มหาตำนานเหนือฟ้า เลยสวรรค์สุดไกลโข !?

ตอนที่ 130 : บทที่ 130 สู่โลกมืด ตอน คำเชิญจากเทพยุทธ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 386 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

บทที่ 130 สู่โลกมืด ตอน คำเชิญจากเทพยุทธ์

 

            มากเมฆรู้ดีว่าหญิงสาวสุดสวยคนนี้เธอเป็นใคร เพราะถึงยังไงตัวเขาก็มีสัมผัสลี้ลับบรรพกาล อันสุดแสนจะร้ายกาจของพระเจ้าลี้ลับผู้นั้น ที่ทำให้เขาไปอยู่ในทุกๆ ที่ได้ สัมผัสรับรู้มองเห็นได้ทุกๆ อย่าง ในเวลาที่ใช้พลังสัมผัสลี้ลับแบบ 100% เต็ม มันจึงทำให้เขาราวกับเป็นเทพเจ้าแท้จริงของโลกใบนี้ก็ไม่ปาน

 

            มันจึงไม่แปลกอะไรเลย หากจะบอกว่ามากเมฆรู้จักไป๋อวี้หลิงมาก่อน แต่แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะรู้จักเขาสักเท่าไหร่

 

และมากเมฆเองก็รู้ด้วยว่า เธอเป็นใครเกี่ยวข้องอะไรกับอาจารย์ของเขาด้วยเช่นกัน

 

และที่แน่ๆ เหตุที่มากเมฆรู้จักเธอก็เป็นเพราะอาจารย์ไป๋หลงเป็นต้นเหตุอีกด้วย หากมิใช่ญาติสนิทของท่านอาจารย์ไป๋หลงทางสายเลือดแท้จริง มากเมฆก็คร้านที่จะใส่ใจรับรู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายอยู่เหมือนกัน

 

เพราะแต่ไหนแต่ไรมา มากเมฆมักมีนิสัยไม่ค่อยจะใส่ใจกับอะไรอยู่ก่อนแล้วเป็นทุนเดิม

 

หากมันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเองโดยตรง หรือเป็นคนที่เขารักและห่วงใยจริงๆ และด้วยเหตุนี้เอง

 

ด้วยลักษณะนิสัยไม่สนใจโลกหล้าสักเท่าไรของเขา จึงทำให้ยากมากๆ ที่จะให้ชายหนุ่มสุดหล่ออย่างเขา 


ไปมีบุคลิกลักษณะเหมือนกับพวกพระเอก ตัวละครหลักในเทพนิยายผู้แสนดีสุดเพอร์เฟคที่จะทำทุกๆ อย่างเพื่อความสงบสุขของจักรวาล หรือเสียสละชีวิตนี้ให้ได้ เพื่อมวลมนุษย์เพื่อคนส่วนมากอะไรแบบนั้น

 

แต่กระนั้นมากเมฆก็ยังอยากจะรู้อยู่ดี ว่าอีกฝ่ายเดินทางมาถึงที่นี่ทำไม และมีเหตุผลอะไรทำไมถึงได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงที่นี่ได้ กับชายหนุ่มอีกคนที่กำลังสู้กับรากไม้อยู่ในขณะนี้

 

".. ยินดีที่ได้พบนะครับ คุณไป๋อวี้หลิงคุณเหลนของท่านอาจารย์ไป๋หลง อ้อ พอจะบอกได้มั้ยครับ ว่าคุณไป๋อวี้หลิงมาพบผมที่นี่เพราะอะไร  คุณคงไม่ใช่แค่อยากจะมาเห็นหน้าลูกศิษย์คนสุดท้ายของคุณปู่ทวดคุณหรอกนะครับ .."

