มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 141 : บทที่ 141 สู่โลกมืด ตอน การมาถึงของราชันย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,062
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 350 ครั้ง
    23 ม.ค. 62

บทที่ 141 สู่โลกมืด ตอน การมาถึงของราชันย์

 

            ขอบเขตพลังปราณเบิกนภา ของหลวงจีนมารที่ได้แสดงออกมาให้ทุกคนได้เห็น

 

เล่นทำเอาทุกๆ คนที่อยู่โดยรอบถึงกับถอยห่างเว้นระยะ จากเวทีประลองออกไปในทันทีด้วยความหวาดกลัว เพราะเพียงแค่พลังฝ่ามือแบบส่งเดชของอีกฝ่าย ก็มีพลังทำลายมากพอ ที่จะสามารถปลิดชีวิตทุกๆ คนที่มีพลังลมปราณอ่อนด้อยกว่าได้โดยไม่ยากเย็นอะไร

 

            พลังฝ่ามือของหลวงจีนมารเมื่อครู่ที่ตบฟาดแบบไม่ใส่ใจ แท้จริงแล้วมันตั้งใจจะโอ้อวดให้เด็กน้อยมากเมฆได้รู้ถึงขอบเขตพลังลมปราณของมันอย่างชัดเจน

 

จนก่อให้เกิดความหวาดกลัวภายในจิตใจตั้งแต่แรกเห็น และพ่ายแพ้ตกเป็นรองตั้งแต่ยังไม่ได้สู้ ด้วยหลักจิตวิทยาแบบง่ายๆ ด้วยพลังฝึกปรือที่เหนือกว่ามาสะกดข่ม คล้ายกับผู้ใหญ่รังแกเด็ก

 

            ".. นั่นมันหรือว่าจะเป็นพุทธะมารมืด ที่ไม่เป็นฝ่ายธรรมะ แต่ก็ไม่เป็นฝ่ายอธรรมด้วยเช่นกัน หลวงจีนมารจ้าวลู่ .." ชายวัยกลางคนที่รอบรู้พูดขึ้น หลังจากที่สังเกตอีกฝ่ายอย่างชัดเจนจนแน่ใจ

 

            ".. หลวงจีนมาร ทำไมมันผู้นั้นถึงมาปรากฏตัวนี่ได้ ไม่ใช่ว่ามันกำลังหลบหนีจากการตามล่า ของวัดมารฟ้าหรอกเหรอ ทำไมถึงใจกล้ามาโชว์ตัวถึงที่นี่ได้ ไม่กลัวว่าจะมีใครแจ้งข่าวให้กับวัดมารฟ้ารู้เลยหรือไง .." หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้น พร้อมกับถอยห่างเว้นระยะมากกว่าเดิม

 

            ".. หลวงจีนมารผู้นี้ อายุน่าจะราวๆ 50 กว่าปีเท่านั้น แต่เพราะมันได้อาจารย์ดี ได้รับการสืบทอดวิชาและพลังลมปราณบริสุทธิ์ 500 ปีจากผู้เป็นอาจารย์ ทั้งที่ในตอนแรกอาจารย์ของมันตั้งใจจะแบ่งพลังปราณบริสุทธิ์ทั้งสอง ให้กับศิษย์สองคนอย่างล่ะเท่าๆ กันก่อนที่จะหมดอายุขัย .."

 

".. แต่ทว่าจ้าวลู่ได้ทำการลอบสังหารศิษย์ผู้พี่ จนถึงแก่ความตายในเงามืด สร้างความเสียใจให้กับท่านอาจารย์ผู้นั้นเป็นอย่างมาก และผลจากการที่เหลือศิษย์สืบทอดเพียงคนเดียว และทั้งสองก็ฝึกฝนพลังลมปราณแบบเดียวกัน .."

