านสติปัญญาตั้งแต่เกิด พูดไม่ได้ นอนเป็นเวลานาน และมักจะมีอารมณ์ที่แปลกประหลาดจนควบคุมไม่ได้ จึงทำให้ลั่วเอ๋อร์มิได้แตกต่างอะไรไปจากเด็กที่ป่วยเป็นดาวน์ซินโดรม ที่มีการพัฒนาทางสมองและสติปัญญาที่ล่าช้าเป็นอย่างมาก

 

ทั้งที่ปกติแล้วอาการป่วยเช่นนี้ สมควรได้รับการดูแลรักษาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา จนถึงหลังคลอดบุตรออกมาก็ต้องเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมในทันที และด้วยวิทยาการสมัยใหม่ในปัจจุบัน สามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้ตั้งแต่ 3 เดือนแรกที่เด็กเกิด

 

แต่ความโชคร้ายของตระกูลลั่วกับไม่จบเพียงแค่นั้น มารดาของลั่วเอ๋อร์หลังจากคลอดบุตรอย่างปลอดภัย กับต้องเสียชีวิตอย่างปริศนาจากนั้นในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ด้วยพิษร้ายแรงหายากชนิดหนึ่ง ศพของเธอถูกจับกรอกยาในสภาพที่ทรมานก่อนจะตาย ใบหน้างดงามถูกทำลายจนไม่เหลือสภาพ และแม้แต่บุตรชายของเธอที่เป็นทารกแรกเกิด ยังถูกคนร้ายจับกรอกยาด้วยเช่นกัน ด้วยพิษที่แตกต่างกันไปสำหรับทารก ถึงแม้จะไม่ตาย แต่ก็ทำให้การรักษาอาการผิดปกติตั้งแต่เกิด ให้กลับมาเป็นเหมือนเด็กปกติทั่วๆ ไป ไม่สามารถกระทำได้อีกเลย และจากการตรวจสอบโดยละเอียดด้วยเครื่องมือทางการแพทย์สมัยใหม่หลายขั้นตอน ทั้งหมดทุกคนจึงได้รู้ว่ามารดาของลั่วเอ๋อร์ เธอถูกลอบวางยาพิษชนิดหนึ่งมาโดยตลอดหลายเดือน เพื่อให้บุตรที่กำลังจะลืมตาดูโลกของเธอ ต้องกลายเป็นคนพิการที่รักษาไม่ได้ไปจนตาย

 

ส่วนบิดาแท้ๆ พ่อของลั่วเอ๋อร์เสียใจเป็นอย่างมาก กับการตายจากไปของภรรยารัก

 

จนเสียสติกลายเป็นคนใช้การไม่ได้ ในเวลาต่อมา เพราะไม่ว่าจะสืบหาคนร้ายมากแค่ไหน

 

สุดท้ายก็พบแต่ความว่างเปล่า

 

บิดาแท้ๆ ของลั่วเอ๋อร์อยากจะอยู่เคียงข้าง กับภรรยาสาวที่เสียชีวิตไปแล้วตลอดกาลชั่วนิรันด์

 

บิดาที่ใช้การไม่ได้ ยังอดเป็นห่วงบุตรชายที่ไม่สมประกอบจะถูกรังแกเมื่อเติบใหญ่ จึงได้ไปคุกเข่าขอร้อง ขอฝากฝังลั่วเอ๋อร์ไว้กับท่านปู่ของตัวเองช่วยดูแล หลังจากที่ตนเองจากไป

 

หลังจากที่พ่อของลั่วเอ๋อร์ได้ขอตายตก ไปตามหัวใจที่แตกสลายไปแล้วของตน พร้อมกับทำการซื้อแคปซูลหลอดแก้วขนาดใหญ่ ที่มีไว้สำหรับแช่แข็งหยุดเวลามนุษย์ที่ป่วยเป็นโรคร้าย และยากที่จะรักษา ให้ได้นอนหลับภายในหลอดแก้วไปตลอดกาลจนกว่าจะถึงเวลา บิดาของลั่วเอ๋อร์ได้นำร่างของภรรยา และตนเองที่ยังมีชีวิตอยู่เข้าไปภายในหลอดแก้วที่ว่า

 

ก่อนที่จะกดปุ่นให้หลอดแก้วแช่แข็งทำงาน ปลดปล่อยสารเหลวสำหรับการเยือกแข็งร่างกายของคนทั้งคู่ ในลักษณะของท่านอนกอดกันไปตลอดกาลอย่างตั้งใจ

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สร้างความเสียใจและผิดหวังให้กับลั่วเทียนฉิน ในเวลานั้นเป็นอย่างมาก

 

มากเมฆไม่ได้รับรู้ถึงโศกนาฏกรรมของตระกูลลั่ว เมื่อ 5 ปีก่อนที่เกิดขึ้น

 

ชายหนุ่มเพียงแต่สงสารและเห็นใจเด็กคนนี้ก็เท่านั้น

 

