มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 158 : บทที่ 158 สู่โลกมืด ตอน รับกรรมไปตามที่ก่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,051
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 342 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

บทที่ 158 สู่โลกมืด ตอน รับกรรมไปตามที่ก่อ

 

            ก่อนหน้านี้ ในระหว่างที่ซีโร่กำลังต่อสู้อยู่กับเฟิงเทียนอี้ จนเลยไปถึงช่วงเวลาที่ยืนนิ่งๆ ด้วยความตกใจ ระหว่างพูดคุยกับซอนย่ากลางอากาศห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร

 

ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่และกว้างไกลแห่งนี้ ได้ถูกมากเมฆสยบลงได้แล้วทั้งหมด

 

ภารกิจสืบทอดเพื่อกลายเป็น จักรพรรดิโลกมืด สำเร็จแล้ว 100%

 

            ผู้ท้าทายหลายต่อหลายคนที่ไม่ยินยอม ต่างก็ไม่ยอมสยบในตอนแรก

 

พวกมันจำนวนมาก ได้ออกมาท้าทายมากเมฆต่อสู้กันด้วยทักษะพลังลมโบราณ และห้ามมิให้ชายหนุ่มใช้พลังพิเศษใดๆ ในการต่อสู้อีก จริงอยู่ดูเหมือนมากเมฆผู้เดินทางมาไกลกว่าจะถึงวันนี้ได้ จะดูเสียเปรียบอยู่ไม่น้อย เพราะอยู่ในเขตของฝ่ายตรงข้าม และต้องการให้เกิดการยอมรับจากคนหมู่มาก

 

แต่มันกับกระตุ้นในสัญชาตญาณความกระหายเลือด กระหายในการต่อยตีของเขา ยกระดับขึ้นไปอีกหลายขั้น ผลกระทบมาจากดวงเนตรแห่งทรราชย์ ที่มักทำให้อารมณ์ของมากเมฆสูงขึ้นผิดปกติอยู่บ่อยๆ

 

            บุคคลแรกที่กล้าออกมาท้าทายมากเมฆตรงๆ อย่างตรงไปตรงมา ตามวิถีเดิมๆ แต่โบราณ

 

ทั้งที่ยอมรับในพลังของอีกฝ่ายไปแล้วก็คือ ราชันย์พันอสูร เฒ่าชราผู้มีพลังขอบเขตสวรรค์อันแข็งแกร่งไร้ผู้ต้าน ตัวตนระดับเดียวกับเหล่าเทพยุทธ์ทั้งห้าของฝ่ายโลกแสงสว่าง ฝ่ายธรรมะอันลือลั่น

 

และเฒ่าชราผู้นี้ยังมีพลังพิเศษในการหายตัวอีกด้วยตั้งแต่เกิด แต่ด้วยกฎที่ห้ามไม่ให้ใช้พลังพิเศษที่ว่า จึงทำให้ทั้งคู่จำเป็นจะต้องต่อสู้ ประลองฝีมือกันด้วยเพียงแค่พลังลมปราณ และทักษะวิชาโบราณที่มีอยู่เท่านั้น

 

            มากเมฆกระโดดลงไปยังด้านล่าง บนพื้นที่กว้างกลางห้องประชุมอย่างรุนแรง ราวกับดาวตกอุกาบาตรก็ไม่ปาน

 

            การกระโดดลงไปรับคำท้าทายไม่กลัวตายแบบนี้ ได้ใจเหล่าอสูรและมารเลือดร้อนไปเต็มๆ

 

พอตกถึงพื้นยังไม่ถึงครึ่งลมหายใจเข้าออก ชายหนุ่มกับก้าวเท้าเคลื่อนร่างกลางเวหา ทะยานดีดตัวดุจสายฟ้าสวรรค์ พุ่งเข้าใส่เฒ่าชราราชันย์พันอสูรในพริบตา ทั้งสองมิได้พูดคุยอะไรกันแม้แต่ครึ่งคำให้เสียเวลาอีก เพราะแววตาของคนทั้งคู่ ล้วนแล้วแต่กระหายใคร่ต่อสู้อย่างสุดฝีมือด้วยกันทั้งนั้น

 

เฒ่าราชันย์คาดหวังไว้ว่าหากอีกฝ่าย สามารถประมือ รับมือกับตนเองได้มากกว่า 30 กระบวนเพลง โดยไม่พ่ายแพ้ไปเสียก่อนจนหมดสภาพ