 

".. จ้าวลู่ได้อาศัยมือมืดที่เป็นยอดฝีมือ ที่ฝึกวิชามารบางอย่างที่ไม่ธรรมดา บังคับดูดกลืนโอนย้ายพลังลมปราณจากผู้เป็นอาจารย์มายังร่างกายของตนเองโดยมิชอบ หลังจากที่ได้รู้ว่าอาจารย์ชราของมัน ได้รู้ความจริงที่ตัวมันได้ลอบสังหารศิษย์พี่จนถึงแก่ความตาย แต่กระนั้นก่อนตายอาจารย์ของมันก็หาได้โกรธแค้นอะไร เพียงแต่เศร้าเสียใจจนตายหลังจากที่สูญสิ้นพลัง แต่เหมือนฟ้ามีตาเพราะในระหว่างที่โอนย้ายพลังลมปราณ ได้มีอาจารย์อาที่เก่งกาจเรื่องการลบสัมผัสพลังผ่านไปเห็นเหตุการณ์เข้าโดยบังเอิญ จนทำให้เรื่องทุกอย่างแดงออกมา และจากนั้นจ้าวลู่ก็หลบหนีออกจากวัดมารฟ้าตั้งแต่นั้น ถูกตามล่าไม่เว้นแต่ล่ะวัน หาไม่รู้ทำไมในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ตัวมันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย จนมาปรากฏตัวที่นี่อีกครั้ง .."

 

".. หรือเหตุการณ์ในวันนี้ มีคลื่นใต้น้ำที่พวกเราไม่รู้ .." ชายวัยกลางคนที่รอบรู้เรื่องราวยุทธจักรกล่าวขึ้น และเริ่มสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลอย่างแปลกๆ ของสถานการณ์ในปัจจุบัน

 

            หลวงจีนมารไม่พูดมากทำเพลง และไม่สนใจเสียงพูดคุยที่เกี่ยวกับตัวมัน ของคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย

 

ทำการบุกเข้าต่อสู้ระยะประชิดตัว กับเด็กน้อยมากเมฆในทันที

 

หมายจะกดดันอีกฝ่ายและจบการประลองโดยเร็ว

 

เพราะในสายตาของมันต่อให้ชายหนุ่มคนนี้ ได้รับพลังลมปราณบริสุทธิ์มากกว่า 300 ปี จากยอดยุทธ์ทั้งสองจริงๆ

 

แต่สุดท้ายแล้ว เด็กน้อยก็ยังเป็นเด็กน้อยอยู่วันยังค่ำ หรือต่อให้อีกฝ่ายเกิดมา พร้อมกับได้ฝึกฝนวรยุทธ์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนเก่งกาจ อย่างมากก็แค่ 20 ปีเท่านั้น

 

สุดท้ายก็เป็นแค่เด็กที่มีปืนอยู่ในมือ หากยิงไม่เป็นหรือยิงไม่โดน มันก็ไร้ค่าอยู่ดี เหมือนกับไก่ได้พลอย .. และนี่คือการสบประมาทครั้งใหญ่ต่อมากเมฆเลยทีเดียว

 

//-- คนหัวโบราณที่ฝึกยุทธ์โดยส่วนใหญ่ของโลก ไม่รู้จักโลกเสมือนจริงอย่างสามพิภพ และไม่รู้ถึงข้อดีของเครื่องเทพฝันที่ทำให้สามารถฝึกฝนพลังลมปราณได้เร็วขึ้นมากหลายสิบเท่าหรือร้อยเท่า และยังมีวันเวลามากมายในการฝึกฝนโดยเฉลี่ย 1 เดือนเท่ากับ 4 ปีภายในเกม และส่วนใหญ่ก็มีแต่คนรุ่นใหม่ๆ เท่านั้น ที่มักจะเข้าไปฝึกฝนในโลกเสมือน แต่ก็มักจะได้รับคำดูถูกจากพวกหัวโบราณอยู่เสมอ --//

 

