มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 16 : บทที่ 16 แหกคุกลับจริงดิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,634
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 825 ครั้ง
    13 พ.ย. 61

บทที่ 16 แหกคุกลับจริงดิ

 

ตระกูลเมฆาเทพ คฤหาสน์หลักของตระกูลภายในห้องทำงานลับของผู้นำคนปัจจุบัน

 

ปรากฏชายวัยกลางคนสองคนกำลังนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัว ต่ออารมณ์ของบุคคลตรงหน้าอย่างเห็นได้ชัดที่ภายในแววตาเต็มไปด้วยประกายแห่งการฆ่าอย่างดุเดือด ทั้งสองสั่นกลัวราวกับกำลังอยู่ในสถานที่อันหนาวเหน็บราวกับนรกเยือกแข็งก็ไม่ปาน รอคอยให้บุคคลตรงหน้ากล่าวคำ และตัดสินโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

 

".. หนึ่งเดือน มาแล้ว จนถึงเดี๋ยวนี้พวกเจ้าทั้งสองก็ยังไม่อาจจะสืบหาว่าเจ้าขยะนั่น มันหายหัวไปที่ไหนได้ อยากจะถูกปลดออกจากตระกูลมากใช่มั้ย .." ชายวัยกลางคนท่าทางหล่อเหลาดุดันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือกไปถึงกระดูก

 

".. นายท่านพวกเราส่งคนออกไปสืบหาแล้ว พอคนของเราสืบข้อมูลบางอย่างมาได้ แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ คนเหล่านั้นก็หายตัวไป แม้แต่ศพพวกเรายังหาไม่เจอเลย .." หนึ่งในคนที่คุกเข่าพูดขึ้นด้วยท่าทางที่ร้อนรน

 

".. หึ สืบต่อไปจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครหรือกลุ่มอำนาจไหน กล้าเข้ามายุ่งเรื่องของตระกูลเมฆาเทพให้ได้ ไปได้แล้วอย่าทำให้ผิดหวัง .." ผู้นำตระกูลกล่าวออกคำสั่ง โดยไม่หันมามองคนทั้งสองเลยแม้แต่น้อย

 

เพราะเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหลังจากที่ตนเองได้รับข่าวสารเกี่ยวกับการตายของเจ้าขยะไร้ค่ามากเมฆ บุตรชายอันไม่เป็นที่รักและน่ารังเกียจ มนุษย์ทดลองที่ถูกทิ้งให้ตายของตระกูลเสียชีวิตในกองเพลิง และบ้านที่อยู่อาศัยเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เผาไหม้ทำลายทุกอย่างจนไม่เหลือ

 

ทั้งที่เจ้าขยะนั่นสมควรจะตายและเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ก็ต่อเมื่อมันอายุได้ 20 ปี แต่ทว่ากับเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาก่อนเวลาอันสมควร แถมหน่วยความจำของหุ่นสังหารยังถูกทำลายไร้ข้อมูลใดๆ และที่สำคัญถึงขนาดสร้างร่างศพมนุษย์ที่เหมือนกับเจ้าขยะนั่นได้ ถึงแม้จะเผาไหม้เหลือแต่กระดูกเพียงเล็กน้อย แต่โครงสร้างร่างกายและ DNA กับเหมือนกับเจ้าขยะนั่นมากถึงแม้จะไม่ 100% คนที่สามารถทำได้ถึงขนาดนั้นมันเป็นใคร ใครเป็นคนช่วยเจ้าขยะนั่นไป

 

 

ภายในเกมคุกลับเขตแดนมิติระหว่างชั้นที่ 5 และ 6

 

การปรากฏตัวของมันติคอร์ทำให้ทั้งกลุ่มในเวลานี้ ไม่มีใครกล้าที่จะเคลื่อนไหวโดยไม่คิดอะไรให้รอบคอบเสียก่อน เพราะแต่ละคนในที่นี้ มีเลเวล 1 คือสองสาว เลเวล 30 มากเมฆ เลเวล 655 รากไม้ ส่วนอาจารย์ไป่หลงไม่สามารถรู้ได้ว่าระดับเลเวลเท่าไหร่กันแน่ เพราะตั้งค่าเอาไว้ไม่ให้เปิดเผยแม้แต่คนในปาร์ตี้เองก็ยังไม่สามารถตรวจสอบได้

 

          ข้อมูลปาร์ตี้

          หัวหน้าปาร์ตี้           มากเมฆ        ไร้อาชีพ                  เลเวล 30

          สมาชิก                    รากไม้           ไร้อาชีพ                  เลเวล 655

          สมาชิก                             สาวนักเวท     นักเวท                    เลเวล 1

          สมาชิก                             สาวนักบวช    นักบวช                   เลเวล 1

          สมาชิก                             ไป่หลง           ตรวจสอบไม่ได้         เลเวล ?????