บวกกับเสียดายพรสวรรค์อันไม่ธรรมดาเลิศล้ำที่สัมผัสรับรู้ได้ แต่กำเนิดของลั่วเอ๋อร์ที่เปล่งประกายออกมาให้เห็น เด็กน้อยที่สามารถกลายเป็นมังกร เหนือมังกรได้ในสักวัน หากเด็กคนนี้มีสติปัญญาเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ทั่วไป

 

".. หนูน้อย ชอบออกกำลังกาย เหมือนกันหรอ.." มากเมฆย่อตัวนั่งลงไปกับพื้นหินอ่อน เพื่อพูดคุยกับเด็กน้อยอ้วนกลมในระดับสายตาของอีกฝ่าย

 

ลั่วเอ๋อร์ใช้เวลานึกคำตอบอยู่นานจากที่คิดได้ช้า ก่อนที่จะพยักหน้าหงึกๆ เป็นคำตอบ

 

เนื่องจากพูดไม่ได้ และถึงแม้จะพยายามพูดก็ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ กว่าจะพูดได้หนึ่งคำ

 

มากเมฆยิ้มให้กับความใสซื่อบริสุทธิ์ของเด็กน้อย ที่ตอบคำถามของเขาอย่างตรงไปตรงมาตามที่คิดได้

 

ก่อนที่จะลูบหัวเล็กๆ อ้วนกลมของลั่วเอ๋อร์อย่างเอ็นดู พร้อมรอยยิ้มแห่งความจริงใจที่นานๆ ครั้งจะแสดงออกมาให้ใครสักคนได้เห็น

 

ในระหว่างนั้นเองได้มีคนรับใช้นายหนึ่งเดินเข้ามาเห็น และต้องการจะจับตัวของเด็กน้อยกลับไป

 

แต่พอเห็นมากเมฆอันเป็นบุคคลที่ตนเองไม่รู้จัก อยู่กับเด็กปัญญาอ่อนที่ตนเองต้องเสียเวลาดูแลในทุกๆ วัน มันจึงได้แกล้งยิ้มแสดงออกราวกับคนรับใช้มืออาชีพ ที่ได้รับการอบรมฝึกฝนมาอย่างดี เพื่อมารับนายน้อยของบ้านกลับไปดูแลตามสมควร

 

แต่ทว่าพอลั่วเอ๋อร์เห็นคนรับใช้ชายที่มีรอยยิ้มอบอุ่นเสแสร้ง บนใบหน้าเดินเข้ามาใกล้ๆ

 

เด็กน้อยกับมีปฏิกิริยาสั่นกลัวออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ก่อนที่จะหายไปในไม่กี่วินาทีต่อมา คนรับใช้นายนี้เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม แต่แววตากับเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายและรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด

 

ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นแววตาอบอุ่น อ่อนโยนอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา

 

หลังจากที่เดินเข้ามาใกล้ลั่วเอ๋อร์และมากเมฆในระยะ 1 เมตร

 

".. ต้องขออภัยด้วย ที่เด็กคนนี้ลั่วเอ๋อร์มารบกวนคุณชาย ในเขตเรือนรับรองแขกพิเศษแบบนี้ ข้าน้อยเป็นคนรับใช้ส่วนในระดับสูง รับผิดชอบดูแลลั่วเอ๋อร์โดยเฉพาะตั้งแต่เกิด ต้องขออภัยแทนนายน้อยเล็กของบ้านด้วย หวังว่าคุณชายจะไม่ถือสา มานี่สิ มานี่ลั่วเอ๋อร์ ได้เวลาทานอาหารเช้าและทานยาแล้วนะ มาเถอะ .." คนรับใช้ถึงแม้จะกล่าวบอกตามมารยาท พร้อมโค้งคำนับเล็กน้อยพอเป็นพิธี แต่มันกับไม่เอ่ยถึงชื่อของมันออกมาแม้แต่น้อย เพราะมันไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจ กับชายหนุ่มรูปงานที่แต่งกายแลดูสามัญชนตรงหน้า และยิ่งพอมันได้เห็นรูปหน้าผิวพรรณของอีกฝ่าย มันกับเกิดความรู้สึกอิจฉาริษยา ราวกับเป็นอิสตรีชั้นต่ำอารมณ์ร้ายของหอโคมเขียว ที่เห็นใครดีกว่าไม่ได้เสียอย่างงั้น

 

มากเมฆสัมผัสได้ถึงจิตเลวร้ายของคนรับใช้ และรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกหวาดกลัวของลั่วเอ๋อร์ได้

 

แสดงให้เห็นว่าเจ้าคนรับใช้นายนี้ มันสมควรกระทำกับลั่วเอ๋อร์อย่างเลวร้ายมาตลอดเป็นแน่

 

ไม่คิดเลยว่าในครอบครัวใหญ่ที่มีคุณปู่ทวด เอ็นดูรักถนอมลั่วเอ๋อร์ยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ ภายในกับมีคนรับใช้สารเลวที่กล้ากระทำลับหลังผู้เป็นนายจ้าง รังแกบุตรหลานของคนที่จ่ายเงินเดือนให้เลี้ยงชีวิต โดยไร้มโนธรรมสำนึกที่พึ่งมี