            ทั้งสองแลกเปลี่ยนกระบวนท่าเพลงมวยกันอย่างดุเดือดอยู่บนเวทีประลอง

 

และด้วยร่างกายที่สูงใหญ่เกือบ 2.5 เมตร และช่วงแขนที่ยาวกว่าของหลวงจีนมาร ทำให้อีกฝ่ายมีเปรียบและเหนือกว่าอยู่ทุกๆ ครึ่งจังหวะของกระบวนท่าโจมตีอยู่เสมอ

 

ทำให้มากเมฆต้องเร่งเร้าพลังลมปราณในร่างให้เร็วขึ้นเพื่อรับมือ ขยับก่อนถึงก่อนถอยทีหลังอยู่เสมอ

 

หลวงจีนมารเริ่มจับสังเกตได้แล้วถึงความผิดปกติ ตัวมันเองไม่ได้เหนือกว่าอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

 

และไม่ว่าจะใช้ออกด้วยเพลงมวยของวัดเส้าหลินอย่าง เพลงหมัดพยัคฆ์ และ เพลงมวยมังกร ที่เป็นแบบฉบับโบราณอายุพันกว่าปีอันร้ายกาจ แต่ก็ยังไม่อาจจะทำลายกระบวนเพลงป้องกันของอีกฝ่ายได้ และคล้ายกับว่าอีกฝ่ายเจ้าเด็กบ้านี่!! สามารถมองเห็นจุดอ่อนของกระบวนท่าเพลงมวยนั้นๆ ของมันได้อย่างชัดเจน

 

มากเมฆอ่อนด้อยกว่าเรื่องพลังลมปราณอยู่หนึ่งขอบเขต อ่อนด้อยกว่าเรื่องสรีระร่างกาย ไม่ว่าจะแขนและขาที่สั้นกว่าแบบเห็นๆ แต่กระนั้นหากจะเปรียบเทียบกับคนที่บ้าฝึกวรยุทธ์ จนเหมือนคนบ้าเป็นพันๆ ปีในมิติความคิดไร้สิ้นสุดเพียงลำพังแบบเขาแล้ว อีกฝ่ายก็เป็นได้แค่เด็กน้อยที่เพิ่งจะหัดต่อยตีเป็นเท่านั้น

 

และยังไม่นับรวมกับพลังของดวงเนตรอย่าง เนตรทรราชย์ ที่มักจะคอยช่วยเหลือ และคดโกงต่อกระบวนเพลงมวยของอีกฝ่ายแบบเห็นๆ อยู่หลายครั้ง มองเห็นจุดอ่อนจุดแข็งได้ในทันที

 

ประกอบกับประสบการณ์ที่มากมีของคนบ้าที่ไม่ธรรมดา คนหนึ่งอย่างเขา หากยังต่อสู้ด้วยวิชาเพลงมวยเหล่านี้ต่อไปเรื่อยๆ มากเมฆไม่มีทางพ่ายแพ้อย่างแน่นอน และนี่มันก็เพียงแค่อุ่นเครื่องเท่านั้น

 

หลวงจีนมารเริ่มเปลี่ยนเพลงยุทธ์ที่ใช้จากเพลงมวย แปรเปลี่ยนเป็นวิชากรงเล็บมังกรมารฟ้า ของปรมาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชาของมัน อันเป็นเอกอุวิชาที่ร้ายกาจไม่ธรรมดา ที่ทำให้มันก้าวเดินมาจนถึงวันนี้ได้

 

เข้าจู่โจมหมายทำลายอีกฝ่ายให้เร็วที่สุดด้วยพลังที่เหนือชั้น เพื่อรับเอาเงินรางวัลและของตอบแทนต่างๆ ที่ทางโลกมืดเสมอมาให้ หากสามารถจัดการกับอีกฝ่ายได้ในครั้งนี้ เท่ากับว่าหากมันชนะ มันจะได้รับผลตอบแทนจากทั้งสองฝ่ายในเวลาเดียวกัน