 

มากเมฆจับมือทักทายกับอีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะถามกลับออกไปอย่างตรงๆ เพราะหากจะให้เขาเดามันคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานชุมนุมของโลกมืดหมื่นมารพันอสูรแน่ๆ

 

ไป๋อวี้หลิงหน้าแดงออกมาเล็กน้อย ในขณะที่ถูกฝ่ายชายจับมือที่ขาวราวกับหิมะของเธออย่างอ่อนโยน

 

แต่สาวเจ้าก็หาได้รังเกียจหรือต่อต้านอะไรแม้แต่น้อย ยินดีด้วยซ้ำที่ได้จับมือทักทายกับอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

แถมเธอยังได้แอบสัมผัสกับผิวหยาบกร้านที่ดูหนาเล็กน้อย บริเวณฝ่ามือของชายหนุ่มมากเมฆอีกด้วย และจากการที่เธอได้ลองสัมผัสเบาๆ ไปรอบๆ บริเวญด้วยความอยากรู้ ทำให้อวี้หลิงรู้ได้ในทันทีว่าลูกศิษย์คนสุดท้ายของคุณปู่ทวดของเธอ

นายคนนี้จะต้องเป็นคนที่ขยันฝึกฝนฝึกซ้อมทักษะวิชาการใช้อาวุธ ประเภทดาบหรือกระบี่เป็นประจำทุกวันแน่ๆ เพราะบริเวณฝ่ามือของฝ่ายชายนั้น มันดูหนาและแข็งพอสมควรเลยทีเดียว

 

มากเมฆเห็นมือของเขาถูกลูบคลําและสำรวจโดยหญิงสาวตรงหน้า เขาถึงกับแอบขนลุกนิดๆ อยู่เหมือนกัน ก่อนที่จะดึงมือกลับอย่างไวในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังเผลอ ถอยห่างเว้นระยะจากอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ

 

ไป๋อวี้หลิงเห็นท่าทางการแสดงออกของเขา แลดูตลกอยู่ไม่น้อยด้วยท่าทางแปลกๆ อย่างเขินอายที่มีต่อเธอ เธอจึงได้หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างไม่ปิดบัง

 

ก่อนที่จะกล่าวขอโทษที่กระทำลงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเฉยๆ พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ๆ ชายหนุ่มอีกครั้ง ชิดใกล้ถึงขนาดที่มากเมฆได้กลิ่นกาย ที่หอมราวกับดอกไม้ของอีกฝ่ายเลยก็ว่าได้

 

".. ขอโทษด้วยนะคะ พอดีตอนที่จับมือกัน ฉันสัมผัสได้ว่ามือของคุณมากเมฆหนาและแข็งมาก ทั้งๆ ที่คุณมากเมฆน่าจะเพิ่งเริ่มฝึกวรยุทธ์โบราณพวกนี้ ได้ไม่น่าจะถึงหนึ่งปีเลยด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นว่าคุณมากเมฆเป็นคนที่ขยันเอามากๆ เลย และคงจะฝึกเป็นประจำทุกวันใช่มั้ยคะ .."

 

มากเมฆไม่ได้พูดตอบ แต่ก็พยักหน้าเป็นการตอบรับกับคำถามของเธอ

 

".. ต้องขอโทษจริงๆ นะคะในความอยากรู้อยากเห็นของฉัน .." ไป๋อวี้หลิงพูดตอบพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้างดงามของเธอ

 

".. ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมแค่ไม่คุ้นชินกับการที่ถูกหญิงสาว ที่ไม่ใช่ภรรยามาสัมผัสใกล้ชิดก็เท่านั้น .."