 

มากเมฆรู้ว่าลั่วเอ๋อร์ไม่อยากไป เขาจึงได้กล่าวบอกบางสิ่งออกมา

 

".. นี่ก็ยังไม่สายเท่าไรเลย ให้ลั่วเอ๋อร์อยู่ที่นี่กับผมไปก่อนแล้วกัน ส่วนคุณคนรับใช้ชื่ออะไรก็ไม่รู้ ก็ไปนำยาและอาหารเช้ามาให้ลั่วเอ๋อร์ทานที่นี่ก็ได้ คงไม่ลำบากอะไรกับการเปลี่ยนสถานที่รับประทานอาหารเช้าหรอกนะ ไปได้แล้ว .." มากเมฆกล่าวบอกด้วยน้ำเสียงปกติ พร้อมกับยืนขึ้นจูงมือลั่วเอ๋อร์ไปยังโต๊ะหินอ่อนใกล้ๆ

 

การกระทำของมากเมฆ ทำให้คนรับใช้นายนี้ที่ได้ใจมาตลอดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งดูแลลั่วเอ๋อร์รู้สึกเสียหน้า

 

มันจึงได้พยายามใช้ทักษะวิชาระดับอนุบาลไก่กา ก. ข. ก้าวเท้าตัวเบาอย่างเร็วไปข้างหน้าอย่างไว หมายจะดึงมือเล็กๆ ของลั่วเอ๋อร์ ออกจากมือของมากเมฆ เพื่อที่จะใช้กำลังนำตัวอีกฝ่ายกลับไป เพราะจากสายตาของมัน การแต่งตัวของมากเมฆสมควรไม่ใช่แขกของเรือนรับรองแห่งนี้ น่าจะเป็นคนรับใช้ใหม่ที่เข้ามาทำความสะอาดมากกว่า

 

ดังนั้นมันจึงไม่คิดเกรงใจอะไรอีก เพราะต่อให้มันตบตีอีกฝ่ายจนบาดเจ็บ ก็คงไม่มีใครมาต่อว่าหรือให้ร้ายมันได้ ถึงยังไงมันก็เป็นพี่เลี้ยงคนสำคัญของนายน้อยลั่วเอ๋อร์ มาหลายปีจนคนรับใช้คนอื่นๆ ภายในคฤหาสน์สามราชวงศ์ ล้วนแล้วแต่ต้องเกรงใจมันอย่างน้อย 6 ส่วนในทุกๆ ความต้องการที่มี

 

--------

 อีก 4 ออกจากโลกมืด บอกไว้สำหรับคนที่ต้องการคำตอบ พบคำผิดแจ้งด้วยนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 338 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3249 zaalah5931 (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:46
    ค้างๆๆๆๆๆ
    #3,249
    1
    • #3249-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 162)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:50
      ติดตามตอนต่อไปเลยครับน่าจะหายค้าง
      #3249-1
  2. #3248 loliz (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:48
    อุ๊มีคนวอนตาย
    #3,248
    1
    • #3248-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 162)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:49
      ล่าสุดก็ยังไม่ตายเลย
      #3248-1
  3. #3247 nattachaipasook (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:36
    เปลี่ยนเป็นแมลงสาบเลยเฮียเมฆ
    #3,247
    1
    • #3247-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 162)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:49
      อยากได้มุขใหม่ๆ เหมือนนะ ลองเสนอมาดูครับ
      #3247-1
  4. #3246 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:15

    โดนรูปร่างภายนอกหลอกอีกแล้วว ฆ่าทิ้งเลยละกัน 5555

    #3,246
    1
    • #3246-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 162)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:49
      พวกชอบติดสินคนจากภายนอก หรือจากปกหนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน ไรท์ตั้งใจมากๆ เลยกับบทตัวประกอบแบบนี้ อิอิ
      #3246-1
  5. #3245 KurouNeko (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:42
    แหม กะลานี่มันน่ากลัวจริงๆ
    #3,245
    1
    • #3245-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 162)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:49
      น่่ากลัวว่ารอดมาได้ไงชิมิ
      #3245-1
  6. #3244 war2123 (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:33

    RIP นะคนใช้
    #3,244
    1
    • #3244-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 162)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:48
      ยังๆ ล่าสุดยังไม่ตายเลย
      #3244-1
  7. #3243 RazeLosT (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:29
    หาเรื่องผิดคนอีกแล้ว เหอะๆ
    //ไว้อาลัยแด่ตัวประกอบ0.3วิ
    #3,243
    1
    • #3243-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 162)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:47
      คนรับใช้มีนิสัยที่แย่ แต่หนักขนาดไหนต้องมาดูกัน
      #3243-1
  8. #3242 joelamtan (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:02

    ขอบคุณครับ ผมต้องการให้หายค้างงงงง
    #3,242
    1
    • #3242-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 162)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:47
      อ่านตอนต่อไปไม่น่าจะค้างนะ
      #3242-1