 

เฒ่าราชันย์พันอสูร จะยอมรับอีกฝ่ายหมดกายหมดใจ และช่วยให้เจ้าเด็กนี่เป็นจักรพรรดิของโลกมืดอย่างแท้จริง

 

ตามความต้องการของมารกระบี่ทันฮยองอู ผู้เป็นหนึ่งในอาจารย์ของมัน หรือก็คืออดีตจักรพรรดิของโลกมืดคนก่อน ผู้ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นคู่แข่งกันมาก่อน เมื่อครั้งในอดีตนานมาแล้ว

 

เฒ่าราชันย์พันอสูร ในระหว่างที่ต่อสู้กันอยู่นั้น มันได้คิดไปถึงพลังพิเศษสุดแสนจะท้าทายสวรรค์สุดไกลโข ที่เจ้าหนูมากเมฆได้แสดงให้เห็นก่อนหน้านี้

 

พลังอำนาจที่ทำให้คนตายฟื้นคืน พลังอำนาจที่สามารถเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นสิ่งใดๆ ก็ได้ และข้อมูลก่อนๆ หน้านี้ ที่ว่าอีกฝ่ายมีพลังในการปรับเปลี่ยนเพศ เปลี่ยนช่วงอายุได้ตามต้องการ

 

มันราวกับเป็นพลังของพระเจ้าเลยไม่ใช่หรือไง เพียงเหตุและผลเหล่านี้ พลังที่มีของอีกฝ่าย

 

คนที่พอจะมีหัวคิดมากกว่ามดเล็กน้อยทั่วๆ ไป ก็ต้องรู้ตัวเองแล้วว่า ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะมาเป็นศัตรูกับอีกฝ่ายให้สูญเสียโอกาสอันหาได้ยากในชีวิต และสมควรทำทุกๆ อย่างเพื่อผูกมิตรด้วยมากกว่า

 

ด้วยเหตุนี้เองเฒ่าราชันย์ และอสูรผีอมตะคนทั้งคู่จึงคิดได้ว่า เฟิงเทียนอี้เคยฉลาดมากเล่ห์มาทั้งชีวิตสุดท้ายก็มาโง่ยิ่งกว่าสุกรเอาตอนแก่ชรา กลายเป็นพวกที่มองไม่เห็นถึงความจริงในสิ่งที่ตนเองต้องการ สรุปสั้นๆ โง่เกินไปอย่างแท้จริง

 

เฒ่าราชันย์พันอสูรยอมรับเลยจริงๆ หากตนเองได้รับความช่วยเหลือจากพลังพิเศษของคนผู้นี้

 

ต่อให้ไม่ได้มีชีวิตเป็นอมตะไปเป็นหมื่นๆ ปีราวกับเทพเซียนต่างพิภพที่เคยได้ยิน

 

แต่ก็ยังสามารถทำให้ตนเองอยู่ในช่วงเวลาของวัยหนุ่มสาว อันที่สุดได้ตลอดเวลาเช่นกัน แบบนี้มีแต่ได้ไม่มีเสียเลยจริงๆ และด้วยสถานะทางสังคมของตนเองในโลกมืดด้วยแล้ว เฒ่าชราเชื่อว่าคำขอของตนเองสมควรได้รับการเติมเต็มอย่างแน่นอน เพราะมันเองจะยอมแลกด้วยอำนาจสถานะทุกๆ อย่างที่อีกฝ่ายต้องการ

 

การประลองท้าทายที่เกิดขึ้นมานี้ มันก็เป็นเพียงหนึ่งในวิธีการรักษาหน้าและศักดิ์ศรี ให้กับเหล่าตัวตนชนชั้นนำของหมื่นมารพันอสูรก็เท่านั้น หาได้อยากจะต่อสู้จนเอาชนะอีกฝ่ายไม่

 

แต่กระนั้นหลังจากที่ได้ประมือด้วยแล้วไปสักพัก ความอยากที่จะเอาชนะ ความอยากที่จะแสดงให้เห็นถึงตัวตนแท้จริง ที่เคยดับมอดไปแล้วนับร้อยปีของเฒ่าชราผู้นี้ กับถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นอีกครั้งในแววตา

 

มากเมฆเองก็สัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาของอีกฝ่าย ที่ต้องการจะต่อสู้อย่างเต็มที่สุดความสามารถ ก่อนที่จะพ่ายแพ้หรือเอาชนะตนเองได้อย่างเต็มใจ