 

          ระหว่างที่สองสาวกำลังหวาดกลัวอยู่นั้น ก็มีแต่อาจารย์ไป่หลงกับมากเมฆและรากไม้เท่านั้นที่ยังทำตัวสบายๆ ได้อยู่ เพราะรู้มาก่อนแล้วว่าในชั้นที่หกนี้ จะต้องมาเจอกับตัวอะไร พร้อมกับเตรียมของบางอย่างไว้รับมือโดยเฉพาะไว้ก่อนอยู่แล้วด้วย

 

 

".. อาจารย์ได้เตรียมมาแล้วใช่มั้ยครับ พวกสิ่งของต่างๆ ที่ระบุไว้ในจดหมาย เอาออกมาเลยจะได้ไปชั้นต่อไปได้เร็วๆ หน่อย .." มากเมฆถามออกไปเพราะไม่แน่ใจว่าอาจารย์ได้เตรียมมาด้วยรึเปล่า

 

 

 

          ".. เตรียมมาไว้ทั้งหมดตามที่บอก แต่ไม่รู้ว่าอันไหนไว้ทำอะไร มากเมฆจะเอาอะไรก็บอกอาจารย์แล้วกัน จะได้จัดเตรียมได้ถูก .." อาจารย์ไป่หลงในเวลานี้ รู้สึกเหมือนได้เล่นเกมเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เข้ามาในเกมหรือโลกสามพิภพแห่งนี้

 

มากเมฆบอกให้อาจารย์ไป่หลงเตรียมสิ่งของและวัตถุดิบบางอย่างไว้ ส่วนตัวเขานั้นเดินเข้าไปคุยกับเจ้ามันติคอร์อย่าหน้าตาเฉย

 

เพราะหากไม่โจมตีมันก่อน เจ้ามันติคอร์ก็จะยังไม่ทำอะไร ถึงแม้ระบบจะบอกว่ามันจะจู่โจมก็ตาม

 

".. คุณพี่มันติคอร์คร้าบบ ไม่ทราบว่าตั้งแต่ตื่นนอนได้ทานอะไรบ้างรึยัง หิวรึเปล่า หากยังจะมาลองทานอาหารด้วยกันมั้ย เดี๋ยวมื้อนี้ผมเลี้ยงเอง .." มากเมฆพูดตามบทที่พี่ทหารใจดีเคยได้บอกเอาไว้ ถึงวิธีการต่างๆ สำหรับรับมือกับเจ้ามันติคอร์ในตอนที่มันเพิ่งจะตื่นนอน

 

ส่วนคนอื่นๆ ทั้งสองสาวและรากไม้ ได้แต่มองความใจกล้าและไม่กลัวตายของมากเมฆ ที่ไม่รู้ไปเอามาจากไหนทำไมถึงใจกล้าขนาดนั้น แม้ว่ารากไม้จะรู้อยู่ก่อนแล้ว แต่มันก็ยังไม่แน่ 100% สักหน่อยว่าเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นมันจะไม่โจมตีก่อน

 

สองสาวมองมากเมฆราวกับได้เจอกับคนประหลาด บวกกับความไม่เข้าใจถึงการกระทำเหล่านั้น ทำไมถึงใจกล้าและเข้าไปคุยกับสัตว์อสูรแบบนั้นได้ เพราะปกติหากสัตว์อสูรระดับราชาอยู่ตรงหน้าหากสู้ได้ก็ควรจะสู้ในทันทีที่มีโอกาส สู้ไม่ได้ก็ควรจะหนีไปให้ไกลๆ อย่างรวดเร็ว

 

แต่ว่าผู้ชายคนนี้เลเวล 30 เท่านั้นเอง แต่กับกล้าที่จะเดินเข้าไปคุยกับสัตว์อสูรระดับราชาแบบตัวต่อตัว อย่างไม่เกรงกลัวหรือแสดงอาการหวาดกลัวใดๆ แม้แต่นิดเดียว

 

".. เจ้ามนุษย์ผู้มีกลิ่นอายแห่งเทพวานร หากเจ้าสามารถทำอาหารให้ข้าได้กินจนอิ่มหนำ และเป็นที่พอใจได้ละก็ ข้าจะละเว้นเจ้าและพวกเจ้าปล่อยผ่านไปยังชั้นต่อไปได้ แต่หากพวกเจ้าทำอาหารไม่อร่อยและทำให้เราไม่พอใจ พวกเจ้าจะต้องได้รับโทษเป็นสองเท่าจากที่เคยได้รับ .." มันติคอร์ ผู้หิวโหยและเพิ่งตื่นจากการนอนหลับมาอย่างยาวนาน ต้องการอาหารและกินให้อิ่มเพื่อที่จะได้นอนต่ออีกครั้งอย่างสบายใจ

 

".. ไว้ใจได้เลย คุณพี่มันติคอร์ เพราะทักษะการทำอาหารของผมในเวลานี้ สูงจนน่าตกใจมากๆ เลยไม่ได้โม้ และผมเองก็ยังได้พัฒนาไปถึงการใช้เวทมนตร์ช่วยทำอาหารได้อีกด้วย คงจะช่วยเพิ่มรสชาติแปลกใหม่ของอาหารให้พี่ท่านได้ลิ้มลองอย่างถูกปากแน่ๆ .."

