มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 132 : บทที่ 132 สู่โลกมืด ตอน สะสางก่อนออกเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 376 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

บทที่ 132 สู่โลกมืด ตอน สะสางก่อนออกเดินทาง

 

            เช้าวันต่อมา

 

            ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา หากไม่ใช่เพราะว่ามากเมฆได้เตรียมตัวไว้ก่อนแล้วเป็นอย่างดี

 

ก่อนที่จะเปิดอ่านข้อมูลภายในไดร์ฟที่ได้รับมาจากวิญญาณร้ายนอกพิภพ ตัวเขาเองอาจจะกลายเป็นต้นเหตุของหายนะวันสิ้นโลกก็เป็นได้ จากหนึ่งในโปรแกรมลับภายในไดร์ฟข้อมูล ที่แอบลอบส่งคำสั่งพิเศษไปให้โคโลนีในอวกาศต่างๆ ใกล้ดาวโลก เปลี่ยนพิกัดในการโคจรพุ่งชนโลกอย่างต่อเนื่อง

 

            และยังไม่รวมกับคำสั่งลับที่แอบถูกส่งออกไปอีกมากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นระดับหายนะทั้งสิ้น หากคำสั่งที่ว่าหลุดรอดออกไปได้จริงๆ ยังดีที่มากเมฆเตรียมตัวไว้แล้ว ทำการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบโลกเสมือนจริงแบบออฟไลน์มาใช้

 

และไม่มีการเชื่อมต่อใดๆ กับเน็ตเวิร์กภายนอก แถมยังได้ให้รากไม้ถอดอุปกรณ์ชิ้นส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อทั้งหมดออกไปไม่มีเหลือ ไม่อย่างงั้นอะไรจะเกิดขึ้นบ้างก็ไม่อาจจะรู้ได้

 

            ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา มากเมฆได้รับข้อมูลจำนวนมากจากการอ่านบทความ ของเนื้อหาภายในไดร์ฟเก็บข้อมูลของวิญญาณร้ายนอกพิภพด้วยวิธีการปกติ เพราะมากเมฆเองก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยงบังคับส่งข้อมูลจำนวนมากเหล่านี้ เข้ามาที่สมองโดยตรงเช่นเดียวกับที่เคยกระทำในอดีต

 

โดยมากเมฆได้ตั้งคติไว้ว่า ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ และยิ่งอีกฝ่ายเป็นตัวตนสุดชั่วช้าสารเลวมากขนาดนั้น ระวังไว้ก่อนเป็นดีที่สุด

 

            ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้มากเมฆต้องเสียเวลาในการอ่านแบบปกติ เป็นเวลานานหลายชั่วโมงจนถึงเช้า

 

แต่กระนั้นด้วยความเร็วของการอ่านที่สูงเกินมนุษย์ไปไกลโข กับความเข้าใจที่มี ร่วมดัวยกับ เนตรทฤษฎี ที่คอยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมา

 

ทุกครั้งที่พบเจอกับสิ่งแปลกใหม่ ก็ทำให้มากเมฆ สามารถเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดได้แทบจะในทันที

 

และส่วนใหญ่ก็มักจะเกี่ยวข้องกับงานวิจัยที่เหนือล้ำผิดมนุษย์เกือบทั้งสิ้น

 

แต่ถึงจะโหดร้ายจนไร้หัวใจ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กับเป็นอะไรที่สุดยอดเกินคาด เช่น ประตูมิติแบบพกพาแบบใช้แล้วทิ้งที่มากเมฆเคยเห็น จักรกลสงครามที่มีกายเนื้อแบบชีวภาพคล้ายกับมนุษย์ แต่สามารถเติบโตและพัฒนาได้ไม่จำกัดและไม่ต้องการพลังงานในการขับเคลื่อน แต่ทว่ามนุษย์ที่ทดลองไปขับจะถูกดูดเลือดจนแห้งตายทุกครั้งหลังจากที่ผ่านไป 30 นาที การทดลองมนุษย์เพื่อยกระดับพลังพิเศษตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา การทดลองมนุษย์เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในอวกาศได้โดยไม่ต้องหายใจหรือต้องการอาหาร แต่ใช้พลังงานอย่างอื่นที่ดูดกลืนได้มาทดแทน การตัดต่อยีนพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตนอกโลก นำมาผสานหลอมรวมเข้ากับร่างกายของมนุษย์จนเกิดการกลายพันธุ์ การวิจัยวิธีในการสร้างสารเหลวเพลิงอมตะ ทีมีมากเมฆเป็นต้นแบบ และอื่นๆ อีกมากมาย