 

ด้วยเหตุนี้เองเฒ่าราชันย์พันอสูร จึงทุ่มสุดตัวแสดงทักษะโบราณต่างๆ ของตัวเองออกไปเต็มขีด

 

หนึ่งในนั้นก็คือหมื่นกระบี่ตะวันฉาย เพลงกระบี่แนวทางปราณมายา อันหาได้ยากที่สุดของโลกในยุคปัจจุบัน

 

".. เจ้าหนูเรียกอาวุธของเจ้าออกมา เราผู้เฒ่ารู้ว่าเจ้ามีอาวุธวิเศษอยู่กับตัว เราสองมาประลองกระบี่กัน .."

 

".. เราผู้เฒ่าตลอดชีวิตเคยพ่ายแพ้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น ให้กับ เทพยุทธ์ราชันย์เก้ามังกรจิ่วถันหลง แม้แต่อาจารย์ของเจ้ามารกระบี่ หรือแม้แต่เจ้าโบราณไม่สนโลกไป๋หลง เรายังมิเห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตา เจ้ามีอะไรก็แสดงออกมาให้เราผู้ชราได้เห็น .."

 

".. รับมือ !  เพลงกระบี่ที่เราผู้เฒ่าใช้ มีชื่อว่า หมื่นกระบี่ตะวันฉาย   เพลงกระบี่ที่ข้าภูมิใจเป็นนักหนา .."

 

เฒ่าราชันย์พันอสูรเรียกกระบี่ยาวโบราณสีทอง ลวดรายดุจมังกรมีชีวิตออกมา เพลงกระบี่ที่ใช้ออกลื่นไหลดุจสายธาราจากสวรรค์ชั้นฟ้า ดุดันราวกับอสรพิษฟ้าผู้ไร้ปราณีนับหมื่นพัน โรมรันทะยานฟ้าเข้าจู่โจมไม่สิ้นสูญ สภาวะหมายสังหาร แม้แต่หนึ่งลมหายใจยังถูกกดดัน

 

ทุกการเคลื่อนไหวของเฒ่าราชันย์พันอสูร รวดเร็วอย่างสุดยอดเป็นไหนๆ ทั้งที่แก่ชรามากแล้วแท้ๆ

 

แต่ทุกกระบวนเพลงที่ใช้ออก กับกดดันจนมากเมฆเริ่มถอยหนีไปเรื่อยๆ สูญเสียกระบวนเพลงมวยแรกเริ่มที่ได้เปรียบไปแล้วในทันที

 

บ่งบอกได้เลยว่าเพลงมวยพื้นฐานที่มากเมฆชอบใช้อยู่เป็นประจำมาตลอด ในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาของการต่อสู้ และถึงแม้จะผสานการทำงานร่วมกับ เนตรทรราชย์ แล้วก็ตาม มันก็ยังไม่อาจจะมีชัยเหนือกว่าอีกฝ่ายไปได้ จะสู้ให้เสมอยังยากที่จะเกิดผลเช่นนั้น

 

มากเมฆจึงถอยห่างไปเรื่อยๆ เว้นระยะพื้นที่ เพื่อให้มีเวลาเรียกใช้โลหะเทพสีเงินอบราซัสออกมา

 

ชายหนุ่มรูปงามในชุดผ้าคลุมเวทโบราณดุจภูตผีปีศาจ ออกคำสั่งทางความคิดโดยเร็ว ให้โลหะเทพมันแปรเปลี่ยนส่วนหนึ่งของมัน ให้แยกตัวออกมาจากร่างกายของเขา

 

เพื่อให้กลายเป็นกระบี่โบราณพอดีมือสองเล่ม ซ้าย ขวา ใช้ร่ายรำเพลงกระบี่ที่ตนเองคิดค้นขึ้น

 

เมื่อนานมาแล้วอย่างงดงามลื่นไหล

 

ทุกท่วงท่าดุจเทพเซียนบรรจงใช้ ดูเรียบง่ายสิ้นดี คล้ายอย่างแทงก็แทง อยากตัดก็ตัด อยากทำลายก็ทำลาย ทุกกระบวนเพลงร่ายรำตอบโต้ ล้วนแล้วเต็มไปด้วยจิตแห่งกระบี่อันไม่ธรรมดา

 