 

มากเมฆเองตั้งแต่แรก เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนึกคิดลึกๆ ของอีกฝ่ายที่มีต่อเขาได้

 

ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกนับถือ ความไว้วางใจที่มากเมฆเป็นลูกศิษย์ของคุณปู่ทวดของเธอ และความรู้สึกแบบชายหญิงที่มีให้อย่างเบาบางตั้งแต่แรกเห็น

 

และในเมื่อได้โอกาสดีๆ ในการบอกเล่าให้รู้ถึงเหตุและผลของเขา ก็สู้อาศัยจังหวะโอกาสเหล่านี้บอกให้อีกฝ่ายรับรู้ไปเลยว่าเขานั้นมีภรรยาก่อนอยู่แล้ว จะได้ตัดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

 

ไป๋อวี้หลิงเธอเองรู้สึกช็อคอยู่ไม่น้อย หลังจากที่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายมีภรรยาอยู่ก่อนแล้ว จากคำพูดเมื่อครู่นี้

 

แต่จากการที่เธอได้ตรวจสอบมาโดยละเอียดแล้ว ก่อนจะมาที่นี่กับสหายของเธอ เพื่อพบกับลูกศิษย์คนสุดท้ายของคุณปู่ทวด ข้อมูลและประวัติของมากเมฆที่หามาได้จากแหล่งข่าวที่น่านับถือนั้น มากเมฆแม้แต่แฟนแม้แต่เพื่อนก็ยังไม่เคยมี คู่หมั่นก็ไม่มีเช่นกัน แล้วจะไปมีภรรยาได้ยังไง !?

 

สุดท้ายแล้วเธอจึงได้คิดไปว่าอีกฝ่ายน่าจะพยายามโกหกเธอมากกว่า ด้วยเหตุผลบางอย่าง

 

และในขณะนั้นเองภายในใจลึกๆ แบบลึกเอามากๆ ของอวี้หลิง

 

เธอได้ภาวนาต่อเทพเจ้าทุกองค์ของสวรรค์และโลก ขออย่าได้ให้มากเมฆเป็นเกย์โดยเด็ดขาด ไม่อย่างงั้นความหล่อความเท่ห์ที่เปล่งประกายตรงหน้าทั้งหมดนี้ และออร่าของเทพบุตรสุดชั้นฟ้าของเขา คงจะน่าเสียดายเอาโคตรๆ และอาจจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของมนุษยชาติเลยก็ว่าได้

 

พอคิดได้แบบนั้นไป๋อวี้หลิงก็กลับมาเป็นปกติโดยไว พร้อมกับพูดตอบคำถามในตอนแรกของมากเมฆให้รู้ในทันที

 

".. คือฉันได้รับการไหว้วานจากท่านผู้อาวุโสที่น่านับถือ ให้มาเชิญคุณมากเมฆไปพบนะค่ะ .." ไป๋อวี้หลิงพูดตอบ

 

            มากเมฆแปลกใจเล็กน้อยใครกันที่สามารถไหว้วานให้ลูกหลานของเทพยุทธ์ไป๋หลง เดินทางไกลข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงที่นี่เพื่อทำงานให้ได้แบบนี้ จะต้องเป็นคนใหญ่คนโตของแวดวงยุทธจักรอย่างแน่นอน

 

".. พอจะบอกได้มั้ยครับ ว่าอาวุโสที่กำลังพูดถึงนี่คือใคร .." มากเมฆกล่าวถาม พร้อมกับหันไปมองดูการต่อสู้ระหว่างรากไม้กับชายหนุ่ม สหายชาวยุทธ์ที่มาด้วยในครั้งนี้ของไป๋อวี้หลิง

 