 

โดยส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นวิทยาการอันดำมืดผิดมนุษย์ทั้งสิ้น เป็นอะไรที่ไม่สมควรเปิดเผยออกไปสู่ภายนอกโดยเด็ดขาด ไม่อย่างงั้นผลกระทบที่ได้จะเลวร้ายเกินว่าที่จะคาดเดาได้ และอาจจะถึงขั้นที่ว่าตระกูลเมฆาเทพ อาจจะกลายเป็นศัตรูกับมนุษยชาติตลอดกาลอย่างแน่นอน

 

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว มากเมฆก็โทรไปหาคุณพ่อไพศาล เพื่อขอความช่วยเหลือในการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่บริษัทเมฆมายาขึ้นมาใหม่ให้มีระดับที่สูงขึ้น และดูเหมือนคุณพ่อไพศาลจะดีใจเอามากๆ ที่ลูกชายโทรหาแต่เช้าและมีเรื่องให้ช่วยเหลือแบบนี้

 

แถมในระหว่างที่คุยธุระกับคุณพ่ออยู่นั้น คุณแม่พิมนภาที่เดินผ่านมาเห็นเข้าพอดีจึงเข้าร่วมวงด้วย และยังได้เสนอตัวมาช่วยมากเมฆดูแลระบบรักษาความปลอดภัยให้อีกด้วย แต่ด้วยความเกรงใจไม่อยากให้คุณพ่อกับคุณแม่ต้องแยกกันอยู่เป็นเวลานานๆ อีกครั้ง เขาจึงได้ปฏิเสธไป

 

และตั้งแต่แรกอยู่ก่อนแล้วที่คุณพ่อไพศาล ได้เคยสั่งให้หนึ่งในกองกำลังของตระกูลเมฆาเทพที่รักษาการณ์อยู่ใกล้ๆ ดาวโลก ให้เดินทางไปหามากเมฆในเร็วๆ นี้ ก็เพื่อจะให้เป็นกองกำลังทหารส่วนตัว คอยติดตามรับใช้ช่วยเหลือ แก้ปัญหาด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นของบริษัทเมฆมายาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

*************

 

หลังจากปัญหาที่ว่าได้รับการช่วยเหลือ และแก้ไขแล้วด้วยกองกำลังทหารที่กำลังจะมาถึงของตระกูลเมฆาเทพแล้ว

 

มากเมฆจึงได้ออกไปหาพวกเด็กๆ เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวภายในเกมสามพิภพออนไลน์และเรื่องอื่นๆ ตามประสาศิษย์อาจารย์ที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน อยู่นานมากกว่า 1 ชั่วโมงอย่างสนุกสนาน

 

ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง เพราะพวกเด็กๆ ยังคงต้องไปโรงเรียนเช่นเด็กปกติทั่วไป ส่วนมากเมฆยังคงต้องไปทำธุระอีกอย่าง ก่อนที่จะเดินทางไปประเทศจีนตามคำเชิญของไป๋อวี้หลิงในช่วงบ่ายของวันนี้

 

มากเมฆกับรากไม้เดินทางด้วยยานบินขนาดใหญ่ส่วนบุคคล ราคาหลักพันล้านสุริยะในราคาผ่อนจ่าย เดินทางไปยังกรุงโตเกียวเพื่อไปเยี่ยมเยือนโลกมืดสาขาญี่ปุ่น และเหล่าผู้อาวุโสของสาขาสักเล็กน้อย

 

เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์ทั้งหมดของโลกมืด ในปัจจุบันเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อเตรียมความพร้อมและเตรียมแผนการต่างๆ เอาไว้ในการรับมือกับองค์กรหรือกองกำลังที่คิดจะฉวยโอกาสในขณะที่มากเมฆไม่อยู่

 

ภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ใกล้ภูเขาไฟภูจิไปทางตะวันตก

 

".. ตอนนี้พวกเราไม่เหลือพันธมิตรอีกต่อไปแล้ว ใครก็ตามที่คิดจะเข้าร่วมกับทางเรา จะถูกโจมตีอย่างโหดร้าย แม้แต่คนของเราเองยังถูกลอบสังหาร และบางคนถึงกับถูกทำให้พิการตลอดชีวิต ฝึกฝนพลังลมปราณไม่ได้อีกต่อไปจนกว่าจะตาย เฮ้อ  .." เฒ่าชราโอนิ ทาเคดะ กล่าวบอกด้วยสีหน้าเจ็บปวด เพราะในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา คนของสาขาญี่ปุ่นโลกมืดได้เสียชีวิตไปแล้วหลายคน บางคนถึงกับพิการฝึกฝนพลังลมปราณไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต

 

".. แล้วพอจะรู้บ้างมั้ย ว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ต่างๆ ในครั้งนี้ .." มากเมฆกล่าวถามแบบตรงๆ เพราะหากรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร มันก็ง่ายที่จะฆ่ามันให้ตาย เพื่อตัดปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

 

เฒ่าชราทาเคดะดูลังเล เพราะเกรงกลัวอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย

 

แต่สุดท้ายก็กล่าวบอกให้นายท่านมากเมฆได้รู้ เพราะต่อให้ปิดบังต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

 

".. มันมีชื่อว่า เฟิงเทียนอี้ เป็นหนึ่งในหมื่นมารพันอสูรที่มีอำนาจมาก และมันผู้นี้เคยเป็นคนสนิทของเฒ่ามารกระบี่มาก่อน ด้วยเหตุนี้ทำให้มันมีกองกำลังภักดีจำนวนมากใต้สังกัด และยังเป็นสุดยอดฝีมือทางด้านเพลงกระบี่อีกด้วย... .."

 

หลังจากที่ได้พูดคุยกับเฒ่าชราทาเคดะอยู่นาน จนเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ แล้วโดยละเอียดทั้งภายในภายนอก

 

มากเมฆจึงได้สั่งให้เฒ่าชราทาเคดะ และเหล่าคนสนิทที่อยู่ที่นี่ ให้ออกไปนำร่างไร้วิญญาณของทุกๆ คนของโลกมืดสาขาญี่ปุ่นที่ตายไปและทุกๆ คนที่พิการ ให้นำตัวมาที่นี่ให้หมดก่อนที่จะเที่ยง

 

เพื่อทำการรักษาและชุบชีวิตให้ทุกคนกลับมาดังเดิม

 

ทั้งหมดใช้เวลาไม่นานก็นำร่างไร้วิญญาณ และทุกๆ คนที่ถูกลอบทำร้ายจนพิการมาถึง และภายในร่างของคนที่ยังไม่ตายเหล่านั้น ต่างก็เต็มไปด้วยสารพิษประหลาดบางอย่าง ที่ไม่ทำให้ถึงตายแต่ก็ไม่สามารถใช้พลังลมปราณได้ แถมแต่ละคนยังเต็มไปด้วยสีหน้าท่าทางเจ็บปวดอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวในทุกๆ ครั้งที่หายใจเข้าออก

 

มากเมฆให้ทุกๆ คนมาอยู่รวมกัน

 

ก่อนที่จะสร้างลูกบอลเพลิงขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนและร่างไร้วิญญาณเหล่านั้น ทั้งหมดในทันที จนเกิดเป็นกองเพลิงสีเงินขนาดใหญ่สูงขึ้นไปบนฟ้า บุคคลที่เกี่ยวข้องที่เป็นญาติพี่น้องที่มาด้วย ได้เห็นเหตุการณ์เข้าในตอนแรกต่างก็ร้องห้าม พยายามเข้ามาขัดขวางเพราะเข้าใจผิด ต่างก็ถูกรากไม้จัดการทั้งหมด  

 

ภาพเหตุการณ์สุดเหลือเชื่อได้เกิดขึ้น เหล่าคนที่ตายไปแล้วและเหล่าคนที่บาดเจ็บจนเดินไม่ได้ แขนขาดขาขาด หรือแม้แต่คนที่ถูกฉีดสารพิษประหลาดจนต้องร้องอย่างเจ็บปวดตลอดเวลา

 

ในเวลานี้ได้คอยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ มองสำรวจไปมาไปรอบๆ บริเวณด้วยความมึนงงสับสน

 

และยิ่งมาเห็นว่าตนเองกำลังยืนอยู่ในกองเพลิงสีเงินขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยแม้แต่น้อย

 

ทั้งหมดต่างก็ยิ่งตกใจมากเข้าไปอีก แต่แล้วอยู่ๆ ร่างกายที่พิการก็ค่อยๆ หายดีจนมองเห็นได้ด้วยตาตัวเอง หรือแม้แต่กับคนตายไปแล้วก่อนหน้านี้หลายสิบคน ต่างก็ค่อยๆ ฟื้นคืนชีพลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ  มันก็ยิ่งทำให้ทุกๆ คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ประหลาดใจตกใจไปตามๆ กัน

