มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 152 : บทที่ 152 สู่โลกมืด ตอน การเปลี่ยนแปลงของเฟิงเทียนอี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 352 ครั้ง
    2 ก.พ. 62

บทที่ 152 สู่โลกมืด ตอน การเปลี่ยนแปลงของเฟิงเทียนอี้

 

            เวลาไหลผ่านมิหยุดนิ่ง สามวันผ่านไปตั้งแต่ที่ซอนย่าได้ออกมาโต้กลับด้วยสื่อแบบเนียนๆ และคำพูดที่ปลุกให้ประชาชนตาดำๆ คิดเองได้ ถึงผลกระทบและวีรกรรมของคนที่กำลังจะถูกเรียกว่าวายร้าย หายนะสีเงิน จนในภายหลังสื่อต่างๆ ยักษ์ใหญ่ของโลก ยังต้องออกมากล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการ และทำให้ประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่รู้เรื่องมองภาพรวมที่เกิดขึ้นไม่ออก ต่างก็มองหายนะสีเงินที่ได้ช่วยชีวิตของผู้คนนับร้อยล้านชีวิตเอาไว้ ไปในแง่มุมที่ดีขึ้นมากตามลำดับ เพราะหากเหตุการณ์หายนะเหล่านั้น มันได้เกิดขึ้นจริงๆ มันจะนำไปสู่บนสรุปของสงครามโลกอย่างแน่นอน

 

            ในขณะเดียวกันรัฐบาลโลกได้ประกาศสงครามกับพวกผู้ก่อการร้าย เหล่าองค์การใต้ดินขนาดใหญ่ ที่เรียกตัวเองว่าโลกมืด หมื่นมารพันอสูร และยกระดับมาตรการการป้องกันทางทหารเพิ่มมากขึ้น เป็นระดับสูงสุดอยู่ตลอดเวลา

 

พร้อมกับขอความร่วมมือระหว่างนานาประเทศ เพื่อให้สามารถป้องกันตัวเอง จากแผนการร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และขอให้แต่ล่ะฝ่ายทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีของพวกมันโลกมืดที่สืบได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

 

ในช่วงสามวันที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายรุนแรงในหลายประเทศทั่วโลก

 

ยอดผู้เสียชีวิตในขณะนี้มากถึง 2 ล้านคนเข้าไปแล้ว และอาจจะมีมากกว่านี้หากได้ผลสรุปที่ชัดเจน จนหลายประเทศที่มีขนาดเล็กและอ่อนแอทางการทหาร ได้ตกเป็นของพวกโลกมืดไปแล้วมากกว่า 12 ประเทศด้วยกัน จนในปัจจุบันสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ มันใกล้เคียงกับสงครามโลกเข้าไปทุกทีแล้ว แต่มันผิดตรงที่ไม่ใช่สงครามระหว่างนานประเทศ แต่มันเป็นสงครามระหว่างพวกโลกมืดกับรัฐบาลโลกมากกว่า และนานาประเทศก็เป็นเพียงสนามรบของพวกมันเท่านั้น

 

            ประเทศจีน เซี่ยงไฮ้ ฌ คฤหาสน์จีนโบราณ ของเทพยุทธ์หาน

 

            ".. นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมพวกโลกมืดถึงได้กระทำโหดร้ายปานนั้น .." หลงเทียนจวินหนึ่งในหกเทพเสรีกล่าวขึ้นหลังจากที่ได้รับข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองต่างๆ ของฝ่ายธรรมะ

 

            ".. การกระทำของพวกมันคาดเดาไม่ได้เลยจริงๆ ดูเหมือนพวกมันจะมีแผนการที่พวกเรายังไม่รู้ซ่อนอยู่ .." เทพยุทธ์หานกล่าวขึ้นอีกคน พร้อมกับขบคิดถึงเหตุผลหลายๆ อย่างของพวกโลกมืด ที่มักจะชอบทำอะไรอยู่ในเงามืดมาตลอด แล้วทำไมครั้งนี้พวกมันถึงได้เปลี่ยนไปนัก

 