มากเมฆเห็นรากไม้ตกเป็นรองก็จริง แต่เท่าที่ดูมาโดยตลอดตั้งแต่มาถึงที่นี่ มันเป็นเพราะรากไม้ไม่ได้ใช้พลังพิเศษที่มีอยู่อย่างมากมายในการต่อสู้ และยังไม่ได้ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดๆ ในการโจมตีอย่างรุนแรงแม้แต่น้อย ส่วนใหญ่มักจะใช้ไปในการป้องกันเสียมากกว่า อาจจะเป็นไปได้ว่าก่อนหน้านี้ อาจจะมีการท้าทายกันเกิดขึ้นระหว่างรากไม้กับชายหนุ่มคนนั้น และด้วยอุปนิสัยของรากไม้ที่อารมณ์ขึ้นได้ง่าย อาจจะไปหลงกลอีกฝ่ายเข้าให้ก็เป็นไปได้สูงเช่นกัน เพราะทุกวันนี้รากไม้มีนิสัยใจคอความรู้สึกไม่แตกต่างอะไรไปจากมนุษย์ปกติเลยสักนิด ด้วยเหตุนี้จึงทำได้เพียงแค่ต่อสู้โดยใช้พลังกายกับทักษะฝีฐานที่มี ไม่ใช้อุปกรณ์ระดับสูงและพลังพิเศษอย่างที่ควรจะเป็น

 

พอเห็นแบบนี้แล้ว มันคงถึงเวลาที่จะบังคับให้รากไม้มาฝึกฝนพลังลมปราณได้แล้วล่ะมั้ง

 

//-- รากไม้เองก็มีวรยุทธ์นะครับ แต่เป็นวิชาที่ได้รับมาพร้อมๆ กับนายท่านมากเมฆเมื่อนานมาแล้ว น่าจะในบทที่ 12 และ 18 เช่น มวยเมฆเก้ามายา ดาบอสูรวางวาย ก้าวเท้าดาวเคลื่อน พลังลมปราณพื้นฐาน แต่ทว่ารากไม้ในเวลานั้นกับฝึกได้แค่วิชาการเคลื่อนไหวและทักษะการต่อสู้เท่านั้น ไม่สามารถฝึกฝนพลังลมปราณแท้จริงได้ เพราะไม่มีร่างกายแบบมนุษย์ และรากไม้ก็เป็นเอไอระดับสูงหลังจากที่โหลดข้อมูลพร้อมกับรายละเอียดต่างๆ ของวิชายุทธ์นั้นๆ เข้าสำนึกรับรู้ไปแล้ว ก็ถือได้ว่าสำเร็จวิชาในระดับหนึ่ง --//

 

ไป๋อวี้หลิงดูลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมาว่า

 

".. ท่านผู้นั้นเป็นหนึ่งในอาวุโส ที่ได้ชื่อสมญานามว่าเทพยุทธ์ค่ะท่านเป็นตัวตนระดับเดียวกับคุณปู่ทวด เป็นยอดฝีมือฝ่ายธรรมะแห่งแสงสว่าง เนื่องจากท่านอาวุโสมีความจำเป็นบางอย่าง จึงได้ขอให้ฉันอย่าได้เปิดเผยชื่อของท่านออกไปในตอนนี้ และอยากจะขอพบกับคุณมากเมฆก่อนเป็นการส่วนตัว  .." ไป๋อวี้หลิงกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูลังเลเล็กน้อย ก่อนที่จะค่อยๆ มั่นคงขึ้นตามลำดับ

 

ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นเหลนแท้ๆ ทางสายเลือดของท่านอาจารย์ไป๋หลง หากจะปฏิเสธไม่ไปตามคำเชิญของเธอเลย อาจจะดูเป็นการไม่ให้เกียรติอาจารย์ก็เป็นได้

 

มากเมฆนิ่งเฉยไปเล็กน้อยราวกับกำลังคิดอ่านอะไรบางประการอยู่ในใจ เพราะด้วยตัวตนของเขาในเวลานี้ ที่หมายมั่นจะกลายเป็นจักรพรรดิของโลกมืดในอีกไม่กี่วันที่งานชุมนุมหมื่นมารพันอสูร หากเขาต้องไปเกี่ยวข้องอะไรกับฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าธรรมะอะไรแบบนั้น อาจจะกลายมาเป็นกับดักหรือข้ออ้างในการเล่นงานตนเองก็เป็นได้

 