 

แต่ทว่ากับมีคนสามคนมองมาที่มากเมฆด้วยสายตาแปลกๆ พร้อมกับคำถามที่เหมือนๆ กันว่า

 

//- - ทั้งสามคนที่ว่าประกอบไปด้วย เฒ่าชราโอนิ ทาเคดะ คิริฮาระและเฉิงฟู่ - -//

 

".. นายท่านมากเมฆครับ ทำไมคนที่ตายไปแล้ว และคนที่ได้รับการรักษาพวกนี้ ถึงไม่เห็นว่าจะต้องร้องเจ็บปวดอะไรออกมาเลย แต่กับพวกผมในเวลานั้นทำไมถึงได้เจ็บปวดทรมานนัก .."

 

เรื่องนี้แม้แต่สาวสวยซายูริเองก็อยากรู้เหมือนกัน

 

แต่กระนั้นเธอก็หาได้ใส่ใจอะไรมากมาย เพียงได้เห็นว่าทุกๆ คนที่อยู่ที่นี่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และได้รับการรักษาจนหายดีเพียงเท่านี้ก็มากพอแล้ว

 

มากเมฆเองก็อยากจะตอบอยู่เหมือนกัน

 

แต่สุดท้ายก็ได้แต่เงียบเอาไว้ แกล้งยิ้มให้อย่างเขินๆ เพราะหากบอกไปว่าครั้งนั้นไม่ได้ตั้งใจ ควบคุมบังคับใช้พลังเพลิงให้ดีอย่างที่ควรจะเป็น มีหวังความเคารพนับถือของทั้งสามคนนี้ คงได้ติดลบเอาแน่ๆ ดังนั้นจะบอกไม่ได้เด็ดขาด และที่หนักกว่านั้นก็คือ หากบอกไปว่าทั้งสามคนเป็นหนูลองยา ของการใช้พลังพิเศษในการชุบชีวิตเป็นครั้งแรกด้วยแล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่าทั้งสามคนนี้จะรู้สึกกับเขายังไง

 

*************

 

ภายในห้องประชุมลับของคฤหาสน์โบราณหลังหนึ่ง บนโคโลนีนอกดาวโลกอันเป็นโคโลนีส่วนกลางของรัฐบาลโลก และที่กลางห้องประชุมลับ ได้มีภาพวาดขององค์เทพเจ้าจำนวนมาก ของศาสนาความเชื่อต่างๆ อยู่มากมายเต็มไปหมด ตกแต่งเอาไว้อย่างหรูหรา ราวกับเทพเจ้าหมื่นล้านองค์ของโลกโบราณ และที่ไม่ไกลจากภาพวาดเหล่านั้นมากนัก ได้มีภาพเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เขียนไว้ว่า เทพบารมี ประดับเอาไว้อย่างเด่นหรากลางที่ประชุม

 

".. ขาดการติดต่อไปแล้ว ลูกรู้หรือเปล่าการที่ทำงานพลาดจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของลูก พ่อจะทำเป็นไม่เห็นไปก่อน .." ชายวัยกลางคนที่แต่งกายเรียบง่ายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนไร้อารมณ์ แต่ก็สร้างแรงกดดันให้กับชายหนุ่มที่ยืนขึ้นอยู่ใกล้ๆ ได้อย่างมาก จนอดไม่ได้ที่จะสั่นกลัวออกมา

 

".. ครับคุณพ่อ ขอบคุณที่ยังให้โอกาสลูกในครั้งที่สอง  .."

 

".. ส่วนเรื่องของสายลับทั้งสามของเรา สัญญาณชีพได้หายไปแล้วอย่างชัดเจน และเป้าหมายที่เราใช้ในการปลอมแปลงใบหน้าในเวลานี้ ต่างก็กำลังพักรักษาตัวที่โรงพยายามบนเกาะลอยฟ้าอีกด้วย คาดว่าคงจะได้รับการช่วยเหลือจากตระกูลเมฆาเทพ เพราะในรายงานก่อนหน้านี้ สายลับของเราได้ฆ่าคนพวกนั้นไปแล้ว .."