 

มากเมฆ มั่นใจในฝีมือการทำอาหารของตนเองอย่างมาก เพราะตลอดเวลาที่เล่นเกมมา เขามักจะทำอาหารทานเองเป็นประจำ และมักจะเข้าไปหาอาจารย์ผู้สอนการทำอาหารระดับสูงอยู่เสมอเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาหลังจากที่ไม่มีอะไรทำ หรือในช่วงที่กำลังเบื่อจากการฝึกวรยุทธและเวทมนตร์

 

ส่วนเจ้ามันติคอร์พอได้ยินว่าเจ้ามนุษย์ตรงหน้า สามารถใช้เวทมนตร์ในการทำอาหารได้ ก็ยิ่งชอบใจและคาดหวังมากขึ้นเข้าไปใหญ่ เพราะอาหารที่ทำด้วยพลังเวทมนตร์นี้ จะส่งเสริมให้อาหารที่ปรุงนั้นๆ มีรสชาติที่ดีขึ้นไปเกือบร้อยเท่าพันเท่าเลยทีเดียว แถมยังมีบัพพลังพิเศษของอาหารและพลังเวทนั้นๆ ติดมากด้วยเป็นโบนัส ขึ้นอยู่กับพลังฝีมือการทำอาหารและฝีมือการใช้พลังเวทของบุคคลนั้นๆ นั่นเอง

 

 

มากเมฆไม่รอช้าหลังจากที่ออกจากกรงขังมาได้ ก็สามารถใช้กระเป๋ามิติและช่องว่างมิติของรากไม้ได้แล้วนั่นเอง มากเมฆจึงได้ทำการเอาเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ของเครื่องครัวและการทำอาหารออกมาทั้งหมดวางไว้ตรงหน้าราวกับเชฟมืออาชีพ

 

พร้อมๆ กับเหล่าวัตถุดิบต่างๆ มากมาย และยังบอกให้อาจารย์ไป่หลง ช่วยนำเครื่องเล่นเพลงที่เคยบอกไว้ในจดหมายออกมาเปิดอีกด้วย

 

เพื่อสร้างบรรยากาศและให้เจ้ามันติคอร์ รู้สึกสบายอารมณ์ รู้สึกที่ผ่อนคลาย สบายๆ ราวกับอยู่ในร้านอาหารสุดหรูหรา

 

และให้ทั้งสองสาว ทำหน้าที่บริการเสิร์ฟของทานเล่นและเบียร์เย็นๆ โดยใส่ถังไม้ขนาดใหญ่ นำเอาไปเสิร์ฟให้เจ้ามันติคอร์ลองดื่มและกินไปพลางๆ ก่อนที่อาหารจานหลักจะปรุงเสร็จ

 

มากเมฆและรากไม้ในตอนนี้ รู้หน้าที่ของตัวเองดี จึงได้ช่วยกันทำอาหารและจัดเตรียมวัตถุดิบต่างๆ ไว้ให้พร้อมอย่างรวดเร็ว และเริ่มทำอาหารเมนูต่างๆ หลากหลายเมนูทั้งไทยจีนฝรั่งเศสญี่ปุ่น แต่จะเน้นไปที่ประเภทเนื้อย่าง ไก่ย่าง นกยักษ์ย่าง และหมูป่ายักษ์ย่างทรงเครื่องที่มีขนาดใหญ่ และทำการปรุงรสอย่างดี จึงมีกลิ่นที่หอมหวาม จนแค่ได้กลิ่นก็ทำให้น้ำลายไหลเป็นทาง และกลืนลงคออย่างไม่รู้ตัว

 

มากเมฆยังใช้พลังเปลวเพลิงสวรรค์จากบทเวทมนตร์ระดับสูงในตำนาน ในการย่างพวกมันอีกด้วยทำให้ได้ทั้งกลิ่นที่หอมอร่อย ความหอมและไขมันกำลังดีอุณหภูมิความร้อนที่เหมาะสมเพิ่มความอร่อยของเนื้อย่างพวกมันไปหลายเท่าตัวเลย และยังได้ใช้เวทน้ำแข็งและเวทสายลมเสริมเข้าไปอีกทำให้ได้กลิ่นที่หอมหวามและเพิ่มความสดและสะอาดเข้าไปอีก

 

แถมเวลาที่มากเมฆทำไก่ขอทาน ก็ยังได้ใช้เวทดินระดับสูงสุดเวทพื้นดินแห่งเทพเจ้าที่อุดมสมบูรณ์และเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ เข้าไปอีกมากมาย เพื่อทำให้มันมีรสชาติออกมาดีที่สุด แค่กินเข้าไปก็อาจจะอร่อยจนตายได้ และมีประโยชน์มากๆ พร้อมกับทำเมนูอื่นๆ เพิ่มเข้าไปอีกหลายอย่าง

 

จนในตอนนี้เจ้ามันติคอร์ มองอาหารต่างๆ ที่ถูกจัดเรียงไว้ตรงหน้าจนน้ำลายของมันไหลออกมาจากปากโดยไม่รู้ตัวแล้ว

 

".. เอ้า เริ่มทานได้เลยครับ หากไม่พอขอให้บอกเดี๋ยวจัดให้อีกเยอะๆ เลย .." มากเมฆอนุญาตให้เจ้ามันติคอร์เริ่มทานได้ ส่วนตนเองนั้นก็ค่อยๆ จัดเตรียมอาหารและวัตถุดิบชุดต่อไปทันที เพราะรู้ว่าแค่นี้มันคงไม่พอสำหรับสัตว์อสูรร่างยักษ์แบบนั้นแน่ๆ

 

เจ้ามันติคอร์มีความสุขและอิ่มมากๆ จากฝีมือการทำอาหารของมากเมฆและรากไม้ มันกินจนอิ่มจนไม่สามารถจะขยับตัวไปไหนได้เลย แต่ก่อนที่มันจะหลับไปมันยังขอให้มากเมฆจัดเตรียมเอาไว้ให้มันอีกสิบชุดใหญ่ๆ อีกด้วย พร้อมกับเบียร์เย็นๆ  ถังใหญ่ๆ อีกสามสิบถัง ก่อนที่มันจะเอาทั้งหมดกลับไปยังมิติลับของตัวมันเองอย่างสบายใจ