หลังเห็นการแปรเปลี่ยนกระบวนเพลง พร้อมกับเรียกใช้อาวุธของอีกฝ่าย

 

เฒ่าราชันย์ตกเป็นรองในทันที ตั้งแต่กระบวนเพลงแรกที่โต้กลับ

 

ออร่าทมิฬของพลังลมปราณที่อีกฝ่ายปลดปล่อยออกมา มันช่างร้ายกาจเป็นอย่างยิ่ง ดุดันราวกับพวกมันมีชีวิตจิตใจ มีรูปวิญญาณ ก่อรูปจนมองเห็นได้เต็มสองตา สัมผัสได้ถึงการมีอยู่จริงๆ ของมังกรทมิฬและทั้งสรรพสัตว์โบราณในยุคเทพเซียน พลังลมปราณและเพลงกระบี่ที่ใช้ ดูไม่ธรรมดาเลยสักอย่าง และดูไม่คล้ายกับเคล็ดวิชาโบราณ อันเป็นเพลงกระบี่คู่ของมารกระบี่แม้แต่น้อย

 

ด้วยความสงสัยเฒ่าราชันย์พันอสูรจึงได้ตะโกนถาม

 

".. เจ้าหนูพลังลมปราณที่เจ้าใช้ กับเพลงกระบี่ของเจ้า มันคือวิชาอันใดกันแน่  มันไม่เหมือนกับวิชาโบราณของสองอาจารย์ผู้ชราของเจ้าเลย หรือจะเป็นวิชาลับที่สืบทอดกันมาของตระกูลเมฆาเทพของเจ้า จากยุคโบราณ .." เฒ่าชราราชันย์พันอสูรกล่าวถามอย่างตรงไปตรงมา

 

แต่กระนั้นก็ไม่ได้โอนอ่อนผ่อนแรงลงแม้แต่น้อย ยังคงใช้ออกด้วยกระบวนเพลงอันดุดันฉายแสง จนก่อให้เกิดการแปรเปลี่ยนของพลังลมปราณเฉพาะตัว ที่หลอมรวมกันกับพลังลมปราณ จากเพลงกระบี่ที่ใช้อย่างลงตัว

 

กลายเป็นภาพมายาดวงตะวันแสงเจิดจ้าไพศาล ทำลายการมองเห็นและสัมผัสรับรู้ทางสายตาของอีกฝ่ายได้อย่างเด็ดขาด แต่จะมีเพียงผู้ที่ประมือด้วยเท่านั้นที่มองเห็นภาพมายาที่ว่าเหล่านี้ เพราะมันมีระยะขอบเขตที่จำกัดในการแสดงผล

 

มากเมฆเองได้รับผลกระทบจากเคล็ดวิชาที่แปลกประหลาดอยู่เล็กน้อย

 

ก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติโดยเร็วแทบจะในทันทีก็ว่าได้ เพราะด้วยกายาลี้ลับอันไม่ธรรมดาของเขาที่สืบทอดกันมาทางสายเลือด ทำให้ผลลัพธ์อันเป็นลบใดๆ กับร่างกาย ล้วนถูกขจัดออกไปในทันทีเช่นกัน

 

เมื่อเห็นอีกฝ่ายกล่าวถาม และสัมผัสได้ถึงความยินยอมสยบให้ ไม่มีจิตคิดร้ายหรือการต่อต้านใดๆ อีก

 

มากเมฆจึงยินดีบอกกล่าวให้อีกฝ่ายได้รู้ ถึงหนึ่งในความสำเร็จของตนเอง

 

".. พลังปราณและเคล็ดวิชาเพลงกระบี่ที่ใช้ เป็นวิชาที่หลอมรวมและคิดค้นขึ้นมาเอง มิใช่เคล็ดพลังหรือเคล็ดวิชาจากท่านอาจารย์ทั้งสองแต่อย่างใด .."