ในเมื่อมีแสงก็ต้องมีความมืด และเรื่องราวที่มากเมฆพอที่จะรู้อยู่เล็กน้อยก็คือ ทั้งสองฝ่ายมักจะต่อสู้ฆ่าแกงกันมาอย่างเอาเป็นเอาตายตลอดหลายพันปีอย่างลับๆ แต่ในภายหลังนั้นทางโลกมืดมักจะอยู่ในจุดที่เหนือกว่าเสมอ เพราะสามารถปรับตัวเข้ากับกาลเวลาในปัจจุบันได้อย่างลงตัว และตั้งแต่แรกอยู่แล้วที่กลุ่มคนเลวร้ายมากมายได้มาอยู่ร่วมตัวกัน ทั้งหมดก็เพื่อผลประโยชน์และอำนาจ จึงทำให้โลกมืดและองค์กรใต้ดินต่างๆ มีกองกำลังและเงินทองทรัพยากรที่เหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด

 

แต่กระนั้นในช่วงหลังๆ มานี้ทางฝ่ายธรรมะเองก็มีการเริ่มปรับตัว เข้ากับโลกแห่งการอวกาศยุคปัจจุบันเช่นกัน 


จึงได้มีการเปิดเผยถึงการมีอยู่ของพลังลมปราณโบราณ และทักษะวิชาออกมาอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ที่สนใจ และได้เปิดโอกาสให้เข้าร่วมกับกองกำลังทหาร องค์กร และมหาตระกูลผู้มั่งคั่งมากมาย 


เพราะแม้แต่ตระกูลเมฆาเทพเอง ยังให้การสนับสนุนนิกายเก่าแก่และสำนักยุทธ์โบราณหลายสิบสำนัก อันเป็นจำนวนที่มากด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้ทรัพยากรมนุษย์ที่เต็มไปด้วยคุณภาพเข้าสังกัดมาใหม่ในแต่ล่ะปี

 

จะสรุปง่ายๆ ก็คงพูดได้ว่า ทั้งหมดที่กล่าวไปนั้นมันคือ ธุรกิจก็ได้เช่นกัน

 

หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้ว มากเมฆจึงได้พูดตอบไป๋อวี้หลิงที่รออยู่ข้างๆ อย่างร้อนใจ

 

".. ตกลงครับ ผมจะไปพบอาวุโสเทพยุทธ์กับคุณไป๋อวี้หลิง แต่ยังไงก็ช่วยบอกให้สหายชาวยุทธ์ของคุณ ช่วยหยุดมือได้แล้วมั้งครับ คนของผมไม่ได้เก่งกาจอะไรในการต่อสู้ด้วยวรยุทธ์โบราณ และก็หากไม่หยุดมืออีก ผมอาจจะเป็นคนไปหยุดเขาด้วยตัวเอง แต่ผมไม่รับรองชีวิตของเขานะครับ .." มากเมฆทนเห็นรากไม้เสียเปรียบมานานตั้งแต่แรก ก็รู้สึกหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน จนเผลอชักสีหน้าไม่พอใจออกมาโดยไม่ตั้งใจ

 

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าไป๋อวี้หลิงที่มองดูอยู่ข้างๆ จากที่ตอนแรกที่ใจเอามากๆ ที่อีกฝ่ายตอบตกลงโดยง่าย

 

แต่ทว่าพอได้เห็นมากเมฆแสดงสีหน้าและอารมณ์ไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน เจ้าตัวอยู่ๆ ก็ขนลุกออกมาดื้อๆ พร้อมกับหลงคิดและเชื่อไปแล้วว่า มากเมฆอาจจะเป็นเกย์แน่ๆ แล้วมากกว่า 50%

 

ไป๋อวี้หลิงรู้สึกเจ็บปวดใจสลายอย่างบอกไม่ถูก และเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกเสียดายของอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่จะตะโกนบอกให้สหายชาวยุทธ์ที่เป็นชายหนุ่มอายุพอๆ กับมากเมฆหยุดมือ