 

มากเมฆรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยจากการทำอาหารและควบคุมพลังเวทมนตร์

 

แต่พอได้พักและนั่งรวบรวมพลังไม่นานก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ยังดีที่มากเมฆทำอาหารไว้เผื่อทุกๆ คนไว้ก่อนแล้ว จึงกินอาหารที่เหลือกันก่อนและค่อยไปลุยในชั้นต่อๆ ไป

 

สองสาวในเวลานี้มองมากเมฆด้วยความนับถือ เพราะเท่าที่ดูผ่านๆ มาจะเห็นได้ว่ามากเมฆมีดีก็แค่หน้าตาที่หล่อมากๆ เท่านั้น แต่ก็ยังหล่อเท่ห์สู้คนข้างๆ อย่างรากไม้ชายหนุ่มผมทองไม่ได้ แต่พอได้เห็นถึงฝีมือการทำอาหารและการใช้พลังเวทโดยไม่ใช้อาวุธหรืออุปกรณ์เสริมพลังใดๆ แล้ว ก็สามารถบอกได้เลยว่าชายหนุ่มคนนี้จะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงอย่างแน่นอน สามารถควบคุมและใช้พลังเวทได้อย่างใจ ราวกับพลังเวทที่สุดแสนจะบังคับและควบคุมได้ยาก เรียนรู้ก็โคตรจะลำบากและอันตรายสุดๆ ถึงตายได้ทุกเมื่อ

 

แต่กับผู้ชายคนนี้กับทำสิ่งต่างๆ ได้ง่ายราวกับพลังเวทมนตร์ ธาตุต่างๆ เหล่านั้นเป็นแค่หนึ่งในลมหายใจเข้าออกของผู้ชายคนนี้ เขาทำได้ยังไงกัน?

 

หากเรื่องที่พวกเธอได้พบเจอในวันนี้ ลองเอาไปเล่าให้ใครสักคนได้ฟัง ก็คงไม่มีใครที่ไหนจะยอมเชื่อพวกเธออย่างแน่นอน ว่าในเกมสามพิภพออนไลน์นี้ มีผู้เล่นที่ใช้พลังเวทมนตร์ได้ง่ายและเก่งสุดๆ อยู่คนหนึ่ง ทั้งที่ดูยังไงภายนอกของผู้ชายคนนี้ก็เป็นได้แค่ผู้ชายที่หน้าตาหล่อดีเท่านั้น

 

".. นายท่านครับ ในชั้นที่ 5 นายท่านมีแผนการที่จะเอาชนะรึยัง ผมจำได้ว่าทหารยามคนนั้นบอกมาแค่ไม่กี่ชั้นเท่านั้นเองนะครับ ถึงวิธีในการผ่านไปยังชั้นบนๆได้ .." รากไม้ที่ติดตามมากเมฆมาตลอด และเฝ้ามองดูมากเมฆเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างช้าๆ และค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ กำลังเป็นห่วงในชั้นต่อไป ที่ต้องไปเจอกับตัวอะไรอีกก็ไม่รู้ เพราะไม่มีข้อมูลในชั้นที่ห้านี้เลยแม้แต่น้อย

 

พอทั้งหมดขึ้นมายังชั้นที่ห้าได้แล้ว ก็มาหยุดอยู่ที่ลานกว้างและพบเข้ากับกลุ่มนักโทษที่เป็นผู้เล่นที่มีออร่าสีแดงม่วงทั้งตัวปกคลุมทั่วร่างกายอย่างน่ากลัวอยู่นั่นเอง

 

".. รอดมาถึงชั้นที่ห้าได้ คงจะมีฝีมือไม่ใช่น้อยๆ  .." หนึ่งในนักโทษพูดขึ้น

 

".. หากพวกเราฆ่าพวกมันทั้งหมดได้ ก็จะได้ลดโทษลงไปครึ่งหนึ่ง งานนี้เจอแต่พวกกระจอกทั้งนั้น ที่ผ่านมา ขอให้เจอคนที่พอสู้ได้บ้างเถอะ .." นักโทษที่มีลักษณะคล้ายๆ นักฆ่าพูดขึ้นและเตรียมตัวจะเข้ามาทำร้ายกลุ่มปาร์ตี้ของมากเมฆ

 

พร้อมกับกลุ่มนักโทษคนอื่นๆ อีกกว่า 300 คน ที่ในเวลานี้ได้ พยายามเดินเข้ามาใกล้ๆ และหมายจะสังหารทุกคนให้ตายทั้งหมด เพื่อที่จะได้ลดโทษลง 50% และจะได้ออกไปจากคุกนรกนี่สักที

 

".. ในชั้นที่ห้า หัวหน้าผู้คุมบอกไว้ว่าแค่รอด และห้ามตายภายใน 3 ชั่วโมงก็ถือว่าผ่าน .." อาจารย์ไป่หลงพูดขึ้นเสียงเบาแต่ทุกคนกับได้ยินชัดเต็มสองหู เพราะเป็นการถ่ายทอดพลังเสียงผ่านวิชาลมปราณนั่นเอง

 