            ".. การเวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน พวกเรามาเริ่มแผนการที่คุยกันไว้เถอะ อีก 3 วันจากนี้ งานชุมนุมหมื่นมารพันอสูรของพวกโลกมืดจะเริ่มขึ้น และคนจากรัฐบาลโลก องค์กรฮีโร่ผู้มีพลังต่างๆ อาจจะเข้าร่วมงานนี้ก็เป็นได้ การจะหยุดสงครามโดยไม่ต้องทำสงคราม มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว แต่ปัญหาของพวกเราก็คือ เจ้าหนูมากเมฆมันหายไปไหนนี่สิ .." พี่เก้าหลังจากเก็บตัวมานานจากการฝึกยุทธ์จนกลายเป็นพวกหลังเขา แต่ในภายหลังตนเองได้ติดตามสถานการณ์บ้านเมือง และอ่านข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สติปัญญาที่ฉลาดเฉลียวกว่าคนอื่นๆ อยู่แล้ว มองเห็นหนทางรอด และความเป็นไปได้ที่กำลังจะเกิดขึ้น และที่สำคัญกว่านั้น พี่เก้ายังสัมผัสและรู้สึกได้ว่าภายในหมื่นมารพันอสูร จะต้องเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นอย่างแน่นอน ไม่อย่างงั้นพวกมันคงไม่กระทำอะไรที่สุมเสี่ยงให้ล่มสลายแบบนี้ออกมาได้

 

            ".. งั้นเอาตามที่พี่เก้าว่าแล้วกัน พวกเราเตรียมตัวออกเดินทางกันได้แล้ว อาฟงกับอาไค่ ไปเตรียมเครื่องบินพิเศษไปลั่วหยางได้แล้ว ติดต่อไปยังผู้ดูแลคฤหาสน์สามราชวงศ์ด้วย พวกเราต้องการจะพักที่นั่น และต้องการบัตรเชิญเข้างานชุมนุมหมื่นมารพันอสูร ไปได้แล้ว .." เทพยุทธ์หานกล่าวจบสองผู้ดูแลก็รับคำ ก่อนจะหายตัวไปในทันที เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเข้าร่วมงานชุมนุมที่ว่าของพวกโลกมืด

 

            ซอนย่าที่ยังพักอยู่ที่นี่มาตลอดสามวัน และได้ร่วมพูดคุยกับเหล่าอาวุโสฝ่ายธรรมมะอยู่เรื่อยๆ

 

เธอเองก็ถูกขอให้ติดตามไปด้วยกับคณะ เพราะมากเมฆอาจจะไปปรากฏตัว ณ ที่แห่งนั้นในเวลาที่เหมาะสมก็เป็นได้ และเธอเองตั้งแต่แรกก็ได้รับบัตรเชิญอยู่ก่อนแล้ว เป็นป้ายหยกเลือดม่วงโบราณชิ้นหนึ่งแบบเดียวกับที่มากเมฆมี และซอนย่ายังได้รับป้ายเชิญที่ว่านี้ มาก่อนจะมาหามากเมฆที่เกาะลอยฟ้าเสียอีก โดยคนที่ส่งป้ายเชิญนี้ให้เธอ ก็คือผู้นำตระกูลเมฆาเทพคนปัจจุบัน ที่มีภารกิจให้เธอเป็นตัวแทนของตระกูลเข้าร่วมงาน และประเมินสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น และทิศทางที่กำลังจะเปลี่ยนไปของพวกมัน

 

แต่เดิมคุณพ่อไพศาลรู้อยู่แล้วว่ามากเมฆ มีสิทธิ์ในการเป็นผู้นำของโลกมืดคนต่อไป แต่ก็เพราะตนเองมีประสบการณ์กับเรื่องพวกนี้มานาน และเห็นอะไรผ่านการกระทำของวิญญาณร้ายนอกพิภพมาตลอดหลายปี จึงทำให้ไพศาลได้รู้ถึงความดำมืดของโลกหมื่นมารพันอสูรมิใช่น้อย และเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับบุตรชายของตัวเองมากที่สุด เจ้าตัวจึงได้หาหนทางสารพัด เพื่อให้ได้มาซึ่งป้ายเชิญหยกเลือดม่วงอันนี้ และขอให้ซอนย่าที่อยู่ใกล้ดาวโลกมากที่สุด และมีความสามารถมากที่สุด เข้าไปช่วยเหลือบุตรชายของตนเอง หากตกอยู่ในอันตราย