 

".. วิชาพลังลมปราณที่ใช้ มีชื่อว่า หมื่นลมปราณดาราทมิฬ เป็นพลังที่เกิดจากการหลอมรวมเคล็ดวิชาลมปราณโบราณ อันแตกต่างกันสุดขั้วสองเคล็ดวิชาเข้าด้วยกัน บวกกับเคล็ดวิชาบางอย่างที่เปิดเผยไม่ได้ จนก่อให้เกิดเป็นพลังลมปราณทมิฬที่ราวกับมีชีวิต อย่างที่เห็นอยู่ในขณะนี้ โดยชัดเจนเต็มสองตา .." มากเมฆกล่าวตอบก็จริง แต่ก็หาได้ใส่รายละเอียดเข้าไปมากนัก เพราะหากบอกกล่าวออกไปว่าตนเอง ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาวิญญาณต่างพิภพร่วมไปด้วย และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลักการใช้พลังเวทมนตร์อันเป็นพลังเหนือธรรมชาติ ตามที่อยู่ๆ ก็เข้าใจได้เองเข้าไปอีก บอกไปคงไม่มีใครเชื่อ และคงถูกมองว่าเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

".. ส่วนอีกเคล็ดวิชาที่ใช้มีชื่อว่า หมื่นศาสตราดาราทมิฬ  เป็นวิชาที่คิดค้นขึ้นเองจากการหลอมรวม วิชาโบราณต่างๆ เข้าไป ถูกแบ่งออกเป็น 12 เคล็ดวิชาด้วยกัน และที่กำลังใช้อยู่นี่ก็คือ เคล็ดกายาหมื่นศาสตรา  เป็นเคล็ดวิชาสุดไพศาลแปรเปลี่ยนไม่สิ้นสุญ กายคือศาสตรา จิตคือศาสตรา วิญญาณคือศาสตรา ปัญญาคือศาสตรา รับมือ ! .."

 

มากเมฆกล่าวตอบเท่าที่สามารถ ก่อนที่จะใช้เพลงกระบี่และพลังลมปราณดาราทมิฬอันไร้พ่าย เข้ากดดันอีกฝ่ายที่มีพลังเหนือกว่าถึงสองขอบเขตจนพ่ายแพ้หมดสภาพ รุนแรงถึงขนาดทำลายกระบี่ในมือ อันเป็นอาวุธคู่ใจของเฒ่าราชันย์จนแตกออกเป็นชิ้นๆ ในอีกไม่กี่กระบวนเพลงต่อมา

 

ส่งผลให้เฒ่าชรายอมรับทั้งกายและใจอย่างแท้จริง จนหัวใจของอีกฝ่ายถึงกับเต้นแรงราวกับกำลังคลุ้มคลั่ง

 

เพราะจากข้อมูลอย่างลับๆ ที่ตนเองได้รับมาจากมารกระบี่ ว่าลูกศิษย์สืบทอดของมัน ได้สำเร็จวิชาอันสุดขั้วหลอมรวมพลังปราณที่เป็นไปไม่ได้จนสำเร็จ และยังเป็นตำนานที่ยังมีชีวิตและมีลมหายใจ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นความจริง

 

งั้นก็เท่ากับว่าต่อให้อีกฝ่ายมีพลังลมปราณอยู่ในขอบเขตเบิกภพ แต่พลังแท้จริงมันมีมากกว่าเบิกสวรรค์เป็นไหนๆ นี่มันยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้าอย่างแท้จริงแล้ว แม้แต่เจ้าเฒ่าเก้าราชันย์นั่นก็ไม่แน่ว่าจะสู้กับเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ได้

 

และที่สุดยอดอันเป็นที่สุดยิ่งแล้วก็คือ การได้รับรู้ถึงอัจฉริยภาพของเด็กหนุ่มที่สามารถสร้างสุดยอด เคล็ดวิชาลมปราณและเคล็ดวิชาการต่อสู้ขึ้นมาได้ ทั้งที่อายุยังน้อยนิดเพียงนี้ หากต่อจากนี้ไปอีกสัก 10 ปี 20 ปี มันจะเหนือล้ำไปขนาดไหน น่าจะก้าวไปไกลเกินว่าบรรพชนยอดยุทธ์อันเป็นมหาบุรุษใดๆ ในอดีตอย่างแน่นอน

 

หลังจากการต่อสู้กับเฒ่าราชันย์พันอสูรจบลง พันอสูรตนอื่นๆ เองก็อยากจะทดสอบอัจฉริยภาพของเด็กหนุ่มเช่นกัน

 

ต่างก็กระโดดเข้าร่วมการประลองประมือในครั้งนี้กันถ้วนหน้า แต่ก็ไม่มีผู้ใดเลยสามารถประมือกับเด็กหนุ่มได้เกิน 10 กระบวนเพลงโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ หรืออาวุธคู่ใจถูกทำลาย สร้างแรงสั่นสะท้านสะเทือนแดนดิน จนเข้าไปถึงจิตวิญญาณของแต่ละคนเลยทีเดียว ถึงความเป็นสุดยอดฝีมือไร้พ่ายตั้งแต่อายุยังน้อยแบบนี้