".. อาจารย์ครับ แล้วหากผมจะจัดการส่งพวกมันไปเกิดทั้งหมดจะได้มั้ย? .." มากเมฆถามเสียงดังฟังชัดตะโกนถามโดยไม่เกรงกลัวเจ้าพวกกลุ่มนักโทษรอบๆ ที่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย

 

".. นายท่าน ผมขอละครับ ห้ามนายท่านลงมือเด็ดขาด ผมยังไม่อยากตายอีกรอบนะ ให้ผมจัดการคนเดียวก็พอ งานนี้สบายใจได้ครับ .." รากไม้ต้องรีบพูดออกตัวก่อนอย่างไว และขอนายท่านของมันไว้ก่อนเพราะหากให้นายท่านมากเมฆลงมือก็ไม่รู้ว่าจะเกิดหายนะอะไรขึ้นมาอีก

 

".. หัวหน้าผู้คุมไม่ได้บอกนะ แต่หากจะลองดูก็ได้ แต่งานนี้อาจารย์คงไม่ช่วยหรอกนะ เพราะการที่ต้องไปรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่ามากๆ แบบนี้ มันไม่ใช่วิถีแห่งเทพยุทธ์ควรจะทำ พวกเจ้าทั้งสองก็จำไว้ด้วย .." อาจารย์ไป่หลงมีเลเวลที่ได้รับจากทางระบบหลัก ZERO อยู่ที่ระดับเลเวล 30,000 ดังนั้นหากให้ตนเองลงมือกับคนพวกนี้ ก็คงจะเป็นการกระทำที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง

 

".. ครับ!! .." ทั้งมากเมฆและรากไม้ตอบรับเสียงดังฟังชัดพร้อมกัน และเข้าใจคำสอนของอาจารย์ที่กำลังจะสื่อถึงได้อย่างดี

 

ส่วนสาเหตุที่อาจารย์ไป่หลงได้ระดับเลเวล 30,000 เพราะอาจารย์ไป่หลงได้เข้าไปทดสอบระดับความสามารถและความแข็งแกร่งในหอคอยหมื่นจักรพรรดิอสูร ที่ทางระบบหลักได้เสนอให้ปรมาจารย์เทพเจ้าแห่งการต่อสู้ของจริงและหนึ่งเดียวคนนี้ ได้ทำการทดสอบฝีมือและสามารถขึ้นไปยังชั้นสูงๆ ได้เรื่อยๆ จนกลายเป็นผู้เล่น / NPC ระดับตำนานไปแล้วนั่นเอง

 

พวกนักโทษทุกคนในชั้นที่ห้านี้ ทุกคนได้รับบัพแห่งความโกลาหล จึงทำให้ทุกคนมีออร่าพลังสีแดงเลือดม่วงรอบๆ ตัว และช่วยให้มีพลังทุกอย่างคูณด้วยหนึ่งหมื่นกันทุกคน ดังนั้นพวกนักโทษผู้เล่นกลุ่มนี้ จึงมั่นใจในพลังของตนเองอย่างมาก ว่าสามารถฆ่ากลุ่มผู้เล่นตรงหน้าได้อย่างสบายๆ

 

แต่พอได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายที่ไม่เกรงกลัว เกรงใจกันเลยสักนิด จึงทำให้กลุ่มนักโทษทั้ง 300 คนมีน้ำโหและต้องการจะทรมานคนทั้ง 5 ให้ตายอย่างช้าๆ จำนวนมาก

 

".. นายท่านอยู่เฉยๆ นะครับ หากเป็นไปได้ก็แค่ป้องกันไม่ให้คนอื่นๆ เป็นอะไรก็พอ ส่วนหน้าที่ในการจัดการกับพวกนักโทษรอบๆ นี้ ขอให้เป็นหน้าที่ของผมเอง ฝากดูแลทุกคนด้วยนะครับ .." รากไม้พูดออกมาราวกับตัวมันเองเป็นพระเอกของเรื่องที่กำลังเสียสละ ออกไปต่อสู้กับความยากลำบากมากมาย โดยลำพังอย่างเท่ห์

 

จนสองสาวสวยวัยมหาลัยที่อายุยังไม่ 20 ปี ต่างก็มองรากไม้ด้วยตาที่เป็นประกายและคิดไปว่าชายหนุ่มคนนี้โคตรเท่ห์และหล่อมากๆ แถมยังเป็นคนนิสัยดีสุดๆ อีกด้วย ขอยอมลำบากและเจ็บปวดอยู่คนเดียว สุภาพบุรุษสุดหล่อ พ่อของลูกในอุดมคติชัดๆ

 

ทั้งๆ ที่จริงแล้วรากไม้มันกลัวตายอีกรอบแบบโง่ๆ ต่างหาก เพราะหากนายท่านมากเมฆลงมือ เจ้าตัวอาจจะระเบิดพลังทำลายล้างอะไรออกมาก็ไม่รู้ได้ สู้เอาตัวเองออกไปสู้หวังผล 100% ยังจะดูมีโอกาสรอดสำเร็จสูงมากกว่า ที่สำคัญปลอดภัยกว่าด้วย

 