 

แต่ใครจะไปคิดละว่าชายหนุ่มที่เป็นผู้ใช้พลังลมปราณคนนั้น จะได้ยินในสิ่งที่มากเมฆพูดบอก และเกิดโมโหขึ้นมาเปลี่ยนเป้าหมายในการจู่โจม ใช้วิชาท่าร่างวิชาตัวเบาอันเหนือชั้น ราวกับก้าวพริบตาในตำนาน มาปรากฏตัวตรงหน้าของมากเมฆ พร้อมกับหมัดพลังลมปราณอันดุดันที่กำลังชกเข้ามาที่ท้องน้อยของเขาอย่างรวดเร็ว

 

ไป๋อวี้หลิงตกใจอย่างมากที่อยู่ๆ เพื่อนของเธอเปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตีมากเมฆอย่างไม่ให้ทันตั้งตัว เธออยากจะช่วยแต่ก็ไม่อาจจะเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้ เพราะความไวของหมัดและวิชาท่าร่างของอีกฝ่ายนั้นเหนือกว่าเธอมาก

 

รากไม้รู้สึกเหมือนโดนดูถูกเข้าอย่างแรง จนรู้สึกโมโหเลือดขึ้นหน้าจากการกระทำของอีกฝ่าย

 

แต่กระนั้นก็ไม่ใช่โมโหที่อีกฝ่ายหยุดการประลองกับตน แต่เป็นเพราะชายหนุ่มคนนั้นกล้าโจมตีชกหมัดใส่นายท่านของมันต่อหน้าต่อตามากกว่า

 

มากเมฆมองหมัดพลังลมปราณที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

แต่ทว่าก่อนที่หมัดพลังลมปราณอันดุดันจะมาถึงตัวของเขาอยู่นั้น

 

รากไม้กับมาปรากฏตัวที่ด้านข้างราวกับภูติผี ด้วยพลังพิเศษที่เรียกว่าเทเลพอร์ต

 

พร้อมกับใช้มือเพียงข้างเดียว หยุดพลังหมัดของอีกฝ่ายเอาไว้ได้อย่างเด็ดขาด ก่อนที่จะใช้พลังพิเศษแบบชุดยกใหญ่ไฟกระพริบ อัดกระแทกอีกฝ่ายจนกระเด็นไปไกลราวกับว่าวที่สายขาดกลางท้องฟ้า หมุนวนตีลังกาพร้อมกับกระอักเลือดออกมาจำนวนมาก ก่อนที่จะตกลงสู่พื้นอย่างหมดสภาพ

 

".. ไอขี้โกง ไอฮีโร่ของมวลมนุษย์บ้าอะไร .." ชายหนุ่มคนนั้นพูดบ่นเล็กน้อย ก่อนที่จะหมดสติไป

 

ส่วนมากเมฆมองรากไม้ด้วยสายตาสุดจะเซ็ง

 

".. สู้แบบจริงจังตั้งแต่แรกก็จบไปแล้ว .." มากเมฆพูดบ่นรากไม้

 

".. จริงจังมากไม่ได้ เพราะพลังของรากไม้ในเวลานี้ มันสุดยอดเกินไป .." รากไม้เหมือนจะคุยโวขึ้นมาทันที หลังจากที่ได้รับชัยชนะอย่างงดงาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ประลองกันมาตั้งนานแท้ๆ แต่ติดที่ว่าห้ามใช้พลังพิเศษตั้งแต่แรก จึงทำให้เสียเปรียบมาโดยตลอด

 

มากเมฆเลิกสนใจรากไม้ที่กำลังหลงตัวเองแบบสุดๆ เดินเข้าไปใช้พลังเพลิงอมตะเปลี่ยนเพศพร้อมกับรักษาอาการบาดเจ็บให้ชายหนุ่มที่หมดสติในทันที

 