 

เหล่ามารเองก็หาได้น้อยหน้า พวกมันเองแรกเริ่ม ต่างก็ยอมรับในพลังอันเป็นที่สุดของอีกฝ่ายไปแล้วเช่นกัน

 

ไหนจะภูมิหลังอันยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดาของมหาตระกูลเมฆาเทพด้วยแล้ว ทำให้พวกมันเหล่าหมื่นมารโดยส่วนใหญ่ยินยอมและยินดีติดตามรับใช้ จักรพรรดิโลกมืดคนใหม่นายนี้เช่นกัน

 

แต่กระนั้นหากไม่ทดสอบพลังฝีมือบางเลย หลงเชื่อแต่คำกล่าวอ้างเยินยอของพวกพันอสูรที่มักจะเจ้าเล่ห์และเชื่อถือไม่ได้ สู้ออกไปทดสอบฝีมือของอีกฝ่ายด้วยตัวเองดีกว่า

 

และสำหรับการต่อสู้อันยาวนานนี้เอง จริงๆ แล้วก็ไม่ถึง 30 นาที มากเมฆได้ใช้ออกด้วยพลังลมปราณดาราทมิฬเป็นหลักเกือบ 7 เต็ม 10 และใช้เคล็ดวิชาโบราณต่างๆ ที่เรียนรู้มาตอบโต้เหล่าหมื่นมารจำนวนมาก ที่กระโดดเข้าร่วมทดสอบพลังฝีมือของตนเองในครั้งนี้เกือบทุกอย่าง

 

ไม่ว่าจะเป็นวิชา ฝ่ามือวิญญาณสลายหยิน-หยาง แต่มากเมฆก็มิได้ใช้มันสังหารผู้ใด จนไม่เหลือเศษซากให้เห็น เพียงแต่เลือกทำลายอาวุธคู่ใจของผู้ที่บุกเข้ามาทดสอบตนเองเท่านั้น

 

ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนไปใช้เคล็ดวิชายุทธ์โบราณอื่นๆ ต่อไปอีกหลายสิบเคล็ดวิชาด้วยกัน

 

จนสร้างความแตกตื่นตะลึงลาน ต่อสามัญสำนึก สติพื้นฐานของแต่ละคนจนพินาศไปอีกครั้ง

 

             เคล็ดวิชาที่ใช้ออกประกอบไปด้วย แสงคลื่นหมื่นกระทบ” , “เต่าฟ้ามหาสมุทร” , “เหนือฟ้าเก้าตะวัน” , “กรงเล็บมังกรมาร” , “ปราการสวรรค์หมื่นมังกร” , “หมัดโลกทมิฬ” , “ว่าวลมเทพดรรชนี” , “เพลงกระบี่คู่เทพมาร , “ไม้เท้าเงาลม” ,  มวยเมฆเก้ามายา” , ดาบอสูรวางวาย , ก้าวเท้าดาวเคลื่อน และวิชาอื่นๆ อีกมากมายที่ขโมยเรียนรู้มา

 

            การที่อายุยังน้อยนิด แต่กับสามารถสำเร็จยอดวิชาต่างๆ ได้มากมายในระดับใกล้เคียงจุดสูงสุดของเคล็ดวิชานั้นๆ เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว ก็น่าจะทำให้ใครต่อใครที่ทราบเรื่อง กระอักเลือดตายด้วยความอิจฉาแล้วทั้งแผ่นดิน

 

            การที่ไม่มีใครเอาชนะมากเมฆได้เลย หรือมีชัยเหนือกว่าได้เลยสักคน ไม่ว่าจะใช้อาวุธใดๆ ทำให้หมื่นมารพันอสูรทุกคนต่างยอมรับ และยินดีติดตามจักรพรรดิโลกมืดคนใหม่ ผู้ที่เต็มไปด้วยอนาคตสดใสไร้จำกัดกันถ้วนหน้า

 

            หลังจากที่สยบทุกๆ คนจนชนะทั้งกายใจ มากเมฆก็กลับไปสะสานเรื่องราวกับเหล่าผู้ติดตามของเฟิงเทียนอี้อีกเล็กน้อย พวกที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นตัวทุเรศไส้เดือนทะเล ต่างก็ยอมสยบกลายเป็นข้าทาสไปจนตาย มากเมฆจึงเปลี่ยนพวกมันให้กลับมาเป็นมนุษย์ปกติเช่นเดิม