".. เก่งกันนักใช่มั้ยพวกมึงตาย พวกเราฆ่ามันและจับนังผู้หญิงสองคนนั้นแก้ผ้าด้วย ถึงแม้จะทำอะไรมากไม่ได้ แต่ก็ยังจับต้องร่างกายทุกส่วนในร่างกายได้อยู่ ฮ่าฮ่าฮ่า ยังจะปากดีกันอยู่มั้ย ส่วนผู้ชายผมทองกับหัวขาวนั่น ใครที่ชอบแบบหล่อๆ ก็จัดไปเลย เอาดาบแทงตูดมันได้กูเคยทำมาก่อน .." หนึ่งในนักโทษที่โกรธจัด เพราะได้ยินบทสนทนาของกลุ่มคนข้างหน้าเข้า และพวกมันบังอาจจะมาดูถูกพวกตนทั้งๆ ที่ในเวลานี้ความแข็งแกร่งของพวกมันมากกว่าปกติตั้งพันเท่าหมื่นเท่า แต่พวกมันกับไม่กลัวกันเลยสักนิด

 

นักโทษผู้ใช้พลังเวทเป็นหลัก ได้เริ่มร่ายเวทมนตร์กันอย่างต่อเนื่องและยิงพลังเวทต่างๆ พุ่งตรงมายังรากไม้ในทันที แต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้เลย เพราะเวทบาเรียของรากไม้ในเวลานี้ เข้าสู่ระดับสูงสุดแล้วนั่นเอง

 

          แถมรากไม้ยังอารมณ์เสียนิดหน่อยที่ได้ยินพวกนักฆ่ากลุ่มนี้ พยายามจะเอาดาบมาแทงตูดมันกับนายท่านอีก แบบนี้มันต้องจัดหนักให้ซะแล้ว

 

".. ไอห่านี่มันมีเวทมนตร์ระดับสูงแบบนี้ได้ยังไง ทำไมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย .." นักโทษที่เป็นนักเวทระดับสูง ร้องตะโกนด้วยความไม่เชื่อและอิจฉาอย่างมาก หากตนเองมีเวทมนตร์บทนี้ ก็คงเป็นระดับต้นๆ ของโลกแห่งนี้ได้ไม่ยาก

 

รากไม้ไม่ได้ใช้แค่เวทบาเรียเท่านั้น ยังใช้เวทผสานธาตุกันอีกหลายบทเวทอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเวทดูดกลืนพลังเวท เวทหลุมดำ เวทกำแพงแสง เวทออร่าเทพเจ้าสีทอง เพื่อความเท่ห์และดูเป็นเอกลักษณ์ของตนเองและประสิทธิภาพสูงสุดในการต่อสู้

 

ทำให้ทุกๆ จังหวะการก้าวเท้าของรากไม้ ราวกับเทพเจ้าผู้มีอำนาจสวรรค์ประกายสีทอง ในการหักล้างและทำลายทุกๆ สิ่งก็ไม่ปาน ดูลึกลับร้ายกาจทรงพลังราวกับบอสระดับเทพเจ้ามาเอง

 

นักโทษในโหมดนักฆ่ากว่าสามร้อยคนในเวลานี้ ได้แต่ถอยห่างและหนีออกไปให้ไกลจากรากไม้ ทั้งที่พวกมันมีพลังเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ก็ยังไม่อาจจะทำอะไรชายหนุ่มผมทองคนนี้ได้เลย ทุกทักษะโจมตีทั้งกายภาพและเวทมนตร์ไร้ผลทั้งหมด

 

".. จริงๆ ผมไม่อยากจะฆ่าพวกคุณนะครับ แต่มันจำเป็นและถึงแม้พวกเราจะได้พบกันอีก พวกคุณก็คงไม่รู้อยู่ดีว่าพวกผมเป็นใคร เพราะหากเดาไม่ผิดระบบเกม คงทำให้พวกคุณมองพวกผมว่าใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลาสินะครับ เพราะพวกผมเองก็มองพวกคุณว่าใส่หน้ากากโรคจิตอยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน .." รากไม้พูดบอกพร้อมกับเข้าประชัดตัวอีกฝ่ายที่ล่าช้าที่สุดในทันที

 

รากไม้ก็ทำการร่ายเวทมนตร์ระดับมหาเวทในมือขวา เวทแห่งการเวลา ลำนำแห่งความตาย และที่มือซ้ายก็กำลังวาดอักขระเวทโบราณประเภทคำสาปร้ายแรง หลายร้อยตัวอักษรจากปลายนิ้วประกอบเป็นเวทมนตร์คำสาปผูกมัดที่จะหายไปเองตามกาลเวลา คำสาปหัวเราะแห่งความตาย มีผลเป็นระยะเวลา 2 วัน ไม่สามารถลบล้างได้ยกเว้นสามารถสังหารผู้ร่ายคำสาปได้ หรือมีบทเวทล้างคำสาปที่สูงกว่าระดับตำนานขึ้นไปเท่านั้น

 

เหล่านักโทษในชั้นที่ห้าไม่เคยเห็นผู้เล่นหรือใครที่ไหน สามารถใช้เวทมนตร์พร้อมๆ กัน ได้ถึง 3 บทเวทระดับสูงในเวลาเดียวกันได้มาก่อน ต่อให้มีการหน่วงเวทเอาไว้แล้วก็ทำให้แค่เรียกใช้จากที่หน่วงไว้เท่านั้นและมีระดับที่ต่ำมาก ไม่สามารถใช้งานได้พร้อมๆ กันแบบนี้อย่างที่ชายหนุ่มผมทองคนนี้กำลังแสดงให้เห็นถึงความต่างชั้นของพลังที่มากราวกับนรกและสวรรค์

 