เนื่องจากชายหนุ่มคนนี้กล้าโจมตีเขาอย่างไม่ลังเล จึงต้องได้รับการสั่งสอนเล็กน้อยพอเป็นพิธี แล้วค่อยใช้พลังเพลิงอมตะเปลี่ยนให้มาเป็นปกติอีกครั้งในภายหลัง

 

หลังจากที่ยิงลูกบอลเพลิงออกไปรักษาชายหนุ่มคนนั้นแล้ว

 

มากเมฆก็เดินเข้าไปภายในห้องของอาคารชั้นบนๆ ที่รากไม้ได้จัดเตรียมเอาไว้ในทันที ก็พบเข้ากับศพ 6 ศพร่างไร้วิญญาณเพศชายที่ถูกฆ่าตาย 3 คน และฆ่าตัวตายเองอีก 3 คน ภายในห้องนอกอยู่อย่างกระจัดกระจาย

 

ดูเหมือนพวกสายลับที่ถูกจับได้เลือกที่จะตายดีกว่าเปิดเผยความลับออกมาสินะ

 

ระหว่างที่มากเมฆกำลังมองดูสภาพร่างกายไร้วิญญาณอยู่นั้น

 

".. ออกมาเถอะครับ ต่อให้ซ่อนตัวต่อไปก็ไม่มีผล  .." มากเมฆพูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังศพศพหนึ่งที่มีสภาพแย่ที่สุด และเป็นหนึ่งในสายลับที่ฆ่าตัวตาย ..

 

------

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 386 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,939 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #2942 Sakurasaber!!! (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 11:21
    https://image.dek-d.com/27/0686/7252/128135967 มากเมฆ:ครับ? //เหงื่อตก
    #2,942
    2
    • #2942-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 130)
      13 มกราคม 2562 / 12:14
      แก้ไขแล้วครับขอบพระคุณมากๆ
      #2942-1
    • #2942-2 A Witch Of Time(จากตอนที่ 130)
      25 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:47
      ฮาเลยคะ
      #2942-2
  2. #2941 Sakurasaber!!! (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 11:11

    สับสนตอนที่พูดถึง สำนักและนิยาย อ่ะครับ

    ตกลงคือ "นิยาย" ที่เป็นพวกตำนานอะไรเทือกนั้น

    หรือ เป็นคำว่า "นิกาย" แต่พิมพ์ผิดกันแน่ครับ

    #2,941
    1
    • #2941-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 130)
      13 มกราคม 2562 / 12:19
      บทที่ 130 ยังไม่ได้ตรวจคำผิดน่ะครับ แต่ขอบคุณมากๆ ที่ช่วยบอกคำผิดให้รู้
      #2941-1
  3. #2929 Meemiza (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 19:45
    ลุยเลย~
    #2,929
    0
  4. #2926 นิค&NIck (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 11:01
    อยู่ๆเปลี่ยนชื่อเฉยผมนี่งงเลยถ้าไม่เผลอกดเข้ามาดูแล้วก็คงคิดว่าผมไปกดติดตามมาตั้งแต่ตอนไหนกันนะ
    #2,926
    1
    • #2926-1 พู่กันลี้ลับ(จากตอนที่ 130)
      11 มกราคม 2562 / 19:18
      คิดจะเปลี่ยนมานานแล้วครับ ตอนที่ตั้งไว้ว่ามากเมฆ ก็คิดว่าเอาง่ายๆ ไว้ก่อน
      #2926-1
  5. #2925 loliz (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 19:53
    กรี๊ดแตกดิงานนี้ เหอะๆๆเผื่อมันชอบ
    #2,925
    0
  6. #2924 joelamtan (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 19:27
    ขอบคุณครับ
    #2,924
    0
  7. #2923 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 19:11

    รากไม้โกงจริงๆ 555555

    #2,923
    0
  8. #2922 KurouNeko (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 19:07
    ตื่นมาช็อกแดกแน่เลย
    #2,922
    0