 

********

 

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย ความโกลาหล จากการกระทำอันเลวร้ายของพวกโลกมืด

 

ณ เมืองโบราณแห่งหนึ่งของจีน สถานที่ลับที่เข้าถึงได้เฉพาะเหล่าอาวุโสระดับสูงของโลกมืด และยังจะต้องเป็นสมาชิกชนชั้นระดับผู้นำองค์กรของโลกมืด จำนวนนับหมื่นพันเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้ามาที่นี่ได้

 

ตึกสูงขนาดใหญ่รูปทรงมังกรทะยานฟ้าที่มีทางเข้าออกมากมาย พร้อมกับประตูกลสารพัด ทั้งตัวตึกสูงที่ถูกล่องหนเอาไว้ตลอดเวลา ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นวงกว้าง จนไม่เคยมีใครสังเกตเห็น

 

ทั่วทั้งห้องประชุมบนยอดตึก ยังคงตกแต่งไว้อย่างวิจิตรศิลป์ ด้วยศิลปะจีนโบราณเลอค่าหลายยุคสมัยนับพันๆ ปีที่มีประวัติอันยาวนาน ที่ผู้เชี่ยวชาญศิลปะโบราณ ต่างก็เข้าใจไปแล้วว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีอยู่อีกแล้วบนโลก แต่ที่ห้องประชุมแห่งนี้ พวกมันต่างก็ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

 

ภายในห้องกับเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก แต่ละคนต่างก็มีฝีมือมิใช่ชั่ว อ่อนแอที่สุดยังเป็นพลังปราณเบิกภพที่ใกล้บรรลุเบิกนภาเพียงไม่กี่ปี และยังมีชนชั้นปราณเบิกสวรรค์อยู่นับร้อยๆ คน ที่ต่างก็นั่งอยู่บนศีรษะรูปปั้นอสูรโบราณนานาชนิดของจีน ที่มีรูปร่างขนาดใหญ่โตบ่งบอกถึงสถานะของพวกมันแต่ล่ะคนได้อย่างชัดเจน พันอสูร

 

 ".. เฟิงเทียนอี้ สิ่งที่เจ้าเสนอมามันเป็นการผิดต่อจักรพรรดิรุ่นก่อนๆ อย่างชัดเจน นี่เจ้าต้องการให้อะไรกันแน่ .." หนึ่งในพันอสูรผู้มีพลังฝีมือไม่ธรรมดา ฉายานาม อสูรผีอมตะ กล่าวขึ้น

 

".. สิ่งที่ข้ากล่าวไป ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์กับพวกเราทั้งสิ้น นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว ทำไมพวกเรายังจะต้องอยู่ใต้คนคนเดียวอยู่อีก โลกใบนี้มันเล็กเกินไป จักรวาลกว้างไกลใยไม่ครอบครอง นี่พวกท่านยังจะยึดถือเอากฎปฏิบัติที่มีนับพันๆ ปีไปทำไมอีก .." เฟิงเทียนอี้ ฉายานาม กระบี่เทพเดียวดาย ผู้ใช้กระบี่โลหิตห้าเล่มในการสังหารกล่าวขึ้น

 

มันผู้นี้แต่เดิมเป็นคนสนิทผู้ติดตามรับใช้มารกระบี่ แต่ภายหลังได้รับความเจ็บปวดทางใจที่ตนเองไม่ได้รับความเห็นชอบให้เป็นผู้นำของโลกมืด ถูกทรยศความไว้ใจจากคนที่ตนเองเห็นว่าเป็นอาจารย์ มันจึงได้ทำทุกวิธีเพื่อให้คนที่เจ้าเฒ่ามารกระบี่เลือก ต้องเจอกับแผนการร้ายสารพัดในหลายครั้งที่ผ่านมา และเป็นมันเองที่มักจะคอยสร้างปัญหาให้มากเมฆอยู่เสมอ