 

และในระหว่างที่ทุกๆ คนกำลังตกตะลึงกับพลังฝีมือของหลวงจีนมารอยู่นั้น

 

เพียงแค่หนึ่งกระพริบตาโดยไม่ตั้งใจของผู้คนที่มาร่วมงาน ภาพที่เห็นตรงหน้ากับแปรเปลี่ยนไปราวกับกำลังฝัน หรือภาพมายาที่ไม่แน่ใจของใครหลายๆ คน เพราะภาพที่เห็นอยู่นั้น เล่นเอาบรรดาชนรุ่นหลังและเหล่ายอดฝีมือหลายคน อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

            ".. ไม่จริงน่า ทำไมงานเลี้ยงเล็กๆ ที่รู้กันแค่ ภายในเซี่ยงไฮ้ที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ด้วยกัน ในเวลานี้ถึงได้มีเหล่าอาวุโสขอบเขตพลังปราณเบิกฟ้ามารวมกันมากมายถึงขนาดนี้ได้ .." ชายวัยกลางคนที่ผ่านโลกมามาก และยังเป็นผู้ที่กว้างขวางรอบรู้คนหนึ่งในที่นี้ สามารถจดจำใบหน้าและลักษณะท่าทางอันเป็นเอกลักษณ์ ของเหล่าอาวุโสปราณเบิกฟ้าได้ในทันที

 

มันผู้นี้มีนามว่า อาไค่ เป็นหนึ่งในศิษย์อย่างไม่เป็นทางการของท่านเทพยุทธ์หาน และสำหรับอาไค่ผู้นี้ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่มีหน้าที่ เป็นผู้ดูแลหลักและรับรองทุกๆ คนที่เข้ามาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้อีกด้วย

 

            ".. อะไรนะ พี่ชายท่านนี้ ท่านบอกว่าเหล่าอาวุโสที่แต่งกายผิดยุคผิดสมัยกว่า 10 คนที่ยืนอยู่บนเวทีประลอง เป็นขอบเขตปราณเบิกนภา เบิกฟ้าทั้งหมดเลยงั้นเหรอ .." ชายหนุ่มคนข้างๆ ถามขึ้น เพราะมันเองก็ตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ ก็ปรากฏเหล่ายอดยุทธ์ออกมามากมายแบบนี้ แถมแต่ละคนยังเป็นสุดยอดของสุดยอดอีกด้วย อาการเหมือนเด็กเห็นดารานักร้องที่ชมชอบ

 

".. หากจะนับจริงๆ มีขอบเขตปราณเบิกฟ้าเบิกนภาทั้งหมด 30 คนในงานเลี้ยงนี้ต่างหาก เจ้าหนู .."

 

ชายชราผมขาวที่เดินเข้ามาอย่างช้าๆ ในมือถือขวดไวน์องุ่นราคาแพงหลักล้านที่หาได้ยาก แถมยังแต่งกายคล้ายกับนักพรตเต๋าโบราณ และที่ด้านข้างด้านหลังของคนผู้นี้ยังมีกระบี่ไม้ที่เต็มไปด้วยลวดรายมังกร สลัดเอาไว้อย่างงดงาม ยาวไม่ต่ำกว่า 1 เมตรไร้ความแหลมคมใดๆ ลอยเด่นอยู่ข้างๆ ถึง 8 เล่มด้วยกันตลอดเวลา ด้วยสิ่งที่ปรากฏให้เห็นอยู่นี้บ่งบอกให้รู้เลยว่า พลังลมปราณของอีกฝ่ายนั้น เหนือล้ำเกินกว่าจะคาดเดาได้ ว่าเฒ่าชรามีพลังอยู่ในขอบเขตไหนกันแน่

 

".. ท่านปู่นักพรต ท่านบอกว่า 30 คน แต่ที่ผู้เยาว์เห็นนับยังไงบนเวทีประลองก็มีแค่ 10 คนเองนะขอรับ .." ชายหนุ่มคนข้างๆ ที่ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่ถามขึ้นอีกครั้ง

 

".. ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีมาก ดีมาก ไม่รู้ก็กล้าที่จะถาม ใช้ได้ ใช้ได้  .."