แต่ในความเป็นจริงรากไม้สามารถใช้เวทมนตร์พร้อมๆ กันได้สูงสุดถึง 8 บทเวท เพราะได้แชร์ทักษะสกิลและความสามารถพิเศษอื่นๆ จากนายท่านมากเมฆมาแล้ว ทำให้ได้รับพรวิเศษจากเหล่าวานรแปดแขนมาด้วยนั่นเอง

 

".. เจอกันครั้งหน้า ก็ขอให้เป็นคนดีขึ้นบ้างนะครับ ลาก่อนตายทรมานหน่อยแล้วกัน ฮ่าฮ่าฮ่า .." รากไม้พูดจบก็ปลดปล่อยพลังเวทที่ร่ายไว้ทั้งหมดออกไปทันที ส่งผลให้เหล่านักโทษทั้งสามสิบคนในเวลานี้ หลอมสลายหายไปกลายเป็นละอองแสง และโดนคำสาปหัวเราะไปด้วยเต็มๆ อีกสองวัน เป็นการตายที่ไม่ทรมาน แต่หลังจากเกิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้งจะยังต้องโดนคำสาปแบบเต็มๆ ไปอีก 2 วัน และไม่รู้ว่า ใน 2 วันที่โดนคำสาปจะหัวเราะจนตายไปอีกกี่ครั้ง

 

".. มันโกงเกมรึเปล่า .." นักโทษคนหนึ่งก่อนจะสลายหายไปร้องตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ ทั้งๆ ที่พวกมันได้บัพเวทเสริมพลังให้โกงขนาดนั้นแล้ว ยังตายง่ายๆ ด้วยแค่การโจมตีเดียว

 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกนักโทษทั้งสามร้อยคนต่างก็โดนเป็นชุดใหญ่ๆ หลายสิบบทเวทระดับสูงด้วยกันทั้งนั้น แค่ไม่รู้ตัวเฉยๆ เพราะเอาแค่ที่เห็นตรงหน้าก็สามบทเวทระดับตำนานไปแลว และหลายสิบบทเวทที่ไม่ได้นับอีกจำนวนมากที่เป็นบทเวทดีบัพลดพลังป้องกัน ลดพลังโจมตี และลดต้านทานต่างๆ ลงมาในระดับที่ว่ามันมีผลถึงขนาดลบเอาบัพออร่าสีแดงเลือดม่วงหายไปเลยนั่นเอง

 

".. ฝากไว้ก่อนน .." หนึ่งในนักโทษที่ยอมรับไม่ได้ ร้องบอกก่อนจะหายไปจากตรงหน้าของรากไม้

 

".. ป่ะหมดธุระในชั้นที่ห้าแล้ว เราไปชั้นต่อไปกันเถอะ .." มากเมฆผู้ไม่ได้ทำอะไรเลย ได้แต่ดูเท่านั้น ออกปากเร่งให้ทุกคนไปยังชั้นต่อๆ ไปกันเร็วๆ หน่อย เพราะเริ่มจะเบื่อขึ้นมาบ้างแล้ว

 

//- - สรุปรากไม้ใช้เวลาในการผ่านชั้นที่ 5 ภายในเวลาแค่ 3 นาทีเท่านั้น - - //

 

ทั้งหมดขึ้นมายังชั้นที่ 4 ก็สามารถผ่านไปได้อย่างง่ายๆ โดยการเอาชนะคิงก็อบลิน ในการดวลอาวุธตัวต่อตัวกับรากไม้ที่ได้ฝึกวิชาพันศาสตราเทพ รากไม้ก็เอาชนะได้ง่ายๆ เพราะระดับ AI มันสมองมันคนลงชั้นกันอย่างเห็นได้ชัด

 

พอมาถึงชั้นที่ 3 ก็ต้องมาแข่งเต้น กับ NPC ประหลาด ขอแค่เต้นด้วยกันกับ NPC จนพอใจ ก็จะสามารถผ่านไปยังชั้นต่อไปได้ ทั้งมากเมฆและรากไม้รวมไปถึงอาจารย์ไป่หลงต่างก็ไม่เคยเต้นมาก่อน

 

งานหนักแบบนี้จึงตกไปยังสองสาวสุดเซ็กซี่ที่ต้องเต้นสเต็ปต่างๆ มากมาย กว่าจะทำให้ NPC ประหลาดพอใจได้ก็ปาเข้าไปเกือบ 5 ชั่วโมงเต็มๆ มากเมฆ อาจารย์ไป่หลงและรากไม้ถึงกับเอาเตียงนอนที่พกมาด้วยแอบหลับไปเลยระหว่างที่รอสองสาวเต้นกัน NPC

 

พอมาถึงชั้นที่ 2 ก็ต้องมาแข่งคำนวณเลข อะไรต่อมิอะไรกับเจ้า NPC ประหลาดอีก ในร่างของเด็กทารกที่ลอยได้ พอจะส่งรากไม้ไปแข่งมันกับไม่ยอมรับ เพราะมันรู้อยู่แล้วว่ารากไม้เป็น AI ระดับสูงกว่ามัน แข่งกันไปก็ชนะเห็นๆ ไม่สนุก มันจึงมาท้าให้มากเมฆคิดเลขแข่งกันกับมันแทน

 