 

".. เฟิงเทียนอี้!! นี่เจ้ากำลังบอกให้พวกเราพันอสูรทั้งหมด เก้าร้อยเก้าสิบเก้าคน ก่อกบฏใช่มั้ย .." เฒ่าชราผมขาวหน้าตามีโทสะ แต่งกายด้วยชุดยอดยุทธ์โบราณของจีน มันผู้นี้มีฉายานาม ราชันย์พันอสูร เป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้า ของเหล่าพันอสูรมายาวนานนับร้อยปี กล่าวขึ้นอย่างเสียงดัง ด้วยพลังลมปราณสวรรค์พร้อมจิตมุ่งร้าย ไปยังเฟิงเทียนอี้เพื่อหมายจะทดสอบอีกฝ่ายถึงความตั้งใจที่แท้จริง

 

".. ใช่ขอรับท่านอาวุโสราชันย์พันอสูร ข้าว่ามันถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราสมควรจะยิ่งใหญ่ให้มากกว่านี้ กลายเป็นเจ้านายของตัวเอง และไม่จำเป็นจะต้องตกเป็นเครื่องมือของใครอีก และยิ่งคนที่กำลังจะถูกส่งมานี่ เด็กน้อยขาดความอบอุ่นที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองยังไม่ได้อะไรนั่น หรือพวกท่านเหล่าอาวุโสพันอสูรในที่นี้ สนใจอยากจะเป็นขี้ข้าให้กับเจ้าเด็กน้อยไม่ประสาคนนั้นกัน .." เฟิงเทียนอี้เองก็มีพลังลมปราณแข็งแกร่ง มันไม่ได้เกรงกลัวพลังของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย แถมยังกล้าที่จะกล่าวคำพูดที่สะเทือนโลกหล้าแห่งหมื่นมารพันอสูรอย่างไม่เกรงกลัวออกไป

 

สิ้นเสียงพูดของเฟิงเทียนอี้ ก็ไร้เสียงใดๆ ตอบกลับไปหลายสิบลมหายใจ ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงหัวเราะชอบใจอันชั่วร้ายจำนวนมาก ที่ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับปลดปล่อยพลังลมปราณออกมาอย่างบ้าคลั่ง จนแม้แต่แจกัน ศิลปะโบราณเลอค่าของตกแต่ภายในห้องยังไม่อาจจะทนได้ ถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก

 

และถึงแม้จะมีผู้ที่เห็นด้วยจำนวนมาก แต่ก็มีอีกนับร้อยที่ไม่เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเคลื่อนไหวในเงามืดจนเป็นนิสัย และคอยดูท่าทีที่กำลังที่จะเกิดขึ้นต่อไป

 

เหล่ามารจำนวนมากที่เป็นยอดยุทธ์ผู้รักในอิสระตั้งแต่แรก ไม่มีใครเสนอความคิดเห็นใดๆ ออกมาเลยสักคน เพราะพวกมันได้เลือกแล้วว่าจะทำอะไรต่อไปในอนาคต

 

".. ในเมื่อพวกท่านไม่มีความคิดที่จะต่อต้าน พวกเราก็ไม่จำเป็นจะต้องมีผู้นำอีกต่อไป ข้าเฟิงเทียนอี้และเหล่าหมื่นมารที่เห็นชอบด้วยกัน พวกข้าได้เริ่มแผนการบางอย่างออกไปแล้ว อย่างที่พวกท่านได้เห็นไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ โลกมืดไม่จำเป็นจะต้องเป็นองค์กรที่ต้องอยู่ใต้ดิน ทำเป็นหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป ข้าจะทำให้พวกมันหวาดกลัวไปจนตาย และสุดท้ายพวกมันก็ต้องยอมรับการมีอยู่ของพวกเรา ข้าจะสร้างประเทศที่พวกเราสามารถอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวกฎหมายของพวกน่าโง่พวกนั้นอีกต่อไป .."