 

            ในระหว่างนั้นมากเมฆยังได้เรียกเอาเคล็ดวิชาโบราณต่างๆ ที่น่าสนใจ

 

มาจากอดีตเหล่าผู้ติดตามของเฟิงเทียนอี้อีกด้วย หลายร้อยเคล็ดวิชา เช่น วิชา ดรรชนีตวัดลม ที่ชายหนุ่มได้เปลี่ยนชื่อใหม่ให้เป็น ว่าวลมเทพดรรชนี มาเป็นวิชาเฉพาะของตัวเอง เพื่อเรียนรู้ศึกษาให้บรรลุถึงขีดสุดในวันหลัง

 

            จากนั้นก็ทำการซ่อมแซมอาวุธคู่ใจของเหล่ามารและอสูรที่เสียหาย ปรับเปลี่ยนสถานที่และรูปปั้มอสูรขนาดใหญ่ด้วยพลังเพลิงอมตะสีเงินอันสุดขั้วของตัวเอง ไปพร้อมๆ กับพลังมิติรังสรรค์อย่างเต็มความสามารถ

 

การแสดงพลังอันสุดยอดให้เห็นเหล่านี้ มันไม่ต่างอะไรกับการโอ้อวด แต่กระนั้นหากไม่ทำให้อีกฝ่ายได้เห็น ให้ได้รู้ถึงความสามารถอันไม่จำกัดที่มี วาดเสือให้วัวกลัว เพื่อไม่ให้ในภายหลังเจ้าพวกสารเลวพวกนี้ กล้ากลับมาทรยศเขาได้อีกเป็นครั้งที่สอง

 

ก่อนที่จะกลับไปนั่งบนบัลลังก์อสูรของตัวเองด้วยท่วงท่าสง่างาม

 

ทุกผู้ทุกคนหลังจากที่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเหล่านี้ ต่างก็ยอมสยบคุกเข่ากันถ้วนหน้า

 

จนซีโร่กลับมาเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังต้องตกตะลึงไปไม่น้อย

 

พอเห็นซีโร่กลับมาอย่างปลอดภัย มากเมฆก็เรียกขอเอาศีรษะของอริศัตรูทั้งสองในทันที

 

พร้อมกับชุบชีวิตของพวกมันขึ้นมาอีกครั้ง

 

ทั้งสองได้สติกลับมาต่างก็ไม่ยอมสยบให้ โว้ยวายท้าทายต่างๆ นานา ไม่รู้สถานะของตัวเองในปัจจุบันเอาเสียเลย

 

มากเมฆเองก็ไม่จำเป็นจะต้องอาศัยอะไรคนทั้งสองเช่นกัน จึงได้ตัดสินใจใช้พลังแห่งเปลวเพลิงอมตะสีเงิน เปลี่ยนพวกมันเป็นแมลงสาบขนาดใหญ่เท่าก้อนสบู่แข็ง

 

พร้อมกับขังพวกมันเอาไว้ในหลอมแก้วขนาดใหญ่ ที่ถูกเตรียมเอาไว้แล้วเป็นอย่างดี เพื่อให้ทุกๆ คนในที่นี้ดูเป็นตัวอย่างถึงผู้ที่คิดจะทรยศตนเองในภายหลัง และเอาพวกมันทั้งสองไปแสดงโชว์ไว้ยังที่ตั้งหลักของโลกมืดในปัจจุบัน ที่มักจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในแต่ละปีของวาระการประชุม

 

แน่นอนว่าพวกมันทั้งสอง เฟิงเทียนอี้ กับ ซันอา ได้เป็นอมตะไม่เจ็บไม่แก่ไม่ตายสมใจอยาก

 

แต่ก็จะต้องอยู่ในรูปลักษณ์ของแมลงสาบไปตลอดกาลเช่นกัน และนานๆ ครั้งทุกๆ 4 วัน มากเมฆยังได้ออกคำสั่งให้ หาพวกนกและแมงมุม สายพันธุ์อันเป็นศัตรูโดยธรรมชาติมาเล่นกับแมลงสาบทั้งสองบ่อยๆ ด้วย

 

และผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้ ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นอดีตผู้ติดตามอันชื่อสัตว์ภักดี ของเฟิงเทียนอี้และซันอาทั้งสิ้น

 

และหากวันใดแมลงทั้งสองหายไป พวกมันทั้งหมดยกคณะทุกคน ก็จะต้องรับผิดชอบด้วยการกลายเป็นแมลงสาบที่ว่าแทนด้วยเช่นกัน

 

การกระทำของมากเมฆในครั้งนี้ ทำให้ใครต่อใครมองชายหนุ่มแบบจิตๆ ไปเล็กน้อย และทำให้ทุกๆ คนได้รู้ว่าจักรพรรดิองค์ใหม่นั้น เป็นคนที่เจ้าคิดเจ้าแค้นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

-----

23.57 อัพตอนที่สอง 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 342 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3274 Katana (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:14

    เทพเจ้าแมลงสาป

    #3,274
    0
  2. #3233 นักอ่านสายฟรี (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:00

    แมลงสาปอีกแล้ว 5555

    #3,233
    1
    • #3233-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 158)
      15 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:28
      จุดจบพวกเลวต้องเจอกับอะไรแบบนั้น อิอิ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว
      #3233-1
  3. #3212 loliz (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:56
    โดนหยั่งงี้แสบถึงทรวง
    #3,212
    0
  4. #3211 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:43

    สนุกมากกกกกกกกกกกก ขอบคุณ​ครับ​ไรต์​

    #3,211
    0
  5. #3209 joelamtan (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:59
    ขอบคุณครับ สิ่งมีชีวิต อมตะ มนุดแมลงสาบบบบ
    #3,209
    0
  6. #3208 KurouNeko (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:31

    หมดเรื่องนอกเกมหรือยังนี่ ในเกมผ่านไปกี่ปีแว้ววว

    #3,208
    1
    • #3208-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 158)
      15 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:35
      ผ่านไปราว 4 ปีในเกมครับ เพราะมากเมฆออกมาโชว์สกิล 1 เดือนเต็มๆ
      #3208-1
  7. #3207 Green_pn (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:41
    เข้าเกมเหอะน่ะๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #3,207
    2
  8. #3206 L3esrer (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:57
    ขอบคุณครับ
    #3,206
    1
    • #3206-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 158)
      15 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:35
      ขอบคุณเช่นกันครับ
      #3206-1
  9. #3205 นิค&NIck (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:21
    เมื่อไหร่จะได้เข้าไปในโลกสามพิภพออนไลน์อีกครั้งล่ะครับอยากจะเข้าแล้วนะ อยากให้มันเริ่มแรกเลยก็คือไปหลอมรวมวิชาที่ได้มาทั้งหมดก่อน ซึ่งนั่นมันจะทำให้พลังของมากเมฆนั้นเพิ่มขึ้น เพราะข่าวนี้ไม่ต้องการสารเหลวอีกแล้วเพราะมันเป็นพลังของตัวเองยังไงล่ะ ได้เวลาฝึกอีกเยอะๆแล้วไปดูภูตที่เอาไว้ในมิติ

    แน่นอนว่าระหว่างที่ฝึกนั้นก็ต้องทำความเข้าใจกับพลังที่ตัวเองมีให้เที่ยงแท้มากยิ่งขึ้นกว่านี้มากจนสามารถดึงพลังต้นกำเนิดที่แท้จริงจากมิติเบื้องหลังหรือก็คือพลังที่กำเนิดบิกแบงออกมาเศษเสี้ยวของพลังเบื้องหลังมิติเบื้องหลังที่เป็นมิติที่ไร้กฎเกณฑ์และมีพลังที่ไร้สิ้นสุดอย่างแท้จริงเป็นมิติที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อทุกมิติและไม่มีใครสามารถทำลายมันได้
    #3,205
    1
    • #3205-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 158)
      15 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:36
      ใจเย็นๆ ไว้กลับไปโลกเกมก็ต้องไปเผชิญอะไรต่อมิอะไรอีก แถมยังโชคร้ายอีกด้วย
      #3205-1
  10. #3204 ปลาทองมะเขือเทศ (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:18
    หยึยแมลงสาบ
    #3,204
    1
  11. #3203 เพื่อรักเธอ (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:11

    สนุกเวอร์ๆ
    #3,203
    2
    • #3203-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 158)
      15 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:36
      เวอร์มาตั้งแต่แรกแล้ว อิอิ
      #3203-1