แต่พอได้แข่งไปสักระยะ เจ้าเด็กประหลาดกับทำอะไรมากเมฆไม่ได้เลย ไม่ว่าจะคิดเลขออกโจทย์มายากและซับซ้อนแค่ไหน มากเมฆก็สามารถตอบได้ทันทีราวกับไม่ได้คิดเลยแม้แต่น้อย ยังกับหายใจเข้าออกปกติของร่างกายยังไงอย่างงั้น

 

จนสุดท้ายมันต้องยอมแพ้อย่างหมดใจและปล่อยให้ทั้งหมดขึ้นไปยังชั้นที่ 1 ชั้นสุดท้ายที่ต้องได้พบกับสัตว์อสูรโบราณที่โหดร้ายและอันตรายที่สุดของคุกลับแห่งนี้

 

แถมยังบ้าการต่อสู้เป็นชีวิตจิตใจอีกด้วย

 

เจ้าเบเฮมอธ สัตว์อสูรระดับราชาของชั้นที่ 1 กำลังรอคอยใครสักคนมาเป็นคู่ต่อสู้ของมันมาช้านานแล้ว และในวันนี้วันที่มันรอคอยมาตลอดก็มาถึงจนได้

 

กลุ่มผู้เล่นที่พยายามจะแหกคุกลับแห่งนี้ออกไป ปาร์ตี้เฉพาะกิจ 4 คนกับ 1 เอไอ

 

ทั้งหมดค่อยๆ เดินไปยังลานกว้างหินอ่อนสีดำที่ใหญ่กว่าปกติหลายเท่าตัว แตกต่างจากชั้นอื่นๆ อย่างมาก และพอมองไปรอบๆ บริเวณก็ต้องพบว่าที่ที่พวกตนยืนอยู่มันเป็นบนยอดหอคอยที่สูงมากๆ และพบเข้ากับตัวประหลาดอีกหนึ่ง ที่กำลังมองมาทางนี้อย่างยิ้มๆ แต่เป็นรอยยิ้มที่มองแล้วไม่ได้ทำให้สบายใจได้เลยแม้แต่นิดเดียว

 

[: สัตว์อสูรระดับราชาแห่งคุกลับทมิฬ ชั้นที่ 1 เบเฮมอธ ระดับ 1,500 เตรียมจู่โจม :]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 825 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #4635 awinse (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 17:53
    ความคิดต่ำมากเลยครับที่คิดว่าการข่มขืนเป็นเรื่องล้อเล่น แล้วก็ sexual harassment อีก จากสนุกๆทำให้ไม่อยากอ่านเลยนิยายเกรดต่ำ
    #4,635
    1
    • #4635-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 16)
      21 ธันวาคม 2562 / 15:26
      นานาจิตตังแล้วแต่จะคิด .. รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็วางมันลง พร้อมกับเดินจากไปไกล ๆ ..
      #4635-1
  2. #3773 lills (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 18:07
    สนุกค่า ขอบคุณค่า
    #3,773
    1
  3. #3290 วายุจัง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:13
    เจอท่านไป๋หลงเข้าไปก็จอดแล้ว แค่ 1500 เอง อ.แกล่อไป 30000
    #3,290
    0
  4. #2343 NETWORKKK (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 23:01
    ทำบ้าทำบอไร้สาระมาทุกชั้นเพื่อมาเจอตัวโหดหินที่ชั้นล่างเนี่ยนะ
    #2,343
    0
  5. #2288 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 22:04

    ซัดกันเลยยยยยยยย

    #2,288
    0
  6. #614 boat489 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 17:34
    แบบนี้ก้อมีด้วย5555
    #614
    0
  7. #513 Fayrious (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 11:46
    แต่ละชั้นคิดได้ไงเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ
    #513
    0
  8. #444 #DESTINY# (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 23:54
    ขอบคุณครับ
    #444
    1
    • #444-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 16)
      29 พฤศจิกายน 2560 / 01:23
      ขอบคุณที่ติดตามนะครับ หากมีตรงไหนมันแปลกๆ ก็บอกได้นะครับผมจะได้แก้ไขให้ดีขึ้น
      #444-1
  9. #146 minggg- (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 23:39
    อืมมมม ขำตรงเรียกว่าคุณพี่มันติคอร์
    น่ารักจริงๆ กับตรงรากไม้กลัวตายค่าาา

    "เพิ่ง" ตื่นนอน
    "เพิ่ง" ตื่นน
    ระวังนะคะ ถ้าในความหมายว่าเริ่มจะเป็น "เพิ่ง" เสมอนะคะ
    "พึ่ง" เป็นการพึ่งพาค่ะ 

    "แถม" เวลา
    #146
    1
    • #146-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 16)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 08:29
      รับทราบครับผม

      แก้ไขเรียบร้อย ขอบคุณครับ
      #146-1
  10. #125 wasukij555 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 19:22
    ขออีกตอนได้ม๊าย!!!!
    #125
    0
  11. #123 MewThanayot (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 16:56
    ขอบคุณครับ
    #123
    0
  12. #117 Hanaoka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 16:07
    ขออีกตอนให้มันออกจากคุกก่อน มันค้างงงงงง!!
    #117
    0
  13. #116 ฮาเเบ็ค (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 15:59
    ขอบคุณคะ
    #116
    0
  14. #115 นิค&NIck (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 15:35
    writer ขอลาอีกตอนเยอะๆขอเยอะๆขออยากได้ตอนนี้อยากได้วันนี้ 555
    #115
    0
  15. #114 RachanonNew (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 15:31
    สนุกมาก
    #114
    0