 

".. และผมคาดว่าบุตรชายคนโตของตระกูลเมฆาเทพน่าจะเป็นตัวการที่ทำให้แผนการของผมผิดพลาด และเจ้าคนที่ชื่อมากเมฆอะไรนั่น น่าจะจับผิดอะไรบางอย่างได้ และสายลับทั้งสามของเราคงไปทำอะไรผิดพลาดเอาไว้ ในระหว่างที่กำลังขโมยข้อมูลออกมา ถึงได้ชิงฆ่าตัวตายไปก่อนแบบนี้  .."

 

ชายหนุ่มที่แลดูอายุราว 25-28 ปี แต่กับมีรูปร่างที่อ้วนจนกลมหนักหลายร้อยกิโล แต่กับมีแววตาที่กระจายใสอย่างเป็นเอกลักษณ์ และเป็นมิตรอย่างที่สุดต่อคนรอบข้างได้กล่าวขึ้น

 

ชายหนุ่มคนนี้เป็นบุตรชายคนที่ 8 ของผู้นำตระกูลเทพบารมี และมีนามว่า หรรษา เทพบารมี เป็นบุตรที่เกิดจากภรรยาคนที่ 13 ของผู้นำตระกูล และในปัจจุบันเจ้าอ้วนหรรษาได้ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารโรงแรมจำนวนมาก แต่ทว่าหลังฉากชีวิตของเขานั้น กับทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของเหล่าสายลับจำนวนหนึ่ง ที่แฝงตัวทำงานอยู่ในโลกมืดและองค์กรต่างๆ มาตั้งแต่อายุได้ 20 ปี แทนคุณอาแท้ๆ ที่ถูกสั่งให้ฆ่าตัวตายเพราะทำงานผิดพลาดหลายครั้งในช่วงหลายปีก่อนที่ผ่านมา

 

 ".. ส่งคนเข้าไปเอาสิ่งนั้นมาให้ได้ เจ้าหนู หากเราสามารถนำมันมาได้ ธุรกิจของตระกูลจะขยายตัวออกไปอีกมาก และสารเสพติดชนิดใหม่ของเราที่สร้างขึ้นมาใหม่ในชื่อ HH2 ก็จะขนย้ายได้ง่ายขึ้นด้วย .." ชายชราที่แลดูป่วยหนักใกล้ตายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขาดๆ หายๆ แต่ทุกคนในที่ประชุมกับให้ความเคารพเป็นอย่างมาก แม้แต่จะหายใจดังๆ ในระหว่างที่อีกฝ่ายพูดยังไม่มีใครกล้า

 

".. ครับ กล่องมิติและวิทยาการทั้งหมดในการสร้างของมัน ผมจะเอามันมาเป็นของเราให้ได้ ขอตัวครับคุณปู่ทวด .." หรรษากล่าวขึ้นอย่างจริงจัง ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องประชุม

 

บางครั้งอยู่ดีๆ ก็มีเรื่องมาหา ... เหมือนคนเปิดร้านขายของอยู่ที่บ้าน นานๆ ทีก็มีลูกค้ามาซื้อของ

 



---------

ตอนต่อไปเป็นตอนที่ต้องไปบู้ในเมืองจีนแล้ว แถมเวรเจ้ากรรมแบบสุดๆ ของมากเมฆ หนึ่งในผู้ติดตามที่ส่งมาจากตระกูลเมฆาเทพ ยังเป็นหญิงสาวที่แอบปลื้มมากเมฆเอามากๆ อีกด้วย ... ทำยังไงล่ะทีนี้ ...

 

การมาถึงของ ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 376 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #2940 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 05:28

    ไรต์มาทำให้อยากแล้วจากไป ~~~~~~ ค้างมากกกกก



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 มกราคม 2562 / 05:28
    #2,940
    0
  2. #2939 คุณพุดดิ้ง (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 00:25
    โดนเมียตบแน่พี่เมฆฆฆ
    #2,939
    0
  3. #2938 joelamtan (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 23:47
    ขอบคุณครับ
    #2,938
    0
  4. #2937 skyh0me2 (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 23:16
    มาพร้อมแล้ว
    #2,937
    0
  5. #2935 loliz (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 21:27
    อยู่ดีๆก็มีติงลอยมาหา แถมเอาภาระมาให้ เมียเอาตายแน่แก
    #2,935
    0
  6. #2934 พู่กันลี้ลับ (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 20:41

    ฝากตรวจคำผิดด้วยนะครับ บางทีไรท์ก็มองไม่เห็น T^T

    #2,934
    0