 

เฟิงเทียนอี้เปิดเผยในสิ่งที่อยู่ในใจของมันออกมา มันได้หาแนวร่วมจำนวนมากไว้แล้ว เพื่อแผนการระยะยาวของตัวมันเอง ดังคำที่ว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน หากเฟิงเทียนอี้สามารถสร้างสถานที่ที่ให้เหล่าหมื่นมารพันอสูร องค์กรใต้ดินชั่วร้ายจำนวนมากอยู่อาศัยได้แล้วล่ะก็ โดยที่ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไปตลอดชีวิต

 

ตอบสนองต่อความต้องการส่วนลึกของจิตใจอันบิดเบี้ยวของพวกมัน จนหลงลืมไปว่าทำไมตั้งแต่สมัยโบราณกาลมานับพันๆ ปี ถึงถูกเรียกว่าโลกมืดมาโดยตลอด .... ก็ตาม

 

เป้าหมายในการครอบครองของเฟิงเทียนอี้ก็คือ โลกทั้งใบดาวบ้านเกิดหนึ่งเดียวของมวลมนุษย์นั่นเอง

 

แต่กระนั้นก็ยังมีเหล่าอสูรคนอื่นๆ หัวเราะอยู่เงียบๆ ภายในใจ เพราะพวกมันล้วนแล้วแต่ชั่วร้ายเกินกว่าจะคาดเดา มองเห็นถึงผลได้ผลเสียที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

 

สุดท้ายแกล้งทำเป็นร่วมและไม่ร่วม รอคอยหยิบชิ้นปลามันในโอกาสต่อไป จะไม่ดีกว่าหรือไง เพราะไม่ว่าแผนการปัญญาอ่อนของพวกบ้านี่ จะสำเร็จหรือไม่ คนส่วนหนึ่งยังไงก็ได้ประโยชน์ไม่น้อยอยู่เช่นกัน

 

และดูเหมือนว่าต่อให้มากเมฆมาปรากฏตัวที่งานชุมนุมหมื่นมารพันอสูร และเอาชนะผู้ที่ท้าทายคนอื่นๆ ได้หมด สุดท้ายแล้วก็เหมือนเดินมาให้ถูกอีกฝ่ายวางแผนฆ่าให้ตายอยู่ดี

 

บางครั้งศัตรูที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่ศัตรูคู่ปรับที่ร้ายการเก่งกาจเป็นที่สุด

 

แต่เป็นศัตรูที่บ้าและบิดเบี้ยวอย่างถึงที่สุดต่างหาก

 

เพราะคนพวกนี้ มันสามารถทำได้ทุกๆ อย่างโดยไม่สนใจวิธีการใดๆ และดูเหมือนเฟิงเทียนอี้ มันจะเป็นบ้าไปแล้วจากสภาวะจิตใจที่พังทลายไปแล้วของมัน ....

 

 

-----

โลกมืดนี่มันน่าไหว้หลังหลอกแบบเห็นๆ ทรยศในทรยศ หลังหักในหลังหักอีกทีเลยจริงๆ อิอิ

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะครับ หากเนื้อหรือน้ำมันขาดๆ เกินๆ ไว้จะกลับมาแก้ไขอีกทีนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 352 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3134 Meemiza (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:14
    มากเมฆรีบกลับมาได้แล้ว
    #3,134
    0
  2. #3132 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:37

    หลอกลวง​กันหมดทุกคนเลย ทำลายทิ้งดีกว่ามั้ง 5555555

    #3,132
    0
  3. #3131 joelamtan (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:54
    ขอบคุณครับ
    #3,131
    0
  4. #3129 loliz (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:42
    ตูล่ะหน่าย หายหัวไปอีกล่ะ
    #3,129
    0
  5. #3128 O0O0O (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:28
    บางทีมากเมฆมันก็ใช้สมองมากเกินความจำเป็นจนทำให้ตัวเองตกที่นั่งลำบากนะครับ
    #3,128
    0
  6. #3127 KurouNeko (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:14
    ไม่มีสัจจะในหมู่โจรละนะ
    #3,127
    0