 

".. แต่เราผู้เฒ่าบอกเจ้าไปก่อนหน้าหรือเปล่า !? ว่า 30 คนที่ว่าที่พูดถึงอยู่นี้ ต้องยืนอยู่บนเวทีประลองเท่านั้นหรือไง เจ้านี่มันโง่จริงๆ เลย ฮ่าฮ่าฮ่า แต่เราผู้เฒ่าก็ชอบเด็กโง่ๆ แบบเจ้านักแล สอนง่ายบอกง่ายและที่สำคัญตายง่ายอีกด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า .." นักพรตเต๋าโบราณกล่าวบอกด้วยท่าทีปลอดโปร่ง พร้อมกับดื่มไวน์องุ่นอย่างสำราญใจ

 

แต่ทว่ากับชายวันกลางคนข้างๆ ที่ผ่านโลกมามาก เห็นอะไรมาก็เยอะ

 

อย่างอาไค่ถึงกับตัวแข็งค้างไปแล้ว กับปฏิกิริยาที่ได้เห็นเฒ่าชราผู้เป็นนักพรตผู้นี้อย่างชิดใกล้เต็มสองตา

 

และใครหลายๆ คนในที่นี้ที่ล้วนแล้วแต่มากด้วยประสบการณ์ ที่ต่างก็รู้ว่าเฒ่าชรานักพรตผู้นี้เป็นใคร ต่างก็แข็งค้างตกตะลึงไปด้วยเช่นกันอย่างไม่ได้นัดหมาย แต่กระนั้นต่างก็หยุดในสิ่งที่กำลังทำและหันมาคำนับคารวะแบบชาวยุทธ์ต่อท่านผู้เฒ่าอย่างพร้อมเพรียง

 

เพราะใครจะไปนึกล่ะว่า เพียงแค่งานเลี้ยงเล็กๆ ที่จัดแบบไม่มีบัตรเชิญอย่างเป็นทางการ งานกินฟรี

 

เพื่อที่จะได้แนะนำชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในปัจจุบัน ให้ฝ่ายธรรมะที่อาศัยอยู่ในเซี่ยงไฮ้ได้ทำความรู้จักกันไว้

 

แต่ทว่ากับสามารถทำให้ยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้า มาปรากฏตัวที่นี่ได้ เทพยุทธ์ราชันย์เก้ามังกร ผู้ที่ได้ชื่อว่าอยู่เหนือกว่าเทพยุทธ์ไป๋หลงและมารกระบี่ทันฮยองอู ถึงหนึ่งขั้นพลังยุทธ์ตลอดหลายร้อยปี และเป็นยอดฝีมือที่ไร้พ่ายอย่างแท้จริงเพียงหนึ่งเดียวของโลกยุทธจักร เพราะตลอดชีวิตของเทพยุทธ์ผู้นี้ ไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับผู้ใดมาก่อน แม้แต่ในสมัยที่เริ่มฝึกฝนวิทยายุทธ์ เมื่อหลายร้อยปีก่อนจนถึงปัจจุบันก็ตาม

 

".. ผู้น้อยขอถามได้หรือไม่ ท่านอาวุโสใช้เทพยุทธ์ราชันย์เก้ามังกร จิ่วถันหลง หรือไม่ขอรับ .."

 

อาไค่ได้สติกลับมาจึงรีบเข้าไปสอบถามอีกฝ่ายให้แน่ใจ และถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าเฒ่าชราผู้นี้เป็นใคร

 

แต่สุดท้ายมันก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปอยู่ดี

 

".. ฮ่าฮ่าฮ่า จนปานนี้แล้ว ยังมีคนรู้จักเราผู้ชราด้วยหรือนี่ ดีมาก ดีมาก ตะกี้เห็นทักทายก็คิดว่าทำไปตามมารยาทเสียอีก ที่แท้ยังมีคนจำเราผู้ชราได้ เราผู้เฒ่าเก้ามังกรตามที่เจ้าว่ามานั่นล่ะ ไหนๆ ไปเอาไวน์แบบนี้มาอีกขวดซิรสดีใช้ได้เลย .." เทพยุทธ์จิ่วถันหลงกล่าวตอบอย่างง่ายๆ  ไม่ถือตัวที่ตนเองเป็นสุดยอดอาวุโส หรือเป็นยอดยุทธ์อันดับหนึ่งในแผ่นดินแม้แต่น้อย

 

หลังจากที่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร อาไค่ก็ทำการต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี จัดโต๊ะจีนเก้าอี้ให้กับผู้อาวุโสในทันทีแบบฟูลคอร์ส กลายเป็นโต๊ะจีนแบบหมุนได้ขนาดใหญ่ และมีอาหารเมนูต่างๆ อยู่มากมาย พร้อมกับแจ้งเรื่องที่เทพยุทธ์ราชันย์เก้ามังกรมาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ ให้กับท่านอาจารย์เทพยุทธ์หานรับทราบอีกด้วย

 

หลังจากที่รู้ถึงการมาถึงของยอดคนผู้นี้ เทพยุทธ์หานซิ่นที่เป็นเจ้าบ้านอย่างแท้จริงของคฤหาสน์จีนโบราณ ถึงกับต้องรีบออกมาต้อนรับอีกฝ่ายด้วยตัวเอง พร้อมกันกับเหล่าอาวุโส 6 เทพเสรี เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นจุดสูงสุดของยอดยุทธ์ในปัจจุบัน และยังเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงดีงามเป็นแบบอย่างให้กับชนรุ่นหลังมาตลอดหลายร้อยปี ถึงความรักในอิสรเสรีอย่างแท้จริงของผู้ฝึกยุทธ์ที่ทุกคนสมควรจะมี จอมยุทธ์

 

".. พี่เก้า ลมอะไรพัดท่านมาถึงที่นี่ได้ .." เทพยุทธ์หานที่อ่อนวัยกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อยถามขึ้น ในขณะที่สายตามองบนเวทีประลองไปด้วยอยู่เสมอ เพราะไม่วางใจที่คนอื่นๆ กำลังจะรุมล้อมเด็กน้อยมากเมฆในเร็วๆ นี้

 

เทพยุทธ์เก้ามังกรมิได้ตอบในทันที แต่กับชี้ไปที่มากเมฆที่อยู่บนเวทีประลอง ด้วยแววตาเป็นประกายแห่งความสนใจ

 

".. เจ้าเด็กนี่ คือเหตุผลที่ข้ามาที่นี่ เจ้าเองคงไม่ลืมหรอกนะ ก่อนหน้านี้เจ้าได้ส่งจดหมายขอความคิดเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งจ้าวยุทธภพออกไป และผู้ที่เจ้าสนับสนุนก็คงจะเป็นเด็กคนนี้ และด้วยความสัมพันธ์ดุจพี่น้องของเจ้ากับน้องไป๋หลงของข้า  .."

 

".. ทำให้ข้าต้องมาดูให้เห็นกับตา ถึงความความสามารถของเจ้าเด็กนี่ .."

 

----

ยังมิได้ตรวจคำผิดนะครับ อีกตอนอาจจะช้าหน่อยนะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 350 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3027 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 20:08

    ค้างมากกกกกกก

    #3,027
    0
  2. #3026 joelamtan (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 18:37

    ขอบคุณครับ รอต่อปายย
    #3,026
    0
  3. #3025 หนุ่มยาคู้ (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 18:31

    จะรอครับตามมานานมาก


    #3,025
    0